ธรรมฐิต
พระ(มหา) วิชิต ชิต สมถวิล(ฐิตธมฺโม)

ละครที่ทุกคนต้องเล่น


วันนี้โยมนิมนต์ไปฉันอาหารที่บริษัทในกรุงเทพ 

ก็ออกไปตั้งแต่เช้ากว่าจะกลับมาถึงที่มาลัยทองคำฯ

ก็เกือบบ่ายสามโมง

ก็เห็นชีวิตคนในเมืองที่ต้องขวักไขว่

กับภาระหน้าที่การงานหลากหลายอาชีพ

ถ้าพูดไปแล้วทุกคนก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำด้วยกันทั้งนั้น

แล้วแต่ว่าเราจะได้รับหน้าที่ที่จะทำอะไรก็เท่านั้น

เมื่อเรายังมีลมหายใจก็ต้องทำหน้าที่นั้นๆ  ต่อไป 

 ทั้งหน้าที่ตามธรรมชาติและหน้าที่ตามสมมุติ

ที่เราสมมติกันขึ้นมาจนกว่าจะล้มหายตากจากกันไป 

สละร่างนี้เป็นผุยผงคืนสู่ธรรมชาติแล้วก็เห็น

จะมีความดีและความชั่วเท่านั้นที่คงจารึกไว้

ให้คนรุ่นหลังได้พิจารณาชื่นชมและสาปแช่ง

ทั้งยังสามารถฝังอยู่ในภวังคจิตเราไปนำไปสู่

ณ สถานที่ใหม่ต่อไปได้

อย่างอื่นที่เป็นรูปธรรมจะเป็นทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์

ก็ต้องฝากไว้ให้แก่โลกนี้ต่อไป  เงินทองมากมาย

ก็ส่งเราได้แค่เตียงโรงพยาบาล 

มีลูกหลานสุดที่รักหรือจะรักที่สุดเขาก็ส่งเราได้

เพียงแค่เชิงตะกอนเท่านั้นจริงๆ ชีวิตเราก็ดั่งเช่น

ละครเรื่องหนึ่งที่ต้องเล่น จะได้ค่าตัวหรือไม่ก็ตามที 

โดยมีกฎธรรมชาติเป็นผู้รับหน้าที่ผู้อำนวยการ

และผู้กำกับการแสดง

กรรมหรือการกระทำที่เราทำไว้เป็นตัวบท

มีเวลาเป็นวัตถุเครื่องมือในการถ่ายทำ

และไม่สามารถสั่งคัตต์ได้เมื่อแสดงบท

ที่ได้รับผิดพลาดไม่ถูกต้อง

และออกฉายในทันทีทันใดนั้นทุกครั้งไม่มีกำหนดออกโรง

หากยังหายใจเข้าออกอยู่  เราก็สามรถเป็นทั้งนางเอกพระเอก

โจรผู้ร้ายได้ทุกเวลาของการแสดง 

ดังนั้นเราทุกคนก็เป็นนักแสดงที่แท้จริงด้วยกันทุกคน 

เมื่อปิดฉากลงทุกอย่างก็เป็นเพียงมายา

แล้วเรามัวมาคอยอิจฉาริษยาแก่งแย่งชิงดีกันอยู่ทำไม

ทำสิ่งที่ดีๆให้กันละกันไว้ เมื่อเราล้มหายตายจากแล้ว

จะได้ฝากสิ่งดีๆไว้ให้ลูกๆหลานๆได้ศึกษาบทละครของเรา

ไว้เป็นปฏิปทาในการดำเนินชีวิตก้าวไปสู่สิ่งที่ดีๆต่อไป

             ธรรมะสวัสดีขอรับ..

คำสำคัญ (Tags): #ธรรมฐิต
หมายเลขบันทึก: 296608เขียนเมื่อ 11 กันยายน 2009 19:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:31 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (24)

สวัสดีครับ ท่านธรรมฐิต

ผมว่าคนไทยในขณะนี้กำลังเล่นละคร(คงไม่นานจะถึงจุดจบ)กันอยู่ครับท่านมหา

นมัสการพระคุณเจ้า

  • มารับพระธรรมยามค่ำเจ้าค่ะ
  • กราบขอบพระคุณอย่างสูง

กราบคารวะขอรับอาจารย์

...ก็อาจจะดังท่านอาจารย์กล่าวขอรับ..

ขออนุโมทนาขอรับพี่ครู..

นมัสการค่ะพระอาจารย์

แสดงดีได้ดี แสดงชั่วได้ชั่วใช่มั้ยคะ :)

ถูกต้องตามที่..แม่เจ้าแพลนว่าเลยแหละ..

สาธุๆๆ

ละครทุกฉาก ตัวแสดงทุกตัวย่อมมีตอนจบของมันเองคะ นี่แหละคือที่มาของคำว่า "โลกนี้คือละคร"

สาธุขอรับคุณครูโมเมย์..

ยังไงก็พยายามจบให้สวยก็แล้วกัน..

กราบนมัสการค่ะ

  • ยามเช้าวันหยุดได้รับธรรมโอสถ 
  • เป็นศิริมงคลแก่ชีวิตค่ะ 

ขออนุโมทนาขออาจารย์..เกศนี..

สาธุยามเช้าขอรับ..คุณครูตา

นมัสการพระคุณเจ้า

  • มาร่วมเรียนรู้ธรรมะกับพระอาจารย์ครับ
  • กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ

จะพยายยามเล่นละครโรงนี้ให้ดีครับ เล่นในบทบาทให้มีคนได้จดจำบ้าง ในเรื่องที่ดีครับ

ส่วนบทอิจฉาริษยา ก็มีบ้างครับ ต้องพยายามให้คนลืม ด้วยบทดีมาแทรกครับ

นมัสการท่านผู้คุ้รเคย

มันไม่ใช่การแสดงละครเลยครับหลวงผมว่า มันคือเรื่องจริง (ธาตุ ขันต์) ที่มันฉายอยู่ตลอดเวลา

เพราะไม่ว่าฉากหรือสถานที่จะเปลี่ยนไปที่ไหนก็ตาม จิตดวงนี้ ก็ยังทำหน้าที่ รับ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นึกคิด ของมันทุก ๆ

อยู่นั่นเอง

ฉากหรือสถานที่ไม่ได้เป็นตัววัดว่าเราจะไม่ได้ไปสู่ ปลายทาง เพียงแต่วินาทีที่เรากำลังทำงานหรือแสดงละครอยู่

มีสติ อย่างถึงแก่นกับมันจริง ๆ เข้าใจว่าธาตุขันต์ ที่จิตครองอยู่ไม่ใช่ตัวเรา นั่นแหละผมว่าเราก็ไปสู่อรหัตผลได้ (แต่โอกาสมันยากกว่าทางสายตรงมากนัก)

คำถามต่อมา แล้วอะไร คือ สิ่งที่ต้องทำต่อไปหลังจาก อรหัตผล

งานหรือหน้าที่คงจะมาตอบตรงนี้ได้ เพราะบริบทแห่งโลกธาตุมันยังต้องดำเนินอยู่ และยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป

แม้ว่าทางนามจิตเราจะดัดเสียได้แล้วก็ตาม

ปัญญาน้อยนิดผมคงแกะได้แค่นี้ครับ ขอคำแนะนำด้วย

เด็กบ้านนา

นมัสการค่ะ

 มารับธรรมะ ให้แง่คิดที่ดีมาก อย่าประมาทเลย รีบทำดีๆเข้าไว้...เอาไว้เป็นทุน...

 

ขออนุโมทนาท่าน..บินหลาดงขอรับ..

สาธุ..เจษ..เด็กบ้านนา..

ถูกต้องที่เจษมองว่าไม่ใช่การเล่นละคร..เพราะนั่นคือการมองแล้วเราบัญญัติกันขึ้นมาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ก็เท่านั้น

สิ่งเดียวกันแต่ทำไมสองคนจึงมองไม่เหมือนกัน

แต่สุดท้ายเมื่อเจอของจริงแท้มันคืออันเดียวกัน..

บางครั้งการมองให้ไกลเกินไปเราอาจจะค้นหาตัวตนที่แท้ของเราไม่พบหรือพบแต่นานหน่อย..

หลวงมองชีวิตแบบง่ายๆว่าเราจะทำอะไร ณ เวลานี้..

อยู่ฝรั่งเศสคงรู้จักกับชีวิตมากขึ้นนะ..อย่าลืมหาตัวตนให้พบก็แล้วกันนะ..

นมัสการพระคุณเจ้า

  • มาน้อมนำธรรมไปเป็นบทบาทแห่งชีวิตขอรับ
  • ไม่ทราบเป็นอะไรช่วงนี้ คนรอบข้างล้มหายตายจากบ่อยเหลือเกินขอรับ
  • วันนี้ ศาสตราจารย์ ดร.กระแส ชนะวงศ์ นายแพทย์รางวัลแม็กไซไซ ก็พึ่งละโลกนี้ไปขอรับ (ถ้าทราบข่าวมาผิด ขอความกรุณาท่านลบออกให้ด้วยนะขอรับ)
  • เมื่อวันเสาร์ก่อน ลูกศิษย์ไปเลี้ยงรับรุ่นน้องก็ประสบอุบัติเหตุ ตนเองผู้เป็นแม่รอดตาย (อยู่ใน ICU) ยังไม่ทราบว่าลูกสาวที่ขับรถให้เสียชีวิตแล้ว
  • เมื่อเดือนก่อน บทเดิม ๆ เหตุการณ์เดิม ๆ ลูกศิษย์อีกจังหวัดหนึ่งก็ประสบอุบัติเหตุทั้งครอบครัว โชคดีเสียชีวิตคนเดียว ส่วนที่เหลือรอด (รักษาตัวอยู่คนละโรงพยาบาลตามความหนัก) ญาติต้องงัดบ้านเข้าไปเพื่อจัดงานศพให้
  • เดือนก่อนยังเสวนาธรรมกับกัลยาณมิตรท่านหนึ่งว่า พึ่งมั่นใจว่า กายกับใจไม่ใช่ของเรา ตามันจะบอดเมื่อไรมันก็บอด หูมันจะหนวกเมื่อไรมันก็หนวก --- พูดกันอยู่หลัด ๆ อาทิตย์ที่แล้วท่านไปผ่าตัดเนื้องอก...
  • โอ้...อนิจจัง อนิจจา...

 

ธรรมะยามเช้า..ท่านเด็กข้างบ้าน..

มันเป็นวงจรชีวิตนะขอรับ..พยายามพิจารณาไว้มากก็แล้วกัน..

จะเร็วหรือช้าเราก็ต้องประสบ..

มองในแง่ที่สามารถนำมาหล่อเลี้ยงใจของเราให้ได้แล้วทุกอย่างจะน่าดูมากขึ้น..

นมัสการ ครับท่าน ธรรมฐิต

จริงอย่างท่านว่า ชีวิตนี้เป็นละครที่ทุกคนต้องเล่นจริงๆครับ

ขอบพระคุณครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี