เรียนรู้คนละอย่าง นำเอามาสร้างองค์รวม
ศิลปะกับภูมิปัญญาท้องถิ่น
ศิลปะ
(Art)
มีความหมายที่สำคัญยิ่งกับชีวิตของมนุษย์
ได้มีผู้ให้คำจำกัดความเอาไว้หลายอย่าง แต่โดยสรุป ศิลปะ
คือผลงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์
เพื่อประโยชน์และความงาม คำว่าประโยชน์
เป็นคำที่กว้างและคำว่าศิลปะก็สามารถที่จะครอบคลุมคำ ๆ นี้ได้จริง ๆ
เพราะว่า
ในชีวิตของมนุษย์เราเกี่ยวข้องอยู่กับศิลปะตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นลืมตาขึ้นจนถึงวันที่ดวงตาทั้ง
2 ข้างต้องหลับสนิท
ความงดงามที่ปรากฏขึ้นได้ในโลกนี้ส่วนแล้วแต่มีที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์
ถึงแม้ว่าในยุคนี้จะไม่มีผู้คนจำนวนหมื่นแสนคนมารวมพลังกันสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ให้ตื่นตาและเพิ่มศรัทธาได้อย่างในอดีตก็ตาม
แต่เราก็ยังมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของกลุ่มคนตามท้องถิ่นต่าง
ๆ ในสังคมน้อยใหญ่อีกเป็นจำนวนมาก
ในเรื่องของขนาดใหญ่โตมโหฬารอาจจะไม่มีให้เห็นอีกหรืออาจจะมีก็ได้
แต่ในความประทับใจ (สุมทรียะ) น่าจะยังคงมีต่อไป
ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Wisdom)
เป็นความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ
ได้แก่จากคนรุ่นหนึ่งส่งมายังคนอีกรุ่นหนึ่งเป็นทอด ๆ กันมา
เช่นคนรุ่นปู่สอนความรู้ในเรื่องอาชีพของตนให้กับลูก (รุ่นพ่อ)
และพ่อสอนความรู้ให้กับลูก (รุ่นปัจจุบัน)
ด้วยการสั่งสมความรู้ที่อาจจะมาจากความใกล้ชิด อยู่ในครอบครัวเดียวกัน
ได้เห็นแบบอย่างและได้ร่วมปฏิบัติงานตามวิถีชีวิต จึงเป็นการสั่งสม
(สะสม) หรือรวบรวมเอาเข้าไว้ในชีวิตของคน ๆ หนึ่งอย่างช้า ๆ
และอย่างต่อเนื่อง และที่น่าภาคภูมิใจกับคนไทยก็คือ
บ้านเรามีผู้ที่ทรงคุณค่าทางความรู้ในเรื่องต่าง ๆ
เฉพาะทางอยู่เป็นจำนวนมาก รอคอยให้ลูก หลาน เหลน โหลนเข้ามาศึกษา
หัวใจคนไทยคิดอย่างไรคงไม่อาจจะทายใจได้
เพียงแต่คิดเสียดายความมีเสน่ห์แห่งปัญญาที่หลายด้านสูญหายไปจากแผ่นดินของเรานานแล้ว
และกำลังมีอีกหลายอย่างที่จะทยอยจากเราไป
เพราะไม่มีคนไปรับการสืบทอดและขาดการเหลียวแล
ผมดีใจที่สุดเมื่อมี พ.ร.บ.การศึกษากำหนดคำว่าภูมิปัญญาไทย
ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้านเอาไว้ ในหมวด 4 มาตรา 27
ในวงเล็บ 3 ว่า การจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
จะต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม
กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้
(3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา ภูมิปัญญาไทย
และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
การเรียน (Learning)
พฤติกรรมที่แสดงถึงการเรียนรู้ จะต้องมี 3 ด้าน
แต่อาจจะเน้นไปในพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง หรือรวม ๆ ก็ได้
ได้แก่
1. ความรู้ (Knowledge)
คือการจัดประสบการณ์ที่ได้รับ นำมาใช้ในการแก้ปัญหาได้
ความรู้เมื่อได้เรียนรู้ก็จะเกิดความคิด สะสมอยู่ในสมอง ในตัวเรา
ซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน
หรือความรู้เกิดขึ้นได้ทุกสถานการณ์
2. ทักษะ หรือกระบวนการ (Process)
เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากฝึก การปฏิบัติ เมื่อได้ฝึกทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ
ก็จะเกิดความรู้ความชำนาญในการสร้างสรรค์มากขึ้น
เป็นความสามารถติดตัวผู้นั้นไปตลอด
ในบางคนเมื่อได้ฝึกฝนทักษะอย่างกว้างขวางในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดเป็นความสามารถโดดเด่นขึ้นมาได้
3. เจตคติ (Attitude)
ความรู้ในคุณค่า ค่านิยมที่ดี ความดีงามและความรับผิดชอบต่อสังคม
เป็นความรู้ที่ครอบคลุมภาพรวมของสังคมที่มองเห็นคุณค่าในอาชีพ
และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
เราจะคุ้นเคยอยู่กับพฤติกรรมการเรียนรู้ 3 ด้าน คือ
ด้านพุทธิพิสัย
(PSYCHOMOTOR
DOMAIN) ด้านทักษะพิสัย
(COGNITIVE
DOMAIN) และด้านจิตพิสัย
(AFFECTIVE
DOMAIN) นั่นเอง
แต่มนุษย์อยู่ตัวคนเดียวไม้ได้ ในชีวิตจริงจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน
กล่าวคือ
จะต้องอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคมหรือมีการเชื่อมโยงกันเกี่ยวข้องกัน
ดังนั้นการเรียนในปัจจุบันจึงต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นการเรียนในภาพรวมๆ
เรียกว่า ความรู้แบบบูรณาการ (องค์รวม) หรือความสมบูรณ์
มากกว่าการที่จะเรียนเพียงกลุ่มสาระเดียวหรือวิชาเดียว
คำว่า บูรณาการ (Integrated)
บางท่านมีความสามารถมาก
สามารถที่จะนำเอาสาระที่สอนไปคลุกเคล้าเข้ากับสาระอื่น ๆ ได้ถึง 8
กลุ่มสาระ
แต่บางท่านอาจจะเชื่อมโยงด้วยตัวของท่านเองเพียงคนเดียวด้วยสาระที่เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนเพียง
2 สาระก็พอแล้ว (ถ้าได้ทำจริง) หรือคุณครู 2
ท่านนำสาระการเรียนรู้ที่สัมพันธ์ในต่างกลุ่มสาระมาเชื่อมโยงกัน
เป็นการรวมความรู้ ตัวอย่างเช่น
- เรียนรู้อุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเสียงเพลงอีแซว
หรือการแสดงพื้นบ้าน
- เรียนรู้กีฬา
ศิลปะป้องกันตัวด้วยการฝึกกระบี่กระบองผสมผสานกับการขับเสภาและเพลงแหล่
- เรียนรู้และปฏิบัติเรื่องสีลาที่งดงามด้วยการร้องเพลง วาดภาพ
และเต้นประกอบลีลาพร้อมกัน
- เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยผลงานศิลปะ (วาดภาพ ปั้น
ออกแบบ แต่งกลอน ร้องเพลง ดนตรี และการแสดงพื้นบ้าน
ฯลฯ)
จะเห็นได้ว่าการนำเอาสาระที่มากกว่า
1 สาระมาจัดการเรียนรู้ร่วมกันกับสาระอื่นในกลุ่มเดียวกัน
หรือต่างกลุ่มกัน
เป็นการลดภาระงานของนักเรียนและจะช่วยให้นักเรียนได้เห็นคุณค่าของชีวิตว่า
ในความเป็นจริง การใช้ความรู้ไม่ได้ใช้แยกกันเป็นรายวิชา
หรือใช้เพียงกลุ่มสาระใดสาระหนึ่ง หากแต่ว่าจะต้องนำมาผสมผสานกัน
เชื่อมโยงกันตามโอกาสหรือสถานการณ์ต่าง ๆ
จึงจะเกิดความสมบูรณ์
จากความสำคัญในสิ่งนี้ ทำให้ผมจัดทำหลักสูตรศิลปะ (เพิ่มเติม)
ที่ตอบสนองการเรียนรู้แบบบูรณาการให้กับนักเรียนที่เลือกเรียนวิชาเพิ่มเติมได้เรียนรู้แบบองค์รวม
แทนที่จะเรียนเรื่องการวาดภาพเพียงอย่างเดียวหรือเรียนรู้เรื่องของภูมิปัญญาเพียงอย่างเดียว
ในภาพของการเรียนรู้ วิชาเพิ่มเติมชั้น ม.1
รูปแบบในการจัดการเรียนรู้
1.
ผู้เรียนได้เรียนรู้ เรื่องของภูมิปัญญาไทยมี 9-10 ด้าน
และสืบหาแหล่งที่อยู่ของภูมิปัญญาไทย (ในท้องถิ่น) ว่ามีอยู่ ณ
ที่แห่งใดบ้าง
2.
เลือกเรียนรู้ตามความสนใจ (สอบถาม ฝึกปฏิบัติ
ฝึกซ้ำจนชำนาญหรือเป็นอาชีพมีรายได้)
3.
วางแผนที่จะปฏิบัติงานตามแบบครูภูมิปัญญา (ปราชญ์ชาวบ้าน)
ที่ตนสนใจในห้องเรียน
4.
ลงมือปฏิบัติงานภูมิปัญญานั้น ๆ
ตามที่ได้วางแผนเอาไว้อย่างมีความสุข
5.
นำผลงานที่ปฏิบัติแล้วไปเสนอ แสดง เล่า ทำให้เพื่อนดู 2-3 คน ประเมิน
(จัดคุณภาพ)
6.
นำเอาผลจากการประเมินมาพิจารณาปรับปรุง
7.
สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เช่นวาดภาพ ปั้น ออกแบบ แต่งกลอน ร้องเพลง ดนตรี
การแสดง ฯลฯ
นำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ตนเองได้ไปศึกษาหน้าชั้นเรียน
(งานเดี่ยวหรือกลุ่ม ก็ได้) เช่น
แสดงเพลงอีแซวเรื่องอาหารไทยได้รสชาติ
วาดภาพตามความคิดผลผลิตจากท้องนา
เป็นต้น
ในภาพรวมเมื่อได้จัดกิจกรรมตามที่ได้เล่ามา
ผมจัดหน่วยการเรียนรู้ ตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
โดยให้เวลาการปฏิบัติกิจกรรมมากหน่อย
เพื่อที่จะให้เด็กอ่อนได้มีเวลาพัฒนา
ส่วนเด็กเก่งปฏิบัติฝึกกิจกรรมสู่ความเป็นเลิศ
และช่วยเหลือเพื่อน ความสุขใจของเด็ก ๆ
มาอยู่ที่เดือนสุดท้ายของการเรียน
เป็นการนำเสนอผลงานศิลปะที่ตนถนัดเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาที่ตนสนใจที่หน้าห้องเรียน
ตลอดเวลาแห่งการเรียนรู้มีการประเมินผลโดยครู และเพื่อน ๆ
แต่ในวันนำเสนอผลงานช่วงสุดท้าย จัดให้มีผู้ประเมิน 3 ฝ่ายคือ ตนเอง
เพื่อน และครู เมื่อการนำเสนอผลงานจบลง ผู้นำเสนอแสดงความเห็นของตน
เพื่อน 1 กลุ่มแสดงความเห็น ครูให้การยกย่อง
หยิบจุดเด่นที่พบมาให้กำลังใจนักเรียน ผมสอนวิชานี้มา 5 ปีแล้ว
ผู้สอนพึงพอใจ นักเรียนมาสมัครเรียนรุ่นละ 25-35 คน
หากว่าท่านมีวิธีการอื่นที่ประสบความสำเร็จในการสอนแบบบูรณาการ
ที่มองเห็นภาพของความเป็นจริงในการสอนศิลปะหรือกลุ่มสาระอื่น
ขอได้ฉายภาพให้มองเห็นกระบวนการออกแบบจัดกิจกรรม
แนะนำผมบ้างนะครับ อยากที่จะศึกษาวิธีการ
เพื่อนำมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ต่อไป
·
คำสำคัญ (keywords):
ศิลปะ
·
เลขที่บันทึก: 97082
· อ่าน:
แสดง
· ดอกไม้:
0
· ความเห็น:
4
· สร้าง:
2007-05-18 21:57:56 +0700
·
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
เป็นความรู้มากนะค่ะ de de de de de de de de de