สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

แม่ชีอาจารย์ในวัดปากน้ำ (ตอนที่ 3)

แม่ชีอาจารย์ในวัดปากน้ำ (ตอนที่ 3)

เกิดมาหาแก้ว 

     คุณยายอุบาสิกา ปุก มุ้ยประเสริฐ อายุ 100 ปี ได้บวชชี ทำวิชชาธรรมกายขั้นสูงควบคู่กับหลวงพ่อตลอดมา และเคยเป็นครู เป็นหัวหน้าสอนวิชาคุมวิชชาธรรมกาย เบื้องสูงในสถานที่ทำวิชชา (โรงงาน) ของวัดปากน้ำ ในสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ คุณยายปุกปฏิบัติธรรมเจริญวิชชา ชั้นสูง มีสติมั่นคงสงบหนักแน่น มีญาณละเอียดอ่อน เข้าถึง วิชชาธรรมกายที่แก่กล้าขั้นสูง ขั้นละเอียดยิ่งในขั้นฝ่ายบุญ ภาคปราบอันหาศิษย์อื่น ๆ ทัดเทียมได้ยากท่านหนึ่งทีเดียว คุณยายปุก เคยบอกเล่าเรื่องจักรพรรดิ, กายสิทธิ์ แก่เหล่า ศิษย์ใกล้ชิดว่า............

     ในปี พ.ศ. 2482 วัดปากน้ำนั้นเคยมีป่าช้าในวัด ปากน้ำตรงบริเวณตึกคณะเนกขัมม์ในปัจจุบัน ซึ่งในสมัย นั้น........ วันดีคืนดีก็มีดวงสว่าง ๆ ลอยขึ้นมาจาก พื้นดิน บรรดาศิษย์หลวงพ่อ มีแม่ชีต่างก็คอยแอบจ้อง เพื่อจะจับดวงแก้วที่ลอยขึ้นมานั้นให้ได้ แต่ก็ไม่ สำเร็จ เพราะมีพวกเทวดามาคอยขัดขวาง แต่หลวงพ่อ ท่านประสงค์ที่จะเอาแก้วจักรพรรดิ (บรมจักร) ดวงนี้ขึ้น มาเพื่อนำมาช่วยทำวิชชา ช่วยเหลือวัดปากน้ำต่อไป ในการเลี้ยงพระสงฆ์ สามเณร แม่ชี ผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อส่ง เสริมการปฏิบัติธรรมให้เจริญรุ่งเรือง วัฒนาถาวรต่อไป 

     หลวงพ่อท่านจึงสั่งให้แม่ชีต่าง ๆ ที่มีวิชชาสูง นั่งเข้าที่ ทำวิชาเพื่ออัญเชิญแก้วบรมจักรขึ้นมา โดยเอาเข่งครอบพื้น ดินตรงบริเวณที่บรมจักรอยู่ และเอาผ้าขาวคลุมเข่งไว้ คณะแม่ชีผู้ได้วิชชาธรรมกายก็นั่งสมาธิเข้าที่ทำวิชชา นั่งล้อม รอบเข่งนั้น ทำวิชชาเพื่ออัญเชิญบรมจักรที่มีฤทธิ์มีอานุภาพให้ แทรกแผ่นดินขึ้นมา แต่ในครั้งนั้นคุณยายบอกว่า .....ของหยาบ ไม่ขึ้นมา แต่บรมจักรได้แผ่รัศมีขึ้นมาจนจับผ้าขาวออก แสงสว่างจ้าทีเดียว ตามสำนวนภาษาคนเก่า ๆ พูดว่า

     “แสงสว่างจ้าจนแสงเขียวเชียว” คือแสงสว่างจ้าเย็นตาเย็นใจมากนั่นเอง 

     ดังนั้นเมื่อของหยาบไม่ขึ้นมา ขึ้นมาแต่ของละเอียด คณะศิษย์จึงขุด เมื่อขุดพบแล้วก็เอาผ้าขาวหุ้มห่อบรมจักร นั้น แล้วพระภิกษุรูปหนึ่งก็อุ้มออกจากหลุมนำมาไว้ที่วิหาร ขาว หลวงพ่อวัดปากน้ำบอกว่าต้องทำวิชชา 3 เดือนจึง จะเปิดผ้าขาวได้ และเอาดอกมะลิบูชาไว้ 

     แต่ในระหว่างกลางพรรษา มีวันหนึ่งฝนตกหนักชนิดเรียก ว่าเหมือนฟ้ารั่วตกแทบแผ่นดินจะถล่มทะลาย ตามสำนวนคน เก่า ๆ พูด ฟ้าก็คำราม คำรน สะเทือน เลื่อนลั่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งฝนทั้งฟ้า เหมือนดังจะถล่มทลายที เดียว เมื่อเหตุการณ์สงบดีแล้วปรากฏว่า แก้วบรมจักรก้อนนั้น ได้อันตรธานหายไปทั้ง ๆ ที่ห่อผ้าขาวไว้ ผ้าก็ยังห่ออยู่โดย ไม่มีรอยแก้วแต่ประการใด

 

แม่ชีปุก มุ้ยประเสริฐ 

     เป็นศิษย์เอกสำคัญและอาวุโสที่สุดผู้หนึ่งของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนทฺสโร) ท่านมีจริยวัตรอันงดงามและเป็นบุคคลตัวอย่างที่ทุกคนทั้ง หลายทั้งปวงเคารพนับถือและเทิดทูนในความดีงาม

     แม่ชีปุก มุ้ยประเสริฐ เกิดวันจันทร์ เดือน 6 ปีจอ พ.ศ.2429 ที่ตำบลบางสะแก ธนบุรี ท่านเป็นบุตรคนที่หนึ่ง ของนายสมบูรณ์ - นางทองดี มุ้ยประเสริฐ ครอบครัวมีฐานะ และประกอบอาชีพทำสวน และท่านได้ช่วยในการงานมาตลอด

     ท่านเป็นคนจริง ทำอะไรทำจริง ตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส ได้ปฏิบัติธรรมภาวนากับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งท่านศรัทธา และเคารพเป็นครูของท่าน จนท่านได้ดวงธรรมแล้ว มีอยู่วัน หนึ่งท่านต้องการทำบุญ แต่ยังขาดปัจจัยอยู่ จึงได้เก็บผลไม้ จากสวนของน้าท่านไปขายโดยไม่ได้ขออนุญาต แล้วนำเงิน นั้นไปทำบุญ ความประมาทอันดูเสมือนเล็กน้อย แต่ก็เป็นเหตุ ให้ดวงธรรมของท่านดับไป ท่านเสียใจมาก เย็นนั้นท่านได้ อธิษฐานในก่อนนั่งธรรม

     ถ้าหากไม่ได้เห็นดวงธรรมอีก ก็จะไม่ลุกขึ้นจากที่

     ท่านยิ่งนั่งนานไป ก็ปวดเมื่อยไปทั่วตัว ยุงก็รุมกัด ครั้นใจท่านระลึกถึงยามแม่ไก่ซึ่งกกไข่อยู่จะไม่ไปไหน จนกว่าไข่จะฟักตัว ท่านก็ปรารภไว้ในใจว่าจะไม่ยอมละ จากความเพียรประดุจกัน เวลาล่วงไปจนพ้นกลางดึก ท่านจึง ได้ดวงธรรมสุกใสสว่างอีกคำรบหนึ่ง แต่นั้นมาท่านก็รักษาศีล และปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด มิประมาทอีกเลย

     ต่อมาบิดามารดาของท่านถึงแก่กรรม ในปี พ.ศ. 2464 ท่านอายุ 35 ปี ท่านก็ได้สละบ้านเรือนทรัพย์สมบัติออกบวช เป็นอุบาสิกาอยู่ที่วัดปากน้ำ ด้วยจิตศรัทธาต่อหลวงพ่อ ฯ และเพื่อปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกายอย่างเต็มที่ ด้วยการ รักษาศีลอย่างหมดจด เคร่งครัด เคารพในคำสั่งสอนของ หลวงพ่อ มีความขยันขันแข็งในการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง จึงเป็นเหตุให้ได้รับมอบหมายให้เข้าปฏิบัติภาวนาสำหรับผู้ เจริญวิชชาธรรมกายขั้นสูง ในบริเวณที่สงวนไว้สำหรับผู้มี กระแสจิตอันบริสุทธิ์ปฏิบัติภาวนา ซึ่งหลวงพ่อเรียกว่า โรงงาน โดยท่านเป็นหัวหน้าควบคุม ดูแลบรรดาแม่ชีที่ ได้ธรรมกายและปฏิบัติหน้าที่ในโรงงาน และท่านเป็น หัวหน้าเวร ปฏิบัติกิจภาวนา อีกทั้งเป็นครูสอน วิชชาธรรมกาย

     การปฏิบัติธรรม ของท่านเป็นคติสอนใจคนทั้งหลายเป็น อย่างดี เช่นครั้งหนึ่งท่านเกิดป่วยไข้ขึ้นในตอนเย็น และเกิด อาการหิวอย่างมาก ผู้ใกล้ชิดไปกราบนมัสการถามหลวงพ่อ วัดปากน้ำว่า หากแม่ชีปุกจะทานข้าวต้มร้อน ๆ นั้นจะได้หรือ ไม่ หลวงพ่อกลับให้ไปถามแม่ชีปุกว่าถือสัจจะหรือเปล่า เมื่อท่านทราบคำถามนั้นก็ระลึกได้ว่าท่านถือสัจจะอยู่ จึง ไม่รับประทานตายเป็นตายก็จะถือสัจจะ บัดนั้น อาการ ปิติก็แผ่ซ่านหายหิวทันที

     ท่านปฏิบัติกิจภาวนาที่โรงงานเรื่อยมา แม้ภายหลังหลวงพ่อ มรณภาพ ท่านก็มิได้เว้นกิจแต่อย่างไร จวบจนมีการก่อสร้าง โรงงานขึ้นใหม่ แม่ชีปุกระยะนั้นมีอายุ 80 ปีเศษ และชรา มาก จึงอยู่ปฏิบัติธรรมและสั่งสอนอบรมการปฏิบัติภาวนาใน บริเวณที่พักของท่าน จนได้รับการยกย่องว่าเป็น รัตตัญญูแห่งวัดปากน้ำ ฯ ท่านเคร่งครัดการปฏิบัติ หน้าที่อย่างยิ่งตลอดเวลากว่า 60 ปีที่ท่านบวชอยู่

     ท่านเป็นผู้มีอารมณ์เยือกเย็น แจ่มใส โอบอ้อมอารี นุ่มนวล เป็นคนไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ท่านมีน้ำใจงามและมีความ เมตตากรุณาสูงส่ง ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลลูกศิษย์และผู้มาขอ ความอนุเคราะห์เป็นจำนวนมาก ใครทำสิ่งใดไม่ถูกต้องท่านก็ จะเตือนว่า ระวังจะบาปนะ ท่านไม่ตำหนิวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ ลบหลู่ หรือยกยอปอปั้นผู้ใด ด้วยท่านมุ่งจะปฏิบัติธรรมด้วย จิตตั้งมั่น เพื่อถึงความหมดจดแห่งจิต มีทิฏฐิสมบูรณ์ ถึง พร้อมด้วยปัญญา วางตนเหมาะสม เป็นปูชนียบุคคล เป็นผู้ให้คำแนะนำสั่งสอนที่ตรงถูกต้องแท้จริง

     คุณธรรมความดีที่ท่านปฏิบัติโดยเสมอต้นเสมอปลายนี้ ทำให้ผู้ใกล้ชิดมีโอกาสรู้จักแม่ชีปุก เกิดความรู้สึกทั้งอบอุ่น และเยือกเย็นด้วยรู้เห็น ความเป็นแม่พิมพ์และแบบแผนที่ ดีงามสมบูรณ์หมดจด มีความเต็มใจที่จะรับคำแนะนำ ปฏิบัติตามคำสอนของท่านอย่างเต็มที่ และปรารถนาที่จะอยู่ ใกล้ชิดสนิทสนม ท่านเป็นผู้เป็นที่รักเคารพนับถือของทุกคน

     พระเดชพระคุณพระภาวนาโกศลเถระ (วีระ คณุตฺตโม) ได้กรุณาเล่าถึงแม่ชีปุกว่า............."คุณโยมปุก มุ้ย ประเสริฐ ปฏิบัติทำวิชชาธรรมกายเป็นเวลานานกว่า 60 ปี ตั้งแต่อายุ 35 ปี และได้ทำวิชชามาโดยตลอด มิได้ละทิ้งจนวาระสุดท้ายของชีวิต ก่อนถึงแก่กรรมท่าน รู้ตัวตลอด พอถึงเวลาใกล้รุ่ง คุณโยมปุกก็ประนมมือไว้ที่ หน้าอก แล้วถึงแก่กรรมอย่างสงบ"

     อาจารย์แม่ชีปุก มุ้ยประเสริฐ ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2527 รวมสิริอายุย่าง 99 ปี อยู่ในเพศผู้ทรงศีล 63 ปี และได้ฝากประวัติอันดีงามที่ทุกคนภาคภูมิใจไว้ให้อนุชนรุ่น หลังได้รู้และประพฤติปฏิบัติตามแบบอย่างสมศักดิ์สมศรี แห่งผู้ถึงธรรมกาย และศิษย์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ฯ ทุก ประการ

รวบรวมและเรียบเรียงโดย

เขต ต้นรัศมี และ พีรดา สิริจินตกานต์
 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น