สมาชิก
แลกเปลี่ยน

เบื้องหลังบทกลอนไว้อาลัยน้องภู ที่ทำให้น้ำตาท่วมวัดโพธิ์คอย

 ผมขับรถไป แต่งไป บางครั้งก็จอดรถเพื่อเขียน 

ไว้อาลัยน้องภู

                  เมื่อคืนวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ผมไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ น้องภูสุพัน อารยะจารุ บุตรชายคนโตของผอ.ทักษิณและศน.เพ็ญรุ่ง น้องภูอายุ ๗ ขวบ มีโรคประจำตัว ต่อมใต้คอโตเป็นหวัดบ่อย ก่อนเสียชีวิตก็เป็นหวัด แล้วไปรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการเสียชีวิต เป็นการนอนหลับไปแล้วไม่ฟื้นเลย คงเป็นผลจากระบบการหายใจ คืนนั้นผมได้คุยเรื่องนี้กับศน.เพ็ญรุ่ง ศน.เพ็ญรุ่งบอกดีใจมากที่ผมมา อยากให้แต่งกลอนให้น้องภู ที่จริงใจผมก็อยากแต่งให้อยู่แล้ว พอศน.เพ็ญรุ่งบอกผมก็รับปากทันที แล้วก็เริ่มขอข้อมูล ก่อนกลับผมเดินขึ้นไปหาน้องภูที่เครื่องตั้ง แล้วอธิษฐานให้น้องภู ไปสู่สุคติ บอกว่า ลุงจะแต่งกลอนให้

                 เมื่อลาเจ้าภาพเดินทางกลับจากวัดโพธิ์คอยสู่บ้านอำเภอเก่าสองพี่น้อง ผมขับรถไปแต่งไป บางครั้งก็จอดรถเพื่อเขียนในกระดาษกันลืม จนถึงบ้าน มานอนแต่งต่ออีกสักครู่ จึงไปเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์พิมพ์บทกลอนบันทึกไว้แล้ว สั่งพิมพ์ออกมา จากนั้นจึงโทรศัพท์มาหาศน.เพ็ญรุ่ง เวลาใกล้ตี ๑( ผมรู้ว่าเสียมารยาทแต่เดาว่าศน.เพ็ญรุ่งยังไม่นอนหรือนอนไม่หลับ..สักครูศน.เพ็ญรุ่งมารับโทรศัพท์ผมจึงบอกบทกลอนทางโทรศัพท์..ให้จดทีละวรรค..ศน.เพ็ญรุ่งจดไปสะอื้นไห้ไป(ผมได้ยินอย่างนั้น)จนเสร็จ

                รุ่งขึ้นวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ผมนัดเด็กเพลงอีแซวมาแจกเนื้อ เตรียมไปแสดงที่พุทธมณฑล จึงไม่ได้ไปร่วมงานฌาปนกิจศพน้องภู แต่ได้ฝากบทกลอนไว้อาลัยไว้แล้ว ผมทราบจากเพื่อนครูบางลี่วิทยาและท่านศน.สพท.สพ.๒ หลายท่านที่ไปร่วมงานว่า มีท่านผู้มีความสามารถและเป็นญาติน้องภู เป็นผู้ขับเสภาถ่ายทอดความรู้สึกจากบทกลอนที่ผมแต่งสู่ท่านที่มาร่วมงาน ร่วมไว้อาลัย ขณะฟังบทกลอนหลายท่านน้ำตาซึม หลายท่านสะอื้น ญาติคนหนึ่งทนไม่ไหวบอกว่านำมาอ่านทำไม หลายคนต้องบอกว่าเพื่อเป็นการรำลึกถึง ความน่ารัก ความน่าเอ็นดู และบ่งบอกถึงความรักที่ทุกคนมีให้น้องภู เป็นครั้งสุดท้าย เหมือนการเชิดชูผู้ล่วงลับ ญาติคนนั้นจึงพยักหน้า

               นี่คือตัวอย่างบทกลอนที่ผมแต่งคืนนั้น

 ยังไม่ควรถึงครามาลาลับ  ดั่งเทียนน้อยค่อยค่อยดับสูญสิ้นแสง

ลมหายใจรวยรินแผ่วสิ้นแรง   ภูสุพันคือแหล่งรวมอุรา

แม่เพ็ญรุ่งพ่อทักษิณสิ้นภูแล้ว เหมือนดวงแก้วลอยหายไปต่อหน้า

เห็นลูกภูอยู่หลัดหลัดมาลัดลา  ดั่งสายฟ้าลงฟาดขาดกลางทรวง

เมื่อยังอยู่ภูสุพันนั้นน่ารัก           ช่างรู้จักเจรจาน่าแหนหวง

คนอ็นดูภูสุพันกันทั้งปวง           น้องภูอยู่ในช่วงน่าเชยชม

ยี่สิบห้ากุมภาพันธ์วันพลัดพราก น้องภูจากก่อนถึงวันอันเหมาะสม

คนอยู่หลังล้วนอาลัยใจระทม     สุดจะข่มอุราน้ำตาริน

แม่พ่อขอส่งรักทักษิณา             ดวงวิญญาณ์ลูกจงสุขทุกข์หมดสิ้น

นำน้องภูสู่กุศลหมดมลทิน         ไปสู่ถิ่นทิพย์สถานวิมานเทอญ

 

              

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: เผยแพร่ประสบการณ์ 
· หมายเลขบันทึก: 84604 · เขียน:  
· ความเห็น:
11
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
ปวีณา ธิติวรนันท์
เขียนเมื่อ Sat Mar 17 2007 14:22:42 GMT+0700 (ICT)
  • ใจหายที่หลานจากไปไม่มีวันกลับ เรายังสะเทือนใจขนาดนี้ หัวอกของพ่อแม่คงสะท้อนสะเทือนหลายพันหมื่นเท่า
  • ขอให้น้องภูจงไปสู่สุขติในสัมปรายภพ และเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ-คุณแม่น้องภูเข้มแข็ง น้องภูจากไปด้วยดี เพราะบุญที่ตามติดมาแต่ชาติปางก่อน ตอนนี้น้องภูไปสบายแล้ว
  • ขอบพระคุณท่านอาจารย์พิสูจน์ ที่กลั่นกรองความรู้สึกรักอาลัยสุดหัวใจออกมาแทนทุกคนที่ผูกพันกับน้องภูได้อย่างซาบซึ้ง
  • เท่าที่ผ่านมาเคยเห็นอาจารย์ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทกลอนกันแบบสด ๆ ก็หลายครั้งหลายครา...คงมีโอกาสได้เห็นบทกลอนยอดเยี่ยมเหล่านั้นทยอยขึ้นนำเสนอในบล็อกต่อไปนะคะ
  • ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
นาง สุมาลี พิเชฏฐ์พงษ์
เขียนเมื่อ Sat Mar 17 2007 16:57:41 GMT+0700 (ICT)

เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  เป็นวงจรชีวิตของมนุษย์  น้องภูเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวงจรนี้ แต่ยังไม่ทัน  "แก่ "

  • น้องเขามีบุญมากกว่าพวกเรา  เขาจึงได้ไปสบายก่อนเรา ขอให้น้องภูจงไปสู่สุขคติ เถอะนะ  ป้า ๆ ยังระลึกถึงหนูอยู่

  • วันนี้ (17  มี.ค. 50)ผู้เขียนเดินทางผ่านชีวิตมาป้ายที่  50/7  ก็ได้รับข่าวว่า  พี่ชาย   เสียชีวิตกระทันหันด้วยโรคหัวใจ สงสารก็แต่ภรรยาที่ไม่มีอาชีพ   สงสารหลาน ที่ยังเรียนไม่จบ 

  • น่าสงสารบุคคลผู้ใกล้ชิดจังที่ต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรักอย่างไม่มีวันได้กลับมา

  •  ทุกคนก็ต้องเจอะเจอเรื่องอย่างนี้กันทุกคนนะไม่ช้าก็เร็ว

  • มาสร้างบุญบารมีกันไว้ดีกว่าที่จะแก่งแย่งชิงดีกัน  ตายแล้วไม่เห็นนำอะไรติดตัวไปได้ซักชิ้นหนึ่ง เฮ้อ.......

ลำดวน
เขียนเมื่อ Sun Mar 18 2007 22:28:56 GMT+0700 (ICT)
  • ดิฉันเป็นหนื่งในอีกหลายๆคนที่น้ำตาซึม
  • เพราะฟังบทเสภาแล้วรู้สึกว่าใช่เลย
  • เก่งทั้งคนแต่งทั้งคนขับเสภา
dh_witch
IP: xxx.146.63.182
เขียนเมื่อ Mon Mar 26 2007 11:23:45 GMT+0700 (ICT)

ถึง พี่ศน.(คนสวย)

   ขอร่วมแสดงความเสียใจด้วยนะคะ กับการจากไปของลูกชายอันเป็นที่รัก  ชีวิตทุกชีวิตล้วนแล้วแต่เป็นไปตามกรรม ดังนั้น เราควรที่จะระลึกอยู่เสมอว่า ที่แท้จริงแล้ว เราทุกคนเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่ และจงมุ่งมั่นปฏิบัติตามแนวทางของพุทธองค์ อันจะนำไปสู่ที่สุดแห่งธรรมค่ะ   

อากบ โอ๊บ ๆ
IP: xxx.27.215.252
เขียนเมื่อ Tue Mar 17 2009 16:19:25 GMT+0700 (ICT)

หลานภู

ดาว
IP: xxx.172.199.250
เขียนเมื่อ Thu May 28 2009 17:09:10 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาติ นำบทกลอนไปเป็นตัวอย่างนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

นายประจักษ์ ปานอินทร์
เขียนเมื่อ Thu May 28 2009 17:19:55 GMT+0700 (ICT)

ฝากครูพิสูจน์ ไปด้วยนะครับ

Sup007a1

IP: xxx.143.172.227
เขียนเมื่อ Thu Apr 01 2010 16:02:17 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาตนำบทกลอนไปเป็นตัวอย่างแต่งกลอนไว้อาลัยให้กับนักเรียนค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

จอย
IP: xxx.67.191.20
เขียนเมื่อ Sat Jul 30 2011 15:28:35 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาตนำบทกลอนไปดัดแปลง เพื่อเป็นกลอนไว้อาลัยให้แก่หลานสาว (อายุ 2 ขวบ) นะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ

Aj.Adisorn
IP: xxx.29.33.202
เขียนเมื่อ Tue Feb 07 2012 12:47:44 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาตนำบทกลอนไปดัดแปลง เพื่อเป็นกลอนไว้อาลัยให้แก่น้องชาย ขอบพระคุณมากคับ

ครูแวว
IP: xxx.49.233.61
เขียนเมื่อ Wed Feb 20 2013 20:40:24 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาตนำไปดัดแปลงไว้อาลัยให้หลายค่ะ ขอบคุณและขออุทิศส่วนกุศลให้กับน้องภูด้วยค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์