สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ภาวะผู้นำ Leadership

 ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณสมบัติของผู้นำ การสร้างภาวะผู้นำ เศรษฐกิจพอเพียงกับภาวะผู้นำ จริยธรรมของผู้นำ ตามแนวพระราชดำริ 

สวัสดีครับ ผู้อ่านทุกท่าน

เมื่อวันศุกร์ที่ 23 และเสาร์ที่ 24 ก.พ. ได้รับเกียรติจาก  ศ.ดร.จีระ ให้ไปดำเนินการปฐมนิเทศแนะนำวิธีการเรียน การสอน และการส่ง Blog ให้กับ น.ศ. MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหิน  วิชา ภว. 524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร  

ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรู้จักนักศึกษา MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน  สองวันที่ผ่านมา นักศึกษาส่วนใหญ่ สนใจการเรียนรู้และตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี  

  MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด

กิจกรรมในวันแรก ได้ปฐมนิเทศให้นักศึกษา ได้ทราบถึงกำหนดการ  แนวทางการเรียนการสอน การส่ง Blog ดังรายละเอียดตอนท้ายนี้ 

ชื่อหลักสูตร  บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต รหัสวิชา / ชื่อวิชา ภว. 524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอาจารย์ผู้สอน ศ. ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และทีม Chira Academy           

http://www.chiraacademy.com/

วัน / เวลา  ทุกวันศุกร์  เวลา 18.00 – 21.00 น.   

ครั้งที่

วันที่

หัวเรื่อง

1 วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ (18.00 – 21.00 น.) ปฐมนิเทศแนะนำวิธีการเรียนการสอน และการส่ง Blog ผู้นำกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดย คุณยม  นาคสุข
2 วันเสาร์ที่ 24กุมภาพันธ์(09.00-17.00 น.) ต่อ ผู้นำกับการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (ช่วงเช้า)     (ช่วงบ่าย)  ศิลปะการเป็นผู้นำ ยุคใหม่ / การบริหารเชิงกลยุทธ์
3 วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.)     อ.ยม (ต่อ) กลยุทธ์พัฒนาภาวะผู้นำ
4 วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม (09.00-17.00 น.) Leadership in the changed world. (Focus on Public Sector)By Mr. Peter Bjorkร่วมแปลสรุปความโดย คุณยม  นาคสุข

5

6

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.) และ

วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม (9.00-17.00 น.)

แนะนำ concept 4L’s มอง Macro ไปสู่ Microภาวะผู้นำของหญิง ชาย  ภาวะผู้นำระหว่างตะวันตกตะวันออกA Model of Effective Leadershipคุณลักษณะของผู้นำยุคโลกาภิวัตน์  บทบาทของผู้นำยุคโลกาภิวัตน์ 3 แนวทาง  โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
7 วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.) ผู้นำกับการบริหารความขัดแย้ง และการเจรจาต่อรองโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
8 วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม(09.00-17.00 น.) ผู้นำกับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
9 วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม (18.00 – 21.00 น.) วิธีการคิดแบบผู้นำo       เรียนรู้จากบทสัมภาษณ์จีระ ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์o       เรียนรู้จากบทสัมภาษณ์จีระ อำนวย วีรวรรณโดย คุณยม  นาคสุข
10 วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม สอบปลายภาค

   

MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด         

การวัดผลการเรียน 

1. 15% 1st Participation ต้อง ส่งการบ้านทาง Blog สัปดาห์ละครั้ง ภายในวันพุธ ซึ่งจะมี Blog ชื่อ  MBA Stamford/Leadership การบ้านคือ

          1.1 เรียนในแต่ละสัปดาห์ได้เรียนรู้อะไรบ้าง จากการเรียนวิชานี้ ทั้งในชั้นเรียนและ  จากการศึกษาค้นคว้าอ่านตำราและ Internet เพิ่มเติม

          1.2. หรือและทำรายงานตามที่อาจารย์ผู้สอนจะมอบหมายเพิ่มเติมในระหว่างชั้นเรียน

2.  15% 2nd Participation ต้อง การเข้าชั้นเรียน และการมีส่วนร่วมในห้องเรียน 

        

3.  20% 3rd Participation ต้อง ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ และสรุปที่ได้ดูและศึกษามา ซึ่งมีการวัดผล   

            

4. 30% 4th Participation ต้อง ทำรายงาน case study โดยการศึกษาโจทย์เกี่ยวกับเรื่อง Leadership

5.  20% 5th Participation ต้อง สอบปลายภาค       

           

ทีมงานผู้ช่วยสอน

  1. อาจารย์ยม นาคสุข
  2. อาจารย์โลตัส
  3. คุณวราพร ชูภักดี (A)
  4. คุณเอราวรรณ  แก้วเนื้ออ่อน (เอ)

 Reading List 

  1. หนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้
  2. หนังสือ 2 พลังความคิดชีวิตและงาน คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ และ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์    
  3. Quiet Leadership: Six Steps to Transforming Performance at Work (Hardcover) by David Rock
  4. อุปนิสัยที่ 8 : จากประสิทธิผลสู่ความสำเร็จ = The 8th habit : from effectiveness to greatness / Stephen R. Covey ; เรียบเรียงโดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ; บรรณาธิการ จิรายุทธ ประเจิดหล้า 
  5. Jack Welch and the 4E’s of Leadership  

การเปิด Blog เพื่อส่งรายงาน/การบ้าน

  1. เข้าไปที่ www.google.com
  2. พิมพ์ชื่อ ดร.จีระ
  3. กด Enter
  4. เลือก รายการแรกที่ปรากฏหน้าจอคอมพิวเตอร์  จะพบเว็บของ ศ.ดร.จีระ
  5. http://www.chiraacademy.com/ หรือถ้าเลือกรายการที่สอง คือทุนมนุษย์กับ ดร.จีระ จะพบ http://gotoknow.org/blog/chirakm/77991
  6. แล้วเลือก Blog ที่มีชื่อ ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
  7. คลิ๊ก เขาไปจะพบ ข้อความของ ศ.ดร.จีระ เขียนทักทาย น.ศ. ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด 
  8. ควรอ่านข้อความดูว่ามีอะไรบ้าง จากนั้น
  9. นำบทความที่เราเขียนไว้ copy มาวางลงใน blog

สัมมนา ภาวะผู้นำ ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด 

 การนำข้อมูล/รายงาน/การบ้าน มาวางลงใน Blog 

  1. ศึกษาข้อมูล ประเด็นที่จะเขียน จากการเรียนในห้อง จากเอกสารประกอบการบรรยาย จากหนังสือที่เกี่ยวข้อง  หรือที่อาจารย์ผู้สอนมอบหมาย  ศึกษาเพิ่มเติมให้เข้าใจ ก่อนลงมือเขียน
  2. เขียน ร่างลงในโปรแกรม Microsoft Office ก่อน
  3. เลือกตัวอักษร แบบ Tahoma ขนาด 14 สำหรับตัวหนังสือปกติ ขนาด 20-18-16 สำหรับหัวข้อเรื่อง
  4. สีตัวอักษร สีเข้ม เช่น เลือกสีดำ สีน้ำเงิน
  5. ทำแถบสีที่ต้องการเน้น
  6. เนื้อหาให้ครบถ้วนกระบวนการ เปิดประเด็น ดำเนินเรื่อง สรุปเสนอแนะ
  7. กล่าวทักทาย อาจารย์ เพื่อนนักศึกษา และผู้อ่านทั่วโลก ที่เข้ามาอ่าน
  8. ตรวจสอบหาคำผิด แก้ไข
  9. Copy นำไปวางใน Blog
  10. ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะ การย่อหน้า ให้เคาะเว้นย่อหน้าเพิ่มใน Blog อีก สองบรรทัด(สองครั้ง ในทุกยอหน้า
  11. ใส่ชื่อในช่องใส่ชื่อ  ใส่ Email และรหัส ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ตอนท้าย
  12. กด บันทึก
  13. เปิดอ่าน ตรวจสอบดูอีกครั้งหนึ่ง  
  14. นักศึกษา สามารถเขียนหรือ ทำ Blog ให้ได้บ่อยครั้ง หรือมีเนื้อหาสาระ ตามที่ใจต้องการ 
  15. การเขียน Blog ให้ระลึกถึงผู้อ่านทั่วโลก เสมอ  การเขียน Blog ถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นภาพของท่านเอง
  16. ส่ง Blog ตรงเวลา  ส่งก่อนเวลาก็ได้ไม่ผิดกติกา

ผมได้แนะนำนักศึกษาเพิ่มเติม ว่า การเรียน ป.โท ขอให้ตรงต่อเวลา หลีกเลี่ยงการขาดเรียน ส่งรายงาน สิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ตรงเวลา  สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ภายใต้หลักการพูด ภาวะผู้นำและ ศีลธรรม อันดีงาม และควรศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม  

สิ่งดังกล่าวข้างต้น คือสิ่งที่ผมได้ปฐมนิเทศไปในช่วงต้นของการเรียนการสอน

  

ขอชื่นชมนักศึกษาหลายคนมีส่วนร่วมในการเรียนได้ดี ขอบใจเจ้าหน้าที่ของ มหาวิทยาลัยที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก เป็นอย่างดี

ใน blog ถัดไปผมจะเขียนถึงสิ่งที่ได้มีการเรียนการสอน มีประเด็นอะไรให้นักศึกษาได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในชั้นเรียน และมีสิ่งประทับใจอะไรบ้างที่ ม.นานาชาติแสตมป์ฟอร์ด หัวหิน

  

สวัสดี

  

  

  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: ผู้นำ leadership ภาวะผู้นำ ยม อาจารย์ยม ภาวะผู้นำ ผู้นำ 
· หมายเลขบันทึก: 80586 · เขียน:  
· ความเห็น:
92
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Mon Feb 26 2007 13:02:49 GMT+0700 (ICT)

Blog นี้ ผมทำการสรุปประเด็นที่ได้มีการเรียนการสอนร่วมกับนักศึกษา MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด ที่หัวหิน เมื่อวันศุกร์ตอนเย็นและวันเสาร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับ ภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง

 

 

สรุปสาระที่มีการเรียนการสอน และแนะนำให้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ดังนี้

  1.   โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปล
  2.  ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร
  3. ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ
  4. กรอบแนวความคิด แนวคิดทฤษฎีฯ
  5. สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่
  6. แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ
  7. กิจกรรมกลุ่ม

 

 โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง 

กรอบแนวความคิด

 

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

  

สัตว์ในโลกที่ไม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของโลก ได้สูญพันธ์ไปแล้ว เช่น ไดโนเสาร์

  

ความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ  ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนไปซื้อรายอื่น

 

  Bill Gates “Business is going to change more in the next ten years than it has in the last fifty.”

 

  

II.           ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร

 

กรอบแนวความคิด

 

ภาวะผู้นำ : เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ  The Energy that Drives Your Organization towards Excellence

 

ภาวะผู้นำ : สมรรถนะหลักของผู้บริหาร คือปัจจัยหนึ่งที่จะนำความสำเร็จมาสู่องค์กร

  (ปัจจัยความสำเร็จอื่น ๆ แนะนำให้ค้นคว้าเพิ่มเติมจาก Internet เช่น ปัจจัยแห่งความสำเร็จของโครงการปัจจัยภายนอก (PEST framwork)ได้แก่ด้านสถานการณ์การเมืองด้านเศรษฐกิจด้านสังคม ด้านเทคโนโลยีฯปัจจัยภายใน (7's framwork)ได้แก่วิสัยทัศน์ยุทธ์ศาสตร์การจัดการ โครงสร้างการจัดการที่เหมาะสม. ระบบที่เอื้อต่อการทำงาน.คน/ทีมงาน/ผู้บริหาร/ผู้นำทักษะ ประสบการณ์ของทีม

  รูปแบบการทำงาน/รูปแบบการจัดการ ที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์)

 

 

III.        ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ

 

กรอบแนวความคิด

ความหมายผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ ภาวะผู้นำ Leadership เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร  ลักษณะผู้นำที่ดีผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน

  • (ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์)สามารถนำเสนอความคิดใหม่

1.    ทุนความรู้ 

 

2.    ทุนปัญญา

 

3.    ทุนทางสังคม

 

4.    ทุนทาง IT

 

·        สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้

 

5.    ทุนความเป็นมนุษย์

 

6.    ทุนทางความสุข

 

·        สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้

 

7.    ทุนจริยธรรม คุณธรรม

 

8.    ทุนแห่งความยั่งยืน

 

 

 Best Leaders(Susan Annunzio .2006 eLEADERSHIP: 27-32) 

  1. Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn 
  5.  Sense of adventure
  6. Vision
  7. Altruism

 

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)
  3. มีความสามารถ (Competence)
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)
  5.  มีความเป็นกลาง (Neutrality
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation
  7.  ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)

 

ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี

  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6.  แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.   ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ

 

IV. ภาวะผู้นำ แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำ 

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์

1.   ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ

  มีความเชื่อว่า ผู้นำที่มีคุณลักษณะดี จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามศาสตร์ของจีน มีการเก็บข้อมูลลักษณะของผู้นำว่า มีลักษณะสูงใหญ่ คิ้วดก ขนดกดำ สังเกตจากรูปภาพแม่ทัพจีนโบราณ ซุนวู เป็นต้น สัตว์ป่าจ่าฝูง เพศผู้จะมีลักษณะโครงสร้างใหญ่ มีขนสวยสง่างาม เป็นต้น ต่อมาภายหลังมีการพัฒนาการศึกษาลักษณะผู้นำ ว่าเป็นผู้ที่มีลักษณะ ดังนี้(แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Sheet)

  • มีความทะเยอทะยาน (Ambition)
  • มีความอุสาหะพากเพียร (Persistence)
  • มีความกล้าหาญ (Courage)
  • มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)
  • มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)
  • มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)
  • มีความยุติธรรม (Justice)
  • มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)
  • มีความยืดหยุ่น (Flexibility)
  • มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)
  • มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline)

 2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม(แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Sheet)ตารางพฤติกรรมการบริหาร
Robert R. Blake & Jane S. Mouton

  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่คน ไม่ค่อยเน้นที่งาน
  • ผู้นำที่ไม่สนใจทั้งงานและคน
  • ผู้นำที่เอาใจใส่ทั้งคนและงาน
  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่งาน ไม่ค่อยเน้นที่คน
  • ผู้นำที่เดินสายกลาง

 3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ (แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Sheet)

  • เมื่อสถานการณ์เอื้อต่อการใช้ความเป็นผู้นำ กลุ่มจะตั้งใจทำงานโดยไม่ต้องมีการคะยั้นคะยอมาก
  • บุคคลแต่ละคนจึงควรทำงานในสถานการณ์ที่เหมาะกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขา
  • ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขาเอง
  • (The Hersey-Blanchard Life Cycle Theory of Leadership)

Leadership concept that hypothesizes that leadership styles should reflect primarily the maturity level of the followers. (Certo, 2003)

 

V.     สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่

Leadership Competency Definitions
สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ

 

1. LEADING CHANGE ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง

  • Continual Learning การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  • Creativity and Innovation มีความคิดสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรม
  • External Awareness ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก
  • Flexibility ความยืดหยุ่น
  • Resilience ปรับเปลี่ยนได้
  • Service Motivation จูงใจใฝ่บริหาร
  • Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์
  • Vision การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลได้ดี

  2.   LEADING PEOPLE DRIVING ศักยภาพในการเป็นผู้นำ  

  • Conflict Management การบริหารความขัดแย้ง
  • Leveraging Diversity ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม
  • Integrity/Honesty ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์
  • Team Building สร้างทีมงาน

  3.   RESULTS DRIVING การมุ่งผลสัมฤทธิ์  

  • Accountability . ความรับผิดชอบ
  • Customer Service การให้บริการลูกค้า
  • Decisiveness การตัดสินใจ
  • Entrepreneurship ความเป็นผู้ประกอบการ
  • Problem Solving การแก้ไขปัญหา
  • Technical Credibility มีเทคนิคที่เชื่อถือได้

 4.   BUSINESS ACUMENT ความเฉียบคมทางการบริหาร

  • Financial Management การบริหารจัดการด้านการเงิน
  • Human Resources Management การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
  • Technology Management การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี
  • Customer Management การบริหารลูกค้า

 5.    BUILDING COLITIONS  การสร้างความเข้าใจ

  • Influencing/Negotiating การเจรจาต่อรอง
  • Interpersonal Skills ทักษะด้านคน การโน้มน้าว
  • Oral Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา
  • Partnering ความสามารถในการมีส่วนร่วม
  • Political Savvy ความรอบรู้ด้านการเมือง
  • Written Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน

 

VI.  แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศJeffrey A. Krames. JACK WELCH AND THE 4E’s OF LEADERSHIP; How to Put GE’s Leadership Formula to Work in Your Organization: 2005: 5.

  1. ENERGY Drive/ Embraces/ Change
  2. ENERGIZE Vision / Sparks / Others
  3. EDGE Strong Competitor/ Makes Difficult Decisions
  4. EXECUTION Delivers Results/Consistent / Performer

พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ

  1. คล่องคิด (Mental Agility) ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา
  2. คล่องคน (People Agility) รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้
  3. คล่องผล (Result Agility) ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้
  4. คล่องเปลี่ยน (Change Agility) ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้างนวตกรรม

เซอร์วิลสตัน เซอร์ซิล รัฐบุรุษอังกฤษ (Dr. Boonton Dockthaisong)

  1. รักมั่น
  2. กตัญญู
  3. รู้คุณ
  4. ทำบุญสุนทาน
  5. อภิบาลอารมณ์
  6. ไม่กล่าวร้าย ไม่กล่าวหา ไม่เป็นกลุ่มฮายิน่า
  7. อดทน ฟันฝ่า เดินหน้า สร้างอนาคต

ใน Blog ต่อไป จะเป็นการแชร์ความรู้เกี่ยวกับ ภาวะผู้นำ ที่ได้จากแนวพระราชดำริฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเรา  เช่น เศรษฐกิจพอเพียงกับภาวะผู้นำ เป็นต้น

อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Mon Feb 26 2007 14:03:31 GMT+0700 (ICT)

VI.  แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ(ต่อจาก Blog ที่แล้ว)

 

ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากจริยธรรมของผู้นำในแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  1. การบริหารจะต้องเป็นการบริหารเพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อความเจริญของประเทศ และเพื่อความผาสุกของประชาชน การบริหารจะต้องไม่เอาประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ของญาติพี่น้อง ประโยชน์ของบริวารเข้ามาเกี่ยวข้อง
  2. จะต้องบริหารด้วยความสามัคคี เพราะจะนำไปสู่ความร่วมมือและความเข้มแข็ง ทำให้งานบรรลุผลสำเร็จ
  3. จะต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พระองค์ทรงรับสั่งว่าจะต้องซื่อสัตย์สุจริตทั้งในความคิด การพูด และการกระทำ ผมขอให้ความเห็นส่วนตัว เป็นการขยายความ ผู้บริหารนอกจากจะซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ต้องดูแลคนรอบข้างตัวเราให้ซื่อสัตย์สุจริตด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริหารจำต้องเพิ่มเติมคำว่า เสียสละและจงรักภักดีเข้าไปด้วย
  4. จะต้องเป็นการบริหารที่ถูกต้อง คือถูกต้องตามกฎหมาย ตามกฎเกณฑ์ เที่ยงธรรม เที่ยงตรง มีประสิทธิภาพ และให้ประสิทธิผลสูง ความเห็นส่วนตัวของผม เห็นว่าผู้บริหารจะต้องมีมาตรฐานเดียวเสมอหน้ากัน ทั่วถึงกัน ต้องไม่มีหลายมาตรฐาน หรือ ไม่มีมาตรฐานเลย หรือใช้มาตรฐานตามอารมณ์ มาตรฐานตามกิเลส
  5. จะต้องเป็นการบริหารงานที่เป็นเอกภาพ คือการประสานงาน ประสานประโยชน์ ระหว่างหน่วยงาน พระราชดำรินี้ชัดเจนและเข้าใจง่าย แต่โดยข้อเท็จจริง หน่วยงานภาครัฐค่อนข้างละเลยจนเป็นอุปสรรคที่ไม่มีในตำรา บางทีก็กลายเป็นการแข่งขัน หรือกลายเป็นการแก่งแย่งกันเองระหว่างหน่วยงานต่างๆ
  6. ต้องบริหารด้วยความเฉียบอย่างต่อเนื่องอย่าง เช่น พระมหาชนก ผู้บริหารจะต้องไม่กลัวลำบาก กลัวเหนื่อย ดำรงความมุ่งหมายอย่างกล้าหาญ กล้าเผชิญอุปสรรค และ อดทนต่อความยากลำบาก
  7. ผู้บริหารต้องไม่หวาดกลัวต่ออิทธิพลใดๆ และต้องอยู่กันคนละฝ่ายกับความไม่ถูกต้อง
  8. ผู้บริหารจะต้องศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง อย่างลึกซึ้ง อย่างกว้างขวาง ทั้งทางลึกและทางกว้าง
  9. ผู้บริหารจะต้องมีความสำนึกในความรับผิดชอบ และเห็นความสำคัญของงาน ความรับผิดชอบหมายรวมถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุตามกฎที่กำหนด พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า การเห็นความสำคัญของงาน ความสำนึกในความรับผิดชอบ และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องทำพร้อมและควบคู่กันไป
  10. ผู้บริหารจะต้องรู้จักทรัพยากรอย่างประหยัดและฉลาด มีความถูกต้องเหมาะสม การที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานทฤษฎีใหม่ที่ได้ยินจนชินหูว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการชี้แนวทางในการดำรงชีวิตใหม่ให้พวกเราพออยู่พอกิน ทำให้เกิดการสมดุลการดำรงชีพอย่างประหยัดและฉลาด
  11. ผู้บริหารจะต้องมีสติมีปัญหา สามารถพิจารณาปัญหาได้กว้างไกลรอบคอบทุกแง่มุม ส่วนตัวเห็นว่าผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ ทัน สมัย ทันเหตุการณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะในสาขาอาชีพของตน
  12. ผู้บริหารต้องแน่วแน่ที่จะแก้ไขในสิ่งผิด ทุกคนคงได้ยิน ผมเชิญมาจากเพลงพระราชนิพนธ์ เห็นว่าผู้บริหารจะต้องกล้าที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ผิด และมีความแน่วแน่ที่จะแก้ไข การบริหารย่อมผิดพลาดได้ แม้จะรอบคอบ ระมัดระวังแล้ว ดังนั้น การแก้ไขสิ่งที่ผิดจึงไม่ใช่เรื่องน่าละอาย การทำชั่ว ประพฤติชั่วต่างหากที่น่าละอาย
  13. ผู้บริหารจะต้องบริหารแบบปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ข้อนี้มาจากเพลงพระราชนิพนธ์เช่นเดียวกัน ผมเดาว่าทรงหมายถึงการไม่โอ้อวดมุ่งแต่ผลงาน ไม่หวังคำชมเชย ภูมิใจแต่ความสำเร็จ
  14. ผู้บริหารทุกระดับที่มีผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหารต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา

 

ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กับภาวะผู้นำ
  1. รอบรู้ ใฝ่รู้
  2. คู่คุณธรรม
  3. มีเหตุ มีผล
  4. รู้ตน พอประมาณ
  5. มองการณ์ไกล ใส่ใจภูมิคุ้มกัน
 

(แนะนำให้นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมใน Blog ตอนท้ายนี้ เพราะไม่ได้ใส่ไว้ใน Sheet)

 

เศรษฐกิจพอเพียง

3 หลักการ2 เงื่อนไข
สมรรถนะที่พึงประสงค์ของผู้นำวิเคราะห์จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ความพอประมาณModerationความพอดี พอประมาณ ที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
  •    พอมีพอกิน รู้จักตน รู้จักประมาณ     
  • ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา      มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคน
  •   อยู่ได้ด้วยตนเอง     
  • พอในความต้องการ 
  •  ด้วยความพอเหมาะพอดี     
  • ถูกต้อง พอเหมาะพอดี     
  • ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง
  • ค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี
  • ทำการทุกอย่าง ด้วยความมีสติ  
ความมีเหตุมีผลReasonablenessการตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
  • ความคิดพิจารณาด้วยตนเอง
  •  ตรงเป้าหมาย ตรงความจริง
  •  คิด พูด ทำ ถูกต้องตามหลักเหตุผล
  • ถูกต้อง และเหมาะสม
  • ทำการทุกอย่างด้วยเหตุผล 
  •  ทำด้วยความมีสติ และด้วยความรู้ตัว 
  •  รู้จักสังเกตศึกษา เพื่อให้สามารถทำงานได้เสร็จสมบูรณ์ทุกสิ่ง
ความมีภูมิคุ้มกัน Self-Immureการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
  •   มีทางที่จะแก้ปัญหาได้เสมอ
  •  ผลสำเร็จที่จะเกิดจากงาน เป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น
  • ไม่ประมาทปัญญาผู้อื่น
  •  ค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ
  •  เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับที่สูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับ.
  • ควบคุมกายใจและความคิด 
เงื่อนไข ความรู้ Knowledge ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ 
  •   มีความรู้ ศึกษาให้รู้ ให้ทราบ     
  • เข้าถึงแก่นแท้ของเรื่องนั้นปัญหา     
  •  เข้าใจปัญหาต่าง ๆ อย่างชัดเจนถูกถ้วน
  • มีความรู้      ความรู้ และความดีของตัว ให้ใส่ลงไปในงาน
  •  ชำนาญทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ*      ทำการทุกอย่างด้วยความรู้ตัว
  •  เห็นจุดหมาย เห็นสาระ และประโยชน์ที่แท้ของงานนั้นอย่างแจ่มแจ้ง
  • นำวิชาการด้านของตนประสานเข้ากับวิชาการด้านอื่น ๆ ได้โดยสอดคล้อง ถูกต้อง และเหมาะสม . . . 
เงื่อนไข คุณธรรมEthic Virtueความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
  •   มีคุณธรรม
  •  มีการช่วยกัน ร่วมมือร่วมใจกัน
  • แก้ปัญหาต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่นฝ่ายอื่นอยู่เป็นปรกติ*      ความสุจริตใจและจริงใจ
  •  เมตตาอารีและความไม่มีอคติ
  •  ไม่เสเพล และไม่ปล่อยตนให้เป็นทาษแห่งอบายมุขต่าง ๆ
  •  ยึดมั่นในจรรยาบรรณในวิชาชีพของตน*      วางตนได้สม่ำเสมออย่างเหมาะสม.
  •  เป็นกลาง
  •   วิชาการกับหลักธรรมนี้มีประกอบกันพร้อม 
  •  รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ

สำหรับ ช่วงที่ VII ใน Blog ถัดไป ผมจะเขียนถึงกิจกรรมกลุ่ม ว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง

สุดท้ายก่อนปิด Blog นี้ ขอขอบใจเจ้าหน้าที่ ทาง ม.นานาชาตมสแตมฟอร์ด คุณเจน คุณ Nitinan ขอบใจเจ้าหน้าที่ดูแลด้านคอมพิวเตอร์ และอีกหลายคนที่ให้การต้อนรับ เป็นอย่างดี  ขอบใจอาจารย์โลตัส ที่ติดตามไปร่วมสังเกตการณ์  และช่วยอำนวยความสะดวกหลายประการ

ขอบใจคุณเอ วราพร ที่คอยอำนวยการ ติดต่อประสานงานให้เรียบร้อยดี

ขอบใจนักศึกษาที่มีน้ำใจ นำขนมท้องถิ่นมาให้

ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดี

จำเนียร อำภารักษ์
IP: xxx.9.158.54
เขียนเมื่อ Mon Feb 26 2007 19:52:02 GMT+0700 (ICT)

จาก จำเนียร อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 18:42 (175946)

เรียน  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์              

ในวันที่  23 และ 24  ก.พ. 2550 เรียนเรื่องภาวะผู้นำ ซึ่งประกอบไปด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติร่วมกันยกตัวอย่าง โดยใช้ความรู้ใหม่ และจากประสบการณ์เดิม ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้  

คำถาม   เรียนเรื่องภาวะผู้นำได้ความรู้อะไรบ้าง จงอธิบาย              

ถ้าเปรียบดังเช่นสงครามนั้น สิ่งทีเป็นของล้ำค่าของกองทัพ คือ แม่ทัพ ดังเช่น ซุนวูได้ยกให้เป็น 1 ของการทำสงคราม เพราะแม่ทัพหรือผู้นำเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของสงคราม เช่นเดียวกับการดำเนินงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีผู้นำที่ดี และมีความเป็นเลิศในภาวะผู้นำ ย่อมได้รับการยอมรับ ทำให้องค์กรมีความมั่นคงและประสบความสำเร็จ             

ผู้นำ (Leader) คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

อ.ยม ยกตัวอย่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จ เช่น บิลล์ เกตส์ เจ้าพ่อวงการซอฟต์แวร์ของโลกที่ผันการใช้คอมพิวเตอร์ที่ยุ่งยากพัฒนาสู่ระบบการจัดการเพื่อง่ายต่อการใช้งาน

จากการเป็นผู้นำการใช้เทคโนโลยีแล้วยังเป็นคู่แข่งทุกอุตสาหกรรมในการพัฒนาสื่อ Internet และมัลติมิเดีย              

ความหมายของภาวะผู้นำ              Dubrin ให้ความหมายของภาวะผู้นำว่าเป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

สรุปสั้น ๆ ภาวะผู้นำเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการเป็นผู้นำ

ลักษณะของผู้นำที่ดีโดยทั่ว ๆ ไป

  1. มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล
  2. มีความซื่อสัตย์
  3. มีความรับผิดชอบ
  4. มีบุคลิกภาพดี
  5. มีความสามารถริเริ่มสิ่งใหม่ ๆอยู่เสมอ
  6. ตรงต่อเวลา
  7.  สุขุม รอบคอบ ใจเย็น มีกลยุทธ์ยอดเยี่ยม ซึ่งเรียกว่า คมในฝัก
  8. มีการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึง ให้รางวัลขวัญและกำลังใจ แก่ผู้ทำผลงานดี (ซึ่งอยู่ในการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์)
  9. มีความรู้เรื่องที่ทำงานอย่างชัดเจน ไม่ใช่รู้แต่ทฤษฎีแต่ต้องปฏิบัติได้
  10. ต้องมีพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)

ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน1.       สามารถนำเสนอความคิดใหม่ ๆ

  • ทุนความรู้ เช่น ใฝ่รู้ หาความรู้อยู่เสมอ
  • ทุนปัญญา เช่น มีสติ-       
  • ทุนทางสังคม  เช่น มีมนุษยสัมพันธ์ คิดดี มี Positive Thinking เป็นบวก-       
  • ทุนทาง IT  เช่น ความรู้ทันเทคโนโลยี 

2.       สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้

  • ทุนความเป็นมนุษย์ ได้รับการอบรมสั่งสอน มีจริยธรรมมีคุณธรรม
  • ทุนทางความสุข  ซึ่งเผื่อแผ่คนอื่นได้ 

3.       สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้

  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม เช่น พลเอกเปรม  ดิณสูลานนท์
  • ทุนแห่งความยั่งยืน ทำงานไม่เครียด มีเครือข่ายดี

ภาวะผู้นำกับการสร้างอำนาจ

  1. อำนาจจากการให้
  2. สร้างอำนาจโดยการตีเบา ๆ ชมดัง ๆ
  3.  ต้องแสดงเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง
  4.  สร้างโดยการอ้างอิง
  5. อำนาจทางนิติกรรม จากตำแหน่งระหว่างคำว่า เจ้านายกับ ผู้นำ ผู้นำมีความยั่งยืนกว่า

คุณค่าของผู้นำ

  1. มุ่งประโยชน์ส่วนร่วม
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย / ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4. มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5. มีความเป็นกลาง
  6. การมุ่งผลสำเร็จ
  7.  ความเป็นมืออาชีพ

อุปสรรคที่ทำลายล้างผู้นำ

  1. มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
  2. ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก
  4.   ขาดความรับผิดชอบ
  5. ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นตัดสินใจแทนได้
  6.  ไม่คิด ไม่สร้างคนแทน
  7.   ข้อมูลในการแต่งตั้ง บุคลากรไม่ชัดเจน
  8.  ขาดความรู้
  9.   ดื้อรัน ทิฐิ หลงตัวเอง ซึ่ง อ.ยม เน้นว่า ข้อ 9 นี้อันตรายมาก

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

  1.  เกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทางด้านพฤติกรร 
  3. ทางด้านสถานการณ์

 

สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ

  1. ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง
  2. ศักยภาพในการเป็นผู้นำ
  3. การมุ่งผลสัมฤทธิ์
  4. ความเฉียบคมทางการบริหาร 
  5. การสร้างความเข้าใจ

 

อ.ยม พูดถึงประเทศญี่ปุ่นใช้ PDCA ในเรื่องภาวะผู้นำ      

  • P     มาจาก     Planning      
  • D     มาจาก     Do      
  • C     มาจาก     Check      
  • A     มาจาก     Action

สมรรถนะหลักของผู้นำ (ภาครัฐ) มี 4 กลุ่ม

  1. การบริหารคน
  2. ความรอบรู้ทางการบริหาร
  3. การบริหารอย่างมืออาชีพ
  4. มุ่งผลสัมฤทธิ์แต่ อ.ยม เพิ่มให้อีก 1 กลุ่มคือ ........
  5.  ความรอบรู้ ทางด้านความรู้ใหม่ ๆ (ความรู้สด) 

 

ทฤษฎี  8  K’s  ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อ. ยม แนะนำว่า ผู้นำสมัยใหม่ ต้องมีทุน และทุนที่มีต้องมากพอที่จะนำไปพัฒนาทีมงาน พัฒนาองค์กร ทุนดังกล่าว มี  8 อย่างดังนี้

  1. ทุนแห่งความยั่งยืน      
  2. ทุนทางสังคม      
  3. ทุนทางจริยธรรม      
  4. ทุนแห่งความสุข      
  5. ทุนทาง IT      
  6. ทุนทางปัญญา      
  7. ทุนทางความรู้ ทักษะ Mind set      
  8. ทุนมนุษย์

นอกจากนี้ อ.ยม เน้น ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมี 3 ห่วง 2 เงื่อนไขเป็นโมเดลของความเป็นผู้นำ    ภาวะผู้นำตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ 

  1. ความมีเหตุมีผล 
  2. รู้จักประมาณ
  3. มีวิสัยทัศย์ มีภูมิคุ้มกัน
  4. มีความรอบรู้
  5. มีคุณธรรม    

ในช่วงบ่ายของวันเสาร์ที่ 24 กพ. 50 ได้แบ่งกลุ่ม และส่งตัวแทนกลุ่มออกไปพูดในหัวข้อ

  • ผู้นำที่กลุ่มชื่นชอบ คือใคร มีลักษณะของผู้นำที่ดีอย่างไร
  • นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย ควรมีภาวะผู้นำอย่างไรหลัง

จากนั้น อ.ยม สรุปว่า ถ้านำเอาส่วนที่นักศึกษานำเสนอและวิเคราะห์แล้วเอามาหลอมรวมกัน พฤติกรรมเหล่านั้น ก็จะสามารถสร้างผู้นำที่เข้มแข็งได้  

ข้อเสนอแนะและเพิ่มเติมเมื่อได้ศึกษาวิชาภาวะผู้นำ ทำให้มีความรู้ทางทฤษฎีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในองค์กรที่ทำงานอยู่ คิดว่าน่าจะเพิ่มคุณสมบัติของผู้นำที่ดี ดังนี้

  1. เชื่อมั่นในการตัดสินใจในของตนเอ
  2. กล้ารับผิดชอบในการตัดสินใจของตนเองเสมอ
  3. เมื่อกล้าคิด กล้าทำ ต้องกล้ารับผิดชอบ 

 

ผู้นำที่ข้าพเจ้าชื่นชอบ คือ คุณธนินท์  เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพราะ

  1. มีวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป็นที่ยอมรับของนักธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  2. ให้หุ้นกับพนักงานเมื่อมีตำแหน่งสูงขึ้น
  3. สร้างคนและดึงดูดคนเก่ง ๆ เอาไว้
  4.     ให้อภัย
  5.  ศึกษาความเก่งของผู้ใต้บังคับบัญชา
  6.  เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
  7.  ช่วยเหลือสังคม
  8.  ผู้นำด้านเทคโนโลยี
  9.  กระจายอำนาจให้บริษัทที่อยู่ในเครือสามารถบริหารจัดการได้โดยอิสระ
  10.  ขายธุรกิจในขณะที่ธุรกิจมีกำไร         

เหตุผลดังกล่าวข้างต้น เป็นแบบอย่างที่ดีของผู้นำในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน         

ชาญชัย พานิชนันทนกุล
IP: xxx.9.158.54
เขียนเมื่อ Mon Feb 26 2007 20:10:24 GMT+0700 (ICT)

ชาญชัย พานิชนันทนกุล เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:30 (175980)

 

สวัสดีครับท่านอาจารย์และเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน!         

ภาวะผู้นำเรียนแล้วได้อะไรบ้าง?
ภาวะผู้นำเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ สามารถต่อสู้กับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตน  แสวงหา  รักษาพัฒนา กำลังคนให้มีความสามารถอยู่ตลอดเวลา รักษาลูกค้าเก่าได้  และสามารถต่อยอดสร้างลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น  สร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย 
องค์กรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้นำเป็นสำคัญ  ผู้นำต้องเป็น
  • ผู้ใฝ่รู้ 
  • มีความคิดสร้างสรรค์ 
  • สามารถคิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ทางบวก   
  • มีวิสัยทัศน์กว้างไกล 
  • มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
  • สามารถนำไปวางแผนกลยุทธ์นำไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ  
  • มีการตรวจสอบและปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องสามารถ
  • สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าได้          

 

คุณค่าของผู้นำ 

  1. ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ 
  2. มีการเรียนรู้ตลอดเวลา 
  3. มองไปที่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก 
  4. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตยและธรรมาภิบาล 
  5. มีความสามารถรอบด้าน 
  6. มีความสำนึกรับผิดชอบ 
  7. มีความเป็นกลาง  
  8. มีความเป็นมืออาชีพ 
  9. มุ่งสัมฤทธิ์ผล 

ผู้นำที่ดีต้องหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสร้าย  เช่น 

  • การมุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง 
  • ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ  ยึดมั่น  มีอัตตาสูง 
  • ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก 
  • ขาดความรับผิดชอบ 
  • ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้ 
  • ไม่คิดสร้างตัวตายตัวแทน 
  • แต่งตั้งคนไม่ดีอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ 
  • แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 
  • ขาดความรู้ 
  • ความเป็นธรรม 
  • ขาดสมดุล 
  • ไร้เหตุผล  และ
  • ขาดการพอประมาณ 
  • ดื้อรั้น  ทิฐิ  หลงตัวเอง           

ทฤษฎีภาวการณ์เป็นผู้นำ 

  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ  ผู้นำที่ดีต้องทำงานสำเร็จด้วยดีและเป็นที่พอใจของผู้ใต้บังคับบัญชา  มีความทะเยอทะยาน  พากเพียร  กล้าหาญ  เชื่อถือศรัทธา  ซื่อสัตย์  คิดริเริ่มสร้างสรรค์  ยืดหยุ่น  ยุติธรรม  มีจุดมุ่งหมาย  กล้าตัดสินใจ  มีวินัยในตนเอง  สามารถนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ        

สมรรถนะหลัก 5 ด้านนำไปสู่ภาวะผู้นำ 

1. Leading  Change 

  • มีการเรียนรู้ต่อเนื่อง 
  • มีความคิดสร้างสรรค์รู้จักใช้  Innovation 
  • สร้างคุณค่าให้แก่องค์กร 
  • ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก 
  • ปรับเปลี่ยนให้เกิดความยืดหยุ่นจูงใจ
  • ให้พนักงานทุกคนมี Service  Mind
  • มีความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์ สอดคล้องกับ Vision ที่วางไว้อย่างดี

2. Leading  People 

  • ผู้นำต้องมีศักยภาพในการบริหารความขัดแย้ง
  • สามารถใช้ประโยชน์จากปัญหาความขัดแย้งให้เกิดประโยชน์แก่องค์กร 
  • ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร 
  • มีความซื่อสัตย์  และ
  • สร้างทีมงานที่ดีนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จResults Driven
  • มุ่งไปสู่ผลลัพธ์เน้นการให้บริการ
  • มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 
  • มีความรู้สึกว่ามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ 
  • กล้าตัดสินใจ  สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ  โดยใช้เทคนิคที่เชื่อถือได้มีประสิทธิภาพ

3. Business Acumen ความเฉียบคมในการบริหาร

  • ทั้งด้านการเงิน
  • ทรัพยากรมนุษย์
  • เทคโนโลยีและ
  • การบริหารลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ 

4. Building Coalitions การสร้างความเข้าใจ การติดต่อสื่อสาร

  • สามารถโน้มน้าวคนได้ดี
  • เจรจาต่อรองด้วยเทคนิคการสื่อสารที่ดี มีความรอบรู้ด้านการเมือง 
  • มีความสามารถในการมีส่วนร่วม 
  • สร้างโอกาสสู่ความเป็นเลิศขององค์กร 

ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตนเองคือ

  • สามารถนำเสนอความคิดใหม่
  1. ทุนความรู้  หาความรู้เพิ่มตลอดเวลา-         ทุนปัญญา  มีคิดและทำอย่างมีสติ  มองในเชิงสร้างสรรค์-        
  2. ทุนทางสังคม  มีการติดต่อที่ดีกับทุกฝ่าย  สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับทุกองค์กร-          
  3. ทุนทาง IT เน้นเทคโนโลยี
  •  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้
  1. ทุนความเป็นมนุษย์ ได้รับการอบรมมาดี       
  2. ทุนทางความสุข ทำงานด้วยความร่าเริง แจ่มใส  สามารถเผื่อแผ่คนอื่นได้สามรถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้-        
  3. ทุนจริยธรรม คุณธรรม-        
  4. ทุนแห่งความยั่งยืน 

 

สรุป ผู้นำที่ดีนอกจากต้องเก่งคน เก่งงาน เก่งคิด เก่งเรียน แล้วยังต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบซื่อสัตย์ มีความคิดกว้างไกล มีเทคนิคในการสร้างทีมงานที่ดี จึงนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ

นายบุญยอด มาคล้าย
IP: xxx.9.158.54
เขียนเมื่อ Mon Feb 26 2007 20:26:48 GMT+0700 (ICT)
จาก
นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:14 (175968)
 
การบ้าน  สัปดาห์ที่ 1 วิชา ภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงหัวข้อ วันนี้คุณเรียนแล้วได้อะไรบ้าง  
           
สวัสดีครับท่านศาสตราจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนกับท่าน แม้ว่าท่านจะยังไม่ได้สอนก็ตามแต่ดูจากความเป็นห่วงเป็นใยของอาจารย์ที่มีกับศิษย์แล้วทำให้ผมปลื้มมาก
เนื่องจากขณะที่ท่านอาจารย์ยมสอนอยู่นั้นอาจารย์ใหญ่ (ผมเรียกตามอ.ยมน๊ะครับ)ก็โทรเข้ามาหา อ.ยม
 แล้วอาจารย์ใหญ่ก็ทักทายลูกศิษย์
ทำให้ผมมีความคิดไปถึงการศึกษาของไทยถ้าครูบาอาจารย์ในประเทศไทยเอาใจใส่กับศิษย์แล้วตั้งใจถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีในตำราและนอกตำราให้กับศิษย์ผมว่าการศึกษาของไทยคงจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน
ในวิชาภาวะผู้นำผมถือว่าครูบาอาจารย์ก็เป็นผู้นำอีกด้านหนึ่งคือท่านต้องนำความรู้ ความมีพลัง ความมีแรงจูงใจ การใช้ชีวิตในสังคม การทำมาหากิน และที่สำคัญนำเรื่องการมีคุณธรรมและจริยธรรมมาถ่ายทอดให้ศิษย์  
            
สิ่งที่ได้ในการเรียนในวันนี้คือ
การเป็นผู้นำต้อง  รู้เรื่องคน  ใส่ใจ  สนใจ  เอาใจใส่ 
และสิ่งที่ อ.ยม สอนวันนี้อีกคำพูดหนึ่งที่ชอบคือผู้นำจะต้องมีความรู้ที่ใหม่และสดอยู่เสมอและต้องกล้าคิดนอกกรอบ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบ
สุดท้ายนี้ผมขอให้อาจารย์ใหญ่มีสุขภาพแข็งแรง จะได้อยู่เป็นองค์ความรู้ให้กับสังคมไทยได้อีกนานเท่านานสวัสดีครับ
ด้วยความเคารพ
นายบุญยอด  มาคล้าย  
                                       lannagarden@hotmail.com
นายบุญยอด มาคล้าย
IP: xxx.9.158.54
เขียนเมื่อ Mon Feb 26 2007 20:28:35 GMT+0700 (ICT)
จาก
นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:14 (175968)
 
การบ้าน  สัปดาห์ที่ 1 วิชา ภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงหัวข้อ วันนี้คุณเรียนแล้วได้อะไรบ้าง  
           
สวัสดีครับท่านศาสตราจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนกับท่าน แม้ว่าท่านจะยังไม่ได้สอนก็ตามแต่ดูจากความเป็นห่วงเป็นใยของอาจารย์ที่มีกับศิษย์แล้วทำให้ผมปลื้มมาก
เนื่องจากขณะที่ท่านอาจารย์ยมสอนอยู่นั้นอาจารย์ใหญ่ (ผมเรียกตามอ.ยมน๊ะครับ)ก็โทรเข้ามาหา อ.ยม
 แล้วอาจารย์ใหญ่ก็ทักทายลูกศิษย์
ทำให้ผมมีความคิดไปถึงการศึกษาของไทยถ้าครูบาอาจารย์ในประเทศไทยเอาใจใส่กับศิษย์แล้วตั้งใจถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีในตำราและนอกตำราให้กับศิษย์ผมว่าการศึกษาของไทยคงจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน
ในวิชาภาวะผู้นำผมถือว่าครูบาอาจารย์ก็เป็นผู้นำอีกด้านหนึ่งคือท่านต้องนำความรู้ ความมีพลัง ความมีแรงจูงใจ การใช้ชีวิตในสังคม การทำมาหากิน และที่สำคัญนำเรื่องการมีคุณธรรมและจริยธรรมมาถ่ายทอดให้ศิษย์  
            
สิ่งที่ได้ในการเรียนในวันนี้คือ
การเป็นผู้นำต้อง  รู้เรื่องคน  ใส่ใจ  สนใจ  เอาใจใส่ 
และสิ่งที่ อ.ยม สอนวันนี้อีกคำพูดหนึ่งที่ชอบคือผู้นำจะต้องมีความรู้ที่ใหม่และสดอยู่เสมอและต้องกล้าคิดนอกกรอบ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิดชอบ
สุดท้ายนี้ผมขอให้อาจารย์ใหญ่มีสุขภาพแข็งแรง จะได้อยู่เป็นองค์ความรู้ให้กับสังคมไทยได้อีกนานเท่านานสวัสดีครับ
ด้วยความเคารพ
นายบุญยอด  มาคล้าย  
                                      
นายนิคม อำภารักษ์ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.158.54
เขียนเมื่อ Mon Feb 26 2007 21:09:01 GMT+0700 (ICT)

จาก

นายนิคม อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 20:30 (176027)

 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

           หลังจากที่ได้ศึกษาวิชาภาวะผู้นำเมื่อวันที่ 23-24 ก.พ. 50 นั้น ได้รับความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้          
องค์กรที่ประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมีแรงขับเคลื่อนของผู้นำเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจโดยผู้นำจะต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะนำพาองคาพยพทั้ง "คน" และ"องค์กร"นั้น ๆ ดำเนินไปอย่างมั่นคงและก้าวหน้าต่อไป
โจทย์........เรียนวิชาภาวะผู้นำ และการเปลี่ยนแปลงในองค๋กรได้ความรู้อะไรบ้าง
ผู้นำและภาวะผู้นำแตกต่างกัน            
ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร           
ภาวะผู้นำ คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถส่งแรงกระทำอันก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์           
ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์ ผู้นำซอฟแวร์ของโลก มีภาวะผู้นำดังนี้
  1.  ใฝ่รู้
  2. คิดสร้างสรรค์
  3. คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ 
  4.  ทุนทางปัญญา
  5. กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ

ผู้นำ กับเทคนิดการแก้ไขปัญหา  เมื่อมีปัญหาต้องแก้ไข 

  1. ต้องรู้ว่าอะไรคือตัวปัญหา
  2. สาเหตุ
  3. แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
  4. ลงมือปฏิบัติ (เลือกวิธีที่ดีที่สุด)
  5. ติดตามผลแล้ว
  6. พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา             

ทุกอย่างในโลกล้วนมีการเปลี่ยนแปลง

  • สัตว์ในโลกที่ไม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของโลก ได้สูญพันธ์ไปแล้ว เช่น ไดโนเสาร์
  • สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • ความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนไปซื้อรายอื่น

ดังนั้นผู้นำจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ         

การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วย "คน"

  1. Leader Ship Style 
  2.  Strategics 
  3.  Human Resource

ผู้นำกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ

  1. Vision 
  2.   Mission 
  3.  Goals
  4. Objtive + Target
  5. Strategic Planning
  6. Action
  7. ต้องผ่านการตรวจและ
  8. ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 

ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21

  1. สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของคน ที่นับวันก็ยากแก่การคาดคะเน เล็งถึงผลได้ การวางแผนระยะยาวต้องทอนให้สั้นลง
  2. แสวงหา รักษา พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ
  3.  สร้างแนวคิดใหม่ ๆ ของการงานของตนเองอยู่เสมอ นวตกรรมในหน่วยงานของคนในแต่ละไตรมาส
  4. ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำ ได้ผลดี
  5. แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี
  6. สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์การ

ผู้นำต้องรู้จักการสร้างอำนาจ ที่ถูกต้อง

  1. อำนาจเกิดได้จากการให้เงิน ให้โอกาส ให้ความรัก ให้ความใกล้ชิด
  2. โดยการติ ตีเบา ๆ ชมดัง ๆ ประเทศญี่ปุ่นกฎกติกา การสร้างอำนาจชัดเจน
  3. ปฏิบัติตนเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง
  4. สร้างอำนาจจากการอ้างอิง เช่น อ้างหัวหน้าบอก อ้างประกาศ
  5. อำนาจทางนิติกรรม

เจ้านายและผู้นำ มีความแตกต่างกัน ผู้นำมีความยั่งยืนกว่า เพราะ

  1. ผู้นำสร้างปณิธานให้แก่ผู้ตาม
  2. ผู้นำอาศัยเจตจำนงที่เสรี
  3. ผู้นำแผ่ความรัก ปรารถนาดี
  4. ผู้นำ พูดว่า "เรา"
  5. ผู้นำแสดงให้รู้ว่าอะไรที่ผิด และควรทำอย่างไร
  6. ผู้นำรู้ว่าจะทำงานอย่างไร
  7. ผู้นำบริหารความเคารพ ไม่ใช่เจ้านาย

ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน

1.  สามารถนำเสนอความคิดใหม่

  • ทุนความรู้
  • ทุนปัญญา
  • ทุนทางสังคม
2.  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้
  • ทุนความเป็นมนุษย์
  • ทุนทางความสุข
3.  สามารถสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้
  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม
  • ทุนแห่งความยั่งยืน

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนร่วม ประโยชน์แผ่นดิ
  2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย / ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4.   มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5.    มีความเป็นกลาง
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล
  7. ความเป็นมืออาชีพ

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหารข้างต้นนำไปใช้วิเคราะห์Best Leaders

  1.  Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn
  5.  Sense of adventure
  6.  vision
  7.    Altruism

อ.ยมเน้น เชื้อไวรัสร้าย ทำลายล้างผู้นำและองค์การ ทังภาครัฐและเอกชน

  1. ม่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3.   มีแนวโน้มห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก
  4.    ขาดความรับผิดชอบ
  5.   การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  6. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  7. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องดำรงตำแหน่งสำคัญแสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  8.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.  ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร  

ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการ

1.    สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตน ที่นับวันก็ยากต่อการคาดคะเน เล็งถึงผลได้ การวางแผนระยะยาวต้องทอนให้สั้นลง

2.    แสวงหา รักษาพัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ

3.    สร้างแนวคิดใหม่ๆ ของการงานของตนอยู่เสมอ นวตกรรมในหน่วยงานของคนในแต่ละไตรมาส

4.    ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำ ได้ผลดี

5.    แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี

6.    สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์การ

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

1.    เกี่ยวกับลักษณะ

2.    ทางด้านพฤติกรรม

3.    ทางด้านสถานการณ์

สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ

1.    ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง

2.     ศักยภาพในการเป็นผู้นำ

3.    การมุ่งผลสัมฤทธิ์

4.     ความเฉียบคมทางการบริหาร เช่นความรู้สึกมองการณ์ไกล บริหารเชิงรุก อย่ารอให้ปัญหาเกิด

5.     การสร้างความเข้าใจ

สมรรถนะหลักของผู้นำแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม

1.    สมรรถนะในการบริหารคน

2.    สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร

3.    สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ

4.    สมรรถนะการบริหารแบบม่งผลสัมฤทธิ์

5.    สมรรถนะในการเรียนรู้ ความรู้ใหม่ ๆ (ความรู้สด)

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มี 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คนที่เป็นผู้นำที่ดีจึงต้องมี

1.    ความพอประมาณ

2.    มีเหตุผล

3.    มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

เงื่อนไขที่ 1 เงื่อนไขความรู้

เงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขคุณธรรม

บรรษัทภิบาลที่ดี

1.    ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

2.    ความโปร่งใส

3.    ความซื่อสัตย์

4.    ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติตามหน้าที่

5.    ความสามารถในการแข่งขัน

แนวทางสู่การเป็นผ้นำที่ดีแห่งยุค

1.    มีความรอบรู้

2.    มีคุณธรรม

3.    มีเหตุมีผล

4.    รู้จักประมาณ

5.    มีภูมิคุ้มกัน

ข้อสรุปลักษณะการเป็นผู้นำโดยภาพรวมและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

1.    ความเข้าใจในบทบาทในหน้าที่ ความรับผิดชอบ เป้าหมาย และลำดับความสำคัญของงานตนเองให้ชัดเจน

2.    การมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิผล

3.    จะต้องสามารถหักห้ามใจตนเองไว้ให้ได้ที่จะไม่เข้าไปทำงานแทนลูกน้อง โดยตัวผู้นำเองจะต้องเป็นกระจกเงาในการสะท้อนภาพและชี้นำการทำงานของลูกน้อง

4.    อย่าหลงคิดว่างานทุกอย่างเป็นงานที่สำคัญและจะต้องทำ เพราะงานบางอย่างไม่จำเป็นสำหรับผู้นำที่จะต้องทำ

5.    ผู้นำต้องสามารถพูดคำว่า "ไม่" ในงานที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล

ผู้นำที่ชื่นชอบ  คือพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์  นายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทยเพราะ

1.    ชอบสันโดษสมถะ

2.    มีความซื่อสัตย์

3.    เวลาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสามารถโน้มน้าวให้คล้อยตามได้

4.    สุขุมใจเย็น

5.    ตำแหน่งหน้าที่การงานข้าราชการประจำเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

6.    หลังจากเกษียณได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี 

เพราะคุณความดี ความซื่อสัตย์สุจริตและผลงานราชการจึงได้รับการสนับสนุนและผลักดันเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทยซึ่งเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของชาวจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากท่านเป็นชาวเพชรบุรี จังหวัดเดียวกับกระผม

นางสาวสุพรรษา อาลี MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.161.184
เขียนเมื่อ Tue Feb 27 2007 10:43:06 GMT+0700 (ICT)
จาก
นางสาวสุพรรษา อาลี เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 07:24 (176524)
 
สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการที่ได้เรียนวิชาภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์แรก ทำให้ได้รู้เกี่ยวกับการเป็นผู้นำและภาวะผู้นำที่ผู้นำของแต่ละองค์การควรจะมี ซึ่งสรุปเนื้อหาได้ดังนี้
หากพูดถึง ผู้นำเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มีส่วนช่วย ให้องค์การประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลว และสามารถแข่งขันกับองค์การอื่นได้หรือไม่
ในโลกปัจจุบันที่ภาวะการแข่งขันนั้นมีสูง หากองค์การมีผู้นำหรือผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ฯลฯ องค์การก็สามารถที่จะแข่งขันกับผู้อื่นได้ และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
ผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่สามารถชักจูงหรือชี้นำบุคคลอื่น ให้ปฏิบัติงานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพและทำให้องค์การประสบความก้าวหน้าและบรรลุผลสำเร็จ
ภาวะผู้นำ (Leadership) คือ พฤติกรรมส่วนตัวของบุคคลคนหนึ่งที่จะชักนำกิจกรรมของกลุ่มให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน เป็นความสามารถที่จะมีอิทธิพลเหนือผู้อื่นในด้านการกระทำ และสามารถจูงใจบุคคลอื่นให้กระทำกิจกรรมที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายขององค์การได้
ทุกอย่างในโลกล้วนมีการเปลี่ยนแปลง  จะเห็นได้ว่า
  • สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว-        
  • ความต้องการของลูกค้า มีการเปลี่ยนแปลงทั้งปริมาณและคุณภาพ
  • ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลง ลูกค้าก็จะไปซื้อรายอื่น

ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ

1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ (Trait Approach)เป็นการวิจัยที่มุ่งเน้นไปยังคุณสมบัติส่วนตัวของผู้นำ เช่น

  • มีความทะเยอทะยาน (Ambition)-        
  • มีความอุตสาหะพากเพียร (Persistence)-        
  • มีความกล้าหาญ (Courage)
  • มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)
  •  มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)
  • มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)
  • มีความยุติธรรม (Justice)
  • มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)
  • มีความยืดหยุ่น (Flexibility)
  • มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)
  • มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline) 

2.    ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม (Behavioral Approach)จะมุ่งเน้นในเรื่องเกี่ยวกับผู้นำ และผู้จัดการที่ใช้พฤติกรรมในการทำงาน เช่น

  • การสังเกต
  • การสั่งการ
  • การปฏิบัติการ จะทำให้เกิดการทำงานที่ดีและมีประสิทธิภาพ 

3.    ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ (Situational Approach)เป็นการวิจัยที่ให้ความสำคัญในเรื่องของปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานการณ์ เช่น

  • เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่จะต้องตัดสินใจผู้นำที่ดีจะทำการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและให้ดีที่สุด 

 

ผู้นำที่ดีควรมีทุนอยู่ในตนดังนี้

  1. ทุนความรู้ คือ ต้องมีการใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา
  2. ทุนปัญญา คือ ต้องเป็นคนที่มีสติ มีเหตุมีผล มีการคิดอย่างสร้างสรรค์
  3. ทุนทางสังคม คือ การมีเครือข่าย มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีการเข้าสังคม เป็นที่ยอมรับของคนอื่น มีการคิดที่ดี เป็นด้านบวก
  4. ทุนทาง IT คือ การมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ และติดตามความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสารใหม่ๆอยู่เสมอ
  5. ทุนความเป็นมนุษย์ คือ ผู้นำที่ดีมักจะได้รับการดูแลสั่งสอนมาดีตั้งแต่เล็ก กินดีอยู่ดี มีชีวิตที่ดี เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
  6. ทุนทางความสุข คือ การเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีการสะสมความสุข เพื่อจะได้เผื่อแผ่คนอื่นได้
  7. ทุนทางจริยธรรม คุณธรรม คือ ในการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีความเป็นธรรมในการทำงาน และต้องแฝงด้วยจริยธรรมต่างๆ
  8. ทุนแห่งความยั่งยืน จะเกิดขึ้นมาได้ถ้าผู้นำมีทุนทั้งหมดข้างต้น  

 

ผู้นำที่ดีที่สุดควรมีพฤติกรรม ดังต่อไปนี้

  1. มีความซื่อสัตย์
  2. มีความรับผิดชอบ
  3. มีความไม่เห็นแก่ตัว คำนึงถึงผู้อื่น
  4. มีวิสัยทัศน์
  5. มีไหวพริบ
  6. มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  7. มีความระมัดระวังและรอบคอบ

คุณค่าของผู้นำ / ผู้บริหาร อยู่ตรงไหน

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์ของแผ่นดิน
  2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล
  3.   มีความสามารถ
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5. มีความเป็นกลาง
  6. การมุ่งสัมฤทธิ์ผล
  7. ความเป็นมืออาชีพ 

ผู้นำต้องรู้จักสร้าง รักษาและใช้อำนาจ ในทางที่ถูกต้อง แนวทางการสร้างอำนาจ ได้แก่

  1. อำนาจ...จากการให้ คือ ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย ให้ความใกล้ชิด
  2. อำนาจเกิดได้โดยการติ คือ เมื่อลูกน้องทำไม่ถูกต้องให้สั่งสอนหรือตำหนิ
  3. อำนาจในการแสดงตนเป็นผู้รู้มากกว่า
  4. อำนาจสร้างได้โดยการอ้างอิง เช่น การอ้างอิงถึงผู้บังคับบัญชาในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้แก้สถานการณ์เฉพาะหน้า
  5. อำนาจทางพฤติกรรม การเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีภาวะผู้นำเพราะองค์การจะประสบความสำเร็จได้ ก็จะต้องมีภาวะผู้นำที่ดี

ผู้นำนั้นจะต้องมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เพราะโลกในยุคปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่คิดดี หรือมี Positive Thinking คือการคิดในด้านบวก     การเป็นผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องกล้าตัดสินใจ ต้องตัดสันใจได้ทันการณ์ และเมื่อได้ตัดสินใจไปแล้วต้องไม่มีปัญหาตามมา และที่สำคัญผู้นำต้องมีอำนาจ  ต้องสร้างอำนาจและต้องใช้อำนาจให้ถูกต้องอีกด้วย  

 

นางสาวสุพรรษา  อาลี 

รหัสประจำตัว  106242002

.. ปริญญาโท MBA รุ่นที่ 7

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

จริยา ลิ้มธรรมรักษ์
IP: xxx.128.92.84
เขียนเมื่อ Tue Feb 27 2007 22:09:08 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ อ.ยม นาคสุข และผู้อ่านทุกท่าน  

    ตามที่อาจารย์ยม นาคสุขได้ให้เกียรติมาสอนวิชาภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงในวันที่ 23 -24 กุทภาพันธ์ 2550 ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจและได้ความรู้เพิ่มมากค่ะ โดยอาจารย์ได้เริ่มสอนในหัวข้อเรื่องดังนี้

1.  โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

-คนงานส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา มีความฉลาดขึ้น ดังนั้นกฎระเบียบการทำงานแบบเก่าๆ ไม่สามารถใช้ได้แล้ว

-PEST {politic economic social technology} เป็นปัจจัยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อภาวะผู้นำ

-ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงปริมาณและคุณภาพ ถ้าไม่ปรับเปลี่ยน ลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงไปซื้อรายอื่น        

 

2. ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร

-สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจของตนที่นับวันยากแก่การคาดคะเน

-แสวงหา รักษา พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่เป็นนิจ

-สร้างแนวคิดใหม่ๆของการงานของตนอยู่เสมอ

-ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำได้ผลดี

-แสวงหา รักษาลูกค้าได้ดี

-สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมขององค์กร

 

-โดยการสร้างความได้เปรียบขององค์กรในการแข่งขันเรื่องคน ถ้าคนในองค์กรนั้นเก่ง และดี องค์กรนั้นจะได้เปรียบ

3.ผู้นำ หมายถึงบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและความสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ 

ภาวะผู้นำ หมายถึง เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร      

3.1ผู้นำที่ฉลาดควรมีลักษณะดังนี้      

-สามารถเสนอแนวความคิดใหม่ คือมีทุนความรู้ ทุนปัญญา ทุนทางสังคม ทุนทางIT       

-สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ คือมีทุนความเป็นมนุษย์  ทุนทางความสุข      

-สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ คือ มีทุนทางจริยธรรมคุณธรรม ทุนแหเงความยั่งยืน      

3.2คุณค่าของผู้นำ      

-การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม      

-ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล      

-มีความสามารถ      

-มีความสำนึกรับผิดชอบ      

-มีความเป็นกลาง      

-การมุ่งสัมฤทธิ์ผล      

-ความเป็นมืออาชีพ

 

*****ผู้นำที่ดีต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ******

 

เช่น BILL GATES มีภาวะผู้นำคือใฝ่รู้ คิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ มีอัฉริยะทางปัญญา กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ      

3.3ผู้นำต้องมีการสร้างและรักษาอำนาจ ซึ่งจะเกิดได้จาก      

-การให้(ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้อภัย)

-การติด้วยความเมตตา

-การแสดงเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง

-อำนาจสร้างได้ด้วยการอ้างอิง

-อำนาจทางนิติกรรม      

4.กรอบแนวความคิด ทฤษฎี               

4.1ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ : ลักษณะและทักษะของผู้นำที่ดีจะทำงานสำเร็จด้วยดีและเป็นที่พอใจของผู้ใต้บังคับบัญชาจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ             

4.2ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม               

4.3ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์      

5.สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่               

 

5.1ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง             

-การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก ความยืดหยุ่น จูงใจใฝ่บริหาร การคิดเชิงกลยุทธ์  มองการณ์ไกลได้ดี             

5.2ศักยภาพในการเป็นผู้นำ             

-การบริหารความขัดแย้ง ตระหนักในคุณค่าทางนวัตกรรม ความจงรักภักดี สร้างทีมงาน             

5.3มุ่งไปสู่ผลลัพธ์             

-ความรับผิดชอบ การให้บริการลูกค้า การตัดสินใจ ความเป็นผู้ประกอบการ การแก้ไขปัญหา มีเทคนิคที่เชื่อถือได้             

5.4ความเฉียบคมทางการบริหาร             

-มีความรู้ลึก มีวิสัยทัศน์ บริหารเชิงรุกเช่น CEO concept ผู้นำต้องสนใจ customer satisfaction,employee satisfaction,organization result             

5.5การสร้างความเข้าใจ/การติดต่อสื่อสาร             

-การเจรจาต่อรอง การโน้มน้าวใจ ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา ความสามารถในการมีส่วนร่วม ความรอบรู้ด้านการเมือง ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน      

6.แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ

-ภาวะผู้นำตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง (3ห่วง2เงื่อนไข)คือ

3 ห่วงคือผู้นำต้องมีเหตุมีผล มีความพอดีพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

2 เงื่อนไขคือ เงื่อนไขความรู้(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) เงื่อนไขคุณธรรม(ซื่อสัตย์สุจริต สติปัญญาขยันอดทน แบ่งปัน)

สรุปและข้อเสนอแนะ      

คนเมื่อมีทุนมนุษย์ที่ (ได้รับการเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนมาอย่างดี) จะทำให้สามารถเป็นผู้นำที่ดี และต้องมีภาวะผู้นำคือ มีความคิดดี {positive ting} มีอัตตาต่ำมีทุนทั้ง 8 ประการดังที่ได้กล่าวมาแล้ว มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้นำที่ความเฉียบคมทางการบริหาร  มุ่งสัมฤทธิ์ผล สร้างความเข้าใจ ภาวะผู้นำในอนาคตควรจะต้องมีทุนแห่งความพอเพียงเพิ่มขึ้นมารวมทั้งในการปกครองภาครัฐและภาคเอกชน คือมีความรอบรู้ มีคุณธรรม มีเหตุมีผล รู้จักประมาณ มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จ และมีภาวะผู้นำที่ยั่งยืน      

**ข้อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีในอนาคตของประเทศไทย ควรจะมีภาวะผู้นำแบบไหน      

-ต้องมาจากการเมือง  รอบรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์    ต้องมีความสนใจ ใส่ใจ เอาใจใส่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก   ต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลาเป็นความรู้ที่สด    มีความเป็นนักวิชาการ รู้แล้วถ่ายทอดได้    มีความเป็น GLOBALIZATION

 

7.ภาพรวมของการจัดการทรัพยากรมนุษย์      

การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นศิลปะการจัดการเกี่ยวกับบุคคล ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน เพื่อให้งานบรรลุผลตามเป้าหมายขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน  

หน้าที่ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์คือ 1.สรรหา 2. พัฒนา 3.รักษาไว้ 4.ใช้ประโยชน์ 

 

**จักรยานนานไปก็เสื่อม แต่คนถ้าทะนุบำรุง พัฒนา ยิ่งนานยิ่งเก่งกล้า แต่ในทำนองเดียวกัน คนถ้าไม่ดูแลพัฒนาก็เสื่อมหรือเสื่อมเร็วกว่าวัตถุด้วย**

 

การบริหารจัดการองค์กรยุคใหม่ คือ ใช้คนน้อย มืออาชีพ มีมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม โปร่งใส พร้อมรับผิด มีการทำข้อตกลงหรือผิดสัญญา

 

จริยา ลิ้มธรรมรักษ์

106242001 MBA7

เสาวนีย์ ทวีเผ่า MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.156.139
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 09:15:28 GMT+0700 (ICT)
จาก เสาวนีย์ ทวีเผ่า เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 21:17 (177308)  

มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ดนานาชาติ   จังหวัดเพชรบุรี

 

 

 

จากการเรียนภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรเมื่อวัน ศุกร์ที่  24  และ เสาร์ที่  25  กุมภาพันธ์  2550  ที่ผ่านมานั้น กับอาจารย์ ยม  นาคสุข  และอาจารย์ได้ถามว่าเรียนแล้วได้รู้อะไร  ?     

 

ก่อนอื่นต้องขอตอบว่าได้รู้จักอาจารย์ผู้สอน  และคณะทีมการสอนของ ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ จากอาจารย์ ยม นาคสุข  พร้อมทั้งประวัติการศึกษา และประสบการณ์ของอาจารย์ทีมการสอนทุกท่าน     จึงทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการฟังและเรียนรู้  การยอมรับจากอาจารย์ผู้สอนในทางบวกจึงทำให้เกิดการเข้าใจในการเรียนรู้

 

และได้ทราบว่าผู้นำกับภาวะผู้นำแตกต่างกันอย่างไร     ซึ่งก่อนที่จะได้เรียนตามความคิดที่ตัวเองเข้าใจคือผู้นำกับภาวะผู้นำมีความหมายเหมือนกัน  และขณะนี้เข้าใจแล้วว่าผู้นำคือ ตัวคน 

 

ส่วนภาวะผุ้นำคือพฤติกรรมที่แสดงออกมาไม่ว่าจะเป็นการคิดหรือตัดสินในกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ต้องคิดและทำให้ประสบความสำเร็จ    และภาวะผู้นำที่ดีต้องมีความเสียสละ มีคุณธรรม  และจริยธรรม ควบคู่กันไป

นอกจากนี้ทำให้รู้ว่า "ความสำเร็จขององค์กรต้องมีผู้นำที่ดีที่มีภาวะผู้นำสามารถขับเคลื่อนได้  และทำให้เราทราบว่าผู้นำที่ดีและฉลาดมีลักษณอย่างไร และสามารถนำไปปรับใช้ภายในองค์กรเราได้ว่าส่วนใหนเรามีส่วนใหนเราขาดก็เติมให้เต็มในส่วนที่ขาด"การสร้างผู้นำนั้นต้องใช้สมรรถนะด้านสำหรับการนำสุ่ภาวะผู้นำ    
และได้ทราบถึงการบริหารทรัพยากรณ์บุคคลและพัฒนาคนเป็นอย่างไร  คนกับมนุษย์ต่างกันอย่างไร  และได้รู้ถึงที่ว่าการพัฒนาคนก็ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ให้แต่สิ่งที่ดีดีเพื่อเป็นการสร้างคนให้แผ่นดินและประเทศชาติ  
  
สรุปจากการที่ได้ศึกษาวิชาภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร สามารถนำไปปรับใช้กับบทบาทที่ตัวเองเป็นอยู่ได้ว่าผู้นำที่ดีต้องมีภาวะนำ  
                 
นางเสาวนีย์   ทวีเผ่า 
106242006
นางสาวกนกลักษณ์ เร้าเลิศฤทธิ์ MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดหัวหิน
IP: xxx.9.156.139
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 09:19:54 GMT+0700 (ICT)

นางสาวกนกลักษณ์  เร้าเลิศฤทธิ์ MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดหัวหิน เมื่อ อ. 27 ก.พ. 50 @ 10:30

  ก่อนได้เรียนเรื่องภาวะผู้นำ (Leadership)ตามความเข้าใจผู้นำคือ เจ้าของกิจการและจะต้องมีทั้งพระเดชพระคุณ และจำต้องมีความรู้ความสามารถในกิจการนั้นอย่างดี  หลังจากเรียนเรื่องภาวะผู้นำ ได้รับความรู้มากมายว่า ผู้นำจะต้องมีการตื่นตัวอยู่เสมอและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอด ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องกิจการงานที่เราทำ แต่รวมไปถึงความรู้ใหม่ๆ   และการใช้หลักธรรมะเข้ามาช่วยในการเป็นผู้นำ อย่างเช่น ผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน
  1. สามารถนำเสนอความคิดใหม่ ซึ่งจะต้องมีทุนความรู้ ทุนปัญญา ทุนทางสังคม ทุนทาง IT  
  2. สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ ซึ่งจะต้องมีทุนความเป็นมนุษย์ ทุนทางความสุข
  3. สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งจะต้องมีทุนจริยธรรม คุณธรรม ทุนแห่งความยั่งยืน ตามทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
 ผู้นำที่ดีต้องหลีกเลี่ยงเชื้อไวรัสร้าย  เช่น 
  • การมุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง 
  • ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ  ยึดมั่น  มีอัตตาสูง 
  • ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก 
  • ขาดความรับผิดชอบ 
  • ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้ 
  • ไม่คิดสร้างตัวตายตัวแทน 
  • แต่งตั้งคนไม่ดีอยู่ในตำแหน่งสำคัญๆ 
  • แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 
  • ขาดความรู้ 

กนกลักษณ์  เร้าเลิศฤทธิ์

MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดหัวหิน

วิวัฒน์ นาวียง MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.156.139
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 09:34:56 GMT+0700 (ICT)

วิวัฒน์ นาวียง เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 12:18 (176762)

  

สวัสดีครับ ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ เพื่อน ๆ นักศึกษา MBA STAMFORD UNIVERSITY HUAHIN และผู้อ่านทุก ๆ ท่าน

  

ในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2550 ได้เรียนเรื่องภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง จากท่าน อ.ยม นาคสุข และท่านได้แนะนำให้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม และให้ถามตนเองว่า เรียนเรื่องภาวะผู้นำในครั้งนี้เรียนแล้วได้ความรู้อะไรบ้าง

  

จากการเรียนวิชาภาวะผู้นำได้ความรู้ดังนี้ ปัจจุบันเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และถ้าใครไม่มีการปรับเปลี่ยนก็จะเปรียบเสมือนไดโนเสาร์ที่ไม่สามารถปรับตัวและดำรงชีวิตมาถึงยุคปัจจุบัน

  

ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร ภาวะผู้นำ : เป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ The Energy that Drives Your Organization towards Excellence

  

ผู้นำ (Leader) คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร

  

ภาวะผู้นำ (Leadership) เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ผู้นำที่ดีต้อง

  ผู้นำที่ดีที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน(ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์) 
  1. สามารถนำเสนอความคิดใหม่ ๆ ทุนความเป็นมนุษย์ ทุนทาง IT ทุนทางสังคมทุนปัญญา ทุนความรู้ 
  2. สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ ทุนจริยธรรม คุณธรรม ทุนทางความสุข
  3. สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้  ทุนแห่งความยั่งยืน
 ภาวะผู้นำกับการสร้างอำนาจ
  1. อำนาจจะเกิดได้จากการให้ ให้โอกาส ให้ความรัก ให้อภัย ให้สิ่งของ (การให้ทาน)
  2. อำนาจสร้างด้วยการติ เป็นการติแต่ต้องมีเทคนิคในการติ เช่น เวลาเตือนให้เตือนเบาๆ เวลาชมให้ชมดังๆเพื่อคนอื่นจะได้ชื่นชมด้วย
  3. อำนาจสร้างได้จากการแสดงเป็นผู้รู้ เป็นการแสดงความสามารถของตนเอง
  4. อำนาจสร้างโดยการอ้างอิง อ้างถึงบุคคลที่มีอำนาจกว่าเราเช่นเจ้านาย อย่างไรก็ตามการอ้างถึงควรอ้างถึงในทางที่ดี ควรคำนึงถึงจริยธรรมและคุณธรรม
  5. อำนาจทางนิติกรรม
 Best Leaders (Susan Annunzio .2006 eLEADERSHIP: 27-32)
  1. Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn
  5. Sense of adventure
  6. Vision
  7. Altruism
 คุณค่าของผู้นำ อยู่ที่
  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน
  2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4. มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5. มีความเป็นกลาง
  6. การมุ่งผลสำเร็จ
  7. ความเป็นมืออาชีพ
 ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี และเป็นเชื้อไวรัสร้าย ทำลายล้างผู้นำและองค์การทั้งภาครัฐและเอกชน
  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว
  2. ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ห้อมล้อมด้วยขุนพลอยพยัก
  4. ขาดความรับผิดชอบ
  5. ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นตัดสินใจแทนตนได้
  6. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  7. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องดำรงตำเเหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  8. ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9. ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง
 ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ
  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
 Leadership Competeny Definitions สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ
  1. ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง
  2. ศักยภาพในการเป็นผู้นำ
  3. การมุ่งผลสัมฤทธิ์
  4. ความเฉียบคมทางการบริหาร
  5. การสร้างความเข้าใจ/การติดต่อสื่อสาร
  สมรรถนะหลักของผู้นำ (ภาครัฐ) แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม
  1. สมรรถนะการบริหารคน
  2. สมรรถนะในความรอบรู้ทางการบริหาร
  3. สมรรถนะในการบริหารอย่างมืออาชีพ
  4. สมรรถนะการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
และควรเพิ่มอีก 1 กลุ่มคือ 5. สมรรถนะความรอบรู้ ทางด้านความรู้ใหม่ ๆ  ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
  1. ทุนแห่งความยั่งยืน
  2. ทุนทางสังคม
  3. ทุนทางจริยธรรม
  4. ทุนแห่งความสุข
  5. ทุนทาง IT
  6. ทุนทางปัญญา
  7. ทุนทางความรู้ ทักษะ Mind set
  8. ทุนมนุษย์
 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
  1. พอประมาณ
  2. มีเหตุผล
  3. มีภูมคุ้มกันในตัวที่ดี
 เงื่อนไข
  1. เงื่อนไขความรู้ รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง
  2. เงื่อนไขคุณธรรม ซื่อสัตว์สุจริต
 บรรษัทภิบาลที่ดี
  1. ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
  2. ความโปร่งใส
  3. ความซื่อสัตย์
  4. ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติตามหน้าที่
  5. ความสามารถในการแข่งขัน
 หลังจากที่ได้ทำงานกลุ่มก็ได้แนวทางในแก้ปัญหาดังนี้
  1. หาตัวปัญหา
  2. สาเหตุ
  3. แนวทางเลือกในการแก้ไขปัญหา
  4. ลงมือปฏิบัติตามแผน

ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ก็ได้ตรงกับ อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) นิโรธ (ความดับทุกข์) และมรรค (คือทางที่จะพ้นทุกข์)

  

ท้ายนี้ผมขอกราบขอบพระคุณท่าน ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อ.ยม นาคสุข ที่ได้เสียสละเวลาของท่านเพื่อมาให้ความรู้ให้กับพวกเรา ชาว MBA STAMFORD

  ผมนายวิวัฒน์ นาเวียง นักศึกษา  MBA ID 106342001  

 

นายณัฐพงศ์ ชุมนุมพันธ์ MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหิน
IP: xxx.9.156.139
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 09:48:24 GMT+0700 (ICT)

นายณัฐพงศ์ ชุมนุมพันธ์ เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 14:00 (176874)

 

  

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด หัวหินและผู้อ่านทุกท่าน 

  จาการที่ได้เข้ารับการศึกษาเมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมาพอที่จะสรุปใจความสำคัญต่างๆที่ได้เรียนรู้จากท่าน อ.ยม ดังนี้  
  • โลกปัจจุบันยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
  • ปัจจัยแห่งความสำเร็จขององค์กร
  • ความหมาย ผู้นำ ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของผู้นำ
  • กรอบแนวความคิด แนวคิดทฤษฎีฯ
  • สมรรถนะของผู้นำยุคใหม่
  • แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ
 กิจกรรมกลุ่มแต่ที่ท่าน อ.ยม ได้เน้นเป็นพิเศษได้แก่ ·      
  • ความแตกต่างระหว่างผู้นำและภาวะผู้นำ·      
  • ทฤษฏี 8 k’s (ทฤษฏีต้นไม้) ·      
  • ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • ผู้นำคือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ (ในที่นี้ผู้นำคือบุคคล)
  • ส่วนภาวะผู้นำคือ เป็นความสารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร (หรือกล่าวง่ายๆว่าภาวะผู้นำคือพฤติกรรม)
 ทฤษฏีต้นไม้ ผู้นำที่ดีควรมี 3 ลักษณะ(8ทุน) อยู่ในตน  

ลักษณะแรก สามารถนำเสนอแนวความคิดใหม่

  • ทุนความรู้     ใฝ่รู้หมั่นศึกษาหาความรู้
  • ทุนปัญญา     มีสติ
  • ทุนสังคม  มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี คิดบวก
  • ทุน IT  มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์
 

ลักษณะที่สอง สามารถสร้างความสุขให้กับตัวเราเองได้

  • ทุนมนุษย์ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่ในครรภ์มารดา อยู่ดี กินดี
  • ทุนความสุข   มีความสุขที่เผื่อแผ่คนอื่นได้ 
 

ลักษณะสุดท้าย สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้

  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม มีจริยธรรมและคุณธรรมในจิตใจ
  • ทุนแห่งความยั่งยืน        มีความมั่นคงและยั่งยืน 
 คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร
  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)
  3.  มีความสามารถ (Competence)
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)
  5.  มีความเป็นกลาง (Neutrality)
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation)
  7.  ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) 
 ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี
  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7. ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9. ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ
 

ทฤษฏีภาวการณ์เป็นผู้นำ

  1. ทฤษฏีเกี่ยวกับลักษณะ  (ยุคโบราณนิยมใช้ แต่ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ เช่น ซีพีก่อนรับคนเข้าทำงานก็ยังมีการดูโหวเฮ้ง)
  2. ทฤษฏีทางด้านพฤติกรรม กล่าวถึงพฤติกรรมของผู้นำประเภทต่าง ๆ
  3. ทฤษฏีทางด้านสถานการณ์ เช่น ประเทศไทยหลังปฏิรูปต้องการ นายกที่มีลักษณะสมานฉันท์  เราจึงได้ท่าน สุรยุทธ์มากเป็นนายก
 

ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการ ใน ศตวรรษที่ 21

  1. สามารถต่อกรกับความไม่แน่นอนในธุรกิจตน
  2. แสงหา  รักษา  พัฒนากำลังคนให้มีความสามารถอยู่ตลอดเวลา
  3. สร้างแนวคิดใหม่ๆในการทำงาน
  4. ดำเนินการด้วยความมีประสิทธิภาพ ต้นทุนที่ต่ำได้ผลดี  (ผมคิดว่าควรใช้คำว่ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล น่าจะครอบครุมมากกว่านะครับ
  5. แสวงหา รักษา ลูกค้าได้ดี
  6. สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียกับกิจการขององค์กร  
 

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   3  หลักการ 2 เงื่อนไข  ได้แก่

  1. พอประมาณ
  2.  มีเหตุผล
  3. มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
  4. เงื่อนไขความรู้  รอบรู้  รอบคอบ  ระมัดระวัง
  5. เงื่อนไขคุณธรรม  ซื่อสัตย์  มีสติปัญญา  ขยัน  อดทน  แบ่งปันจะนำไปสู่  เศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรม  ที่สมดุลพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคต
 

ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กับภาวะผู้นำ

  1. รอบรู้ ใฝ่รู้
  2. คู่คุณธรรม
  3. มีเหตุ มีผล
  4. รู้ตน พอประมาณ
  5. มองการณ์ไกล ใส่ใจภูมิคุ้มกัน
  เศรษฐกิจพอเพียง&ทฤษฏีใหม่
  1. ทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 1ความพอเพียงระดับบุคคล  นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน
  2. ทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 2 ความพอเพียงระดับชุมชน/องค์กร  นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า
  3. ทฤษฏีใหม่ขั้นที่ 3ความพอเพียงระดับประเทศ นำไปสู่  เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า 
 พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ
  1. คล่องคิด (Mental Agility) ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา
  2. คล่องคน (People Agility) รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้
  3. คล่องผล (Result Agility) ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้
  4. คล่องเปลี่ยน (Change Agility) ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้าง นวัตกรรม    
 

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วท่าน อ.ยมได้สอนให้ สังเกตภาวะผู้นำของผู้อื่นโดยการให้สังเกตว่าผู้ที่ออกมาพรีเซ้นต์หน้าชั้นมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างและพฤติกรรมข้อใดควรเอาเยี่ยงอย่าง 

  

และมีความรู้และคำพูดคมๆให้ขบคิด  เช่น บุญ คือ  สนใจ  ใส่ใจ  และเอาใจใส่  และที่สำคัญและลืมไม่ได้คือ ซึ่งเป็นปัญหาในการเขียนข้อสอบของผม ท่าน อ.ยมได้เสนอแนะวิธี การพูด  การเขียน Blog หรือข้อสอบ คือ  1.เปิดประเด็น  2.ดำเนินเรื่อง  3.สรุปพร้อมเสนอแนะ  ซึ่งกระผมจะพยายามทำให้ได้และขอให้ท่าน อ.ยม และท่าน ศ.ดร.จีระ  ช่วยวิจารณ์ผมในเรื่องนี้ด้วย จักเป็นประคุณอย่างสูงครับ

ณัฐพงศ์ ชุมนุมพันธ์
ปภาวี นาคสุข MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.156.139
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 09:53:22 GMT+0700 (ICT)

น.ส.ปภาวี นาคสุข ID 106142008 MBA 6 เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 16:17 (177035) 

 

ขอสวัสดี  อาจารย์จีระ และ อาจารย์ยม ที่เคารพค่ะ 

  

จากที่ดิฉันได้เรียนวิชา ภาวะผู้นำ สอนโดย อ.ยม นาคสุข  เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2550 ทำให้ทราบถึงความหมายของคำว่า ผู้นำ และ ภาวะผู้นำ นั่นก็คือ

  

ผู้นำ หมายถึง ตัวบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ 

 

ส่วน ภาวะผู้นำ คือ พฤติกรรม และความคิดของผู้นำที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งผู้นำที่ดีนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้

  

และการเป็นผู้นำที่ดีต้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะ และความประพฤติตรงกับทฤษฎีที่ว่าด้วยคุณค่าของผู้นำ, ทฤษฎี 8 K’s  และทฤษฎีภาวการณ์เป็นผู้นำที่ดี เป็นต้น

  

ดังที่อาจารย์ได้อธิบายอย่างละเอียดไปแล้วนั้น และสิ่งหนึ่งที่ อาจารย์ได้เน้นย้ำ และดิฉันก็จำได้ขึ้นใจว่า การจะเป็นผู้นำที่ดี มีความสามารถ อีกทั้งสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้นั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องเป็นผู้นำที่มี  Positive Thinking และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าทรัพยากรมนุษย์ Human Resource

                   สุดท้ายนี้ดิฉันขอขอบพระคุณท่าน อ.ยม เป็นอย่างสูงที่ช่วยให้ความกระจ่างในความหมายของคำว่า ผู้นำ และภาวะผู้นำได้เป็นอย่างดี ซึ่งแต่ก่อนเข้าใจเพียงแค่ว่า การเป็นคนเก่ง และเป็นคนดี ก็เป็นผู้นำที่ดีได้ แต่จากการที่ได้มาเรียน ทำให้รู้เลยว่า ยังมีกลยุทธ์ต่างๆ อีกมากมายที่จะสร้างเสริมภาวะผู้นำ ให้เป็นผู้นำที่ดีได้  
นายราเชนทร์ แดงโรจน์
IP: xxx.69.142.114
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 10:35:32 GMT+0700 (ICT)

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด (หัวหิน)

 

หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

รหัสวิชา / ชื่อวิชา ภว.524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

อาจารย์ผู้สอน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีม Chira Academy

 

ในการสอนของอาจารย์ยม นาคสุข ในวันศุกร์ ที่ 23 และ เสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2550 มีคำถามให้กับนักศึกษาในชั้นเรียนว่า ทั้ง 2 วันที่ผ่านมานั้น “เรียนกับอาจารย์แล้วได้อะไร?” ผมเป็นหนึ่งในนักศึกษาในชั้นเรียนที่อาจารย์ยมสอน เนื้อหาที่อาจารย์สอนจะครอบคลุมเน้นในเรื่อง “ความหมายของผู้นำและภาวะผู้นำ” ทำให้สิ่งที่ผมได้รับคือ

  1. ได้เข้าใจความหมายของผู้นำ และภาวะผู้นำ แยกออกจากกันโดยชัดเจน
  2.  

  3. ผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร / แนวทางสู่การเป็นผู้นำที่ดีแห่งยุค
  4.  

  5. สมรรถนะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ
  6.  

  7. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  8.  

  9. แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำ
  10.  

  11. ความหมายของความสำเร็จในการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21
  12.  

จากความรู้ดังกล่าวข้างต้น ผมสามารถนำกลับมาใช้พิจารณาปรับปรุงตนเองในส่วนที่ขาดหรือยังไม่เคยปฏิบัติหรือปฏิบัติยังไม่ถูกต้องในฐานะส่วนที่จะต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำ ตลอดจนสามารถนำความรู้ดังกล่าวข้างต้นมาประยุกต์เป็นแผนงานใช้กับองค์กรที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับนึกถึงสังคมไทย ในแง่มุมของผู้นำประเทศไทยในอดีต, ปัจจุบัน และอนาคตที่อาจจะมีการเลือกตั้งรัฐบาลที่มาจากประชามติของประชาชนชาวไทย ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2550 นี้ ว่าผู้นำของประเทศไทยควรจะมีคุณสมบัติและมีภาวะผู้นำอย่างไร ซึ่งในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนไทยที่มีสิทธิออกเสียงคงจะต้องพิจารณาและชี้ชวนให้บุคคลรอบข้างเลือกผู้นำในแนวทางที่อาจารย์ได้สอน หรือมีภาวะผู้นำใกล้เคียงกับทฤษฎี เนื่องจากผู้นำจะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมไทยจากสังคมที่เล็กที่สุด คือ ครอบครัว และครอบครัวใหญ่ ก็คือประเทศชาติว่าจะมีทิศทางหรือแนวโน้มดีหรือไม่ดีได้อย่างไร

ราเชนทร์ แดงโรจน์

รหัส 106242005

Jaruwan Yunprayong MBA 6
IP: xxx.9.156.139
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 11:21:24 GMT+0700 (ICT)

Jaruwan Yunprayong MBA 6 ID:106142009 เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 13:53 (176864)

  

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

  

เรียนเรื่องภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง จากท่าน อ.ยม นาคสุข ในวันที่ 23 - 24 กุมภาพันธ์ 2550

  

ฝิ่นส่งการบ้านเข้าไปใน e mail ของ อ. ยม ไปแล้วค่ะ เพราะตอนแรก หา blog ไม่เจอ....

  ฝิ่นโทรแจ้ง อ.ยม แล้วขอความกรุณาท่าน อ.ยม ช่วย copy การบ้านส่งมาใส่ที่ blog นี้ค่ะ  

ด้วยความเคารพอย่างสูง

  จารุวรรณ ยุ่นประยงค์ MBA 6  : 106142009 Stamford International University Hua Hin 
Jaruwan Yunprayong ( Finn) MBA 6 106142009
IP: xxx.9.156.139
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 11:45:54 GMT+0700 (ICT)

ชื่อ: Jaruwan Yunprayong ( Finn) MBA 6 106142009


อีเมล: finn_in@hotmail.com


ชื่อเรื่อง: ได้อะไรจากการเรียน ภาวะการเป็นผู้นำ (Feb 23-24,2007)

เนื้อความ:

 

  1. ได้รู้เรียนรู้หลักการเป็นผู้นำที่ดี รายละเอียดตามที่ อาจารย์สอน และสามารถอ่านในหนังสือและชีทประกอบการสอน จึงไม่ได้เขียนนะค๊ะ
    เพราะลอกในชีทได้....ฝิ่นว่าอาจารย์ก็รู้อยู่ดีว่าลอกมาจากชีท
  2. ได้เห็นการแสดงออกและความคิด รวมทั้งวิสัยทัศน์ของเพื่อนๆในห้อง
    ที่แตกต่างกันไป
  3. ได้เห็นการ present ของเพื่อนๆ ในห้องที่แตกต่างกันและสามารถนำข้อดีของแต่ละคนมาพัฒนาตัวเองได้
  4. ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างกับเพื่อนๆ และอาจารย์ซึ่งแต่ละคนก็มีความคิดเห็นและมุมมองต่างกัน ทำให้เราได้มองเห็นอีกมุมหนึ่งที่คิดไม่ถึง
  5. เป็นการวัดความรู้รอบตัวของแต่ละกลุ่มที่ออกมา persent ด้วย เพราะบางเรื่องที่เพื่อนพูดเราก็ไม่เคยรู้ และเรื่องที่เราพูดเพื่อนบางคนก็ไม่เคยรู้เช่นกัน
  6. ได้รู้ว่าเพื่อนๆ แต่ละคนมีประสบการณ์แตกต่างกัน เพราะบางคนกล้าที่จะแสดงออกและมีความเป็นผู้นำในตัวเองจากการที่ได้แสดงออกมา และบางคนก็ยังอายและประหม่าในการพูด ซึ่งทำให้เห็นถึงชั่วโมงบินที่ต่างกัน
    หมายถึงประสบการณ์ที่ต่างกัน
  7. การที่อาจารย์ comment ในการ present ของแตละคนเป็นข้อดี ทำให้ทุกคนสามารถนำไปปรับปรุงในสิ่งที่บกพร่องได้
  8. นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย
  9. เรียนแล้วอยากเป็นผู้นำที่ดี และเก่งค่ะ
  10. อยากให้ถึงวันศุกร์เร็วๆ

ค่ะ จะได้เรียนอีก....


------------------------------------------------------------
อีเมลฉบับนี้ส่งมาจาก
203.113.28.4


ขอบคุณ

Jaruwan

สุกัญญา เพ็ญสุข
IP: xxx.10.9.23
เขียนเมื่อ Wed Feb 28 2007 19:12:49 GMT+0700 (ICT)
èสวัสดีค่ะç  ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  อ.ยม  นาคสุข  เพื่อน ๆ  และท่านผู้อ่านทุกท่าน ผู้นำ  คือ  บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร                            ภาวะผู้นำ  คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์      เนื่องจากภาวะผู้นำเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ  แต่โดยสภาพของสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และอื่น ๆ  มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ผู้เป็นผู้นำจึงควรมีสมรรถนะ 5 ด้าน ในการนำไปสู่สภาวะผู้นำ  ดังนี้1.                ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง 2.                ศักยภาพในการเป็นผู้นำ 3.                การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 4.                ความเฉียบคมทางการบริหาร  5.                การสร้างความเข้าใจผู้นำจะต้องมีการตื่นตัวอยู่เสมอและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอด(สดอยู่เสมอ)
อัสมา แวโน๊ะ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.157.86
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 06:13:37 GMT+0700 (ICT)

อัสมา แวโน๊ะ เมื่อ พฤ. 01 มี.ค. 2550 @ 19:32 (179668)

  สวัสดีค่ะ ศ.ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์ ,อ.ยม นาคสุข และผู้อ่านทุกท่าน    สำหรับการบ้านครั้งนี้ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่มีการส่งการบ้านช้าเนื่องด้วยติดภาระกิจสอน ในพื้นที่ ที่ไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้  สำหรับการบ้านครั้งนี้ให้บรรยายว่าคุณได้อะไรบ้างจากการเรียนในครั้งนี้สำหรับดิฉันสิ่งที่ได้รับเพิ่มเติมในการเรียนครั้งนี้คือ  
  1. ได้เรียนรู้เกี่ยวกับทัศนคติ ของผู้นำ
  2. ได้เรียนรู้ทฤษฎีความเป็นผู้นำ
  3. ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน
 

1.  ได้เรียนรู้เกี่ยวกับทัศนคติ ของผู้นำ หมายถึง ผู้นำที่ดีควรที่จะมีทัศนคติที่กว้างไกล พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นั้นหมายถึง ทรัพยากรที่มีค่าที่สุด และไม่มีวันเสื่อมค่านั้นก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ หรือ ทุนมนุษย์

  

ถ้าผู้นำ มีทัศนคติการบริหารงานพร้อมไปกับบริหารคน จะทำให้งานที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด

  

2.  ได้เรียนรู้ทฤษฎีความเป็นผู้นำ ในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความหมายของผู้นำ และภาวะผู้นำ ตลอดจนศักยภาพของผู้นำในรูปแบบต่างถ้าให้บรรยาย เนื้อหาคงจะคล้ายคลึงกับพี่ ๆ และเพื่อนที่ได้กล่าวมาข้างต้น

 

  

3. ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน หลังจากที่ท่านอาจารย์ได้มีการแจกงานให้ทำเป็นกลุ่มนั้นส่งผลให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน ถือเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของผู้อื่นไปในตัว

  

นอกเหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ได้ในการเรียนวิชาภาวะผู้นำในครั้งแรกนี้ถือว่าเป็นความประทับใจในทีมงานสอนของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ยม นาคสุขและที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจ  มากไปกว่านั้นก็คือ ได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านประสบการณ์กับชาวต่างชาติในครั้งหน้า ซึ่งถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในมุมมองที่กว้างขึ้นและแตกต่างออกไป หวังว่าจะได้รับการอภัยที่ส่งการบ้านล่าช้า

  

ขอบคุณคะ

  

อัสมา แวโน๊ะ

 MBA 7  
ศิรดา มากมี MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.157.86
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 06:17:16 GMT+0700 (ICT)

ศิรดา มากมี เมื่อ พฤ. 01 มี.ค. 2550 @ 19:44 (179682)

 

สวัสดีค่ะ ศ.ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์ ,อ.ยม นาคสุข และผู้อ่านทุกท่าน

  

เนื่องด้วยดิฉันไม่ได้เข้าเรียนในครั้งแรก ทั้งวันศุกร์และวันเสาร์ เนื่องจากมีความจำด้านงาน จึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ดิฉันได้ทราบข่าวจากเพื่อนเรื่องการบ้านของอาจารย์

 

 

แม้ว่าดิฉันจะไม่ได้เข้าเรียนแต่จากที่ได้อ่านหนังสือของอาจารย์จิระ แล้วรู้สึกน่าสนใจในรายละเอียดวิชา ซึ่งเป็นวิชาที่นอกเหนือจากการสอนให้เป็นผู้นำที่ดีแล้ว ยังสอนให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ไปพร้อมกัน

  ต้องขออภัยกับการขาดเรียนในครั้งแรก แต่สำหรับครั้งต่อไปจะเข้าเรียนตามปกติ ขอบคุณค่ะ  

ศิรดา มากมี

  MBA 7
หยาดอรุณ อาสาสำเร็จ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.157.86
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 06:52:19 GMT+0700 (ICT)
นางสาวหยาดอรุณ อาสาสำเร็จ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 18:06 (178437)

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ/นักศึกษา MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและท่านผู้อ่านทุกท่าน

   

สัปดาห์แรกของการศึกษาวิชาภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรกับอาจารย์ยม ซึ่งท่านได้มอบหมายการบ้านให้ทำในสัปดาห์แรกจากหัวข้อจากการศึกษาเรื่องภาวะผู้นำของสัปดาห์แรก ได้อะไรกับตัวเราบ้าง

 ความหมาย       

ผู้นำ และภาวะผู้นำมีความแตกต่างกันตรงที่ผู้นำคือบุคคลที่มีอิทธิพลในการชักจูง โน้มน้าวบุคคลอื่นๆให้ปฏิบัติตามเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรสำหรับภาวะผู้นำคือพฤติกรรมที่ถ่ายทอดออกมา ซึ่งสามารถทำให้บุคคลอื่นยอมรับและได้รับการสนับสนุนจากบุคคลอื่นๆในการดำเนินการใดๆเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร 

  ลักษณะที่ดีของผู้นำโดยทั่ว ๆ ไป
  • มีวิสัยทัศน์
  • มีความสามารถริเริ่มและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆตลอดเวลา
  • มีความยุติรรม และมีคุณธรรม
  • มีความซื่อสัตย์
  • มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และต่อหน้าที่
  • มีบุคลิกภาพดี
  • ตรงต่อเวลา
  • สุขุม รอบคอบ ใจเย็น
  • มีการกระจายอำนาจอย่าง
  • ต้องเป็นผู้ที่ใฝ่รู้
  • มีความรู้เรื่องที่ทำงานอย่างชัดเจน
  • ต้องรู้จักการให้อภัยและการวางเฉย  
 ผู้นำที่ดีจะต้องมี 7 ข้อที่สำคัญดังนี้

 

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (จะต้องมีความโปร่งใส, ซื่อสัตย์, ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของทุกฝ่าย, มีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ และมีสามารถในการแข่งขัน)
  3. มีความสามารถ
  4. มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5. มีความเป็นกลาง
  6. การมุ่งสัมฤทธิ์ผล
  7. ความเป็นมืออาชีพ 
  ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี
  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6. แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7. ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9. ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ   
 ลักษณะผู้นำที่ดีควรมี 3 ลักษณะดังนี้1.  สามารถนำเสนอความคิดใหม่
  • ทุนความรู้ 
  • ทุนปัญญา
  • ทุนทางสังคม
  • ทุนทาง IT 

 

2. สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้
  • ทุนความเป็นมนุษย์
  • ทุนทางความสุข 

3.  สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้
  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม
  • ทุนแห่งความยั่งยืน การที่จะเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีคุณลักษณะตาม
 

ทฤษฏีภาวะผู้นำซึ่งมี 3 แบบดังนี้1.            ทฤษฎีเกี่ยวกับมีความทะเยอทะยาน (Ambition)
  • มีความอุสาหะพากเพียร (Persistence)
  • มีความกล้าหาญ (Courage)
  • มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)
  • มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)
  • มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)
  • มีความยุติธรรม (Justice)
  • มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)
  • มีความยืดหยุ่น (Flexibility)
  • มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)
  • มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline)

2.            ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ มุ่งที่พนักงาน และมุ่งที่ผลผลิต/งาน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มตามตารางพฤติกรรมการบริหาร ของ Robert R. Blake & Jane S. Mouton ดังนี้·        
  1. ผู้นำที่เน้นความสนใจที่คน ไม่ค่อยเน้นที่งาน·        
  2. ผู้นำที่ไม่สนใจทั้งงานและคน·        
  3. ผู้นำที่เอาใจใส่ทั้งคนและงาน·        
  4.  ผู้นำที่เน้นความสนใจที่งาน ไม่ค่อยเน้นที่คน·        
  5. ผู้นำที่เดินสายกลาง
 

3.    ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์  สามารถแบ่งยอยออกได้เป็น 3 ลักษะคือ

 

3.1.   ตัวแบความไม่แน่นอนของเฟรด ฟิดเลอร์

  • เมื่อสถานการณ์เอื้อต่อการใช้ความเป็นผู้นำ กลุ่มจะตั้งใจทำงานโดยไม่ต้องมีการคะยั้นคะยอมาก
  • บุคคลแต่ละคนจึงควรทำงานในสถานการณ์ที่เหมาะกับแบบภาวการณ์เป็นผู้นำของเขา·          
  • ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับแบบภาวการณ์เป็นผู้นำของเขาเอง

 

3.2.   ทฤษฏีวิถีทางสู่เป้าหมาย

 

3.3.   ทฤษฏีภาวการณ์เป็นผู้นำตามสถานการณ์ของเฮอร์ซี และเบลนชาร์ด สมรรถนะหลัก 5 ด้าน ในการนำไปสู่ภาวะผู้นำยุคใหม่  1. ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆดังนี้
  • การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  • มีความคิดสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรม
  • ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก
  • ความยืดหยุ่น
  • ปรับเปลี่ยนได้
  • จูงใจใฝ่บริหาร
  • การคิดเชิงกลยุทธ์
  • การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลได้ดี    
 2. ศักยภาพในการเป็นผู้นำ
  • การบริหารความขัดแย้ง
  • ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม
  • ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์
  • สร้างทีมงาน    
 3. การมุ่งผลสัมฤทธิ์
  • ความรับผิดชอบ
  • การให้บริการลูกค้า
  • การตัดสินใจ
  • ความเป็นผู้ประกอบการ
  • การแก้ไขปัญหา
  • มีเทคนิคที่เชื่อถือได้   
 4. ความเฉียบคมทางการบริหาร
  • การบริหารจัดการด้านการเงิน
  • การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
  • การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี
  • การบริหารลูกค้า  
 5. การสร้างความเข้าใจ
  • การเจรจาต่อรอง
  • ทักษะด้านคน การโน้มน้าว
  • ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา
  • ความสามารถในการมีส่วนร่วม
  • ความรอบรู้ด้านการเมือง
  • ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน  ในการเป็นผู้นำที่ดีนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมี
 6. การสร้างและการรักษาอำนาจของตนไว้ เพื่อให้การศรัทธาและบารมีในการทำการใดๆ ซึ่งเทคนิค 5 ข้อทีสำคัญคือ
  1. การให้ (โดยการให้ความรู้, โอกาส, ให้อภัย)
  2. การติ / สั่งสอน (โดยการติอย่างมีเมตตา และใช้ความประนีประนอม)
  3. การแสดงตนว่าเป็นผู้รู้มากกว่าลูกน้อง
  4. การอ้างอิงถึงผู้ที่มีความสำคัญและเป็นที่เคารพของบุคคลอื่น
  5. นิติกรรม หรือการดำเนินการใดทีแสดงเป็นลายลักษณ์อักษร (ผังการแต่งตังในองค์กร)  
 การชี้วัดผู้นำที่ดีจะต้องมี CEO ในการดำเนินธุรกิจคือ
  • C คือ ความพึงพอใจของลูกค้า
  • E คือ ความพึงพอใจของพนักงาน
  • O คือ ผลประกอบการ  
 ทฤษฎี  8  K’s  ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
  1. ทุนแห่งความยั่งยืน      
  2. ทุนทางสังคม      
  3. ทุนทางจริยธรรม      
  4. ทุนแห่งความสุข      
  5. ทุนทาง IT      
  6. ทุนทางปัญญา      
  7. ทุนทางความรู้ ทักษะ Mind set      
  8. ทุนมนุษย์  
 แนวทางการพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่เป็นเลิศตามหลักของ JACK WELCH จะต้องมี 4E’s
  1. ENERGY Drive/ Embraces/ Change
  2. ENERGIZE Vision / Sparks / Others
  3. EDGE Strong Competitor/ Makes Difficult Decisions
  4. EXECUTION Delivers Results/Consistent / Performer 
  การพัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำที่มีศักยภาพสูง  ซึ่งจะต้องรู้จักเรียนรู้ให้มากขึ้นโดการพัฒนาความตนเองในด้านต่างๆดังนี้
  1. คล่องคิด ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา
  2. คล่องคน รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้
  3. คล่องผล ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้
  4. คล่องเปลี่ยน ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้างนวัตกรรม 
 3 หลักการ กับ 2 เงื่อนไข ปรัชญาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีดังนี้·         3 หลักการ คือการรู้จักพอประมาณ, การมีเหตุมีผล, และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี·    

2 เงื่อนไข คือ เงื่อนไขความรู้ (จะต้องมีความรอบรู้ รอบคอบ และรู้จักระมัดระวัง) และเงื่อนไขคุณธรรม (จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต, มีสติ ปัญญา ขยัน และอดทน และรู้จักการแบ่งปัน) 

  การฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มีดังนี้
  • ระเบิดจากข้างใน
  • ปลูกจิตสำนึก
  • เน้นให้พึ่งตนเองได้
  • คำนึงถึงภูมิสังคม
  • ทำตามลำดับขั้น
  • ประหยัด เรียบง่าย
    ประโยชน์สูงสุด
  • บริการที่จุดเดียว
  • แก้ปัญหาจากจุดเล็ก
  • ไม่ติดตำรา
  • ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
  • การมีส่วนร่วม
  • รู้ รัก สามัคคี
  • มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่
  • นางสาวหยาดอรุณ อาสาสำเร็จ
 รหัส 106142012  
อ.สุดาภรณ์ (A' Lotus) ทีมงาน ศ.ดร.จีระ น.ศ. ป.เอก รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต
IP: xxx.9.157.86
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 07:07:28 GMT+0700 (ICT)
อ. สุดาภรณ์ (A' Lotus) ม.สวนสุนันทาฯ เมื่อ พฤ. 01 มี.ค. 2550 @ 04:36 (178898)

สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ/อ.ยม นาคสุข และนักศึกษา MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดและท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขออนุญาตแชร์ไอเดียเพิ่มเติมในส่วนเนื้อหาที่อาจารย์ยมได้สอนเรื่อง ภาวะผู้นำ ซึ่งมีเนื้อหาที่ดีและทันสมัย เป็นเรื่องใหม่และสมารถนำไปสู่การบูรณาการได้เป็นอย่างดี คะ ดิฉันมีความคิดเห็นเพิ่มเติม ดังนี้

ในโลกปัจจุบันเป็นสังคมฐานความรู้ (Knowledge - Base Society) ความรู้ ถือ เป็นทรัพยากรหลักในการพัฒนาระดับความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม

และเจ้าของความรู้ก็คือ คน(Human) ดังนั้น ภาวะผู้นำควรต้องเป็นบุคคลที่ เป็น Knowledge Worker จะต้องใช้ ความรู้ เป็นหลักในการทำงาน

ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์ ปรมาจารย์นักจัดการของโลก กล่าวไว้ในคศ.ที่19 ซึ่งน้าจะยังคงเป็นจริงในคศ.ที่21 และในอนาคตต่อไป

ได้เสนอปัจจัยหลักที่กำหนด Knowledge Worker productivity 6 ปัจจัย ดังนี้

  1. What is the task ? งานคืออะไร
  2. Autonomy อิสระควบคุมตัวเองได้
  3. Continuing Innovation นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
  4. Continuing learning เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
  5. Continnuing teaching สอนอย่างต่อเนื่อง
  6. Productivity = Quality ผลงานมีคุณภาพ
  7. Asset มองและปฎิบัติอย่างเป็นสินทรัพย์

7  ปัจจัยดังกล่าวน่าจะเป็นพฤติกรรมหนึ่งของ  ภาวะผู้นำต้องมีและสำคัญที่สุดในตัวผู้นำต้องมี คือ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Continuing Learning)หรือที่เราเรียกว่า การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life - Long Learning) หาความรู้ให้อาหารสมองและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

สวัสดีคะ

 

อาจารย์สุดาภรณ์ A' Lotus

สราวุฒิ ฉายแสง MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.157.86
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 07:09:25 GMT+0700 (ICT)
สราวุฒิ ฉายแสง เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 16:43 (178362)  

ภาวะผู้นำ จากการฟังการบรรยายในสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจถึงบทบาทที่ผู้นำควรปฏิบัติในระดับหนึ่ง คือการเป็นผู้นำนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความรู้ความสามารถ ที่สามารถถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นได้

  

การที่ลูกน้องทำผิดพลาดก็ต้องมีการตำหนิติเตียนตามเหตุผลพร้อมทั้งอธิบายวิธีการแก้ไขให้ทราบด้วย มีการวางแผนงานที่ชัดเจน รอบคอบ เพื่อที่จะทำให้องค์กรไปสู่เป้าหมายได้  ซึ่งต้องใช้ความรู้ ความสามารถ เป็นอย่างมาก เมื่อผู้นำแสดงให้เห็นถึงความสามารถก็จะเป็นที่ยอมรับของคนในหน่วยงานนั้น

  บางครั้งผู้นำก็ควรจะเป็นผู้ให้ เช่น ความรู้ บางครั้งก็ต้องเป็นผู้รับ เช่น รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
นางสาวนภาพร พิพัฒน์ MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.156.209
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 08:26:02 GMT+0700 (ICT)
นางสาวนภาพร พิพัฒน์ MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 12:06 (178042)

สวัสดี ดร.จีระ และผู้อ่านทุกท่าน  

         จากที่ดิฉันได้เรียนในห้องทำให้ทราบถึงคำว่าผู้นำหมายถึง บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มและสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ภาวะผู้นำหมายถึงความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมันและให้การสนับสนุน ผลักดันบุคคล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ทฤษฎีภาวะการณ์เป็นผู้นำแบ่งออกเป็นดังนี้
  1. ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
 

สรุป ผู้นำคือตัวบุคคล ภาวะผู้นำคือพฤติกรรม การเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องมีภาวะผู้นำรวมอยู่ด้วย และสิ่งที่สำคัญคือคุณค่าของผู้นำเอง จึงจะทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จถึงเป้าหมายอย่างดีเยี่ยม 

 

นางสาวนภาพร  พิพัฒน์ 

 

รหัส 106142007   
นายเตชะสิทธิ์ หอมฟุ้ง MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.156.209
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 08:28:04 GMT+0700 (ICT)
นายเตชะสิทธิ์ หอมฟุ้ง MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 12:25 (178066) สวัสดี ดร.จีระ และผู้อ่านทุกท่าน   จากการที่ได้เรียนในวิชา ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ทำให้ผมได้ทราบถึงเนื้อหาดังนี้  ผู้นำ (Leader) คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติงานต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ  ภาวะผู้นำ Leadership เป็นความสามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนผลักดันบุคคลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร   ทฤษฎีภาวการณ์เป็นผู้นำ1.      ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ 2.      ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม

3.      ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ 

  1.   ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ   มีความเชื่อว่า ผู้นำที่มีคุณลักษณะดี จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามศาสตร์ของจีน มีการเก็บข้อมูลลักษณะของผู้นำว่า มีลักษณะสูงใหญ่ คิ้วดก ขนดกดำ สังเกตจากรูปภาพแม่ทัพจีนโบราณ ซุนวู เป็นต้น สัตว์ป่าจ่าฝูง เพศผู้จะมีลักษณะโครงสร้างใหญ่ มีขนสวยสง่างาม เป็นต้น ต่อมาภายหลังมีการพัฒนาการศึกษาลักษณะผู้นำ ว่าเป็นผู้ที่มีลักษณะ ดังนี้
  • มีความทะเยอทะยาน (Ambition)
  • มีความอุสาหะพากเพียร (Persistence)
  • มีความกล้าหาญ (Courage)
  • มีความเชื่อถือศรัทธา (Faith)
  • มีความซื่อสัตย์มั่นคง (Integrity)
  • มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)
  • มีความยุติธรรม (Justice)
  • มีจุดมุ่งหมาย (Objectivity)
  • มีความยืดหยุ่น (Flexibility)
  • มีความสามารถในการตัดสินใจ (Decisiveness)
  • มีวินัยในตนเอง (Self-Discipline)
  2. ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม 
  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่คน ไม่ค่อยเน้นที่งาน
  • ผู้นำที่ไม่สนใจทั้งงานและคน
  • ผู้นำที่เอาใจใส่ทั้งคนและงาน
  • ผู้นำที่เน้นความสนใจที่งาน ไม่ค่อยเน้นที่คน
  • ผู้นำที่เดินสายกลาง
  3. ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์
  • เมื่อสถานการณ์เอื้อต่อการใช้ความเป็นผู้นำ กลุ่มจะตั้งใจทำงานโดยไม่ต้องมีการคะยั้นคะยอมาก
  • บุคคลแต่ละคนจึงควรทำงานในสถานการณ์ที่เหมาะกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขา
  • ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับแบบภาวะการเป็นผู้นำของเขาเอง
  • (The Hersey-Blanchard Life Cycle Theory of Leadership) 
  สรุป  การที่จะเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา คิดแบบสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ  และ ผู้นำคือตัวบุคคล ภาวะผู้นำคือการกระทำ 
นายนันทพล เถาลิโป้ MBA ม.นานาชาติสแตมฟอร์ด
IP: xxx.9.156.209
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 08:30:10 GMT+0700 (ICT)

นายนันทพล เถาลิโป้ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 14:10 (178164)

 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ / นักศึกษา MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด (หัวหิน) และท่านผู้อ่านทุกท่าน

 

การที่เราได้เข้ามาเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยนั้นผมคิดว่าการเรียนในสิ่งที่เราไม่รู้มาก่อนจะทำให้เราได้รับรู้มากขึ้นเพราะเราจะได้มุมมองที่กว้างไกลจากเดิมมากขึ้น  "ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร" ทำให้ผู้บริหารต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ในแนวทางที่ถูกต้องเพื่อการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นและสามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในหัวข้อต่อไปนี้

 

 ความแตกต่างระหว่างผู้นำและภาวะผู้นำผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร           

ภาวะผู้นำ คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถส่งแรงกระทำอันก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าหมายและจุดประสงค์  

          ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์ ผู้นำซอฟแวร์ของโลก มีภาวะผู้นำดังนี้
  1.  ใฝ่รู้
  2. คิดสร้างสรรค์
  3. คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ 
  4.  ทุนทางปัญญา
  5. กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ
 ผู้นำ กับการแก้ไขปัญหา  เมื่อมีปัญหาต้องแก้ไข 
  • ต้องรู้ว่าอะไรคือตัวปัญหา
  • สาเหตุ
  • แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
  • ลงมือปฏิบัติ (เลือกวิธีที่ดีที่สุด)
  • ติดตามผลแล้ว
  • พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

 

หัวข้อที่ผมยกขึ้นมานี้ แสดงให้เห็นและเข้าใจถึง การที่จะเป็นผู้นำและแรงขับดันความรู้สึกของผู้นำหรือสิ่งที่ผู้นำควรมี และรูปแบบการแก้ไขปัญหาแบบผู้นำ อีกหัวข้อหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจและเห็นภาพคือความแตกต่างระหว่างการเป็นเจ้านายกับการเป็นผู้นำ 1.    ผู้นำสร้างปณิธานให้แก่ผู้ตาม 2.    ผู้นำอาศัยเจตจำนงที่เสรี 3.    ผู้นำแผ่ความรัก ปรารถนาดี 4.    ผู้นำ พูดว่า "เรา" 5.    ผู้นำแสดงให้รู้ว่าอะไรที่ผิด และควรทำอย่างไร 6.    ผู้นำรู้ว่าจะทำงานอย่างไร 7.    ผู้นำบริหารความเคารพ

 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างจากการเรียนเรื่อง"ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร" บทเรียนนี้ได้เปิดมุมมองใหม่ในการเป็นผู้นำและพัฒนาองค์กรซึ่งเราสามารถนำไปใช้ในการบริหารงานได้เป็นอย่างดี

   

การนำเอากระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่อง"เศรษฐกิจพอเพียง" นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานและได้กำหนดการพึ่งตนเองที่เป็นรูปธรรม เป็นกรอบการดำเนินงานอันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งภาคราชการ ภาคธุรกิจเอกชน และองคืกรซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จึงเห็นสมควรจำเป็นต่อการพัฒนาและกำหนดอนาคตของตัวเราเป็นอย่างยิ่ง

 

สรุป  อย่างไรก็ตาม จำเป็นที่จะต้องมีผู้นำและผู้มีความสามารถในการบริหารจัดการ ตอบสนองความต้องการ ทั้งทางราชการและองค์กร ตลอดจนมีการบูรณาการ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งยังต้องมีความสามารถในการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้การบริการและการจัดการขององค์กร นั้นได้ประสบความสำเร็จของความต้องการ ดังจุดประสงค์ของการเรียนที่เราเรียนอยู่
นายเอกราช ดลยสกุล MBA Stamford International University
IP: xxx.9.156.209
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 08:32:48 GMT+0700 (ICT)
นายเอกราช ดลยสกุล MBA 6 เมื่อ พฤ. 01 มี.ค. 2550 @ 10:29 (179055) สวัสดีท่าน อาจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์และนักศึกษาทุกคน เรียนแล้วได้อะไรบ้าง 

พูดถึงในสังคมยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้หลายองค์กรต้องพบกับความหายนะในปัจจุบันที่เป็นอยู่แต่ในทางตรงกันข้ามการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันก็ยังสร้างโอกาสให้กับองค์กรให้ประสบความสำเร็จมาแล้วในปัจจุบันด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่มีผู้นำที่มีภาวะผู้นำที่ดีที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของปัจจุบันได้และสามารถนำพาองค์กรไปสู่การแข่งขันที่เป็นเลิศทางธุรกิจได้

 

ผู้นำ คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่ม และสามารถนำกลุ่มปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร  

         

ภาวะผู้นำ คือ  พลังชนิดหนึ่งที่สามารถส่งแรงกระทำอันก่อให้เกิดการขับเคลื่อนกลุ่มคน และนำองค์กรไปสู่การบรรลุเป้าหมายและจุดประสงค์ 

           ยกตัวอย่าง บิลล์ เกตส์ ผู้นำซอฟแวร์ของโลก มีภาวะผู้นำดังนี้1.     ใฝ่รู้ 2.    คิดสร้างสรรค์ 3.    คิดนอกกรอบข้ามศาสตร์ 4.     ทุนทางปัญญา 5.    กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ลักษณะผู้นำที่ดีผู้นำที่ฉลาดควรมี 3 ลักษณะอยู่ในตน1.  สามารถนำเสนอความคิดใหม่
  • ทุนความรู้
  • ทุนปัญญา
  • ทุนทางสังคม
2.  สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้
  • ทุนความเป็นมนุษย์
  • ทุนทางความสุข
3.  สามารถสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้
  • ทุนจริยธรรม คุณธรรม
  • ทุนแห่งความยั่งยืน
  คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร 1.    การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน 2.     ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล 3.    มีความสามารถ 4.     มีความสำนึกรับผิดชอบ 5.     มีความเป็นกลาง 6.     การมุ่งสัมฤทธิ์ผล 7.     ความเป็นมืออาชีพ   ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี 1.    มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง 2.    ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง 3.    ขาดความรับผิดชอบ 4.    การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้ 5.    ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน 6.     แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 7.     ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม 8.    ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ 9.      ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ ทฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำ 1.    ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ 2.    ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม 3.    ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์ พัฒนาตนเองสู่ภาวะผู้นำ 1.    คล่องคิด  ล่วงรู้ปัญหา รู้แจ้ง เผชิญความยุ่งยากได้หลากหลาย อย่างเป็นสุข มีแง่คิด มีปัญญา 2.    คล่องคน  รู้เขา รู้เรา เรียนรู้จากประสบการณ์ผู้อื่น สร้างโอกาส เย็นสงบ สุขุม สง่างามภายใต้แรงกดดันได้ 3.    คล่องผล  ทำให้ผู้คนมีพลังทำงานได้สำเร็จ ให้ผลงานได้เกินคาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้อื่น ส่งมอบผลงานที่ยากได้ 4.    คล่องเปลี่ยน ใฝ่รู้ สู้ยิ่งยาก ไม่ย่นระย่อ ชอบทดลอง ปรับเปลี่ยน สนใจที่จะพัฒนาตน สร้างนวัตกรรมผู้นำ กับการแก้ไขปัญหา  เมื่อมีปัญหาต้องแก้ไข 
  • ต้องรู้ว่าอะไรคือตัวปัญหา
  • สาเหตุ
  • แนวทางเลือกในการแก้ปัญหา
  • ลงมือปฏิบัติ (เลือกวิธีที่ดีที่สุด)
  • ติดตามผลแล้ว
  • พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

 

หัวข้อที่ผมยกขึ้นมานี้ แสดงให้เห็นและเข้าใจถึง การที่จะเป็นผู้นำและแรงขับดันความรู้สึกของผู้นำหรือสิ่งที่ผู้นำควรมี และรูปแบบการแก้ไขปัญหาแบบผู้นำ อีกหัวข้อหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจและเห็นภาพคือความแตกต่างระหว่างการเป็นเจ้านายกับการเป็นผู้นำ 1.    ผู้นำสร้างปณิธานให้แก่ผู้ตาม 2.    ผู้นำอาศัยเจตจำนงที่เสรี 3.    ผู้นำแผ่ความรัก ปรารถนาดี 4.    ผู้นำ พูดว่า "เรา" 5.    ผู้นำแสดงให้รู้ว่าอะไรที่ผิด และควรทำอย่างไร 6.    ผู้นำรู้ว่าจะทำงานอย่างไร 7.    ผู้นำบริหารความเคารพ

 

การที่องค์กรมีผู้นำที่ดีและสามารถอยู่รอดได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดหรือฉลาดที่สุดแต่เป็นผู้ที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างศรัทธาให้กับบุคคลอื่นได้ให้เกิดความเชื่อถือศรัทธาในต้วของผู้นำเองด้วย

  นายเอกราช  ดลยสกุลมหาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด MBA 6 
น.ส. พนาวัลย์ คุ้มสุด นักศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจ
IP: xxx.9.156.209
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 08:38:23 GMT+0700 (ICT)

จาก น.ส. พนาวัลย์ คุ้มสุด นักศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจ ID 106142010 เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 15:45 (178284)

 

รุปองค์ความรู้ในภาพรวมของ น.ส.พนาวัลย์ คุ้มสุด  จากการศึกษาระดับปริญญาโท  บริหารธุรกิจ   มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมป์ฟอร์ด

               ดิฉัน  น.ส. พนาวัลย์  คุ้มสุด  นักศึกษาปริญญาโท  บริหารธุรกิจ  ID  106142010 ได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท  บริหารธุรกิจ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน รายวิชาต่าง ๆ ที่ได้ศึกษาผ่านไปแล้วรวม  8  วิชา ได้แก่ 
  • กง. 524  การเงินเพื่อการจัดการ*** (FIN 524)
  • กจ. 521  องค์การและการจัดการ (MGN  521)
  • กจ. 530  กลยุทธ์การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (วิชาเลือก) *** (MGN 530)
  • ศศ. 557  เศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ (ECO 557)
  • กต. 548  การบริหารการตลาด (MKT  548)
  • กจ. 562  การบริหารการปฏิบัติการ***(MGN 562)
  • กบ. 543  การวิเคราะห์บัญชีเพื่อผู้บริหาร (ACC 543) *****
  • กจ. 590  กลยุทธ์การจัดการ *** (MGN  590)
 

               จากความรู้ทั้งด้านวิชาการและทักษะต่าง ๆ  ที่ได้รับมีความหลากหลายมากถือว่าเป็นการเติมเต็ม  ให้แก่ตัวดิฉันเอง  ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาอาชีพที่ดิฉันรับผิดชอบอยู่ ได้แก่ ร้านค้าโทรศัพท์มือถือ , ทำหน้าที่รองนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี  ฝ่ายการศึกษา  สรุปเนื้อหาสาระที่ได้รับจากคณาจารย์ , การสัมมนา ,    ค้นคว้าเพิ่มเติม , มีประเด็นสำคัญ  ดังนี้

                1.  ความรู้ด้านวิชาการรายละเอียดด้านวิชาการมีความหลากหลายมาก โดยเนื้อหาในภาพรวมแบ่งได้ออกเป็น  2  กลุ่ม  คือ               1.1  เนื้อหาสาระที่เป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการองค์กร ได้แก่  ความรู้ด้านการเงิน , บัญชี ,เศรษฐศาสตร์  จากการเรียนรู้ทำให้เข้าใจระบบบริหารต่าง ๆ , การบริหารด้านการเงินที่เหมาะสม  ตลอดจนแนวทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ดิฉันสามารถนำมาเป็นพื้นฐานปรับใช้ประโยชน์ได้       

               1.2 เนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการจัดการองค์กร ในรูปแบบต่างๆ  ,   กลยุทธ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ประกอบการดำเนินการ , การวิเคราะห์สถานการณ์ขององค์กรในประเด็นต่าง ๆ , การบริหารงานบุคคลที่มีคุณภาพตลอดจนแนวทางการแก้ปัญหาและการบริหารงานในช่วงวิกฤติจากรายละเอียดของเนื้อหาทั้ง  8  วิชา  ที่ดิฉันได้ศึกษาแล้วมีผลอย่างมาก  ต่อตัวดิฉันและผู้เรียนทุกอื่น ๆ โดยเฉพาะแนวความคิด , การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ถูกปรับเปลี่ยนอย่างมาก  เช่น

 

               -  แนวทางการบริหารองค์กร  ทั้งภาครัฐและเอกชน  ทำเป็นระบบมากขึ้นตั้งแต่การวางแผนจัดโครงสร้างองค์กร , การจัดตั้งองค์กร , การมอบหมายงาน , การตรวจสอบ 

      

               - แนวทางการจัดการทางการเงิน  โดยเฉพาะองค์กรธุรกิจเกี่ยวกับการระดมทุน , การลงทุนที่เหมาะสม , กระแสเงินสด , การรักษาสภาพคล่อง , รวมทั้งการบริหารหนี้สินอย่างฉลาด

 

               -  แนวทางการบริหารงานบุคคลในองค์กร  ซึ่งรูปแบบการบริหารงานบุคคลในลักษณะต่าง ๆ เช่น  การได้มา , การรักษาไว้ , การจากไปของบุคลากร  เป็นไปอย่างมีระบบตลอดจน ทำให้มีจริยธรรมคุณธรรม , เมตตาธรรม มากขึ้น

 

               -  แนวทางการวิเคราะห์สถานะขององค์กรในช่วงเวลาต่าง ๆ ทำได้อย่างเหมาะสมด้วยการทำ SWOT  และการวิเคราะห์จาก Matrix  ต่าง ๆ ทำให้สามารถทราบความเป็นไปขององค์กร ได้อย่างชัดเจน  ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการแก้ไขและพัฒนาต่อไป

 

               -  แนวทางการแก้ไขปัญหายามวิกฤติต่าง ๆ ตามปกติผู้ที่ทำการค้า , พนักงาน , ข้าราชการ  เมื่อพบกับวิกฤติรูปแบบต่าง ๆ ก็มักจะใช้ประสบการณ์ , การปรึกษา , เข้ามาแก้ปัญหา แต่การใช้หลักวิทยาการมาร่วมด้วย  จะทำให้สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ไปได้อย่างดีและรวดเร็ว

                -  แนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีทั้งคู่แข่งขัน , เพื่อนร่วมอาชีพ , องค์กรที่เกี่ยวข้อง , สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้อย่างมีคุณภาพ  ทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น  ซึ่งจะเป็นผลดี  (Win Win)  ทั้ง 2 ฝ่าย

               -  ทำให้เกิดความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมของระบบการเมือง , เศรษฐกิจ , สังคม  โดยรวมมากขึ้น  อันจะเป็นพื้นฐานในการนำไปวิเคราะห์และวางแผนต่อไป

 

               -  แนวทางการปรับองค์กรให้เหมาะสม  ได้แก่  การสร้างความเจริญเติบโต , การยกเลิก  , การชะลอ  ให้เป็นไปตามสถานะ การณ์ที่เหมาะสมและเป็นจริงที่สุด

 

               2.  ด้านประสบการณ์ , ทักษะต่าง ๆ ที่ได้จากการศึกษา ในการเรียนรู้จาก  เนื้อหา  8  รายวิชาที่ผ่านมา  ดิฉันได้มีโอกาสได้รับรู้รายละเอียด  ทางวิชาการจากคณาจารย์ , การแลกเปลี่ยนความรู้  ความเข้าใจกับคณาจารย์ , เพื่อนนักศึกษาการสัมมนา , การนำเสนอในห้องทำให้พฤติกรรมโดยส่วนตัวของดิฉันพัฒนามากขึ้น  ในหลาย ๆ ด้าน เช่น

 

               2.1  ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น

 

               2.2  ทำให้การตัดสินใจในงานต่าง ๆ ทั้งงานในอาชีพ  และชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างรวดเร็ว , มั่นใจ  มากขึ้น

 

               2.3  ทำให้ดิฉันมีจริยธรรม , คุณธรรม , เมตตาธรรมมากขึ้น  โดยเฉพาะกับบุคลากรในความดูแลโดยตรงและผู้เกี่ยวข้อง

 

               2.4  ทำให้เกิดความกล้าที่จะบริหารธุรกิจของตนเอง  ให้ก้าวไกลในทุก ๆ ด้าน

 

               2.5  ทำให้ตนเองยอมรับ  การดำเนินการต่าง ๆ โดยใช้การวางแผนเป็นแม่บทในการจัดการ  และสามารถนำเสนอแผนงานที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมได้อย่างมาก

 

               3.  ด้านสังคม ในโอกาสนี้ดิฉันได้เข้ามาเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้มีโอกาสพบปะกับคณาจารย์ , เพื่อนนักศึกษา , สถานประกอบการณ์ , ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุด  ที่ทำให้ดิฉันมีสังคมที่กว้างไกลมากขั้น , มีเพื่อนรู้ใจมากขึ้น , ตลอดจนทำให้เข้าใจความเป็นมาของสังคมในด้านต่าง ๆ มากขึ้น

 

               4.  แนวทางในอนาคต แม้ว่าดิฉันจะเริ่มเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้และได้ศึกษาตามรายวิชาบางส่วนของหลักสูตรที่ผ่านมา  ดิฉันเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่มีโอกาสได้เข้ามารับการเติมเต็ม  ให้แก่ตนเองอันจะเป็นผลโดยตรงต่อการพัฒนาทั้งอาชีพและงานที่รับผิดชอบอื่น ๆ สำหรับแนวทางในอนาคต  ดิฉันคาดว่า

 

               4.1  พื้นฐานจาก 8 ราชวิชา ที่ได้ศึกษาแล้วจะเป็นพื้นฐานในการเรียน  ตามรายวิชาสภาวะผู้นำได้ระดับหนึ่ง

 

               4.2  จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในอาชีพที่ดำเนินการอยู่

 

               4.3  ต้องการทำหน้าที่ผู้นำสถาบันการศึกษา , องค์การต่าง ๆ หรือการพัฒนาสังคมให้ความรู้ที่ยั่งยืนตลอดไปถึงแม้ว่าดิฉันจะผ่านการศึกษาตามหลักสูตร  เพียงบางส่วนของหลักสูตรก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างมาก  สำหรับการศึกษาต่อไป  ตามหลักสูตรจะมีผลอย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่า  ทั้งสาระ , ประสบการณ์ที่ได้รับทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างมากตลอดไป 

  

พนาวัลย์    คุ้มสุด

 ID 106142010 
นายชูศักดิ์ ลาภส่งผล MBA STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:09 (175965)
IP: xxx.9.156.209
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 08:53:59 GMT+0700 (ICT)
นายชูศักดิ์ ลาภส่งผล เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:09 (175965) 

สวัสดีท่านอาจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และนักศึกษาปริญญาโททุกท่าน

  จากการที่ได้เรียนในวิชา ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรก็ทำให้ทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมากมายในยุคปัจจุบันว่ามีผลต่อผู้นำและภาวะผู้นำซึ่งมีผลต่อการบริหารองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ซึ่งเป็นการยากที่จะสรรหาผู้นำที่ดีที่มีคุณลักษณะเหมาะสมเข้ามาสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรได้ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เช่น การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยีต่าง ๆ ด้านสังคมเป็นต้น  
เพราะทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและในความหมายของผู้นำก็คือคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการด้านต่าง ๆ ในองค์กร ไม่่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน ส่วนภาวะผู้นำก็คือ พฤติกรรมที่แสดงถึงความสามารถที่มีความเป็นผู้นำนั่นเอง และผู้นำก็จะต้องมี
1.    วิสัยทัศน์
2.    พันธกิจ
3.    เป้าหมาย
4.    วัตถุประสงค์
5.    แผนกลยุทธ์ที่วางไว้
6.    และนำแผนที่ได้นั้นไปปฏิบัติและนำมาตรวจสอบเพื่อดูเปรียบเทียบกับแผนที่วางไว้กับที่เกิดขึ้นจริงนั้นเป็นอย่างไร และทำการปรับปรุงแำก้ไขในส่วนทีบกพร่องที่เกิดขึ้นพร้อมกับพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และ
ลักษณะของคนที่มีภาวะผู้นำจะต้องใช้เครื่องมือในการสร้างและรักษาอำนาจได้ด้วยคือ 
1.    อำนาจจะเกิดได้ต้องรู้จักการให้ ให้โอกาส ให้ความรู้ ความใกล้ชิด ให้อภัย ให้เงินทอง
2.    อำนาจสร้างได้โดยการติ คือเมื่อลกน้องทำไม่ดีแล้วต้องติ หรือทำผิดต้องติ
3.    อำนาจที่แสดงตนว่าเป็นผู้รูู้้มากกว่าลูกน้อง ต้องหมั่นเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
4.    อำนาจสร้างไ้ด้ด้วยการอ้างอิง เช่น ถ้าเราไปดูงานความเรียบร้อยในบริษัทพร้อมกับหัวหน้าแต่เห็นว่าบริษัทไม่ได้ทำเรื่อง 5 ส.เลย มีความสกปรกในบริษัท ไม่เรียบร้อย ไม่เป็นระเบียบ เมื่อหัวหน้าไปแล้วเราก็บอกให้มีการจัดทำเกี่ยวกับ 5 ส.นี้เพื่อส่งผลดีให้กับบริษัทเราเมื่อมีใครเข้ามาดูในบริษัทเราโดยอ้างชื่อหัวหน้าว่าเป็นคนสั่งมาอีกทีหนึ่ง
5.    อำนาจทางนิติกรรมที่ทำตนเป็นอยู่แล้วในตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน   

 

(ทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์)สามารถนำเสนอความคิดใหม่

1.    ทุนความรู้                 
2.    ทุนปัญญา                
3.    ทุนทางสังคม               

4.    ทุนทาง IT สามารถสร้างความสุขให้กับตนเองได้ 

5.    ทุนความเป็นมนุษย์               
6.    ทุนทางความสุข  สามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้ 
7.    ทุนจริยธรรม คุณธรรม               
8.    ทุนแห่งความยั่งยืน  

 

ฤษฎีภาวะการเป็นผู้นำมีอยู่ 3 ทฤษฎี คือ
1.    ทฤษฎีเกี่ยวกับลักษณะ คือเป็นผู้นำีที่ดีและจะเกิดประสิทธิภาพในองค์กร เช่นมีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม มีความรับผิดชอบ รอบคอบ มีทักษะในการติดต่อสืื่่่่อสาร และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี
2.    ทฤษฎีทางด้านพฤติกรรม มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน
3.    ทฤษฎีทางด้านสถานการณ์   
สภาวะหลัก 5 ด้าน นำสู่ภาวะผู้นำ1.            LEADING CHANGE ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง
·         Continual Learning การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
·         Creativity and Innovation มีความคิดสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรม
·         External Awareness ตระหนักถึงผลกระทบจากภายนอก
·         Flexibility ความยืดหยุ่น
·         Resilience ปรับเปลี่ยนได้
·         Service Motivation จูงใจใฝ่บริหาร ·         Strategic Thinking การคิดเชิงกลยุทธ์ ·         Vision การมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกลได้ดี   
2.   LEADING PEOPLE DRIVING ศักยภาพในการเป็นผู้นำ  
·         Conflict Management การบริหารความขัดแย้ง
·         Leveraging Diversity ตระหนักในคุณค่าทางวัฒนธรรม
·         Integrity/Honesty ความจงรักภักดี / ความซื่อสัตย์
·         Team Building สร้างทีมงาน    
3.   RESULTS DRIVING การมุ่งผลสัมฤทธิ์  
·         Accountability . ความรับผิดชอบ
·         Customer Service การให้บริการลูกค้า ·         Decisiveness การตัดสินใจ
·         Entrepreneurship ความเป็นผู้ประกอบการ
·         Problem Solving การแก้ไขปัญหา ·         Technical Credibility มีเทคนิคที่เชื่อถือได้  
4.   BUSINESS ACUMENT ความเฉียบคมทางการบริหาร
·         Financial Management การบริหารจัดการด้านการเงิน
·         Human Resources Management การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
·         Technology Management การบริหารจัดการด้านเทคโนโลยี
·         Customer Management การบริหารลูกค้า  

5.    BUILDING COLITIONS  การสร้างความเข้าใจ

·         Influencing/Negotiating การเจรจาต่อรอง
·         Interpersonal Skills ทักษะด้านคน การโน้มน้าว
·         Oral Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยวาจา
·         Partnering ความสามารถในการมีส่วนร่วม
·         Political Savvy ความรอบรู้ด้านการเมือง
·         Written Communication ความสามารถในการสื่อสารด้วยการเขียน 
Best Leaders
  1. Honesty
  2. Responsiveness
  3. Vigilance = Continued Success
  4. Livingness to learn and relearn 
  5.  Sense of adventure
  6. Vision
  7. Altruism

 

คุณค่าของผู้นำ/ผู้บริหาร

  1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์แผ่นดิน (Social/National Interest)
  2.  ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)
  3. มีความสามารถ (Competence)
  4.  มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)
  5.  มีความเป็นกลาง (Neutrality) 
  6.  การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation) 
  7.  ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)

  

ลักษณะของผู้นำที่ไม่ดี

  1. มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง
  2. ทำตนเข้าสู่กับดักแห่งอำนาจ ยึดมั่นถือมั่น มีอัตตาสูง
  3. ขาดความรับผิดชอบ
  4. การไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำการตัดสินใจแทนตนได้
  5. ไม่คิด ไม่สร้างตัวตายตัวแทน
  6.  แต่งตั้งคนไม่ได้เรื่องมาดำรงตำแหน่งสำคัญ แสดงความไม่เต็มใจที่จะแบ่งบันข้อมูลอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  7.  ขาดความรู้ ขาดความเป็นธรรม
  8. ขาดความสมดุล ขาดเหตุผล ขาดการพอประมาณ
  9.   ดื้อรั้น ทิฐิ หลงตัวเอง ไม่เชื่อ ไม่ฟังใคร ฯลฯ

ฝึกตนเองให้มีภาวะผู้นำ จากหลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

  • ระเบิดจากข้างใน
  • ปลูกจิตสำนึก
  • เน้นให้พึ่งตนเองได้
  • คำนึงถึงภูมิสังคม
  • ทำตามลำดับขั้น
  • ประหยัด เรียบง่าย
    ประโยชน์สูงสุด
  • บริการที่จุดเดียว
  • แก้ปัญหาจากจุดเล็ก
  • ไม่ติดตำรา
  • ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ
  • การมีส่วนร่วม
  • รู้ รัก สามัคคี
  • มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่
 

การที่จะเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะความรู้นั้นเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้นตราบที่เรายังมีชีวิต อีกทั่งโลกก็การเปลีี่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลาต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของการแข่งขันได้ เพื่อนำพาองค์ให้ไปสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจได้

 

 

ซึ่งผู้นำที่ดีก็จะต้องมีลูกน้องที่ดีร่วมกันทำงานเป็นทีม มีเป้าหมายร่วมกันไปในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจนและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรทีมีอยู่ด้วย และควรเน้นด้าน CEO คือ       

  • Customer  ลูกค้าต้องได้รับความพึงพอใจ       
  • Employee  พนักงานต้องทำงานอย่างมีความสุขในองค์กร
  • Organization องค์กรต้องมีผลการดำเนินงานที่ดีมีกำไร หรือจะต้องไม่   เจ๊งนั่นเอง

 

ต้องคิดนอกกรอบกล้าคิดกล้าทำ กล้าตัดสินใจ มี Positive Thinking มีความสามารถในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์เป็น เพราะว่าภาวะผู้นำไม่มีสูตรสำเร็จเฉพาะ และที่สำคัญต้องรู้จักการบริหารเวลาให้เป็น เป็นคนที่ตรงต่อเวลาในเรื่องของการทำงานภายในและภายนอกขององค์กร สามารถวัดผลได้ เพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ มากยิ่งขึ้น  

นายชูศักดิ์  ลาภส่งผล 

น.ศ.ปริญญาโท MBA 6 ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด  

อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2007 09:08:22 GMT+0700 (ICT)
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ /นักศึกษา MBA STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY และท่านผู้อ่านทุกท่าน ขอชื่นชม นักศึกษาทุกคนที่เขียนบทความ รายงานเข้ามาแชร์ไอเดีย ได้ตามเวลาที่กำหนด ผมสรุปรายชื่อผู้ที่มีส่วนร่วมในสังคมการเรียนรู้แห่งนี้ ดังนี้ครับ
  1. จำเนียร อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 18:42 (175946)
  2. นายชูศักดิ์ ลาภส่งผล เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:09 (175965) 
  3. ชาญชัย พานิชนันทนกุล เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 19:30 (175980)
  4. นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 20:26 (176024)
  5. นายนิคม อำภารักษ์ เมื่อ จ. 26 ก.พ. 2550 @ 20:30 (176027)
  6. นางสาวสุพรรษา อาลี เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 07:24 (176524)
  7. จริยา ลิ้มธรรมรักษ์ เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 22:09 (177366)
  8. นางสาวเสาวนีย์ ทวีเผ่า เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 21:17 (177308)
  9. นางสาวกนกลักษณ์  เร้าเลิศฤทธิ์ MBA ม.นานาชาติแสตมฟอร์ดหัวหิน เมื่อ อ. 27 ก.พ. 50 @ 10:30
  10. วิวัฒน์ นาวียง เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 12:18 (176762)
  11. นายณัฐพงศ์ ชุมนุมพันธ์ เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 14:00 (176874)
  12. น.ส.ปภาวี นาคสุข ID 106142008 MBA 6 เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 16:17 (177035) 
  13. นายราเชนทร์ แดงโรจน์ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 10:35 (177932)
  14. Jaruwan Yunprayong MBA 6 ID:106142009 เมื่อ อ. 27 ก.พ. 2550 @ 13:53 (176864)
  15. สุกัญญา เพ็ญสุข เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 19:12 (178477)
  16. อัสมา แวโน๊ะ เมื่อ พฤ. 01 มี.ค. 2550 @ 19:32 (179668)
  17. ศิรดา มากมี เมื่อ พฤ. 01 มี.ค. 2550 @ 19:44 (179682)
  18.  นางสาวหยาดอรุณ อาสาสำเร็จ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 18:06 (178437)
  19. สราวุฒิ ฉายแสง เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 16:43 (178362)  
  20. นางสาวนภาพร พิพัฒน์ MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 12:06 (178042)
  21. นายเตชะสิทธิ์ หอมฟุ้ง MBA 6 ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 12:25 (178066)
  22. นายนันทพล เถาลิโป้ เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 14:10 (178164)
  23. นายเอกราช ดลยสกุล MBA 6 เมื่อ พฤ. 01 มี.ค. 2550 @ 10:29 (179055)
  24. น.ส. พนาวัลย์ คุ้มสุด นักศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจ ID 106142010 เมื่อ พ. 28 ก.พ. 2550 @ 15:45 (178284)
ส่วนรายละเอียด ว่าใครเขียนเป็นอย่างไร ต้องการให้ผม Comment อย่างไร เราจะมีกิจกรรมกันในห้องเรียน  พบกันวันนี้ ตอนเย็น สวัสดีครับ  

 

นายชาญชัย พานิชนันทนกุล ID:105342002 MBA STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY
IP: xxx.9.161.147
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 10:02:13 GMT+0700 (ICT)

 นายชาญชัย พานิชนันทนกุล ID:105342002 เมื่อ จ. 05 มี.ค. 2550 @ 00:56 (182777)

สวัสดีครับท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อ.ยม  นาคสุขและเพื่อนๆนักศึกษาม.นานาชาติสแตมฟอร์ดทุกท่าน       

จากการศึกษาวิชาภาวะผู้นำในวันที่2และ3มีนาคมที่ผ่านมาท่านอ.ยมได้ให้ความรู้ในเรื่อง Change-Leadership และ จริยธรรม ยุทธศาสตร์พัฒนาภาวะผู้นำ       

  1. ประโยชน์ของภาวะผู้นำ (ระดมความคิดเห็น)       
  2. ยุทธศาสตร์การพํฒนาภาวะผู้นำ            
  3. จริยธรรม ความหมายและกรอบแนวคิด

ประเด็นที่มีการเสวนากัน สรุปได้ดังนี้ครับ

1. ภาวะผู้นำมีประโยชน์อย่างไร?

จากความเห็นของข้าพเจ้าภาวะผู้นำมีประโยชน์ในด้านต่างๆดังนี้

-ต่อตนเอง  

  1. มีโอกาสรู้จักคนได้มากขึ้น               
  2. มีความอดทนมากขึ้น               
  3. ทำให้มีคุณธรรม จริยธรรม               
  4. มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตนเองดีขึ้น

-ต่อครอบครัว      

  1. มีความซื่อสัตย์                      
  2. สร้างกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว                       
  3. เปิดโอกาสให้คนในครอบคร้วแสดงความคิดเห็น

-ต่อสังคม   

  1. สร้างจิตสำนึกให้รักชุมชน               
  2. รับผิดชอบต่อสังคม           

-ต่อองค์กร  

  1. นำองค์กรสู่ความสำเร็จ              
  2. สร้างความเชื่อมั่นให้องค์กร               
  3. พนักงานมีขวัญกำลังใจดี 

แนวทางพัฒนาภาวะผู้นำ   เทคนิค 10 ประการฝึกตนให้เป็นผู้นำ

แบบญี่ปุ่น

  1. ฝึกเป็นคนมีมีวินัย เช่น ตรงต่อเวลา ปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท
  2.  มีมารยาททางสังคม  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของญี่ปุ่น
  3. ฝึกเป็นคนขยัน  อดทนเป็น
  4. nterprise Spirit  กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ
  5. Team Work  คนญี่ปุ่นยึดฉันทามติ จงรักภักดีต่อองค์กร  ทำงานแบบอุทิศ  ทุ่มเท
  6. มีนิสัยรักการอ่าน
  7.  รักความสะอาด  ความบริสุทธิ์
  8.  มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูง
  9. รักในศักดิ์ศรี ชาตินิยม
  10. พัฒนาตลอดเวลา  ไม่หยุดนิ่ง  และกระตือรือร้น      

หลักธรรมที่ใช้ยึดถือในการควบคุม การใช้อำนาจของผู้นำ  

  1.  หิริ  ได้แก่ความละอายใจ  ละอายต่อการกระทำชั่ว
  2. โอตตัปปะ  ความเกรงกลัวต่อบาป  ความชั่ว
  3. ขันติ  ความอดทน อดกลั้นที่จะไม่กระทำสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย
  4. โสรัจจะ  ความสงบเสงี่ยม  รักษาอากัปกิริยาให้เหมาะสม 

พัฒนาภาวะผู้นำ ตามทศพิศราชธรรม

  1. ทานัง คือ การให้ ซึ่งได้แก่ อามิสทาน(การให้สิ่งของ) ธรรมทาน(การให้ความรุ้) และ อภัยทาน
  2. ศีล คือการมีความประพฤติดีงาม สำรวมกาย วาจาใจ ประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เป็นที่เคารพนับถือของประชาชน 
     
  3. บริจาคะ (การบริจาค) การเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
  4. อาชชวะ ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงใจ ไม่หลอกลวงประชาชน ซื่อตรงต่อคำพูด ซื่อตรงต่อวิชาชีพ
  5. มัททวะ ได้แก่ ความอ่อนโยน การมีอัธยาศัยดี ซึ่งถ้าเป็นยุคนี้ต้องเรียกว่ามีความใจกว้างในการรับฟัง ไม่ดื้อ ไม่รั่น ไม่บ้า หรือมัวเมาในอำนาจ                            
  6. ตปะ ได้แก่ ความเพียรเพื่อกำจัดความเกียจคร้านและความชั่ว พยายามลดกิเลสของตน ซึ่งเป็นธรรมดาของคนที่มีอำนาจ ที่จะมีโอกาสจะเห็นผลประโยชน์รูปแบบต่างๆวิ่งผ่านหน้า ตปะ จะเป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้ง ไม่ให้คนดี เสียคน
     
  7. อักโกธะ คือการไม่ถือโกรธ ไม่ผูกพยาบาท หรือจงเกลียดจงชังคนใดคนหนึ่งหรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นักปกครองคนใด ครองธรรมมะข้อนี้ไม่ได้ ก้อาจจะนำไปสุ่การสร้างความอยุติธรรมในการตัดสินใจ
     
  8. อวิหิงสา คือการไม่เบียดเบียน ประชาชน เพื่อนร่วมงาน, ลูกน้องของตน ,หน่วยงาน และครอบครัวตนเอง เพราะการเบียดเบียนนำไปสุ่การเอาเปรียบ การเอาเปรียบบ่อยๆ ก็ทำให้เสียนิสัยและนำไปสุ่ พฤติกรรมคอร์รัปชั่น
     
  9. ขันติ ได้แก่ การมีความอดทนอดกลั้นความโลภ ต่อแรงกดดันต่างๆ
     
  10. อวิโรธนะ ความโปร่งใส วิโรธนะ การทำงาน อย่าให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย นั่นคือการทำงานอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา 

ฝึกตนเป็นคนมีภาวะผู้นำ
กำจัด รักษา พัฒนา ป้องกัน

  1. เพียรกำจัด (ลด ละ เลิก) สิ่งที่ไม่ดี ข้อบกพร่องหรืออกุศล ให้หมดไป                     
  2. เพียรรักษา (รักษา) สิ่งที่ดี คุณภาพดีๆ มาตรฐานงานดีๆ วินัย หรือกฎข้อบังคับ ความรู้ ภูมิปัญญา ของตน ขององค์กร ให้คงอยู่ ยั่งยืนนาน                                                                  
  3. เพียรระวัง (ป้องกัน) มิให้สิ่งที่ไม่ดี เข้าครอบงำ มีข้อบกพร่อง ก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น โดยเน้นที่การดับที่เหตุรากเหง้า
  4. เพียรเจริญ (พัฒนาปรับปรุง) สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ทำอยู่ให้เจริญขึ้น หรือดีขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายขั้นสูง 

Yom, 2005, 6 . สำหรับฝึกภาวะผู้นำ 

  • ท.ที่ 1 ท่าที  มีท่าทีที่ดี
  • ท.ที่ 2 ท้าทาย ทำงานที่ยากกว่า คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่
  • ท.ที่ 3 ทน ต้องอดทน
  • ท.ที่ 4 เที่ยงธรรม
  • ท.ที่ 5  ทำ
  • ท.ที่ 6 ทบทวน หมั่นทบทวน 

4 E’s Leadership

  1. Energy  ฝึกตนให้เป็นคนมีพลังเหนือชั้น ฝึกจิตใต้สำนึก
  2. Energize ฝึกตนให้เป็นคนที่สามารถกระตุ้นให้ทุกคนมีศักยภาพ    ทำงานในทิศทางเดียวกันและมีพลัง(ทฤษฎีกางร่ม)
  3. Edge ฝึกตนให้กล้าตัดสินใจ ให้ถูกจังหวะ
  4. Execution  ฝึกตนให้เป็นผู้ที่ต้องทำให้เสร็จและสำเร็จวัดผลได้ 

6 C’s Leadership

  1. Conversations ติดต่อ ปราศรัย สร้างสัมพันธ์ดี
  2. Communicating ฝึกสื่อสาร สื่อสารให้เป็น  
  3.  Culture  มีวัฒนธรรม เข้าได้ทุกระดั
  4. Creating change  สร้าง/บริหารการเปลี่ยนแปลง 
  5. Creating team  สร้าง/บริหารที
  6. Charisma  เก่ง กล้า สามารถ     

 

เรื่องจริยธรรม ที่ได้รับการเรียนการสอน จาก อ.ยม สรุปได้ดังนี้ 

จริยธรรม =จริยะ +  ธรรมะ =  (คำกริยา) ความประพฤติ  กริยาที่ควรปฏิบัติ 

ธรรมะ  หรือ ธรรม   แปลได้หลายอย่างธรรมะ  แปลว่า  หน้าที่  กฎ  หลักเกณฑ์ธรรมะ  แปลว่า  ธรรมชาติ  ธรรมดา  สิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ ความแตกต่างระหว่าง ศีลธรรม จริยธรรม จรรณยาบรรณ 

ตารางเปรียบความแตกต่างระหว่างศีลธรรม จริยธรรม และจรรณยาบรรณ

ลักษณะความแตกต่างศีลธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณ
รากฐานที่มาศาสนาประเพณีวัฒนธรรมกลุ่มวิชาชีพกำหนดขึ้น
การบังคับใช้ใช้เฉพาะคนในศาสนาไม่บังคับใช้ขึ้นกับจิตสำนึกคุมความประพฤติเฉพาะกลุ่มในวิชาชีพเดียวกันเท่านั้น
ลักษณะการประพฤติปฎิบัติหลักคำสอนทางศาสนาเป็นเรื่องของจิตใจที่ดีงามกระทำออกมาถูกต้องเป็นกติกาที่กลุ่มบุคคลยึดเป็นแนวทางปฎิบัติ
ประโยชน์ผู้ประพฤติธรรมย่อมเป็นสุขสังคมสงบสุขต่อผู้ประกอบอาชีพผู้ใช้บริการสังคมและประเทศ

 

ภาพรวม ประโยชน์ของ จริยธรรม

ประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

  • ช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
  • สำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติพัฒนาชีวิตให้สำเร็จตามเป้าหมาย
  • สามารถแก้ปัญหาชีวิตและความทุกข์ให้หมดไปได้มีเครื่องยึดเหนี่ยว และ
  • ป้องกันการเบียดเบียนกันในทางส่วนตัวและ
  • สังคมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นชีวิตที่สมบูรณ์ 

จริยธรรม มีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กร? 

  • Quality worker : คนมีคุณภาพ
  • Quality Organization : องค์การมีคุณภาพ
  • Quality Service/Product : สินค้า บริการ มีคุณภาพEmployee
  • Retention : เก็บรักษาบุคลากรไว้ได
  • Customer Satisfaction : สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้
  • Orientation Trust : สร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์การ
  • Market Orientation : ทำตลาดได้Profitability : สร้างผลกำไรได้
  • Team Building : สร้างทีมงานOrganization result: ผลประกอบการดีขึ้น

ประเด็นต่อมาที่ได้จาก อ.ยม คือเรื่อง ผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงในที่นี้คือการพัฒนา ผู้นำต้องพร้อมรับปัญหา และความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลง

ผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง เทคนิคขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้

  1. ต้องทำให้คนในองค์กรตื่นตัวทั่วทั้งองค์กร
  2. ตั้งทีมเจ้าภาพ
  3. .ตั้งแผนเพื่อทำการชี้วัดแผนกลยุทธ์
  4. สื่อวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ ให้เข้าใจและสามารถโน้มน้าวเชิญชวนได้
  5. ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงสร้างInnovationใหม่ๆ
  6. รวบรวมผลลัพธ์จากการทำมาประเมินผลดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง
  7. สร้างชัยชนะระยะสั้น
  8. กำหนดแผนระยะสั้นลึกลงไปเป็นวัฒนธรรมองค์กร
  9. .พัฒนาอย่างต่อเนื่องสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า     

ประเด็นต่อมา ที่เสวนากัน คือกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลง มี 2 กลยุทธ์ คือ

(2 Strategies for Changes) 

  1. Top Down (Programmatic)“Teaching & Application of Existing Knowledge" รวดเร็ว ประหยัด  แต่พนักงานระดับล่างไม่มีส่วนร่วม  มีการต่อต้าน 
  2. Bottom-Up (Learning)“Stepwise Creation of Meaning & Understanding" พนักงานระดับล่างต้องมีส่วนร่วม ทำให้รู้สึกเป็นเจ้าของ  ความสำเร็จระยะยาว   แต่ต้องใช้เวลามากในการทำความเข้าใจ LEADERSHIP FOR CHANGE (ความเป็นผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง)

 

ผู้นำที่มีภาวะผู้นำที่ดีต้องมีความสามารถในการบริหารความขัดแย้งได้

  •  Partnership (มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน)
  • Endurability (มีความอดทน อดกลั้น)
  • Management by objectives (MBO)(บริหารโดยวัตถุประสงค์)
  •  Acting as driving force (ลงมือปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อน)
  • Conflict solving (คลี่คลายข้อโต้แย้ง IMPLEMENTATION SKILLS (ทักษะในการดำเนินการ)
  •  Sustainability (มีความคงเส้นคงวา)
  •  Applying appropriate change methods (เลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง)
  • Reinforcing and correcting feedback loops (แก้ไขผลสะท้อนที่ได้รับกลับมา และทำให้เกิดผล)
  • Developing shared mental models      (วางรูปแบบความรู้สึกร่วมกันในสภาวะทางใจ)    
  • THE ROLE OF THE LEADER WHEN IMPLEMENTING CHANGE
    (บทบาทของผู้นำเมื่อปฏิบัติให้เกิดการเปลี่ยนแปลง)
  • The leader represents the company and the change – However needs to listen to the staff (ผู้นำ คือ ตัวแทนขององค์กร และการเปลี่ยนแปลง แต่ควรต้องฟังความคิดเห็นของพนักงานด้วย)
  • The leader tends to overestimate how to inform the staff (ผู้นำอาจมองข้ามความสำคัญในการชี้แจงให้พนักงานทราบ)
  • The leader must create good communication channels (ผู้นำควรสร้างช่องทางการสื่อสารที่ดี)

ผู้นำคือ Brand ขององค์กร  จึงควรพัฒนาตนเองให้ดีและมีคุณธรรม  

กิจกรรมบางส่วนในห้องเรียน อาจารย์ให้แต่ละคนออกมาพูด เพื่อฝึกภาวะผู้นำ ดังนี้

ถาม…..ในชีวิตของท่านมีอะไรที่ประสบความสำเร็จด้านใดบ้าง  มีภาวะผู้นำอะไรบ้าง  มีจริยธรรมประจำใจอะไรบ้าง

  • ด้านการศึกษา               

-จบการศึกษาระดับม.ปลายที่ ร..เทพศิรินทร์               

-จบปริญญาตรีที่ ม.หอการค้าไทยด้านธุรกิจ   

ประสบความสำเร็จในด้านยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์   สูงสุดในจ.ประจวบคีรีขันธ์-ได้รับรางวัลโชว์รูมยามาฮ่าสแควร์ยอดเยี่ยม  คะแนนเต็ม    100%  8 เดือนติดต่อกัน

-ได้รับเกียรติให้เป็นศูนย์บริการยามาฮ่าระดับ 5ดาว  โดยเป็นศูนย์บริการดีเด่น 3 ปี ด้านสังคม  

-ทำโครงการ Matching Grant สโมสรโรตารีปราณบุรีโครงการเครื่องมือแพทย์เพื่อชุมชนให้แก่ร..ปราณบุรี และสถานีอนามัย 7แห่งในเขตอ.ปราณบุรี               

-ส่งน..แลกเปลี่ยนไป U.S.A. ภาวะผู้นำ

-มีวิสัยทัศน์และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันเวลา 

จริยธรรมประจำใจ: คือ เป็นผู้นำ ต้องมีคุณธรรม "คุณธรรมค้ำจุนโลก"

นายบุญยอด มาคล้าย MBA STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY
IP: xxx.9.161.147
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 10:21:18 GMT+0700 (ICT)
นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ อ. 04 มี.ค. 2550 @ 11:36 (182028)  สวัสดีครับท่าน ศ.ดร.จีระ ท่าน อ.ยมและเพื่อนนักศึกษาทุกท่านครับ  เป็นสัปดาห์ที่สองแล้วที่ผมได้เรียนภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้รู้คือได้รู้ถึงแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำว่าในฐานะที่เราเป็นผู้นำเราควรพัฒนาตัวเราหรือตัวผู้นำเพื่อนำพาองค์กรที่เราบริหารอยู่ให้ไปในทิศทางใดถึงจะนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศและพร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันแปรต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปภายหน้า โดยท่าน อ.ยมได้ให้แนวทางในการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้คือผู้นำจะต้องเป็นผู้รอบรู้มีความรู้ที่ใหม่และสดเสมอผู้นำจะต้องเป็นคนที่มีเหตุมีผลผู้นำจะต้องรู้จักประมาณตนเองหรือเป็นอยู่อย่างพอประมาณผู้นำจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและองค์กรและสุดท้ายผู้นำจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม          ในสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นลักษณะหรือเป็นภาพกว้างๆของผู้นำที่ดีท่าน  อ.ยมได้สอนลงลึกไปถึงการป้องกันองค์กรล่มสลาย  สอนถึงว่าถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะมีเทคนิคในการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคนเหล่านี้คือ-ลูกค้า-พนักงาน-เจ้าของกิจการหรือหุ้นส่วน โดยถ้าจะต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆนั้นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเป็นสำคัญ 3 อย่างต่อไปนี้คือ-ความพึงพอใจของลูกค้า-ความพึงพอใจของพนักงาน-ผลประกอบการ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่กระทบสามอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นนับว่าประสบผลสำเร็จไปขั้นหนึ่งที่บอกว่าขั้นหนึ่งนั้นเพราะการเป็นผู้นำนั้นจะต้องตื่นตัวตลอดเวลาไหนจะต้องมาเจอกับปัญหาความขัดแย้งในองค์กร ผู้นำจะต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ความขัดแย้งนั้นหมดไปและเป็นไปตามความพึงพอใจของทุกฝ่ายและยังมีปัญหาอีกหลาย ๆ อย่างให้ต้องแก้ไขตลอดเวลาจะอย่างไรก็แล้วแต่ ใครในฐานะที่สวมบทบาทผู้นำ   การบริหารใดๆไม่มีสูตรสำเร็จที่จะวางหลักการบริหารครั้งเดียวแล้วใช้ได้ไปตลอดจะต้องวางแผน ปรับปรุง แก้ไขตลอดเวลาเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและต้องแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อความเติบโตขององค์กร  ในส่วนของยุทธศาสตร์กับการเปลี่ยนแปลง 2 แนวทางคือ แนวทางแรกTOP DOWN กับ BOTTOM UP จะไม่ขอพูดถึง และอีกเรื่องหนึ่งคือการบริหารโดยนำหลักทศพิศราชธรรมมีอะไรบ้างผมได้คัดลอกทางอินเตอร์เน็ทมาฝากเพื่อนๆก็อ่านกันเอาเองน๊ะครับเพราะมีประโยชน์มาก ท้ายนี้ก็ขอฝากขอบพระคุณท่านอาจารย์ยมที่ตั้งใจถ่ายทอดวิชาทั้งในและนอกเวลาและขอบคุณในความตั้งใจดีมา ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ  ทศพิศราชธรรม  ขอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในปีมหามงคลฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการครองราชย์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 นับเนื่องมาจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงดำรงมั่นใน ทศพิธราชธรรมหลักธรรมแห่งพระมหากษัตริย์ โดยมีพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ทศพิธราชธรรม เป็นคุณธรรมหลักของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องยาวนานมาแต่โบราณกาล ในการปกครองบ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งประกอบด้วย ทาน คือการให้ เป็นการช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากความขัดข้องแร้นแค้น ด้วยการสละทรัพย์ สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยและอ่อนแอกว่าบนผืนดินแผ่นฟ้าเดียวกัน ศีล คือการรักษาความสุจริต มีความประพฤติดีงาม ละเว้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย สำรวมกาย และวจีกรรม และประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เกิดความสงบงามอยู่เสมอ บริจาคะ คือการสละสิ่งที่มีประโยชน์น้อย เพื่อสิ่งที่มีประโยชน์มาก ดั่งการแบ่งปันทรัพย์สินนอกกาย ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อันเป็นการเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม อาชชวะ คือความประพฤติซื่อตรง มีความจริงใจด้วยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงานตลอดจนสังคมชนหมู่มาก มัททวะ คือความอ่อนโยน สุภาพ ทั้งกาย วาจา ใจ ในทุกสภาวการณ์ มีสัมมาคารวะอ่อนน้อม ไม่แสดงความแข็งกระด้าง และไม่แสดงการยกตนเหนือคนอื่น ตบะ คือความเพียร กล้าทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่เกียจคร้าน ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ ไม่บกพร่อง มีจิตใจหนักแน่น ไม่อ่อนแอและไม่ย่อท้อโดยง่าย อักโกธะ คือความไม่โกรธ มีจิตที่ประกอบด้วยเมตตา และปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง รู้จักให้อภัย ข่มใจให้เย็นอยู่เป็นนิจ อวิหิงสา คือการไม่ทำอะไรที่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีจิตประกอบด้วยกรุณาและช่วยเหลืออยู่เสมอ พร้อมให้เกียรติผู้อยู่แวดล้อม ขันติ คือการมีความอดทนอดกลั้น รู้จักอดทนต่อความตรากตรำต่าง ๆ สามารถเผชิญต่อความยากลำบากได้อย่างเข้มแข็ง ไม่หวาดหวั่นและท้อแท้ต่อสิ่งใด ๆ อวิโรธนะ คือการวางตนให้หนักแน่น ตั้งมั่นในธรรม ไม่มีความเอนเอียงหวั่นไหว รอบคอบ ยึดถือความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมเป็นหลัก ของฝากจากบุญยอด  มาคล้าย ครับ  4 มีนาคม 2550    02.50 น.106242011 MBA 7 
บุญยอด มาคล้าย MBA STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY
IP: xxx.9.161.147
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 10:27:22 GMT+0700 (ICT)

นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ อ. 04 มี.ค. 2550 @ 11:36 (182028)  

สวัสดีครับท่าน ศ.ดร.จีระ ท่าน อ.ยมและเพื่อนนักศึกษาทุกท่านครับ  

 

เป็นสัปดาห์ที่สองแล้วที่ผมได้เรียนภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้รู้คือได้รู้ถึงแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำว่าในฐานะที่เราเป็นผู้นำเราควรพัฒนาตัวเราหรือตัวผู้นำเพื่อนำพาองค์กรที่เราบริหารอยู่ให้ไปในทิศทางใดถึงจะนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศและพร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันแปรต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปภายหน้า 

 

โดยท่าน อ.ยมได้ให้แนวทางในการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้คือผู้นำจะต้องเป็นผู้รอบรู้มีความรู้ที่ใหม่และสดเสมอผู้นำจะต้องเป็นคนที่มีเหตุมีผลผู้นำจะต้องรู้จักประมาณตนเองหรือเป็นอยู่อย่างพอประมาณผู้นำจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและองค์กรและสุดท้ายผู้นำจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม          ในสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นลักษณะหรือเป็นภาพกว้างๆของผู้นำที่ดีท่าน  

 

อ.ยมได้สอนลงลึกไปถึงการป้องกันองค์กรล่มสลาย  สอนถึงว่าถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะมีเทคนิคในการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคนเหล่านี้คือ

-ลูกค้า

-พนักงาน

-เจ้าของกิจการหรือหุ้นส่วน 

 

โดยถ้าจะต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆนั้นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเป็นสำคัญ 3 อย่างต่อไปนี้คือ

  1. -ความพึงพอใจของลูกค้า
  2. -ความพึงพอใจของพนักงาน
  3. -ผลประกอบการ 

ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่กระทบสามอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นนับว่าประสบผลสำเร็จไปขั้นหนึ่งที่บอกว่าขั้นหนึ่งนั้นเพราะการเป็นผู้นำนั้นจะต้องตื่นตัวตลอดเวลาไหนจะต้องมาเจอกับปัญหาความขัดแย้งในองค์กร 

 

ผู้นำจะต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ความขัดแย้งนั้นหมดไปและเป็นไปตามความพึงพอใจของทุกฝ่ายและยังมีปัญหาอีกหลาย ๆ อย่างให้ต้องแก้ไขตลอดเวลาจะอย่างไรก็แล้วแต่ ใครในฐานะที่สวมบทบาทผู้นำ   การบริหารใดๆไม่มีสูตรสำเร็จที่จะวางหลักการบริหารครั้งเดียวแล้วใช้ได้ไปตลอดจะต้องวางแผน ปรับปรุง แก้ไขตลอดเวลาเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและต้องแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อความเติบโตขององค์กร  

 

ในส่วนของยุทธศาสตร์กับการเปลี่ยนแปลง 2 แนวทางคือ แนวทางแรกTOP DOWN กับ BOTTOM UP จะไม่ขอพูดถึง 

 

และอีกเรื่องหนึ่งคือการบริหารโดยนำหลักทศพิศราชธรรม มีอะไรบ้างผมได้คัดลอกทางอินเตอร์เน็ทมาฝากเพื่อนๆก็อ่านกันเอาเองน๊ะครับเพราะมีประโยชน์มาก 

 

ท้ายนี้ก็ขอฝากขอบพระคุณท่านอาจารย์ยมที่ตั้งใจถ่ายทอดวิชาทั้งในและนอกเวลาและขอบคุณในความตั้งใจดีมา ณ ที่นี้ด้วย 

ขอบคุณครับ  

 

ทศพิศราชธรรม  

ขอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในปีมหามงคลฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการครองราชย์  

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 นับเนื่องมาจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงดำรงมั่นใน ทศพิธราชธรรมหลักธรรมแห่งพระมหากษัตริย์ โดยมีพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” 

 

ทศพิธราชธรรม เป็นคุณธรรมหลักของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องยาวนานมาแต่โบราณกาล ในการปกครองบ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งประกอบด้วย

ทาน คือการให้ เป็นการช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากความขัดข้องแร้นแค้น ด้วยการสละทรัพย์ สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยและอ่อนแอกว่าบนผืนดินแผ่นฟ้าเดียวกัน

 ศีล คือการรักษาความสุจริต มีความประพฤติดีงาม ละเว้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย สำรวมกาย และวจีกรรม และประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เกิดความสงบงามอยู่เสมอ

บริจาคะ คือการสละสิ่งที่มีประโยชน์น้อย เพื่อสิ่งที่มีประโยชน์มาก ดั่งการแบ่งปันทรัพย์สินนอกกาย ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อันเป็นการเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม

อาชชวะ คือความประพฤติซื่อตรง มีความจริงใจด้วยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงานตลอดจนสังคมชนหมู่มาก

มัททวะ คือความอ่อนโยน สุภาพ ทั้งกาย วาจา ใจ ในทุกสภาวการณ์ มีสัมมาคารวะอ่อนน้อม ไม่แสดงความแข็งกระด้าง และไม่แสดงการยกตนเหนือคนอื่น

ตบะ คือความเพียร กล้าทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่เกียจคร้าน ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ ไม่บกพร่อง มีจิตใจหนักแน่น ไม่อ่อนแอและไม่ย่อท้อโดยง่าย

อักโกธะ คือความไม่โกรธ มีจิตที่ประกอบด้วยเมตตา และปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง รู้จักให้อภัย ข่มใจให้เย็นอยู่เป็นนิจ

 อวิหิงสา คือการไม่ทำอะไรที่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีจิตประกอบด้วยกรุณาและช่วยเหลืออยู่เสมอ พร้อมให้เกียรติผู้อยู่แวดล้อม

ขันติ คือการมีความอดทนอดกลั้น รู้จักอดทนต่อความตรากตรำต่าง ๆ สามารถเผชิญต่อความยากลำบากได้อย่างเข้มแข็ง ไม่หวาดหวั่นและท้อแท้ต่อสิ่งใด ๆ

อวิโรธนะ คือการวางตนให้หนักแน่น ตั้งมั่นในธรรม ไม่มีความเอนเอียงหวั่นไหว รอบคอบ ยึดถือความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมเป็นหลัก 

ของฝากจากบุญยอด  มาคล้าย ครับ 

 

4 มีนาคม 2550  02.50 น.106242011

MBA 7 

นายบุญยอด มาคล้าย MBA STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY
IP: xxx.9.161.147
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 10:29:08 GMT+0700 (ICT)

นายบุญยอด มาคล้าย เมื่อ อ. 04 มี.ค. 2550 @ 11:36 (182028)  

สวัสดีครับท่าน ศ.ดร.จีระ ท่าน อ.ยมและเพื่อนนักศึกษาทุกท่านครับ  

 

เป็นสัปดาห์ที่สองแล้วที่ผมได้เรียนภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้รู้คือได้รู้ถึงแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำว่าในฐานะที่เราเป็นผู้นำเราควรพัฒนาตัวเราหรือตัวผู้นำเพื่อนำพาองค์กรที่เราบริหารอยู่ให้ไปในทิศทางใดถึงจะนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศและพร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันแปรต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปภายหน้า 

 

โดยท่าน อ.ยมได้ให้แนวทางในการเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้คือผู้นำจะต้องเป็นผู้รอบรู้มีความรู้ที่ใหม่และสดเสมอผู้นำจะต้องเป็นคนที่มีเหตุมีผลผู้นำจะต้องรู้จักประมาณตนเองหรือเป็นอยู่อย่างพอประมาณผู้นำจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองและองค์กรและสุดท้ายผู้นำจะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม          ในสิ่งที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นลักษณะหรือเป็นภาพกว้างๆของผู้นำที่ดีท่าน  

 

อ.ยมได้สอนลงลึกไปถึงการป้องกันองค์กรล่มสลาย  สอนถึงว่าถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจะมีเทคนิคในการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคนเหล่านี้คือ

-ลูกค้า

-พนักงาน

-เจ้าของกิจการหรือหุ้นส่วน 

 

โดยถ้าจะต้องเปลี่ยนแปลงจริงๆนั้นสิ่งที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเป็นสำคัญ 3 อย่างต่อไปนี้คือ

  1. -ความพึงพอใจของลูกค้า
  2. -ความพึงพอใจของพนักงาน
  3. -ผลประกอบการ 

ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่กระทบสามอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นนับว่าประสบผลสำเร็จไปขั้นหนึ่งที่บอกว่าขั้นหนึ่งนั้นเพราะการเป็นผู้นำนั้นจะต้องตื่นตัวตลอดเวลาไหนจะต้องมาเจอกับปัญหาความขัดแย้งในองค์กร 

 

ผู้นำจะต้องเข้าไปแก้ปัญหาให้ความขัดแย้งนั้นหมดไปและเป็นไปตามความพึงพอใจของทุกฝ่ายและยังมีปัญหาอีกหลาย ๆ อย่างให้ต้องแก้ไขตลอดเวลาจะอย่างไรก็แล้วแต่ ใครในฐานะที่สวมบทบาทผู้นำ   การบริหารใดๆไม่มีสูตรสำเร็จที่จะวางหลักการบริหารครั้งเดียวแล้วใช้ได้ไปตลอดจะต้องวางแผน ปรับปรุง แก้ไขตลอดเวลาเพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรและต้องแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อความเติบโตขององค์กร  

 

ในส่วนของยุทธศาสตร์กับการเปลี่ยนแปลง 2 แนวทางคือ แนวทางแรกTOP DOWN กับ BOTTOM UP จะไม่ขอพูดถึง 

 

และอีกเรื่องหนึ่งคือการบริหารโดยนำหลักทศพิศราชธรรม มีอะไรบ้างผมได้คัดลอกทางอินเตอร์เน็ทมาฝากเพื่อนๆก็อ่านกันเอาเองน๊ะครับเพราะมีประโยชน์มาก 

 

ท้ายนี้ก็ขอฝากขอบพระคุณท่านอาจารย์ยมที่ตั้งใจถ่ายทอดวิชาทั้งในและนอกเวลาและขอบคุณในความตั้งใจดีมา ณ ที่นี้ด้วย 

ขอบคุณครับ  

 

ทศพิศราชธรรม  

ขอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชเนื่องในปีมหามงคลฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการครองราชย์  

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 นับเนื่องมาจนปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงดำรงมั่นใน ทศพิธราชธรรมหลักธรรมแห่งพระมหากษัตริย์ โดยมีพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” 

 

ทศพิธราชธรรม เป็นคุณธรรมหลักของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องยาวนานมาแต่โบราณกาล ในการปกครองบ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งประกอบด้วย

  1. ทาน คือการให้ เป็นการช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากความขัดข้องแร้นแค้น ด้วยการสละทรัพย์ สิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ด้อยและอ่อนแอกว่าบนผืนดินแผ่นฟ้าเดียวกัน
  2.  ศีล คือการรักษาความสุจริต มีความประพฤติดีงาม ละเว้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย สำรวมกาย และวจีกรรม และประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เกิดความสงบงามอยู่เสมอ
  3. บริจาคะ คือการสละสิ่งที่มีประโยชน์น้อย เพื่อสิ่งที่มีประโยชน์มาก ดั่งการแบ่งปันทรัพย์สินนอกกาย ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อันเป็นการเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม
  4. อาชชวะ คือความประพฤติซื่อตรง มีความจริงใจด้วยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงานตลอดจนสังคมชนหมู่มาก
  5. มัททวะ คือความอ่อนโยน สุภาพ ทั้งกาย วาจา ใจ ในทุกสภาวการณ์ มีสัมมาคารวะอ่อนน้อม ไม่แสดงความแข็งกระด้าง และไม่แสดงการยกตนเหนือคนอื่น
  6. ตบะ คือความเพียร กล้าทำในสิ่งที่ควรทำ ไม่เกียจคร้าน ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ ไม่บกพร่อง มีจิตใจหนักแน่น ไม่อ่อนแอและไม่ย่อท้อโดยง่าย
  7. อักโกธะ คือความไม่โกรธ มีจิตที่ประกอบด้วยเมตตา และปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง รู้จักให้อภัย ข่มใจให้เย็นอยู่เป็นนิจ
  8.  อวิหิงสา คือการไม่ทำอะไรที่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนทั้งทางตรงและทางอ้อม มีจิตประกอบด้วยกรุณาและช่วยเหลืออยู่เสมอ พร้อมให้เกียรติผู้อยู่แวดล้อม
  9. ขันติ คือการมีความอดทนอดกลั้น รู้จักอดทนต่อความตรากตรำต่าง ๆ สามารถเผชิญต่อความยากลำบากได้อย่างเข้มแข็ง ไม่หวาดหวั่นและท้อแท้ต่อสิ่งใด ๆ
  10. อวิโรธนะ คือการวางตนให้หนักแน่น ตั้งมั่นในธรรม ไม่มีความเอนเอียงหวั่นไหว รอบคอบ ยึดถือความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมเป็นหลัก 

ของฝากจากบุญยอด  มาคล้าย ครับ 

 

4 มีนาคม 2550  02.50 น.106242011

MBA 7 

นายราเชนทร์ แดงโรจน์
IP: xxx.69.142.114
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 10:41:05 GMT+0700 (ICT)

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด (หัวหิน)

หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

รหัสวิชา/ชื่อวิชา ภว.524 ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

อาจารย์ผู้สอน ศ.ดร.จีระ หงศ์ลดารมภ์ และทีม Chira Academy

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ/อาจารย์ยม/นักศึกษา MBA มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด หัวหิน เพื่อน ๆ ร่วมวิชาเรียนในหัวข้อดังกล่าวทุกท่าน

สัปดาห์ที่ผ่านมาในวันศุกร์ที่ 2 และเสาร์ ที่ 3 มีนาคม 2550 ผมและนักศึกษาร่วมชั้นในการเรียนวิชา "ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร" ได้รับฟังการสอนและบรรยายจากอาจารย์ยม นาคสุข เป็นสัปดาห์ที่ 2 ของพวกเรา และท่านอาจารย์ได้มอบหมายให้นักศึกษาส่งรายงานลง Blog ในเรื่อง "เรียนกับอาจารย์แล้วได้อะไร" ทั้งนี้ผมคาดว่าวิธีการสอนและให้นำเสนอทบทวนการเรียนผ่าน Blog เพื่อให้ท่านอาจารย์ประเมินนักศึกษาว่า มีความเข้าใจในเนื้อหา และจะนำไปประยุกต์ปรับปรุงกับตนเองและองค์กรได้อย่างไร วิธีการที่คิดหรือการวางแผนถูกต้องหรือไม่ ในส่วนของผมคงจับประเด็นในการเรียนครั้งนี้ ได้ 2 ประเด็น กล่าวคือ

    1. ในส่วนของกิจกรรม
    2. ในส่วนของลำดับการบรรยายของอาจารย์

ในส่วนของกิจกรรม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1. ให้นักศึกษาแต่ละท่านในชั้นเรียน ได้กรอกและเรียงลำดับแบบสอบถามความสำคัญของคุณลักษณะผู้นำ หรือ ภาวะผู้นำซึ่งมีให้เรียงถึง 50 ข้อ และให้ประเมินตนเองว่า ในแต่ละหัวข้อ นักศึกษามีจุดดี และจุดที่จะต้องแก้ไขอย่างไร และให้หัวข้อใดมีความสำคัญกว่ากัน เรียงลำดับจาก 1-50 ตามแบบสอบถามที่อาจารย์ได้จัดทำขึ้น

- สิ่งที่ผมได้รับจากการประเมินตนเอง คือ ในชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานในองค์กร บางครั้งผมจะมองสิ่งรอบ ๆ ตัว มากกกว่ามองตนเอง เมื่อได้รับแบบสอบถามครั้งนี้ทำให้กลับมานึกถึงจุดบกพร่องของตนเองที่จะต้องแก้ไขในฐานะผู้นำ พร้อม ๆ ไปกับสิ่งหรือบุคคลรอบ ๆ ตัวเอง และบางหัวข้อใน 50 ข้อ ทำให้ผมมีข้อคิดว่า บางข้อผมยังไม่ได้ทำ และบางอย่างยังทำไม่ได้ดี ดังนั้นถ้ามผมพยายามจะเป็นผู้นำที่ดี ผมควรจะต้องรีบปรับปรุงตนเองมากขึ้นนั่นเอง

2. ให้นักศึกษาแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ โดยให้แสดงความคิดเห็นร่วมกันในกลุ่มของตน และให้ตัวแทนของกลุ่มมานำเสนอข้อสรุปให้กับนักศึกษาทั้งชั้นเรียนได้รับทราบความคิดเห็นของกลุ่ม โดยกิจกรรมนี้มีคำถามจากอาจารย์ยมให้กับนักศึกษา 2 ข้อ

ก. จริยธรรมของนักศึกษา MBA ของมหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ด หัวหิน ในชั้นเรียนของผม ควรจะเป็นอย่างไร

ข. จริยธรรมของผู้นำต่อองค์กร ควรจะเป็นอย่างไร

- สิ่งที่ผมได้รับจากการแสดงความคิดเห็นของกลุ่มตนเอง และได้ฟังเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนแต่ละกลุ่มอธิบายและตอบคำถามของโจทย์ที่อาจารย์ให้มา เป็นประโยชน์ต่อตัวผมเอง เพราะการทำงานเป็นกลุ่ม ย่อมจะต้องมีความคิดหลากหลาย ดังนั้น การเป็นผู้นำที่ดี ควรจะต้องผู้ฟังที่ดีด้วย และการทำงานเป็นทีมจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับเพื่อน ๆ ร่วมกลุ่มตลอดจนเพื่อนักศึกษาร่วมชั้นทุกท่านด้วย จึงจะสรุปเป็นจริยธรรมโดยรวมได้ นอกจากนี้ความคิดเห็นตลอดจนการนำเสนอของนักศึกษาผู้แทนแต่ละกลุ่มเป็นไปอย่างมีคุณภาพ โดยมีอาจารย์คอยแนะนำและเสริมให้สมบูรณ์ในทุก ๆ หัวข้อที่ยังขาดหรือไม่สมบูรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมจดจำหรือนำมาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับตัวของผมเอง และในส่วนองค์กรที่ผมปฏิบัติงานได้

3. ให้นักศึกษาแต่ละท่านทุกคนได้ฝึกแสดงภาวะผู้นำในชั้นเรียน โดยมีหัวข้อจากอาจารย์ให้กล่าวถึง ความภูมิใจหรือความสำเร็จของตนเองที่ได้กระทำมาให้เพื่อนนักศึกษาในชั้นเรียนได้รับทราบ

- สิ่งที่ผมได้รับคือ

Know Who คือ ได้รู้จักเพื่อน ๆ ในชั้นมากขึ้นในแง่ของประสบการณ์และความสำเร็จที่แต่ละท่านได้กระทำ ซึ่งทุกท่านมีประวัติที่น่าสนใจ และเป็นความภูมิใจที่ได้เห็นเพื่อน ๆ เล่าถึงประวัติตนเองอย่างเปิดเผย และการเป็นเพื่อนกัน ก็จะเอื้อประโยชน์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในอนาคต ให้กับตนเองหรือร่วมกันตลอดจนทำประโยชน์ร่วมกันให้กับสังคมได้เป็นอย่างดี

Know How คือ ได้เห็นหรือรู้ว่าการที่จะทำอะไรให้เกิดความสำเร็จนั้น จะต้องมีวิธีการที่หลากหลาย แต่ในแง่ที่เพื่อน ๆ มาเล่าให้ฟัง ผมสามารถจดจำไปประยุกต์กับตนเองได้ดีขึ้น เช่น บางท่านมีความพยายามและความอดทนมุ่งมั่นต่อเป้าหมายของตนเอง จนประสบความสำเร็จท่ามกลางอุปสรรคและความยากลำบาก เป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นจริงโดยบางครั้งไม่มีอยู่ในตำราให้ผมได้เรียนรู้ และผมคิดว่าในโลกปัจจุบัน สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรจะเกิดขึ้นได้ ก็คือ ตัวเผมเอง ต้องรู้ทั้ง Know Who และ Know How

ในส่วนของลำดับการบรรยายของอาจารย์ยม ประกอบไปด้วยหัวข้อใหญ่ดังนี้

    • ประโยชน์ของภาวะผู้นำ
    • ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาวะผู้นำ
    • จริยธรรม ความหมาย และกรอบแนวคิด

 

- สิ่งที่ผมได้รับ คือ หัวข้อที่กล่าวถึงข้างต้น แม้จะเป็นหัวข้อสั้น ๆ แต่อาจารย์ได้นำมาขยายความให้ผมได้มีความรู้หลากหลายทฤษฎี ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎี 6n - 6c’s – 5D’s – 4E’s – 4k’s – 6L’s – 5M’s -2R’s – 4S’s – 5T’s Leadership ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการมาประยุกต์ใช้กับตนเองและองค์กร นอกจากนั้นอาจารย์ยังได้ขยายความถึงเทคนิคในการเป็นผู้นำที่ดี โดยยึดถึงหัวข้อธรรมะบางส่วนของพุทธศาสนา ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ ตลอดจนความหมายของทศพิธราชธรรม ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นที่เคารพของชาวไทยทุกคน ที่มีพระจริยวัตรสูงส่งเป็นที่ยอมรับของสากลโลก ผมในฐานะนักศึกษาในชั้นเรียน คงจะต้องกราบขอบคุณท่านอาจารย์ยมอีกครั้ง ที่ทำให้ผมได้มีวิสัยทัศน์ ตลอดจนได้นำความรู้ที่ท่านต้องการเผยแพร่และสั่งสอน มาเป็นประโยชน์กับตนเองและพัฒนาตนเองได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณครับ

ราเชนทร์ แดงโรจน์

รหัส 106242005

นางจำเนียร อำภารักษ์ MBA STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITTY
IP: xxx.9.161.147
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 10:44:15 GMT+0700 (ICT)
นางจำเนียร อำภารักษ์ ID 106142002 รุ่น 6 เมื่อ อ. 04 มี.ค. 2550 @ 17:25 (182328)  

เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อ.ยม และสวัสดีเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน     

            เมื่อวันที่  2 - 3 มีนาคม  2550 ศึกษาภาวะผู้นำจาก อ.ยม ได้รับความรู้และการปฏิบัติฝึกให้นักศึกษาได้ปฏิบัติจริง พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพูดบุคลิกภาพ และอื่น ๆ                

วันที่  2  มีนาคม  2550 อ.ยม สอนเรื่องแนวทางการฝึกตนให้มีภาวะผู้นำ สูงขึ้น ด้วยการปฏิบัติตามหลักทศพิธราชธรรม             

ทศพิธ  แปลว่า  10  อย่าง              

ราชธรรม  แปลว่า  ธรรมสำหรับพระราชา               ทศพิธราชธรรม  เป็นธรรมของนักปกครอง 10 ประการ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับใดก็ตาม ควรยึดมั่นในทศพิธราชธรรม                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขด้วยทศพิธราชธรรม  ดังพระปฐมบรมราชโองการ เมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเมื่อวันที่  5  พฤษภาคม 2493 ความว่า  "เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"                 ทศพิธราชธรรม  10  ประการ ได้แก่
  1. ทาน คือ  การให้
  2.  ศีล  ผู้นำต้องตั้งอยู่ในศีลธรรม
  3. จาคะ  คือ  การบริจาค เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่น
  4. อาชวะ ผู้นำต้องมีความซื่อตรงต่อตนเอง ต่อหน้าที่ ต่อผู้ร่วมงาน
  5.  มัทวะ  คือ ความสุภาพ อ่อนโยน
  6.  ตปะ  การแผดเผาความโลภ  ดังคำกล่าวว่า รู้จักพอไม่ก่อทุกข์
  7.  อักโกธะ  คือ ความไม่โกรธ  ระงับอารมณ์
  8.  อวิหิงสา คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
  9.  ขันติ คือ ความอดทน
  10. อวิโรธนะ  คือ ความไม่คลาดจากธรรม ปกครองแบบธรรมาธิปไตย
 ช่วงเช้าของวันที่  3  มีนาคม  2550   การบริหารองค์กร สาเหตุของความล้มสลายขององค์กร ได้แก่
  1.  การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  2.  สมาชิกในองค์กรสำคัญตนผิด คิดว่าองค์กรยิ่งใหญ่ สามารถการันตีอนาคตได้
  3. ไม่ไยดีในนวัตกรรมใหม่ ๆ
  4.  ขาดการวางแผนระยะยาว ขาดวิสัยทัศน์ ขาดงบประมาณ ขาดคน  ขาดลูกค้า
  5. การไม่ให้ความสำคัญทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะคนที่มีคุณค่าในองค์กร การสุญเสียคนที่มีคุณค่า ยิ่งกว่าเสียเงินมากมาย
 อ.ยม ยกตัวอย่าง ผู้บริหารบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ที่ประสบความสำเร็จใช้ทฤษฎี "กางร่ม" ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง
  1. การตื่นตัวขององค์กร
  2. การตั้งทีมเจ้าภาพ
  3. ให้ทีมกำหนดวิสัยทัศน์ , กลยุทธ์ Action Plan
  4. ทีมเจ้าภาพ เข้าใจกลยุทธ์ , สอนได้ , สื่อได้ , โน้มน้าวได้
  5. ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ร่วมมือในการที่จะเปลี่ยนแปลง พัฒนา นวัตกรรมขึ้นมา
  6. รวบรวมผลลัพธ์จากการกระทำ มาสรุปผล และประเมินผล
  7. การสร้างชัยชนะในระยะสั้น
  8. การกำหนดแนวปฏิบัติใหม่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
  9. พัฒนาอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ความพึงพอใจของลูกค้า , ขององค์กร และของพนักงาน
 แนวทางนำไปประยุกต์ใช้ใน "ธุรกิจบริการ ให้มีมูลค่าเพิ่มยิ่งขึ้น"
  1. รวดเร็ว
  2. ลูกค้าสะดวกสบาย
  3. เชื่อถือได้
  4. ปฏิบัติเสมอภาค
  5. สร้างความไว้วางใจได้
  6. การดูแลเอาใจใส่
 อ.ยม พูดถึง คุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งดิฉันได้สรุปคำ 2 คำ นี้แล้ว ตามความคิดของตนเองว่าแตกต่างกันดังนี้
  • คุณธรรม คือ  แนวหลักในการปฏิบัติ ซึ่งปรากฎในทุก ๆ ศาสนา แต่สำหรับศาสนาพุทธ คุณธรรมใช้หลักธรรม อริยสัจ 4 และอิทธิบาท 4 แล้วนำเอาหลักธรรมที่กล่าวนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล
  • จริยธรรม  คือ  พฤติกรรมที่ถูกต้องดีงาม ดังนั้นคนที่มีจริยธรรมดี ต้องมีคุณธรรมทีดีมาก่อนอ.ยมให้แบ่งกล่มทำงานส่ง แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 7 คน โดยให้ไปสรุปเนื้อหาภาคภาษาอังกฤษ เป็นภาษาไทยประมาณ 1 หน้ากระดาษ A4
 

ในช่วงบ่ายของวันที่  3 มีนาคม 2550 อ.ยม   ให้ทำงานกลุ่ม ในหัวข้อ

 

1.    ในความเห็นของกลุ่ม จริยธรรมของนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนานาชาติ แสตมฟอร์ดมีอะไรบ้าง

 

2.    ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำ จริยธรรมของผู้นำที่พึ่งมีต่อองค์กร ต่อทีมงาม ต่อสังคม และต่อประเทศชาติ เป็นอย่างไรใช้กลุ่มเดิมที่แบ่งในช่วงเช้า ระดมความคิดประมาณ 30 นาที ส่งตัวแทนพูด   

     

หลังจากนั้น อ.ยม ฝึกความเป็นผู้นำให้นักศึกษาทุกคนได้แสดงออก โดยให้นักศึกษาพูดถึงหัวข้อ" ในชีวิตท่าน ณ วันนี้ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ท่านประสบผลความสำเร็จและมีจริยธรรมประจำใจอะไร"         เมื่อทุกคนนำเสนอความคิดเห็น อ.ยมกล่าวสรุปและข้อเสนอแนะที่ต้องปรับปรุง

         

อ.ยม  แนะนำให้จำและทำความเข้าใจโมเดลที่เป็นรูปต้นไม้        

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง          ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงทรงมีพระราชดำริ ให้คนไทยมีความสุขอย่างยั่งยืนแนวทางการดำเนินชีวิต เป็นกรอบแนวความคิด เพื่อความยั่งยืนตั้งอย่บนหลักการและเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันรองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมีความรู้คู่คุณธรรม         

สุดท้ายนี้ ดิฉันได้ยกเอาคำกลอน ของ ศ.อำไพ  สุจริตกุล ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของผู้นำ 

                

 ความรู้  คู่  คุณธรรม  "  

  

เมื่อความรู้         ยอดเยี่ยม        สูงเทียมเมฆ

 

แต่คุณธรรม              ต่ำเฉก             ยอดหญ้านั่น

 

อาจเสกสร้าง           มิจฉา               สารพัน

 

ด้วยจิตอัน                 ไร้อาย             ในโลกา

 

     แม้นคุณธรรม       สูงเยื่ยม            ถึงเทียมเมฆ

 

แต่ความรู้                  ต่ำเฉก              เพียงยอดหญ้า

 

ย่อมเป็นเหยื่อ            ทรชน               จนอุรา

 

ด้วยปัญญา                อ่อนด้อย           น่าน้อยใจ

 

      หากความรู้           สูงล้ำ                คุณธรรมเลิศ

 

แสนประเสริฐ              กอปรกิจ           วินิจฉัย

 

จะพัฒนา                    ประชาราษฎร์   ทั้งชาติไทย

 

ต้องฝึกให้                   ความรู้              คุ่คุณธรรม 

      
นายนิคม อำภารักษ์ MBA ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน
IP: xxx.9.161.147
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 10:57:07 GMT+0700 (ICT)
นายนิคม อำภารักษ์ ID 106142006 รุ่น 6 เมื่อ อ. 04 มี.ค. 2550 @ 17:53 (182349)
 

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ  และ อ.ยม  

 

     จากการเรียนในวันที่  2-3 มี.ค. 2550  อ. ได้พูดถึงจริยธรรมของการเป็นผู้นำจริยธรรม มาจาก จริย + ธรรม คือ ความประพฤติที่ควรปฏิบัติในหมู่คณะจริยธรรม จึงเป็นหลักเกณฑ์หรือกฎที่สังคมใช้ในการตัดสินว่า การกระทำใด เป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ควรปฏิบัติและการกระทำใดที่ไม่ควรปฏิบัติทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ประโยชน์ของจริยธรรม
  1. อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
  2. สำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
  3. พัฒนาชีวิตให้สำเร็จตามเป้าหมาย
  4. สามารถแก้ปัญหาชีวิตและความทุกข์ให้หมดไปได้
  5. เป็นเครื่องยึดเหนี่ยมและป้องกันการเบียดเบียนในทางส่วนตัวของสังคม
  6. พัฒนาคุณภาพชีวิต
จริยธรรมของผู้นำรัฐ + เอกชน ตามแนวความคิดของ พลเอกเปรม 
  1. ซื่อสัตย์
  2. ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
  3. บริหารการจัดการด้วยความเป็นธรรม
  4. บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
  5. บริหารให้เกิดความมั่นใจ มั่งคง โดยใช้หลักพุทธศาสนา
  6. ปลูกฝังค่านิยมให้ถูกต้อง
  7. เป็นคุณงามความดี ความรัก ความเมตตา
 จริยธรรมของผู้นำ ต่อองค์กร
  1. มุ่งทำงานทุ่มเทการทำงานเพื่อความก้าวหน้าขององค์กร
  2. ศึกษาใฝ่เรียนใฝ่รู้อยู่เสมอ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาองค์กร
  3. ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อองค์กร
  4. มีความเป็นธรรม มีความเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมงาน
  5. มีความคิดริเริ่ม สิ่งใหม่ ๆ เพื่อสร้างให้องค์กรก้าวหน้า
จริยธรรมของผู้นำต่อสังคม
  1. ดูแลเอาใจใส่กิจการขององค์กรไม่ให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
  2. ให้ความร่วมมือกับชุมชนและสังคม
  3. ละเว้นการประกอบธุรกิจที่ทำให้สังคม
  4. เคารพสิทธิของผู้อื่น
 Leadership Strategies for  change(ผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง)2 ทฤษฎีในการเปลี่ยนแปลง
  1. Top  down  เบื้องบนสั่งการ (ส่วนใหญ่เป็นองค์กรในระบบราชการ)
  2. Bottom  up (เปลี่ยนแปลงจากระดับล่าง) ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วม
 บทบาทของผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง (Leadership Strategies for  change)
  1. ให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วม
  2. สามารถโน้มน้าวจิตใจผู้ร่วมงาน
  3. มีความอดทนอดกลั้น
  4. กำหนดเป้าหมายชัดเจนว่าเปลี่ยนแปลงอะไร
  5. ผุ้นำที่เก่งต้องบริหารการขัดแย้งได้
 ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงขององค์กร·      
  1. ประชาสัมพันธ์ให้คนในองค์กรทราบ
  2. ตั้งคณะกรรมการกำหนดกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการคิด
  3. ให้ทุกส่วนขององค์กรมีส่วนร่วม
  4. ร่วมมือในการที่จะเปลี่ยนแปลงพัฒนา
  5. รวบรวมผลลัพธ์กับการกระทำ , รวบรวมข้อมูลสรุปผลประเมินผล
  6. นำผลสำเร็จมาดำเนินงาน
  7. กำหนดแนะปฏิบัติใหม่ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น 
เสาวนีย์ ทวีเผ่า
IP: xxx.26.33.32
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 23:33:39 GMT+0700 (ICT)
มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ดนานาชาติ   อ.หัวหิน สวัสดีคะ ท่านอาจารย์ยม และเพื่อนๆ  MBA ทุกท่าน  จากการเรียน เมื่อวันศุกร์ และเสาร์ที่ผ่านมา ได้ทราบถึงประโยชน์ของภาวะผู้นำนั้นมีต่อใครบ้าง  ดังนี้-          ต่อตัวผู้นำเอง-          ต่อทีมงาน-          ต่อองค์กร  คือสร้างองค์กรให้ประสบความสำเร็จ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นในองค์กร-          ต่อประเทศชาติ-          ต่อลูกค้าทำให้เกิดความเชื่อถือ  และได้เราได้รุ้ว่าจุดเด่นของภาวะผู้นำแบบญี่ปุ่นเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับคนไทยมีความต่างกันมากญี่ปุ่นมีจริยธรรมสูง ซื่อสัตย์  รักชาติ  เคารพในกฎระเบียบของประเทศตนเองมากซึ่งผิดกับคนไทย  เพราะนั้นคนไทยที่มีจริยธรรมต้องนำหลักทศพิราชธรรมมาใช้ควบคู่กันไปจึงจะมีจริยธรรมของภาวะผู้นำและการเป็นภาวะผู้นำต้องมีหลักในการปฎิบัติ ของ  6  ท.  มาใช้ให้ได้      - ท่าทีที่ดี  เช่นคิดดี   พูดดี   ทำดี    - ท้าทาย  กล้าที่จะทำ  กล้าที่จะคิด     -  ทน   ต้องอดทน     - เที่ยงธรรม  ทำอะไรจะต้องเป็นกลางเสมอ     - ทำ  จะต้องให้ได้     - ทบทวนสาเหตุของความเสื่อมที่เกิดขึ้นในองค์กรเกิดขึ้นได้ ด้วยสาเหตุ-          การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง-          สมาชิกในองค์กรสำคัญตนผิด-          ความไม่ใยดีต่อองค์กร  หรือไม่รักองค์กร-          ขาดการวางแผนระยะยาว-          การไม่ให้ความสำคัญต่อทรัพยากรณ์มนุษย์และอาจารย์ให้แสดงความคิดเห็นในห้องเรียนว่า   จริยธรรมของนักศึกษา MBA6  และMBA 7 เป็นอย่างไร  ซึ่งได้ฟังแนวความคิดแต่ละกลุ่มส่วนมากสรุปได้ว่าจริยธรรมของนักศึกษาคือ  ต้องให้เกียรติสถานศึกษา ซื่อสัตย์ต่อสังคม  และส่วนรวมจริยะรรมต่อองค์กรเป็นอย่างไรบ้าง ก็ต้องแยกออกเป็นประเด็น  ก็คือ -ด้าน องค์กร-ด้านสังคม   ช่วยเหลือสังคม-ด้านสิ่งแวดล้อม   ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมีระบบบำบัดน้ำเสีย ถ้าเป็นประเภทโรงงานอุตสาหกรรม-ด้านประเทศชาติ  ไม่เอาเปรียบในเรื่องภาษีรัฐบาลเอาความรุ้ที่ได้เรียนมาใช้ในทางที่ผิดต่อประเทศชาติ และสุดท้ายอาจารย์ก็ให้แต่ละคนมาแสดงความคิดเห็นหรือเล่าถึงการประสบความสำเร็จในชีวิตคืออะไร   และมีจริยธรรมประจำตัวอะไร    ซึ่งได้ว่าฟังแต่ละคนที่ได้เล่าถึงการประสบความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนอย่างเปิดเผยแตกต่างกันไปทั้งต่อสู้  ดิ้นรน  มีความพยายาม  อดทน และกำหนดเป้าหมายและการวางแผนดำเนินชีวิต  ก็แสดงให้เห็นว่าทุกคนต่างมีภาวะผู้นำในการดำเนินชีวิตควบคู่กับจริยธรรมประจำตัวซึ่งนำไปสู่เส้นทางที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เสาวนีย์    ทวีเผ่ารหัสนักศึกษา  106242006
นายชูศักดิ์ ลาภส่งผล MBA STAMFORD International University
IP: xxx.9.160.48
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 23:36:58 GMT+0700 (ICT)
นายชูศักดิ์ ลาภส่งผล เมื่อ จ. 05 มี.ค. 2550 @ 18:59 (183472)
 
สวัสดีครับ ท่าน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  อ.ยม และนักศึกษาทุกท่าน 
จากการที่ได้เรียนภาวะผู้นำแล้วได้อะไรบ้างภาวะผู้นำนอกจากจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถหลายด้านแล้วสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมที่มีอยู่ในตัวของผู้นำเอง ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่สม่ำเสมอ ผู้นำต้องมีคุณค่าและควรมีทศพิศราชธรรม
เนื้้อหาที่สอนทำให้ทราบเกี่ยวกับ 
·        ทราบถึงศีลธรรม จริยธรรม จรรณยาบรรณแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน 
·        ผู้นำที่ดีควรมีการเปลี่ยนแปลงในองค์ได้อย่างได้ 
·        เทคนิควิธี และการพัฒนาภาวะผู้นำ 
·        จริธรรมของผู้นำที่พึงมีต่อการเป็นผู้นำ 
·        ทศพิศราชธรรมของผู้นำที่ดี 
·        ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้นำในศตวรรษที่ 21 การอยู่ร่วมกันหรือศีลธรรมถือเป็นหัวใจของการพัฒนาทุกชนิด 
              
ศีลธรรม (การอยู่ร่วมกัน) 
·        เศรษฐกิจ
·        การเมืองการปกครอง
·        วัฒนธรรม
·        สังคม
·        สิ่งแวดล้อม
·        การศึกษา
·        ครอบครัว
·        ชุมชน 

ผู้นำที่ดีนอกจากจะเป็นบุคคลที่รอบรู้ ยังต้องมีการปรับตัวและสามารถเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรได้โดยที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง และผู้นำควรจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรมในการพัฒนาบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกผ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างปรองดองกัน ทั้งในด้านของความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

 

นายชูศักดิ์  ลาภส่งผล

นักศึกษา MBA 6

ม.นานาชาติแสตมฟอร์ด                             
พนาวัลย์ คุ้มสุด นศ. ม.นานาชาติแสตมป์ฟอร์ด หัวหิน
IP: xxx.9.160.48
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 23:41:09 GMT+0700 (ICT)

พนาวัลย์ คุ้มสุด เมื่อ จ. 05 มี.ค. 2550 @ 02:14 (182822) ID: 106142010

จากการศึกษาสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทราบว่าดิฉันได้ทำการบ้านของสัปดาห์ก่อนไม่ตรงประเด็น และการที่ไม่ได้จัดสรรเวลามาอ่านงานของเพื่อน ๆ  ใน Blog ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้แก้ไขเพิ่มเติมในการบ้านของตน

สำหรับการเรียนในสัปดาห์นี้ดิฉันได้ยอมรับกับตัวเองว่าพอมีเวลาให้กับงาน ได้อ่านการบ้านของเพื่อนทุกคนทำให้ได้เห็นพัฒนาการของเพื่อนบางคน ทำให้ตนเองได้ค้นพบวิธีการและยอมรับในวิธีการนำเสนอของอาจารย์ใหญ่ และอาจารย์ยมว่าเป็นกุศโลบายในการสอนที่ทำให้พวกเราต้องทบทวน และส่งงานทาง Blog ก็เพื่อให้โอกาสพวกเราได้มี ทุนทาง IT ซึ่งเป็นหนึ่งในทุนที่ผู้นำที่มีสภาวะผู้นำควรจะมี

ความรู้ทางวิชาการที่ได้ในสัปดาห์นี้พอสรุปโดยสังเขปดังนี้

  1. การพัฒนาภาวะผู้นำ
  2. จริยธรรมของการเป็นผู้นำ
  3. ภาวะผู้นำมีประโยชน์อย่างไร และจะพัฒนาให้ดี และคงอยู่ได้อย่างไร

แนวทางในการพัฒนาผู้นำ

  1. การพัฒนาแบบญี่ป่น 10 ประการ
  2. การพัฒนาแนวพุทธศาสนา สัปปุริสธรรม
  3. การพัฒนาผู้นำตามทศพิศราชธรรม
  4. การพัฒนาผู้นำตามแนวคิด Yom 2006
  5. การพัฒนาผู้นำตามแนวคิด Bennis
  6. การพัฒนาผู้นำตามแนวคิดตะวันตก ที่ประกอบด้วย 6C's, 5D's, 4E's, 4K's, 6L's, 5M's, 2R's, 4S's, 5T's

ความหมายของ จริยธรรม (Ethics)

     "ความประพฤติ กริยา ที่ควรปฏิบัติ"  หรือ

     "การกระทำที่ควรประพฤติในหมู่คณะ"

ได้ทราบถึงความแตกต่างระว่าง "ศีลธรรม" "จริยธรรม" และ"จรรยาบรรณ"

ประโยชน์ของการมีจริยธรรม

  1. อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
  2. สำนึกในหน้าที่ ความรับผิดชอบ
  3. พัฒนาชีวิตให้สำเร็จตามเป้าหมาย
  4. แก้ปัญหาชีวิต และขจัดความทุกข์
  5. เครื่องยึดเหนี่ว และป้องกันการเห็นแก่ตัว
  6. พัฒนาคุณภาพชีวิตให้สมบรูณ์  
  7. สร้างสันติภาพ

จริยธรรมของผู้นำ

  1. มุ่งมั่นทำงานเพื่อความก้าวหน้าขององค์กร
  2. มีเมตตากรุณา ยึดหลักพรหมวิหารสี่ และหลักธรรมทางศาสนา
  3. ประพฤติตนเป็นตัวอย่างดที่ดี
  4. ตั้งมั่นอยูในความยุติธรรม เสมอภาค
  5. มั่นศึกษาหาความรู้ ทันสมัยเสมอ
  6. ไม่ใช้วิธีการ หรืออิทธิพลแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง
  7. รักษาความลับของผู้ใต้บังคับบัญชา
  8. รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ปัดความรับผิดชอบ
  9. อดทน เยือกเย็นต่อคำพูดขัดแย้ง
  10. เอาใจใส่ทุกข์ สุข ผู้ใต้บังคับบัญชา
  11. ระมัดระวังคำพูด ไม่ดุด่าต่อหน้าผู้อื่น
  12. เว้นอบายมุข ที่สังคมรังเกียจ
  13. สุภาพ อ่อนโยนต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
  14. ต้องมีความซื่อสัตย์
  15. ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตน และผู้อื่น

ผู้กำหนดจริยธรรมคือ พนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร หน่วยงาน องค์กร โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม จะทำให้จริยธรรมนั้นมีการยอมรับมากขึ้น เป็นประโยชน์มากขึ้น

จากกิจกรรมที่อาจารย์มอบในห้อง โดยให้ทำเป็นกลุ่ม ทำให้ทุกคนได้ทราบถึง

  1. จริยธรรมของนศ. รุ่น 6 และ 7
  2. จริยธรรมขององค์กร
  3. จริยธรรมของทีมงาน
  4. จริยธรรมของชุมชน
  5. จริยธรรมของสังคม
  6. จริยธรรมของประเทศชาติ

สิ่งที่สำคัญที่ดิฉันได้จากการเรียนในสัปดาห์นี้ คือ วิชาการที่อาจารย์มอบให้ทำให้ดิฉันพอจะประเมินตนได้คร่าว ๆ ว่าอยู่ในภาวะใด และจะต้องพัฒนาต่อไปอย่างไร และทำให้มีความพร้อมที่จะเปิดใจกว้างเพื่อรับรู้วิชาการที่จะได้รับจากอาจารย์ใหญ่ในชั่วโมงต่อไปได้เป็นอย่างดี

ดิฉันมั่นใจว่า ความรู้ที่ได้รับจากวิชานี้ จะทำให้ดิฉันค้นพบเส้นทางที่จะพัฒนาตนไปส่การเป็นผู้นำที่มีสภาวะการเป็นผู้นำที่ดีต่อไปในอนาคต ทั้งภาคกิจการส่วนตัว และภาคผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อนำชุมชนไปสู่การพัฒนาทั้งรูปธรรม นามธรรม โดยมีจริยธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว

                    ด้วยความเคารพอย่างสูง

          น.ส. พนาวัลย์ คุ้มสุด ID: 106142010

นายณัฐพง์ ชุมนุมพันธ์ Stamford International University
IP: xxx.9.160.48
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2007 23:45:45 GMT+0700 (ICT)

นายณัฐพง์ ชุมนุมพันธื เมื่อ จ. 05 มี.ค. 2550 @ 13:19 (183177)

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ/อาจารย์ยม/นักศึกษา MBA มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด หัวหิน ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านครับ 

 

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สองของผมที่ได้เรียนวิชา "ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงในองค์กร" ซึ่งก็เช่นเคยท่าน อ.ยม ได้ให้การบ้านว่า  "เรียนกับอาจารย์แล้วได้อะไร" ผมต้องยอมรับว่าสัปดาห์นี้ผมได้พลาดอะไรดีๆไปหลายอย่างเนื่องจากต้องไปสอบเลื่อนตำแหน่งและติดราชการเป็นเหตุให้ต้องมาสายทั้งสองวัน สิ่งที่ได้รับในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ 

  • ความหมายของจริยธรรมและแนวความคิด การนำจริยธรรมไปใช้ในองค์การต่างๆตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงระดับประเทศ
  • ได้รู้ว่า ทศพิธราชธรรม นั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง
  • กิจกรรมที่ทำในชั้นเรียน(อันนี้สำคัญมากครับ)  ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักเพื่อนในชั้นมากขึ้นได้เห็นภาวะผู้นำของหลายๆท่านซึ่งสามารถเป็นแบบอย่างให้กับตัวเราได้  ได้เห็นข้อบกพร่องของตัวเองและทำให้ผมได้หันมามองตัวเองครับ
 

สัปดาห์นี้ผมอาจจะเขียนสั้นนะครับแต่ที่ผมได้รับจริงๆคือได้รู้จักตนเองมาขึ้น ซึ่งผมถือว่ามีค่ามากที่สุด   ก็ต้องขอบคุณวิธีการเรียนการสอนของท่าน ดร.จีระ และท่าน อ.ยม ทำให้ผมสามารถทบทวนบทเรียนจาก Blog ที่เพื่อนๆได้เขียนมา ขอบคุณครับที่ทำให้ผมได้ฝึกคิดและประเด็นที่สำคัญที่สุด ทำให้ผมได้เริ่มเข้าใจตนเองมาขึ้นหันมามองตนเองมากขึ้น ว่าเราขาดอะไรและมีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุง   

ขอทดสอบ Font ขนาด 12 นะครับ เพราะขนาด 16 ของผมมันติดกันเป็นพรืดเลยครับ

Jaruwan Yunprayong MBA 6 Stamford International University
IP: xxx.9.165.229
เขียนเมื่อ Tue Mar 06 2007 19:56:41 GMT+0700 (ICT)

Jaruwan Yunprayong MBA 6 ID:106142009 เมื่อ อ. 06 มี.ค. 2550 @ 13:09 (184299)

 

เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์, อาจารย์ยม และเพื่อนๆนักศึกษาทุกท่าน  

 

 เมื่อวันที่  2 - 3 มีนาคม  2550 ศึกษาภาวะผู้นำจาก ได้อะไรจากการเรียนบ้าง

อาทิตย์นี้ทางมหาวิทยาลัยพิมพ์ ชีท ประกอบการสอนให้นักศึกษาไม่ทันจึง ต้องจดบันทึกเองจาก อ.ยม ในการบรรยาย ซึ่งก็ได้เนื้อหา ความรู้และสนุกกับการเรียนเหมือนเดิมค่ะ

  

1. “การให้ที่ดีที่สุด ประเสริฐที่สุดคือการให้อะไร คำตอบคือ การให้ปัญญา จะนำไปสู่ความคิดทั้งปวง

  

2. ไม่น่าเชื่อว่าต้นไม้ของ อ.ยม แค่ต้นเดียว จะสามารถสร้างคนให้เป็นผู้นำที่ดีได้ ดูเหมือนง่าย ๆ นะคะ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถปฏิบัติตามหลักต่างๆ ในต้นไม้ของ อ.ยมได้ครบทุกข้อ??

  อ.ยม เน้นเสมอเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง กับ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขที่เข้าใจง่าย และมีความหมายดีค่ะ ซึ่งประกอบด้วย
  1. เงื่อนไขความรู้ : รอบรู้, รอบคอบและระมัดระวัง
  2. เงื่อนไขคุณธรรม: ซื่อสัตย์สุจริต, สติ ปัญญา, ขยัน อดทน, แบ่งปัน
 ส่วน 3 ห่วงนั้น ประกอบด้วย
  1. พอประมาณ,
  2. มีเหตุผลและ
  3. มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี นำไปสู่ เศรษฐกิจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม, วัฒนธรรม, สมดุลและพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง
 3.   ฝิ่นชอบประโยคหนึ่งที่ อ.ยม ยกมาจาก อ.คุณหญิงเต็มศิริ บุณยสิงห์ คือ ก่อนนอนให้ทบทวนว่าวันนี้ได้ทำ ข้อผิด พลาดอะไรไปบ้าง แล้วพรุ่งนี้จะต้องไม่ทำผิดพลาดอีกในเรื่องเดิมตอนนี้กลับมานอนคิดทุกคืนเลยค่ะ 4.  ได้แลกเปลี่ยน ประวัติส่วนตัวบางส่วนของเพื่อนๆ ในห้อง (ชอบมากเลยค่ะ!) แต่ให้เวลาคนละ 5 นาทีเอง ทำให้ได้ทราบถึงความพยายามและความอดทน บวกกับปัจจัยหลายๆอย่าง ที่ทำให้พี่ๆ และเพื่อนๆ บางคนที่ผ่านอุปสรรคอะไรมากมายหลายอย่างในชีวิต จนก้าวมาถึงวันนี้ได้ ฝ่าฟันกันมามากมาย จนประสบ    ความสำเร็จ น่าทึ่งมากๆ  และ สำหรับเพื่อนๆ และน้องๆ บางคนเช่นกันที่ เพิ่งเริ่มก้าวเดิน เพื่ออนาคต และยังมีอุปสรรคข้างหน้าที่ยังไปไม่ถึง และ สามารถนำข้อแนะนำ หรือตัวอย่างจากพี่ๆ ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วไปประยุกต์ใช้ได้ในอนาคต 5.  มีจริยธรรมประจำใจจากหลายคนที่ชอบมากๆๆ เช่น จะรู้ว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่ ต่อเมื่อเราออกเดินทางอันนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเลยค่ะจะรู้ความหมายของ ฟ้าหลังฝน ก็ต่อเมื่อเราผ่านพ้นมันมาได้แล้วจะรู้ว่าในหนังสือมีอะไร เมื่อเราเปิดอ่านที่สำคัญคือ ความกตัญญู เพราะความสำเร็จที่ทำให้ บุบพการีมีความสุขและตื้นตัน ก็ถือว้าเป็นความกตัญญูอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของตัวฝิ่นเอง 6.  อ.ยมให้ แชร์ idea เกี่ยวกับภาวะผู้นำในฝ่ายต่างๆ
  • จริยธรรมของภาวะผู้นำของนักศึกษา
  • จริยธรรมของภาวะผู้นำของสังคม
  • จริยธรรมของภาวะผู้นำของทีมงาน หรือ องค์กร
  • จริยธรรมของภาวะผู้นำของประเทศ
 7.  อ.ยมให้ทุกคนประเมินตัวเองในการมีภาวะผู้นำ 50 หัวข้อ และให้เรียงความสำคัญจาก 1 – 50 ซึ่งเชื่อว่า ทุ คนเรียงไม่เหมือนกันแน่นอน ตามวิสัยทัศน์และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แล้ว อ.ยมจะมาแจ้งให้ทราบอาทิตย์หน้าค่ะ 8.    เรียนเรื่องคุณค่าของผู้นำ 7 ข้อ
  1. มุ่งประโยชน์ส่วนรวม, ประโยชน์แผ่นดิน
  2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย, ธรรมมาภิบาล
  3. มีความสามารถ
  4. มีความสำนึกรับผิดชอบ
  5. มีความเป็นกลาง
  6. การมุ่งสัมฤทธิผล
  7. ความเป็นมืออาชีพ
 9  เรียนเรื่องภาวะผู้นำแบบญี่ปุ่น 10 ข้อ
  1. มีวินัย, ตรงต่อเวลา กติกา มารยาท
  2. มีมารยาททางสังคม ซึ่งเป็นจุดเด่นของคนญี่ปุ่นข้อนี้ฝิ่นจำได้ติดตาในข่าวช่อง 7 เมื่อภูเขาไฟระเบิดที่ โกฮามา หลายปีมาแล้วตั้งแต่อยู่ ม. ปลายแล้วมีคนเสียชีวิตมากมาย ทรัพย์สิน บ้านเรือนเสียหาย ประมาณค่าไม่ได้ และทางรัฐบาลของญี่ปุ่นก็มาแจกของ ซึ่งน่าประทับใจอย่างมาก คนเหล่านั้นที่ประสบเคราะห์ร้าย ยืนเรียนแถวตอน 1 คนเพื่อรับสิ่งของที่ทางรัฐบาลเอามาบริจาคช่วยเหลืออย่างเป็นระเบียบ ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยจริงๆ ค่ะ ยอมรับว่าพวกเค้าได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี และสุดยอดมาก
  3. ขยันและอดทน
  4. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใช้ระบบ QC ในการคิด Innovation
  5. มีความจงรักภัคดีต่อองค์กร ทำงานอย่างทุ่มเทเป็น Team work
  6. มีนิสัยการรักอ่าน (ข้อนี้ตัวฝิ่นเองต้องปรับปรุงอย่างมากเลยค่ะ)
  7. รักสะอาด ความบริสุทธิ์ และยังหมายความว่า คนที่ไม่มีคุณภาพ คือคนที่สกปรก อีกด้วย
  8. มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูง
  9. รักศักดิศรี และมีความเป็นชาตินิยม
  10. มีการพัฒนาตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่งและมีความกระตือรือร้นสูง
 10.  เรียนเรื่องทศพิษราชธรรม 10 ข้อ (กำจัด, รักษา, พัฒนาและป้องกัน)
  1. ทานัง อามิสทาน, ธรรมทานและอภัยทาน
  2. ศีล  ประพฤติดี ทั้ง กาย วาจาและใจ
  3. บริจาคะ  การบริจาค เป็นการเสียสละความสุขส่วนตัว
  4. อาชชวะ  ความซื่อสัตย์สุจริต
  5. มัททวะ   ความอ่อนโยน (ไม่อ่อนแอ) มีอัธยาศัยดี
  6. ตปะ  ความเพียรเพื่อกำจัดความเกียจคร้าน
  7. อักโกธะ ความไม่โกรธ ไม่ผูกพยาบาท
  8. อวิสังหา  ความไม่เบียดเบียน
  9. ขันติ มีความอดทน อดกลั้น ต่อแรงกดดันต่างๆ รวมทั้งความโลภ
  10. อวิโรชนะ ความโปร่งใส วิโรชนะ การทำงานอย่าให้เคลือบแคลงสงสัย
 11 เรียนเรื่องการฝึกตนให้เป็นผู้นำ ด้วย 6 ท. ง่าย ๆ ของอ.ยม
  1. ท่าที  มีท่าทีที่ดี
  2. ท้าทาย ทำงานที่ยากกว่าเดิมและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ
  3. ทน
  4. เที่ยงธรรม
  5. ทำ
  6. ทบทวน        
 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า อาทิตย์หน้าจะได้มีโอกาสเรียนกับ อาจารย์ ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์ นะคะ

 

ทั้งนี้ฝิ่นขอออกตัวนิดหนึ่งและขอเป็นการขออนุญาตจากท่านอาจารย์ ศ.ดร.จิระ ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม ที่ฝิ่นสามารถไปเรียนหนังสือได้ตอนช่วยบ่าย เนื่องจาก คณะ สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญที่ โรงแรม Springfield Village Golf and Spa ที่ฝิ่นทำงานอยู่ จึงสามารถไปเรียนได้หลังจากที่ คณะท่านได้ check out จากโรงแรมไปแล้วค่ะ 

  

ด้วยความเคารพอย่างสูง

  จารุวรรณ ยุ่นประยงค์
น.ส.ปภาวี นาคสุข ID 106142008 MBA 6 Stamford International University
IP: xxx.9.165.229
เขียนเมื่อ Tue Mar 06 2007 19:59:58 GMT+0700 (ICT)

น.ส.ปภาวี นาคสุข ID 106142008 MBA 6 เมื่อ อ. 06 มี.ค. 2550 @ 13:14 (184311)

 

เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์, อ.ยม และสวัสดีเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน 

  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (2-3 มี.ค.2550) ดิฉันได้ความรู้เพิ่มเติมมากมายเกี่ยวกับจริยธรรมของการเป็นผู้นำ และการพัฒนาภาวะผู้นำจากการสอนโดย อ.ยม ซึ่งสามารถสรุปได้เป็นเนื้อหาสำคัญ แนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาภาวะผู้นำ มีด้วยกันหลายแนวทาง คือ
  • แบบญี่ปุ่น 10 ประการ,
  • ตามแนวพุทธศาสตร์สัปปุริสธรรม 7,
  • ตามแนวทศพิศราชธรรม,
  • ตามแนวคิด Bennis 1989 และ
  • ตามแนวคิดของ อ.ยม ที่ใช้ ทฤษฎี 6 ท. (ท่าที, ท้าทาย, ทน, เที่ยงธรรม, ทำ, ทบทวน) ดิฉันขออนุญาตเพิ่มของอาจารย์ยม อีก 1 ท. นะคะ คือ ทัน ซึ่งทันในที่นี้ คือ ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงทันต่อเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา เหตุผลที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมปัจจุบันอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์
 

สำหรับในเรื่องของจริยธรรมนั้น ผู้นำควรมีต่อองค์กร, สังคม, ผู้ร่วมงาน และประเทศชาติ ซึ่งก่อนที่จะมุ่งประเด็นไปที่ส่วนต่างๆ ก่อนอื่นผู้นำต้องมีจริยธรรมประจำใจของตนเองเสียก่อน เพื่อใช้เป็นหลักยึดถือในการประพฤติปฏิบัติ และเพื่อให้การบริหารงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์ประกอบภายนอกต่างๆ 

  

ปภาวี  นาคสุข

ID 106142008
กนกลักษณ์ เร้าเลิศฤทธิ์ MBA Stamford International University
IP: xxx.9.165.229
เขียนเมื่อ Tue Mar 06 2007 20:14:10 GMT+0700 (ICT)
กนกลักษณ์ เร้าเลิศฤทธิ์ เมื่อ อ. 06 มี.ค. 2550 @ 13:48 (184346)
เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ อ.ยม และสวัสดีเพื่อนนักศึกษาทุกท่าน    ดิฉัน นางสาวกนกลักษณ์ เร้าเลิศฤทธิ์ ID:106342003 MBA  ม.นานาชาติ สแตมฟอร์ด หัวหิน จากการเรียนในวันที่ 2-3 มีนาคม 2550  ที่ผ่านมา อ.ได้สอนบรรยาย ในหัวข้อหลักๆ คือ
  1. ประโยชน์ของภาวะผู้นำ
  2. ยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาภาวะผู้นำ
  3. จริยะธรรม 
 ประโยชน์ของภาวะผู้นำ
  •  ต่อตนเอง ทำให้เรามีความรับผิดชอบ
  • ต่อองค์กร นำองค์กรสู่ความสำเร็จง่ายขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กร
  • ต่อสังคมและประเทศชาติ สร้างจิตสำนึกในการรักสังคมและประเทศชาติ 
 *ถ้าภาวะผู้นำดีทำให้พนักงานมีขวัญและกำลังใจที่ดี และมีคนที่มีคุณภาพ  แนวทางพัฒนาภาวะผู้นำแบบญี่ปุ่น
  1. ฝึกเป็นคนมีมีวินัย เช่น ตรงต่อเวลา ปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท
  2. มีมารยาททางสังคม  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของญี่ปุ่น
  3. ฝึกเป็นคนขยัน  อดทนเป็น
  4. Interprise Spirit  กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ
  5. Team Work  คนญี่ปุ่นยึดฉันทามติ จงรักภักดีต่อองค์กร  ทำงานแบบอุทิศ  ทุ่มเท
  6. มีนิสัยรักการอ่าน
  7. รักความสะอาด  ความบริสุทธิ์
  8. มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูง
  9. รักในศักดิ์ศรี ชาตินิยม
  10. พัฒนาตลอดเวลา  ไม่หยุดนิ่ง  และกระตือรือร้น  
 พัฒนาภาวะผู้นำ ตามทศพิศราชธรรม
  1. ทานัง คือ การให้ ซึ่งได้แก่ อามิสทาน(การให้สิ่งของ) ธรรมทาน(การให้ความรุ้) และ อภัยทาน
  2. ศีล คือการมีความประพฤติดีงาม สำรวมกาย วาจาใจ ประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เป็นที่เคารพนับถือของประชาชน 
  3. บริจาคะ (การบริจาค) การเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
  4. อาชชวะ ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงใจ ไม่หลอกลวงประชาชน ซื่อตรงต่อคำพูด ซื่อตรงต่อวิชาชีพ
  5. มัททวะ ได้แก่ ความอ่อนโยน การมีอัธยาศัยดี ซึ่งถ้าเป็นยุคนี้ต้องเรียกว่ามีความใจกว้างในการรับฟัง ไม่ดื้อ ไม่รั่น ไม่บ้า หรือมัวเมาในอำนาจ                            
  6. ตปะ ได้แก่ ความเพียรเพื่อกำจัดความเกียจคร้านและความชั่ว พยายามลดกิเลสของตน ซึ่งเป็นธรรมดาของคนที่มีอำนาจ ที่จะมีโอกาสจะเห็นผลประโยชน์รูปแบบต่างๆวิ่งผ่านหน้า ตปะ จะเป็นสิ่งที่เหนี่ยวรั้ง ไม่ให้คนดี เสียคน
  7. อักโกธะ คือการไม่ถือโกรธ ไม่ผูกพยาบาท หรือจงเกลียดจงชังคนใดคนหนึ่งหรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นักปกครองคนใด ครองธรรมมะข้อนี้ไม่ได้ ก้อาจจะนำไปสุ่การสร้างความอยุติธรรมในการตัดสินใจ
  8. อวิหิงสา คือการไม่เบียดเบียน ประชาชน เพื่อนร่วมงาน, ลูกน้องของตน ,หน่วยงาน และครอบครัวตนเอง เพราะการเบียดเบียนนำไปสุ่การเอาเปรียบ การเอาเปรียบบ่อยๆ ก็ทำให้เสียนิสัยและนำไปสุ่ พฤติกรรมคอร์รัปชั่
  9. ขันติ ได้แก่ การมีความอดทนอดกลั้นความโลภ ต่อแรงกดดันต่างๆ
  10. อวิโรธนะ ความโปร่งใส วิโรธนะ การทำงาน อย่าให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย นั่นคือการทำงานอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา 
 ฝึกตนเป็นคนมีภาวะผู้นำ
กำจัด รักษา พัฒนา ป้องกัน
  1.   เพียรกำจัด (ลด ละ เลิก) สิ่งที่ไม่ดี ข้อบกพร่องหรืออกุศล ให้หมดไป                     
  2.   เพียรรักษา (รักษา) สิ่งที่ดี คุณภาพดีๆ มาตรฐานงานดีๆ วินัย หรือกฎข้อบังคับ ความรู้ ภูมิปัญญา ของตน ขององค์กร ให้คงอยู่ ยั่งยืนนาน                                                                  
  3. เพียรระวัง (ป้องกัน) มิให้สิ่งที่ไม่ดี เข้าครอบงำ มีข้อบกพร่อง ก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น โดยเน้นที่การดับที่เหตุรากเหง้า 4.    เพียรเจริญ (พัฒนาปรับปรุง) สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ทำอยู่ให้เจริญขึ้น หรือดีขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายขั้นสูง 
 Yom, 2005, 6 . สำหรับฝึกภาวะผู้นำ 
  • ท.ที่ 1 ท่าที  มีท่าทีที่ดี
  • ท.ที่ 2 ท้าทาย ทำงานที่ยากกว่า คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่
  • ท.ที่ 3 ทน ต้องอดทน
  • ท.ที่ 4 เที่ยงธรรม
  • ท.ที่ทำ
  • ท.ที่ 6 ทบทวน หมั่นทบทวน 
4 E’s Leadership
  1. Energy  ฝึกตนให้เป็นคนมีพลังเหนือชั้น ฝึกจิตใต้สำนึก
  2. Energize ฝึกตนให้เป็นคนที่สามารถกระตุ้นให้ทุกคนมีศักยภาพ    ทำงานในทิศทางเดียวกันและมีพลัง(ทฤษฎีกางร่ม)
  3. Edge ฝึกตนให้กล้าตัดสินใจ ให้ถูกจังหวะ
  4. Execution  ฝึกตนให้เป็นผู้ที่ต้องทำให้เสร็จและสำเร็จวัดผลได้ 
 6 C’s Leadership
  1. Conversations ติดต่อ ปราศรัย สร้างสัมพันธ์ดี
  2. Communicating ฝึกสื่อสาร สื่อสารให้เป็น  
  3. Culture  มีวัฒนธรรม เข้าได้ทุกระดั
  4. Creating change  สร้าง/บริหารการเปลี่ยนแปลง 
  5.  Creating team  สร้าง/บริหารที
  6. Charisma  เก่ง กล้า สามารถ  
 4 K’s Leadership   
  1. Knowing your competitors รู้คู่แข่ง คู่แข่งทางการค้า
  2. Knowing your customer รู้ลูกค้า ลูกค้าในอนาคตและปัจจุบัน และมีการวางแผน
  3. Knowing your people รู้ทีมงาน ทีมงานในอนาคตเป็นอย่างไรจุดอ่อนจุดแข็ง
  4. Knowing your yourself รู้ตัวเอง รู้จักตัวเอง เช่นการศึกษา วางแผนการพัฒนาตนเอง 
 6 L’s leadership
  1. Learning to love youeself รักตัวเอง ใส่ใจ ออกกำลังกาย สนใจเรื่องอนาคต
  2. Learning to love business รักธุระกิจ ทำอย่างไรให้ลูกน้องรักธุรกิจ
  3. Learning to love team รักทีม ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
  4. Learning to love customer รักลูกค้า
  5. Learning to love suppliers รักผู้ที่เกี่ยวข้อง ดูแลทุกคน
  6. Learning to relax โดยการหาความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา              
 5 M’s leadership
  1. Mission วิสัยทัศน์ ภารกิจที่ชัดเจน
  2. Meeting-learn-chair-develop ประชุมเรียนรู้แชร์ และพัฒนา
  3. Measurement การวัดความพึงพอใจของลูกค้า พนักงาน
  4. Memory จำได้ว่าข้อมูลที่แล้วมาเป็นอย่างไร โดยอาจจะมีตัวชี้วัด เช่นการบันทึก
  5. Mastering time เวลา 
 4 S’s Leadership
  1. Strategy เขียนกลยุทธ์เป็น
  2. Setting goals ต้องตั้งเป้าหมายเป็น
  3. Sleep well หาทางที่มันดี
  4. Selecting the right people เลือกคนที่ถูกต้อง 
 5 T’s Leadership
  1. Taking responsibility รู้จักมีความรับผิดชอบเอาใจใส่
  2. Teaching responsibility ต้องสอนถึงโทษและดี
  3. Take care of HR,Employee การดูแลพนักงานและทรัพยากรมนุษย์
  4. Take care of customer satisfaction ทำให้ลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น5.
  5. Take care of Organization การดูแลองค์กรก็จะดีขึ้นผลประมาณการก็จะดีตามขึ้นไป 
 สาเหตุของความล้มสลายขององค์กร ได้แก่
  1.  การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
  2. สมาชิกในองค์กรสำคัญตนผิด
  3. ไม่ไยดีในนวัตกรรมใหม่ ๆ
  4. ขาดการวางแผนระยะยาว
  5. การไม่ให้ความสำคัญทรัพยากรมนุษย์ (การสูญเสียคนที่มีคุณค่า ยิ่งกว่าเสียเงินมากมาย)
 กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลง มี 2 กลยุทธ์ คือ (2 Strategies for Changes) 
  1. Top Down (Programmatic)“Teaching & Application of Existing Knowledge" เบื้องบนสั่งลงมา คนเกี่ยวข้องไม่กี่คน ข้อดี รวดเร็ว ประหยัด  แต่พนักงานระดับล่างไม่มีส่วนร่วม  มีการต่อต้าน 
  2. Bottom-Up (Learning)“Stepwise Creation of Meaning & Understanding" พนักงานระดับล่างต้องมีส่วนร่วม ทำให้รู้สึกเป็นเจ้าของ  ความสำเร็จระยะยาว   แต่ต้องใช้เวลามากในการทำความเข้าใจ LEADERSHIP FOR CHANGE (ความเป็นผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง)
 จริยธรรม =จริยะ +  ธรรมะ =  (คำกริยา) ความประพฤติ  กริยาที่ควรปฏิบัติ   จริยธรรม มีประโยชน์อย่างไร? 
  • Quality worker : คนมีคุณภาพ
  • Quality Organization : องค์การมีคุณภาพ
  • Quality Product : สินค้า บริการ มีคุณภาพEmployee
  • Employee Retention เก็บรักษาบุคลากรไว้ได้
  • Customer Satisfaction : สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้
  • Orientation Trust : สร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์การ
  • Market Orientation : ทำตลาดได้
  • Profitability : สร้างผลกำไรได้
  • Team Building : สร้างทีมงาน
  • Organization result: ผลประกอบการดีขึ้น
 จริยธรรมของผู้นำพึงมีต่อสังคม
  1. ละเว้นการประกอบธุรกิจทำให้สังคมเสื่อมนำความเดือนร้อนมาสู่สังคมทำลายวัฒนธรรมที่ดีงาม
  2. พึงดูแลเอาใจใส่กิจการของตนไม่ให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม
  3. พึงเคารพให้สิทธิทางปัญญาของผู้อื่น
  4. พึงให้ความร่วมมือกับชุมนุมชนและสังคม 
 จริยธรรมของผู้นำที่พึงมีต่อพนักงาน/ทีมงาน
  1. พึงให้ค่าจ้าง ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถให้รางวัลเมื่อมีกำไรมากขึ้น
  2. พึงเอาใจใส่สวัสดิการ จัดหาเครื่องป้องกันอันตราย อันเกิดจากการทำงาน
  3. พึงพัฒนาให้ความรู้เพื่อเพิ่มความชำนาญ
  4. พึงยุติธรรมต่อพนักงานทุกคน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
  5. พึงศึกษานิสัยใจคอของพนักงานแต่ละคน
  6. พึงเคารพสิทธิส่วนบุคคลของพนักงาน
  7. พึงเชื่อถือไว้วางใจในงานที่มอบหมาย
  8. พึงให้คำแนะนำปรึกษาช่วยเหลือ
  9. พึงสนับสนุนให้พนักงานประพฤติตนดี ห้ามปรามถ้าพบว่าพนักงานทำไม่ดี 
 จริยธรรมของผู้นำที่พึงมีต่อลูกค้า
  1. พึงขายสินค้าบริการในราคายุติธรรม
  2. พึงขายสินค้าบริการที่มีคุณภาพตามที่แจ้งแก่ลูกค้า ในราคาที่ตกลงกัน
  3. พึงดูแลลูกค้าทุกคนเท่าเทียมกัน ใส่ใจในข้อร้องเรียนของลูกค้า
  4. พึงงดเว้นการสร้างเงื่อนไขให้ลูกค้าต้องทำตามเงื่อนไขเพื่อต่อรอง
  5. พึงปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดี 
 จริยธรรมของผู้นำที่พึงมีต่อเพื่อนร่วมงาน
  1. พึงมีความจริงใจ
  2. พึงหลีกเลี่ยงการนินทาเพื่อน
  3. อย่าซัดทอดความผิดให้เพื่อน
  4. พึงยกย่องชมเชยเพื่อนในสิ่งที่สมควร
  5. พึงให้ความร่วมมือในกิจการของเพื่อนด้วยความเต็มใจ
  6. พึงรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน
  7. พึงหลีกเลี่ยงการทำตัวเหนือเพื่อน 
 จริยธรรมของผู้นำที่พึงมีต่อคู่แข่งขัน
  1. พึงละเว้นการกลั่นแกล้ง ให้ร้ายป้ายสี การขายตัดราคา การแย่งลูกค้าและข้อมูลของคู่แข่งมาโดยมิชอบ
  2. พึงให้ความร่วมมือในการแข่งขัน เพื่อสร้างสภาวะการตลาดที่ดี และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้เกิด ประโยชน์สูงสุดร่วมกันป้องกันดูและทรัพย์สินต่างๆ สรุป ดิฉันคิดว่าจะสามารถนำแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองในหน้าที่การงาน พร้อมทั้งฝึกให้ตนเองมีจริยธรรม
จริยา ลิ้มธรรมรักษ์
IP: xxx.128.94.39
เขียนเมื่อ Tue Mar 06 2007 23:44:00 GMT+0700 (ICT)

 

สวัสดีค่ะศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ยม และผู้อ่านทุกท่าน

 

จากการที่อาจารย์ยมได้ให้เกียรติมาสอนสัปดาหที่ 2 ในวันที่2-3 มีนาคม 2550  ในเนื้อหาดังนี้

 

1.ภาวะผู้นำมีประโยชน์อย่งไร

 

2.แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำ

 

3.จริยธรรมของการเป็นผู้นำ

 

1.จากความคิดเห็นของดิฉันภาวะผู้นำมีประโยชน์ในด้านต่างๆดังนี้

 

-ต่อตัวผู้นำเอง

       ช่วยให้ผู้นำมีความรับผิดชอบมากขึ้น

       ฝึกให้มีคุณธรรม จริยธรรม

       ฝึกให้กล้าคิด กล้าตัดสินใจ

 

 

-ต่อองค์กร

       สามารถนำองค์กรไปสู่ความ

สำเร็จ ตรงเป้าหมาย

       สร้างความเชื่อมั่นให้กับ

องค์กร

      

-ต่อประเทศชาติ ทำให้คนมีคุณภาพ มีความเชื่อ ศรัทธาปลูกจิตสำนึกให้คนรักและพัฒนาประเทศ ทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า

 

***ภาวะผู้นำเปรียบเสมือน brand ที่จะสะท้อนตัวผู้นำเอง****

      

2.แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำให้มีคุณค่าตามหลักทศพิธราชธรรม

 

ราชธรรม ๑๐ ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงบำเพ็ญมาโดยสม่ำเสมอ ได้แก่ ทาน ศีล บริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความเที่ยงธรรม ราชธรรม ๑๐ ประการนี้เรียกว่า ทศพิธราชธรรม

 

สรุปและข้อเสนอแนะ

 

การเป็นผู้นำนั้นไม่ยาก แต่จะเป็นผู้นำที่มีคุณค่านั้นทำอย่างไร ดิฉันคิดว่าผู้นำที่ดีนั้น ควรจะพิจารณาหลักทศพิราชธรรม นำมาเป็นข้อคิดและปฏิบัติอย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม

      

3.จริยธรรมของการเป็นผู้นำ

 

สาเหตุของความเสื่อมขององค์กร

 

1.การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

 

2.สมาชิกในองค์กรสำคัญตนผิด

 

3.ความไม่ไยดีต่อ INNOVATION

 

4.ขาดการวางแผนระยะยาว ขาดวิสัยทัศน์

 

5.การไม่ได้ให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์

 

(การเสียคนที่มีคุณค่า ยิ่งกว่าเสียเงินทองมากมาย)

 

 

เทคนิคขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลง

 

1.ทำให้เกิดการตื่นตัวในองค์กร สร้าง

ความเร้าใจทั้งเชิงบวกเชิงลบ

 

2.ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เช่น คณะ

กรรมการระบบ ISO

 

3.ต้องให้คณะกรรมการกำหนดวิสัยทัศน์

ทำ action plan

 

4.จะต้องสื่อวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ ให้เข้าใจ

สื่อได้

 

5.ให้ทุกส่วนมีส่วนร่วมและร่วมมือในการ

เปลี่ยนแปลง พัฒนา สร้าง

INNOVATION ขึ้นมา

 

6.ทำการประเมินผล

 

7.เอาผลสำเร็จบางประการมาประกาศชัย

ชนะระยะสั้น

 

8.นำส่วนที่มีปัญหาบางจุดและผลสำเร็จ

ระยะสั้นมากำหนดแนวปฏิบัติใหม่9.ทำ

การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (CONTINUE

IMPROVMENT)

 

 

จริยธรรม คือ ความประพฤติ

หรือการกระทำที่ควรปฏิบัติ

 

 

ประโยชน์ของจริยธรรมช่วยให้

มนุษย์

 

1.ช่วยจัดระเบียบสังคม

 

2.อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

3.พัฒนาคุณภาพชีวิตให้เป็นชีวิตที่

สมบูรณ์

 

4.พัฒนาชีวิตให้สำเร็จตามเป้าหมาย

 

5.สร้างสันติภาพ

 

6.สามารถแก้ปัญหาชีวิตและความทุกข์

ให้หมดไปได้

 

 

จริยธรรมของผู้นำทั้งภาครัฐ

และภาคเอกชน

 

1.ต้องมีความซื่อสัตย์

 

2.ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

 

3.บริหารจัดการเรื่องของประสิทธิภาพ

และจริยธรรมให้ไปด้วยกันได้

 

4.บริหารจัดการด้วยความเป็นธรรม

 

5.บริหารให้เกิดความมั่นใจและมั่นคง

 

6.ปลูดฝังค่านิยมให้กับทีมงาน

 

 

ดิฉันได้เป็นตัวแทนของกลุ่มได้

นำเสนอเรื่องจริยธรรมของนักศึกษา MBA มีดังนี้

 

1.ต่อสถาบัน

 

-ให้ความเชื่อมั่นในตัวสถาบัน