โรคอารมณ์สองขั้ว : การรักษา

 โรคอารมณ์สองขั้วเป็นจากความผิดปกติทางสมอง ไม่ได้เกิดจากคิดมากหรือพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ดี  

การวินิจฉัย 

             ไม่มีการตรวจพิเศษเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ ข้อมูลหลักในการวินิจฉัยคือ การซักประวัติอาการ ความเป็นไปของโรค ความเจ็บป่วยทางจิตในญาติ  การใช้ยาและสารต่างๆ  หรือโรคประจำตัว เพราะยาบางขนานหรือโรคทางร่างกายบางโรคอาจมีอาการทางจิตเหมือนกับโรคอารมณ์สองขั้วได้  แพทย์จะนำข้อมูลได้จากผู้ที่เป็นและญาติ ร่วมไปกับการตรวจร่างกายและตรวจสภาพจิตมาประมวลกันเพื่อการวินิจฉัย  

โรคนี้เป็นกันบ่อยไหม 
           
พบว่าคนเรามีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ประมาณร้อยละ 1   หญิงและชายพบได้พอๆ กัน   มักพบมีอาการครั้งแรกระหว่างอายุ 15-24 ปี

 แล้วโรคอารมณ์สองขั้วเกิดจากอะไรล่ะ
          
โรคอารมณ์สองขั้วไม่ได้เป็นจากเขามีจิตใจอ่อนแอหรือคิดมากอย่างที่คนอื่นมักมองกัน  แต่เป็นจากความผิดปกติทางสมอง  พบว่าผู้ที่เป็นโรคนี้มีการทำงานของสมองและสารเคมีในสมองซึ่งทำหน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทแปรปรวนไป
         ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วมักมีประวัติญาติป่วยเป็นโรคทางอารมณ์   ลูกของเขามีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าคนทั่วไปประมาณ 8 เท่า   สิ่งที่ถ่ายทอดเป็นความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เมื่อผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นเหล่านี้พบเหตุกดดันทางจิตใจ เช่น ตกงาน ญาติเสียชีวิต  หรือมีการเสพยาใช้สารต่างๆ  ก็จะไปกระตุ้นให้แนวโน้มการเกิดโรคที่แฝงเร้นอยู่นี้สำแดงอาการออกมา  

แนวทางการรักษา

           การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาหลักในโรคนี้ แทพย๋จ่ายยาร่วมกับการช่วยเหลือให้คำปรึกษาทางจิตใจเพื่อช่วยผู้ที่เป็นในการปรับตัวกับสังคม และจัดการกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต 

           1. การรักษาในระยะอาการกำเริบ 

           ระยะเมเนีย  ยาที่นิยมใช้ได้แก่          
                
ลิเทียม  (lithium) เป็นยาช่วยควบคุมอาการทางอารมณ์ การออกฤทธิ์ในการรักษาของลิเทียมต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป ในระยะแรกจึงอาจต้องให้ยาขนานอื่นร่วมไปด้วย  
           วาลโปรเอท (valproate) และคาร์บามาซีปีน (carbamazepine) เป็นยากันชักแต่ในทางจิตเวชใช้เป็นยาทำให้อารมณ์คงที่เหมือนลิเทียม
                  ยารักษาโรคจิต  ใช้เพื่อลดอาการพลุ่งพล่าน หรืออาการโรคจิตเช่นประสาทหลอน หลงผิดที่อาจเกิดในช่วงที่อาการมาก
   
       ระยะซึมเศร้า     ยาแก้ซึมเศร้า ใช้เพื่อลดอาการซึมเศร้า ท้อแท้ ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์จึงออกฤทธิ์ในการรักษา  แล้วจะต้องกินยาไปนานเท่าไร ?  โดยทั่วไปหากเป็นการป่วยครั้งแรกหลังจากที่แพทย์รักษาจนผู้ป่วยอาการกลับสู่ปกติแล้ว จะให้ยากินต่อไปอีกจนครบ 6 เดือน แล้วค่อยๆ ลดยาลงจนหยุดไป โดยทั่วไปก็ใช้เวลาเกือบปี

         ที่พบบ่อยคือพออาการดีขึ้นหลังกินยาไปได้ 1-2 เดือนผู้ป่วยก็ไม่มาพบแพทย์ ไม่ยอมกินยาต่อ เพราะคิดว่าหายแล้ว หรือกลัวติดยา กลัวว่ายาจะสะสม ในความเป็นจริงแล้วยาทางจิตเวชที่จะมีติดก็คือยานอนหลับเท่านั้น (ซึ่งจิตแพทย์เองก็ไม่นิยมใช้) ยาอื่นไม่พบติดยาแน่ๆ  ที่สำคัญคือหากหยุดยาเร็วจะมีโอกาสกลับมามีอาการกำเริบอีกสูงมากเพราะตัวโรคยังไม่ทุเลาลงเต็มที่ เหมือนกับเป็นโรคปอดบวมแต่กินยาแก้อักเสบแค่ 2 วัน พอหยุดยาปอดก็แย่ลงอีกแน่ๆ           

              2. การป้องกัน

              ผู้ที่มีอาการกำเริบ 2 ครั้งขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นแบบเมเนียหรือซึมเศร้า ควรกินยาป้องกันระยะยาว โดยทั่วไปแพทย์จะให้กินนานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป   

อยู่อย่างเข้าใจโรคอารมณ์สองขั้ว        

           การกินยาอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถควบคุมอาการได้ดี รวมทั้งสามารถป้องกันการกำเริบในครั้งต่อไป  และควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษาตลอดจนผลข้างเคียงจากยา แพทย์อาจปรับยาเป็นช่วงๆ ตามแต่อาการของโรค  ควรบอกแพทย์อย่างไม่ปิดบังถึงอารมณ์และพฤติกรรมต่างๆ  โดยเฉพาะหากไม่แน่ใจว่าเป็นช่วงที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงหรือไม่
           การปฏิบัติตัวที่สำคัญในโรคนี้ได้แก่การรักษาความสม่ำเสมอในการดำเนินกิจวัตรพื้นฐานประจำวัน ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการนอน  พบว่าการนอนน้อยติดต่อกันหลายวันทำให้อาการแกว่งไกวได้ จึงควรเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการนอนดึก หรือดื่มแอลกอฮอล์
          ในช่วงที่เริ่มมีอาการเมเนียให้เลี่ยงการตัดสินใจที่สำคัญๆ หาหลักควบคุมการใช้เงิน (เช่นฝากเงินไว้กับภรรยา) หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์มากๆ   ให้คนใกล้ชิดและญาติคอยเตือนเมื่อเห็นว่าตนเองมีพฤติกรรมที่อาจไม่เหมาะสม
           ในช่วงซึมเศร้า เลี่ยงการตัดสินใจที่สำคัญๆ เช่น ลาออกจากงาน  การออกกำลังกาย  โดยในผู้ที่มีอาการซึมเศร้าไม่มาก จะรู้สึกว่าจิตใจคลายความเศร้า และแจ่มใสขึ้นได้  หากอาการมากอยู่ อย่ากดดันตัวเองให้ทำสิ่งต่างๆ ได้เหมือนเดิม ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ยังต้องการการพักผ่อน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ การกระตุ้นตนเองมากไปกลับยิ่งจะทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ที่ทำไม่ได้อย่างที่หวัง

           การเข้าใจจากคนใกล้ชิดและญาติมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ที่เป็นมีกำลังใจในการรักษาให้ตนเองกลับสู่ปกติ ญาติยังมีส่วนสำคัญในการสังเกตว่าผู้ที่เป็นมีอาการกลับเป็นซ้ำหรือไม่ โดยในช่วงแรกที่อาการยังไม่มาก ผู้ที่เป็นจะไม่ทราบว่าตนเองเปลี่ยนแปลงไป   

สรุป

         โรคอารมณ์สองขั้วเป็นจากความผิดปกติทางสมอง ไม่ได้เกิดจากคิดมากหรือพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ดี โรครักษาได้ ยาใหม่ๆ มีมาก  หากไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นหรือเปล่าก็ไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนก็ได้ คนที่เป็นแล้วก็ควรติดตามการรักษาอย่างส่ำเสมอ มีปัญหาอะไรก็บอกแพทย์ เพื่อที่จะได้ปรับให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด ญาติมีส่วนสำคัญมาก พบว่าผู้ป่วยที่ญาติเข้าใจ สนับสนุนให้กำลังใจ จะมีอาการโดยรวมแกว่งไกวน้อยกว่าครอบครัวที่ไม่เข้าใจหรือไม่สนใจผู้ป่วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 73086
 เขียน:  
 ความเห็น: 34  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ Wed Jan 17 2007 21:47:00 GMT+0700 (ICT)
สวัสดีค่ะคุณหมอ...พอดีเพิ่งกลับจากราชการที่ขอนแก่น อดเข้ามาดูบล็อกไม่ได้ โรคนี้ก็เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีทางสมองเหมือนกัน แล้วมันต่างจากโรคจิตเภทอย่างไรหรือคะ ตอนนี้กำลังคิดว่านักศึกษาคนหนึ่งในห้องกำลังเป็นอยู่ เลยอยากเรียนรู้ค่ะ
ฟ้า
IP: xxx.7.159.44
เขียนเมื่อ Sun Mar 18 2007 11:12:52 GMT+0700 (ICT)

ทำไมคนที่เป็นโรคจิต ต้องรับประทานยาต่อเนื่องคะ

ช่วยตอยหน่อยนะคะ

ขอบคุณล่วงหน้าคะ

Mr.Direct
เขียนเมื่อ Sun Mar 18 2007 11:21:53 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ...

เป็นความรู้ใหม่ครับ เดี๋ยวนี้มีผู้ป่วยทางจิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีโรคใหม่ ๆ เกิดขึ้นเรื่อย ๆ แนวทางการรักษาก็คงต้องพัฒนาตามไปด้วย...

ขอบคุณอีกครั้งครับ...

 

หยุนซู
เขียนเมื่อ Sat Aug 04 2007 21:13:51 GMT+0700 (ICT)

ดีครับหมอครับ คือตอนนี้ พี่ผม ที่เป็น bipolar นะครับกินยาตัว Depakine Chrono 500 mg มีอาการ ผืน ขึ้น เต็มตัว อยากจะทราบ ผลข้างเคียงของ ยา ตัวนี้เป็นอย่างไร ครับ

ซวย ซับซ้อน หลาย ปี
IP: xxx.58.231.242
เขียนเมื่อ Tue Apr 07 2009 05:38:49 GMT+0700 (ICT)

โดนบังคับกิน ยา มา 4ปี เต็มๆ ทั้งๆ ที่ ไม่ได้ เปนอะไร งง จิงๆ

ว้อนท์
IP: xxx.123.240.57
เขียนเมื่อ Fri Jun 12 2009 12:59:48 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นโรคนี้อยู่เหมือนกันครับ และ รู้สึกจะเป็นมานานแล้วด้วย แต่ไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าเป็นปกติสำหรับตัวเรา จนไม่นานมานี้ โมโหแบบไม่มีเหตุผล อาละสาดกับคนรอบข้าง พอตั้งสติได้คิดว่ามันมากเกินไป ไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องโมโหขนาดนั้น เลยตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ หมอก็จ่ายยามาให้กิน และ บอกว่าเป็นโรคนี้ ผมก็เลยต้องยอมรับครับ

แต่ยาตัวแรกที่หมอให้มา กินไปแรก ก็ดีครับ ควบคุมอารมณ์ได้มากขึ้น แต่พอกินไปซักระยะ มันเกิดอาการชินกับยา ทำให้ยาตัสนั้นไม่ได้ผล หมอเลยจ่าย ลิเที่ยมมาให้ เพิ่งกินไปได้ 2-3 วัน ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่ได้ผลอะครับ เพราะโรคอย่างนี้มันไม่ได้ปวดหัวตัวร้อน และ ไม่มีผลทางแล็ป ต้องดูที่อาราณ์อย่างเดียว

แต่ที่สำคัญ สังเกตุอารมณืตัวเองไม่ออกซะด้วยสิครับ ไม่รู้ว่าอารมณือย่างไหนปกติ หรือ อารมณ์อย่างไหนไม่ปกติ

บางทีแปลกครับ นั่งอยู่เฉยๆ ไม่มีเรื่องอะไรมากวนใจ ยังคิดไม่ได้เลยว่า วันนี้ฉันจะอารมณ์ ดี หรือ อารมณ์ เสียดี

สงสารก็แต่คนรอบข้างนี่แหละครับ ไม่รู้ว่าวันนี้ผมจะอารมณ์ไหน จะดี หรือ ร้าย

เฮ้อ...................... ดีนะ ที่บ้านมีแต่คนตามใจ ไม่กล้าขัดใจ ที่ทำงานเพื่อนร่วมงานถึงแม้จะโดนผมอาละวาดอยู่เป็นระยะๆ แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจ เพราะเขาจะรู้ว่าผมอารมณือย่างนี้นานแล้ว แต่เขาก็เพิ่งรู้ว่าผมป่วยด้วยโรคนี้ไม่นานนี้แหละครับ เพราะตัวผมเองก็เพิ่งรู้ตัวเหมือนกัน

เด็กตานี
IP: xxx.142.241.56
เขียนเมื่อ Wed Jul 08 2009 10:51:12 GMT+0700 (ICT)

พอดีน้องผม ก็เป็นโรคพวกนี้หมอให้ยามาหยอดใน น้ำส้ม ให้อารมดีขั้นนอนบ้าง บ้างทีน้องผมไม่นอน3วัน คำถาม ที่ใน ทีวี ที่จับส่งโรงพยาบาลนี้เข้าต้องอาการถึงขั้นใหน อาการนอนน้อย เดินรอบบ้าน ตอนนี้ว่างงานอาการเหมือนโรคซึมเคร้า น้องผมบางที่เอามีดไปตัดสายไฟเล่น แล้วว่าไม่รู้ใครทำ หรือขยำกระดาษเป็นก้อนๆเล่น สูบบุหรีจัด น้องผมอายุ25 ขอวิธีกับเบอร์ติดต่อกับด้วย

คอกคูน
IP: xxx.149.25.225
เขียนเมื่อ Sun Jul 12 2009 19:15:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

พอดีเพิ่งไปพบคุณหมอด้านจิตเวชมาเมื่อสองวันนี้เอง แล้วก็ได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้

ก็พยายามหาบทความเกี่ยวกับโรคนี้อ่านเยอะ ก็คิดว่าเป็นจิงๆ เพราะเป็นคนที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เวลาดีก็ดี๊ดี เวลาร้ายก็ร้ายมากๆ ทีแรกก็คิดว่าเป็นเพราะการเลี้ยงดู เพราะที่บ้านค่อนข้างตามใจ แต่ตกลงว่าเรื่องการเลี้ยงดูไม่เกี่ยวเหรอคะ...

หนูเพิ่งทานยาไป ง่วงตลอดเวลา ทรงตัวไม่ค่อยได้ คุณหมอบอกว่าจะอยากอาหารมากขึ้นแต่ก็ยังไม่อยากทานอะไรเลย พรุ่งนี้ต้องไปทำงานด้วย เลยไม่รู้จะทำยังไง

เพราะถ้าทานยามันจะง่วงมาก แล้วถ้าไม่ทาน จะเป็นอะไรมั๊ยคะ คือได้ยามาทานเช้ากับก่อนนอน ตอนี้เลยหนักใจว่ายาตอนเช้าจะทานดีมั๊ย กลัวที่ทำงานเค้าว่าเอาอ่ะค่ะ

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโรคจิต เพื่อนๆทราบก้พากันกลัว ... แฟนก็บอกว่าบ้า แล้วก็เลิกกันไปแล้ว เลยยิ่งเครียดกันไปใหญ่

ลีลาวดี
IP: xxx.143.86.157
เขียนเมื่อ Wed Jul 22 2009 22:44:18 GMT+0700 (ICT)

ตัวเองเป็นโรคนี้หลายปีแล้ว แต่ในระยะแรกๆที่เป็นทานยาที่แพทย์ทางด้านจิตเวชจัดให้ไม่ต่อเนื่อง เป็นเพราะเมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีคนรู้จักโรค bipolar แม้แต่ในวงการแพทย์เอง จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคเครียด คิดมากประกอบกับคนใกล้ตัวคืออดีตสามีไม่ต้องการให้ทานยาที่จิตแพทย์สั่งให้เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น จึงมีอาการเป็นๆหายๆหลายปี จนกระทั่งได้มารักษากับแพทย์หญิงที่น่ารักมากคนหนึ่งที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งจึงได้ทราบว่าเป็นโรคนี้ และได้ทานยาที่ใช้รักษาโรคนี้โดยตรง ซึ่งต่อมาแพทย์หญิงท่านนี้ได้แนะนำให้ย้ายมารับการรักษากับนายแพทย์ซึ่งเป็นเพื่อนของท่านที่ร.พ.ของรัฐเพื่อให้เบิกค่ายาได้เพราะราคายาค่อนข้างแพงมาก ปัจจุบันดิฉันก็ยังรักษากับนายแพทย์ท่านนี้ ไปพบท่านตามนัด และทานยาต่อเนื่องมาหลายปีเช่นกัน ขณะนี้ดิฉันรู้สึกว่าสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นแต่ยังไม่ทราบว่าจะต้องทานยาอีกนานเท่าใด ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณนายแพทย์ที่น่านับถือและน่ารักมากท่านนี้ ถ้าเข้าใจไม่ผิดท่านเป็นเจ้าของ menu นี้เองค่ะ

แอน
IP: xxx.97.30.2
เขียนเมื่อ Tue Sep 29 2009 10:28:51 GMT+0700 (ICT)

จากคุณความเห็นที่ 4 สามีเป็นโรคนี้เหมือนกันค่ะ และมีอาการเหมือนกันเลย ทานยานี้มาได้สักระยะแล้ว สังเกตุว่าช่วงปีที่ผ่านมานี้ ทำไมมีผื่นขึ้นเต็มตัวและคัน เป็นๆหายๆอยู่อย่างนี้ ลายทั้งตัวแล้ว ไม่ทราบต้องรักษาอย่างไรคะ สงสารเขามาก ไม่อยากให้เป็นอะไรเลย เป็นโรคก็มีทุกข์พอแล้ว

รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ

หนึ่ง
IP: xxx.8.89.41
เขียนเมื่อ Fri Nov 27 2009 22:45:37 GMT+0700 (ICT)

ผมป่าวยเป็นโรคนี้มา3-4ปีแล้ว แต่ยอมรับได้เลยว่าที่ผ่านมากินยาไม่ต่อเนื่อง ด้วยจาก เวลาการน้อนเพี้ยนไปจากปกติ ช่วง3-7วันนี้หรือช่วงนี้ อาการ ๕,ดาวลงมาก ซึงเศร้าท้อแท้ อยากตาย โดยที่ ไม่มีเรื่องไรไห้เสียใจเลย อยู่ๆก็ร้องไห้ขึ้นมาเฉยๆ อยากร้องไห้ แบบไม่มีสาเหตุ ยอมรับว่าทรมานมากๆ ช่วงก่อนหน้านี้ เป็นระยะมาเนีย อะไรก็สวยงามไปหมด แต่ผ่านมาช่วงนี้แค่ไม่กี่วันเอง อารมตกมากเลย แนะนำด้วยครับ ผมต้องทำไง ไปหาหมอ สมองผมจะมีกลไก ป้องกันตัวเอง เยอะมากจากหมอ หมอจะดูไม่ออกเลยว่าผมหงุดหงิด หรือซึมเศร้า ผมเปรียนหมอ หรือ นักจิตวิทยา บ่อยมาก เพราะ นักจิต บางคน จับเอาตัวตนผมออกมาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นักจิตบางคนเก่งครับ เค้นจนออกมา จากที่มืดได้ ออกไปนอกบ้าน จะไม่มีไครรู้เลยว่า ผมกำลัง รู้สึกไงอยู่เพราะเก็บอาการเก่งมาก จะมาแย่ออยู่ในบ้าน ไปหาหมอครั้งล่าสุด ที่ศรีธัญญา ก็ยังไม่ดีขึ้นเลย กินยามาหลายปีแล้ว กิน ฟูลอค 2เม็ดเช้า

วาเลม 2เม็ดเช้า/ก่อนนอน โคซาปีนก่อนนอน 25m ไดซีแพม 5m ก่อนนอน xiemed 4เวลา และ halox0.5 ก่อนนอน

ช่วยแน่นำวิทีการปติบัติตัวด้วยครับ จะกรุณามากถ้าติดต่อ หาผมโดยตรง 0892043136 /น้องหนึ่ง ผมอายุ25ปีครับ

ไม่ได้ทำงานไม่ได้เข้าสังคมเข้ากบไครไม่ได้ ทรมานมากชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปแย่มาก

Jira
IP: xxx.122.139.15
เขียนเมื่อ Sat Dec 19 2009 23:03:34 GMT+0700 (ICT)

หวัดดีค่ะ พึ่งจะตัดสินใจไปหาหมอมา เนื่องจากอยู่ๆก็เศร้ามาก ไม่มีสาเหตุ แล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างรุนแรงที่ทำงาน เพื่อนเลยรีบพาไปหาหมอทันที หลังเลิกงาน หมอให้ยา ZYPREXA มากิน แต่รู้สึกง่วงมาก และก็เบลอ .... กลัวว่าจะทำงานไม่ได้ เพราะยาทำให้หลับเยอะมาก ตื่นมาก็เบลอๆๆๆ ตอนนี้รู้สึกตัวเหมือนหายเป็นปกติแล้ว ก็เลยลังเลว่ายังต้องกินยาไม๊ ยาค่อนข้างแพงมากด้วย แต่อยากหายเลยคิดว่าจะกินต่อให้ครบจำนวนที่หมอให้มา ลองดูก่อน เพราะรู้สึกตัวเอง เบลอๆ จะจำอะไรไม่ค่อยได้ ... โรคนี้แปลกมาก ... ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะเป็น .... ก็เข้าใจทุกคนที่เป็นนะคะ ให้กำลังใจค่ะ ... เรามาสู้ด้วยกันนะ

นิรนาม
IP: xxx.19.67.158
เขียนเมื่อ Sun Jan 03 2010 00:58:58 GMT+0700 (ICT)

จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเป็น กังวลว่าอาจจะเป็นเพราะดูจากอาการแสดง นั้นคล้ายกับตัวเอง

จะสังเกตอย่างไรได้อีกบ้าง ไม่กล้าไปหาหมออาย

อิ่ม
IP: xxx.31.63.30
เขียนเมื่อ Mon Jan 11 2010 18:28:52 GMT+0700 (ICT)

จะทำอย่างไรถ้าจะพาสามีไปพบจิตแพทย์เพราะดูอาการแล้วเป็นแบบนี้เลย

แต่เกรงว่าเค้าจะไม่ยอมรับตัวเอง

ทำอย่างไรดีคะจึงจะพูดกับเค้าให้เค้าไปพบจิตแพทย์

รบกวนตอบด้วยค่ะ

แดงน้อย
IP: xxx.67.76.136
เขียนเมื่อ Sat Feb 13 2010 18:32:30 GMT+0700 (ICT)

ฦคุณพ่อสามีมีอาการผิดปกติทางจิต eating disorder ไม่ยอมทานน้ำและอาหารมา 25 วัน ว่ามีพิษ สกปรก บ้วสน้ำลายตลอด พาเข้ารพ. ให้น้ำเกลือ แต่ยาเม็ดไ

่ยอมทาน คุณหมอ บอกไม่มีแผนกาักษาโรคจิต ให้ออก

ตอนนี้ออกมาอยูาบ้านได้ 2 วัน ซูบผอม กรุณาแนะนำด้วยค่ะ

พิช
IP: xxx.131.222.2
เขียนเมื่อ Tue Feb 16 2010 19:08:20 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ คุณพ่อของดิฉันเป็นโรคความดันโลหิตสูงและได้เข้ารับการรักษาโรคนี้มาเป็นเวลา 1ปีแล้ว เนื่องจากการกินยาส่งผลให้คุณพ่อไม่สามารถเดินได้คล่อง และการทรงตัวไม่ดีเหมือนแต่ก่อน คุณหมอที่ทำการรักษาบอกเสมอว่าโรคนี้ห้ามหยุดมิฉะนั้นอาการจะกลับมาอีก แต่ว่าปัจจุบันคุณพ่อไม่ยอมทานยามาหลายเดือนแล้ว พูดอย่างไรเขาก็ไม่ยอมทานและจะไม่ไปหาคุณหมออีก อีกทั้งยังต่อว่ากล่าวหาว่าเขาสบายดีไม่ได้เป็นอะไร หาว่าเขาเป็นคนบ้า ดิฉันอยากขอคำแนะนำจากคุณหมอว่าดิฉันควรจะทำอย่างไรให้คุณพ่อกลับมาทานยา ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

ติณห์
IP: xxx.173.9.88
เขียนเมื่อ Wed Dec 15 2010 13:52:45 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นเหมือนกัน แต่ผมว่าผมไม่เป็น เครียดเลย

I am not perfect
IP: xxx.87.201.47
เขียนเมื่อ Wed Feb 09 2011 07:47:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ผมเพิ่งไปพบจิตแพทย์เมื่อสี่วันก่อน เคยคิดว่า ตัวเองเป็น ไบโพล่า แต่ไม่เคยคอนเฟิร์ม จนที่สุด อากาสส่งผมต่อการใช้ชีวิต ความรัก และ งาน ตอนนี้ แฟนที่มีโครงการจะแต่งงานกันขอแยกกันอยู่ เพื่อทบทวนเรื่องอนาคตว่าเขาจะอยู่กับเรามั้ย เวลาปกติผมก็แสนดี เวลามีอะไรมากดดันอารมณ์จนถึงขีดสุด ร่างกายจะแสดงออกมาทั้งสีหน้ากริยาที่น่ากลัว สร้างความเจ็บปวดทางใจให้กับเขา แต่เมื่ออารมณ์ที่พรุงพล่านลดลง มันก็เหมือนสภาวะหลังสงคราม มีแต่คนกลัว ตัวเราเองก็เสียใจ เสียใจมาก ผมจึงไปพบจิตแพทย์ เพื่อถามคำถามที่เขาถามผมและผมตอบเขาไม่ได้ ว่า ทำ ทำไม ทำไมไม่ค่อยๆพูด ผมถามจิตแพทย์ว่า นี่มันโรคจิต หรือ สันดาน ทั้งสองโรงพยาบาล เอกชน และ รัฐบาลที่ไปพบจิตแพทย์ ตอบเหมือนกันคือ อาการผิดปรกติของสมอง ที่เรียกว่า ไบโพล่า บอกตามตรงว่าเสียใจมาก และเศร้ามาก ที่ต้องเป็นแบบนี้ อยากหายมาก

ตอนนี้ อยากมีเพื่อน หรือกลุ่ม ที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ อยากได้วิธีคิดในการควบคุมอารมณ์ครับ การทำงานผิดปกติของสารในสมอง มันส่งผลการแสดงออกที่รุนแรง แต่ถ้าเรามีเทคนิควิธีคิดให้เราเย็นลง มันอาจไม่ถึงกับหายนะ  ตอนนี้เหมือนอยู่ในโลกคนเดียว บางครั้งอยากทานยาที่หมอให้ๆหมดแล้วไปตื่นชาติหน้าเลยด้วยซ้ำ คิดถึงแฟน คิดถึงเพื่อน อารมณ์ที่นั่งรอคิวในโรงพยาบาล มันเศร้า มาก

เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ และ ขอความเห็นใจให้กับคนที่เป็นไบโพล่าด้วยนะครับ เราไม่ได้ตั้งใจ กร้าวร้าว

หากใครแนะนำกลุ่มได้จะขอบคุณมากครับ

toto-bkk@hotmail.co.uk

dono
IP: xxx.171.148.10
เขียนเมื่อ Sun May 01 2011 12:02:59 GMT+0700 (ICT)

คุณI am not perfect ก่อนอื่นผมขอเป็นกำลังใจให้คุณในฐานะที่เป็นคนไข้โรคเดียวกัน(ผมเป็นมากกว่า 10 ปี) ไม่ต้องเสียใจมากที่คุณเป็นโรคนี้ในโลกเรานี้มีคนเป็นโรคนี้อีกหลายคนโดยที่หลาย ๆ คนไมู่้รู้ว่าตัวเองเป็นและอาจใช้เหล้า ยานอนหลับ สิ่งเสพติตเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย ขอให้คุณคิดว่าเราโชคดีที่มีหมอ ได้ทานยารักษา ถ้าคุณสามารถ 3 ปฎิบัติเหล่านี้ได้ 1. อย่าเครียด 2. ทานยา 3. พักผ่อน 7.5 ชม-9 ชม. อาการของโรคก็จะไม่ปรากฎ มีหมอท่านหนึ่งแนะนำผมให้มีหลักมีสติของพระพุทธเจ้า

ผมเองเคยป่วยเป็นหนัก ๆ รู้สึกว่าตัวเองดีมาก ๆ ทำหลายสิ่งหลายอย่างด้วยความมั่นใจ รวดเร็ว(จริง ๆ แล้วคือกำลังป่วยหนัก)ไม่ทานยาเอายาไปทิ้งโถส้วม แต่ในที่สุดผมเข้าใจก็คือ 3 ปฎิบัติข้างบนและสำหรับถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอจริง ๆ อาการของโรคก็จะกลับมาได้อีก และขอให้คุณทำสิ่งต่าง ๆ เท่าที่สามารถ หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นทำให้อารมณ์เสีย เช่น คนที่ไม่ชอบ รถติด ... ผมไม่ทราบว่าอะไรจะทำให้คุณอารมณ์เสีย ฯ

Fartima
IP: xxx.88.54.153
เขียนเมื่อ Mon May 02 2011 21:11:34 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณI am not perfect และคุณdono อยากบอกว่าเข้าใจความรู้สึกของคุณดี เพราะเราเองก็อยากหายจากโรดนี้ ไม่มีใครเข้าใจเราเลยยกเว้นคุณหมอ ชีวิตไม่เคยมีความสุขจริงๆ เริ่มง่วงแล้วฤทธิ์ยาคงเริ่มออกอาการ เหงาจัง

dono
IP: xxx.171.148.149
เขียนเมื่อ Fri May 20 2011 21:23:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณFartimaและพี่ๆ เพื่อน ๆ ทีเป็นไบโพล่าร์ ขอให้เป็นกำลังใจทุกคนนะครับ อย่าลืมทานยานะครับ จะปรับลดหรือเพิ่มยาด้วยตนเองไม่ได้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมอเท่านั้นแหละผมได้ยินมาว่าผู้ไข้จะต้องเปิดใจและเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือลบเพื่อจะได้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องให้หมอใช้ในการรักษาคนไข้คนนั้นต่อ ๆ ไป และหมอได้แนะนำให้ผมออกกำลังกายแบบแอโรบิคเช่น เดิน ขีจักรยาน ว่ายน้ำ ฯ ถ้าสามารถทำได้ 5-7 วันครั้งละ 30 นาทีก็จะดีมากครับ ร่างกายก็จะแข็งแรงและทำให้หลับสบายรวมทั้งระบบขับถ่ายยังทำงานได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ตามความสามารถ ตามความสะดวกของแต่ละคนนะครับ ขอให้ทุกคนสู้ ๆ โดยเฉพาะกับความรู้สึกที่ฉันรู้สึกว่า "ฉันรู้ไม่สบาย" ยาช่วยพวกเราได้แต่ไม่ทั้งหมดเป็นตัวคุณเองที่จะสู้กับโรคนี้(อย่าเครียด/ทานยา/นอน 7.5-9 ชม.)และเมื่อร่างกายของคุณแข็งแรง สมองของคุณกลับมาทำงานได้คล้าย ๆ อย่างเดิมความสุขของคุณก็จะกลับมา

ปล.คนไข้ไม่รู้ว่าตัวเองเจ็บป่วยหรือต้องการยาอะไรเฉพาะ แต่หมอที่เชี่ยวชาญโรคนั้น ๆ เท่านั้นที่ทราบว่าคนไข้คนนั้นป่วยเป็นอะไรและต้องการยารักษาอะไร

ยูริน
IP: xxx.25.36.99
เขียนเมื่อ Sun May 22 2011 22:44:08 GMT+0700 (ICT)

คุณฟาติมา เราเข้าใจความรู้สึกที่ลงท้ายข้อความว่า เหงาจังอย่างลึกซึ้ง พวกเรามีเพื่อนค่ะ

เป็นมาเกือบ20ปี เพิ่งรู้ว่าคือโรคนึกว่าเป็นอาร์ทติสท์ ตกงาน บ้านแตก สามีทิ้ง

ใครจะทนเราไหวเดี๋ยวบ่นยันเช้า เดี๋ยวร้องไห้ยันเช้าไม่นอน เดี๋ยวจูบยันเช้า ขำดี

กำลังปรับยาค่ะ ลองมาหลายตัว น่าจะรวมกลุ่มให้กำลังใจกันดีมั้ยคะคุณโตโต้ เป็นห่วงนะคะ

ที่อยากตื่นชาติหน้าคือโรคค่ะ ที่เศร้ารอคิวก็โรคบังคับบัญชา เข้าใจค่ะความทรมานนี้

สู้ๆ กู๊ดไนท์ พยามทานยา นอน ออกกำลังกาย เวลาทุกข์บอกว่าโรคนะคะไม่ใช่เราหรอก

พอขาขึ้นเราก็จะยิ้มได้เวลารอคิวหมอค่ะ อย่างน้อยพวกเรายังไม่ได้ซึมเศร้าอย่างเดียว อิอิ

dono
IP: xxx.171.148.200
เขียนเมื่อ Mon May 23 2011 09:58:00 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับคุณยูรินที่ได้แบ่งปันเรื่องของคุณให้พวกเราฟัง ดีมากครับรวมกลุ่มให้กำลังใจกันผมเห็นด้วย

Add
IP: xxx.24.97.118
เขียนเมื่อ Mon Jun 06 2011 22:16:20 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นเหมือนกัน แบบว่าบางครั้งก็ขี้เกียจสันหลังยาว บางครั้งขยันจนคนกลัว บางครั้งก็เลวถึงขีดสุด ชีวิตล้มเหลวหมด ถามใครก็ได้คำตอบมาหมดแต่ผมก็ทำไม่ได้ เมียก็ทิ้ง งานก็โดนไล่ออกเป็นว่าเล่นเพราะหนีงานตอนที่เครียด เคยกินยามาหลายปีแต่ก็ไม่หายแถมติดอีกต่างหาก เลยเลิกกินซะเลย ตอนนี้ก็เป็นแบบอย่างที่ว่านั่นแหละครับ เคยคิดจะฆ่าตัวตายแต่ก็กลัวเจ็บกลัวเรื่องเวรกรรม ผมสับสนมาก ขณะที่อ่านบทความนี้ก็อยากจะตายไปให้มันรู้แล้วรู้รอดซะ

ddd
IP: xxx.28.25.165
เขียนเมื่อ Fri Jun 10 2011 21:48:44 GMT+0700 (ICT)

เราก็เป็นเหมือนกันคะได้1 ปีแล้ว แต่ก่อนหน้าที่จะเป็นนั้นเป็นโรคเครียดมาก่อนคะ

แล้วมาทานยาลดความอ้วน ต่อมาเลยเป็นโรคนี้แทน

ไม่ทราบว่ายาลดความอ้วนเกี่ยวกันมากมั้ยคะ เพราะถามคุณหมอที่รักษาก็บอกว่ามีส่วน

แล้วจะปรับแผนการรักษาให้เดือนหน้า

IP: xxx.171.148.150
เขียนเมื่อ Tue Jun 14 2011 10:18:11 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณAdd ผมเองโรคนี้กว่า 10 เมื่อเป็นโรคนี้ใหม่ ๆ ก็ไม่ยอมกินยาแต่ช่วงนั้นเป็นช่วงขยัน แต่เมื่อกลับมาเป็นซึมเศร้าจึงได้เข้าใจโรคนี้และโชคดีที่ได้พบหมอดีให้การแนะนำผมจึงอาการดีขึ้น แต่วันดีคืนดีอาการก็อาจจะเปลี่ยนแปลงเช่นกันได้ต้องพบหมอตามนัดเสมอ โรคนี้เลิกกินยาไม่ได้(คล้าย ๆ กับโรคความดัน โรคหัวใจ)นะครับจำเป็นต้องกินตามหมอสั่งแหละ 3 สิ่งที่สำคัญ 1.นอนให้พอ7.5-9ชม. 2.ไม่เครียด 3.กินยา แล้วอาการจะดีขึ้นครับแต่มันต้องใช้เวลามากน้อยไม่เหมือนกันแล้วแต่คน แล้วแต่อาการ ส่วนการตายคิดได้แต่อย่าทำครับการตายมันไม่ได้แก่ปัญหาอะไรคุณลองนึกดูรอบ ๆ ตัวคุณมีคนที่คุณรักหรือคุณที่รักคุณอย่างน้อยก็หนึ่งคนหล่ะถ้าคุณตายลงไปเขาหรือเธอก็จะเสียใจ แล้วบทความข้างบน "โรคอารมณ์สองขั้ว : การรักษา" ก็ได้อธิบายโรคนี้ไว้อย่างดีที่เดียวผมขอให้คุณปฏิบัติตามนั้นแล้วคุณจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน ผมให้กำลังใจนะครับ สู้ สู้ ถ้าอยากได้ความรู้เกี่ยวกับ โรคอารมณ์สองขั้ว หรือ Bipolar ไปค้นหาคำนี้ใ้น google search หรือใน facebook ก็มีกลุ่มคนที่ป่วย(ไทย, ต่างประเทศ) เป็นโรคนี้แต่ก็ดำเนินชีวิตได้อยู่กับผู้คนปกติอื่น ๆ ได้ลงค้นหาดูครับ

IP: xxx.171.148.150
เขียนเมื่อ Tue Jun 14 2011 10:23:53 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณddd เรื่องผลของยาผมไม่ทราบผลข้างเคียงเลยครับ ผมขอให้คุณถามหมอโดยตรงสามารถหาข้อมูลของยาโดยพิมพ์ชื่อยานั้น ๆ ลงไปหาเช่นใน google search ถ้าเจอคำอธิบายที่ไม่ใช่เป็นภาษาไทยก็จะสามารถแปลข้อความหรือwebนั่นโดยใช้ โปรแกรมแปลช่วยครับ

arcadia_ar@hotmail.com
IP: xxx.8.114.99
เขียนเมื่อ Wed Aug 24 2011 20:05:23 GMT+0700 (ICT)
  1. เราเป็นทั้งsle และไบโพล่า เราเป็นมาหมด 1อัมพฤกซีกซ้าย2ครั้ง/ผ่าตัดใส่ข้อตะโพกเทียม2ข้าง/ปากเบี้ยว /โรคไต /หัวใจโต/ถุงลมตีบ/หอบ/ความดันสูง/เป็นโรคนั้นอาการดีขึ้นก็เป็นโรคนี้ต่อ จนชีวิตท้อ เหนื่อย เมื่อไหร่จะตายซะที แค่sle อย่างเดียวก็จะทนไม่ไหวอยู่แล้วนี่เป็นไบโพล่าอีก น้องชายก็ป่วยทางจิตเวช  ต้องคอยดูแลน้องอีกใครก็ได้ที่เป็นไบโพล่าช่วยโทรมาคุยเป็นเพื่อนหน่อย ไปหาจิตแพทย์ นักจิตวิทยา วันฯก็นั่งคิดดูในgoogleเกี่ยวกับการรักษาโรคทั้ง2อย่าง  วันฯก็หมกหมุ่นกับโรคทางจิตเวช ของน้องชายและหลานจนลืมดูแลตัวเอง  ใหม่ฯไม่เป็นมากศึกษาเรื่องจิตวิทยาเยอะมากกกก อยากช่วยน้องศึกษาไป เอ๊ะเราตรงกับโรคนี้นิก็เลยเหมาว่าเราเป็น  ขอเพื่อนคุยด้วยคน2คนนะ0852316979
เรย์
IP: xxx.67.147.26
เขียนเมื่อ Thu Oct 27 2011 16:53:24 GMT+0700 (ICT)

สามีมีอาการ เวลาถามเขาหรือพูดกับเขาเขาจะพูดยาวแล้วว่าเราเป็นฝ่ายหาเรื่องเขาเขาอยากได้อะไรก็จะเอาให้ได้เดี๋ยวนั้นตอนนั้นเลยค่ะเขาแต่งตัวมากขึ้นใช้ของแบรนด์เนมทุกอย่าง คำพูดก็แรงไม่ถนอมน้ำใจทั้งที่บ้านเรย์เองและกับทางบ้านของเขาเองค่ะและเขามีอาการบ่นว่าเบื่ออยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุขจะหาทางออกจากบ้านไปพักต่างจังหวัดบ่อยๆ ที่บ้านเขามีแม่และน้องก็มีอาการคล้ายๆกัน(ป้าเขาบอก)ต้องกินยาตลอดแต่ปัญหาอยู่ที่ว่าเขาไม่ยอมรับว่าเขามีอาการคิดมากให้ไปหาหมอก็ไม่ไปจึงจะรบกวนสอบถามดังนี้ค่ะ

1.อาการลักษณะที่กล่าวมาข้างต้อนเรียกว่าอะไร สาเหตุ และวิธีดูแลผู้ป่วย

2.จะพูดกับเขาอย่างไรให้เขายอมรับและไปพบจิตแพทย์

*ช่วยตอบหน่อยนะคะเพราะตัวเองไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยและไม่รู้จะทำอย่างไรดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

เรย์

เต้
IP: xxx.49.249.121
เขียนเมื่อ Sat May 12 2012 14:34:29 GMT+0700 (ICT)

ไม่ทราบว่ายานี้ใช้รักษาผู้ป่วยที่ติดยาเสพติดได้ไหม  รู้จักคนที่เคยกินยานี้ เขาจะมีอาการ เหมือนสับสน งุ่นง่านในช่วงกินยา เหมือนคนไม่มีสติอยู่กับตัว มันเป็นอาการของยารึเปล่า

อรอุษา เชื้อจินดา
IP: xxx.25.183.124
เขียนเมื่อ Sat Apr 06 2013 21:53:35 GMT+0700 (ICT)

มีอาการซึมเศร้า หรือเบื่อหน่าย ความสนใจหรือความเพลินใจในสิ่งต่างๆ ลดลงอย่างมาก มีอารมณ์ครึกครื้น แสดงออกอย่างเต็มที่ หรืออารมณ์หงุดหงิดมากเกินปกติ
 รู้สึกตนเองไร้ค่า เป็นภาระ หรือรู้สึกผิด
 นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ ความต้องการนอนลดลง
 เชื่องช้า หรือกระวนกระวาย ความคิดพรั่งพรู แล่นเร็ว
 อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง มีพลัง มีกิจกรรม โครงการต่างๆ มากมาย
 สมาธิลดลง ลังเลใจ

 ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย 
พูดมาก หรือพูดไม่หยุด 

จากที่อ่านมา  ดิฉันมีเกือบจะครบทุกข้อเลยนะคะเนี่ย  ไม่ทราบว่ามีโอกาสที่จะเสี่ยงเป็นโรคนี้รึเปล่าคะ?

Dyw22
IP: xxx.55.9.4
เขียนเมื่อ Sun Apr 07 2013 00:10:01 GMT+0700 (ICT)

คุณI am not perfect อย่าท้อนะคะเราก้อเป็นเหมือนกันค่ะ สิปปีแล้วเริ่มจากซึมเศร้าแล้วไต่เต้ามาจนเป็นไบโพล่าถ้าเรียนก้อรับประกาศนียบัตรแล้วค่ะล้อเล่นนะคะอยาดให้ขำขำอ่ะเราไม่หวังที่จะหายแล้วนอกจากให้อาการไม่กำเริบและกำลังตัดสินใจว่าถ้าต้องกินยาตลอดชีวิตก้อจะกินถ้าเจอพ่อยาเนื้อคู่ที่กินแล้วผลข้างเคียงน้อยขอให้สู้ชีวิตเป็นของเราทำอะไรแล้วเราสบายใจก้อทำเถอะค่ะใครเค้าไม่เข้าใจก้อคงต้องปล่อยเค้าไปขอให้อาการดีขึ้นไวไวนะคะ



ฟ้า
IP: xxx.24.40.82
เขียนเมื่อ Sat Jun 22 2013 16:54:33 GMT+0700 (ICT)

ฉันเป็นคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคไบโพล่าห์ตอนอายุ 29 ปี ตอนนี้ 36 ปีแล้ว ตอนแรกไม่ยอมรับความจริงไม่ยอมทานยาเพราะทานแล้วเดินทั้งวัน สมองเบลอ ตอนหลังเปลี่ยนโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา อาการทุกอย่างหายเป็นปกติ เพียงแต่จำอะไรที่เป็นบทท่องไม่ได้เท่านั้น ซึ่งปกติก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ยาฟรีค่ะใช้สิทธิบัตรทองตอนนี้กำลังออก e-book เรื่อง ไบโพล่าห์ มหันตภัยร้ายในสมองคุณ อย่างไรก็ช่วยติดตามกันหน่อยนะคะ ที่เขียนลงในหนังสือแค่นิดเดียวค่ะ แต่อาการโคม่ายิ่งกว่านั้นแยะ สงสารเพื่อนร่วมอาการ ทุกคนทั้งที่กำลังเป็นอยู่ทั้งที่กำลังรักษาตัวอยู่ ตัวเองผ่านมาแล้วทุกรูปแบบ สูญเสียมาแล้วทุกสิ่งทุกอย่างแต่ยังโชคดีที่มีพ่ออุ้มไว้ไม่อย่างนั้นวันนี้ก็คงยังอยู่ในโรงพยาบาลศรีธัญญาไม่มีใครไปรับออกแน่นอน โดนทิ้งแยะค่ะญาติไม่ยอมมารับกลับ ทิ้งกันอย่างกับหมูกับหมา คนด้วยกันแท้ๆ แต่อย่างว่าถ้าไม่มียา ไม่มีหมอ ที่รักษาอาการนี้ได้ตัวเองยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมาพิมพ์ในนี้ไหม ไม่มีใครที่แย่กว่าเราอีกแล้ว ถ้าอยากเมล์มาคุยก็ได้นะคะเป็นเพื่อนกัน jindarat.master@gmail.com ตอนนี้มียาอายุวัฒนะตัวหนึ่งที่ช่วยรักษาโรคนี้ได้แม้จะไม่หายขาดแต่ก็ช่วยให้ไม่ต้องทานยานอนหลับก็สามารถหลับได้นำเข้าจากU.S.A. ได้รางวัลโนเบลด้วย และที่สำคัญป้องกันไตพวกเราได้เพราะหลังจากทานมาได้ 6 เดือน คุณหมอถามมาว่าทำงานหรือยังถ้าทำแล้วจะให้หยุดยาแล้วนะ ข่าวดีค่ะแต่ก็ยังกลัวๆ กล้าๆ อยู่คงต้องปรึกษาหมออีกทีถ้าโชคดีได้หยุดยาจริงๆ ก็คงจะทานลีมูมุยไม่เรื่อยๆค่ะ ถ้าสนใจสอบถามได้นะคะ

ป่วย
IP: xxx.19.228.46
เขียนเมื่อ Wed Aug 21 2013 20:05:08 GMT+0700 (ICT)

อาการนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ยาเสพติด

 

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า