โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) : อาการ

ชื่อภาษาไทยของโรคนี้ชื่ออาจฟังดูแปลกๆ แต่ถ้าได้อ่านจบแล้ว ก็จะเห็นว่าลักษณะของโรคนี้เป็นแบบนั้นจริงๆ หรือหากมีใครอยากจะเสนอชื่อใหม่ที่คิดว่าน่าจะเข้าท่ากว่านี้ก็ยินดีนะครับ  โรคอารมณ์สองขั้วเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ ผู้ที่เป็นจะมีอารมณ์และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน 2 แบบ แบบแรกมีลักษณะอารมณ์และพฤติกรรมออกเป็นแบบซึมเศร้า แบบที่สองมีลักษณะคึกคักพลุ่งพล่าน  ซึ่งเรียกว่าเมเนีย (mania)

    จากภาพจะเห็นว่าผู้ที่เป็นจะอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากปกติเป็นช่วงๆ โดยเป็นแบบซึมเศร้าตามด้วยช่วงเวลาที่เป็นปกติดี จากนั้นอีกเป็นปีอาจเกิดอาการแบบเมเนียขึ้นมา บางคนอาจเริ่มต้นด้วยอาการแบบเมเนียก่อนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องตามด้วยอาการด้านตรงข้ามเสมอไป เช่น อาจมีอาการแบบ ซึมเศร้า - ปกติซึมเศร้า - เมเนีย

 

 เขามีอาการอย่างไร  

              ผู้ที่เป็นจะมีอาการแสดงออกมาทั้งในด้านอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม โดยในแต่ละระยะจะมีอาการนานหลายสัปดาห์ จนอาจถึงหลายเดือนหากไม่ได้รับการรักษา
           ในระยะซึมเศร้า ผู้ที่เป็นจะรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด จากเดิมชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ติดละคร หรือดูข่าว ก็ไม่สนใจติดตาม อะไรๆ ก็ไม่เพลินใจไปหมด คุณยายบางคนหลานๆ มาเยี่ยมจากต่างจังหวัดแทนที่จะดีใจกลับรู้สึกเฉยๆ   บางคนจะมีอาการซึมเศร้า อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร้องไห้เป็นว่าเล่น  บางคนจะหงุดหงิด ขวางหูขวางตาไปหมด ทนเสียงดังไม่ได้ ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย  อาการเบื่อเป็นมากจนแม้แต่อาหารการกินก็ไม่สนใจ บางคนน้ำหนักลดฮวบฮาบสัปดาห์ละ 2-3 กก.ก็มี 
          
เขาจะนั่งอยู่เฉยๆ ได้เป็นชั่วโมงๆ  ความจำก็แย่ลง มักหลงๆ ลืมๆ เพราะใจลอย ตัดสินใจอะไรก็ไม่ได้ เพราะไม่มั่นใจไปเสียหมด เขาจะมองสิ่งต่างๆ ในแง่ลบไปหมด คิดว่าตัวเองเป็นภาระของคนอื่น ไม่มีใครสนใจตนเอง ถ้าตายไปคงจะดีจะพ้นทุกข์เสียที  หากญาติหรือคนใกล้ชิดเห็นเขามีท่าทีบ่นไม่รู้จะอยู่ไปทำไม หรือพูดทำนองฝากฝัง สั่งเสีย อย่ามองข้ามหรือต่อว่าเขาว่าอย่าคิดมาก แต่ให้สนใจพยายามพูดคุยกับเขา รับฟังสิ่งที่เขาเล่าให้มากๆ ถ้ารู้สึกไม่เข้าใจหรือมองแล้วไม่ค่อยดี ขอแนะนำให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร็ว

            ในทางตรงกันข้าม ในระยะเมเนีย เขาจะมีอาการเปลี่ยนไปอีกขั้วหนึ่งเลย เขาจะมั่นใจตัวเองมาก รู้สึกว่าตัวเองเก่ง ความคิดไอเดียต่างๆ แล่นกระฉูด เวลาคิดอะไรจะมองข้ามไป 2-3 ช็อตจนคนตามไม่ทัน การพูดจาจะลื่นไหลพูดเก่ง คล่องแคล่ว มนุษยสัมพันธ์ดี เรียกว่าเจอใครก็เข้าไปทักไปคุย เห็นใครก็อยากจะช่วย  
           
ช่วงนี้เขาจะหน้าใหญ่ใจโต ใช้จ่ายเกินตัว ถ้าเป็นคุณตาคุณยายก็บริจาคเงินเข้าวัดจนลูกหลานระอา ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทก็จัดงานเลี้ยง แจกโบนัส มีโครงการโปรเจคต่างๆ มากมาย   
พลังของเขาจะมีเหลือเฟือ นอนดึกเพราะมีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด ตีสี่ก็ตื่นแล้ว ตื่นมาก็ทำโน่นทำนี่เลย ด้วยความที่เขาสนใจสิ่งต่างๆ มากมาย จึงทำให้เขาวอกแวกมาก ไม่สามารถอดทนทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานๆ
          เขาทำงานเยอะ แต่ก็ไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง (เหมือนผู้เขียนเลยแฮะ) ความยับยั้งชั่งใจตนเองมีน้อยมากเรียกว่าพอนึกอยากจะทำอะไรต้องทำทันที หากมีใครมาห้ามจะโกรธรุนแรง
  อาการในระยะนี้หากเป็นมากๆ จะพูดไม่หยุด เสียงดัง เอาแต่ใจตัวเอง โกรธรุนแรงถึงขั้นอาละวาดถ้ามีคนขัดขวาง
 
 

          อาการระยะซึมเศร้าจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป มักเป็นหลังมีเรื่องกระทบกระเทือนใจ เช่น สอบตก เปลี่ยนงาน มีปัญหาครอบครัว แต่จะต่างจากปกติคือเขาจะเศร้าไม่เลิก งานการทำไม่ได้ ขาดงานบ่อยๆ มักเป็นนานเป็นเดือนๆ  
          อาการระยะเมเนียมักเกิดขึ้นเร็ว และเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนภายใน 2-3 สัปดาห์อาการจะเต็มที่อารมณ์รุนแรง ก้าวร้าวจนญาติจะรับไม่ไหวต้องพามาโรงพยาบาล อาการในครั้งแรกๆ จะเกิดหลังมีเรื่องกดดัน แต่หากเป็นหลายๆ ครั้งก็มักเป็นขึ้นมาเองโดยที่ไม่มีปัญหาอะไรมากระตุ้นเลย  
        ข้อสังเกตประการหนึ่งคือคนที่อยู่ในระยะเมเนียจะไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ มองว่าช่วงนี้ตัวเองอารมณ์ดีหรือใครๆ ก็ขยันกันได้  ในขณะที่หากเป็นระยะซึมเศร้าคนที่เป็นจะพอบอกได้ว่าตนเองเปลี่ยนไปจากเดิม

           ในระยะซึมเศร้าหากคนใกล้ชิดสนใจมักสังเกตไม่ยากเพราะเขาจะซึมลงดูอมทุกข์  แต่อาการแบบเมเนียจะบอกยากโดยเฉพาะในระยะแรกๆ ที่อาการยังไม่มาก เพราะดูเหมือนเขาจะเป็นแค่คนขยันอารมณ์ดีเท่านั้นเอง แต่ถ้าสังเกตจริงๆ ก็จะเห็นว่าลักษณะแบบนี้ไม่ใช่ตัวตนของเขา เขาจะดู เวอร์ กว่าปกติไปมาก

   

อาการในระยะซึมเศร้า 

   

อาการในระยะแมเนีย  

 
 มีอาการซึมเศร้า  หรือเบื่อหน่าย ความสนใจหรือความเพลินใจในสิ่งต่างๆ ลดลงอย่างมาก  มีอารมณ์ครึกครื้น แสดงออกอย่างเต็มที่ หรืออารมณ์หงุดหงิดมากเกินปกติ
  รู้สึกตนเองไร้ค่า เป็นภาระ หรือรู้สึกผิด  รู้สึกว่าตนเองเก่ง หรือมีความสำคัญมาก
 นอนไม่หลับ หรือนอนมากกว่าปกติ  ความต้องการนอนลดลง
  เชื่องช้า หรือกระวนกระวาย  ความคิดพรั่งพรู แล่นเร็ว
 อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง  มีพลัง มีกิจกรรม โครงการต่างๆ มากมาย
 สมาธิลดลง ลังเลใจ
คิดอยากตาย 
เบื่ออาหาร ผอมลง 
 วอกแวก สนใจไปทุกสิ่งทุกอย่าง หุนหันพลันแล่น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
พูดมาก หรือพูดไม่หยุด
ไม่ตระหนักว่าตนเองผิดปกติไปจากเดิม

คลิกหน้าต่อไปเรื่องการวินิจฉัยและการรักษา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 72835
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 65  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

paew
เขียนเมื่อ Tue Jan 16 2007 21:09:05 GMT+0700 (ICT)
  • จะเหมือนคน 2 บุคลิกมั้ยค่ะ ... เวลาดูดวงเห็นมีการทำนายว่าคนเกิด วันนั้น เดือนนี้ เป็นคน 2 บุคลิก
  • เคยมีลูกศิษย์ค่ะ เป็นนักมวย...คิดว่าเค้าป่วยเป็นโรคนี้ค่ะ...วันแรกที่เขามาเข้าเรียน เขาจะพูดมาก ทั้งตอบโต้ และแซวอาจารย์..แต่เพื่อนๆ เขาเฉยๆ กัน ไม่ว่าอะไร (ปกติหากใครพูดมากเกิน จะมีเพื่อนปรามๆ)
  • ท้ายชั่วโมง เขามาขอโทษ และบอกว่าเขาไม่สบายป่วยมีอาการพูดมากๆ บางครั้ง แล้วบางครั้งก็จะซึมเศร้า...และต้องทานยาตลอด
  • ท้ายที่สุดต้องลาพักการศึกษา เข้ารับการรักษาเป็นเรื่องเป็นราวไป เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง
  • น่าสงสารค่ะ....แต่บางที ตัวเองเวลาเครียดก็รู้สึกซึมเศร้าเหมือนกันค่ะ แต่เป็นแปบเดียว.....คงปกติใช่มั้ยค่ะ....ยิ้ม ยิ้ม
BP
IP: xxx.120.197.116
เขียนเมื่อ Wed Jan 17 2007 13:12:04 GMT+0700 (ICT)

กำลังอยู่ในช่วง mania ค่ะ  หาข้อมูลใน google อยู่ มาเจออาจารย์พอดี รบกวนไขข้อสงสัยด้วยค่ะ

  • สมองส่วนไหนหรือสารอะไรในร่างกายที่ควบคุมเรื่องการพูด (พูดมาก, พูดเร็ว)
  • แล้วที่ว่าคนเป็นโรคนี้ มักจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์นั้น  จริงเท็จประการใดคะ

คุณ paew คะ ไม่อยากให้ใช้คำว่า "น่าสงสาร" เลยค่ะ ขอเป็นว่า "เห็นอกเห็นใจ" กันดีกว่ามั๊ยคะ

 

มาโนช
เขียนเมื่อ Wed Jan 17 2007 14:36:38 GMT+0700 (ICT)
คุณ BP ครับ ผมเขียนไว้หน้าต่อไปแล้วนะครับ
มาโนช
เขียนเมื่อ Fri Mar 30 2007 20:55:46 GMT+0700 (ICT)

สำหรับท่านที่ไม่แน่ใจว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดเป็นหรือเปล่าลองทำแบบทดสอบได้ที่หน้านี้นะครับ http://gotoknow.org/blog/depression/72835

TT
IP: xxx.9.159.184
เขียนเมื่อ Sat Apr 07 2007 00:17:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะคุณหมอ

หนูเป็นคนไข้โรค bipolar mania รักษาอยู่ที่รามาคะ กินยาประจำคือ depakine 500 mg 2 เม็ด และ seroquek 25 mg 1 เม็ด หลังอาหาร

หนูอายุ33ปีโสด หนูรักษาที่รพ.รามา

กินยามาแล้ว2ปีกว่า แล้วประจำเดือนมาปีละ 2ครั้ง อยากถามว่าผลมาจากยา หรือมีเนื้องอกที่มดลูก ต้องไปหาหมอสูติตรวจไหมคะหรือปล่อยไว้อย่างนั้นหนูไม่กล้าไปหาหมอสูติคะ

ส่งข้อมูลทาง email ได้ไหมคะ

 

เกริกฤทธิ์ เชาว์ปัญญานนท์
เขียนเมื่อ Sat Apr 07 2007 00:26:34 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ   ผมอายุ 25 ขวบ

เคยมีอาการคล้ายอย่างนี้บ่อยๆเลยครับ

ตอนแรกก็นึกว่าบุคลิกของคนเกิดราศีคนคู่ (21 มิ ย )

อาการผมก็บางทีก็หงุดหงิดง่าย   โลเล

แล้วก็ชอบทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง ให้ทะเลาะกับคนอื่น

โดยไม่มีสาเหตุ   แต่บางทีก็ดีใจหาย 

อืม    สงสัยต้องไปตรวจมั่งล่ะ   -__-"

ครู บัว ทองกะไลย
เขียนเมื่อ Sat Apr 07 2007 21:29:09 GMT+0700 (ICT)
คุณหมอบล็อกของคุณหมอช่างเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากอนุโมทนาด้วยครับ
มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Apr 07 2007 22:39:32 GMT+0700 (ICT)

คุณ TT ครับ ยา seroquell มีโอกาสทำให้เกิดประจำเดือนมาผิดปกติได้ แต่พบน้อยมากครับ แนะนำว่าควรพบแพทย์ที่ดูแลคุณก่อนเพื่อปรึกษาว่าจะลองหยุด seroquel หรือเปลี่ยนเป็นยาอื่นแล้วดูว่าประจำเดือนมาไหม ถ้าเปลี่ยนยาแล้วประจำเดือนยังไม่มาก็ควรไปพบสูติแพทย์ครับ   *แต่ถ้าแพทย์ที่ดูแลเห็นว่ายาตัวนี้จำเป็น ขาดไม่ได้ก็จะให้คำแนะนำคุณอีกทีว่าควรทำยังไงต่อ

มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Apr 07 2007 22:41:30 GMT+0700 (ICT)
คุณเกริกฤทธิ์ ครับอาจเป๋นแค่อารมณืแกว่งไกวธรรมดาก็ได้ครับ ถ้าผิดปกติจะต้องเป็นต่อเนื่องนานเป็นอาทิตย์ ลองทำแบบทดสอบดูนะครับ
มาโนช
เขียนเมื่อ Sun Apr 08 2007 00:09:13 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครูบัวครับที่เห็นประโยชน์

ไม่รู้จะปรึกษาใคร
IP: xxx.136.73.53
เขียนเมื่อ Mon Apr 09 2007 14:05:54 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นอีกคนนึงที่เหมือนกับคุณเกริก.. เกิดราศรีเมถุนเหมือนกัน..

ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงแต่อาการที่เกิดก็ไม่นานนะครับ บางทีถ้าผมเห็นว่าทำลงไปแล้วมันมีผลกลับมาต้องรุนแรงแน่ๆผมก็จะไม่ทำ..  แต่บางครั้งมันก็เกิดขึ้นมาโดยสาเหตุมาจากเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

I want to be happy.
IP: xxx.24.42.213
เขียนเมื่อ Thu Apr 12 2007 21:51:37 GMT+0700 (ICT)
ตอนนี้กินทั้งยา prozac และ seroquel  จะเป็นอะไรไหม
มีญาติป่วยค่ะ
IP: xxx.9.137.194
เขียนเมื่อ Fri Apr 20 2007 14:59:08 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันมีญาติป่วยเป็นโรคนี้ แต่คุณหมอยังไม่ได้บอก

ผู้ป่วยว่าเป็นโรคอะไร แต่บอกญาติแล้วว่าเป็น

Bipolar ดังนั้นดิฉันจึงลองค้นหาจึงมาเจอ web
คุณหมอมาโนช

ไม่ทราบว่าเราควรจะบอกให้ผู้ป่วยรู้ตัวไหมคะ

หมายถึงเค้าน่าจะรู้ว่าเป็นโรคอะไรและตั้งปฏิบัติตัว

อย่างไร

เพราะเหมือนว่าเค้าไม่รู้ว่าสิ่งที่เค้าทำ

จะมีความเสียหายเดือดร้อนตามมา เช่นการใช้

เงินมากกว่าปกติมากๆ ค่ะ

มาโนช
เขียนเมื่อ Fri Apr 20 2007 16:24:17 GMT+0700 (ICT)

ชวงที่เขากำลังมีอาการอยู่ถึงบอกเขาก็ไม่เชื่อครับ ส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นเรื่องปกติของเขา มากกว่าจะคิดว่าตัวเองผิดปกติไป เขามักคิดว่าเราไม่เข้าใจเขา คอยจับผิดหรือมองเขาในแง่ลบ รอให้อาการเขาทุเลาแล้วค่อยบอกก็ได้ครับ

 

ม.ม้า
IP: xxx.120.164.30
เขียนเมื่อ Tue May 15 2007 03:37:57 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคนี้ครับ.... เกือบสิบปีแล้ว

ตอนนี้อาการคงที่ ทานลิเที่ยมอยู่

สิ่งที่ทำให้ผมเสียใจมากคือ แพทย์ไม่สามารถพูดได้ว่าผมจะหายเป็นปกติได้หรือไม่ ในขณะนั้นความสามารถในการคำนวณผมหายไป (คำนวณคณิตในใจไม่ได้ เช่น สินค้าเป็นแพ็คบนชั้นในห้าง มีราคาต่อหน่วยเท่าไหร่) ความเชื่อมั่นหายไปอย่างมาก ....... ทำให้ยิ่งเศร้าหนัก กลับบ้านร้องไห้ เพราะไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร รู้สึกเหมือนพิการทางสมอง

ปัจจุบันผมคำนวณได้ ขอเป็นกำลังใจให้สุดเหนี่ยวเลย สำหรับผู้ป่วยที่ยังคงมีอาการอยู่ ความสามารถต่างๆ ยังคงมีอยู่ครบถ้วน และจะกลับมาเมื่อคุณหายดี

หมายเหตุ อยากให้ผู้ป่วยใหม่และญาติมีความหวัง จะได้เศร้าน้อยลง (ผมรู้ว่าความเศร้าในช่วงนั้น มันสุดจะทรมาน ทั้งตนเองและคนรอบข้าง)

M
IP: xxx.9.33.49
เขียนเมื่อ Sun May 20 2007 20:06:48 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

ตอนนี้กำลังพบอาการ Bipolar ในเด็กอายุ 14 ปี ซึ่งมีอาการ Autism ด้วยค่ะ ตอนนี้เด็กทานยาขั้นที่ค่อนข้างรุนแรงแล้ว

จะรบกวนปรึกษาคุณหมอในเรื่องของวิธีการบำบัดอื่นๆ ควบคู่ เช่นการใช้ศิลปะ หรือ การเล่นกีฬา พอจะมีวิธีการอื่นๆ ด้วยรึเปล่าคะ

Nina
IP: xxx.136.170.120
เขียนเมื่อ Wed May 30 2007 17:58:24 GMT+0700 (ICT)

แฟนเป็นโรค Bipolar ค่ะ เป็นมา 11 ปีแล้ว ตั้งแต่ตอนอายุ 15 ปี จนตอนนี้อายุ 26 แล้ว

เค้าก็กิน Lithium มาตลอดนะคะ วันละ 2 เม็ดก่อนนอน เค้าเล่าให้ฟังว่าเคยเป็นหนักๆแค่ครั้งแรกครั้งเดียว นอกนั้นอาการก็ซึมๆเศร้าๆไม่มาก ไม่นานก็หาย แต่มาคราวนี้เป็นหนักมาก ซึมมาก อาจเป็นเพราะว่าช่วงที่ผ่านมาบางวันลืมทานยา แล้วก็ประกอบกับตกงานด้วย สาเหตุที่เค้าตกงานก็เพราะว่าไปมีเรื่องกับผู้ใหญ่ที่ทำงานเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้ (อาจเป็นช่วง mania) เลยโดนไล่ออกมาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นมาก็ยังไม่มีอาการซึมเศร้านะคะ แค่เสียความมั่นใจอย่างแรงเพราะล้มเหลวและไม่มีงานทำ แต่มาช่วง 2 อาทิตย์นี้มาเป็นซึมเศร้าหนักมาก พอไปหาหมอ หมอก็เพิ่มให้ทาน lithium เป็น เช้า 2 เม็ด เย็น 2 เม็ด บวกกับยาแก้ซึมเศร้าเม็ดสีเขียวอีก 1 เม็ด ซึ่งเป็นยาตัวเดียวกับที่เค้าเคยทานเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

อาการในช่วงอาทิตย์ก่อนคือ นอนไม่หลับเลยค่ะ หลับๆตื่นๆ รวมกันแล้วนอนคืนละไม่ถึง 2 ชั่วโมง แต่ตอนนี้ค่อยดีขึ้นแล้ว เริ่มคิดๆๆน้อยลง แต่พอจะดีขึ้นก็มาคิดเรื่องหางานทำ ทำให้เหมือนทรุดลงไปอีก

ปัญหาก็คือ หนูโดนเค้าบอกเลิกค่ะ ทั้งที่เราก็ยังรักกันดีอยู่ ตั้งแต่เริ่มเดือนนี้มา อยู่ๆก็โดนบอกเลิกมา 3 ครั้งแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า เค้าไม่มีอนาคต แล้วยังมาเป็นโรคที่รักษาไม่หายอีก หนูเข้าใจเค้านะคะ ทั้งรักทั้งสงสาร แต่เค้าก็ไม่ยอม เค้าบอกว่ามีแฟนแล้วรู้สึกกดดัน เลยไปอยู่กับเพื่อนดีกว่า (แฟนเก่า) ซึ่งหลังจากสืบมาแล้วก็คือเค้าเป็นเพื่อนกันจริงๆ ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันแล้ว แต่เค้าบอกว่าสบายใจที่จะอยู่กับคนนี้มากกว่า เพราะไม่กดดัน ทั้งที่หนูไม่ได้ไปกดดันอะไรเค้าเลย

ตอนนี้หนูทั้งเศร้า ทั้งเครียดเลยค่ะ งงว่าทำไมเราก็ยังรักกันดีอยู่แท้ๆ อยู่ๆก็มาตัดสินใจว่าชีวิตนี้จะไม่แต่งงานแล้ว จะอยู่เป็นโสดไปจนตาย งงว่าทำไมถึงไม่อยากอยู่กับเราทั้งที่เราก็คุยกันเข้าใจ และหนูก็ไม่ได้รังเกียจที่เค้าเป็นโรคนี้เลยนะคะ แต่เค้าอ่อนแอมาก มองว่าตัวเองไม่มีประสิทธิภาพ ต้องเป็นอย่างงี้ไปจนตาย ต่อให้หางานใหม่ได้ก็กลัวว่าจะไปก้าวร้าวจนตกงานอีก

อยากปรึกษาคุณหมอว่า หนูควรทำยังไงดีคะ ควรรักษาความสัมพันธ์ของเรายังไงดี ตอนนี้เค้าอยากให้เราเป็นเพื่อนกันเท่านั้น และการตัดสินใจของเค้า มันเกิดมาจากแค่ช่วงนี้เท่านั้นรึเปล่าคะ คุณหมอว่าถ้าเค้าหายแล้ว เค้าจะตัดสินใจใหม่ไม๊ แล้วถ้าเค้ากลับมาเป็นอีก เค้าก็จะต้องบอกเลิกกับหนูอีกรึเปล่าเนี่ย

สับสนมากค่ะ เครียดมาก อยากช่วยให้เค้าหายเร็วๆ

ขอบคุณค่ะ

 

 

มาโนช
เขียนเมื่อ Mon Jun 04 2007 12:51:20 GMT+0700 (ICT)

คุณ nina ครับ ขอโทษด้วยครับที่ตอบช้า

ตอนนี้เท่าที่ดู มุมมองต่อสิ่งต่างๆ รวมทั้งการตัดสินใจของเขาเป็นมาจากภาวะซึมเศร้ามากกว่า นั่นคือ เมื่อเขาดีขึ้นจากภาวะซึมเศร้านี้แล้ว เขาน่าจะไม่มองอย่างนี้ 

ตอนนี้ถ้าผมแนะนำคือ เราต้องจิตใจหนักแน่นครับ  OK ถ้าเขายังไม่พร้อมตอนนี้ก็คบกันแบบเพื่อนไปก่อนก็ได้ ห่างๆ เขานิดหนึ่ง คอยสอบถามแสดงความห่วงใยเขาอยู่ พร้อมจะรับฟังเขา แต่ถ้าเขายังไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร ไม่กดดันเขาว่าเขาต้องรักเรา เข้าใจเรา ทำไมเขาเปลี่ยนแปลงไป ทั้งๆ ที่เรายังเหมือนเดิม ... ฯลฯ  รอเวลาผ่านไป แล้วสิ่งต่างๆ จะค่อยๆ ดีขึ้นครับ   

ครั้งต่อไปถ้าเป็นจะบอกเลิกแบบนี้อีกไหม ถ้าเข้าใจกันแล้ว ช่วงที่ดีก็มีสัมพันธภาพดีขึ้น ถ้ากลับมาเป็นอีกก็ไม่น่าจะบอกเลิกแบบนี้อีก

มาโนช
เขียนเมื่อ Mon Jun 04 2007 22:24:22 GMT+0700 (ICT)
คุณ m ครับ  เด็กอายุ 14 เป็น autistic และ bipolar เจอน้อยมากครับ การรักษาจะยากขึ้นไปอีก การรักษาด้วยวิธีอื่นคงต้องถามคุณหมอที่รักษานะครับ เพราะคนไข้แต่ละคนจะเหมาะกับการรักษาแตกต่างกันไป
nina
IP: xxx.8.75.34
เขียนเมื่อ Thu Jun 07 2007 17:06:27 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอคะ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ตอนนี้หนูก็ทำตามที่คุณหมอบอก ก็คือปล่อยๆเค้าไป พยายามไม่คิดอะไรมาก ถ้าเค้าสบายใจกับทางเลือกของเค้าก็โอเค แต่เราก็ยังคุยๆติดต่อกันอยู่เป็นบ้าง หวังว่าอะไรต่างๆคงจะดีขึ้นในไม่ช้า

ตอนนี้อาการซึมเศร้าของเค้าก็ดีขึ้นเป็นลำดับนะคะ จากที่คิดหมกมุ่นทั้งวัน ก็กลายเป็นพอจะไปออกกำลังกายหรือว่าทำนู่นนี่ได้แล้ว เรียกว่าน่าจะเกือบหายได้สัก 80-90% แล้วล่ะค่ะ แต่ว่ามีอีกอย่างที่สงสัยค่ะ คือช่วงนี้เค้ามีทานยาที่หมอให้เป็นยารักษาอาการซึมเศร้าด้วย เคยอ่านเจอในอินเตอร์เน็ตว่า ถ้าคนที่เป็น BP ทานยาแก้ซึมเศร้าอย่างเดียวจะทำให้เข้าสู่ช่วง mania ได้ คุณหมอว่ามีส่วนไหมคะ เพราะสังเกตดูช่วงนี้เค้าเริ่มหงุดหงิดบ่อยขึ้น อารมณ์รุนแรงหน่อยๆ ทั้งที่เพิ่งจะหายจากซึมเศร้ามา ก็ไม่น่าจะกลายเป็นขี้หงุดหงิดได้ แต่เค้าก็ทาน lithium ควบคู่ไปด้วยนะคะ ไม่แน่ใจว่าปรกติแล้วอาการจะ swing อย่างนี้รึเปล่า หรือว่าเป็นเพราะยากันแน่ เพราะทานยาแก้ซึมเศร้าช่วงเช้าแล้วจะรู้สึก active ขึ้น แล้วตอนนี้เค้าก็ยังมีทานยาตอนกลางคืนด้วย (คิดว่าน่าจะช่วยให้นอนหลับ) พอทานแล้วก็จะเบลอๆ ซึมๆ ง่วงไปจนถึงสายๆของอีกวันเลย กลายเป็นเช้า-ซึมๆ บ่าย-active พอตกดึกก็ง่วงนอนเลย ตอนนี้ทานยาเป็น week ที่ 3 แล้วค่ะ คาดว่าหมอจะให้ทานประมาณ 1 เดือน แล้วหลังจากหยุดยาแล้ว จะนอนหลับรึเปล่าคะ

รบกวนคุณหมอหน่อยนะคะ  ขอบคุณค่ะ

วรี
IP: xxx.60.203.195
เขียนเมื่อ Fri Jun 15 2007 15:33:05 GMT+0700 (ICT)

ดีใจจังค่ะได้มาเจอบล็อกนี้ เมื่อสองปีที่แล้วไปหาหมอที่โรงพยาบาลธนบุรี คุณหมอวิเคราะห์ว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้วหรือ Bipolar โดยหมอบอกว่าเป็นกรรมพันธุ์ (คุณแม่ก็เป็นค่ะ) ซึ่งหลังจากนั้นก็กินยา Depakine 500mg. มาตลอด

อยากถามคุณหมอว่า

1. จำเป็นต้องหาหมออีกหรือไม่ หรือว่ากินยาไปเรื่อยๆ

2. ยาต้องกินไปถึงเมื่อไร จะเลิกกินได้หรือไม่

3. ถ้าอยากมีลูกจะมีโอกาสมีลูกได้หรือไม่ ตอนนี้อายุ 32 ปีค่ะ

4. มีโอกาสหายขาดจากโรคนี้ไม๊คะ

 

มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Jun 16 2007 01:44:58 GMT+0700 (ICT)

คุณ nina ครับ ผมคิดว่ายังไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วงครับ รอดูก่อนดีกว่าครับ

มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Jun 16 2007 01:51:26 GMT+0700 (ICT)

คุณวรีครับ 

โรคนี้กินยานานครับยิ่งมีญาติเป็นยิ่งต้องกินนาน เหมือนกับเบาหวานหรือโรคความดันสูงครับ 

1. ควรไปหาหมอครับ ต้องเจาะดูระดับยาในเลือดด้วย
2.กินยานานเท่าไรบอกยาก โดยทั่วไปกินหลายปีครับ
3.มีลูกได้ครับไม่มีข้อห้ามแต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อดูว่าจะมีช่วงไหนดี ต้องกินยาหรือหยุดยาช่วงตั้งครรภ์
4.โอกาสหายขาด บอกยาก แต่กรณีของคุณถ้ามีแม่เป็นก็มีโอกาสกลับเป็นซ้ำอีกสูง ปัญหาคือเราไม่รู้ว่าโรคนี้จะกลับมาเมื่อไร เพราะฉะนั้นควรพบแพทย์สม่ำเสมอดีกว่าครับ

Bomb
IP: xxx.123.145.56
เขียนเมื่อ Sat Jun 16 2007 17:03:12 GMT+0700 (ICT)

ช่วงนี้ผมรู้สึกว่าตอนเช้ามีอาการซึมๆ ไม่ค่อยอยากจะทำอะไร แต่พอช่วงบ่ายๆหรือตอนเย็นก็จะมีอารมณ์ทำกิจกรรมต่างๆ เป็นผลมาจากยา Depakine มั้ยคับ เพราะผมกินมาปีครึ่งได้แล้วอ่ะคับ แล้วก็ช่วงนี้รู้สึกว่ามีอาการชาที่สมองด้านขวาด้วย

กิ่งกาญจน์
IP: xxx.147.79.37
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2007 20:21:01 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอมีความเสียสละและจิตใจดีมากๆเลยที่เปิดโอกาสให้กับคนที่มีปัญหาอย่างนี้ ขอให้คุณหมอพบแต่ความสุ๘ความเจริญยิ่งๆขึ้นไปค่ะ ดิฉันมีเพื่อนที่มีอาการน่าจะเรียกว่า sleep disorder คือเขาจะตื่นตอนดึกและไม่รู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน บางครั้งเดินไปมา แต่ก็สามารถนอนต่อได้ถึงเช้า บางครั้งมีแต่งตัวไปทำงาน บางครั้งกรีดร้องตอนเช้า แต่โดยทั่วๆไปเขาก็ดูปกติ ทำงานเป็นอาจารย์ แนะนำเขาไปพบแพทย์ และทำสมาธิ แต่ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือเปล่า และคนรอบข้างจะช่วยเขาได้อย่างไรบ้างขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

มาโนช
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2007 23:22:01 GMT+0700 (ICT)

คุณ Bomb ครับ อาจเป็นจากยาก็ได้ ไม่ทราบว่ากินยาอื่นหรือเปล่า เพราะยาตัวอื่นบางตัวก็ทำให้เกิดอาการอย่างนี้ได้  แนะนำให้แจ้งแพทย์ที่รักษาครับ อาจต้องเจาะดูระดับยาในเลือด แพทย์อาจปรับขนาดยาหรือเวลาที่กินยาก็ได้ครับ

มาโนช
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2007 23:44:17 GMT+0700 (ICT)
คุณกิ่งกาญจน์ ครับ เพื่อนคุณเป็นลักษณะที่เรียกว่าละเมอเดินครับ ปกติไม่ค่อยพบในผู้ใหญ่เท่าไร คนใกล้ชิดควรคอยระวังว่าเขาไม่เดินออกนอกบ้าน หรือไปไกลๆ ถ้าเห็นเขาขณะเป็นไม่ต้องปลุกนะครับ ให้ค่อยๆ จูงเขาไปที่เตียง พอตื่นนอนเขาจะจำไม่ได้ แต่ถ้าปลุก เขาจะสับสนอาจมีพฤติกรรมวุ่นวายได้ น่าจะไปพบแพทย์เพื่อครับ
pp
IP: xxx.10.102.143
เขียนเมื่อ Mon Jun 25 2007 19:41:20 GMT+0700 (ICT)

สวัดดีค่ะ

คือหนูอยากทราบว่าที่หนูเข้าใจนี่ถูกต้องรึป่าว คุณหมอช่วยบอกหน่อยนะคะ

1 โรคนี้ไม่มีทางหายขาด ต้องกินยาไปตลอดชีวิต ขาดยาเมื่อไหร่ก็จะอาการกำเริบอีก

2  ลูกมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนปกติ 8 เท่า อย่างนี้ถ้ามีลูกก็ความเสี่ยงสูง แล้วก็ถ่ายทอดกันไปเรื่อยๆก็ แย่สิคะ

3 ขณะที่ผู้ป่วยมีอาการ เค้าจะไม่รู้ตัวเองว่าเค้าเป็นโรคอยู่ โดยเฉพาะระยะเมเนีย อย่างนี้เวลาทำอะไรก็ไม่มีสติเลยเหรอคะ

4 คนที่เพิ่งเคยเป็นครั้งแรก แล้วกินยาจนหาย เค้าจะรู้ตัวว่าก่อนหน้านี้เค้าเป็นยังไง เค้าจะเข้าใจมั้ยคะ หรือว่าไม่รู้ตัว

คุณช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

มาโนช
เขียนเมื่อ Tue Jun 26 2007 12:58:15 GMT+0700 (ICT)

คุณ ppครับ

1. ตอนนี้มี 2 ความเห็น
ความเห็นแรกคือถ้าเป็นครั้งแรกอาจกินยาสัก 1-2 ปีแล้วลองหยุดดู ถ้ากลับมาเป็นอีก ต้องกินยาตลอดไปเลย
อีกความเห็นหนึ่งมองว่าต้องกินไปตลอดเลยแต่แรก เพราะโรคนี้ไม่หายเอง
แต่ส่วนใหญ่ที่พบคือคนไข้ที่เป็นครั้งเดียวจะให้กินยาไปตลอด ไม่มีใครอยากกินกัน พอดีขึ้นสักไม่กี่เดืือนส่วนมากก็หยุดยาไปกันเอง  บางคนเป็น 3-4 ครั้งแนะนำให้กินยาป้องกันยังไม่ยอมเลยครับ

pp
IP: xxx.10.102.149
เขียนเมื่อ Tue Jun 26 2007 22:18:07 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะที่ช่วยตอบให้

แต่ว่าอยากทราบอีก 3 ข้อที่ถามไปด้วยอ่ะค่ะ

ว่าเข้าใจถูกต้องรึป่าว

คุณหมอช่วยตอบให้หน่อยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

มาโนช
เขียนเมื่อ Tue Jun 26 2007 23:20:07 GMT+0700 (ICT)

Bipolargenetic

รูปจาก NARSAD research newsletter article.

จากตาราง บรรทัดแรกแฝดไข่ใบเดียวกัน ต่อมาแฝดไข่คนละใบ ลูกที่มีพ่อแม่ป่วย 1 คน ลูกที่มีพ่แม่ป่วยทั้งคู่ พี่น้อง ญาติลำดับที่ 2 และคนทั่วไป

คนที่ป่วยลูกมีโอกาสเป็น 15-30%  ความเสี่ยงทางกรรมพันธ์เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกของคนที่ป่วยจะต้องเป็นเสมอไป คนที่พ่อกับแม่เป็นลูกก็ไม่ได้เป็น 100% และจะเห็นว่าแม้แต่ในแฝดไข่ใบเดียวกันคือมีอะไรเหมือนกันหมดทุกอย่าง คนหนึ่งเป็นอีกคนก็ไม่ได้เป็น 100% เพราะการแสดงออกของอาการยังขึ้นกับปัจจัยอีกหลายๆ อย่างเช่นสภาพแวดล้อมความกดดันต่างๆ

โรคนี้จึงไม่ใช่โรคทางกรรมพันธ์เหมือนอย่างกับโรคฮีโมฟิเลียหรือโรคทางกรรมพันธ์อื่นๆ  แต่จะคล้ายกับโรคเบาหวานมากกว่า คือพ่อกับแม่เป็นลูกก็เสี่ยงแต่ไม่แน่ว่าจะเป็น บางคนพ่อแม่ไม่เป็นแต่ตัวเองเป็นก็มี

มาโนช
เขียนเมื่อ Tue Jun 26 2007 23:37:30 GMT+0700 (ICT)

ขณะที่ผู้ป่วยมีอาการ เค้าจะไม่รู้ตัวเองว่าเค้าเป็นโรคอยู่ โดยเฉพาะระยะเมเนีย อย่างนี้เวลาทำอะไรก็ไม่มีสติเลยเหรอคะ

คำว่าไม่มีสติเนี่ย ก็แล้วแต่เราจะแปลว่ายังไง

บาง คนชอบทำบุญก็ทำจนที่บ้านเดือดร้อน คนอื่นเตือนก็ไม่เชื่อ ...  บางคนชอบร้องเพลงโชว์ทีละหลายๆ เพลง โดยคิดว่าคนชอบ ลูกน้องคิดในใจว่าร้องไม่ได้เรื่อง แต่พอเขาลงมาก็ต้องชมตามมารยาทก็บอกว่าร้องดี ...    บางคนขับรถทั้งๆที่ดื่มเหล้า เพื่อนเตือนก็ไม่เชื่อ บอกว่าตัวเองขับได้ ไม่เมา ...

โดยรวมเราอาจพูดว่าพวกเขาขาดการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่ยอมหยุด ทั้งๆ ที่คนอื่นเห็นว่าอาจเกิดผลเสียหรือความเสียหายจากการกระทำ 

คนที่กำลังมีอาการเมเนียก็จะเป็นแบบนี้คือ เขาจะมองว่าตัวเองเก่ง ทำได้ ความคิดแล่น โครงการที่เขาคิดมันดีมากๆ เลย เขาก็อยากทำตามที่เขาคิด  เหมือนกับตอนที่เรากำลังถูกโปรโมท งานที่ทำได้รับรางวัลโปรเจคแห่งปี หัวหน้าเลื่อนตำแหน่ง ให้ไปนอก กลับมาก็รู้สึกคึกคัก อยากทำโน่นนี่ไปหมด แต่ไอ้เจ้าเพื่อนที่ office มันบอกว่า อย่าทำมากเลย พักดีกว่า เราจะรู้สึกยังไง เราจะคิดว่าตัวเองเพลาๆ ดีกว่าไหม  หรือเราจะขัดใจที่มันมาเบรคเรา เพราะเห็นเรากำลังจะรุ่ง 

นิรนาม
IP: xxx.121.165.177
เขียนเมื่อ Thu Aug 16 2007 17:27:02 GMT+0700 (ICT)
ไม่ทราบว่ามีแบบทดสอบว่ามี2บุคลิกไม๊ครับ
kit
IP: xxx.120.16.9
เขียนเมื่อ Sat Aug 18 2007 22:23:13 GMT+0700 (ICT)

Search คำว่า  bipolar มาจาก google ก็มาเจอเวบนี้ของคุณหมอครับ

ก็สงสัยว่าญาติ อาจจะเป็น คุณหมอมีวิธีแนะนำคนในครอบครัวให้ดูแลคนป่วยยังไง

บ้างไหมครับ

 

 

 

 

kit
IP: xxx.120.16.9
เขียนเมื่อ Sat Aug 18 2007 22:24:49 GMT+0700 (ICT)

http://bipolar-site.info/

เจอเวบภาษาอังกฤษ มาครับเลยเอามาฝากบางท่าน

บีม
IP: xxx.120.148.249
เขียนเมื่อ Wed Aug 22 2007 19:11:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอมาโนช

เมื่อสองวันก่อน บีมได้ search ข้อมูลเกี่ยวกับ bipolar ค่ะ เพราะอยากรู้ว่ามันคืออะไร เพราะมีผู้ชายคนนึงที่เคยคบด้วย อารมณ์รุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ก็เลยอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง

 แต่พอได้อ่านข้อมูลแล้ว ก็รู้สึกได้ว่าเราก็เป็นเหมือนกัน

ใจนึงก็โล่งนะคะ ที่รู้แล้วว่าเราเป็นอะไรกันแน่ หลังจากที่เคยตั้งคำถามกับตัวเองมาตลอดตั้งแต่วัยรุ่น

แต่อีกใจนึงก็รู้สึกว่า นี่เราป่วยเหรอ และมันก็ต้องเป็นตลอดชีวิตด้วยสิ

คำถามก็คือ แล้วคนปกติที่เค้าไม่เป็นโรคนี้เค้าเป็นยังไงเหรอคะ ในเมื่อคนเราก็ต้องมีช่วงชีวิตที่ดีและไม่ดี ก็ต้องสุขสม คึกคัก หรือเศร้าเป็นธรรมดา แล้วอะไรที่ทำให้แยกคนที่เป็น bipolar ออกจากคนปกติคะ เกณฑ์อะไรที่ชัดเจนที่สุด

อีกเรื่องนะคะ คุณหมอเคยเข้าเว็บไซท์หรืออ่านงานของคุณ David Oliver มั้ยคะ บีมอยากทราบว่า คุณหมอคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับงานของคุณ David ลองเข้าไปดูเว็บนี้นะคะ

http://www.bipolarcentral.com/debtletter/?utm_source=bipolarcentral&utm_medium=link&utm_campaign=catalog

ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ที่สละเวลาอันมีค่าอ่านจดหมายนี้จนจบ และหวังว่าจะได้คำตอบจากคุณหมอเร็วๆนี้นะคะ

MicroMac
IP: xxx.26.239.93
เขียนเมื่อ Sat Dec 15 2007 09:32:09 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เป็นโรคนี้อยู่ครับ เป็นมานานมาก แต่ไม่รู้ตัวว่าเป็น แต่ก่อนเป็นแค่อาการซึมเศร้ามั้ง  แต่พักหลังรู้สึกแปลกๆ บ่อยขึ้น ร้องไห้ หัวเราะ ภายในวันเดียวกัน หลายๆ รอบ ( มีขาขึ้นและขาลง) แต่ส่วนมาก พอดี มีแฟนเป็นหมอ เค้าเลย สังเกตุว่าผมมีอาการ

แล้วตอนนี้ก็มีอาการทางประสาท คือเหมือนหลุดไปในโลกที่เราเห็นเพียงคนเดียว( มันหลอน ) แต่ก็กลับมา อยู่ปัจจุบัน บ้าง ตอนมีอาการหลอนจะ เหมือนจริงทุกอย่าง จับต้องได้ ไปไหนมาไหน เหมือนจริงทุกอย่าง ทั่งๆที่ไม่ได้ทำไรเลย.... 

อาจารย์จิตแพทย์ ของแฟนผม บอกว่า ผมต้อง รักษา 5 ปี สมควรที่จะดรอบเรียน ( เรียนวิศวะ ตรรกะ จะ ลดลง การคิดวิเคราห์ จะลดลงมาก ) ต้องกินยา ประจำ

แต่ผลข้างเคียงคือ ง่วง เพลีย เบลอ

มียาอีกตัว ไม่มีผลข้างเคียง แต่ว่า ราคา ราวๆ เดือนละ หมื่น กว่าๆ ( รักษา 5 ปี คงไม่ไหว ) ที่บ้านนไม่ได้รวย ก็เลยต้องทน สู้กับยา สู้กับความง่วงเอง แต่สักพักใหญ่ๆ บางคนจะปรับตัวได้ จะง่วง เบลอน้อยลงได้ครับ ( หมอบอกมาแบบนี้ ไม่รุ้ว่า ถูกต้องมั้ย )

                     อยากคุยกะผม @ มาได้นะ

teerawit_55@hotmail.com

pearl
IP: xxx.120.203.109
เขียนเมื่อ Fri Dec 21 2007 00:17:37 GMT+0700 (ICT)
เจ้าตัวไม่ยอมรับ เคยเป็นเเล้วกินยา เเต่หลังๆก็ไม่ยอมกิน
ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย รู้สึกเบื่อหน่ายไปหมด อาการซึมเศร้า หงุดหงิด อาหารการกินก็ไม่สนใจเป็นบางครั้ง เขาจะนั่งอยู่เฉยๆ ได้เป็นชั่วโมงๆ ความจำก็แย่ลง มักหลงๆ ลืมๆ ใจลอย นอนตลอด... เพราะงานการทำไม่ได้ มีปัญหาครอบครัว และ เงินทอง เเละอื่นได้เงินก้มาใช้มาก ต้องการคำแนะนำด่วน ขอบคุณค่ะ
abstract
IP: xxx.113.40.71
เขียนเมื่อ Sat Dec 29 2007 01:51:48 GMT+0700 (ICT)

รบกวนถามโรคที่เกี่ยวภษาไทยบอกว่า หลุดออกจากความจริงค่ะ (out of the reality)

เรน
IP: xxx.154.28.230
เขียนเมื่อ Thu Jun 05 2008 21:53:34 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเป็นโรคนี้จะรักษายังไง แล้วจะหายมั้ย

ffyre
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Tue Aug 12 2008 23:16:58 GMT+0700 (ICT)

I've been a bipolar for six years now. Currently I'm trying to complete my Bachelor's Degree, and this disorder really makes my life a lot harder. I've been on medications for about two years and it's not getting better. I've seen around 6 psychiatrists already. Some said I'm having bipolar II, but some said I'm having bipolar I. It's all so confusing. Right now I'm depressed beyond words. I have no idea what to do. I've changed so much, physicall and emotionally. I lost 16 lbs in two months. I isolate myself from my family and friends. I feel like I've lost control of my life.

So for those of you, normal people, it's okay if you don't understand the people who are having bipolar disorder. But please do understand that bipolars have serious problems that they can't get rid of, so please don't hate them for who they are though somethings bipolars, like me, might do you wrong unintentionally because they counldn't control it. Imagine if they actually could control it they wouldn't need medications and pyschiatrist.

To people with bipolars. It's okay to be weak, but on the inside you must be strong to overcome this. Right now I'm weak myself. The past few years my tears ran dry. Remember than you're not alone in this world.

จิ๊บ
IP: xxx.9.170.226
เขียนเมื่อ Fri Jun 12 2009 23:39:13 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาติเอาข้อมูลไปลงให้น้องคนนึงซึ่งเค้าเป็นโรคนี้ได้อ่านนะคะhttp://ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=84694&PN=1

pkt
IP: xxx.11.42.148
เขียนเมื่อ Sun Aug 09 2009 22:32:30 GMT+0700 (ICT)

เรากำลังเป็นโรคนี้อยู่ ขนาดตัวเองเป็นหมอ ยังเอาตัวไม่รอด

แถมยังถูกอาจารย์ประจำวิชาที่เรียนแจ้งว่าอยากให้ออกจากการเรียนด้วย

บอกว่าควรไปเรียนอย่างอื่น แถมมองด้วยสายตาสมเพศนิดๆ ตอนที่เราร้องไห้ด้วย

แย่ชะมัด มีแต่จิตแพทย์ที่รักษาอยู่ที่เข้าใจ

และก็มีแม่ที่รักและยอมรับการตัดสินใจของลูก แม่บอกว่า ไม่อายที่มีลูกเป็นหมอ

ที่กำลังป่วยเป็นโรคจิต

ตอนนี้กำลังพยายามปรับตัว และก็ปรับยาอยู่ ปรับเองบ้างจากข้อมูลที่มี

แต่จิตแพทย์รู้ทีไร โดนดุทุกทีเลย แหะแหะ ก็เค้าเป็นหมอเหมือนกันนี่

กำลังว่าจะเลิกเรียนแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำไงดี

ถ้าลาออก ไปทำงานเหมือนเดิม งานจะออกมาดีเหมือนเดิมหรือเปล่า ก็กังวลอยู่

แต่ก็ยังอยากเป็นหมอต่อไป เพราะอยากรักษาคนไข้ แม่ว่าตอนนี้กำลังเป็นคนไข้อยู่

ก็กะว่า ถ้ารักษาหายแล้วค่อยทำงานนะ คนอ่าน อย่าคิดมากน่า

TONY
IP: xxx.128.196.167
เขียนเมื่อ Tue Mar 02 2010 11:04:17 GMT+0700 (ICT)

มีญาติที่ป่วยด้วยโรคนี้ เป็นมาหลายปีแล้ว รักษาไม่หายสักที อีกทั้งผู้ป่วยเองเป็นคนดื้อไม่ยอมทำตามคำแนะนำของหมอ เช่น การปรับอารมณ์ จะทำอย่างไรได้บ้างค่ะ มีวิธีไหนที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหายจากโรคนี้ได้ นอกจะทานยา

recovery
IP: xxx.173.171.40
เขียนเมื่อ Sat Apr 24 2010 01:02:46 GMT+0700 (ICT)

รักษาหายโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ต้องกินยาครับ 0840643557

Nong
IP: xxx.180.7.144
เขียนเมื่อ Fri Jul 23 2010 14:29:16 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคนี้เหมือนกันค่ะ รักษามาปีกว่าแล้ว อารมณ์นิ่งขึ้น แต่ยังคงรู้สึกเสียใจ และรู้สึกผิด คือช่วงที่ mania แล้วทำร้ายคุณพ่อ - คุณแม่ แล้วก็พูดกับท่านด้วยถ้อยคำที่แย่มากๆ คือท่านเองก็คงไม่ทราบว่า เวลาลูกคลั่งแล้วท่านควรจะทำอย่างไร การพยายามมาจับตัวไว้ หรือตวาดเราให้ได้สติมันใช้ไม่ได้ผลนะคะ เพราะตอนนั้นเราบ้าไปแล้ว ยิ่งทำอย่างนั้น ก็เหมือนราดน้ำมันเข้ากองเพลิงเลยหล่ะค่ะ เคยไปอาละวาดกับคุณหมอ(จิตแพทย์ที่รักษาเราจนถึงทุกวันนี้นั่นแหละ) ทุบโต๊ะคุณหมอ แต่คุณหมอเค้านิ่งนะคะ เราก็เลยสงบไปเอง ถ้ามีญาติ หรือพ่อแม่ที่ต้องดูแลลูกหลานที่ป่วยเป็นโรคนี้ แล้วอ่านอยู่อยากให้เข้าใจว่าเวลาผู้ป่วยอาละวาด แค่ท่านเฉยๆไว้คุมเกมอยู่ห่างๆก็พอค่ะ เราเชื่อว่าเดี๋ยวสักพักผู้ป่วยจะสงบลงเองได้ อย่าใช้กำลัง หรือใช้คำพูดรุนแรงเพื่อหยุดผู้ป่วยมันให้ผลในทางตรงกันข้ามค่ะ แล้วผู้ป่วยอาจจะทำอะไรลงไปโดยขาดความยั้งคิดก็ได้ สุดท้ายแล้วก็จะเสียใจกันทั้งสองฝาย

IP: xxx.172.127.8
เขียนเมื่อ Tue Aug 10 2010 22:42:11 GMT+0700 (ICT)

เราเป็นศาสตราจารย์ดอกเตอร์ทางอภิปรัชญาซึ่งเป็นรากฐานแก่วิชาจิตวิทยาศาสตร์ โรค Bi Polar แพทย์ในยุคดึกดำบรรพ์เขาเอาไว้เรียกคนติดยาเสพติด (ตัวแทนจากหลุมดำใจกลางกาแล็คซี่) ซึ่งในสภาพจิตใจอย่างแท้จริงแล้วเขายังคงเทิดทูนดวงอาทิตย์อยู่ Polar หมายถึงองค์ปรากฏการณ์สำคัญในห้วงอวกาศ ดวงอาทิตย์ และหลุมดำ หากใครคนใดคนหนึ่งกินยาเสพติดจะทำให้อายุของดวงอาทิตย์สั้นลง เพราะเขาเหล่านั้นจะต้องถูกรักษาด้วยทองคำเปลวป่นด้วยเทคโนโลยีนาโน ทำให้อาณาเขตแมกม่ากินเนื้อที่บริเวณใจกลางดวงอาทิตย์ (Core) ลักษณะทางกายภาพของคนที่ป่วยเป็นโรคนี้คือ กลัวดวงอาทิตย์ดับเร็ว หรือกลัวว่าจะทำให้เพื่อนมนุษย์กลายพันธ์หมู่ เกี่ยวกับยีนของมนุษย์ทุกคนในโลก เพราะยาเสพติดให้โทษมีช่วงพลังงานหลุมดำที่หน่วงเหนี่ยวเชิงลบรุนแรงมหึมามากๆ อาการของผู้ป่วยรู้ๆกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร ท้ายที่สุดก็จะไปเกิดเป็น ดาวน์ซินโดรม ปากแหว่งเพดานโหว่ และสังข์ทอง หรือโรคฝาแฝด หรือไม่ครบ 32 นั่นเอง สมัยก่อนไม่มีเครื่องป่นทองคำ ให้กินโสมและตังกุยเพื่อรักษา แต่สมัยนี้รักษาด้วยทองคำป่นระดับนาโน มีข้อเสียคือ ดวงอาทิตย์เกิดปรากฏการณ์ Big Bang เร็วขึ้น

ครูอิน
IP: xxx.52.186.248
เขียนเมื่อ Fri Nov 12 2010 13:23:55 GMT+0700 (ICT)

มีลูกสาววัย 10 ขวบ ลักษณะอารมณ์ปวนแปรง่ายคือซึมเศร้าและโวยวาย เดียวอารมณ์ดีเดียวอารมณ์ร้ายชอบรังแกน้องแต่บางครั้งเหมือนเด็กปกติ อยากไปพบจิตแพทย์แต่ไม่รู้จะปรึกษาใครดีช่วยบอกข้อมูลด้วยคะ

nok
IP: xxx.194.203.11
เขียนเมื่อ Mon Nov 15 2010 05:51:48 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคนี้มา๑๓ปีแล้ว อาการก่ำเริบมาก๓ครั้ง เราต้องกินยาตลอดชีวิต สงสารแต่ลูกไม่รู้จะเป็นกรรมพันธ์๋รึเปล่า ดอนหลังคลอดน้องก็มีอาการซึมเศร้ารุนแรงจนเกือบเลี้ยงน้องไม่ไหว ๔อาทิตย์ถึงหาย ตอนนี้กินยา Seroquel 200mg ๑ ครั้งก่อนนอน ไม่ทราบว่ายาตัวนี้มีผลต่อการรักษาอย่างไรคะ ฟังหมอฝร่ังไม่เข้าใจ

nana
IP: xxx.8.135.137
เขียนเมื่อ Thu Nov 25 2010 11:55:09 GMT+0700 (ICT)

เล่นกีฬา หาอะไรที่ชอบทำ มีความสุขกับการทำงาน ทานยาปรับสารสื่อประสาทในสมองให้สมดุลสักระยะ แล้วแต่อาการ ถ้าทานยาแล้วมีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ ก็ปรึกษาแพทย์ขอให้ปรับยาใหม่ให้ ถ้าไม่ชอบแพทย์ที่รักษาอยู่ก็ลองเปลี่ยนแพทย์เป็นท่านอื่น ....แล้วชีวิตก็กลับมาเป็นปกตินะคะ เป็น Bipolar ไม่ทำให้สมองช้าลงนะคะ คิดวิเคราะห์ได้เหมือนคนปกติค่ะ เรียนหรือทำงานได้เหมือนคนทั่วไปค่ะ

ตอนนี้ก็เป็น bipolar อยู่ค่ะ นอกจากเป็น Bipolar ก็ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ยังแก้ไม่ตก ... แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป เป็นกำลังใจให้กับคนที่เป็น Bipolar ทุกคนนะคะ

นานา

Bipolar_fun
IP: xxx.9.162.217
เขียนเมื่อ Mon Nov 29 2010 07:06:56 GMT+0700 (ICT)

i have bipolar too. but i spend my life everyday with fun really .i had medication for awhile then i designed to throw those pills away 'caz of their 's a lot of affect. After that i tried to control my emotion by when i get mad .. i will know my mind and considering why i get mad and then leave it . try listening what Buddha teaching then u will control your emotion and become better really ,, think everytime that you are normal ,you are not sick ...you are strong .

คิด
IP: xxx.207.14.41
เขียนเมื่อ Mon Dec 20 2010 12:57:04 GMT+0700 (ICT)

ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นหรือปล่าว พอดีช่วงที่ผ่านมามีอาการท้อแท้สิ้นหวัง เลยไปพบหมอ

หมอก็ได้ให้ยาลดความเคลียดมา คือเวลาหมอสัมพาทผมจะตอบคำถามไม่ค่อยตรงความจริงเลยสักเท่าไหร

อาการของผมช่วงเช้าผมจะเหมือนเป็นคนไม่มีเหตุผล คิดไม่ได้ว่าสิ่งทำไปมันจะมีผลกระทบตามมา

พอช่วงบ่ายๆ ผมจะเป็นคึกคักพูดคล่อง แต่จะรู้สึกท้อแท้มากช่วงวันจันทร์ ก่อนไปโรงเรียน

พอดีก่อนที่จะมีอาการพวกนี้รุ่นแรง ผมเจอกับปัญหาเรื่องส่วนตัว มาคับ

เลยอยากรู้ว่าอาการผมเข้าค่ายบ้างหรือปล่าว

น้องต่าย
IP: xxx.29.4.251
เขียนเมื่อ Tue Dec 28 2010 16:46:56 GMT+0700 (ICT)

ก็เป็นคนนึงที่เป้นโรคนี้อยู่นะค่ะ ถามว่าเบื่อไหมกับการเป็นโรคนี้ เบื่อมากค่าแล้วเคยทำอะไรหลายอย่างเพื่อจะให้พ้นไปจากชีวิตนี้สักที เท่าที่จำได้ ทั้้งหมด 20 ครั้งแต่ก็ไม่ตาย เลยเปลี่ยนความคิดใหม่พยายามอยู่กับมัน ซึ่งน่าภาคภูมิใจอยู่เรื่องนึงที่พ่อและแม่ให้กำลังใจและแม่ขอสัญญาไว้ว่า ถ้าจะเป็นอะไรไป ให้ทำอะไรให้กับบ้านเมืองสะก่อน เพราะฉะนั้นช่วงมีอาการเปลี่ยนแปลงตัวเราจะไม่รู้เลยแต่ คนที่สนิท ที่สุดจะพบก่อนคนอื่นแล้วจะคอย เฝ้าดูอยู่ห่างๆๆ

แต่ก็มีบางกรณีที่ บางครั้งมีคนหลายประเภทที่ไม่เข้าใจแล้วเค้าก็จะต่อว่าจนบางครั้งถึงกับถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้เข้าใจ แต่จนแล้วจนรอด ก็ ปล่อยให้เค้าเข้าใจในสิ่งที่เค้าอยากเข้าใจนั่นแหละ เพราะบางครั้งคนที่เป็นโรคนี้อย่างดิฉันแล้วต้องทนกับมันมาเกือบ 7 ปีคงจะรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของดิฉันดีแต่ไม่ว่ายังไง ท่องไว้เถอะว่ามันจะตามหลอกหลอนคุณไปตลอดชีวิต จงรับสภาพให้ได้ เท่านั้นเอง เพราะยิ่งช่วงที่เป็น ทั้งสองขั้วเลย ก็มี และคนรอบข้างก็อาจไม่เข้าใจ โดยที่เราก็ต้องปล่อยมันไปเพราะเริ่มเบื่อกับคำถามที่ ว่าเราป่วยจริงรึเปล่า รึแกล้งป่วย แล้วโรคที่เราเป็นใช้เงินในการรักษามากถ้า คนคนนั้นไม่ตอบสนองกับยาในกลุ่มที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่ง ทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ทุก15 วัน ก็ได้ยามา ที่ส่งมาจากเยอร์มัน 15 วันก็ 25,000 บาท เองมียาไม่กี่เม็ด แต่ต้องกินตามเวลา ห้ามขาด ถ้าขาดไปครั้งนึงหมอบอกว่า การควบคุมอาการจะยากขึ้นเป็น2 เท่า ฟังแล้วน่าเบื่อเนอะ เพราะงั้นของจบการบ่นเท่านี้

IP: xxx.120.3.180
เขียนเมื่อ Sun Jan 09 2011 07:33:10 GMT+0700 (ICT)

Try this one, you might see another side of the meaning "Bipolar"

http://www.youtube.com/watch?v=PSvKByYOPdo

IP: xxx.120.3.180
เขียนเมื่อ Sun Jan 09 2011 08:48:28 GMT+0700 (ICT)

Not all the time "being crazy" is crazy and useless.

Not all the time "being different" means it is a sickness.

Not all the time "having without clues" means you have to fix it.

Not all the time society judges you and you have to listen and believe it.

The point is how you deal with it and what you do after you have it.

Coins always have two sides.

If you think you're crazy from the mental problem (ruin your life and ppl around you life's) then go to see doctor and get help, don't be stubborn, its not a shame, its just life.

.

But if you think you're not crazy, and you are conscious enough to see what is right and what is wrong, so better you check yourself and check your thoughts again if the way ppl and yourself think that you're different is you're crazy being problem and do destroy, or you're gifted being inspired and do create.

Don't close your mind just becos "it doesn't seem right". There're such things which the great scientists don't know and reject to know becos "there's no prove". So don't lock yourself to accept only what's writtien in the study books.

No matter you have problem or not, but to learn and to read more never hurt anyone.

You need to have a good grade to get into a good University, buut you don't need it to get a good life.

Its never be too much or useless to learn and know more. Knowledge is for everyone.

Check this out, it might give you some ideas.

http://www.reconnections.net/schizo_shamanic.htm

ดา
IP: xxx.109.129.92
เขียนเมื่อ Sun May 15 2011 23:51:05 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้เครียดมาก เป็นโรคนี้แน่ๆ มีลูกชาย 1 คน อายุ 4 ขวบ ที่ผ่านมาไม่ชอบเสียงดัง ทนไม่ได้ถ้าได้ยินเวลาลูกเคาะหรือเล่นอะไรแรงๆ ก็จะโกรธเค้า ดุด่า ถ้าไม่หยุดก็จะทำร้ายร่างกายลูก บางครั้งควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คลั่งเหมือนคนบ้า

ยังเคยเตะลูกเลย สามีไม่อยู่ต้องทำงาน ไม่เคยได้อยู่ด้วยกันเลยตั้งแต่มีลูก ปีนึงเจอกันไม่ถึง 10 คร้ง ต้องกัดปากตัวเองบ้างครั้งกัดแรงจนเลือดออกก็มีจะได้สติ อยากไปปรึกษาจิตเวชแต่ไม่รู้ว่าที่ไหน กลัวคนอื่นไม่ยอมรับเพราะเป็นชาวพุทธ บางครั้งมีความรู้สึกว่าตัวเองคงบาปหนา ที่เกิดมาเป็นอย่างนี้ สงสารลูกจังกลัวเค้าซึมซับความรุนแรง จะนอนกอดเค้าแล้วขอโทษตลอดเวลาที่ทำผิด

ไม่รู้ว่าทำไมต้องรุนแรงกับลูกตัวเอง คิดว่าตัวเองเป็นแม่ที่เลวมากค่ะ ปัจจุบันนี้ก็ทะเลาะกับคนรอบข้างไปหมดจนจะไม่มีบ้านอยู่แล้ว

ท่านใดรู้จักหมอจิตเวชดีๆ แนะนำให้หน่อยค่ะไม่ไหวแล้ว ส่งมาทางอีเมล์ก็ได้ ขอบคุณที่ช่วยเหลือล่วงหน้า

ดา
IP: xxx.109.129.92
เขียนเมื่อ Sun May 15 2011 23:55:14 GMT+0700 (ICT)

อีเมล์ของดา w_wekin@yahoo.com

JJ
IP: xxx.121.151.205
เขียนเมื่อ Sun May 22 2011 23:21:59 GMT+0700 (ICT)

มีใครลองศึกษาเรื่อง NLP - Neuro-Linguistic Programming บ้างรึป่าวครับ

ลองศึกษาดูใน www.CompassNLP.com

NLP ย่อมาจาก Neuro-Linguistic ProgrammingNLP คือเทคนิคการจัดพฤติกรรมของสมองและจิตใต้สำนึก (Neuro) โดยใช้ชุดภาษาพูดและทางกาย ( Linguistic) เพื่อช่วยให้บุคคลแปลความสิ่งที่มากระทบใหม่ แล้วตอบสนองเป็นพฤติกรรมใหม่ที่ดีเป็นประโยชน์กับชีวิต (Programming)NLP มักใช้การทำคลื่นสมองให้อยู่ในภาวะที่เหมาะกับการสร้างความเปลี่ยนแปลง

อ่านต่อได้ที่

http://www.compassnlp.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad-nlp/

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม email มาได้ ที่ jjetkultorn@gmail.com

JJ - CompassNLP Life Coach

Licensed NLP Practitioner

Sonic boom
IP: xxx.49.233.181
เขียนเมื่อ Sat Oct 08 2011 21:12:26 GMT+0700 (ICT)

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นโรคนี้ล่ะ บางครั้งอาจเป็นเพราะแค่เครียดถูกไหม?

แต่ถ้าเป็นจริงๆ มันจะอันตรายไหม? จาหายได้หรือเปล่า?

rom
IP: xxx.168.148.203
เขียนเมื่อ Sat Mar 09 2013 23:30:35 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคไบโพล่ามา3ปีแล้วคะตอนนี้กินยาseroquel200mgและencourateปัญหาอยู่ที่ว่าความจำไม่ดีสมองเสื่อมใครพอจะมีวิธีมั้ยคะให้ความจำกลับมาดีขึ้นเพราะตอนนี้ใช้ชีวิตแบบใจเสียมากกลัวจะเป็นโรคเอ๋อในอนาคตยอมรับไม่ได้คะอยู่อย่างทรมานมากทุกข์ใจมากเลยตอนนี้ไม่ขออะไรแล้วขอให้ความจำกลับมาดีเหมือนเดิมก็พอแล้ว

montri
IP: xxx.5.131.33
เขียนเมื่อ Thu Mar 28 2013 01:08:01 GMT+0700 (ICT)

ผมป่วยเมื่อไรไม่รู้ แต่รักษาเอาตอนปี 53 กินยาdepakin มาตลอด เคยเบื่อกินยา เพราะก็ไม่เห็นตัวเองจะผิดปกติอะไร หยุดได้10วัน ก็เป็นไมแกรน ตามด้วยโรคหายใจเกิน จนต้องเข้าโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือ หมอบอกสาเหตุจากความเครียด ผมเลยบอกหมอว่าผมเป็นbipolar หยุดยาเอง หมอก็เลยว่าเอาแล้วสั่งให้กลับไปพบจิตแพทย์ประจำตัว เข็ดเลยไม่กล้าหยุดยาเองอีก ไม่นึกว่าผลจะรุนแรง

จิล
IP: xxx.7.128.64
เขียนเมื่อ Wed Jul 03 2013 15:58:27 GMT+0700 (ICT)

ถ้าลืมกินยา แล้วมีอาการหลับๆตื่นๆ คลื่นไส้ นอนพักก็ยังหลับๆตื่นๆ ควรทำยังไงคะ

P
IP: xxx.24.118.56
เขียนเมื่อ Sun Jul 28 2013 02:23:03 GMT+0700 (ICT)

กราบเรียนถามคุณหมอหน่อยค่ะ

หลานชายอายุ20 เป็นเด็กเรียนเก่งคิดเลขเก่งฉลาดน่ารักตั้งแต่เด็กๆ

แต่พอช่วงมัธยม4มีอาการผิดปกติหนีออกจากบ้านปั่นจักยานจากปิ่นเกล้าหาน้าที่สมุทรปราการเพราะคิดว่าไม่มีคนรักเค้าเพราะบอกว่าถ้าไม่เรียนหนังสือจะไล่ออกจากบ้านพอพาไปหาหมอที่รพ.จุฬาคุณหมอบอกว่าเป็นไบโพล่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมากินยาไบโพล่าทั้งกระปุกฆ่าตัวตายเนื่องจากไม่ยอใให้วางคอมไว้ที่ที่เค้าอยากได้

โชคดีล้างท้องทันแต่ความจำแย่ลงจำไม่ค่อยได้บอกว่าเมื่อวานทำไม่ไม่มาเยี่ยมทั้งที่ไปเยี่ยมและชอบถามซำ้คำถามเดิมที่บ้านรักเค้ามากตามใจเพราะเป็นหลานคนเดียวในบ้านรู้สึกสงสารเค้าและกลุ้มใจมากอยากให้เค้ากลับไปเรียนมหาลัยต่อให้จบ กลัวว่าถ้าในอนาคตเค้าจะอยู่อย่างไรถ้าพวกดิฉันไม่อยู่กับเค้าแล้วบางครั้งกังวลและรู้สึกหงุดงิดขู่เค้าว่าถ้าไม่เรียนจะไม่มีอนาคตเหมือนเด็กข้างบ้านพอพ่อแม่ตายเป็นเด็กเร่รอน

อยากเรียนถามคุณหมอว่าโรคนี้เกิดจากสาเหตุอะไรค่ะเพราะหลานมีอาการปกติทุกอย่างจนกระทั่งอยู่มัธยม4เคยเป็นนักกีฬาเทควันโด้สายดำให้โรงเรียน

ตอนอยู่มัธยมต้นและเรียนได้เกรด3กว่าก่อนมาเป็นโรคนี้ตอนนี้อ่านหนังสือได้ไม่กี่หน้าก็วางเบื่อง่ายบางครังalertตลอดเวลา

ไม่อยู่นิ่งรื้นชั้นหนังสือตะจัดใหม่แต่ไม่สำเร็จเคยไปสมัครงานหลายที่ทำๆด้ไม่กี่วันก็ไม่ยอมไปทำบอกว่าไม่ชอบพี่ที่ทำวานคนหนึ่งรับกับสภาพความเป็รจริงไม่ได้คแต่เป็นเด็กมีนำ้ใจชอบอาสาจิตใจดีขี้สงสารผู้อื่น

คุณหมอค่ะเค้าจะสามารถเรียนต่อและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้หรือเปล่าค่ะมีโอกาสหายจากโรคนี้หรือเปล่าค่ะควรจะปฏิบัติกับเค้าอย่างไรดีคะ

 

จะรอคำชี้แนะจากคุณหมอด้วยความหวังค่ะ

 

 

ขอบพระคุณคุณหมอล่วงหน้าค่ะ

P

 

 

 

http://www.co%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3/%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%84

 

 

 

 

 

นี
IP: xxx.78.184.10
เขียนเมื่อ Thu Oct 10 2013 13:53:49 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวอายุ 12 เพิ่งเป็นค่ะ กินลิเทียม 1 เม็ด เช้า เย็น รู้สึกเศร้าใจมาก

ปลาวาฬ
IP: xxx.154.246.98
เขียนเมื่อ Sun Oct 27 2013 14:26:35 GMT+0700 (ICT)

สวัสดี ตอนนนี้คิดว่าตัวเองประสบปัญหานี้อยู่ค่ะ หนูซึมเศร้ามากตอนน้รู้สึกว่าตัวเองปัญหารุมเร้าหลายเรื่อง อะไร ก็เหมือนขาดสติค่ะ ส่วนอาการร้องให้นี่เป็นบ่อยค่ะ เอาแบบว่าร้องไห้เป็นวาาเล่นเลยค่ะคิดอะไรก็ไม่ปรึกษาคัย ส่วนมากก็จะเขียนเป็นไดอะรี่สะมากกว่าเพราะไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าเราเป็นภาระ อีกอย่างรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่า ไม่อยากคุย จากทีเคยกินเก่งก็เหมือนไม่ค่อยทาน คลายอาการเบื่อทุกอย่าง ชอบคิดซ้ำไปซ้ำมาค่ะ วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ เคยฆ่าตัวตายครั้งหนึ่งงค่ะเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมาโดยการกินยาค่ะแต่เพื่อนพาส่งโรงพยาบาลทันค่ะ หมอบบอกว่าหนูเข้าขั้นโรคจิตและมีอาการเกี่ยวกับประสาท รบเร้าจะคุยกะแม่แต่ไม่ยอม และไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ยังไง แต่ตอนนี้หนูคิดว่าหนูน่าจะมีอาการอะไรสักอย่างค่ะ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า