อาการของโรคจิตเภท

 อาการของโรคมีอยู่ 3-4 กลุ่มอาการ ไม่ใช่แค่หูแว่วเท่านั้น 

อาการของโรคจิตเภทอาจแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ  ได้แก่ อาการด้านบวก (positive symptoms) คือการมีลักษณะบางอย่างที่คนอื่นๆ ไม่มีกัน และอาการด้านลบ (negative symptoms) คือการขาดลักษณะบางอย่างที่คนอื่นๆ มีกันตามปกติ   อาการทั้ง 2 กลุ่มนี้มีความเป็นไปของอาการและตอบสนองต่อการรักษาต่างกันบ้าง  แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องมีอาการในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น โดยทั่วไปในระยะแรกกลุ่มอาการด้านบวกจะค่อนข้างเด่นโดยอาจมีอาการในกลุ่มอาการด้านลบบ้างเล็กน้อย ขณะที่ในระยะหลังๆ กลุ่มอาการด้านบวกจะซาลง ลักษณะของกลุ่มอากรด้านลบจะเด่นขึ้น อาการอีกสองกลุ่มที่สำคัญในโรคจิตเภทได้แก่อาการทางอารมณ์และอาการทางความคิดอ่าน ระยะหลังมีบทความเกี่ยวกับโรคจิตเภทพูดถึงอาการกลุ่มความคิดอ่าน (cognitive symptoms) กันมากขึ้น ผู้เขียนจึงกล่าวถึงอาการในกลุ่มนี้อีกกลุ่มหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามอาการในกลุ่มความคิดอ่านนี้บางอาการอาจจัดอยู่ในกลุ่มอาการด้านบวก หรือบางอาการจัดอยู่ในกลุ่มอาการด้านลบ ก็ได้

1. กลุ่มอาการด้านบวก

เป็นอาการที่มักพบในระยะอาการกำเริบ และเป็นลักษณะที่โดยทั่วไปจะมองออกว่าเขาผิดปกติไป หรือเป็นโรคจิต  อาการที่พบบ่อยได้แก่อาการหลงผิดและประสาทหลอน ในบางคนอาจพบมีลักษณะพูดจาไม่รู้เรื่องบ้าง

. อาการหลงผิด 
           อาการหลงผิดได้แก่การที่เขามีความเชื่อที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยความเชื่อนี้จะฝังแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะมีข้อมูลหลักฐานอื่นๆ มาหักล้างมากมายเท่าไดก็ตาม อาการหลงผิดเป็นอาการเด่นของโรคจิตเภทโดยเฉพาะในระยะโรคกำเริบ ซึ่งมีเนื้อหาหลากหลายตามแต่ประสบการณ์ของคนๆ นั้น อาการหลงผิดที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่           
          
หลงผิดว่าพฤติกรรมของคนอื่น เหตุการณ์ต่างๆ มีความหมายเกี่ยวข้องกับตนเอง  เขาจะโยงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับตนเอง เห็นสัญลักษณ์ที่ต้องการสื่อกับตนเองแฝงอยู่ในที่ต่างๆ ที่ตนเอผ่านไป  เป็นความหลงผิดที่พบได้บ่อยในโรคจิตเภท เช่น ขณะดูโทรทัศน์ผู้ประกาศข่าวอ่านข่าวการระบาดของไข้หวัดนก เขาเกิดความรู้สึกว่าผู้ประกาศข่าวต้องการสื่อข่าวนี้ถึงเขา เพราะเขาเพิ่งพบเพื่อนที่เป็นเจ้าของเล้าไก่เมื่อเช้านี้ หรือ ขณะขึ้นรถเมล์เห็นคนอ่านนิตยสารหน้าปกสีแดง พอลงจากรถเมล์ก็พบป้ายกาชาด ก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาว่ามีคนต้องการให้ตนเองบริจาคเลือดเป็นการด่วน  หรือเห็นคนคุยกันไกลๆ ขณะรอรถเมล์ก็คิดว่าคนๆ นั้นพูดถึงตนเอง แต่ที่ไม่มองตนเองเพราะกลัวว่าเขาจะรู้ เป็นต้น
           
            
หลงผิดว่ามีคนปองร้ายตนเอง เขารู้สึกว่ามีผู้ไม่หวังดีต่อตนเอง อาจเป็นคนที่เขารู้จักเช่นคนในที่ทำงาน ญาติ หรืออาจเป็นใครที่เขาเองก็บอกได้ไม่แน่ชัด การแสดงออกของความไม่หวังดีมีตั้งแต่พยายามกลั่นแกล้ง กดดันให้เขารู้สึกเครียด ทรมานจิตใจจนทนไม่ได้ หรืออาจส่งคนคอยติดตามเขาจะได้รู้ว่าเขาทำอะไรบ้าง ไปจนถึงมีคนคอยจะทำร้ายเขา จนต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าไปไหน
           นวลกลับเข้ามาในที่ทำงาน หลังจากกินข้าวเที่ยง พบว่ามีแก้วน้ำที่คนกินไม่หมดวางบนโต๊ะของตนเอง เธอรู้ทันทีว่านี่เป็นสัญญาณบอกกับเธอว่าต่อไปให้ระวังการกินน้ำและอาหาร เพราะอาจมีคนแอบปนยาพิษลงไป เมื่อเธอมองไปที่หน้าต่างก็เห็นพนักงานคนหนึ่งซึ่งเพิ่งมาทำงานได้ 2  อาทิตย์กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เธอก็ทราบว่าเป็นเขานี่ เองที่พยายามส่งสัญญาณเตือนเธอ และเขาเองก็เกรงอันตรายเหมือนกัน เลยทำเป็นอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่สนใจเธอ
            หลงผิดว่าตนมีความสำคัญหรือมีความสามารถ  เช่น สามารถอ่านใจผู้อื่นได้ สามารถพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าในอนาคตได้ หรือส่งฟ้าฝนให้ตกลงมาได้ บ้างก็หลงผิดว่าตนเองเป็นญาติหรือเป็นคนสนิทของบุคคลมีชื่อเสียง มีอำนาจที่ทุกคนต้องเชื่อฟังเขาเพราะถ้าเขาแค่บอกเพื่อนคนนั้นคนที่เขาไม่พอใจก็จะตกอยู่ในอันตรายได้  บางครั้งก็หลงผิดเชื่อมโยงไปกับเรื่องทางศาสนาหรือประวัติศาสตร์ เช่น ตนเองบรรลุธรรมแล้วตอนนี้มีหน้าที่ต้องสั่งสอนผู้อื่น ชาติก่อนตนเองเป็นพระอรหันต์บางองค์ หรือเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ตอนนี้มาเพื่อกู้ประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติ เป็นต้น
            หลงผิดทางร่างกาย  เป็นการหลงผิดที่เกี่ยวข้องกับร่างกายทั้งหมด เช่น หลงผิดว่าตนเองตั้งครรภ์ถามเมื่อไรก็บอกว่าท้องได้ 5 เดือน เมื่อแย้งว่าปีที่แล้วเขาก็บอกอย่างนี้ถ้าตั้งครรภ์จริงก็น่าจะคลอดแล้ว เขาก็เฉยๆ ไป แต่สักพักก็พูดอีก  บ้างก็หลงผิดว่าตนเองเป็นโรคต่างๆ
            หลงผิดว่าตนเองถูกควบคุม เขาจะมีความรู้สึกว่าเขาไม่เป็นอิสระ การกระทำ ความคิด หรืออารมณ์ความรู้สึกของตนเองนั้นถูกควบคุมโดยอำนาจบางอย่างหรือคนบางคน โดยมาทำให้เขาต้องนอนนิ่งๆ หรือรู้สึกเศร้า โดยที่ฝืนอำนาจนี้ไม่ได้  การควบคุมนี้บางครั้งก็ผ่านมาทางกระแสจิต คลื่นวิทยุ หรือเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ 
          
หลงผิดแบบอื่นๆ  เช่น รู้สึกว่าไม่ว่าตนเองคิดอะไร คนรอบข้างรู้จะหมด เหมือนกับความคิดของตนเองเป็นคลื่นเสียงแผ่ออกไปภายนอก ทำให้เจ้าตัวไม่อยากอยู่ท่ามกลางคนมากๆ พยายามจะไม่คิดอะไร โดยเฉพาะการคิดในแง่ลบ    หรือเชื่อว่าคนใกล้ชิดเช่นภรรยา หรือพี่น้องไม่ใช่ตัวจริงแต่เป็นคนอื่น  หรือหลงผิดว่ามีคนหลงรักตนเอง โดยคนนั้นมักเป็นผู้ที่มีสถานะเหนือกว่า
 

อาการที่มักพบเฉพาะในโรคจิตเภท

1.     หูแว่วได้ยินเสียงคนมากกว่าสองคนถกเถียงหรือออกความคิดเห็นกัน โดยพูดถึงเรื่องของตนเอง
2.     หูแว่วเสียงพูดวิจารณ์การกระทำหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของตนเอง
3.     หูแว่วได้ยินเสียงดังขึ้นมาพร้อมๆ กันกับที่ตนเองคิด เนื้อหาใจความเหมือนกับที่ตนคิดทุกอย่าง บางคนบอกว่าเป็นเหมือนเสียงสะท้อนของความคิด
4.     รู้สึกว่าความคิดของตนเองแผ่กระจายออกไปภายนอก จนคนอื่น ๆ รอบข้างทราบกันหมดว่าตนเองคิดอะไรอยู่
5.     มีการรับรู้เป็นปกติ แต่ไปโยงเอาสิ่งที่รับรู้มาเข้ากับความหลงผิดของตนเองที่เกิดขึ้นมาในขณะเกิดเหตุการณ์นั้น ทั้งที่ไม่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น มองเห็นตำรวจโบกมือให้รถไป เกิดเชื่อขึ้นมาว่าตำรวจโบกมือเพื่อบอกว่าสามีจะต้องจากตนเองไปเร็วๆ นี้ 
6.     รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนเอง ร่วมไปกับเชื่อว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนเองนี้ เป็นมาจากการกระทำของบุคคลหรืออำนาจภายนอก
7.     รู้สึกว่าจู่ ๆ ความคิดเกิดหายไปกะทันหัน จากการที่มีบุคคลหรืออำนาจภายนอกมาดึงความคิดออกไป
8.     รู้สึกว่าความคิดที่มีนั้นไม่ใช่ความคิดของตนเอง หากแต่เป็นจากบุคคลหรืออำนาจภายนอกสอดแทรกความคิดนั้นเข้าสู่ตนเอง
9.     มีความเชื่อว่าอารมณ์ความรู้สึก  แรงผลักดัน  หรือการกระทำที่มีในขณะนั้นมิใช่ของตนเอง หากเป็นจากอำนาจภายนอกมาควบคุมบังคับให้เป็นเช่นนั้น ตนเองเป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่คอยทำตามการควบคุม  

. อาการประสาทหลอน

            เป็นการรับรู้สิ่งต่างๆ ตามประสาทรับรู้ของคนเรา ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส โดยที่ไม่มีสิ่งนั้นๆ จริง  เช่น หูแว่ว ภาพหลอน เป็นต้น  ลักษณะเช่นนี้มักพบในระยะโรคกำเริบ เมื่อโรคทุเลาลง อาการนี้จะห่างไป หรือถึงจะมีบ้างก็ไม่ได้มีอิทธิพลต่อตัวเขามากเหมือนกับในระยะโรคกำเริบ บางคนที่เป็นมานานและดีขึ้นแล้วบอกว่าเขายังได้ยินเสียงแว่วอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สนใจมัน ได้ยินก็ได้ยินไป บางครั้งเสียงมาพูดโน่นพูดนี่ เขาก็ไม่ไปจริงจังกับมัน เรียกว่าเคยชินไปแล้ว           
            
เสียงแว่ว เป็นประสาทหลอนชนิดที่พบบ่อยที่สุดในโรคนี้ โดยพบได้ถึงร้อยละ 60-70 ลักษณะที่พบ ได้แก่ เป็นเสียงคนพูดกับตัวเขา ดุว่า ข่มขู่ สั่งให้ทำตาม หรืออาจเป็นเสียงคนพูดคุยกันเรื่องของตัวเขาทั้งในด้านดีและไม่ดี โดยทั่วไปเสียงที่ได้ยินจะเป็นในด้านไม่ดีเสียมากกว่า ทำให้เขารู้สึกเครียด ทรมาน ในบางคนอาจเป็นเสียงคนพูดชมเชยหรือให้กำลังใจก็ได้ เสียงที่ได้ยินมักเป็นช่วงๆ ในบางคนอาจมีทั้งวันก็ได้  
ในช่วงแรกที่ได้ยินเขาจะแยกไม่ออกว่านี่คือเสียงแว่ว เพราะตามการรับรู้ของเขา เขาได้ยินเป็นเสียงจริงๆ เหมือนกับเสียงของคนอื่นๆ  นอกจากนี้ระบบการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลของเขาที่สูญเสียไป ทำให้เขาไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่านี่ไม่น่าจะใช่เรื่องจริง คนทั่วไปมักจะมองว่าเขาคิดไปเอง หรืออย่าไปสนใจมันสิ แต่ในระยะที่อาการมากนั้นเขาไม่สามารถคิดเช่นนั้นได้ ปัจจุบันทางการแพทย์เชื่อว่าประสาทสมองของคนที่เป็นโรคจิตเภทมีการทำงานผิดปกติไป มีการกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนรับรู้เสียง ทำให้เขาได้ยินเสียงซึ่งไม่แตกต่างไปจากเสียงจริง  เขาไม่ได้อยากให้เกิด แต่มันเป็นขึ้นมาเอง 
 
           ในระยะต้นๆ เสียงที่เขาได้ยินอาจเป็นคำพูดสั้นๆ  เช่นอดทนเข้าไว้ ระวังอันตราย  แต่ส่วนใหญ่จะได้ยินเสียงพูดเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า บางครั้งเขาก็คิดโต้ตอบกับเสียงไป แต่ส่วนมากจะพูดโต้ตอบ คนอื่นจะสังเกตเห็นว่าเขาพูดพึมพำ ทำท่าพยักเพยิดกับใครอยู่ หรือหัวเราะคิกคัก โดยมักจะเป็นเวลาอยู่คนเดียว บางครั้งขณะพูดกับคนอื่นอยู่จู่ๆ เขาก็หยุดพูดไปเฉยๆ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นเพราะมีเสียงแว่วแทรกเข้ามา   ในระยะที่เขาเริ่มอาการดีขึ้นแล้วส่วนใหญ่ก็จะทราบว่าลักษณะแบบนี้ทำให้คนอื่นมองแล้วไม่ปกติ เขาจึงพยายามไม่พูดโต้ตอบกับเสียง จะทำเฉพาะเวลาอยู่คนเดียว หรืออาจใส่ซาวอะเบาท์เพื่อกลบเสียงแว่ว
            เสียงที่ได้ยินนอกจากเป็นเสียงคนซึ่งพบได้บ่อยแล้วยังอาจเป็นเสียงอื่นๆ เช่น เสียงระฆัง เสียงนาฬิกา เสียงคนเคาะโต๊ะ ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก
 
            ในบ้านเราที่พบบ่อยอีกลักษณะคือเป็นกระแสจิต  กล่าวคือเขารับรู้และสื่อติดต่อกับคนอื่นหรือเทพทางกระแสจิตโดยที่ไม่ได้ยินเป็นเสียง  โดยมากเนื้อหาของกระแสจิตนี้จะเป็นเรื่องกลางๆ มากกว่าที่จะเป็นการข่มขู่ ดุด่าเหมือนเสียงแว่ว
            ภาพหลอน พบได้ประมาณร้อยละ 10  เขาจะเห็นภาพคนมาพูดคุยด้วย โดยอาจมีลักษณะรูปร่างเหมือนคนปกติหรือมีลักษณะแปลก เป็นเทพ เป็นองค์ต่างๆ ก็ได้   ส่วนใหญ่จะเห็นภาพพร้อมกับได้ยินเสียง ผู้ที่มีแต่ภาพหลอนอย่างเดียวโดยอาจเป็นเป็นสัตว์ด้วย มักจะเป็นจากการใช้สารกระตุ้นประสาทหรือเป็นอาการที่เกิดขึ้นขณะหยุดเหล้ากะทันหันมากกว่า
            อาการประสาทหลอนแบบอื่นๆ เช่น ได้กลิ่นแปลกๆ  รู้สึกเหมือนมีอะไรมาชอนไชตามตัว นั้นพบได้น้อยและมักพบร่วมกับอาการหูแว่ว หากมีแต่อาการประเภทนี้โดยไม่มีอาการหูแว่วแล้ว มักพบว่าจะเป็นโรคทางสมองหรือจากสารต่างๆ มากกว่า

. ความต่อเนื่องของความคิดเสียไป 

เรื่องที่เขาเล่าอาจกระโดดจากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ต่อเนื่องกันเท่าไร หรืออาจเปลี่ยนเรื่องไปเลยโดยที่เรื่องเก่าก็ยังพูดไม่จบความ ทำให้ฟังไม่เข้าใจ
  ตัวอย่างเช่น เขาอาจพูดว่า 
ผมเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไร ใครจะว่ายังไงก็ช่างเขาคนเราก็โตๆ กันแล้ว คงต้องขยันกันหน่อยจะอยู่ว่างไม่ได้  เรื่องของจิตใจเป็นสิ่งนามธรรมคงไปยึดมากไม่ได้ ถ้าเห็นดีด้วยก็ทำ ไม่เห็นดีก็ไม่ต้องทำ เมื่อถึงเวลาเราก็คงเข้าไปถึงสิ่งที่ต้องการไม่ได้เป็นธรรมดา …”  ลักษณะเช่นนี้จะพบในช่วงอาการกำเริบ หากเป็นมากจะฟังไม่เข้าใจเลยเพราะลำดับประธาน กริยา กรรมในประโยคอยู่สลับที่กันไปหมด  

2. กลุ่มอาการอาการด้านลบ

            เป็นอาการที่มักพบหลังจากป่วยมาเป็นปีๆ  คือหลังจากระยะโรคกำเริบทุเลาลงแล้ว ลักษณะโดยรวมคือเขาจะเฉยๆ อยู่คนเดียว ไม่ยุ่งกับใคร คนทั่วไปมักมองไม่เห็นว่าลักษณะแบบนี้ของเขาเป็นจากอาการของโรค แต่จะมองว่าเขานิสัยเปลี่ยนไป สันโดษ เก็บตัว หรือเป็นคนขี้เกียจ ไม่เอาอะไรเลย ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับด้านลบ การรักษาด้วยยาไม่ค่อยได้ผลเหมือนกับอาการด้านบวก  ลักษณะของกลุ่มอาการด้านลบ ได้แก่
            พูดน้อย เขาไม่ค่อยจะเป็นฝ่ายที่เริ่มต้นพูด เวลาถามก็จะตอบน้อยมาก อาจตอบแค่ว่า ไช่” “ไม่รู้สิ  ถามก็นานกว่าจะตอบ หรือบางทีพูดๆ แล้วก็หยุดไปนาน จนต้องกระตุ้นให้พูดต่อ
            อารมณ์เรียบเฉย การแสดงออกของอารมณ์ทั้งทางสีหน้าและท่าทางลดลงมาก ไม่สบตากับคนที่พูดคุยด้วย เขาไม่มีท่าทียินดียินร้ายต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
            เฉื่อยชา
  เขาไม่สนใจจะทำอะไร ไม่สามารถจะเริ่มต้นทำอะไรได้ หรือทำอะไรก็ทำได้ไม่นาน ไม่อยากได้ใคร่ดีอะไร ในบางรายอาจไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเอง เช่น ไม่อาบน้ำถ้าไม่เตือน เผ้าผมไม่สระ ไม่หวี หนวดเครารุงรัง ไม่สบายก็ไม่สนใจสุขภาพตัวเอง
            ไม่สังคมกับผู้อื่น เขาจะไม่ค่อยคบหาสมาคมกับคนอื่น เพื่อนฝูงชวนไปไหนก็ไม่ไป โดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ถ้าจำเป็นต้องรู้จักกับใครก็ทำแค่พอเป็นพิธีเท่านั้น รายที่เป็นมากอาจอยู่แต่ในห้องจะพบคนในบ้านก็ตอนออกมากินข้าวเท่านั้น

3. กลุ่มอาการด้านความคิดอ่าน

            คำว่าความคิดอ่าน มาจากคำในภาษาอังกฤษว่า cognition ในที่นี้หมายความถึงกระบวนการที่เริ่มตั้งแต่การรับข้อมูลจากสิ่งต่างๆ รอบตัว ซึ่งขึ้นกับการใส่ใจ (attention) และสมาธิ (concentration) เมื่อรับข้อมูลได้แล้วสมองจะมีการเก็บข้อมูลไว้ชั่วคราวเพื่อการทำงานที่สัมพันธ์กับข้อมูลที่ได้รับนั้น (working memory) นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดหมวดหมู่ข้อมูล ประเมินข้อมูล ความสามารถในการมองเห็นภาพรวมของข้อมูลที่ได้ การแก้ไขปัญหา และการตัดสินใจ และท้ายที่สุดคือการกระบวนการตอบสนองซึ่งแสดงออกมาในด้านการพูด การเขียน ภาษาท่าที
            ตัวอย่างเช่น เวลาครูสั่งการบ้านช่วงปิดเทอม นักเรียนจะจำหรือเข้าใจได้มากน้อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับว่าขณะฟังนักเรียนมีความตั้งใจไหม มีสมาธิไหม ถ้าไม่มีสมาธิ ข้อมูลที่รับเข้าก็มีน้อย  ข้อมูลที่ได้รับเข้ามานั้นนักเรียนจะจำไว้ชั่วคราวก่อนที่จะเริ่มจดข้อความหลังจากครูพูดจบ นอกจากนี้นักเรียนอาจมองเห็นภาพรวมว่าการบ้านครั้งนี้โดยรวมแล้วยากกว่าครั้งก่อน หรือเป็นเรื่องที่ต้องค้นคว้ามาก เป็นต้น
            สำหรับกลุ่มอาการด้านความคิดอ่านนี้ ในระยะหลังนักวิชาการสนใจศึกษากันมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนมีความเห็นว่าอาจเป็นอาการสำคัญพื้นฐานของโรคนี้  อาการหลงผิดประสาทหลอนเป็นอาการที่ติดตามมาจากความผิดปกติพื้นฐานนี้ เปรียบเหมือนกับการมีไข้ซึ่งเป็นผลจากความเจ็บป่วยในบางส่วนของร่างกาย  เมื่อก่อนมักคิดว่าเพราะว่าเขามีอาการหลงผิดประสาทหลอนจึงทำให้การคิดอ่านเสียไป แต่ปัจจุบันนักวิชาการหลายคนมองกันว่าเพราะเขามีปัญหาด้านความคิดอ่านจึงทำให้เกิดอาการหลงผิดประสาทหลอนตามมา
            อาการด้านความคิดอ่านนี้ ได้แก่ความใส่ใจและสมาธิแย่ลง คนที่เป็นโรคจิตเภทจะไม่สามารถเพ่งความสนใจที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานๆ การจดจำชั่วคราวเพื่อใช้งานเสียไป การจดจำชั่วคราวเพื่อใช้งาน (working memory) ในคนที่เป็นโรคจิตเภทจะบกพร่องด้วย ความจำชนิดนี้เป็นเหมือนกระดานดำที่ใช้จดอะไรชั่วคราว เมื่อทำสิ่งที่จดเสร็จแล้วหรือเมื่อมีเรื่องใหม่ให้จำเข้ามา เราก็จะลบข้อมูลเดิมออกเพื่อใส่ข้อมูลใหม่เข้าไป  ความผิดปกติของความจำนี้ได้แก่ ไม่สามารถจำอะไรได้นาน เช่น จำได้ไม่ถึง 10 วินาทีก็ลืม หรือถ้าทำอะไรอย่างหนึ่งแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งแทรกเข้ามาให้ทำ หลังจากเสร็จเรื่องใหม่ จะไม่สามารถทำเรื่องเก่าต่อไปได้อีก หรือไม่สามารถพลิกแพลงหาลู่ทางใหม่ๆ ได้ เช่น เมื่อโทรศัพท์ติดต่อธุระถึงคนๆ หนึ่งที่ทำงานแล้วสายไม่ว่าง ก็จะโทรซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะโทรติด โดยที่คนปกติอาจจะใช้โทรศัพท์มือถือ โทรไปหาเพื่อนร่วมงานของเขา หรือส่งแฟกซ์แทน
            การตีความสิ่งต่างๆ และการตอบสนองบกพร่องไป  ในคนปกติเมื่อมีสิ่งเร้าเข้ามาก็จะมีการตีความว่าสิ่งนั้นคืออะไร มีความหมายอย่างไร และจะเลือกตอบสนองอย่างไร ซึ่งกระบวนการนี้เป็นไปตามการเรียนรู้ที่เคยมีอยู่เดิม รวมทั้งความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลต่อสิ่งต่างๆ  เช่น เมื่อมีคนให้ของ หากเขาเป็นเด็กกว่าเราจะไม่ยกมือไหว้ แต่จะแค่กล่าวขอบคุณเท่านั้น  ในวันๆ หนึ่งเราประสบเหตุการณ์ที่ต้องอาศัยการคิด การประเมินสถานการณ์ และการเลือกตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง
            กระบวนการทางความคิดเช่นนี้ในคนที่เป็นโรคจิตเภทจะบกพร่องไป ปกติคนเราจะมีข้อมูลเข้ามาอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าเราสนใจที่ข้อมูลหนึ่ง เช่น กำลังสนทนากับเพื่อน แม้ว่าระหว่างนั้นจะมีเสียงคนอื่นในห้องพูดคุยกัน เสียงแอร์ เสียงเพลง ฯลฯ  สมองคนเราจะสามารถปิดกั้นข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องได้  แต่ในคนที่เป็นโรคจิตเภทนั้นการทำงานของสมองส่วนกลั่นกรองนี้จะเสียไป อาจกล่าวได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเขาล้วนแต่มีความสำคัญมีความหมายพอๆ กันไปหมด ทำให้จับไม่ได้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่เขาต้องสนใจในขณะนั้น
            นอกจากนี้แล้ว เวลาฟังคำพูดยาวๆ แทนที่จะสนใจว่าผู้พูดต้องการสื่ออะไร เขากลับไปสนใจแค่บางข้อความ บางคำพูด โดยไม่เข้าใจว่าบางคำพูดที่เขาสนใจนั้นอาจไม่ใช่เรื่องราวที่สำคัญอะไรเลยเมื่อเทียบกับความหมายทั้งหมดที่อีกคนกำลังสื่อด้วย ทำให้เวลาตอบสนองออกไปจึงดูไม่เหมาะสม ไม่ถูกกาละเทศะ คนอื่นจึงมองว่าเขามีลักษณะแปลกๆ  ทำให้เข้ากับคนได้ลำบาก เพราะคนอื่นไม่เข้าใจพฤติกรรมของเขาการไม่สามารถมองภาพรวมของสิ่งต่างๆ นี้นอกจากจะเป็นกับการสนทนาแล้ว ยังอาจเกิดขึ้นกับการรับรู้ทางตาด้วย เช่น เวลามองคนแทนที่จะเห็นทั้งตัว เขากลับมองเป็นเป็นส่วนๆ เช่น ตา จมูก แขนที่ขยับไปมา ปากที่กำลังขยับขึ้นลง เป็นต้นในด้านการเข้าสังคมนั้น คนที่เป็นโรคจิตเภทมักจะบอกไม่ถูกว่าคนที่ตนเองพูดคุยด้วยนั้นมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร มีการวิจัยพบว่าเขาจะจับไมได้ว่าสีหน้าแต่ละอย่างนั้นแสดงถึงอารมณ์อะไร โดยเฉพาะอารมณ์ในด้านลบ จึงทำให้เขามีปัญหาในการเข้าสังคมพอสมควร
           
ไม่สามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล  เป็นอีกลักษณะหนึ่งของคนที่เป็นโรคนี้ ทำให้ดูเขามีความคิดแปลกๆ  เป็นแบบเด็กๆ  ลักษณะการให้เหตุผลของเขาจะไม่สอดคล้องกับสามัญสำนึกของคนเรา เข้าทำนองคิดเองเออเอง หรืออาจมองไม่เห็นว่าการกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดผลอะไรตามมา ตัวอย่างเช่น เมื่อถามว่าทำไมวันนี้ถึงไปไหว้ต้นไม้หลังบ้าน เขาตอบว่าเพิ่งอ่านหนังสือมาว่าคนเราควรเคารพผู้อาวุโส เพราะผ่านโลกมามากกว่า ตอนเย็นเดินขณะผ่านต้นไม้นึกขึ้นมาได้ว่าต้นไม้นี้มีอายุมากว่า 50 ปีแล้ว ก่อนปลูกบ้านเสียอีก จึงควรที่จะไหว้เพื่อแสดงความเคารพ   หรือเขาอาจจุดไฟไหว้เจ้าในมุ้งโดยให้เหตุผลว่าเพื่อที่ลมจะได้ไม่มาทำให้เทียนดับบ่อยๆ ควันจากธูปที่ไหว้เจ้าจะได้อยู่นานๆ ด้วย โดยไม่คิดว่าอาจทำให้ไฟไหม้ได้ 

4. กลุ่มอาการด้านอารมณ์

            อารมณ์ผิดปกติที่พบบ่อยในโรคจิตเภทคือ อารมณ์เศร้า โดยเขาจะมีลักษณะซึมลงไป หน้าตาเศร้าหมอง พูดน้อยลง รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า เป็นภาระแก่ผู้อื่น  อาการซึมเศร้านี้อาจเกิดขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกของอาการก็ได้  ในบางรายเป็นผลจากอาการหลงผิดประสาทหลอน เช่นรู้สึกซึมเศร้าที่ตนเองไม่สามารถหลุดพ้นจากการถูกปองร้าย หรือมีเสียงมาว่าตนเองเลว  บางรายในระยะแรกๆ ที่อาการของโรคยังไม่มากยังพอรู้ตัวบ้าง อาจตระหนักว่าตนเองเปลี่ยนแปลงไป ควบคุมตนเองไม่ได้ บ้างก็มีความรู้ว่านี่คืออาการของโรคจิต เกิดอารมณ์ซึมเศร้าตามมา
            สิ่งที่ต้องระวังคือในผู้ที่มีอารมณ์ซึมเศร้าอาจมีความคิดทำร้ายตนเองเกิดขึ้นในช่วงไดช่วงหนึ่ง ในบางรายก็เพื่อที่จะได้หลุดพ้นจากการถูกทรมานจิตใจหรือถูกปองร้าย บางรายก็เพราะรู้สึกตนเองเป็นภาระ ญาติหรือคนใกล้ชิดจึงควรสังเกตและสอบถามถึงปัญหาความไม่สบายใจของเขาหากเห็นว่าเขาซึมลง
            อารมณ์อื่นที่พบได้คือ อารมณ์วิตกกังวล กลัว โดยเป็นผลจาจากอาการหลงผิดประสาทหลอน บางคนกังวลมากไม่กล้ากินอาหารที่ไม่ได้ทำด้วยตนเองเพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครแอบใส่อะไรลงไปหรือเปล่า บางคนจะต้องคอยตรวจดูในห้องว่ามีใครแอบเอาเรื่องดักฟังมาซ่อนไว้ไหม บ้างก็มีความวิตกกังวลโดยที่บอกไม่ถูกกว่ากังวลใจเรื่องอะไร  อารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว ก้าวร้าว อาจพบได้โดยเป็นผลจากอาการหลงผิดประสาทหลอนเช่นกัน ซึ่งญาติมักไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงฉุนเฉียวขึ้นมา
           การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อีกอย่างหนึ่งที่พบไม่บ่อยได้แก่การแสดงออกของอารมณ์ไม่สอดคล้องกับเรื่องราวในขณะนั้น ซึ่งเกิดจากสมองที่ปกติจะทำงานประสานกันในระหว่างอารมณ์ ความคิดกับสิ่งกระตุ้นที่เข้ามาในขณะนั้นๆ บกพร่องไป หรือในบางคนอาจพบลักษณะเช่นนี้ที่เป็นจากเขามีความคิดอะไรที่เป็นของตัวเองอยู่แต่คนอื่นไม่เข้าใจ ตัวอย่างเช่น ขณะได้ยินข่าวร้าย แทนที่เขาจะตกใจหรือเสียใจกลับหัวเราะออกมาอย่างไม่สมเหตุผล เมื่อถามก็ให้คำอธิบายไม่ได้ว่าทำไมเขาจึงทำเช่นนั้น   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 71779
 เขียน:  
 ความเห็น: 57  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

quote
IP: xxx.120.151.112
เขียนเมื่อ Tue Jan 09 2007 22:06:31 GMT+0700 (ICT)
P
Bright Lily เมื่อ อ. 09 ม.ค. 2550 @ 10:08 จาก 124.157.217.159 ลบ
  • เป็นข้อมูลที่ดีมากๆ ค่ะ ทำให้ได้เข้าใจตนเองและคนอื่นๆ ดีขึ้นค่ะ
P
Anurak เมื่อ อ. 09 ม.ค. 2550 @ 17:51 จาก 202.28.21.4 ลบ
  • เป็นโรคที่น่ากลัวมากครับ ต้องทบทวนดูตัวเองแล้วล่ะครับไม่รู้ว่าเป็นหรือป่าว???
  • ต้องขอบคุณข้อมูลของหมอมากเลยนะครับ มีประโยชน์มากเลยครับ  @_@
ไม่มีรูป
bukpat เมื่อ อ. 09 ม.ค. 2550 @ 21:12 จาก 125.24.151.105 ลบ

ขอบคุณบทความดีๆครับอาจารย์

อยากเรียนถามอาจารย์ว่าโอกาสที่จะหายขาดโดยที่ไม่ต้องใช้ยาเลยมีมากน้อยแค่ไหนครับ(เท่าที่ทราบมีน้อยมากๆ)

   คำถามนี้คิดขึ้นมาเพราะว่ามีน้องคนหนึ่ง  อายุ17 เอง  เป็นผู้หญิง  คิดในใจลึกๆว่าอยากให้เขาหายขาด

  จะได้มีชีวิตที่ดีอีกยาวนานในอนาคต  จะได้ไม่เหมือนกับอีกหลายคนที่อายุมากแล้วเป็นนางสาวอยู่  แล้วต้องให้แม่ซึ่งเป็นยายอายุมากแล้วพาส่งตรวจทุกครั้ง......

   ขอบคุณครับ  สุพัฒน์  .....

มาโนช
เขียนเมื่อ Tue Jan 09 2007 22:17:11 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ ที่ช่วย commment ผมขออนุญาตรวมไว้ด้วยกันนะครับ เพราะผมเรียงเรื่องผิดเลยต้องลบอันเก่าไป

โรค schizophrenia นั้นยิ่งมี early onset ยิ่งมี poor prognosis ครับ มีแนวโน้มจะกินยาไปตลอดครับ

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ Sat Jan 13 2007 00:08:51 GMT+0700 (ICT)
สวัสดีค่ะอาจารย์ ไม่ทราบว่าโรคนี้เป็นกรรมพันธุ์มั้ยคะ เพราะเคยเห็นญาติบางรายเป็นค่ะ
มาโนช
เขียนเมื่อ Sat Jan 13 2007 02:00:50 GMT+0700 (ICT)

โรคนี้มีบางคนเป็นกรรมพันธ์ แต่บางคนไม่เป็นก็มีครับ concept ของโรคนี้ก็เหมือนเบาหวานครับ บางคนมีญาติเป็น บางคนไม่มีใครในบ้านเป็นเลยก็เป็นขึ้นมาเองได้   และแม้แต่แฝดไข่ใบเดียวกันเเหมือนกันทุกอย่าง คนหนึ่งเป็นอีกคนหนึ่งก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นแค่ 50% เอง เพราะฉะนั้นจึงเป็นแบบว่า ความเสี่ยงทางกรรมพันธ์ + ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่มีผลกับการเกิดโรคครับ 

มีคนถามผลว่าอีกหน่อยมีเจาะหาจีนส์ของโรคนี้ได้จะทำแท้งได้ไหม จริงๆ ทำไม่ได้เพราะอย่างที่บอกคือแม้คนที่มีจีนส์เป็นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็น 100%

ที่แน่ๆ อย่างหนึ่งคือ ทุกวันนี้ทราบกันแล้วว่าโรคนี้เป็นโรคทางสมองครับ เป็นจากสารเคมีในสมองผิดปกติ ซึ่งมาจากจีนผิดปกติ ไม่เกี่ยวกับว่าพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ดี ถูกทำร้ายวัยเด็ก หรือเพราะพ่อบังคับให้ลูกเอ็นทรานส์เป็นแพทย์เลยป่วย 

 พ่อแม่เลี้ยงดูแบบกดดันไม่ได้ทำให้เขาเป็นเบาหวานใช่ไหม โรคนี้ก็แบบเดียวกันเลย

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ Sat Jan 13 2007 18:49:31 GMT+0700 (ICT)
ขอบคุณนะคะเป็นประโยชน์มากเลยค่ะ แต่ตามความคิดเห็นคิดว่าโรคนี้เกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติ ประกอบกับสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่อาจกดดัน หรือมีปัญหาในการเรียน การคบเพื่อน ฯลฯ ยิ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคได้เร็วขึ้น ดิฉันมองจากสภาพแวดล้อมที่เห็นจากนักศึกษา ญาติๆ คนรอบข้างที่เป็นโรคนี้ ขออนุญาตแสดงความเห็นนะคะ ไม่ทราบว่าถูกต้องแค่ไหน
มาโนช
เขียนเมื่อ Sun Jan 14 2007 00:02:54 GMT+0700 (ICT)

ใช่ครับ พื้นฐานเลยต้องมีจีนส์ที่ผิดปกติทำให้สารเคมีในสมองปริ่มๆ จะผิดปกติมาก่อน ซึ่งพร้อมที่จะแสดงอาการเมื่อไรก็ได้

พอดีตอนนี้ผมกำลังจุดน้ำมันหอมอยู่เลยคิดว่าน่าจะเหมือนกัน คือคนที่มีความเสี่ยงเหมือนเขามีน้ำ+น้ำมันหอม ต่อมามีตัวกระตุ้นซึ่งเปรียบเหมือนเทียนจุด ทำให้น้ำร้อนกลิ่นน้ำมันหอมก็กระจายออกมาชัดเจนขึ้น   คนที่ไม่มีความเสี่ยงก็เหมือนกับเราใส่แต่น้ำอย่างเดียว จุดเทียนเข้าไปน้ำก็ร้อน แต่ยังไงก็ไม่มีกลิ่น

มีคนมากมายที่ประสบปัญหารุนแรงมาก แต่เขาก็ไม่เป็นโรคจิตเภท เพราะเขาไม่มีความเสี่ยงครับ

PAN
เขียนเมื่อ Mon Jan 29 2007 13:00:34 GMT+0700 (ICT)

ปัจจุบันคนเป็นโรคจิตเภทกันเยอะนะคะ แต่ไม่ค่อยยอมรับ หรือกล้าไปหาหมอ

แป้นมีเพื่อนคนนึงมีอาการแบบนี้ แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาก็เป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่น่ากลัวนะคะ อย่างนี้ถือเป็นโรคจิตเภทด้วยเหรอคะ

  พูดน้อย เขาไม่ค่อยจะเป็นฝ่ายที่เริ่มต้นพูด เวลาถามก็จะตอบน้อยมาก อาจตอบแค่ว่า ไช่” “ไม่รู้สิ  ถามก็นานกว่าจะตอบ หรือบางทีพูดๆ แล้วก็หยุดไปนาน จนต้องกระตุ้นให้พูดต่อ
            อารมณ์เรียบเฉย การแสดงออกของอารมณ์ทั้งทางสีหน้าและท่าทางลดลงมาก ไม่สบตากับคนที่พูดคุยด้วย เขาไม่มีท่าทียินดียินร้ายต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
            เฉื่อยชา
  เขาไม่สนใจจะทำอะไร ไม่สามารถจะเริ่มต้นทำอะไรได้ หรือทำอะไรก็ทำได้ไม่นาน ไม่อยากได้ใคร่ดีอะไร ในบางรายอาจไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเอง เช่น ไม่อาบน้ำถ้าไม่เตือน เผ้าผมไม่สระ ไม่หวี หนวดเครารุงรัง ไม่สบายก็ไม่สนใจสุขภาพตัวเอง
            ไม่สังคมกับผู้อื่น เขาจะไม่ค่อยคบหาสมาคมกับคนอื่น เพื่อนฝูงชวนไปไหนก็ไม่ไป โดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไร ถ้าจำเป็นต้องรู้จักกับใครก็ทำแค่พอเป็นพิธีเท่านั้น รายที่เป็นมากอาจอยู่แต่ในห้องจะพบคนในบ้านก็ตอนออกมากินข้าวเท่านั้น

มาโนช
เขียนเมื่อ Mon Jan 29 2007 13:52:22 GMT+0700 (ICT)

คุณแป้นครับ เพื่อนคุณแป้นน่าจะเป็นบุคลิกภาพผิดปกติมากว่า ฟังคล้ายๆ กับที่เขาเรียกว่า Schizoid Personality Disorders บุคลิกภาพผิดปกติแบบแยกตัว ลองคลิกดูรายละเอียดได้ครับ

ส่วนรายละเอียดโรคอื่นๆ ดูที่ http://ramamental.com/dsm ครับ

PAN
เขียนเมื่อ Mon Jan 29 2007 14:15:34 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ

ครู บัว ทองกะไลย
เขียนเมื่อ Sun Apr 08 2007 15:40:10 GMT+0700 (ICT)
เป็นคำพูดที่ชัดเจน ไม่ใช่สาเหตุจากพ่อแม่บังคับมากเกินไป เป็นได้เอง
มาโนช
เขียนเมื่อ Sun Apr 08 2007 17:31:39 GMT+0700 (ICT)

ใช่เลยครับครูบัวครับ เวลาผมสอนนักเรียนแพทย์จะบอกย้ำๆ ว่าโรคนี้เป็นโรคทางสมอง แต่แสดงออกทางพฤติกรรม 

โรคนี้มองๆ ก็คล้ายๆ กับโรคความดันสูงครับ การถูกพ่อแม่บังคับ หรือเลี้ยงดูไม่ดีไม่ทำให้คนเราเป็นความดันสูงครับ  ถ้าโรคจิตเป็นจากเครียดมากแล้ว ปีๆ หนึ่งเด็กที่ entrance ไม่ติด คงเป็นกันเป็นหมื่นๆ แล้วไหนจะเด็กที่ลุ้นจับแลกเข้าม.1  อีกล่ะ! คือถึงเครียดแค่ไหน ถ้าไม่มีความเสี่ยงเดิมเป็นพื้นฐานแล้วก็ไม่เป็นโรคนี้ครับ

ขอบครับที่คุณครูบัวสนใจ

orn
IP: xxx.120.150.227
เขียนเมื่อ Sat Jun 23 2007 23:47:41 GMT+0700 (ICT)
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นโรคจิตเภทมีอาการหูแว่วค่ะ ตอนนี้หายแล้ว แต่บางครั้งก็ไม่แน่ใจว่ายังมีหูแว่วอยู่ป่าวเพราะอยู่คนเดียวและบางทีก็ได้ยินเสียงนอกห้องด้วย อยากถามว่าโรคนี้ถ้ารักษาไปแล้วจะกลับมาเป็นอีกไหม  ขณะนี้รักษามาแล้ว7เดือนแล้วเลิกทานยาบางตัวจากคุณหมอไปแล้วด้วย
มาโนช
เขียนเมื่อ Mon Jun 25 2007 00:11:06 GMT+0700 (ICT)
คุณ orn ครับโรคนี้บอกตามตรงว่าโอกาสหายค่อนข้างยาก เมื่ออาการดีขึ้นแล้วต้องกินยาต่อนานเป็นปี ถ้าหยุดยาก่อนเวลาอันควรโอกาสจะกลับเป็นใหม่มีสูงมาก แนะนำให้ปฏิบัติตามที่คุณหมอแนะนำครับ
orn
IP: xxx.120.155.75
เขียนเมื่อ Mon Jun 25 2007 23:25:08 GMT+0700 (ICT)
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ มีเรื่องขอถามคุณหมออีกเรื่องค่ะ ดิฉันจะปฏิบัตตัวอย่างไรที่จะไม่ทำให้โรคนี้กับมาเป็นเป็นอีกใหม่ หรือโอกาสที่จะเกิดน้อยลง
ik
IP: xxx.123.149.238
เขียนเมื่อ Tue Jul 17 2007 13:08:21 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่า  คนทรงเจ้า  กับ คนที่เป็นโรคจิตมีอาการคล้ายกันหรือเหมือนกัน

และคนที่สงสัยคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิตหรือโรคประสาทกันแน่  เพราะเค้าบอกว่าบางสิ่งบางอย่างมันพิสูจน์  เลยไม่กล้าพูดเดี๋ยวคนอื่นหาว่าเขาบ้า

IP: xxx.28.9.79
เขียนเมื่อ Fri Oct 19 2007 16:24:04 GMT+0700 (ICT)

ขอถามถึงอาการอย่างนึงนะคะ

 รู้สึกตัวเองว่าช่วงปีกว่าที่ผ่านมาไม่ค่อยมีสมาธิในการอ่านหนังสือ หรือทำงานซักเท่าไหร่ และรู้สึกว่าในหัวมีเพลงวนอยู่ตลอดเวลา (เพลงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ) ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้นึกถึงเพลงๆ นั้นขึ้นมาก่อน  บางทีรำคาญตัวเองมากๆ  บางทีก็นอนไม่หลับ  ต้องเหนื่อยจริงๆ ถึงนอนหลับ  ทั้งที่แต่ก่อนเป็นคนนอนง่ายมาก

 อย่างนี้คือ อาการอะไรคะ แล้วต้องรักษาอย่างไร

ขอบคุณค่ะ

orn
IP: xxx.120.150.204
เขียนเมื่อ Tue Oct 23 2007 19:42:47 GMT+0700 (ICT)
คุณหมายเลข16 ดิฉันคิดว่าคุณควรจะไปหาหมอดูนะเพราะมันอาจเป็นการเริ่มต้นของอาการค่ะ ตอนที่ดิฉันเริ่มเป็นก็นอนไม่ค่อยหลับกว่าจะหลับก็ดึก ไม่มีสมาธิด้วย  แต่อาการขอดิฉันมารู้ตัวก็เป็นหูแว่วแล้ว แต่ไปหาหมอบอกว่าเป็นอาการซึ่มเศร้า แต่ดิฉันก็ยอมรับพอเอายาแก้ซึ่มเศร้ามาทานอาการก็เริ่มดีขึ้น  อยากให้ไปหาหมอนะค่ะจะได้รักษาตั้งแต่ยังไม่เป็นมาก หรือถ้าไม่ได้เป็นก็จะได้สบายใจค่ะ
มาโนช
เขียนเมื่อ Wed Oct 24 2007 07:01:44 GMT+0700 (ICT)

คุณ 16. ไม่แสดงตน ครับ ลักษณะที่เล่าอาจเป็นได้จากหลายๆ โรค เช่น ดรคย้ำคิดย้ำทำ หรืออาจจะปกติก็ยังได้ครับ ต้องประเมินอาการร่วมอื่นๆ ด้วย

เท่าที่อ่านแล้วเห็นว่าควรปรึกษาจิตแพทย์ครับ จะได้สอบถามประวัติเพิ่มเติมให้ละเอียด

 

ขันแก้ว
IP: xxx.151.235.106
เขียนเมื่อ Tue Dec 11 2007 03:54:07 GMT+0700 (ICT)
สวัสดีค่ะ คุณหมอมาโนช คือหนู ติดตามอ่าน คำสำคัญ และ ข้อมูลเกี่ยวกับโรคทางจิตเวช ของคุณหมอมานานซักระยะหนึ่งแล้วค่ะ ตอนนี้หนูอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ มาศึกษาต่อค่ะ คือหนูมีปัญหาเกี่ยวกับอาการของโรคจิตเภท มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 7 ปี ค่ะ ตั้งแต่อายุ 23 ปี ขณะนี้หนูอายุ 30 ปีค่ะ อาการเริ่มแรกเป็นทุกอย่างที่หนุอ่านได้จากคำสำคัญ และข้อมูลต่างๆ ที่หนูอ่านเจอจากคุณหมอ หนูsearchทางgoogleค่ะ หนุรู้ตัวมานาน ตั้งแต่ก่อนจะมาที่นี่แต่ไม่กล้าบอกใคร ตอนนี้รู้สึกว่าอาการมันชักจะเอาไม่อยู่แล้ว มันเป็นมากขึ้นทุกวัน หนูพยายามศึกษาหาความรู้เรื่องโรคที่ตนกำลังเผชิญอยู่ หนูคิดว่าหนุมีอาการทางด้านบวกค่ะ เพราะหนูใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ เข้าสังคม คบเพื่อนได้หมด แต่จะต้องคุยกับตัวเองหรือบุคคลที่อยูในหัวทุกวัน (ในขณะที่ต้องอยู่คนเดียวลำพัง) ขณะนี้มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับรุนแรง และดื่มalcoholเพิ่มมากขึ้นค่ะเพื่อที่จะทำให้หลับ รู้ว่าเป็นวิธีไม่ถูกต้อง แต่บางครั้งทำให้รูสึกดีขึ้นได้จากความกดดันค่ะ ขอวิธีรักษาตัวเบื้องต้นค่ะ จะเป็นความกรูณาอย่างสูง ขอบคุณค่ะ
ต้นกล้า
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Fri Aug 29 2008 22:30:31 GMT+0700 (ICT)

ผมอยากเรียนถามอาจารย์ครับว่า เวลาเราได้ยินเขาพูดแต่เราไม่แน่ใจว่าเขาพูดหรือเปล่า เช่น เวลาเขาสั่งอาหารเราก็จด แต่หลังจากนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเขาสั่งหรือเปล่า และจะมีอาการแบบสมองตื้อๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก ไม่อยากได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น อยากนอนอย่างเดียว โทรศัพท์ก็ไม่อยากรับต้องยกหูออก เป็นอาการของอะไรครับ คนที่ว่าสนิทแล้วก็ไม่อยากให้ใกล้ อยากนอนและอยู่คนเดียวครับ ประมาณ 2-3 ก็ดีขึ้น ผมพยายามหาข้อมูลแต่ก็ไม่แน่ใจ จึงเรียนถามอาจารย์ครับ ครั้งแรกไปอ่านเจอโรคซึมเศร้า ก็ไม่แน่ใจ อาจารย์ช่วยกรุณาวินิจฉัยได้ไหมครับ

ขอบพระคุณคับ

ต้นกล้า

แจง
IP: xxx.26.39.169
เขียนเมื่อ Sun Jun 21 2009 15:29:23 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันมีอาการร

สึกว่าหวาดระแวงสามีว่าเขาจะต้องกลับไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่เขาเคยมีอะไรด้วยกัน แล้วเวลาดิฉันเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นดิฉันจะนึกถึงตอนที่เขาอยู่ด้วยกันแล้วดิฉันก็จะโมโหมากและก็จะแค้นมากแล้วก็จะคิดว่าพวกเขาจะต้องแอบมีอะไรกันทั้งที่ดิฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าจะเป็นความจริงหรือเปล่าดิฉันไม่มีความสุขเลยหวาดระแวงอยู่ตลอดจะต้องทําอย่างไรดีค่ะ

เเสงทอง เรืองวัน
IP: xxx.47.73.254
เขียนเมื่อ Tue Oct 20 2009 10:55:10 GMT+0700 (ICT)

ถ้าบางคนเกิดเอาชุดชั้นในผู้หญิงมาดมล่ะเรียกว่าอะไร

นกแก้ว
IP: xxx.175.88.228
เขียนเมื่อ Mon Jan 11 2010 18:24:29 GMT+0700 (ICT)

มีเรื่องอยากปรึกษาคุณหมอคะ คือว่าสามีดิฉันเป็นโรคจิตแอบเอากางเกงในของแม่ดิฉันมาดม กลุ้มใจ/ตกใจ/เสียใจ มากเลยคะ จะทำอย่างไรดีคะ ร้อนใจมากเลยคะไม่คิดว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง คุณหมอช่วยให้ปรึกษาด้วยนะคะ เพราะตัวฉันไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรดีกับเค้า บอกไม่ถูกเลยจริงๆคะ ใจหนึ่งก็รังเกรียจ ใจหนึ่งก็สงสาร สับสนจริงๆ

sirode
IP: xxx.137.215.82
เขียนเมื่อ Tue Mar 02 2010 12:30:00 GMT+0700 (ICT)

แม่ผมตอนนี่ท่านป่วยท่านอายุ62ปี..ท่านไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี เดินไปเดินมา แล้วเวลาพูดก็ไม่ค่อยสบตา ถามคำตอยคำหรือบางที่คุยอยู่ก็เงียบหายไปเฉยๆแล้วก็รู้สึกว่าตัวสั่นตลอดเวลา

สุภาพร
IP: xxx.29.37.34
เขียนเมื่อ Mon Mar 08 2010 12:16:41 GMT+0700 (ICT)

หลานชายของดิฉันโมโหร้ายมากแค่เรื่องที่ตนไปเอาเสื้อผ้าพี่มาใส่แล้ว โดนพี่ต่อว่า เขากลับฉุนเฉี่ยววิ่งเข้ามาบีบคอพี่และผลักพี่ตกบรรไดเลยล่ะค่ะ อาการแบบนี้เข้าข่ายโรคจิตไหมคะ?ช่วยตอบหน่อบนะคะ!!!ขอบคุณค่ะ

ปัทมา แก้วสีใส
IP: xxx.222.150.17
เขียนเมื่อ Thu Mar 25 2010 10:04:38 GMT+0700 (ICT)

อยากเรียนถามอาจารย์เกี่ยวกับกระบวนการเกิดอาการประสาทหลอนค่ะ

ช่วยด้วยค่ะ
IP: xxx.173.49.93
เขียนเมื่อ Thu Apr 15 2010 11:50:53 GMT+0700 (ICT)

คือแม่หนูเป็นโรคหูแว่วได้สิบปีแล้วค่ะ หามาหลายหมอ จนวันหนึ่งได้ยา ซายเปกซา มา อาการดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วเพิ่งมารู้ทีหลังว่าแม่แอบเอาไปทิ้ง ไม่ยอมกิน แต่ตอนแรกก็กินจริงๆ แล้วบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร ไม่ยอมกินท่าเดียว ตอนนี้อาการของแ่ม่หนักมากเลยค่ะ พฤติกรรมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากคนไจดี กลายเป็นคนที่อารมณ์ร้าย เกลียดไปซะหมด พูดตะคอก ซึ่งปกติจะใจดีกับเด็กนักเรียนทุกคน กลายเป็นตอนนี้ แม่แรงมาก คืออารมณ์เสีย ด่าไปหมด แต่ไม่ทำร้ายคนแน่นอนค่ะ ปกติแม่ใจดีใจเย็นมากจริงๆ เชื่ออะไรผิดๆ หลงคิดว่าตนเองเก่ง ทำไงดีคะ ไอเรื่องพาไปหาหมอหมดสิทธิ์ร้อยเปอเซนต์ ควรทำไงดีคะ อยากให้แม่เข้าใจและเพิกเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ

น้ำ
IP: xxx.53.219.146
เขียนเมื่อ Sun May 23 2010 23:17:05 GMT+0700 (ICT)

เราขอบอกเลยว่าเราเคยเป็นโรคูนี้มาแล้ว และตอนนี้เราหายแล้ว รักษามาสองปี รอดูอาการสามปี มันเป็นช่วงที่ฉันทรมานที่สุดในชีวิต ฉันดีจัยมากที่ตัวเองหายแล้ว ทั้งๆที่ฉันไม่เคยเสพยา และเครียดอะไรเลย ฉันก้อไม้รู้เหมือนกันว่าฉันเป็นได้ไง มันยากที่จะบรรยาย โชคดีที่ครอบครัวฉันดูแลฉันดีมากๆ และฉันก็เป็นคนที่ดูแลตัวเองด้วย กินยาตลอด การที่เราอยากหาย

นัส
IP: xxx.10.125.87
เขียนเมื่อ Mon Jul 05 2010 10:51:14 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ

รบกวนคุณหมอช่วยแนะนำสถานที่เข้ารับการรักษาใน กทม. หน่อยครับพอดีแฟนผมเขามีอากรหูแว่วอะครับผมอยากพาเธอไปรักษารู้สึกสงสารเธออะครับ รบกวนคุณหมอช่วยตอบด่วนนะครับ

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

เนม
IP: xxx.46.96.68
เขียนเมื่อ Wed Dec 08 2010 09:44:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

เพื่อนของหนูเขานอนไม่ค่อยจะหลับ ชอบคิดว่าแฟนของเขาจะทิ้งเขาไป แล้วเขาก็ร้องให้ขึ้นมา ไม่ทราบว่าเพื่อนของหนูเขาเป็นโรคจิตหรือเปล่าค่ะ

anuwut
IP: xxx.183.246.216
เขียนเมื่อ Tue Dec 28 2010 06:27:26 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นโรคเกี่ยวกับ แอลกอฮอร์คับ เข้ารับการรักษาด้วยอาการอารมณ์แปรปรวน หวาดระแวงนิดๆ อารมณ์ไม่คงที่ คุณหมอให้ยาคือ anta vittamin B และ Folic accid อยากถามคุณหมอว่าผมต้องทานยานานเท่าใดคับ แล้วผมจะหายเป็นปกติได้หรือเปล่า เพราะผมสังเกตตัวเองแล้วไปรักษาคับ ไม่ได้มีใครพาไป ผมเลยอยากรู้คับ อ้อ แล้วอาการระแวงของผมก็คือ กลัวคนอื่นเข้าใจผิด คิดกะเราไปทั่วอ่าคับ ไม่ได้ระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายรึเปล่าคับ และอีกอย่างกลัวคนอื่นจะกลัวรึระแวงผมด้วยซ้ำคับ ตอบให้หน่อยนะคับ คำตอบของคุณหมออาจทำให้ผมหายทันที

LIBSIX
IP: xxx.183.226.42
เขียนเมื่อ Wed Dec 29 2010 19:18:31 GMT+0700 (ICT)

ค่อนข้างใกล้เคียงกันอยู่หลายอย่าง

dabee
IP: xxx.25.218.177
เขียนเมื่อ Fri Feb 04 2011 02:23:25 GMT+0700 (ICT)

ผมได้ยินเสียงคนพูดบ่อยๆๆๆระยะเดือนแล้วครับไม่รู้ว่าเป็นโรคจิตหรือเปล่าพอดีมีคนแถวบ้านกินเหล้าแล้วเอาผมไปนินทาว่าอยู่แต่ในบ้านผมไม่ชอบยุ่งกับใครใครไม่คุยผมก็ไม่คุยผมจะคุยกับที่บ้านเท่านันครับพักหลังเรื่มมีอาการหูแว่วว่ามีใครนินทาเราหรือเปล่าทำอะไรเสียงดังก็ไม่ชอบอาการเครียดก็มีบ้างให้คำแนะนำหน่อยครับผมเกิดจากอะไรจิตเสื่อมหรือเปล่า

dabee
IP: xxx.25.218.177
เขียนเมื่อ Fri Feb 04 2011 02:31:43 GMT+0700 (ICT)

ถ้าผมเป็นผมจะไปรักษาไหนได้ครับไม่รู้จริงงงงงงช่วยแนะนำหน่อยครับขอบคุณครับ

 

AA
IP: xxx.8.231.60
เขียนเมื่อ Fri Feb 04 2011 15:15:48 GMT+0700 (ICT)

เคยเป็นอาการนี้เหมือนกันค่ะ จะเป็นตอนเวลาเครียดมาก พักผ่อนไม่พอ ถ้าได้ยินก็พยายมไม่ฟังนะค่ะ ถึงจะเป็นอะไร  เคยไปหาหมอทางด้านนี้ หมอให้ยามาทาน แต่ไม่ค่อยดีค่ะ สูญเสียความเป็นตัวเองมากทำงานไม่ค่อยจะได้ เพราะง่วงตลอดเวลา เลยเลิกทานค่ะ

กิ๊บ
IP: xxx.27.78.89
เขียนเมื่อ Tue Jun 07 2011 09:25:07 GMT+0700 (ICT)

คนงานชาย อายุ 46 ปี ที่บ้าน มีอาการ

กลุ่มอาการ ด้านลบค่ะ จะช่วยเค๊าได้ อย่างไรดี

ว่าเค๊า ไม่ได้ เก็บ เสื้อผ้าไป แล้วหลังจากนั้น 5-7 วัน จะโทรมา ขอเข้าทำใหม่ เป็น แบบนี้ 2 ครั้งแล้ว

อยาก ช่วยเค๊า จะเป็น อันตราย กับตัวเองไหมค่ะ (หมายถึง เค๊าจะคิด ทำร้าย เราไหม)

มิวส์
IP: xxx.172.218.109
เขียนเมื่อ Fri Jun 10 2011 22:03:54 GMT+0700 (ICT)

ผมก็เคยได้ยินเสียงแว้ว ผมรู้แล้วว่าเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง ของเล่นของคนรวย เครื่อชนิดนี้ สามารถส่งเสียงเข้าไปในเยื่อให้ได้ยิน รู้ถึงในจิตคนๆ นั้นว่าคิดอะไร เสียงทุกเสียงมีที่มา ทำไม่จึงรู้ เพราะพ่อก็ได้ยิน มันเป็นเสียนคนคอยมานั่งคุยผ่านไม มันพูดตามจิต มันหัวเราะ ไม่ว่าเรา กิน นอนนั้ง หรือช่วยตัวเองมันจะมาดู เหมือนมันเห็น ใช่ซิ ใครๆก็ ว่าเพี้ยน ตอนนี้มันเปลียนคนแล้ว ไไม่ได้ยินแล้ว ถ้ามาอีก จะถ้องคำว่า ค ว ย ให้มันได้ยิน มันเป็นเครื่องมือ ( จิตใครจิตมันอย่ามายุง) หมอไม่รู้ อะไรก็สั่งให้เอายายัดปาก ก็หมอไม้ได้เจอเล่นงาน

1. หูแว่วได้ยินเสียงคนมากกว่าสองคนถกเถียงหรือออกความคิดเห็นกัน โดยพูดถึงเรื่องของตนเอง

2. หูแว่วเสียงพูดวิจารณ์การกระทำหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของตนเอง

4. รู้สึกว่าความคิดของตนเองแผ่กระจายออกไปภายนอก จนคนอื่น ๆ รอบข้างทราบกันหมดว่าตนเองคิดอะไรอยู่

เชื่อมั้ยว่ามันเป็นเครื่องมือไม่ใช่โรค ว่าง่ายๆเรียกว่าโดนขโมยจิตจากผู้ไม่หวังดี

คนไม่เคยโดนแกล้งจะไม่มีทางรู้ จะคิว่าบ้รา เครื่องมือแสกนจิตใจผ่านทางร่างกาย โลกใบนี้มีอะไรหลายอย่าง ไม่อาจสรุปได้

สิ่งที่ขบวนการใช้เครื่องส่องจิต หรือขโมยจิตทำคือ ตามข้อ 1 2 4 หรือมากกว่านั้น มันจะคิดกับเยื่อว่าเป็นควาย ทำให้ได้ยิน เวลามันเปิดเครื่องจะมีเสียงวี๊ด เบา สามารถเข้ามาฟังความคิด แล้วนำไปเปิดในวิทยุชุมชน มันจะหลอกไปเลื่อยๆแล้วแต่ว่าจะหลอกเรื่องใหน ตอนนี้มันมามาแล้ว เพราะโดนผมด่า ผมรู้แล้วว่ามันหลอก กูไม่กลัวมึงแล้วโว้ยไอ้เสียงแว้า มาเลยจะด่ากลับ อย่ากับมายุง เอาให้มันลั้นวิทยุชุมชนไปเลย กูไม่อาย จัดมาดิ มัวอมของลับอยู่หรือไงฟะ

บางคนก็โดนหลอกจนเชื่อไปเลย พูดแล้วมันแค้น หดหัวอยู่ไหน ฟะ มาแว้วอีกซิ จะด่าในใจ ใครที่เจออย่าผมแอดมา ช่วยปรึกษาด่วน ช่วยได้ คนเคยเจอจะรู้ดีมากกว่าคนไม่เคยเจอ คนไม่เคยเจอมักจะขายยาให้ยัดปาก

รินา
IP: xxx.210.216.131
เขียนเมื่อ Thu Jul 07 2011 16:26:45 GMT+0700 (ICT)

หนูรู้สึกว่าหนูอยู่โดดเดี่ยวตลอดเวลา เข้ากับเพื่อนไม่ได้ แล้วก็ชอบร้องไห้บ่อยมากเวลาเจออะไรที่มากระทบจิตใจไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม เช่น กำลังซ้อมวอลเลย์บอลอยู่ดีๆ เห็นเพื่อนซ้อมอยู่ข้างๆแล้วลูกบอลกำลังจะหล่นแต่เพื่อนกลับมาตีหนูอย่างแรงแค่นั้น หนูก็เลิกซ้อมแล้วก็มานั่งคิดมาก และร้องไห้ ทั้งๆที่เพื่อนคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทของหนูแต่หนูกลับมานั่งคิดมาก

มีเหตุการนึงที่ฝังใจมากๆ คือ เพื่อน คนนึงมาด่าหนูให้เพื่อนในห้องเก่าฟังแล้วด่าแรงมาก เช่น สันดานต่ำ พูดจาหยาบคาย ฯลฯ ทั้งๆที่หนูกับเพื่อนคนนั้นไม่เคยพูดกันเลยแม้แต่คำเดียว เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อน จนถึงวันนี้หนูก็เป็นกังวลตลอด แล้วรู้สึกเหมื่อนคนรอบข้างไม่ชอบหนู เพราะเรื่องนี้ เกิดอาการคิดมากจนกินข้าวไม่ได้ เบื่ออาหาร ปวดหัวตลอดเวลา สอบตกซึ่งที่จริงเมื่อก่อนหนูเป็นท็อป 5 แต่ตอนนี้หล่นมากลางๆแล้ว หนูเครียดมากเลยคะ อยากไปหาหมอโรคจิตอยากรู้ว่าตัวเองเป็นโรคจิตหรือปล่าว หนูไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนี้เลย แล้วก็รู้สึกง่วง เพลีย เหนื่อนง่าย เหมือนคนป่วย หนูไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น อยากนอน นอน นอน และก็นอน เป็นโรคเครียดภาวะนาก็ไม่หายแบบว่าจิตมันไม่เป็นหนึ่งแล้วอ่ะค่ะ มันคิดแต่เรื่องที่เครียด ไม่ว่าใครจะพูดอะไรกะหนูตอนนี้หนูก็เครียดไปหมด T^T

chatree teptanagor
IP: xxx.87.173.238
เขียนเมื่อ Sun Jul 10 2011 00:07:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ช่วงเเรกผมดื่มสุราหนัก มาระยะหลังนี้มีเรื่องเครียด ตอนนี้ไปทำงานไม่ได้เลยครับ อาการของผมคือ เหมือนโรคจิตประเภท กับ กลุ่มอาการด้านลบครับ เเล้วบางทีคุยกับคนอื่นหรือเพื่อนก็จะืมีอาการตึงหน้าตาหนักหัวเป็นๆหายๆครับ ช่วงต้นคอจะตึง เวลาสูบบุรี่เเล้วจะมึนหัวมากเเละอาการต่างๆจะตาม พอสักพักก็หาย ตอนนี้ผมไม่คอยกล้าคุยกับใคร เพื่อนบอกผมชอบทำน่นแปลกๆ บางทีเวเลายิ้ม หัวเราะน่าจะชาตึงค้างเลยคับ คุณหมอ วิธีรักษาใหมคับช่วยเเนนนำด้วยคับ ขอบคุณครับ

ตรีปพัฒน์
IP: xxx.121.96.190
เขียนเมื่อ Tue Jul 19 2011 14:54:24 GMT+0700 (ICT)

ผมชอบคิดว่าตัวเองนั้นมีพลังวิเศษจนถึงอายุ 18 ก็เลิกคิด

ผมชอบคุยกับตัวเอง เหมือนมีอีกตัวตนหนึ่ง ผมเรียกเขาว่า "ความคิดที่ 2"

ผมคิดงว่าตัวเองสำคัญและรู้สึกว่าเป็นเพื่อนกับคนมีชื่อเสียง

ผมรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไร้อิสระ

ผมคิดว่าจะฆ่าตัวตายหลายหน แต่พอผมนึกถึงแฟนผม ผมก็เลยไม่ทำ

ผมคิดว่าความรักของผมไม่เหมือนใคร คิดว่าความรักของผมคือรักที่บริสุทธ์กว่าคนอื่น

ผมว่าผมโรคจิตแน่ๆ

min
IP: xxx.232.0.237
เขียนเมื่อ Fri Aug 19 2011 12:48:23 GMT+0700 (ICT)

คนที่บ้านเหมือนว่ากำลังจะเป็นโรคจิตเภทค่ะ รู้สึกสับสนและสงสารท่านมากวันๆท่านไม่ทำอะไรจะนั่งอยู่ที่มุมเดิมตลอด

เวลาอาบน้ำถ้าไม่บอกให้ไปอาบก็จะไม่ไปเพราะกลัวว่าเราจะด่าว่าหาว่าเปลืองน้ำ

เวลาจะกินอะไรถ้าเราไม่เอามายื่นให้ถึงมือก็จะไม่กล้ากินเพราะกลัวโดนด่า ทั้งๆที่ไม่เคยว่าและไม่เคยด่าเลยสักครั้ง

มีอยู่ครั้งนึงแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านทิ้งให้พ่ออยู่บ้านคนเดียวแล้วหากับข้าวและขนมไว้ที่โต๊ะ

กลับมาถึงบ้านทุกอย่างเหลือเท่าเดิมพ่อไม่ได้แตะต้องอาหารเลย กลุ้มใจมาก

ขยะ
IP: xxx.173.52.133
เขียนเมื่อ Tue Aug 30 2011 20:53:30 GMT+0700 (ICT)

เมื่อไร ที่กระผม หาเจอ หรอ รู้ ตัวตน ว่า ของเล่นของคนรวย มันคือ ของใคร เมื่อนั้น กระผม จะ เอาชีวิต ผมแลกกับมันสัก ที

ตายคือตาย ไม่สน ว่ามันจะเกิด อะไรขึ้น ทำถึง ขนาด นี้ ( ชีวิตต้องแลกด้วย ชีวิต ) แต่ถ้ามันเป็นการประสาทหลอน ถือว่าจบ

111
IP: xxx.53.95.195
เขียนเมื่อ Sat Sep 03 2011 14:45:01 GMT+0700 (ICT)

คนเราบางครั้งจะมีอาการแบบนี้เกิดขึ้น...แต่เราต้องมองโลกในแง่บวก ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แล้วคุณจะใช้ชีวิตในโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุขนะคะ..เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

222
IP: xxx.173.24.80
เขียนเมื่อ Sat Sep 03 2011 23:07:17 GMT+0700 (ICT)

จะมีสักกี่คนที่มอง ในแง่ บวก ขอบคุณสำหรับกำลังใจ *-*-

333
IP: xxx.173.31.180
เขียนเมื่อ Mon Sep 05 2011 17:10:10 GMT+0700 (ICT)

ทั้ง หมด ตั้งแต่ ต้น อยากถามหน่อยว่า เล่น ยาเสพติด กันหรอป่าวครับ

สุรีย์
IP: xxx.53.6.29
เขียนเมื่อ Wed Sep 14 2011 12:23:57 GMT+0700 (ICT)

แม่ของนู มีอาการคือ คิดว่ามีคนมาแอบรัก มีคนมาคอยติดตามตลอดม่ว่าจะทำอะใร ใด้ยินเสียงคนพูดใส่เครื่องดักฟังบ้าง

บางทีก็คิดว่าคนที่มาแอบรักบรอมตัวมาในแบบต่าง ๆ เพื่อที่อยากพบกับตัวเอง ทั้งที่ความจริงมันใม่มี แม่อายุ 54 บี

พ่อเสียนานกว่า 10 บีแล้ว แม่นูเบ็นโรคจิตบ่าวค่ะ และนูจะทำอย่างใร ยังมีอาการอีกลายอย่างค่ะ

Radha
IP: xxx.63.65.146
เขียนเมื่อ Thu Sep 20 2012 11:13:26 GMT+0700 (ICT)

อาการทางจิตหลายๆอย่างเกิดจากสติอ่อนไป

เช่น เกิดระแวง (เคยทำบางอย่างแล้วฝังใจ เป็นผลจากพฤติกรรม) ฟุ้งซ้าน (อ่อนทั้งสมาธิและสติ) หลับง่ายแบบควบคุมตัวเองไม่ได้ (สมาธิสูงมากไป สติน้อย ไม่สมดุล) ถ้าไม่ถึงกับบ้าสมบูรณ์แบบจนสื่อสารกันไม่เข้าใจ ยังสอนได้แนะนำได้บ้าง

ปัญหาเหล่านี้จะแก้ได้โดยการฝึกสติครับ ฝึกรู้สึกตัวให้บ่อยๆ อยู่กับปัจจุบันแล้วอาการจะหายไปเอง ที่นิยมกันมากคือฝึกแนวหลวงพ่อเทียน (ตามแนวพุทธ สติปัฏฐานสี่ หัวข้อ กาย ) ถ้าปัญหาเกิดจากโรคทางกายเป็นหลักก็ไม่หายนะครับ แต่เมื่อฝึกเยอะๆเป็นการปรับสภาพจิต จะตั้งรับสถานการณ์ได้ดีขึ้น

*อย่าไปแก้โดยการนั่งสมาธิเด็ดขาดเพราะเป็นการลัดขั้นตอน ปัญหาเกิดจากสติก็ต้องแก้ที่สติ ถ้าสติไม่แข็งพอ นั่งสมาธิไปก็ฟุ้งซ่านไม่ได้ผลหรอกครับ กรณีที่ไม่ค่อยฟุ้งซ่าน นั่งสมาธิได้ผลแต่สติไม่แข็งพอ ก็ทำให้มีความเห็นผิดเพี้ยนไปได้ เสี่ยงต่อการเป็นคนบ้า

พระจึงต้องเดินจงกรมและกำหนดจิตรู้สึกตัวในทุกอิริยาบถ สลับกับนั่งสมาธิไงครับ

หง่าวตัวน้อย
เขียนเมื่อ Sat Nov 24 2012 14:00:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คือแฟนหนูน่าจะเป็นโรคหูแว่วค่ะ ตอนแรกก็คิดว่ามีคนมาทำร้ายจิงๆ เค้าก็เลยย้ายหอ พอย้ายมาหอที่2 ก็เกิดเหตุการณ์นี้อีก หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ก็เลยพูดกันว่าไม่อยากมีเรื่อง เลยย้ายมาหอที่3 แต่เค้าก็มีอาการถี่ขึ้น เริ่มได้ยินทุกวัน แต่ไม่ทุกเวลา คือเค้าอยู่คนเดียวอ่ะค่ะ ไม่ได้มีใครอยู่ด้วย หนูก็อยู่กับคนละบ้าน ก็ไปหาบ้าง แต่หนูไม่เคยได้ยิน ทีนี้อาการเริ่มหนักขึ้นเริ่มได้ยินทุกเวลาเช้า-กลางวัน-เย็น-กลางคืน เค้าก็บอกว่าเค้ากลัวไม่รู้จะทำยังไง เลยไปแจ้งความ ทีนี้ตำรวจบอกว่าให้ย้าย เราก็เลยตัดสินใจย้ายทั้งที่แต่ละหออยู่ไม่ถึง1เดือน ค่าเงินเดือนก็หมดไปกับค่ามัดจำหอ ... พอย้ายมาหอที่4 เค้าก็ได้ยินอีกมากขึ้นๆทุกวันๆๆๆๆ ตลอดเวลาแม้แต่ทำงานก็คิดว่าามีคนมาจ้องเค้า พูดเรื่องเค้าจะทำร้าย ขมขู่ จะมาทำหนูด้วย เค้าก็กลัวมากกก ขนาดคุยโทรสับเค้าบอกว่ามีคนดักฟังอยู่ไม่ให้พูด หนูไม่รู้ทำอย่างไรดีค่ะ พยายามบอกเค้าหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้คิด มีสติไว้ แต่เค้าก็บอกได้ยินจิงๆๆ จนตอนนี้เค้าสามารถพูดตอบโต้ได้เลย หนูหนักใจมากค่ะ เค้าไม่มีใคร ไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง มีแค่หนูเป็นแฟนคนเดียว ไม่รุ้จะหันไปหาใครค่ะ ป้าที่ดูแลหอพัก เค้าบอกให้หนูพาแฟนไปหาหมอเพราะบอกเป็นโรคหูแว่ว

opatika
IP: xxx.49.27.150
เขียนเมื่อ Fri Feb 22 2013 22:49:24 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นโรคนี้มาสิบปีแล้วกินยาตลอดอาการทุเลาลงมาก แต่ไม่หายขาด จะมีเสียงผู้หญิงสาวคอยพูดด้วยตลอดเวลาเหมือนถูกอ่านความคิด มีความรู้สึกว่าเหมือนมีคนทำพิธีไศรสาต ที่ใหนซักแห่ง เหมือนมีวิญญาณถูกส่งมาติดตาม

เวลานอนจะได้ยินเสียงคนส่งกระแสจิตมาคุยด้วยตลอด มันมีความเป็นไปได้มั้ยเรื่องอ่านกระแสจิตคน ผมสงสัยแต่หาคำตอบไม่ได้ ผมสังเกตุจะมีเสียงจิ้งจกร้องตลอดเวลาเมื่อผมได้ยินเสียงผู้หญิงคนนี้หรือมากกว่านี้ มีใครพอจะนั่งทางในดูได้บ้างครั้งอย่ากรู้ข้องใจมานาน อยากรู้ว่ามันเป็นใครมาเล่นบ้าบ้าแบบนี้ จะเอาตะกั่วยัดหัวมันซักที

นัท
IP: xxx.180.158.202
เขียนเมื่อ Fri Mar 29 2013 15:36:53 GMT+0700 (ICT)

  1. คนที่หนูเห็นเขาเป็นคนที่ชอบหอมแก้มเด็กอายุประมาณ 5-10 ปี พอเห็นเด็กก็จะทำเป็นจะวิ่งไล่หอมแก้มเด็กแต่พี่เขาเป็นคนที่มีงานทำนะ แต่ชอบเอาเวลางานมาซื้อเหล้าขาวซึ่งมันไม่ถูก แล้วอีกอย่างน้องของหนู ไม่เเท้นะคะ เขายังวิ่งมาไล่จะหอมแก้ม ทั้งๆที่พ่อกับแม่น้องเขาก็ยังอยู่ อย่างงี้ใช่คนโรคจิตหรือเปล่าคะ

นัท
IP: xxx.180.158.202
เขียนเมื่อ Fri Mar 29 2013 15:38:13 GMT+0700 (ICT)

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นโรคจิตหรือเปล่าเราจะทำยังไง  สงสัยเราคงต้องคิดแผนการซะแล้ว 555+


อุ้ม
IP: xxx.180.76.149
เขียนเมื่อ Thu Jun 20 2013 11:51:15 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นมาเกือบ 5 ปี แ้ล้ว อาการกำเริบ หลายครั้ง บางครั้งทำอะไรไม่รุ้เรื่องถึงขั้นจะเดินแก้ผ้าใส่บ๊อกเซ่อตัวเดียวเดินไปเดินมา เข้ารักษามา 5 - 6 ครั้ง แต่ไม่ได้กินยาตลอด พออาการดีก็หยุดยา เพราะตอนนั้นหมอไม่ได้บอกว่าต้องกินตลอดห้ามหยุดยาเด็ดขาด ก็เลยนึกว่าหายแล้ว ยาบางตัวก็รักษาไม่หาย แต่ปัจจุบันรักษาดีขึ้นมากเลย ไปทำงานได้แต่ปัญหาอยู่ว่าคือชอบง่วงนอน หลังทานยาต้องได้นอนสักสองชั่วโมงถึงจะอยู่ได้ อยากรู้เหมือนกันครับว่าต้องกินไปนานเท่าไร และจะลดอะไรลงได้บ้าง ยกยอดไปกินตอนกลางคืนและมื้อเย็นหมดเลยไม่ได้หรือครับ

PM1
IP: xxx.8.152.148
เขียนเมื่อ Thu Sep 05 2013 14:49:47 GMT+0700 (ICT)

dd

kai
IP: xxx.120.8.15
เขียนเมื่อ Mon Sep 30 2013 21:14:30 GMT+0700 (ICT)

น้องที่office มีอาการร้องไห้ตลอดเวลา แต่ก่อนหน้านี้เวลามีเพื่อนมองหน้าน้องเขาจะมาบอกว่าคนนี้คิดไม่ดีกับเขาทั้งที่เขาไม่ได้พูดอะไรเลย คือมองหน้าคนอื่นแล้วคิดไปเอง  อาการแบบนี้ใช่อาการของโรคไหม

 

BB
IP: xxx.4.56.169
เขียนเมื่อ Fri Oct 18 2013 13:49:50 GMT+0700 (ICT)

คือหนูรู้สึกว่าตัวเองเป็นโรคจิตหรือป่าวนะคะ  คือบางครั้งอยู่ๆก็รู้สึกโมโหและจู่ๆก็อยากร้องไห้อารมแปรปวน   แล้วก็บางครั้งก็อยากเอามีดไปแทงคนอื่นเวลาอารมไม่ดี(รู้สึกสะใจนะคะ)   แล้วบางทีก็อยากเอมีดแทงตัวเองให้เจ็บๆ(เวลาอารมไม่ดีนะคะ)   วันนี้อารมไม่ดีเห็นน้องอายุไม่กี่ขวบเดินมาเเล้วเราก็ถือมีดอยู่  รู้สึดเลยว่าอยากจะเอามีดไปแทงให้มันตายๆไปชะแต่ข่มอารมไว้ได้อยุ่    วันนี้นก็อุ้มน้อชายเค้าร้องไห้  หนูละอยากจับขาเค้าฟาดกับกำแพงมากๆโมโหมากคะ   ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้        

  หนูอยากรู้ว่าทำไงถึงจะหายคะ   หนุไม่ยากเป็นแบบนี้แล้วเวลาหลับบางครั้งก็ได้ยินเสียงเพื่อนพูดอะไรไม่รู้(แต่ตอนนี้ไม่ได้ยินแล้ว)   ไปปรึกษาเพื่อนเพื่อนบอกเป็นโรคจิตอาการเริ่มแรกนะคะ  ถ้าไม่รักษาจะเป็นหนัก  

  หนูจะทำไงดีคะ       ขบคุณสำหรับคุแนะนำไว้ล่วงหน้านะคะ

tik
IP: xxx.51.64.173
เขียนเมื่อ Sat Nov 02 2013 21:35:25 GMT+0700 (ICT)

พี่สาวมีอาการเยอะมากไม่รู้จะทำยังไง..บางทีก็ไม่ยอมกินยาคิดว่าตัวเองไม่เป็นไร ตอนนี้ชอบขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว ได้ยินเสียงคนพูดว่าตัวเองตลอดเวลาไม่หลับไม่นอนทั้งที่ปิดหน้าต่างแน่นหนา ระแวงทุกอย่างเผาข้าวของ ปีนไปบนฝ่าเพดานบ้านบ้าง..ออกไปต่อว่าชาวบ้านว่าพูดนินทาเรื่องตัวเอง…..ไม่ออกไปพบผู้คน ชอบฟังเพลงเศร้าๆ เวลาออกไปซื้อของข้างนอกถ้าเห็นคนคุยกันก็คิดว่าคุยนินทาเรื่องของตังเองหูแว่วไปหมด ต้องทำไงดีค่ะแล้วคนที่มีอาการแบบนี้สามารถทำงานได้หรือเปล่าค่ะ?.เพราะตอนนี้ไม่ได้ทำงานมา6ถึง7ปี อายุ34 ปีค่ะ ถ้าทำงานได้ต้องทำงานแบบไหนค่ะที่จะทำให้ไม่วิตกกังวลจนจิตตกอีก…ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

TON
IP: xxx.46.102.204
เขียนเมื่อ Thu Jun 05 2014 13:25:27 GMT+0700 (ICT)

ผู้ที่ญาติมีอาการสามารถพาไปที่รพ.ที่มีจิตแพทย์ รพ.เอกชนจะมีเกือบทุกที่ลองโทรไปถามก่อนดีที่สุดครับ รพ.รัฐตาม link นี้ครับ  http://www.psyclin.co.th/new_page_18.htm จากที่เคยพบเห็นหากได้รับการรักษาจะสามารถกลับมาทำงานได้ปกติครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า