เกษียร เกษียน เกษียณ

 เกษียร เกษียน เกษียณ 

หลายคนคงจะสงสัยว่า ๓ คำนี้ แตกต่างกันอย่างไร และหลายคนรวมทั้งผู้เขียนด้วยก็เขียนผิดบ่อยๆ เหมือนกัน ... เกษียร แปลว่า น้ำนม เกษียน แปลว่า เขียน และ เกษียณ แปลว่า สิ้น ...อันที่จริง ๓ คำนี้ มิใช่คำบาลีเลย สองคำเป็นสันสกฤต และอีกคำเป็นไทยที่ล้อเลียนสันสกฤต...

ความแตกต่างอย่างหนึ่งระหว่างบาลีและสันสกฤต คือ ข.ไข่ ในบาลี จะเปลี่ยนเป็น ก.ไก่ กับ ษ.ฤาษี ในบาลี (ข - กษ) ..

เกษียร มาจากสันสกฤตว่า กษิระ แปลว่า น้ำนม ..กฺษีระ แปลงเป็นบาลีจะได้ว่า ขีระ ...เมื่อแปลงเป็นไทย กษีระ ก็เป็น  เกษียร โดยแปลง สระ อี เป็น สระ เอีย (มีอีกหลายคำที่แปลงทำนองนี้ เช่น พิริยะ ก็แปลงเป็น เพียร) ...สำนวนที่พอนึกได้ก็เช่น เกษียรสมุทร แปลว่า ทะเลน้ำนม

เกษียณ สันสกฤตว่า กฺษีณะ แปลว่า สิ้น บาลีใช้ ขีณะ ...พอเป็นไทยก็เป็น เกษียณ (เอา อี เป็น เอีย เหมือนกัน) ...ที่ใช้เป็นทางการก็เช่น เกษียณราชการ

เกษียน น่าจะเป็นไทยแท้ๆ โดยผู้ช่ำชองภาษาใช้ล้อสันสกฤต...นั่นคือ คำไทยว่า เขียน แปลง ข. เป็น กษ ก็กลายเป็น เกษียน ...ทำให้ผู้เชี่ยวชาญก็แปลไม่ถูกในบางครั้ง 5 5 5 ...ที่มีใช้ก็อาจารย์สอนสันสกฤตของผู้เขียนท่านหนึ่งเคยบอกบ่อยๆ เกษียนไว้ ๆ ตรงนี้สำคัญ (5 5 5)

หมายเหตุ

ในบาลี และ กษ ในสันสกฤต ...ซึ่งในภาษาไทยเจอบ่อย โดยบางคำก็ใช้เฉพาะสันสกฤต บางคำก็ใช้ทั้งบาลีและสันสกฤต ก็เช่น

เขตตะ, ขัตติยะ - เกษตร, กษัตริย์

เขมะ - เกษม

อายุขัย - สิ้นชีพตักกษัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): เกษียณ เกษียร เกษียน 
 หมายเลขบันทึก: 71496
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

นายบอน@kalasin
เขียนเมื่อ Mon Jan 08 2007 23:10:04 GMT+0700 (ICT)
นมัสการครับ หลวงพี่

เกษียน เกษียณ

ทีแรกนึกว่า เกษียนเป็นคำที่เขียนผิดเสียอีกครับ

และแล้วก็ยังมีคำที่ยังไม่รู้อีก
BM.chaiwut
เขียนเมื่อ Mon Jan 08 2007 23:25:52 GMT+0700 (ICT)

จ้า นายบอน 

ทั้งหมด ที่เขียนมา เป็นความเห็นส่วนตัว พอเชื่อถือได้ในฐานะครูบาลีเขียน เท่านั้น

เจริญพร

นายขำ
เขียนเมื่อ Tue Jan 09 2007 12:20:16 GMT+0700 (ICT)

นั่นซินะ...พระอาจารย์

แล้วเวลาวัยรุ่นใช้คำว่า...จิงดิ....งุงิ....อ่ะจ้า....อ่ะคับ....ไม่จัย....ไม่ปลื้ม....อย่างเนี้ย....เขาเอามาจากไหนกันอะคับ.....555....จบ

BM.chaiwut
เขียนเมื่อ Tue Jan 09 2007 21:03:38 GMT+0700 (ICT)

คุณโยมขำ ...ตั้งคำถามมาให้ตอบนอกขอบเขตบาลี นะครับ แต่ก็พอตอบได้บ้างเล็กน้อย เอาสัก ๒-๓ ประเด็นพอนะครับ

คำวัยรุ่นว่า จิงดิ งุงิ อ่ะจ้า อะคับ ไม่จัย ม่ปลื้ม ..ทำนองนี้ เป็นการเลียนแบบมาจากคำทั่วไปที่มีใช้มาแล้ว ดังต่อไปนี้ ครับ..

จิงดิ เลียนแบบมาจาก จริงซิ เป็นคำคำยืนยันบางสิ่งบางอย่าง...อธิบายตามรูปศัพท์..  พยางค์ว่า จริง แปลงเป็น จิง นี้เรียกว่า มัชเฌโลป คือลบอักษรตัวกลาง (เทียบบาลี อุทกํ แปลงเป็น อุกํ) ..พยางค์ว่า ดิ แปลงเป็น ซิ นี้เรียกว่า อาเทศ คือเปลี่ยนอักษร (เทียบบาลี จิตฺตํ แปลงเป็น จิตฺรํ)

งุงิ เลียนแบบมาจาก หุดหิด หมายถึง อาการบางอย่างที่แสดงออกมาเพราะความไม่พอใจ (อภิธรรมเรียก จิตตชรูป รูปที่เกิดจากจิต) ...อธิบายตามรูปศัพท์...พยางค์ว่า งุ มาจาก หุด โดยแปลง ห.หีบ เป็น .งู แล้วลบอักษรเบื้องปลาย...พยางค์ว่า งิ มาจาก หิด โดยแปลง ห.หีบ เป็น ง.งู แล้วลบอักษรเบื้องปลายเช่นเดียวกันข้างต้น (หุด - งุด -งุ .....หิด - งิด - งิ = งุงิ)

สองคำพอนะคุณโยม (5 5 5) พอจะได้คำตอบว่า คำเหล่านี้ เลียนแบบมาจากคำที่มีอยู่แล้ว โดยออกเสียงให้เพี้ยนไปจากเดิมเล็กน้อย...นี้ ประเด็นแรก

ประเด็นต่อมา สาเหตุของการเลียนแบบหรือทำให้ผิดจากเดิม ครูท่านบอกว่ามี ๓ อย่าง คือ

๑. เพื่อออกเสียงให้สะดวกยิ่งขึ้น

๒. เพื่อทำเนื้อความให้สละสลวย

๓. เพื่อเป็นประโยชน์ในการเรียบเรียงเป็นร้อยกรอง

คำว่า จิงดิ งุงิ เป็นต้น เข้าได้ตามหลักการที่๑ และ ๒ เพราะวัยรุ่นบอกว่าออกเสียงสะดวกและเนื้อความสละสลวย (นี้เป็นการประเมินค่าของวัยรุ่นเท่านั้น) ...

เอาอีกประเด็นนะครับ ภาษาก็จัดเข้ากับหลักอนัตตาได้ กล่าวคือ ไม่มีเจ้าของ. ฝืนความปรารถนา. ไม่สามารถบังคับได้ แย้งต่อตัวตน และเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่จะเข้ามาเกื้อหนุนหรือบั่นทอน...

ยังอธิบายได้อีกหลายนัยครับ คุณโยม...แต่ขอความกรุณาอย่าถามคำทำนองนี้อีกเลย นะครับ

โปรดอ่านอีกครั้ง ขอความกรุณาอย่าถามคำทำนองนี้อีกเลย นะครับ (5 5 5)     

Mr Boonchai Theerakarn
เขียนเมื่อ Tue Jan 09 2007 21:52:41 GMT+0700 (ICT)

๕๕๕ (โปรดสังเกตว่า หัวเราะเป็นแบบไทยๆ เพราะหัวเราะกับพระคุณเจ้า ต้องสำรวม)

ชอบใจในประโยคสุดท้ายจริงๆครับ

ขอความกรุณาอย่าถามคำทำนองนี้อีกเลย นะครับ

โถหลวงพี่ก็อุตส่า่ห์ตอบ นายสอน เป็นหลักเป็นการ(สมกับเป็นพระอาจารย์จริงๆ)

ให้มันรู้ซะมั่งว่าไผเป็นไผ นะ สอน

ผมเห็นต่างกับหลวงพี่นิดหน่อยกับคำว่า เกษียน

ยังมีีที่ใช้อยู่ครับ ก็คือ การเกษียนหนังสือราชการ (การบันทึกข้อความเสนอ-สั่งการในหนังสือราชการ) กระมังครับ

BM.chaiwut
เขียนเมื่อ Wed Jan 10 2007 10:29:24 GMT+0700 (ICT)

เจริญพร คุณหมอ

ด้วยความยินดีครับ ....

เจริญพร 

นายขำ
เขียนเมื่อ Wed Jan 10 2007 13:43:05 GMT+0700 (ICT)

พระอาจารย์ครับ...อย่าเข้าใจผิดว่าอาจารย์หมอบุญชัยท่านจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ...

 

ที่จริงท่านเป็นผู้ที่แพร่โรคขัดคอคนอื่นให้ผมไม่น้อยกว่าพระอาจารย์เลยอ่ะครับ...555

 

คำขอของพระอาจารย์นี่ผมอยากจะรับไว้นะครับ...แต่คำอธิบายของพระอาจารย์เป็นคุณแก่ผมจริง ๆ....

ผมจึงยังมิอาจรับปากได้...555...

IP: xxx.26.76.110
เขียนเมื่อ Wed Jun 16 2010 20:26:36 GMT+0700 (ICT)

หลวงพี่ค่ะต้องการคำถามอย่างด่วนนะค่ะ เกษียนหนังสือ เกษียนสมุ เขียนแบบนี้ไหมค่ะ แล้วเกษียนสมุดแปลว่าเขียนสมุดใช่ไหมค่ะ

เณรนิจ
IP: xxx.143.146.181
เขียนเมื่อ Tue Sep 28 2010 11:42:42 GMT+0700 (ICT)

คำว่าเขียน น่าจะเป็นคำเขมร จากคำว่า เขียน แผลง เป็น เกษียน เช่น ตรวจ เป็นตำรวจ เสร็จเป็น สำเร็จ แต่ถลอก มาจากคำไหน เณรไม่กล้าวิเคราะห์ครับผม

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า