สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ประวัติ เพลง ชาติไทย

เพลงชาติ
เห็นช่วงนี้กระแสจะเปลี่ยนเพลงชาติไทยกำลังมาแรง ประกอบกับอะไรดลใจพี่เอกไม่รู้ เลยขอหยิบยกเอาประวัติของเพลงชาติไทยมาให้ชมกันครับ ก็มีประวัติกว่าจะเป็นเพลงชาติไทยในปัจจุบัน ผ่านมาเยอะครับ ใจของผมเองก็ไม่อยากให้เปลี่ยนเลย มันฝังลึกลงในใจไปแล้วอ่ะ ของเดิมๆ มันก็ดีอยู่แล้ว ฟังมาตั้งแต่เด็ก ใครๆ ก็ร้องได้อยู่แล้ว ไม่รู้ใครเป็นคนต้นความคิดนี้ไม่รู้ บ่นมาเยอะอีกแล้วตามฟอร์มขอเชิญติดตามชมได้เลยครับ

เพลงชาติไทยแบบที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ถือเป็น เพลงชาติไทยลำดับที่ ๗ ซึ่งประกาศใช้ในยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดย รัฐนิยมฉบับที่ ๖ เมื่อ วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๒ ประพันธ์ทำนองโดย พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) หรือชื่อเดิม ปีเตอร์ ไฟท์ (Peter Feit) ตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ ประพันธ์เนื้อร้องโดย พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์)
ก่อนหน้านั้นมี เพลงชาติไทย ใช้มาแล้ว ๖ เพลง เริ่มต้นระหว่าง ปี ๒๓๙๕ – ๒๔๑๔ใช้ทำนองเพลง God Save the Queen เป็นเพลงเกียรติยศถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์โดยเรียกว่า เพลงสรรเสริญพระบารมีอังกฤษ แต่ต่อมาเมื่อ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ประพันธ์เนื้อร้องขึ้นใหม่แล้วเรียกชื่อว่า เพลงจอมราชจงเจริญ นั่นแหละจึงถือเป็น เพลงชาติลำดับที่ ๑ ในยุค รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา
 
ต่อมา รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำริว่าควรจะใช้ ทำนองเพลงไทย คณะครูดนตรีไทยจึงขอพระราชทานอัญเชิญ เพลงทรงพระสุบิน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เพลงบุหลันลอยเลื่อน พระราชนิพนธ์ในองค์ ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๒ นำมาเรียบเรียงใหม่ให้เป็นสากลขึ้นโดย เฮวุดเซน ถือเป็น เพลงชาติลำดับที่ ๒ ใช้บรรเลงระหว่าง ปี ๒๔๑๔ – ๒๔๓๑
 
เพลงชาติลำดับที่ ๓ นั้นเกิดขึ้นในรัชสมัย รัชกาลที่ ๕ เช่นกัน โดยประพันธ์ทำนองโดยนักประพันธ์ชาวรัสเซีย ปโยตร์ สชูโรฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) คำร้องเป็นบทพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ใช้บรรเลงเป็นเพลงชาติในระหว่าง ปี ๒๔๓๑ – ๒๔๗๕ ใช้มายาวนานเพราะมี ท่วงทำนองไพเราะ เนื้อหาสมบูรณ์ และทุกวันนี้ก็ใช้อยู่ในนามของ เพลงสรรเสริญพระบารมี นั่นเอง
 
เพลงชาติลำดับที่ ๔ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย (๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕) แล้ว เพลงชาติลำดับนี้เป็นเพลงชาติชั่วคราว (เนื่องจากมีการเตรียมการโดยสังเขปที่จะสร้างเพลงชาติขึ้นมาใหม่ โดยสมาชิกของคณะผู้ก่อการท่านหนึ่งมอบหมายให้ พระเจนดุริยางค์ เป็น ผู้ประพันธ์ แต่ยัง ไม่เสร็จ เลยต้องใช้ทำนองเพลงไทยเดิม คือเพลงมหาชัย ไปพลางก่อน) เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการเป็นผู้ ประพันธ์เนื้อร้อง ซึ่งมีเนื้อหาปลุกใจให้คนไทยเกิดความรักชาติ และเกิดความสามัคคี ตลอดจนให้เลื่อมใสในรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้
   
 
 
สยามอยู่คู่ฟ้าอย่าสงสัย
 เพราะชาติไทยเป็นไทยไปทุกเมื่อ
 
ชาวสยามนำสยามเหมือนนำเรือ
 ผ่านแก่งเกาะเพราะเพื่อชาติพ้นภัย
 
เราร่วมใจร่วมรักสมัครหนุน
 ธรรมนูญสถาปนาพรรษาใหม่
 
ยกสยามยิ่งยงธำรงชัย
 ให้คงไทยตราบสิ้นดินฟ้า
 
 : เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
: (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)
: เสนาบดีกระทรวงธรรมการ
 
 
 
 
เพลงชาติลำดับนี้ใช้ในช่วงสั้น ๆ ไม่ถึง ๑ เดือน ก็เปลี่ยนแปลงไป
 
เพลงชาติลำดับที่ ๕ ประพันธ์ทำนองโดย พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) เมื่อ วันที่ ๔กรกฎาคม ๒๔๗๕ และประพันธ์เนื้อร้องโดย ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) บรรเลงครั้งแรก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๔๗๕ แต่ก็ใช้อยู่เพียงระหว่าง ปี ๒๔๗๕ – ๒๔๗๗ โดยมีเนื้อร้องดังนี้
 
 แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า
 สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา ร่วมรักษาเอกราชชนชาติไทย
 บางสมัยศัตรูจู่มารบ ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่
 ตลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา
 อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของชาติไทย น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
 เอกราชคือกระดูกที่เราบูชา เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
 ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสรเสรี ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
 เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย  สถาปนาสยามให้เชิดชัย ชโย
 
 
พระเจนดุริยางค์
ขุนวิจิตรมาตรา
 
กำเนิดของเพลงชาติลำดับที่ ๖ นั้น สืบเนื่องมาจากการที่ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพลงชาติขึ้นคณะหนึ่ง โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงเป็นประธาน และมีกรรมการท่านอื่นร่วมด้วยดังนี้คือ พระเรี่ยมวิรัชพากย์ พระเจนดุริยางค์ หลวงชำนาญนิติเกษตร จางวางทั่ว พาทยโกศล และนายมนตรี ตราโมท คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับเพลงชาติโดยเฉพาะ ผลการตัดสินปรากฎว่า มีเพลงชาติแบบไทย และแบบสากล อย่างละเพลงคือ แบบไทยได้แก่เพลงชาติของจางวางทั่ว พาทยโกศลที่แต่งขึ้นจากเพลงไทยเดิมชิ่อว่า “ตระนิมิตร” ส่วนทางสากลได้แก่ เพลงของ พระเจนดุริยางค์ ที่แต่งไว้แล้ว ในเวลาต่อมาคณะกรรมการชุดนี้ ได้พิจารณาว่า เพลงชาตินั้นควรจะมีลักษณะที่บ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามีสองเพลงอาจทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ลดลง จึงร่วมกันพิจารณาใหม่ ในที่สุดตกลงว่าให้มีทางสากลเพลงเดียวคือ แบบทำนองสากลของพระเจนดุริยางค์ จึงได้จัดให้มีการประกวดบทร้องขึ้นใหม่ คณะกรรมการได้สรุปผลให้บทร้องของนายฉันท์ ขำวิไล และบทร้องของขุนวิจิตรมาตรา ได้รับรางวัล และตัดสินให้บทร้องของขุนวิจิตรมาตราได้รับรางวัลชนะเลิศ
 
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
(พระนามเดิม พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ,ม.จ.ก.,ป.จ.,ม.ป.ช.,ม.ว.ม)
 
หลวงชำนาญนิติเกษตร (อุทัย แสงมณี)
จางวางทั่ว พาทยโกศล
 
นายมนตรี ตราโมท
นายฉันท์ ขำวิไล
 
บทร้องที่คณะกรรมการคัดเลือกมีดังนี้
 
บทของนายฉันท์ ขำวิไล
 เหล่าเราทั้งหลายขอน้อมกายถวายชีวิต  รักษาสิทธิ์อิสระ ณ แดนสยาม
 ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยายาม  ปราบเสี้ยนหนามให้พินาศสืบชาติมา
 แม้ถึงไทยไทยด้อยจนย่อยยับ  ยังกู้กลับคงคืนได้ชื่นหน้า
 ควรแก่นามงามสุดอยุธยา  นั้นมิใช่ว่าจะขัดสนหมดคนดี
 เหล่าเราทั้งหลายเลือดและเนื้อเชื้อชาติไทย  มิให้ใครเข้าเหยียบย่ำขยำขยี้
 ประคับประคองป้องสิทธิ์อิสระเสรี  เมื่อภัยมีช่วยกันจนวันตาย
 จะสิ้นชีพไว้ชื่อให้ลือลั่น  ว่าไทยมั่นรักชาติไม่ขาดสาย
 มีไมตรีดียิ่งทั้งหญิงชาย สยามมิวายอยู่มุ่งหมายเชิดชัย ไชโย
    
บทของขุนวิจิตรมาตรา
 แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง  ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า
 สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์บุราณลงมา ร่วมรักษาสามัคคีทวีไทย
 บางสมัยศัตรูจู่โจมตี  ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่
 เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท  สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา
 อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย  น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
 เอกราษฎร์คือเจดีย์ที่เราบูชา  เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
 รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี  ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
 เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย  สถาปนาสยามให้เทอดไท ไชโย
    
ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๒ มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจากคำว่า “สยาม” มาเป็น “ไทย” ทำให้จำต้องแก้ไขบทร้องในเพลงชาติด้วย รัฐบาลจึงได้จัดประกวดบทร้องเพลงชาติไทยขึ้นใหม่ผลการประกวด ปรากฎผู้ชนะได้แก่ นายพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ส่งเข้าประกวดในนามกองทัพบก และให้ใช้ทำนองขับร้องเพลงชาติไทย ของพระเจนดุริยางค์ ตามแบบที่มีอยู่เดิม (ดังได้กล่าวแล้วในย่อหน้าแรก) กลายเป็นเพลงชาติลำดับที่ ๗ (ปัจจุบัน) ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้
 
 “ ประเทศไ ทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย  เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
 อยู่ดำรงไว้ได้ทั้งมวล  ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
 ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด  เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
 สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี  เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย ”
 
พันเอกหลวงสารานุประพันธ์ มีความปราบปลื้มและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับได้สั่งเสียบุตร ธิดา ไว้ว่า “ฉันได้สั่งบุตรธิดาของฉันไว้ทุกคนว่า ในกาลภายหน้าเมื่อถึงวาระที่ฉันจะต้องเกษียณอายุลาโลกไปแล้ว ขณะใกล้จะขาดอัสสาสะ ขอให้หาจานเสียงเพลงชาติอันนี้ มาเปิดให้ฟังให้จงได้ เพื่อบังเกิดความชุ่มชื่นระรื่นใจ อันไม่มีเสื่อมคลายตราบสิ้นปราณ”
 
 : นายพันเอกหลวงสารานุประพันธ์
: (นวล ปาจิณพยัคฆ์)
 
 
 
 

 

เพลงชาติไทย ปัจจุบัน
- - ด ด
- - ม ซ
- - - ซ
- - ซ ล
- - ท ด
- - ร ม
- - - ม
- - ม ม
- - ร ด
- - ล ซ
- - ล ท
- - ด ม
- - ด ร
- - ด ด
- - - ด
- - ด ด
- - ด ด
- - ม ซ
- - - ซ
- - ซ ล
- - ซ ฟ
- - ล ซ
- - - -
- - ม -
- - - ม
- - ฟ ม
- - - ร
- - - -
- - - ร
- - ม ร
- - ด ด
- - - -
- - - ด
- - ม ซ
- - - ซ
- - ซ ล
- - ซ ฟ
- - ล ซ
- - - -
- - - -
- - - ซ
- - ล ท
- - ซ ร
- - - -
- - ร ล
- - ท ล
- - - -
- - - ซ
- - - ซ
- - ล ซ
- - ฟ ร
- - - -
- - - ฟ
- - ล ซ
- - ม ด
- - - -
- - - ด
- - ม ร
- - - ร
- - ร ล
- - - ท
- - ล ซ
- - - -
- - - -
 
- - ด ด
- - ม ซ
- - - ซ
- - ซ ล
- - ท ด
- - ร ม
- - - -
- - - -
 
- - ร ด
- - ล ซ
- - ล ท
- - ด ม
- - ด ร
- - ด ด
- - - -
- - - -
        
KASETSART UNIVERSITY KUMPHAENGSAEN CAMPUS
THAI CLASSICAL MUSIC CLUB
 By : -


หมายเหตุ: โดย...พี่เอก(อีกแล้วอ่ะ)

 
ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม เนื้อร้องทำนอง
· เสนอข่าวโดย yeen


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด เนื้อร้องทำนอง:
เพลงสรรเสริญพระบารมี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ประวัติเพลงชาติไทย 
· หมายเลขบันทึก: 61934 · เขียน:  
· ความเห็น:
4
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
atomic
เขียนเมื่อ Tue Nov 28 2006 20:19:31 GMT+0700 (ICT)
วิจารณ์งาน วิจารณ์งานของ :โพชฌงค์ เคียนทอง ที่ blog : gotoknow.org/blog/poch-RNM/61934 งานเรื่อง : ประวัติเพลงชาติไทย ข้อมูลที่เก็บมา : ข้อมูลในชุดนี้ดูแล้ว ซ้ำๆ น่าจะเอาอันนี้กับอันที่แล้วมารวมกัน อ่านหาใจความก่อน แล้วค่อยสรุปออกมาเป็นภาษาของตัวเอง ข้อมูลอันนี้ก็ดี ละเอียดดี แหล่งข้อมูล : ไม่ได้บอกไว้ว่าเอามาจากแหล่งข้อมูลที่ไหน (เหมือนเดิม) วิธีการเก็บข้อมูล : เก็บได้เยอะอีกเช่นเคย แต่ มันซ้ำซาก(ซ้ำกับอันที่แล้วอะนะ) ดูแล้วไม่น่าอ่าน วิธีการเรียบเรียงข้อมูล : ค่อยข้างจะละเอียดมากกว่าอันที่แล้ว
Beam
IP: xxx.8.166.162
เขียนเมื่อ Fri Jan 30 2009 18:02:45 GMT+0700 (ICT)

ดีใจจังเลย มีบอกหมดเลย พอดีต้องใช้รายงานภาษาไทย ดีใจจังหาเจอแล้ว มีงานส่งแร้ว

ศุภนิดา ศักดิ์ดี
IP: xxx.27.139.33
เขียนเมื่อ Tue Sep 22 2009 19:22:06 GMT+0700 (ICT)

อยากให้มีประวัติเพลงชาติแบบสั้นๆๆแต่ได้ใจความ

เพราะว่าเปลืงหมึก แต่ก็ดีมีงานส่ง มาสเตอร็ นุ

ปายแระ อิ อิ อิ อิ อิ อิ อิ

tawan'z
IP: xxx.67.30.156
เขียนเมื่อ Tue Dec 22 2009 18:43:53 GMT+0700 (ICT)

อยากรู้ชื่อเพลงชาติไทยลำดับที่ 4อะ

แต่ไม่มีในนี้เซ๊ง!!

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์