โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ เทคโนธุรกิจ 7-Eleven : Business and Service Mind

 แนวคิดเกี่ยวกับธุรกิจสำหรับนักเรียน แนวคิดเกี่ยวกัยการบริการ สำหรับผู้ฝึกงานในร้าน 7 Eleven ลูกค้าและนายถูกเสมอ ดำเนินชีวิตแบบคนมีบุญ คือ สนใจ ใส่ใจและเอาใจใส่ ต่อสิ่งที่เราทำ เท่ากับมีบุญในเรื่องนั้น ๆ  

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ คณะผู้บริหาร คณาจารย์และนักเรียนที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

    

ผมขอขอบคุณคณะผู้บริหาร คณาจารย์ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ โดยเฉพาะอาจารย์ปิยาพร  ฉลภิญโญ ซึ่งท่านเคยเป็นอาจารย์ที่มีคุณภาพจากกรมอาชีวศึกษา จากวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ที่ได้กรุณาให้เกียรติ เชิญผมไปพูดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. นี้ ให้กับนักเรียน ประมาณ 200 คน ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ ของ 7 Eleven .........................

 

โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ จัดสัมมนา 20 พ.ย. 49

 

 

 

 

 

 

  ภาพที่ 1 กิจกรรมเด่น โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ เทคโนธุรกิจ จัดสัมมนาเรื่อง Business & Service Mind เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานักศึกษาในโครงการ ให้เป็นคนดี มีคุณภาพ รู้วิชาการ รู้งาน รู้จักพัฒนาตน อ.ปิยาพร เชิญ คุณยม มาเป็นวิทยากร  นักศึกษาที่นี่ มีวินัย มีจริยธรรม มีคณะผู้บริหารโรงเรียนที่มีคุณภาพ งานจึงออกมาดี ดังภาพที่เห็น  ครับ

 

 

 

นักเรียนส่วนใหญ่ฝึกงานอยู่ในร้าน 7 Eleven มีความรับผิดชอบค่อนข้างสูงต่อตนเอง ต่อลูกค้า ต่อชื่อเสียงของ 7 Eleven การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา และทุนทางจริยธรรม ในการทำงานและการบริการลูกค้า ถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ .............

 

 

 

ภาพที่ 1

 

ภาพที่ 2 คุณยม เริ่มการบรรยายให้ความรู้ในเรื่อง Business and Service Mind ให้กับนักศึกษาที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ  จำนวน 200 คน โดยมี อาจารย์ปิยาพร และทีมงานให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

  

ประเด็นที่บรรยายคือ เรื่อง “Business and Service Mind” เพื่อให้นักเรียนได้มีภูมิปัญญา ไปบริหารตนเอง บริหารการทำงาน และใช้เป็นแนวทางในการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า ........และได้สอดแทรกทฤษฎีทุน 8 ทุน ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แข็งแรงทั้งกายและใจ พร้อมให้บริการผู้อื่น ทฤษฎีทุน 8 ทุน นี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chiraacademy.com/ 

 

 

 

 

 

เป็นครั้งแรกที่ผมไปที่นี่ และผมประทับใจมาก เรื่องความสะอาด ความเป็นระบบ เป็นระเบียบเรียบร้อย บ่งบอกถึงระบบการจัดการที่ดีของผู้บริหารโรงเรียน.........

 

 

    ประทับใจรองผู้อำนวยการโรงเรียน คุณพูนธนา ที่ให้เกียรติมาต้อนรับ อาจารย์ท่านอื่น ๆ มีบุคลิกภาพที่ดี มีน้ำใจ.......

     ภาพที่ 2

 

ภาพที่ 6

ภาพที่ 3 - 4 นักศึกษาที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ  ประมาณ 200 คน เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา เสริมสร้างทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ในการดำเนินชีวิตวัยเรียน วัยฝึกงาน ด้วยการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับ ธุรกิจและการบริการ "เมื่อลูกค้ามาซื้อของที่ 7 Eleven เขาควรได้รับความประทับใจกลับไปด้วย"

  

  ประทับใจนักเรียน ผมได้เห็นนักเรียน แต่งกายเรียบร้อย อัธยาศัยดี มีวินัย เห็นแล้วนึกถึงนักเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคสมุปราการ เพราะเรียบร้อยแบบที่ผมเคยเห็นที่นั่น ทำให้ผมอดที่จะพูดไม่ได้ว่า ครูดี อยู่ที่ไหนจะมีลูกศิษย์ที่ดีอยู่เสมอ นี่คือครูที่มีคุณภาพ อาจารย์ปิยาพร  ฉลภิญโญ 

 นั่นเอง

 

 

 

อาจารย์กับผมรู้จักกันมาสิบกว่าปี ในตอนนั้น ผมเป็นแค่หัวหน้างานฝ่ายบุคคลฯจนกระทั้งผมเป็นผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่อาจารย์ริเริ่มลุยกันเรื่องระบบการเรียนแบบทวิภาคี ใหม่ ๆ มีนักเรียนมาฝึกงาน มารับทุนไม่กี่คน จนกระทั่งขยายผลไปเป็นสิบ เป็นร้อย จากหนึ่งบริษัทเป็นร้อย ๆ บริษัท ที่เข้ามาร่วมกันพัฒนาเยาวชนให้ชาติ และได้มีส่วนร่วมในการประชาพิจารณ์ พ.ร.บ.การศึกษา ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ 

สิงที่เป็นแนวร่วมกันมานาน คือความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาจารย์ทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดี เท่ากับรับใช้พระองค์ท่าน ผมทำเอกชน ผมก็บอกอาจารย์ไว้ว่า เมื่อครั้งที่ในหลวงฯท่านครองราชย์ครบ 50 ปี ผมขอทำความดี ถวายแด่พระองค์ท่านด้วยการเข้ามาช่วยพัฒนาเยาวชน ให้กับภาครัฐ  ด้วยใจอาสา ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ขยายไปสู่ภาคเอกชนด้วย  การถวายความจงรักภักดี แด่ในหลวงด้วยการทำความดี ได้ทำมานานและต่อเนื่อง

 

 

เวลาผ่านไปนาน ขอบคุณอาจารย์ที่ยังนึกถึงอุดมการณ์ที่ผมทำอยู่ และเห็นคุณค่าในสิ่งนี้    

 ภาพที่ 7

 

ภาพที่ 6 

ภาพที่ 5 - 6 คุณยม ให้นักศึกษาที่เข้ารับฟังการบรรยายเรื่อง Business and Service Mind ออกมาแสดงบทบาท นักศึกษา นักทำงาน ฝึกบริหารตนเอง ในระยะเวลาอันสั้น ฝึกจับประเด็นความรู้ ที่ได้รับ แล้วนำมาถ่ายทอด  "ความสามารถ หรือสมรรถนะของคนยุคใหม่ ไม่ใช้แค่ทำงานเก่งอย่างเดียว เรื่องความสามารถในการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่กำลังมาแรงในยุคนี้และยุคหน้า องค์กรแห่งการเรียนรู้ การบริหารจัดการความรู้ และ Talent management จึงเป็น เรื่อง ของ HR Innovation" ที่ 7 Eleven โดยโรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ มี ครับ"

 

   

ในการบรรยายวันนี้ (20 พ.ย. 2549) ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ ผมได้ถามถึงสิ่งที่อาจารย์ต้องการให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มเติม  ก็ได้ใจความว่า ต้องการให้นักศึกษามีความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้บริการลูกค้าได้ดี มีใจรักการบริการ

 

    ผมก็แนะนำว่า นักเรียนที่ปัญญาภิวัตน์ฯ ถ้าไปทำงานในร้าน 7 Eleven ได้ดีนั้น จะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ แนวคิดการทำ ธุรกิจ  แนวคิดในการบริการที่ดี จึงใช้ชื่อว่า “Business and Service Mind”   

 

อาจารย์ให้เวลาตั้งแต่ 9.00-10.30 น. ก็เป็นเวลาที่ค่อนข้างน้อยมากสำหรับเรื่องใหญ่ ๆ และสำคัญ ๆ ก็ต้องปรับกระบวนการสอน เอาเฉพาะประเด็นง่าย ๆ สำคัญ ๆ มาฉายให้ดู รายละเอียดเป็นอย่างไร ผมจะสรุปไว้ใน Blog ........

 

 

 

และผมขอให้นักเรียน ส่งการบ้าน สองข้อ คือ ประการแรก วันนี้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง  ประการที่สอง สิ่งที่ได้เรียนรู้จะนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง  โดยได้ให้ส่งตัวแทนออกมา 4 กลุ่ม ออกมาแชร์ความรู้ร่วมกันในระหว่างสัมมนา........

   โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ จัดสัมมนา

 ภาพที่  7  ภาพแห่งความประทับใจ  ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ครูดี ผู้บริหารดี นักเรียนย่อมดีมีวินัย  ขอชื่นชมโรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ  ที่มีโครงการดี ๆ ให้เยาวชนไทย ได้มีโอกาสเรียนรู้ เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ดี

เรื่องการส่งการบ้าน ก็ขอให้ส่งผ่านทางท่านอาจารย์  ขอให้ท่านช่วยตรวจสอบก่อน  แล้วส่งให้ผมทางเมลล์ ผมจะนำมาลง Blog ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยได้รู้ว่า โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ ของ 7 Eleven เขาทำอะไรกัน นักเรียนที่นี่เป็นอย่างไร เป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้ประชาชนคนไทยได้ทราบด้วย ความรู้ที่นักเรียนเขียนมาก็จะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน  เป็นวิทยาทานอย่างหนึ่งด้วย........

และถ้าผมได้ภาพที่อาจารย์ถ่ายไว้ก็จะเป็นการดี ขอความกรุณาส่งมาให้ผมทาง Email ด้วยครับ ผมจะนำมาลงให้ ส่วนสาระที่ได้บรรยายไปผมจะทยอยสรุปมาไว้ให้นักศึกษาและผู้สนใจได้ศึกษาเพิ่มเติม "การเรียนรู้ ควรต้องทำอย่างต่อเนื่อง"

 

  

ขอขอบคุณคณะผู้บริหารโรงเรียน คณาจารย์ อาจารย์ปิยาพร และผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดโครงการนี้

การเอา Guru ผู้มีประสบการณ์มาเล่าให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งที่ดี เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม และทุนทางความสุขแบบมีสาระ ยั่งยืน

เด็กนักเรียนจะได้ประโยชน์ 7 Eleven เองจะได้ทรัพยากรมุษย์ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น ผมเสนอให้ทำอย่างต่อเนื่อง และให้มีเวลามากกว่านี้ จะเกิดประโยชน์สูงสุด 

  

สวัสดีครับ

  

ยม

   

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 61312
 เขียน:  
 ความเห็น: 27  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Tue Nov 21 2006 07:58:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ คณะผู้บริหาร (ท่านรอง ผอ.พูนธนา) คณาจารย์ อาจารย์ปิยาพร  และนักศึกษา โรงเรียนปัญญาภิวัตน์และท่านผู้อ่านทุกท่าน 

 

 

สืบเนื่องจากการบรรยายเรื่อง Business and Service Mind เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ผมได้ทำเป็นบทความสรุปสาระ เพื่อประโยชน์แก่นักศึกษา และท่านผู้อ่านที่เข้ามาชม เว็ป หรือ Blog นี้  เชิญท่านผู้อ่าน ติดตามเนื้อหา ดังปรากฏอยู่ตอนท้ายนี้...................

 

ในปัจจุบัน ธุรกิจมีการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น     เบื้องหลังความสำเร็จทางธุรกิจ เรามักพบว่าการบริการที่ดี เป็นเครื่องมือสนับสนุนงานขาย ให้มีอย่างต่อเนื่อง  เพราะถ้าบริการดี ลูกค้าเกิดความประทับใจ ยอดขายก็จะเพิ่มขึ้น

 

อีกทั้งการบริการยังถือเป็นหน้าเป็นตาขององค์กรทว่าการบริการจะดีหรือไม่ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับตัวของพนักงาน และอีกส่วนขึ้นกับความใส่ใจขององค์กรที่จะพัฒนางานด้านบริการนี้ขึ้นมา 

 

ธุรกิจต่าง ๆ จึงพยายามแสวงหายุทธศาสตร์ในการพัฒนางานด้านบริการ และการพัฒนาผู้ปฏิบัติงาน ให้มีศักยภาพ ความสามารถในการสร้างความพึงพอใจมาสู่ลูกค้า อย่างไม่หยุดยั้ง  ด้วยการสร้างสินค้า / บริการ ที่ดีกว่า ถูกกว่า เร็วกว่า ประทับใจกว่า คู่แข่งขัน 

 

คนที่ทำงานขาย/งานบริการ จึงเปรียบเสมือนนักรบ ที่จะต้อง สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการรู้หลักธุรกิจ และรู้หลักการบริการที่ดี

 

พนักงาน ผู้ปฏิบัติงานขาย/บริการ......ควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจ

 

ธุรกิจ หมายถึง กิจการที่ก่อให้เกิดสินค้าและบริการ กิจกรรมของธุรกิจ ตามทฤษฎี OM (Operation Management) มี 3 กระบวนการ คือ

  • INPUT กระบวนการนำเข้าทรัพยากรทางการบริหาร ได้แก่ คน วัตถุดิบ อุปกรณ์เครื่องมือ เงินงบประมาณ และระบบการจัดการ ที่จะนำสินค้า/บริการเข้ามาสู่ห้างร้าน สถานประกอบการ
  • PROCESS กระบวนการผลิต กระบวนการขาย กระบวนการบริการ กระบวนการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า และสุดท้ายเป็นขั้นตอน
  • OUTPUT ที่ถือว่าเป็นจุดสุดท้ายของงานขาย/งานบริการ .ในกระบวนการขาย หรือบริการ ผู้ขาย ผู้ปฏิบัติงานต้องมีแนวคิดที่สำคัญคือ ลูกค้าและนายถูกเสมอ เพราะเขาคือผู้มีพระคุณต่อผู้ปฏิบัติงาน

 

OUTPUT พักงานหรือผู้ปฏิบัติงานขายส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ขายของแล้วก็คือจบ ลูกค้าได้ของไป ออกไปจากร้านแล้ว ก็หมดภาระ แต่สิ่งที่ลูกค้าจะได้ออกไปอีกประการหนึ่งก็คือ ความประทับใจ กับความไม่ประทับใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง การขายหรือการบริการที่ดี ลูกค้าควรที่จะได้ความประทับใจกลับออกไปด้วย หัวใจนักธุรกิจจะคิดสิ่งเหล่านี้เสมอ

 

ผู้ปฏิบัติควรต้องเข้าใจว่า . การดำเนินธุรกิจนั้น ต้องระมัดระวังและให้ความสำคัญกับคำว่า Q C D S T

  • Q= Quality =คุณภาพ =สร้างบริการหรือสินค้าดี ออกมาสู่ลูกค้า   
  • C=Cost = ต้นทุน=ช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อให้สินค้ามีต้นทุนต่ำ ราคาถูก
  • D= Delivery- วันส่งมอบ =ทำงานตรงเวลา เพื่อการส่งมอบที่ตรงเวลา
  • S= Satisfaction =สร้าง รักษา คงไว้ซึ่งความพึงพอใจของลูกค้าทั้งภายในและภายนอก
  • T= Trust = สร้างรักษา คงไว้ซึ่งความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ของลูกค้า

หน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานที่ดี ควรต้อง ช่วยกันรักษาคุณภาพการทำงาน การบริการ ช่วยกันประหยัดต้นทุน การส่งมอบงานให้ทันเวลา คำนึงถึงความพึงพอใจฯ ความเชื่อถือ ของลูกค้า(Q C D S T) ช่วยกันรักษาประโยชน์ ของบริษัทฯ

ธุรกิจต้องมีการลงทุน ต้องมีการแข่งขัน ร่วมด้วยช่วยกัน ทำงานเป็นทีม ธุรกิจ มีปัจจัยในการดำเนินการ ได้ แก่ 1.คน 2. วัสดุอุปกรณ์   3. เครื่องมือ   4.ระบบการจัดการ  5. ข้อมูลข่าวสาร   6. จริยธรรม ความมีวินัย

ผู้ปฏิบัติงานที่มีหัวใจนักธุรกิจ จึงควรตระหนักอยู่เสมอว่า เวลาเป็นของมีค่า เวลาทำงานไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของลูกค้า ขององค์การ ของเจ้านาย  ต้องทำให้ดีที่สุด

 

สงครามการค้าเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องพัฒนา ให้ตนเองมีวินัยในการทำงาน การปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน  คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมฝีกตนเองให้เป็นผู้ที่แข็ง แกร่ง  กว้างไกล  ฉับไว  มีระบบ 

 

นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานควรทราบว่า  จุดมุ่งหมายในการทำธุรกิจ ก็เพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภค และผู้อุปโภค นำผลกำไรมาสู่ผู้ลงทุน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อสร้างความอยู่รอดและเจริญเติบโตของธุรกิจนั้น ๆ และเพื่อให้บริการแก่ท้องถิ่น และเสริมสร้างความเจริญแก่สังคม สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นหัวใจของธุรกิจ ที่คนทำงานขายควรต้องทำความเข้าใจ

 

เมื่อธุรกิจมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ และหลากหลาย องค์การจึงจำเป็นต้องมีแนวคิดทำธุรกิจด้วยทฤษฎี 3 Q คือ

  1. Quality Worker องค์การต้องเลือกสรร และพัฒนาคนให้มีคุณภาพ คนทำงานเองก็ต้องพัฒนาตนให้เป็นคนมีคุณภาพอยู่เสมอ
  2. Quality Organization  เมื่อมีคนที่มีคุณภาพ มาช่วยกันทำงาน จะทำให้เกิดองค์การที่มีคุณภาพตามมา และจะทำให้เกิด Q ตัวที่สามคือ
  3. Quality Service/Product ที่จะนำมูลค่าเพิ่มมาให้องค์การและตัวผู้ปฏิบัติงาน

 

ทั้งสาม Q จะต้องสอดคล้องต้องรับกัน สัมพันธ์กันเป็นอย่างดี  กล่าวคือ ต้อง INPUT คนที่มีคุณภาพเข้าไป สู่กระบวน PROCESS ทำให้เกิด องค์กรที่มีคุณภาพ OUTPUT ก็จะได้สินค้า บริการที่มีคุณภาพ ลูกค้าได้รับความประทับใจกลับบ้านไปด้วย

สิงเหล่านี้เป็นแนวคิดพื้นฐานเรื่อง Business Mind ซึ่งยังมีอีกมากในเรื่องนี้ ความรู้ถ้ามากไปในเวลาจำกัด จะทำให้นักเรียนมึนจึงขอฝากไว้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน ไว้เพียงเท่านี้ก่อน โดยเฉพาะลูกศิษย์ในโรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ 7 Eleven พนักงาน ผู้ปฏิบัติงานขาย/บริการ......ทรัพยากรมนุษย์ ที่สร้างได้

 

เรื่อง คุณภาพคน(Quality Worker) เป็นสิ่งสำคัญ คนที่มีคุณภาพ ตามทฤษฎีทุนในตัวทรัพยากรมนุษย์ ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ กล่าวไว้ว่า คนที่มีคุณภาพจะต้องมีทุน 8 อย่าง เรียกว่า ทฤษฎี 8 K’s  ศ.ดร.จีระ ท่านได้กล่าวไว้ว่า ทุนตามทฤษฎี 8 K's มี ดังนี้

 

1. Human  Capital  หรือ ทุนมนุษย์ คือ ทุนที่ได้มาจากความรู้ขั้นพื้นฐานของการศึกษาเล่าเรียนใสถาบันการศึกษา  ทุนที่ได้มาจากการอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูจากบิดา มารดา ซึ่งถือว่าเป็นทุนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องมีมา เมื่อมีพื้นฐานทุนมนุษย์มาดี เมื่อเข้าสู่ระบบการเรียนการสอน เข้าสู่ของสังคม หรือองค์กร ก็จะสามารถต่อยอดทุนมนุษย์สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเอง สังคม องค์กรและประเทศชาติได้เป็นอย่างดี  ทุนมนุษย์จึงเป็นรากฐานที่สำคัญ ที่จะมีผลต่อการพัฒนาทุนด้านอื่น ของมนุษย์

 

 

2.   Talented  Capital  หรือ ทุนทางความรู้  ทักษะ และทัศนคติ ทุนที่สำคัญและขาดไม่ได้สำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคนี้ก็คือ ทุนทางความรู้  ทักษะ และทัศนคติ การมีความรู้ ทักษะ และทัศนคติ (Mindset) ที่ถูกต้องในการทำงาน  บุคคลจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

 

 

3.   Intellectual  Capital  หรือ ทุนทางปัญญา   คือ ความสามารถในการคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และการนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม     บุคคลที่จบปริญญามี Human Capital ใช่ว่าจะมีทุนทางปัญญาหรือ   Intellectual  Capital  เสมอไป  คนที่มีการศึกษาไม่สูงแต่สามารถมีทุนทางปัญญาได้ถ้ารู้จักในการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง และสามารถที่จะนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม

 

 

4.   Digital  Capital  หรือ ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  ผู้มีความรู้ มีปัญญา ย่อมรู้สถานการณ์โลก และให้ความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคข่าวสาร และเทคโนโลยี  เป็นโลกาภิวัตน์  ฉะนั้น ในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ สามารถที่จะพัฒนาและแข่งขันกับนานาอารยประเทศ  จึงจำเป็นที่จะพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

 

5.    Ethical  Capital หรือ ทุนทางจริยธรรม บุคคลที่มีความรู้ดี  สติปัญญาดี จะทำให้เกิดทุนทางจริยธรรม ทรัพยากรมนุษย์ ที่มีทุนมนุษย์ ทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา แต่ถ้าไม่มีคุณธรรม  ก็ไม่สามารถพัฒนาองค์กรหรือประเทศได้อย่างดี  ยิ่งถ้านำเอาความรู้ ความสามารถที่ได้รับไปใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ย่อมสร้างปัญหาให้กับสังคมมากยิ่งขึ้น  ฉะนั้น ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงควรให้การปลูกฝัง ทุนทางจริยธรรม ไว้ตั้งแต่เบื้องแรก หรือแทรกเข้าไปในเนื้อหาเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง

 

 

6.   Happiness  Capital หรือ ทุนแห่งความสุข  เมื่อมนุษย์มีทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา และทุนทางจริยธรรม ย่อมเป็นผู้มีความสุขได้ง่าย กับทุกสถานการณ์ มนุษย์ทุกคนนี้ล้วนมีความปรารถนาจะทำในสิ่งที่ตนทำแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นสุขกาย หรือ สุขใจ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะคิด หรือทำสิ่งใดก็ตามก็จะต้องคำนึงถึงความสุขกับสิ่งที่ทำด้วยจึงจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

 

 

7.   Social  Capital หรือ ทุนทางสังคม  ทุนทางสังคม หรือ Social  Capital หมายถึงการรู้จักเข้าสังคม การรู้จักวางตัว หน้าที่และบทบาทของตนเองต่อสังคมซึ่งก็จะเป็นการสร้างให้เกิดยอมรับในสังคม เมื่อมนุษย์มีความรู้ มีปัญญา มีจริยธรรม และมีทุนทางความสุขแล้ว ก็กล้าพอที่จะมีการออกสังคม มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนทั่วไปในทางสร้างสรรค์ มีทุนทางสังคมที่ดี

 

 

8.   Sustainability  Capital หรือ ทุนแห่งความยั่งยืน ทุนแห่งความยั่งยืนเป็นทุนที่สำคัญของทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ เพราะเนื่องจากว่าการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วมาก หากเราไม่พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนแล้วนั้นเราก็จะไม่สามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในโลกยุคไร้พรมแดน 

 

 

ทรัพยากรมนุษย์ที่มีทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนทางความสุข และมีทุนทางสังคมฯ แล้ว จะทำให้เกิดกระบวนการคิดไกล มีวิสัยทัศน์ และแสวงหาความสุขระยะยาว การตัดสินใจใด ๆ จึงมักคำนึงถึงความยั่งยืน เป็นสำคัญ ทำให้เกิดทุนแห่งความยั่งยืนได้

 

เรื่อง คุณภาพคน(Quality Worker) ถ้านักปฏิบัติงานโชคดี มีทุนต่าง ๆ ติดตัวมามากก็ถือว่าโชคดี

 

แต่ถ้านักปฏิบัติงานมีทุนตัวใดตัวหนึ่งน้อย องค์การที่ชาญฉลาด ก็จะมีโครงการฝึกอบรม พัฒนาอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง  และถ้ามีทุนตัวใดตัวหนึ่งมาก ก็แบ่งบันให้เพื่อนมนุษย์ เพื่อนร่วมงาน

 

สำหรับ Blog หน้านี้ ขอกล่าวเพียงเท่านี้ก่อน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความสาระนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ และคณาจารย์ รวมทั้งผู้อ่านทุกท่าน  และถ้านักศึกษาท่านใดสงสัย อยากจะถามเพิ่มเติม ก็ถามมาในเว็ปนี้ได้

 

ในคราวหน้า Blogต่อไปผมจะกล่าวถึง เรื่อง Service Mind พนักงาน ผู้ปฏิบัติงานขาย/บริการ......นักบริการ ที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง

 

 

วันนี้ขอลาไปเพียงเท่านี้ก่อน ขอบคุณคณะผู้บริหาร คณาจารย์และนักเรียนโรงเรียนปัญญาภิวัตน์ ที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี สิ่งดี เหล่านี้คงประทับใจผมไปอีกนาน เช่นที่อาจารย์ปิยาพร อาจารย์ผู้ทรงคุณค่าที่เคยอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ทำไว้นานนับสิบปีที่ผ่านมา

 

 

ขอความสวัสดี จงมีแด่ผู้อ่านทุกท่าน

 

 

ยม

 

............................

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

http://www.chiraacademy.com/ 

 

อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Thu Dec 28 2006 11:13:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ คณาจารย์ และนักศึกษาที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ เทคโนธุรกิจ

 

หลังจากการสัมมนา เรื่อง Business and Service Mind  ทราบข่าวจากทางโรงเรียนว่า น.ศ. ไม่สะดวกที่ส่งการบ้าน  เนื่องจากต้องออกไปปฏิบัติงานที่ 7 Eleven สาขาต่าง ๆ และ คอมพิวเตอร์ไม่สะดวก ต่อการส่งการบ้านมา 

  

อย่างไรก็ตาม หวังว่า คงไม่เป็นอุปสรรคต่อการสรรหาความรู้เพิ่มเติม ของ นักเรียน นักศึกษา  คำว่า นักศึกษา คือ ผู้ใฝ่เรียนรู้ อย่างมืออาชีพ ต่อเนื่อง ๆ ๆ และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม

  

วันนี้ ผมให้บทความเกี่ยวกับการทำงานด้านบริการ ไว้เป็นสาระ เพิ่มทุนทางความรู้และทุนทางปัญญา ดังนี้

 

งานบริการ

การบริการ คือ การให้ความช่วยเหลือ หรือการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นการบริการที่ดี ผู้รับบริการก็จะได้รับความประทับใจ และชื่นชมองค์กร ภาพลักษณ์ขององค์กรก็จะดีไปด้วย 

ลักษณะเฉพาะของงานบริการ

งานบริการมีลักษณะเฉพาะ  ดังต่อไปนี้

1.    ได้รับความพอใจหรือไม่พอใจ  ก็จะเกิดความรู้สึกในทันที

งานบริการเป็นงานให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก  ดังนั้นเมื่อผู้รับบริการได้รับการสนองตอบตรงตามความต้องการก็จะแสดงออกถึงความรู้สึกที่ดี  แต่ในทางกลับกันถ้าไม่ได้รับความพอใจก็จะเกิดความรู้สึกในทางที่ไม่ดีต่อผู้ให้บริการและองค์กรที่ให้บริการในทันทีเช่นกัน

 

 2.      ผลของการบริการเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและแปรผลได้รวดเร็ว

งานบริการเริ่มต้นและดำเนินการได้ในทุกขณะ  ทั้งในตอนต้น  ท่ามกลาง  และในตอนท้าย  เพราะไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องให้บริการเฉพาะในเวลาหนึ่งเวลาใด

 

 3.         ผลของบริการเชื่อมโยงไปถึงคนและองค์กร

งานบริการสร้างความรู้ในทันทีที่ได้รับบริการจึงสามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลจากการให้บริการได้ทั้งในแง่ดีและไม่ดี  อาจจะแปรผลจากการให้บริการได้ทั้งในแง่ดีและไม่ดี

 

  4.       ผิดพลาดแล้วชดเชยด้วยสิ่งอื่นก็เพียงแค่บรรเทาความไม่พอใจ

การบริการที่ผิดพลาดบกพร่องไม่สามารถจะเปลี่ยนความรู้สึกของผู้รับบริการให้กลับมาดีได้  นอกจากเป็นการลดความพอใจที่เกิดขึ้นได้น้อยลง

 

 5.          สร้างทัศนคติต่อบุคคล  องค์กรและองค์การได้อย่างมาก

การบริการสามารถจะสร้างความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ  ที่มีต่อผู้ให้บริการหรือองค์กรอย่างมากมายไม่มีขีดจำกัดขึ้นอยู่กับลักษณะของการให้บริการที่มีมากน้อยเพียงใดสำคัญมากน้อยเท่าใด

 

 6.       สร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรและองค์การเป็นเวลานาน

การบริการทั้งที่ดีและไม่ดีจะติดอยู่ในความทรงจำของผู้บริการอยู่ตลอดไป  แม้เมื่อมีการปรับปรุงแก้ไขบริการให้ดีขึ้นมากแล้ว  แต่ภาพเก่าที่ไม่ดียังคงหลงเหลืออยู่กว่าที่จะล้างภาพลักษณ์ที่อัปลักษณ์ได้ต้องใช้เวลานั้นเป็นสิบ ๆ ปี

 

 7.         หากเกิดการบกพร่องจะเห็นได้ชัด

บริการเป็นสิ่งที่ไวต่อการรับรู้  เมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่สมบูรณ์หรือขาดตกบกพร่องก็จะปรากฏให้เห็นได้ในทันทีทันใด  จึงต้องระมัดระวังในเรื่องบริการให้มาก

 

 8.     ต้องการคนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างบริการที่ดี

บริการจะดีหรือไม่ดีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ  ถ้าได้คนดีมีจิตสำนึกในการให้บริการดี  มีทัศนคติต่อการให้บริการดีและได้รับการปลูกฝังนิสัยในการให้บริการและฝึกฝนตนเองมาดี  ก็จะทำให้เกิดการบริการที่เป็นเลิศ  ในทางกลับกันถ้าได้คนไม่ดีมาเป็นผู้ทำงานให้บริการก็จะเท่ากับผิดพลาดตั้งแต่ต้นแล้วจะหวังให้เกิดบริการที่ดีคงเป็นไปได้ยาก

 

 9.   คนเป็นตัวแปรที่สำคัญในการสร้างและทำลายงานบริการ

บริการที่ผิดพลาดบกพร่อง  นำความเสียหายมากสู่องค์กรจะพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากคน  องค์กรหลายแหล่งเคยได้รับชื่อเสียงยกย่องว่าให้บริการดี  แต่พอเปลี่ยนทีมงานที่ให้บริการก็มีเสียงสะท้อนว่าให้บริการด้วยคุณภาพหรือให้บริการไม่ดีดังเดิม  และอาจถึงขั้นทำให้เสียผู้รับบริการเดิมไปก็ได้

 

 

วันนี้ผมแชร์ความรู้ไว้เพียงเท่านี้ก่อน ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโชคดี

 

สวัสดีครับ 
อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Thu Dec 28 2006 11:18:07 GMT+0700 (ICT)
ลูกค้า 7 Eleven คาดหวังอะไร 

 

ลูกค้า 7 Eleven ทุกคนที่มาใช้บริการ  เขาต้องการให้ทีมงานในร้านแสดงออกดังต่อไปนี้

 

1.          บริการที่มีไมตรีจิต  หมายถึงการให้บริการที่ดีบวกกับอะไรอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ องค์ประกอบอื่น ๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน แต่บริการที่มีอัธยาศัยไมตรีจิตจะทำให้ผู้รับบริการรู้สึกอบอุ่น และประทับใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างมีอัธยาศัย

 

2.          ยิ้ม เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกในการทักทายบุคคล เพราะจะทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจและในคำพูดที่เราทักทาย เราสามารถใช้น้ำเสียงและท่วงทำนองที่เป็นธรรมชาติให้ผู้รับบริการรู้สึกพอใจที่มาใช้บริการของเรา

 

3.          คำพูดที่วิเศษ คือ คำพูดเหล่านี้ ขอบคุณค่ะ ดิฉันเสียใจ ขอโทษค่ะ มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมค่ะ ชื่อของผู้รับบริการเป็นคำวิเศษเช่นกันเมื่อคุณใช้

 

4.          ให้ความช่วยเหลือและแสดงไมตรีจิตที่จะทำให้เขาอบอุ่นใจหมายความว่า เราจะต้องเรียนรู้ปฏิกิริยาของผู้อื่น ตัวอย่างเช่น ถ้าเรารู้ว่าผู้รับบริการเป็นคนแปลกหน้า เราจะต้องเอาใจใส่เขาเป็นพิเศษต่อความต้องการช่วยเหลือในเรื่องงานที่มาติดต่อ สถานที่และคำแนะนำอื่น ๆ เป็นต้น

 

5.          ถ้าหากเราใส่ ยิ้ม ลงไปในน้ำเสียง หมายความถึงการพูดด้วยน้ำเสียงที่มีไมตรีจิตและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเราควรหลีกเลี่ยงที่จะให้สัญญาถ้าเราไม่แน่ใจว่าเราจะทำได้

 

6.          พนักงานทุกคนสามารถแสดงความมีอัธยาศัย ในการทำงานของตนเองให้ดีที่สุดไม่ว่าพนักงานผู้นั้นจะต้องติดต่อกับผู้รับบริการโดยตรงหรือไม่

 

7.          เราควรที่จะช่วยเหลือผู้รับบริการ แม้ว่าเราเองสามารถช่วยได้เพียงเล็กน้อยในปัญหานั้นแต่เราอาจขอให้คนอื่นช่วยได้ แต่อย่างไรก็ตามอย่าพยายามปัดความผิดให้พ้นตัวเอง ควรจะยอมรับอย่างอ่อนน้อมและดำเนินการบางอย่างเพื่อแก้ไขความผิดพลาดนั้น

 

8.          เราควรจะต้องมีอัธยาศัยไมตรีต่อเพื่อนร่วมงานของเราด้วยทุกคนจะทำงานร่วมกันได้ดีกว่า ถ้าทุนคนมีไมตรีจิตต่อกัน ผู้รับบริการจะสังเกตเห็นได้ชัดว่าบรรยากาศในการทำงาน โดยส่วนรวมมีอัธยาศัยไมตรีต่อกันไม่ใช่เฉพาะที่เห็นได้จากคนใดคนหนึ่ง

 

9.          ผู้รับบริการมีเหตุผลหลายอย่างที่มาทำการติดต่อกับองค์กรของเราแต่สิ่งหนึ่งที่ผู้รับบริการคาดหวังเสมอว่าจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีไมตรีจิตจากพนักงาน ถ้าเราให้การต้อนรับเช่นนั้นผู้รับบริการก็จะมีความรู้สึกที่ดีต่อองค์กรของเรา โดยส่วนรวมและเกิดความไว้วางใจตามมาด้วยความพอใจในที่สุด

 

 

หวังว่าข้อความข้างต้น จะเป็นประโยชน์แก่นักศึกษา ลูกศิษย์ทุกคน

 

ขอให้โชคดี

อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Thu Dec 28 2006 11:26:52 GMT+0700 (ICT)
 

เมื่อรู้ความคาดหวังของลูกค้าแล้ว ควรทำอย่างไรดี

แน่นอนว่า น.ศ.ที่ปฏิบัติงานอยู่ในร้าน 7Eleven ต้องเพิ่มศิลปการให้บริการ  ต้องมีหัวใจนักบริการอย่างแท้จริง 

 

 

 คุณสมบัติของผู้มีใจให้บริการ มีดังนี้
    • เป็นคนที่รักในงานบริการ 
    • ให้ความสำคัญต่อผู้รับบริการ
    • มีความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือผู้รับบริการ
    • ยิ้มแย้มแจ่มใสและเอาใจใส่
    • เป็นผู้รู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีด้วย  
    • บุคลิกภาพทั้งลักษณะการแต่งกายที่แลดูสะอาดเรียบร้อย
    • อากัปกิริยาที่แสดงออก เช่น การยิ้ม การหัวเราะ การแสดงท่าทางประกอบการพูด  ควรเป็นไปโดยธรรมชาติ  

 

ศิลปการให้บริการ ให้ผู้รับบริการเกิดความประทับใจ มีวิธีการง่ายๆ ดังนี้ 


             1. สร้างความเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้รับบริการเกิดความอุ่นใจ แสดงความเป็นมิตรโดยอาจแสดงออกทางสีหน้า แววตา กิริยาท่าทางหรือน้ำเสียงที่สุภาพ มีหางเสียง อาทิเช่น ขอประทานโทษครับ(ค่ะ) มีอะไรให้ผม(ดิฉัน)ช่วยประสานงานได้บ้างครับ(ค่ะ) กรุณารอสักครู่นะครับ(ค่ะ) เป็นต้น การพูดจาต้องชัดเจน ง่ายต่อการเข้าใจ และไม่เร็วหรือรัวจนผู้รับบริการไม่รู้เรื่อง 

 

 

            2. เน้นการฟังเป็นหลัก คือ ผู้ให้บริการควรตั้งใจฟังด้วยความอดทนขณะที่ผู้รับบริการพูดไม่ควรแสดงอาการที่ไม่พอใจออกมาสบตากับผู้รับบริการเป็นระยะพร้อมกิริยาตอบรับ  


            3. ทวนคำพูด เพื่อแสดงให้ผู้รับบริการทราบว่าผู้ให้บริการกำลังตั้งใจฟังในเรื่องที่ผู้รับบริการพูดอยู่ 
 

การสร้างความประทับใจในงานบริการ

 ความคาดหวังโดยทั่วไปของผู้รับบริการก็ได้แก่

·       การต้อนรับที่อบอุ่น

·       ให้ความสนใจและความเอาใจใส่

·       พูดสุภาพไพเราะ ซึ่งจะ

·       ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกว่าเขามีความสำคัญ

·       ให้เขาเกิดความพอใจ แต่การที่จะทำให้เกิดความประทับใจ

·       ทำให้ถึงขั้นที่ผู้รับบริการเกิดปีติยินดี 

 

  

ทุกวันเมื่อเรามาถึงที่ทำงาน เราควรทิ้งปัญหาและเรื่องราวส่วนตัวไว้ภายนอก แล้วมุ่งทำงานที่เรารับผิดชอบให้ดีที่สุด พร้อมที่จะช่วยเหลือสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกเหนือจากงานของเราเพื่อแสดงว่าเราเอาใจใส่ผู้รับบริการของเราอย่างตั้งใจ เราสามารถแสดงไมตรีต่อเพื่อนร่วมงานของเราได้เช่นกัน ความมีอัธยาศัยไมตรีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย บรรยากาศแห่งความเป็นมิตรอาจเกิดขึ้นได้เพียงรอยยิ้มที่เริ่มจากตัวเราก่อน

 

 

ความมีอัธยาศัยไมตรี เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการให้บริการ เพราะความมีอัธยาศัยไมตรีจะทำให้ผู้รับบริการรู้สึกอบอุ่นและประทับใจ

 

ขอให้ศิษย์ทุกคนจงประสบความสำเร็จในการเรียนและการปฏิบัติงาน

สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์
IP: xxx.9.159.186
เขียนเมื่อ Fri May 11 2007 10:36:17 GMT+0700 (ICT)

สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์[1]

 บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่นจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เปิดสอนด้านค้าปลีกถึงปริญญาตรี รับนักศึกษารุ่นแรก 500 คน กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2550  เวลา 9.00 น. ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวง ศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) ได้เป็นประธานพิธีมอบในอนุญาติจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒ น์” Panyapiwat Institute of Technology (PIT)   ให้กับนายก่อศักดิ์ ไชย รัศมี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) ผู้แทนบริษัทศึกษาภิวัฒน์ ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด( มหาชน)          นายก่อศักดิ์   กล่าวว่า เซเว่นเปิดตั้งแต่ 15  ปีที่แล้ว  และพบปัญหาว่า  พนักงานเซเว่นมีการศึกษาแต่ระดับม.ต้น น้อยมากที่จบการศึกษา ระดับม.ปลาย  ทางเซเว่นจึงได้ไป ซื้อ ร.ร.ปัญญาภิวัฒน์บริหารธุรกิจมาบริหารเอง แล้วจัดส่งพนักงานไปเรียนต่อ ปวช.และปวส.  หลังจากนั้น จึงได้ ตัดสินเปิดสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งเปิดสอน ระดับปริญญาตรี  คณะบริหาร ธุรกิจ 3 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก สาขาวิชาการจัดการโลจิ สติกส์ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร  และหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการ ธุรกิจค้าปลีก  เปิดรับนักศึกษาปี แรกในปี 2550          ทั้งนี้    หลักสูตรของสถาบันฯนั้น จะเป็นแบบสหกิจศึกษา หรือ เรียนควบคู่กับการทำงาน ซึ่งเหมาะสมสำหรับพนักงานเซเว่น เพราะสามารถนำประสบการณ์จากการทำงานมาเทียบโอนได้  แต่สถาบันฯ เปิดรับบุคคลภายนอกด้วย    หากใครไม่ได้ทำงานประจำอยู่  จะจัดให้นักศึกษาทำงานในบริษัทเครือเซเว่น เพราะหลักสูตรสหกิจต้องทำงานควบคู่กับการเรียน และยืนยันว่า ทุกคนที่จบจากที่นี่จะมีงานทำ พร้อมจัดหางานในเครือบริษัทเซเว่นให้             “การจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ขึ้น  เพื่อหล่อหลอมให้นักศึกษา รู้ถึงวัฒนธรรมขององค์กร วัฒนธรรมการทำงาน  และ รู้จักประยุกต์ความรู้เชิงวิชาการเข้ากับการทำงานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนัก ศึกษาทุกคนต้องทำงานควบคู่กับการเรียนโดยได้รับค่าตอบแทนในทุกภาคการศึกษาไม่ น้อยกว่า 20 % ของชั่วโมงเรียน  และบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษามีโอกาสเข้าปฏิบัติงานได้ทันทีในสถานประกอบ การในเครือบริษัท ซี.พี. เซเว่นฯ  ”  นายก่อศักดิ์ กล่าว    ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า หลักสูตรธุรกิจค้าปลีก ปัจจุบันได้มีมหาวิทยาลัยต่างๆเปิดสอนเป็นรายวิชาอยู่แล้ว   โดยครั้งหนึ่งก็เคยให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชร่วมกับโลตัสเปิดหลักสูตร 1 ปีรับคนที่จบปริญญาแล้วมาเรียนประกาศนียบัตรบัณฑิต  ซึ่งก็ได้ผลดี แต่ความต้องการในสาขานี้มีมากขึ้นและการค้าปลีกเป็นการค้าสมัยใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในประเทศ ดังนั้น การเปิดสอนเป็นรายวิชาที่มีอยู่แล้ว จึงยังไม่พอ  ผศ.ดร.รัตนา ประเสริฐสม อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า ปี 2550 สถาบันเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 500 คน จะมีพนักงานเซเว่นมาเรียนประมาณ 60% โดยจะจัดตามลำดับการยื่นความจำนงก่อนหลังและบุคคลทั่วไปอีก  40%  โดยสถาบันจะให้สิทธิส่วนบุคคลทั่วไปก่อนเพราะถือว่ามีความสนใจที่จะเข้ามาเรียน 


[1] http://www.bangkokbiznews.com/2007/04/09/WW17_1706_news.php?newsid=63423

น้องเบลล์
IP: xxx.113.36.13
เขียนเมื่อ Fri Jul 13 2007 21:06:32 GMT+0700 (ICT)

อยากเรียนมากเลยค่ะ ไม่รู้จะสมัครที่ไหนเมือไรถ้าใครรู้ช่วยบอกที่น่ะค่ะ *-*

อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Sat Jul 14 2007 06:24:53 GMT+0700 (ICT)

น้องเลล์

 

ยินดีสำหรับ "คนรักเรียน"  ทางโรงเรียน เคยประกาศแจ้งการรับนักศึกษาทาง น.ส.พ. และสื่อเว็บต่าง ๆ ถ้าไม่ได้ติดตามข่าวสาร จะทำให้ตกข่าวได้

 ผมแนะนำให้โทรไปที่โรงเรียน  หากไม่ทราบเบอร์โทร ให้ติดต่อ 1133 ถามหา เบอร์โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ฯ ย่านงามวงศ์วาน 

แล้วโทรไปติดต่อที่โรงเรียนโดยตรง ครับ

 

ขอให้ได้เรียน สมดังใจ  หากเข้าไปได้แล้วขอให้ตั้งใจเรียน

 

ขอให้โชคดี

peaw
IP: xxx.26.118.88
เขียนเมื่อ Wed Oct 17 2007 14:45:55 GMT+0700 (ICT)
จะหาใบสมัครได้ที่ไหนค่ะ  เปิดรับสมัครเมื่อไหร่ค่ะ
พิมพ์
IP: xxx.121.191.14
เขียนเมื่อ Thu Mar 27 2008 20:45:27 GMT+0700 (ICT)

จะสมัครได้ที่ไหนมี ม.1 รึเปล่า

พัชรินทร์ แสงสุริยา
IP: xxx.156.26.28
เขียนเมื่อ Sun May 18 2008 21:08:42 GMT+0700 (ICT)

อยากเข้าเรียนที่นี่ทำไงค่ะ

อาจารย์ยม
เขียนเมื่อ Mon May 19 2008 18:18:19 GMT+0700 (ICT)

ผมแนะนำให้เข้าไปศึกษารายละเอียด และประวัติของโรงเรียน ได้ที่

http://www.panyapiwat.ac.th/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1

ติดต่อกับอาจารย์ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ โดยตรง ครับ

ภาพกิจกรรมบางส่วนจากเว็บไซด์ ของโรงเรียนปัญญาภิวัตน์ฯ

Image

Image

สุพจน์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Aug 13 2008 13:55:01 GMT+0700 (ICT)

ร.ร.ปัญญาภิวัฒน์ มี สาขา ใน กรุง เทพ กี่ สาขา หรือ ครับ

รบกวน ช่วย บอก หน่อย ได้ ไหม

มี สาขา ไกล้ๆ คลองเคย ไหม ครับ

และ เทอม2 เปิด รับ สมัคร ไหม ครับ

ช่วย บอก หน่อย นะ ครับ

IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Aug 13 2008 20:02:54 GMT+0700 (ICT)

รายละเอียดเกี่ยวกับ โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ฯ เปิดดูใน เว็บ http://www.panyapiwat.ac.th/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1  ได้เลย

สุนิสา สุดสังเกตุ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Wed Aug 20 2008 19:55:09 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าโรงเรียนปัญญาภิวัตน์เปิดการเรียนการสอนกี่เทอมวันไหนบ้างในปีการศึกษา2551ค่ะ

พิราวรรณ จันทร์สุรางค์
IP: xxx.7.241.30
เขียนเมื่อ Fri Oct 10 2008 10:24:43 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าจะเปิดการสอบของป.ตรี ของปี2552วันไหนคะ

รบกวนช่วยตอบกลับด้วยคะ

ขอบคุณคะ

IP: xxx.9.161.129
เขียนเมื่อ Fri Oct 10 2008 11:06:28 GMT+0700 (ICT)

เกี่ยวกับโรงเรียนปัญญาวัตน์ฯ  แนะนำให้เข้าไปศึกษารายละเอียด ได้ที่http://www.panyapiwat.ac.th/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1 สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ ได้โดยตรงค่ะ

อลิสา
IP: xxx.9.203.234
เขียนเมื่อ Sun Nov 02 2008 20:41:01 GMT+0700 (ICT)

โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ เปิดรับสมัครเทอม 2 ไหมค่ะ

สิริชัย
IP: xxx.149.25.234
เขียนเมื่อ Tue Nov 11 2008 21:40:30 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าเปิดรับสมัครในปี2552วันไหนครับช่วยตอบกลับด้วยน่ะครับ

ขอบคุณครับ

เกศินี
IP: xxx.147.27.158
เขียนเมื่อ Mon Nov 24 2008 12:24:36 GMT+0700 (ICT)

ทางโรงเรียนมีทุนการศึกษาอะไรบางค่ะ..........และอยากทราบคุณสมบัติของผู้ขอรับทุนและเงื่อนไขการรับทุนมากค่ะช่วยตอบให้ด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

IP: xxx.9.161.212
เขียนเมื่อ Sat Nov 29 2008 15:05:30 GMT+0700 (ICT)

เกี่ยวกับโรงเรียนปัญญาวัตน์ฯ  แนะนำให้เข้าไปศึกษารายละเอียด ได้ที่http://www.panyapiwat.ac.th/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1 สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ ได้โดยตรงค่ะ

หนูอยากเรียน
IP: xxx.24.61.46
เขียนเมื่อ Thu Jan 22 2009 13:08:48 GMT+0700 (ICT)

คือว่า ถ้าเกิดว่าเรียนจบม. 3 ไปแล้วอ่ะค่ะ แล้วดรอปไว้ปีหนึ่งแล้วถ้าจะไปเรียนปัญญาภิวัตน์ได้ไมอ่ะค่ะ แล้วถ้าเรียนได้จะต้องไปสมัครที่ไหนอ่ะค่ะ ตอบหน่อยนะค่ะ อยากเรียนจริง ๆ

ดด
IP: xxx.128.34.166
เขียนเมื่อ Fri Mar 06 2009 23:40:28 GMT+0700 (ICT)

ถ้าอายุเลย 18 ไปแล้วอะครับ

แต่จะต่อ ปวช ได้ป่าวครับ

จะรับมั้ยครับ

ตอบด้วยนะครับ

อยากเรียนอะครับ

IP: xxx.9.163.204
เขียนเมื่อ Sun Mar 08 2009 19:31:08 GMT+0700 (ICT)

เกี่ยวกับโรงเรียนปัญญาวัตน์ฯ แนะนำให้เข้าไปศึกษารายละเอียด ได้ที่http://www.panyapiwat.ac.th/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1 สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ที่โรงเรียนปัญญาภิวัตน์ ได้โดยตรงค่ะ

ชุติมา
IP: xxx.31.47.23
เขียนเมื่อ Tue Mar 24 2009 00:27:06 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าถ้าเรียนจบ ปวส มาจะเรียนต่อป ตรีที่โรงเรียนปัญญาณิวัตน์ได้หรือเปล่า

และมีสาขาไรบ้างค่ะ

ช่วยบอกหน่อย

IP: xxx.9.165.197
เขียนเมื่อ Tue Mar 24 2009 12:38:59 GMT+0700 (ICT)

รายละเอียดเกี่ยวกับ โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ฯ เปิดดูใน เว็บ หรือสอบถามได้ที่ http://www.panyapiwat.ac.th/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1 

senam
IP: xxx.27.232.155
เขียนเมื่อ Wed Apr 01 2009 16:37:12 GMT+0700 (ICT)

ขอเบอร์โทรโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ด่วนค่ะ

IP: xxx.9.160.141
เขียนเมื่อ Wed Apr 01 2009 19:03:40 GMT+0700 (ICT)

กด 1133 ค่ะ

รายละเอียดเกี่ยวกับ โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ฯ เปิดดูใน เว็บ หรือสอบถามได้ที่ http://www.panyapiwat.ac.th/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1 

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า