ภาวะผู้นำ

ปัจจุบัน   องค์กรที่มีการจัดการที่ดีทั้งหลายต่างต้องการบุคลากรที่มีความ เป็นผู้นำที่เก่งและมีประสิทธิภาพ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีความสามารถในการสื่อสารทั้งภายในและระหว่างองค์กร ในขณะเดียวกันสามารถสร้างความสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมจากใจ (Participative Cooperation)
เพื่อนำองค์กรไปสู่ความก้าวหน้าและลดปัญหาความขัดแย้งในการประสานงานกับ บุคคลรอบข้าง ดังนั้น
ผู้นำสมัยใหม่จะประสบความสำเร็จได้ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ให้ทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่รุมเร้าอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้นำที่มีประสิทธิภาพต้องสามารถทำให้ผู้ร่วมงานทำงานได้อย่างมีคุณภาพและเต็มความสามารถ

          คุณลักษณะของผู้นำที่ดี ต้องไม่ใช่ผู้ที่ชอบสั่งการให้ผู้อื่นทำงานแทนเท่านั้น แต่ผู้นำที่ดีต้องมีทักษะในการฟัง คือต้องฟังอย่างตั้งใจและเข้าอกเข้าใจ (Empathy Listening) อีกทักษะที่ขาดไม่ได้นั่นคือการหาความรู้ใหม่ๆ (Self-learning) ทั้งด้านการบริหารงานและคนเพื่อนำมาพัฒนาตัวท่านเองและผู้ใต้บังคับบัญชา ความรู้ใหม่ๆให้เกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้น หากผู้นำหยุดการเรียนรู้ ก็เท่ากับหยุดทักษะความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ในการคิดสิ่งใหม่ๆ  ผู้นำต้องมีความงดงามในจิตใจ (Integrity) ช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าของท่าน ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ การยึดถือหลักคุณธรรมอย่างเดียวคงไม่พอ ยังรวมไปถึงคุณธรรม จรรยาบรรณต่างๆ ที่ท่านสามารถนำไปใช้ในการทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานได้อย่างมีความสุข ผู้นำที่ดีต้องมีความสามารถ (Competence) และมีบุคลิกลักษณะ (Characters) เป็นที่น่าเชื่อถือ มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน มีความสามารถในการมอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะองค์กรในปัจจุบันมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าผู้นำที่มีคุณธรรม สามารถสร้างบารมี (Charisma) ให้ กับตนเองได้ โดย การแสดงออกให้ผู้อื่นยอมรับ และทำงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ โดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ ต้องรู้จักซื้อใจและประสานใจระหว่างผู้ร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีในการทำงาน สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ซึ่งจะเอื้อไปถึงการทำงานเป็นทีมอย่างมีความสุข  คนที่เป็นผู้นำนั้นต้องรู้จักการสร้างแรงจูงใจ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จร่วมกันซึ่งเป็นหนึ่งใน คุณสมบัติที่ท่านสามารถสร้างทีมของท่านให้แข็งแกร่ง หัวหน้าและลูกน้องจะใกล้ชิดและดูแลกันตลอดเวลา ถ้าหัวหน้าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้องได้ แบบปฏิบัติดังกล่าวก็จะมีการปฏิบัติในระดับต่อไป ต่อเนื่องกันเป็นทอดๆ ในทุกระดับสายบังคับบัญชา

          ผู้นำที่ดีและมีคุณภาพ ต้องมีลักษณะ ดังนี้

                   1. เป็นผู้นำวิสัยทัศน์ (visionary Leadership) และสามารถกระจายวิสัยทัศน์ไปยังบุคคลต่างๆ ได้ 
                       ในคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า " Without vision the people perished " โดยให้ความสำคัญของวิสัยทัศน์ว่า    " ถ้าผู้นำขาดวิสัยทัศน์  ประชาชนก็สาบสูญ "  ซึ่งนับว่าวิสัยทัศน์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร  ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์จึงต้องมีความรู้และประการณ์ในการบริหารเป็นอย่างดี  ต้องรู้จักสะสมความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ หมั่นศึกษาค้นคว้าหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ  รวมทั้งต้องมองการณ์ไกล  สามารถวางแผนระยะยาว ( Long term planning )  สามารถแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด  เปลี่ยนวิกฤติสู่โอกาสได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญ   สามารถวางแผนกลยุทธ์เพื่อปรับปรุงองค์การให้เจริญก้าวหน้าและอยู่รอด ปลอดภัย  สามารถต้านทานต่อวิกฤติการณ์ที่มากระทบได้อย่างมั่นคง  ผู้นำวิสัยทัศน์จึงมีลักษณะ ดังนี้
          - ผู้นำต้องกำหนดวิสัยทัศน์ได้อย่างชัดเจน  และสามารถกระจายวิสัยทัศน์”ไปยังบุคคลากรอื่นเพื่อให้เกิดการยอมรับ
         - ผู้นำสามารถกำหนดเป้าหมายร่วมกับบุคคลากรได้อย่างชัดเจน
         - ผู้นำร่วมกับบุคคลากรกำหนดพันธกิจร่วมกัน  เพื่อเป็นทิศทางในการดำเนินงาน
         - ผู้นำร่วมกับบุคคลากร กำหนดยุทธศาสตร์ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงประเด็น

                  2.ใช้หลักการกระจายอำนาจ ( Empowerment ) และการมีส่วนร่วม ( Participation )
                        ผู้นำคุณภาพ  คงมิใช่ผู้นำแบบอัศวินที่มีลักษณะเก่งคนเดียว ทำงานคนเดียว  ผู้นำจึงถือคติที่ว่า " Two  heads  are  better  than  one."  รู้จักทำงานเป็นทีม ซึ่งที่จริงแล้วการทำงานเป็นทีมเป็นจุดแข็งของคนไทยทีเดียว  เพราะได้รับการสั่งสมจากวัฒนธรรมประเพณีแต่ดั้งเดิม  สังเกตการทำงานจะช่วยเหลือกันอุปถัมภ์ค้ำจุนกัน   รวมทั้งประเพณีไทยต่างๆ เน้นความสามัคคี และทำงานเป็นกลุ่มทั้งสิ้น  แต่เมื่อเรารับอารยธรรมตะวันตกมามาก  ทำให้คนไทยเป็นปัจเจกชนมากขึ้น  ทำงานแบบตัวใครตัวมัน  ผู้นำจึงสมควรส่งเสริมให้บุคคลากรทำงานเป็นทีม   โดยเฉพาะผู้นำคุณภาพจะ ต้องเป็นผู้จุดประกายในด้านนี้ ในขณะเดียวกันผู้นำต้องหยั่งรู้ลักษณะบุคคลากรว่าแต่ละคนมีประสบการณ์ความ คิด ความเชื่อ ความสามารถในด้านใด  เพื่อมอบหมายงานให้ตรงกับความถนัดของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม  สามารถกระจายงาน  กระจายอำนาจให้ทั่วถึงและเป็นธรรม  รวมทั้งมีหลักเกณฑ์การพิจารณา   เพื่อให้ทุกคนยอมรับ และที่สำคัญการเปิดโอกาสให้บุคคลากรมีส่วนร่วมในการทำงาน   ก็นับว่าเป็นการผูกมัดใจให้ทุกคนทำงานอย่างทุ่มเท  เพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมาย  โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้  บทบาทของนักเรียนและผู้ปกครอง ตลอดจนชุมชนนั้น  ถือว่าเป็นลูกค้าที่สำคัญ  ผู้นำคุณภาพจึงต้องให้ความสำคัญของลูกค้าเป็นพิเศษ (Customer Focus)  ทั้งในด้านการฟังเสียง  การฟังความคิดเห็น  รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการดำเนินการพัฒนาโรงเรียน แต่ขณะเดียวกันผู้นำพึงตระหนักในงานและควรจัดลำดับความสำคัญไว้ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ หรือในเรื่องคอขาดบาดตายก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้นำ  ในการตัดสินใจชี้ขาดและคงไม่โยนภาระหน้าที่ไปให้บุคคลากรทุกเรื่อง

                   3. เป็นผู้มีความสัมพันธ์กับบุคลากร ทั้งภายในและนอกองค์กร
                       การสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบุคลากร ทั้งภายในและภายนอกองค์กร  ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อหน่วยงานเป็นผลทางด้านจิตวิทยา  ทำให้ทุกคนเกิดการยอมรับ ศรัทธา การสร้างความสัมพันธ์กับบุคลากรในโรงเรียน ทั้งครูและนักเรียน  ทำให้ทราบถึงความรู้สึก ความคิด  ความเชื่อของแต่ละคน  ช่วยลดช่องว่างและความขัดแย้งในการบริหารการจัดการ  การใช้เทคนิคแบบ MBWA (Managing by Wandering Around)  นับว่าสามารถนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี   ซึ่งผู้บริหารจะต้องไม่ยึด ติดกับห้องแอร์   ต้องหมั่นเดินดูการปฏิบัติงานของบุคลากร  รวมทั้ง คอยให้คำชี้แนะและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการเดินอย่างมีจุดหมายเพื่อสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนางานให้เจริญก้าวหน้า โดยมิได้มุ่งจับผิดแต่ประการใด

                   นอกจากนี้การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง  ช่วยทำให้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของนักเรียนดีขึ้น เพราะสามารถวางแผนส่งเสริมและแก้ปัญหานักเรียนได้เป็นอย่างดี   ขณะเดียวกันถ้าผู้บริหารสามารถสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับชุมชน   ก็จะช่วยระดมทรัพยากรทั้งด้านบุคลากร  สื่ออุปกรณ์ งบประมาณ ฯลฯ     มาสร้างสรรค์พัฒนาโรงเรียนได้อย่างมีคุณภาพ  และทัดเทียมกับโรงเรียนอื่นๆ โดยไม่ต้องรองบประมาณจากต้นสังกัด

                   4. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน
                  ขงจื้อ กล่าวว่า " แม่ทัพที่มีความสามารถอาจถูกแย่งไปด้วยกำลัง  แต่ความมุ่งมั่นไม่สามารถแย่งชิงไปได้ "  ผู้นำคุณภาพจึงต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงาน   ขณะเดียวกันต้องตั้งความหวังไว้สูง (High  Expectation) เพื่อให้เกิดผลงานที่ดีที่สุด   นอกจากนี้การทำงานต้องเน้นที่ผลงานเป็นหลัก (Result Oriented)  สังเกตจากผู้นำที่ประสบความสำเร็จ   จะต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย    ความมุ่งมั่นจะประกอบด้วยความวิริยะ  อุตสาหะ  เพราะในการทำงานย่อมมีอุปสรรคและปัญหาคอยทำลายความตั้งใจ และสมาธิ  ขนาดพระพุทธองค์ยังมีมารมาผจญ  นับประสาอะไรกับปุถุชน  ย่อมมีอุปสรรคอย่างแน่นอน  โดยเฉพาะสังคมไทยที่ได้รับการปลูกฝังจากนวนิยายหรือละครน้ำเน่าที่มีแต่ความอิจฉาริษยา เพลิงแค้น หรือใครได้ดีเป็นไม่ได้ต้องคอยจ้องทำลายกันอยู่ตลอด  แต่ผู้นำคงไม่ย่อท้อต่อขวากหนามที่มาขวางกั้น พึงระลึกถึงคำกล่าวของหลวงวิจิตรวาทการที่ว่า " ชีวิตคือ การต่อสู้  ศัตรูคือ ยากำลัง  อุปสรรคและปัญหาคือ หนทางแห่งความสำเร็จ  "  ซึ่งต้องเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรเราต้องมองว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรานั้น  เป็นไม้บรรทัดวัดความอดทนและความมุ่งมั่นในการทำงานของเรา   นอกจากนี้ลองสังเกตง่าย ๆว่า  ถ้าว่าวจะขึ้นได้ต้องมีลมต้าน ปลาเป็นย่อมว่ายทวนน้ำ   มีแต่ปลาตายเท่า นั้นที่ลอยตามน้ำ  ถ้าผู้นำใช้ความมุ่งมั่นและทุ่มเท  โดยดำเนินงานไปสู่เป้าหมายได้ก็นับว่าเป็นผู้นำคุณภาพอย่างภาคภูมิใจ   ผู้นำคุณภาพจะต้องมีความรู้ความสามารถในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีและใช้ ข้อมูลสถิติในการวิเคราะห์และตัดสินใจ
                  ซึ่งมีลักษณะเป็นผู้นำนวัตกรรม (Innovation leader ship)  มีความสามารถในการจัดการกับความรู้(Knowedge Mangement) และใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งใช้ข้อมูลทางสถิติและงานวิจัยมาประกอบในการตัดสินใจ   ผู้นำต้องใช้การบริหารที่ยึดความจริงเป็นหลัก  โดยไม่ใช้ความรู้สึก(Leading by fact, not leading by feeling)  ต้องกล้าพูดความจริงเกี่ยวกับปัญหาไม่ปิดปัญหาการบริหาร  แบบปัดฝุ่นไว้ใต้พรมต้องหมดไป  ผู้นำต้องนำปัญหามาวางแผนแก้ไขโดยใช้งานวิจัยเป็นตัวตั้ง  การแก้ไขแบบสร้างวิมานในอากาศคงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก  การใช้คำขวัญและ คติพจน์ สุภาษิต  เป็นเพียงแรงเสริมกระตุ้นให้เกิดความรู้สึก และกำลังใจในการปฏิบัติงาน   ซึ่งไม่สามารถบ่งบอกทิศทางในการบริหารได้อย่างแม่นยำ  แต่สิ่งที่นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการบริหารและการจัดการ คือ การเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วนตามระยะเวลาที่เหมาะสม  และนำมาวิเคราะห์อย่างชาญฉลาดด้วยเครื่องมือที่น่าเชื่อถือและเที่ยงตรง  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพยากรณ์   ด้วยอาศัยหลักแห่งความน่าจะเป็น  นับว่ามีประโยชน์ต่อการบริหารอย่างแท้จริง และเพียงระลึกเสมอว่า "คุณภาพมิใช่เรื่องบังเอิญ   แต่คุณภาพเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการปฏิบัติงาน ที่มีประสิทธิภาพ "

                   5. ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือลูกน้อง
                   ลักษณะของผู้นำคุณภาพที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ต้องสนับสนุนและช่วยเหลือลูกน้องทั้งในด้านส่วนตัวและส่วนรวม  ในด้านส่วนตัวผู้นำต้องให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ลูกน้องเอ่ยปากขอความช่วย เหลือ ผู้นำต้องหาความช่วยเหลืออย่างทันที  ในกรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือด้วยตนเอง  ก็ควรแนะนำและชี้ทางให้ไม่ควรปฏิเสธอย่างขาดเยื่อใย  เพราะการที่คนเราจะขอความช่วยเหลือจากใคร มิใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะนิสัยของคนไทยเป็นคนที่เกรงใจผู้อื่นการที่เขาขอ ความช่วยเหลือจากเรา   แสดงว่าผู้นำได้รับความไว้วางใจจากลูกน้องเป็นอย่างดี  นอกจากนี้ในด้าน หน้าที่การงานผู้นำต้องเปิดโอกาสให้ลูกน้องทำงานและสนับสนุนให้ความก้าวหน้า เป็นลำดับ  และต้องตัดสินด้วยความยุติธรรม  โดยวางมาตรฐานเปรียบเทียบไว้อย่างชัดเจน (Benchmarking) เพื่อให้ทุกคนไปสู่มาตรฐานนั้น   ถ้าใครไปถึงก็สนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าตามลำดับ   ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคน  โดยไม่ให้อภิสิทธิ์เฉพาะกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และที่สำคัญมาตรฐานการเปรียบเทียบนั้นต้องได้รับการยอมรับอย่างทั่วถึง  มิใช่เป็นการสร้างเกณฑ์เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

                   6. มีความสามารถในการสื่อสาร
                   ผู้นำจะต้องสามารถสื่อสารกับบุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ   การทำงานต้องอาศัยหลักการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจสำนวนที่ว่า " ตีฆ้องร้องป่าว " นับว่าเป็นสิ่งที่ดี   เพราะนอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์งานแล้ว   ยังแสดงถึงความโปร่งใส (Transparency) ของการทำงานที่มิได้งุบงิบกันทำ   นอกจากนี้ยังช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำงานและหน่วยงาน  เพื่อให้ทุกคนยอมรับศรัทธาหน่วยงาน และพร้อมที่จะทำงานด้วยความสุขและปราศจากความกลัว  การสื่อสารที่ดีที่สุด คือ การพูดคุยเจรจาแบบปากต่อปากเพื่อให้เห็นถึงบุคลิกภาพ  ความรู้สึกที่จริงใจต่อกัน  การใช้หนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษรในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น  การใช้อวัจนภาษานับว่าเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารเป็นอย่างดี   ผู้นำจึงต้องมีบุคลิกภาพที่ดีมีการพูดจาที่น่าเชื่อถือ   มีวาทศิลป์สามารถพูดจูงใจได้ขณะเดียวกัน  ควรมีลักษณะอ่อนน้อมอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ  ซึ่งเป็นบุคลิกภาพที่ดีต่อการบริหารและการจัดการ  ซึ่งผู้นำที่เข้มแข็งมิได้หมายถึงผู้นำที่แข็งกระด้าง

                   7. มีความสามารถในการใช้แรงจูงใจ
                   การใช้แรงจูงใจในการทำงานนับว่ามีความสำคัญต่อการบริหารและการจัดการ   เพื่อให้งานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย  ซึ่งแรงจูงใจนั้นมีทั้งแรงจูงใจภายในและภายนอก  แรงจูงใจภายในจะเกี่ยวกับเรื่องของจิตวิญญาณของแต่ละคน  ตลอดจนความรู้สึกนึกคิด   ซึ่งไม่สามารถหยั่งรู้ได้อย่างชัดเจน  แต่แรงจูงใจภายนอก พอจะสามารถแยกแยะได้ว่า บุคคลใดมีความสนใจในเรื่องใด  ซึ่งผู้นำจะต้องศึกษาครูอาจารย์ในฐานะที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา  ว่าเขามีความต้องการสิ่งใดและตอบสนองความต้องการในเรื่องนั้น  เพราะการที่คนจะทำงานเต็มศักยภาพนั้นต้องมีแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้ทำ  บางคนต้องมีสิ่งของรางวัลมายั่วยุจึงจะเกิด  บางคนต้องการความก้าวหน้าในตำแหน่ง  บางคนต้องการความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ แต่บางคนต้องการลาภ ยศสรรเสริญ และได้รับการยกย่องจากบุคคลทั่วไป  ผู้นำจึงต้องวิเคราะห์แยกแยะบุคลากร และใช้ความสามารถในการใช้แรงจูงใจ  เพื่อผลักดันให้บุคคลทำงานอย่างเต็มกำลังสามารถ

                   8. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ( Chang Leadership )
                   ผู้นำคุณภาพจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไปสู่ความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่  ความคิดที่ออกนอกกรอบหรือกฎเกณฑ์เดิม   เพื่อประยุกต์งานให้เกิดความก้าวหน้า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวว่า  " การแก้ปัญหาในเรื่องเดิม  จะต้องใช้วิธีการใหม่เท่านั้นจึงจะประสบผลสำเร็จ "    ถ้าเรายังมัวย่ำอยู่กับปัญหาเดิม ๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการมีแต่จะสะสมปัญหาไปเรื่อย ๆ เหมือนดินพอกหางหมู   และในที่สุดก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง   การเปลี่ยนแปลงจึงต้องอาศัยผู้นำที่มีความกล้าหาญและอาศัยความเสี่ยง  เพราะครูอาจารย์และคนที่อยู่รอบข้าง  ย่อมเกิดความกลัวในเรื่องการเปลี่ยนแปลง  บางคนกลัวเสียผลประโยชน์บางคนกลัวว่าจะทำให้การปฏิบัติงานเกิดความยุ่งยากขึ้น บางคนกลัวผลกระทบกับหน้าที่การงานซึ่งผู้นำจะต้องวางแผนระยะยาว  เพื่อแก้ปัญหาในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงลงไป  เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

                   สุภาษิตจีนกล่าวว่า " เข้าถ้ำเสือ  จึงจะได้ลูกเสือผู้นำจึงต้องอาศัยความเสี่ยงในการตัดสินใจต่อความเสี่ยงนั้นจะทำให้งานเกิด ความก้าวหน้ายิ่งขึ้น  เพราะการทำงานนอกเหนือจากหน้าที่แล้วได้ผลดี  ถือว่า เป็นงานชิ้นโบแดงที่ควรแก่ความภูมิใจ   ดูตัวอย่างพระเจ้าตากสินที่ให้แม่ทัพนายกองทุบหม้อข้าวแล้วปลุกใจให้ไพล่ พลฮึกเหิมเพื่อตีเมืองจันทบุรี  เพื่อจะไปกินข้าวในเมือง เป็นต้น   ซึ่งเป็นการใช้หลักของการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้เกิดชัยชนะเป็นต้น  ดังนั้น ในปัจจุบันนี้การบริหารที่รอนโยบายหรือ  " การทำงานแบบขุนพลอยพยัก หรือนายว่า ขี้ข้าพลอย "  ควรหมดสมัยได้แล้ว   ผู้นำคุณภาพ (Quality Leadership)  ควรมีลักษณะเป็นผู้นำวิสัยทัศน์ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี   การบริหารยึดถือความจริงมากกว่าความรู้สึก  มีความสามารถในการสื่อสารใช้แรงจูงใจในการบริหาร  รวมทั้งเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดการพัฒนา และที่สำคัญผู้นำต้องมีความมุ่งมั่นในการบริหาร  โดยเน้นผลงานเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปฏิรูปการศึกษา  ผู้นำคุณภาพจำเป็นต้องยึดลูกค้าเป็นสำคัญ  เพื่อตอบสนองความต้องการ  ความจำเป็น  ตลอดจนสร้างความประทับใจเพื่อให้เกิดความพึงพอใจ 

สรุปบทความ

                    ลักษณะของผู้นำที่ดีและคุณภาพ มีดังต่อไปนี้   มีวิสัยทัศน์จึงต้องมีความรู้และประการณ์ในการบริหารเป็นอย่างดี  ต้องรู้จักสะสมความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มั่นศึกษาค้นคว้าหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ  รวมทั้งต้องมองการณ์ไกล   สามารถแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด  เปลี่ยนวิกฤติสู่โอกาส   รู้จักทำงานเป็นทีม  เน้นความสามัคคี   มีความมุ่งมั่นในการทำงาน  สร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบุคลากร ทั้งภายในและภายนอกองค์กร  ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อหน่วยงานเป็นผลทางด้านจิตวิทยา  ทำให้ทุกคนเกิดการยอมรับ และศรัทธา  ลักษณะของผู้นำคุณภาพที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ต้องสนับสนุนและช่วยเหลือลูกน้อง ทั้งในด้านส่วนตัวและส่วนรวม ตลอดจนแนะนำและชี้ทาง เปิดโอกาสให้ลูกน้องทำงานสนับสนุนความก้าวหน้าเป็นลำดับ  การใช้แรงจูงใจในการทำงานนับว่ามีความสำคัญต่อการบริหารและการจัดการ  ผลักดันให้บุคคลทำงานอย่างเต็มกำลังสามารถ เพื่อให้งานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย   ผู้นำคุณภาพจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไปสู่ความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่  ความคิดที่ออกนอกกรอบหรือกฎเกณฑ์เดิม   เพื่อประยุกต์งานให้เกิดความก้าวหน้า

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 548600
 เขียน:  
 ดอกไม้:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์