การประกันคุณภาพภายใน : มฐ.7.1 การออกแบบการสอน ตอนที่ 1/3

การประกันคุณภาพภายใน  (1) :  มฐ. ๗  ตบช.ที่  ๗.๑  ครูมีการกำหนดเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านความรู้  ทักษะกระบวนการ  สมรรถนะ  และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

 

โดย  พระมหาธราบุญ  จิรชีโว  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระธาตุวิทยา

เผยแพร่เมื่อ  ๑๕  กันยายน  ๒๕๕๖

 

บทนำ

 

                   จากการออกตรวจประเมินคุณภาพภายในโรงเรียนพระปริยัติธรรม  แผนกสามัญศึกษา  ในเขตจังหวัดหนองคายและบึงกาฬ  ในระหว่างเดือนตุลาคม  ๒๕๕๕  -  กันยายน  ๒๕๕๖  พบว่า  มีครูจำนวนไม่น้อยในทุกๆ  โรงเรียน  ที่ไม่สามารถออกแบบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อาจเป็นเพราะยังไม่เข้าใจแนวคิดและวิธีการจัดทำกำหนดการสอนหรือโครงสร้างรายวิชาอย่างชัดเจนเพียงพอ  และในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาซึ่งมีหน้าที่ต้องให้คำแนะนำทางด้านวิชาการให้แก่ครู  จึงได้จัดประชุมชี้แจงและติดตามความก้าวหน้าการจัดทำ  ปพ.๕  ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญสำหรับใช้บันทึกการเข้าเรียน  การสอบวัดผลและประเมินผล  ที่เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า  ครูเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการออกแบบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

                   เมื่อ  ๑๓  กันยายน  ๒๕๕๖  ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกันระหว่างโรงเรียนวัดพระธาตุวิทยา  อ.เมือง  จ.หนองคาย  และโรงเรียนวัดโคเขตตาราม  อ.น้ำโสม  จ.อุดรธานี  ณ  อาคารเรียนพระปริยัติธรรม  โรงเรียนวัดพระธาตุวิทยา  ได้มีครูท่านหนึ่งเดินมาถามผู้เขียนในฐานะเป็นวิทยากรบรรยายว่า  มีข้อถกเถียงกันว่า  จำเป็นหรือไม่ที่ต้องจำแนกคะแนนออกเป็น  KPA  และถ้าจำเป็นต้องจัดทำ  จะทำอย่างไร  คำตอบคือ  จำเป็นมาก  เพราะถ้าไปดูข้อความในตัวบ่งชี้ที่  ๗.๑  จะบอกไว้ชัดเจนว่า  ครูมีการกำหนดเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านความรู้  ทักษะกระบวนการ  สมรรถนะ  และคุณลักษณะที่พึงประสงค์  (๑)  คะแนน 

                   ความรู้ก็คือ  K (knowledge)  ทักษะกระบวนการและสมรรถนะก็คือ  P (process)  และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ก็คือ  A (Attitude)  นั่นเอง  แต่ครูสามารถวัดหรือประเมินผลอื่นๆ  ที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนการสอนได้อีก  เช่น  ทักษะการคิด  (Thinking skills)  โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์  (Analytical thinking)  ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า  เด็กเยาวชนไทยในยุคนี้  มีความสามารถทางด้านการคิดวิเคราะห์อยู่ในระดับต่ำมาก  (บทความนี้  จะไม่กล่าวไปถึงระดับนโยบายหรือไม่จะถามว่า  ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้) 

                   ภารกิจการออกแบบการสอน  (Instructional Design)  ของครูตามตัวบ่งชี้ที่  ๗.๑  สอดคล้องกับการจัดทำใบ  ปพ.๕  เป็นอย่างยิ่ง  เพราะข้อมูลที่ต้องกรอกลงในใบ  ปพ.๕  ก็คือ  ภารกิจที่ครูต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกับมาตรฐาน/ตัวชี้วัดที่  ๗.๑  นั่นเอง

              แนวทางการจัดทำ  ปพ.๕

                   สิ่งที่ต้องจัดเตรียม

-        หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พ.ศ.  ๒๕๕๑  (ต้องศึกษามาตรฐานในกลุ่มสาระที่ตนสอน)

-        หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน  (ต้องศึกษารายวิชาที่ตนสอน)

-        หนังสือ-ตำราที่ใช้ในการเรียนการสอน

-        ใบ  ปพ.๕

 

                   ขั้นตอนการจัดทำข้อมูลตามใบ  ปพ.๕

-        ศึกษาคำอธิบายรายวิชา

-        จัดทำตัวชี้วัด(วิชาพื้นฐาน)  /หรือผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง(วิชาเพิ่มเติม)

-        กำหนดอัตราคะแนน

-        จัดทำโครงสร้างรายวิชา

-        จำแนกคะแนนตามแนวคิด  KPA

 

ตัวอย่าง  การออกแบบการเรียนการสอน

 

คำอธิบายรายวิชา

ส  ๒๐๒๐๑  ชื่อรายวิชา  ธรรมศึกษา  ๑

 

                   แต่งอธิบายพุทธสุภาษิตเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป  ชั้นนี้กำหนดให้เรียนหมวดธรรม  เรื่อง  ทานวรรค   ศีลวรรค  สติวรรค  ปาปวรรค  ปุญญวรรค

                   ศึกษาพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติ  ทำนายลักษณะ  ศึกษาศิลปวิทยา  อภิเษกสมรส  เทวทูต๔  เสด็จออกผนวก  บำเพ็ญทุกรกิริยา  ตรัสรู้

                   ศึกษาหมวดธรรม  เรื่อง  ทุกะ(หมวด๒) ติกะ(หมวด๓)  จตุกะ(หมวด๔)  ปัญจกะ(หมวด๕)  ฉักกะ(หมวด๖)  สัตตกะ(หมวด๗)  อัฏฐกะ(หมวด๘)  นวกะ(หมวด๙)  ทสกะ(หมวด๑๐)  และศึกษาหน้าที่ชาวพุทธโดยใช้หลักคิหิปฏิบัติหมวดจตุกกะ(หมวด๔)  ปัญจกะ(หมวด๕)  ฉักกะ(หมวด๖)

                   ศึกษาการประกาศพระพุทธศาสนาหลังการตรัสรู้จนถึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน

 

(วิชานี้  เรียน  ๒  เรื่องใหญ่ๆ  คือ  เรียนแต่งกระทู้ธรรม  และเรียนพุทธประวัติ  ผู้สอนต้องวิเคราะห์ประเด็นเนื้อหาออกมาให้ได้ว่า  จะต้องสอนเรื่องอะไรบ้าง  สอนอย่างไร  จะใช้กิจกรรมไหน  ฯลฯ  จึงจะเหมาะสมกับวิชานี้)

 

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

 

๑.     สามารถอธิบายความหมายพุทธศาสนสุภาษิตได้อย่างถูกต้อง  และยกตัวอย่างประกอบด้วย

๒.     สามารถแสดงเหตุผลในการนำสุภาษิตอื่นมาเชื่อมต่อกับสุภาษิตต้นได้อย่างสมเหตุผล

๓.     สามารถเขียนเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามหลักเกณฑ์การสอบธรรมสนามหลวงได้

๔.     สามารถวิเคราะห์พุทธประวัติเชิงประวัติศาสตร์ได้

๕.     สามารถอธิบายความหมายของธรรมะที่จัดไว้เป็นหมวดๆ  ได้

๖.     สามารถอธิบายการปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดีได้

๗.     วิเคราะห์แนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน

(หากสังเกตให้ดีจะพบว่า  ข้อ  ๑-๓  เกิดจากเนื้อหาในคำอธิบายรายวิชาวรรคแรก  ข้อ  ๔  มาจากวรรคสอง  ข้อ  ๕-๖  มาจากวรรค  ๓  และข้อ  ๗  มาจากวรรค  ๔  และกรุณาสังเกตด้วยว่า  การขึ้นต้นด้วยคำว่า  อธิบาย,  แสดงเหตุผล,  เขียน,  วิเคราะห์  ในแต่ละข้อนั้น  บ่งบอกให้ครูเริ่มตั้งคำถามขึ้นว่า  เนื้อหานี้ที่ต้องการให้นักเรียนอธิบายความหมายได้  เนื้อหานั้นที่ต้องให้นักเรียนวิเคราะห์ได้  ครูก็จะต้องเลือกใช้กิจกรรม/สื่อการสอนที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนเกิดความรู้ความสามารถและทักษะนั้นๆ  ให้ได้  หรืออาจจะต้องกำหนดเงื่อนไขการเรียนการสอนขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้บรรลุภารกิจก็ได้)

 

 

โครงสร้างรายวิชา

ส  ๒๐๒๐๑  ชื่อรายวิชา  ธรรมศึกษา  ๑

รายวิชาเพิ่มเติม  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนา  และวัฒนธรรม

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๑  จำนวน  ๑.๐  หน่วยกิต  เวลา  ๔๐  ชั่วโมง  ภาคเรียนที่  ๑

 

ที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

ที่คาดหวัง

สาระสำคัญ

เวลาเรียน

น้ำหนัก

คะแนน

กระทู้ธรรม

๑,๒,๓

ใช้ หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ให้นักเรียนแต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป  ชั้นนี้กำหนดให้เรียนหมวดธรรม  เรื่อง  ทานวรรค   ศีลวรรค  สติวรรค  ปาปวรรค  ปุญญวรรค

๑๐

๑๕

พุทธประวัติภาคต้น

 ศึกษาพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติ  ทำนายลักษณะ  ศึกษาศิลปวิทยา  อภิเษกสมรส  เทวทูต๔  เสด็จออกผนวก  บำเพ็ญทุกรกิริยา  ตรัสรู้

๑๐

๑๕

สอบกลางภาค  (๑-๔)

 

๒๐

ธรรมวิภาค

๕,๖

 ใช้หนังสือนวโกวาทแผนกธรรมวิภาคและคิหิปฏิบัติ  ชั้นนี้ กำหนดให้เรียนหมวดธรรม  เรื่อง  ทุกะ(หมวด๒) ติกะ(หมวด๓)  จตุกะ(หมวด๔)  ปัญจกะ(หมวด๕)  ฉักกะ(หมวด๖)  สัตตกะ(หมวด๗)  อัฏฐกะ(หมวด๘)  นวกะ(หมวด๙)  ทสกะ(หมวด๑๐)  และศึกษาหน้าที่ชาวพุทธโดยใช้หลักคิหิปฏิบัติหมวดจตุกกะ(หมวด๔)  ปัญจกะ(หมวด๕)  ฉักกะ(หมวด๖)

๑๐

๑๕

พุทธประวัติภาคปลาย

 ศึกษาการประกาศพระพุทธศาสนาหลังการตรัสรู้จนถึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน

๑๐

๑๕

สอบปลายภาค  (๕-๗)

 

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๔๐

๑๐๐

 

(วิชานี้  แบ่งเนื้อหาออกเป็น  ๔  หน่วย/บท  แต่ละหน่วยมีการตั้งชื่อหน่วยการเรียน  ระบุตัวบ่งชี้/ผลการเรียนที่คาดหวังที่ต้องการจะวัด  ระบุเนื้อหาโดยสังเขป  กำหนดเวลาเรียนและคะแนนที่ต้องการทดสอบนักเรียน  คะแนนเหล่านี้  ต้องนำไปจำแนกเป็น  KPA  ในแต่ละตัวชี้วัด)

 

 

ตอนที่  2/2

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 548375
 เขียน:  
 ดอกไม้:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์