สมาชิก
แลกเปลี่ยน

การบริหารความเสี่ยง : การป้องกันการพลัดตก/หกล้ม (3)

           ผู้เขียนสนใจในงานการป้องกันการพลัดตกหกล้ม ในที่ทำงานเราพยายามหาแนวทางป้องกันการหกล้มเสมอๆ มีอุบัติการณ์เราได้เรียนรู้ นำมาพูดคุย KMหาแนวทางพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

           ที่ผ่านมาได้บันทึกเรื่องการบริหารความเสี่ยงการป้องกันการหกล้มไปแล้ว 2 บันทึก

           ปีนี้ได้ทำโครงการพัฒนางาน (ไม่ใช่งานวิจัยค่ะ) ในลักษณะการวิเคราะห์งานโดยทำเป็น 5 บทคือ  


บทที่ 1  บทนำ 

               ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

              วัตถุประสงค์การศึกษา 

              ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 

              ขอบเขตการศึกษา

              นิยามศัพท์

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

              ความหมายของการหกล้ม

              สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้หกล้ม

              ผลกระทบของการหกล้ม

              งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน

             ลักษณะกลุ่มเป้าหมาย

             เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

             การรวบรวมข้อมูล

             การวิเคราะห์ข้อมูล

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์และการอภิปรายผล

             ผลการวิเคราะห์

            ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วยหกล้ม

            ข้อมูลเกี่ยวกับการหกล้ม

            การอภิปรายผล           

บทที่ 5 สรุปและข้อเสนอแนะ

             สรุป

            ข้อเสนอแนะ


            ซึ่งเนื้อหาเป็นการศึกษาลักษณะการหกล้มของผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วย  โดยศึกษาลักษณะการหกล้มในรอบ 10 ปีย้อนหลัง        เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะนำไปสู่การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในการป้องกันการพลัดตกหกล้ม  ควบคุมความเสี่ยงจากการหกล้ม  และ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้สนใจในการนำไปพัฒนาต่อเพื่อลดความเสียงต่อการหกล้มต่อไป


           วันนี้นำบางส่วนมาเผยแพร่ค่ะ

 ผลจากการศึกษา 

 พบว่า

              ข้อมูลทั่วไป พบว่าผู้ป่วยที่หกล้มส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 52.86 เป็นวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 21-40 ปี) คิดเป็นร้อยละ 35.71 รองลงมาคือวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย  (41-60 ปี) คิดเป็นร้อยละ 30 


              การวินิจฉัยโรค ส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคพึ่งพิงสุรา (Alcohol  dependence) คิดเป็นร้อยละ 21.43% รองลงมาเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) คิดเป็นร้อยละ 20.02 


               ลักษณะการหกล้ม พบว่า 


               สาเหตุที่ทำให้เกิดการหกล้มมากที่สุดเกิดจากปัจจัยภายใน คิดเป็นร้อยละ 95.71 โดยจำแนกตามสาเหตุได้ดังนี้  เดินเซ  ทรงตัวไม่ดี ขาอ่อนแรง  ร้อยละ 47 .16  เปลี่ยนท่ากะทันหันและชัก ร้อยละ 17.86


               บริเวณที่เกิดการหกล้มมากที่สุดคือบริเวณในบริเวณห้องห้องน้ำ  คิดเป็นร้อยละ 38.00 รองลงมาในบริเวณห้องผู้ป่วย  คิดเป็นร้อยละ 33.00


               ช่วงเวลาที่หกล้มมากที่สุดคือช่วงเวลา  8.00 น.-16.00 น. (เวรเช้า) คิดเป็นร้อยละ 35.71 รองลงมาช่วงเวลา 24.00 น.-08.00 น. (เวรดึก)   คิดเป็นร้อยละ 32.14 


             ระดับความรุนแรง ผู้ป่วยที่หกล้มส่วนใหญ่มีระดับความรุนแรงของการหกล้มอยู่ระดับระดับ C คิดเป็นร้อยละ 78.57 รองลงมาคือความรุนแรงระดับ D  คิดเป็นร้อยละ 17.14 


              อิริยาบท ผู้ป่วยหกล้มขณะมีกิจกรรม ยืน เดินมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 90.72


              ช่วงเวลา ผู้ป่วยส่วนใหญ่หกล้มในช่วงจำนวนหลังเข้านอนรพ. (admit)  1-5 วัน คิดเป็นร้อยละ 38.57  รองลงมาคือ ช่วง 6-10 วัน  คิดเป็นร้อยละ  21.42


ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ


            1. การหกล้มสูงในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 60 ปี เน้นทีมให้ตระหนักถึงเรื่องนี้แม้ผู้ป่วยจะไม่ใช่วัยสูงอายุแต่ปัจจัยเสี่ยงหกล้มในด้านอื่นๆ มีสูงเช่นเรื่องยาที่ได้รับ การรู้สติ กระบวนการคิดเป็นต้น มีโอกาสหกล้มในผู้ป่วยจิตเวชทุกวัย 

            2. ในผู้ป่วย alcohol dependence เสี่ยงต่อการหกล้มสูง มีปัจจัยภายในหลายอย่างที่ส่งผลให้หกล้มมากขึ้น นำไปพัฒนาการดูแล

            3.  ภารระงานของพยาบาลมีผลต่อการหกล้ม พูดคุยในทีมเพื่อหาแนวทางป้องกันแก้ไขในส่วนนี้

            4. ผู้ที่หกล้มมักจะหกล้มใน 5 วันแรก มากที่สุดใน 2 วันแรก ช่วง2วันนี้อาจเป็นเรื่องการปรับตัว ความคุ้นชินกับสถานที่ การเริ่มได้ยา ผลข้างเคียงของยาจะมากกว่ารายที่ได้ยามาสักระยะหนึ่งแล้ว ตัวโรคเองเช่นใน alcohol dependence ผู้ป่วยส่วนหนึ่งยังมีระดับแอลกอฮอล์สูงในร่างกายเพราะเพิ่งหยุดดื่มก่อนเข้าโรงพยาบาลไม่กี่ชั่วโมงหรือผู้ป่วยที่หยุดได้2-3วันแล้วเป็นช่วงที่ delirium พอดี เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยส่งผลให้หกล้มได้ง่าย  ควรมีการพูดคุยและหามาตรการป้องกันในประเด็นนี้เพิ่มขึ้น

          5. ผู้ป่วยส่วนใหญ่หกล้มในห้องน้ำและรองลงมาคือผู้ป่วยเองโดยเฉพาะข้างเตียง อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว  ความรีบเร่งที่จะลุกเข้าห้องน้ำ นอกจากในห้องนอนแล้ว ห้องน้ำก็พบการหกล้มรองลงมา โดยในห้องน้ำเอง มีหลายปัจจัยเช่นกัน การเปลี่ยนท่าจะลุกจากโถส้วม การกะระยะที่จะนั่ง การทรงตัว เป็นต้น และที่สำคัญ จุดนี้เป็นบริเวณส่วนตัว ผู้ป่วยมักจะไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย มีโอกาสหกล้มสูง  ทีมควรหาแนวทางหรือโครงการที่จะลดการหกล้มจากสาเหตุนี้

         6. ปัจจัยภายนอกพบน้อย แสดงถึงคุณภาพการเฝ้าระวังที่ดี แต่แม้จะพบน้อยก็ควรหามาตรการป้องกันเพราะเป็นปัจจัยที่ป้องกันได้ เช่น พื้นลื่น ลื่นพรมเช็ดเท้า

         7.  ค้นคว้า คิดค้น หานวัตกรรมใหม่ๆมาใช้เพื่อป้องกันการหกล้ม


หมายเหตุ 

แบบเก็บข้อมูลผู้ป่วย

ก.ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย

  1. เพศ    ƒ 

  • ชาย    ƒ 
  • หญิง

  2. อายุ    

  • วัยเด็กตอนกลาง (3-5 ปี)  ƒ 
  •  วัยเด็กตอนปลาย (6-12 ปี)
  •  วัยรุ่น (13-20 ปี)      ƒ 
  •  วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (21-40 ปี)
  •  วัยผู้ใหญ่ตอนกลาง (41-60 ปี)  ƒ
  •  วัยสูงอายุ (มากกว่า 60 ปี)

 3. การวินิจฉัย

  • ƒ Alcohol  dependence (พึ่งพิงสุรา)
  • ƒ Schizophrenia (จิตเภท)
  •  Bipolar Disorder (อารมณ์แปรปรวน2ขั้ว)
  • ƒ Major Depressive  Disorder (ซึมเศร้า)
  •  Dementia(สมองเสื่อม)
  • ƒ Acute  Psychosis (โรคจิตเฉียบพลัน)
  • SLE (เอสแอลอี)
  • ƒ Somatization
  • ƒ suicidal attempt (พยายามทำร้ายตนเอง)
  • ƒ  Pain disorder
  • ƒ Conversion
  • ƒ Autistic  Disorder
  •  Eating Disorder (ความผิดปกติของการกิน)
  • ƒ Drug over dose (รับประทานยาเกินขนาด)
  • ƒ Epilepsy (ลมชัก)
  • ƒ LD
  • ƒ อื่นๆ ระบุ......

ƒ 

ƒ 

ข.ข้อมูลลักษณะการหกล้ม

  1. สาเหตุการหกล้ม

  ปัจจัยภายใน

  •  เดินเซ  ทรงตัวไม่ดีขาอ่อนแรง
  •   วิงเวียนหน้ามืด
  •   ƒเปลี่ยนท่ากะทันหัน
  •   ชัก
  •   อื่นๆ

ปัจจัยภายนอก

  •   พื้นลื่น
  •  ไฟดับ
  •   ƒพื้นต่างระดับ
  •   อื่นๆ


2. บริเวณที่เกิดการหกล้ม

  • ƒ ห้องผู้ป่วย
  • ƒ  ห้องน้ำ
  • ƒ  บริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร
  • ƒ  ห้องทีวี 
  •   นอกตึก
  • ƒ  ห้องแยก
  • ƒ  ห้องรับใหม่
  • ƒ  ไม่ระบุ

ƒ

 

  3. ช่วงเวลาการหกล้ม

  • 8-16   น.   (เวรเช้า)
  • 16-24  น.  (เวรบ่าย)
  •  24-8   น.  (เวรดึก)


 4. ระดับความรุนแรงของการหกล้ม  

  •       A =มีสถานการณ์/สิ่งแวดล้อมที่อาจทำให้ผู้ป่วยพลัดตกหกล้ม


  •       B =มีสถานการณ์ที่ผู้ป่วยเกือบมีการพลัดตก/ลื่นล้มแต่สามารถช่วยเหลือไว้ได้ทัน


  •       C =ผู้ป่วยเกิดการพลัดตก/ลื่นล้ม แต่ไม่ได้รับการบาดเจ็บ


  •       D=ผู้ป่วยเกิดการพลัดตก/ลื่นล้ม และได้รับการบาดเจ็บเล็กน้อย ได้แก่มีแผลถลอก ช้ำ


  •       E =ผู้ป่วยเกิดการพลัดตก/ลื่นล้ม และได้รับการบาดเจ็บปานกลางได้แก่มีแผลเปิด กล้ามเนื้อฉีกขาด มีการเคลื่อนไหวบกพร่องหรืออันตรายอื่นๆที่แพทย์มีแผนการรักษา


  •       F=ผู้ป่วยเกิดการพลัดตก/ลื่นล้ม และได้รับการบาดเจ็บรุนแรงได้แก่กระดูกหัก มีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง ศีรษะได้รับอันตรายต้องมีแผนการรักษาและทำให้เกิดการพิการชั่วคราว ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น


  •      G =ผู้ป่วยเกิดการพลัดตก/ลื่นล้ม และได้รับการบาดเจ็บรุนแรงมากส่งผลให้เกิดการพิการถาวร


  •      H =ผู้ป่วยเกิดการพลัดตก/ลื่นล้ม และได้รับการบาดเจ็บรุนแรงมากและต้องได้รับการรักษาเพื่อช่วยชีวิต


  •      I = ผู้ป่วยเกิดการพลัดตก/ลื่นล้ม และเสียชีวิต

    •   

  5. ประเภทของการหกล้ม

  • ƒ  หกล้มขณะมีกิจกรรมลุกยืนเดิน
  •   ตกเตียง
  •   ตกรถเข็น
  • ƒ  ตกเก้าอี้

ƒ

 

6.จำนวนวันที่หกล้มหลังเข้ารักษา

  • 1-5     วัน
  • 6-10   วัน
  • 11-15 วัน 
  • 16-20 วัน
  • 21-25 วัน
  • 26-30  วัน 
  • มากกว่า30 วัน
  • ไม่ระบุ


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: การบริหารความเสี่ยง การป้องกันการพลัดตกหกล้ม 3 
· หมายเลขบันทึก: 536121 · เขียน:  
· ดอกไม้:
9
 · ความเห็น:
10
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
พ.แจ่มจำรัส
เขียนเมื่อ Thu May 16 2013 10:49:01 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณถาวร

ขอบคุณเรื่องราวดีๆครับ

ในฐานะที่เป็นชาย อายุต่ำกว่า 60 เลยต้องพึงระวัง อิอิ...

ที่สำคัญยา ก็มีส่วนทำให้บางครั้งทรงตัวโงนเงน....

ถาวร
เขียนเมื่อ Fri May 17 2013 05:01:37 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณพ.แจ่มจำรัส

ยาเป็นปัจจัยหนึ่งค่ะที่ทำให้เสี่ยง

บางตัวผลข้างเคียงทำให้เกิดความดันต่ำขณะเปลี่ยนท่า การค่อยๆเปลี่ยนท่าก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง 

เป็นกำลังใจค่ะ

ถาวร
เขียนเมื่อ Fri May 17 2013 05:09:19 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะอาจารย์อ.นุ

คุณหนูรี

คุณอานนท์ ภาคมาลี

และคุณอักขณิช

สุขสันต์วันศุกร์ค่ะ

กระติก~natachoei ที่ ~natadee
เขียนเมื่อ Fri May 17 2013 06:26:01 GMT+0700 (ICT)

พี่อุ้ม ติกกำลังสนใจวิเคราะห์ในตึกเหมือนกันค่ะ

รวมถึงแบบประเมินที่เรากำลังใช้อยู่

จะขอแบ่งปันนะคะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Fri May 17 2013 10:02:31 GMT+0700 (ICT)

ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากเลยนะครับ 

ถาวร
เขียนเมื่อ Fri May 17 2013 19:54:44 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะน้องติกน้ำ

ยินดีค่ะ

ถาวร
เขียนเมื่อ Fri May 17 2013 20:00:55 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะอาจารย์ดร.ขจิต

งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการCQI เรื่องการป้องกันการพลัดตกหกล้ม ตามติดมา10กว่าปีค่ะอาจารย์  เราพยายามหาแนวทางอยากให้อัตราหกล้มเป็น0ทุกไตรมาส ทุกปีค่ะ

ถาวร
เขียนเมื่อ Mon May 20 2013 05:06:28 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณโอ๋-อโณ

ขอบคุณค่ะคุณหมออ้อ ทพญ.ธิรัมภา

ท้องฟ้า
เขียนเมื่อ Tue Sep 10 2013 20:59:43 GMT+0700 (ICT)

R2R  ที่มีประโยชน์มากมาย  จะได้ขอนำไปแบ่งปันด้วยจ้า

ถาวร
เขียนเมื่อ Thu Sep 12 2013 19:24:57 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะคุณ

ยินดีค่ะ

ตอนนี้เอามาคุยกันในตึก หาทางป้องกันความเสี่ยงหกล้มในจุดที่พบบ่อยค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์