กลยุทธ์สู่ความสำเร็จโครงการจบม.6 ใน 8 เดือน

 การทำงานให้ได้ผลสำเร็จ : ต้องตั้งหลักคิด มีการวางแผน และเตรียมการอย่างดี 

สรุปรายงานการประชุมสัมมนา"กลยุทธ์สู่ความสำเร็จโครงการจบม.6 ใน 8 เดือน"

วันที่ 17 เมษายน  2556 ณ  ห้องประชุมสำนักงาน กศน.จังหวัดนนทบุรี

08.00 น.  ลงทะเบียน พร้อมรับเอกสารประกอบการประชุมสัมมนา
09.00 น.  นายกุลธร  เลิศวิริยะกุล  ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน. จังหวัดนนทบุรี  ปฏิบัติหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
               การพัฒนาหลักสูตร สำนักงานกศน.กล่าวเปิดการประชุม  :
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จโครงการจบม.6 ใน 8 เดือน
09.15 น.  บรรยายพิเศษ: กลยุทธ์สู่ความสำเร็จโครงการจบม.6 ใน 8 เดือน โดยนายกุลธร  เลิศวิริยะกุล 
               มีสาระสำคัญดังนี้

  ตั้งหลักคิด  : เป็นการทำความเข้าใจความเป็นจริง (Fact) ของสภาพการณ์สิ่งที่เราจะต้องทำหรือดำเนินการ โดยการใช้หลักการวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis) เพื่อสามารถเน้นจุดแข็ง กำจัดจุดอ่อน แสวงหาโอกาส และทำลายอุปสรรค

  ความจริง (Fact) สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ มี 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ

      1.  โครงการยกระดับการศึกษาประชาชน จบ ม. 6 ภายใน 8 เดือนอย่างมีคุณภาพ เป็นภารกิจใหม่ของกศน. ซึ่งยากที่จะผลักดันให้ประสบผลสำเร็จ หากเปรียบเทียบเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง คงต้องตั้งชื่อว่า Vision Impossible ถึงกระนั้น การทำเรื่องยากให้ประสบผลสำเร็จ จึงจำเป็นต้องใช้ทั้งวิธีการ  เทคนิค  กลยุทธ์อย่างเต็มที่และเต็มกำลัง เพื่อบรรลุตามนโยบายของรัฐบาลที่จะยกระดับการศึกษาของประชาชน  18  ล้านคน  ให้ค่าเฉลี่ยการศึกษาของคนไทยสูงกว่า 8.2  ปี

      2.  หากเปรียบเทียบการประเมินเทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานระหว่างการประเมินเทียบระดับ (แนวใหม่) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2555 (แบบเก่า) กับการประเมินเทียบระดับการศึกษาในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐาน (จบ ม. 6 ใน 8 เดือน) พบว่า การประเมินเทียบระดับการศึกษาในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐาน (จบ ม. 6 ใน 8 เดือน) นั้น เกณฑ์การผ่านการประเมินยากกว่าการประเมินเทียบระดับ (แนวใหม่) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2555 

      3.  เมื่อพิจารณากลุ่มเป้าหมาย พบว่า กลุ่มเป้าหมายประเมินเทียบระดับ (จบ ม. 6 ใน 8 เดือน) จะมีมิติความรู้ความคิดที่เข้มข้นมากกว่า ประเมินเทียบระดับ (แบบเก่า) กล่าวคือ กลุ่มเป้าหมายต้องเป็นผู้ชอบค้นคว้า  ต้องการศึกษา  มีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน  อยากเป็นคนเก่ง มีความสามารถทั้งด้านภาษา และเทคโนโลยี

           ตอบตนเองได้หรือไม่ว่า เรามองเห็นกลุ่มเป้าหมายการเทียบระดับ (จบ ม. 6 ใน 8 เดือน) ที่ต้องการในแต่ละชุมชนของเรา  สิ่งที่ต้องตระหนักว่า  หากผู้สมัครการประเมินเทียบระดับ (จบ ม. 6 ใน 8 เดือน) มีมิติความรู้ความคิดที่เจือจาง กล่าวคือ เป็นผู้ไม่ชอบศึกษา  ไม่ใฝ่หาความรู้  อยากได้วุฒิการศึกษาอย่างง่ายๆ เป็นต้น คุณสมบัติแบบนี้จะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและการผลักดันตามนโยบายของรัฐบาล  และกลุ่มเป้าหมายที่มองเห็นนั้น ซ้ำซ้อนกับกลุ่มเป้าหมายกับนักศึกษา กศน.ขั้นพื้นฐานปกติหรือไม่  หากมีการซ้ำซ้อนในบางกรณี เรามีมาตรการแก้ไขหรือไม่ อย่างไร

 กลยุทธ์สู่ความสำเร็จ : ปรับความคิดใหม่  สร้างความเชื่อมั่น

      การศึกษาความจริง (Fact) จะทำให้เราทราบถึงสภาพการณ์ที่แท้จริง สามารถทำให้เรากำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจน  และได้หนทางสู่ความสำเร็จ  แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากก็ตาม  

      กรณีของโครงการยกระดับการศึกษาประชาชน จบ ม. 6 ภายใน 8 เดือนอย่างมีคุณภาพนี้ เราคงต้องสร้างทัศนคติใหม่แบบเอกชน มององค์กรเป็นดั่งบริษัท มีโครงการ (Project) ใหม่ ซึ่งต้องสร้างจุดขายทางการตลาดที่โดดเด่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและจูงใจลูกค้า  ส่วนผู้บริหารสถานศึกษาเป็นดั่งผู้จัดการฝ่ายขาย  และคณะครู กศน. เป็นดั่งนักขายมืออาชีพ  จากนั้นต้อง...

      ปรับความคิดใหม่ สร้างความเชื่อมั่น (ในสินค้าหรือบริการ) : เป็นการปรับความคิดใหม่ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ผู้ให้บริการ (ผู้บริหาร และครู กศน.) และผู้รับบริการ (ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมาย) โดย

      1.  เชื่อว่า การประเมินเทียบระดับ(จบ ม. 6 ใน 8 เดือน) เป็นโครงการที่ดีมาก ยังประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการ ให้มีความรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง

      2.  เชื่อว่า การประเมินเทียบระดับ(จบ ม. 6 ใน 8 เดือน) เป็นหลักสูตรที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

      3.  เชื่อว่า  ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินของหลักสูตรนี้ จะสามารถอยู่ในโลกได้อย่างเป็นสุขด้วยกระบวนการของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

      4.  เชื่อว่า  ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินของหลักสูตรนี้ จะมีประสบการณ์จากการทำงาน เกิดความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ สามารถนำไปปรับใช้กับตนเองและสังคมได้อย่างสร้างสรรค์

      5.  เชื่อว่า  ผู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินของหลักสูตรนี้ จะเป็นการเตรียมตนเองในระดับผู้ใช้แรงงาน ในการเข้าสู่ตลาดการแข่งขันของสังคมปัจจุบัน และเข้าเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียนและตลาดอาเซียน

      6.  เชื่อว่า มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความดี มีความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง สามารถหาทางเลือกของตนเอง มีศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัด มีความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่น

      เตรียมการอย่างดี  : เนื่องจากภารกิจนี้เป็นเรื่องใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวสูง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องสร้างวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ๆ ดังนี้

      1.  การเจาะกลุ่มเป้าหมาย โดยการศึกษาข้อมูลจากข้อมูล จปฐ.  อสม.  อบต.  กลุ่มพัฒนาบทบาทสตรี เป็นต้น จากนั้นส่งจดหมายประชาสัมพันธ์เชิญชวนพร้อมแบบตอบรับ สิ่งสำคัญ ภาษาที่ใช้ต้องเข้าใจง่าย  สั้น  กระชับ  ผู้รับรู้สึกเป็นคนพิเศษที่ได้รับจดหมาย และที่สำคัญจูงใจให้ตัดสินใจเรียน

      2.  การรักษาคุณภาพการให้บริการ  เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการแล้วสิ่งที่ต้องเตรียมการต่อไปคือ การสร้างระบบสนับสนุน โดยการ

           2.1  จัดหาสื่อ/แบบเรียน ประกอบการเรียนรู้ที่เหมาะสม  มีความหลากหลาย และเพียงพอ โดยพิจารณาจากโครงสร้างหลักสูตรเนื้อหารายวิชา เนื่องจากแบบเรียนที่สำนักงาน กศน.จัดเตรียมนั้นมีรายละเอียดน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง

          2.2  สถานศึกษาควรเตรียมห้องสมุดสำหรับให้ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลได้ง่าย โดยอาจจัดสื่อที่เหมาะสมไว้ที่ห้องสมุดกลาง หรือที่ กศน.ตำบล

          2.3  สถานศึกษาควรให้ความสำคัญกับการสรรหาครูที่ปรึกษา ซึ่งควรมีคุณสมบัติพิเศษด้านการเป็นนักบริหารจัดการที่ดี  และมีทักษะในการให้คำปรึกษาในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง  อีกทั้งควรประชุมครูที่ปรึกษาบ่อยๆ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

         2.4  การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ SMART 

                2.4.1  ควรสร้างค่านิยมสำหรับผู้สำเร็จหลักสูตรนี้ เป็นผู้มีความพิเศษ  มีความโดดเด่นเฉพาะตัวสูง  มีความสามารถที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน 

               2.4.2  ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมที่หลากหลาย  สร้างกระบวนการกลุ่ม โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับ กศน.อำเภอ/ตำบลบ่อยๆ  เพื่อสร้างวัฒนธรรมการรักองค์การ

               2.4.3  ควรจัดตั้งองค์การนักศึกษาสำหรับหลักสูตรนี้โดยเฉพาะ

        2.5  การจัดทำฐานข้อมูล  สถานศึกษาควรออกแบบการบันทึกข้อมูลนักศึกษาที่ครอบคลุมรอบด้าน นอกจากข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นแล้ว ควรมีข้อมูลในเรื่องของ  ทัศนคติ  ความสามารถพิเศษ  ลักษณะงาน  สถานะทางครอบครัว  ประสบการณ์การศึกษา/อบรม  งานอดิเรก  เป็นต้น  เพื่อสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ หรือนำศักยภาพของผู้เรียนมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อชุมชนต่อไป

        สรุปได้ว่า  การทำงานให้ได้ผลสำเร็จ :  ต้องตั้งหลักคิด  มีการวางแผน  และเตรียมการอย่างดี 

11.00 น.  บรรยายพิเศษ: หลักเกณฑ์การดำเนินงานเทียบระดับการศึกษา โครงการจบม.6 ใน 8 เดือน โดย
               นางกอบแก้ว  จริงจิตร   ผอ.กศน.อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี  มีสาระสำคัญดังนี้

               เป็นการชี้แจงถึงคุณสมบัติของผู้เข้าเทียบระดับการศึกษา  ขอบข่ายการประเมิน  ขั้นตอนการเทียบระดับการศึกษา  การวัดและประเมินผล (รายละเอียดตามเอกสารประกอบการประชุมสัมมนา) พร้อมตอบข้อซักถาม ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจดังนี้

             1.  หากผู้สมัครประกอบอาชีพนอกเขตบริการสถานศึกษาที่สมัคร  สถานศึกษาสามารถรับสมัครได้ หรือไม่
                  ตอบ  ไม่ได้

             2.  หากผู้สมัครมีประสบการณ์ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง 1 ปีอำเภอหนึ่ง และอีก 2 ปีต่อมาในเขตบริการสถานศึกษาที่สมัคร  สถานศึกษาสามารถรับสมัครได้ หรือไม่
                  ตอบ  ได้

12.00 น.  ปิดการประชุมสัมมนา

แนวทางการนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน

    1.  สถานศึกษาควรประชุมทีมปฏิบัติการทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเข้าใจ ตระหนักในปัจจัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ และวางเป้าหมายที่ชัดเจนเข้าใจตรงกัน 

    2.  สถานศึกษาควรวางแผนงานโครงการเฉพาะกิจ โดยอาจวางเป็นแผนระยะสั้น 1-2 ปี) และแผนระยะยาว (5 ปี) เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่วางไว้

    3.  การวางมาตรการควบคุมปัจจัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ อันได้แก่

         3.1  การวางกรอบคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นระดับ ได้แก่ พอใช้  ปานกลาง  ดี  ซึ่งหากกลุ่มเป้าหมายที่ได้มีคุณสมบัติดีทั้งหมด  จะส่งผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการมาก

         3.2  การวางกรอบคุณสมบัติของครูที่ปรึกษาเป็นระดับ เช่นเดียวกับข้อ 3.1

         3.3  การเตรียมความพร้อมของสื่อ/เอกสารประกอบการเรียนที่สอดคล้องกับโครงสร้างหลักสูตรรายวิชา

         3.4  การให้ความสำคัญของการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำมาวิเคราะห์ ประเมินผล และพัฒนางานต่อไป

                                                                                                                (นางสาวปัณณ์ปาลี  ศิริธุวานนท์)
                                                                                                                  ผู้สรุปรายงานการประชุมสัมมนา
                                                                                                                    วันที่  23  เมษายน  2553


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 533759
 เขียน:  
 ดอกไม้:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์