เมนูบ้านนา :

ปลานิลกินหญ้า...คนกินปลานิล





หนูเอาปลานิลย่างมาฝากเจ้าค่ะ




          หลังจากที่ผมนำพันธุ์ปลานิลมาปล่อยไว้ในบ่อน้ำกลางนาของน้องสาว(ดร.ปริมจิรา  ทัดบุบผา) เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว โดยทำการเลี้ยงปลานิลแบบธรรมชาติ ด้วยการตัดหญ้ารอบคันนาให้ปลากิน รวมทั้งนำฟางข้าวและขี้ควายไปโยนไว้ในบ่อให้ปลากินด้วย ถึงตอนนี้ปลานิลที่ผมเลี้ยงไว้ในบ่อน้ำดังกล่าวบางส่วนโตพอกินได้แล้ว

          พอดีเช้าวันนี้น้องแพรวพราวลูกสาวคนเล็กของผมบอกว่าอยากจะกินปลาย่างอีก(คงติดใจปลากดย่างที่เพิ่งกินไปเมื่อวานนี้)  ผมก็เลยนำตาข่ายดักปลา(เน่ง หรือ มอง)ไปดักปลานิลในบ่อขึ้นมา เพื่อจะได้รู้ความคืบหน้าว่าปลานิลที่เลี้ยงไว้โตขนาดไหนแล้ว  พอจะกินได้แล้วหรือยัง

          หลังจากที่ผมลอยตุ๊บป่องๆ อยู่กลางบ่อน้ำได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้ปลานิลตัวอ้วนๆ มา 8 ตัว(3 กก.)ด้วยกัน จากนั้นก็ขึ้นมาจากบ่อ แล้วก็นำปลานิลกลับไปบ้าน

          เย็นนี้....ลูกๆ ของผมก็เลยได้กินปลานิลย่างสมใจ ส่วนผู้ใหญ่อย่างผมก็พลอยได้กิน "ต้มส้มปลานิล" อันแสนอร่อยตามไปด้วย....อิ่มหนำสำราญและมีความสุขกันทั้งครอบครัวเลยละครับ





ที่นาของ คุณปริม...ทัดบุบผา


ดักตาข่ายไว้กลางบ่อปลา


ปลานิลเริ่มติดตาข่าย จนมองเห็นได้จากที่ไกล


ได้มา 8 ตัว (รวม 3 กก.)


ตัวอ้วนๆ ทั้งนั้นเลย


แม้จะเลี้ยงแบบธรรมชาติ ด้วยการตัดหญ้า นำฟางข้าวและขี้ควายไปให้กิน

 แต่ปลานิลก็อ้วนท้วนดี แถมเนื้อยังแน่น หวาน และอร่อยดีมากๆ  รวมทั้งไม่มีสารตกค้างอีกด้วย


พี่เพียงพอกับน้องแพรวพราว กำลังช่วยกันย่างปลานิล


สองพี่น้องแบ่งกันคนละ 1 ตัว


ต้มส้มปลานิล

อาหารเย็นสำหรับผู้ใหญ่ในค่ำวันนี้