ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ของไทย ปกป้องหัวใจ เช่น " ตะขบ " บางคนมองข้ามนั้นไม่ธรรมดา

 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ไทย ปกป้องหัวใจ ฯ 


ผลไม้ตระกูล"เบอรี่ไทย"

หลากประโยชน์ช่วยปกป้อง"หัวใจ"

ในปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยมากมายแสดงให้เห็นว่า ผลไม้ในกลุ่มของเบอรี่ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งลำไส้และมะเร็งเต้านม ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความดันโลหิตในผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้เบอรี่ยังช่วยบำรุงสมองและความจำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง และที่กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก คือ เบอรี่สามารถต้านชราได้
   
ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า

เมื่อนึกถึงผลไม้ในกลุ่มเบอรี่ทั้งหลาย คนส่วนใหญ่จะนึกถึงแต่ผลไม้ที่มีชื่อลงท้ายด้วยเบอรี่ เช่น สตรอเบอรี่ บลูเบอรี่ เชอรี่ ราสเบอรี่ แครนเบอรี่ แบล็กเบอรี่ โดยที่จะมองข้ามในสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวของเรา ซึ่งในประเทศไทยก็มีผลไม้ในกลุ่มเบอรี่อยู่มากมาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยได้มีการนำมาศึกษาวิจัยทดลองให้ผลสนับสนุนแล้วว่า มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าผลไม้กลุ่มเบอรี่ของต่างประเทศเลย
 
ผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเบอรี่ที่เป็นผลไม้ไทย ก็ได้แก่



ลูกหว้า เป็นผลไม้ที่เมื่อสุกจะมีผลสีม่วงเข้มจนถึงดำคล้ายองุ่นรสชาติจะออกหวานและ มีรสฝาดเล็กน้อย นิยมนำมาทำแปรรูปเป็นน้ำลูกหว้า เยลลี่ และแยม สารที่มีอยู่ในลูกหว้าจะเป็น สารกลุ่มแอนโธไซยานิน (ไซยานิดิน) กรดเอลลาจิก กรดเฟอรูลิก ซึ่งสารกลุ่มนี้จะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านฤทธิ์ของสารก่อมะเร็งโดยพบว่า สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งเต้านมได้



 
ชนิดต่อมาคือ มะเกี๋ยง พบมากทางตอนเหนือของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และน่าน โดยผลจะคล้ายคลึงกันกับลูกหว้า แต่มีขนาดที่เล็กกว่าและมีสีออกม่วงแดง ส่วนรสออกเปรี้ยวมากกว่าลูกหว้า จากการศึกษาพบว่า ผลของมะเกี๋ยง มีสารพฤกษเคมีที่สำคัญอยู่หลายตัว เช่น สารประกอบฟีนอลิก ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ
 
“จากการทดสอบหาค่าของสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในอาหารแต่ละชนิดที่ เรียกว่า The ORAC test หรือ Oxygen Radical Absorbance Capacity ซึ่งเป็นค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของอาหาร อาหารที่มีค่า ORAC สูงสามารถปกป้องเซลล์และองค์ประกอบของเซลล์ให้ปลอดภัยจากการถูกทำลายเสียหาย จากกระบวนการออกซิเดชัน ซึ่งมะเกี๋ยงเป็นผลไม้ที่มีค่า ORAC สูง ส่งผลให้ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และชะลอความเสื่อมของร่างกาย”




 
มะขามป้อม

จัดเป็นผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเบอรี่เช่นกัน ลักษณะเป็นผลสีเขียว จัดเป็นหนึ่งในสมุนไพรพื้นบ้านที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน รสชาติออกเปรี้ยวฝาด ๆ ตามตำราแพทย์พื้นบ้านจะนิยมนำมารักษาอาการไข้หวัด แก้เจ็บคอ ละลายเสมหะ
 
เมื่อศึกษาดูสารที่มีอยู่ในมะขามป้อมแล้วพบว่า มะขามป้อมมีปริมาณของวิตามินซีสูง โดยในผลมะขามป้อม 1 ผลจะมีวิตามินซีมากกว่าส้ม 2 ลูก และยังพบสารพฤกษเคมีอื่น เช่น สารกลุ่มแทนนิน เบนซินอยด์ เทอร์ปีน ฟลาโวนอยด์ อัลคาลอยด์ คูมาริน ที่มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของร่างกาย สามารถช่วยลดการติดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย
 
นอกจากนี้ยังพบว่า การรับประทานมะขามป้อมเป็นประจำจะช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ แอลดีแอล รวมถึง ไตรกลีเซอไรด์ จึงถือว่า เป็นการป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และเมื่อไม่นานมานี้มีการศึกษาถึงแนวคิดว่า สารสกัดจากมะขามป้อมจะช่วยลดการเกิดเซลล์มะเร็งโดยสามารถลดการเกิดเซลล์ มะเร็งได้แล้วในสัตว์ทดลอง


 


ในส่วนของ ลูกหม่อน

ปัจจุบันมีการนำเอาผลมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยผลสุกของลูกหม่อนจะมีสีออกม่วงแดง รสชาติหวานอมเปรี้ยว เมื่อเปรียบเทียบกับบลูเบอรี่ที่เป็นที่นิยมในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ แล้วลูกหม่อนของไทยหากเทียบในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน จะพบว่า ลูกหม่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าบลูเบอรี่ 2-3 เท่า ซึ่งสารที่พบ คือ สารในกลุ่มโพลีฟีนอล แอนโทไซยานิน และเรสเวอราทอล สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรค มะเร็ง
 
“ลูกหม่อนเป็นผลไม้ที่มีกรดไขมันที่จำเป็น คือ โอลิอิกและไลโนลิอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ในระบบประสาทและสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น ยังมีการศึกษาว่า สารสกัดจากลูกหม่อนช่วยควบคุมความหิวทำให้ช่วยควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังมีการนำเอาใบหม่อนมาทำเป็นชา โดยพบว่า การดื่มชาใบหม่อนเป็นประจำจะช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้”



 
ผลไม้ไทยชนิดต่อมา คือ มะยม

เป็นผลไม้รสเปรี้ยว นิยมนำมารับประทานโดยการนำมาทำตำมะยม ใส่ในน้ำพริกเพื่อให้ออกรสเปรี้ยว และปัจจุบันนิยมนำมาทำเป็นแยมส่งออกต่างประเทศ เพราะมะยมมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น สารในกลุ่มแทนนินที่ช่วยต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยลดการเกิดการอักเสบในร่างกาย
 
รวมทั้งมีใยอาหารสูงช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติและลดการสะสมของของเสียในลำ ไส้ ทั้งนี้ เนื่องจากใยอาหารในมะยมมีทั้งชนิดที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำ โดยใยอาหารที่ละลายน้ำจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลจึงช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและ หลอดเลือด มีการใช้มะยมในผู้ที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังจากได้รับประทานมะยมแล้วจะ มีอาการดีขึ้น



 
ดร.ฉัตรภา กล่าวต่อว่า

มะเม่าหรือหมากเม่า

จัดเป็นผลไม้ไทยในตระกูลเบอรี่ที่พบมากในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นิยมนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ทำไวน์ และแยม มะเม่านอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงเหมือนกับผลไม้ในตระกูลเบอรี่ทั้ง หลายแล้ว มะเม่ายังมีแร่ธาตุเหล็กสูงซึ่งทางตำรายาไทยจะใช้รักษาภาวะโลหิตจางและบำรุง เลือด




 
รวมไปถึง โทงเทงฝรั่งหรือเคพกูสเบอรี่

ผลไม้ขนาดเล็กสีเหลืองทอง มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานมีกลิ่นหอมเฉพาะ เป็นผลไม้ตระกูลเดียวกันกับมะเขือ โดยข้างในผลจะมีเมล็ดเล็ก ๆ อยู่มากมาย สารอาหารสำคัญที่พบ คือ เบต้าแคโรทีนซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายจึงช่วยในเรื่องการมองเห็น ทำให้ผิวพรรณดี นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มไฟโตรสเตอรอลที่ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกาย ส่งผลให้ลดระดับคอเลสเตอรอลส่วนเกิน และบริเวณเปลือกของโทงเทงฝรั่งยังมีใยอาหารประ เภทเพคตินที่ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น




 
มาที่ เชอรี่ไทย

ผลไม้สีแดงสด รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอม ในหนึ่งลูกจะแบ่งออกเป็น 3 พู นิยมนำมาแปรรูปเป็นไอศกรีม เชอร์เบท แยม สารที่มีอยู่ในเชอรี่ไทย คือ สารในกลุ่มแอนโธไซยานินมีส่วนช่วยในการลดการอับเสบ การเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีสารกลุ่มแอนโธไซยานินเป็นประจำจะมีอารมณ์ดี และรู้สึกกระปรี้กระ เปร่า ยังมีการใช้เชอรี่ไทยในผู้ที่มีอาการท้องผูกเพื่อเป็นตัวที่ช่วยให้ขับถ่าย ได้ดี



 
ผลไม้เบอรี่ไทยอีกชนิดหนึ่งก็คือ ตะขบ

เป็นต้นไม้ที่ขึ้นง่ายพบได้ทั่วไปในบริเวณทุกภาคของประเทศไทย ตะขบถือว่าเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูงชนิดหนึ่ง โดยใน 100 กรัมหรือประมาณ 25 ผล จะมีใยอาหารมากกว่า 6 กรัม ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทยอยู่ที่ 25 กรัม การกินตะขบ 1 ถ้วยเท่ากับได้ปริมาณ 1 ใน 4 ของใยอาหารที่แนะนำแล้ว
 
“จากการศึกษาพบว่า ตะขบมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ ตะขบจะมีสารที่ให้สีแดงคือสารไลโคปีน กรดเอลลาจิก แอนโธไซยานิน และกรดแกลลิก ที่ช่วยทำให้ระบบการทำงานของต่อมลูกหมากดีขึ้น ทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งหลายชนิด รวมถึงปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยดูแลหัวใจ นอกจากนี้ แพทย์แผนไทยยังใช้ตะขบในการรักษาอาการไข้ และเป็นยาบำรุงกำลังอีกด้วย”
 
หลังจากที่ได้รู้แล้วว่าประเทศไทยเรามีเบอรี่อยู่หลากหลายชนิด และแต่ละชนิดล้วนมีคุณประโยชน์มากมาย ดังนั้น การหันมารับประทานเบอรี่ไทย จึงนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ เพื่อที่จะได้มีสุขภาพดี มีหัวใจที่ดี ในแบบวิถีไทยนั่นเอง.



รูปแบบการรับประทานผลไม้ตระกูลเบอรี่

ในช่วงวัยของคนมีความต้องการอาหารและผลไม้ที่มีประโยชน์ เพื่อเข้าไปช่วยเสริมสร้างให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งผลไม้ตระกูลเบอรี่นับเป็นอีกทางเลือกของผลไม้ที่มีประโยชน์ให้เราได้ เลือกรับประทานกันในหลายรูปแบบ
   
โดยการ กินผลไม้ตระกูลเบอรี่ที่ผ่านกรรมวิธีในการปรุง จะทำให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระลดลง และการกินในรูปของผลไม้หรือแบบตากแห้ง จะทำให้ได้รับปริมาณน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ ทางที่ดีควรกินแบบสด ๆ จะได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า



1.บลูเบอร์รี่  2.แบล็คเบอร์รี่ 3. แครนเบอร์รี่  4.สตรอเบอร์รี่  5. เชอร์รี่  6. ราสเบอร์รี่


ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างประเทศ

สตอเบอร์รี่ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงและให้แคลอรี่ต่ำ มีวิตามินซีสูง ที่สำคัญคือผลสตรอเบอร์รี่มีสารแอนโธไซยานินเป็นแหล่งรวมของสารสีแดง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น เส้นใยอาหารของสตอเบอร์รี่ ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลและความเสี่ยงมะเร็งลำไส้แถมยังช่วยเสริมสร้างการทำ งานของระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายให้ดีขึ้น

บลูเบอร์รี่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากเต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามิน C และ วิตามิน E อยู่มากถ้าทานบลูเบอร์รี่ เป็นประจำจะช่วยบำรุงสายตาและบำรุงจอรับภาพ ผลไม้กลมๆ เล็กๆ สีน้ำม่วงเข้มอย่างเจ้าบลูเบอร์รี่นี้มีสาร anti-oxidant อยู่ในระดับสูงสาร anti-oxidant นั้น เป็นสารเคมีที่ต่อต้านการอักเสบและช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกาย ต่อต้านอนุมูลอิสระสู้ภาวะการแก่ตัวหรือชะลอความแก่ได้เป็นอย่างดี

แครนเบอร์รี่ เป็นหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีผลเล็กๆ สีแดงสด รสชาติหวานๆ อมเปรี้ยว เพาะปลูกในแถบประเทศอเมริกา และแคนาดา แครนเบอร์รี่ มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง โดยเฉพาะใครที่ชอบอั้นปัสสาวะ จนเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบแล้วละก็ แครนเบอร์รี่ช่วยได้ เพราะในผลไม้ลูกเล็กๆ สีแดงๆ นี้มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย และมีสารแทนนิน ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียอี โคไล ที่บริเวณผนังทางเดินปัสสาวะได้ด้วย ใครที่กำลังเป็นโรคปัสสาวะอักเสบลองดื่มน้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ไม่มีน้ำตาลแก้วละ 250 มิลลิลิตรทุกวัน วันละ 3 แก้วจะช่วยบรรเทา และเป็นอีก 1 วิธีที่ช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นโรคนี้ได้อีก

ราสเบอร์รี่ เมื่อย้อนกลับไปในยุคกรีก และโรมัน ราสเบอร์รี่ถูกนำมาใช้เป็นทั้งอาหารและยารักษาโรค ราสเบอร์รี่มีธาตุ โพแทสเซียม และเส้นใยอาหารสูง มีวิตามินเคหรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยในการแข็งตัวของเเลือด และยังมีแมงกานีส ที่ช่วยในการทำงานของปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย สารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติช่วยในการหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น มีผลต่อช่วยให้ ระบบการทำงานของประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เชอร์รี่ ที่เราเห็นบ่อยบนยอดสุดของไอศกรีม รสชาติหวานหอมกรุบกรอบ เชอร์รีเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมในปริมาณสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสมดุลกับโวเดียมทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ ระบบไหลเวียนโลหิตดี นอกจากนี้ เชอร์รียังมีวิตามิน c ช่วยรักษาแผล ป้องกันโรคลักปิดลักเปิดอีกด้วย เมื่อตัวเลขของอายุเริ่มมากขึ้นเราควรเลือกหาเชอร์รีมารับประทานกันบ่อยๆ เพราะจะช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือดป้องกันการเกิดโรคเกาต์ หรืออาการปวดตามข้อได้



(ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพืมพ์เดลินิวส์)


ผลไม้บางอย่างเรามองแล้วผ่านทั้งๆที่ลูกเขียวแดงสุกน่ารักห้อยเต็มต้นเช่น ตะขบ เมื่อก่อนก็ไม่ทราบหรอกว่ามีประโยชน์อย่างไรทราบเพียงหวานเย็นหอมอร่อยพบที่ไหนเด็ดได้เด็ดใส่ปากทันทีชอบมาก ส่วนใหญ่แล้วไม่ต้องปลูกขึ้นเองตามธรรมชาติ นกน้อยพาเมล็ดมาหล่นไปทั่วหากไม่ตัดปล่อยต้นโตตามธรรมชาติก็ได้ร่มเงาที่ดีมากเพราะลักษณะใบแผ่กระจายกว้าง เช่นเดียวกับมะยมก็ปล่อยล่วงหล่นโคนต้นเพราะเปรี้ยวมากไม่ทราบว่าจะทำอะไรได้มากๆได้หากไม่นำไปดองหรือมักเอนไซม์ครั้งละมากๆเพราะส่วนใหญ่แล้วแต่ละกิ่งตกเป็นพวงเต็มกิ่ง  เชอร์รี่ไทยบางบ้านปลูกไว้หากเปรี้ยวก็ปล่อยหล่นเช่นกัน ไทยเราก็มีผลไม้ตระกูลเบอร์รี่หาได้ไม่ยาก

คำว่าเบอร์รี่ เราก็จะนึกแต่ผลไม้ต่างประเทศ แต่ก็มีที่เมืองไทยเราปลูกได้มากแล้วคือ สตรอบอรี่ แต่เวลาจะซื้อก็คิดแล้วคิดอีกเพราะยังมีความคิดที่กลัวยาสารเคมีหลายคนไม่ยอมซื้อเลย ก็ควรเลือกซื้ออย่างระวัง ไม่ว่าจะผลไม้อะไรก็มีทั้งปลูกปลอดสารพิษและไม่ปลอดสารพิษให้เราเลือกซื้อ และเป็นอีกเรื่องใหญ่ที่เราผู้ซื้อไม่สามารถทราบได้ทั้งหมดว่าที่ผู้ขายบอกนั้นจริงหรือไม่จริงเพราะ ผู้ขายปลีกส่วนใหญ่แล้วบางรายนั้นก็ไม่ได้ปลูกเอง

เมื่อทราบถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ของไทยที่กล่าวมานั้นส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ที่ขึ้นมีลูกผลตามธรรมชาติ เช่น มะยม ตะขบ มะเม่า หว้า มะเกี๋ยง เชอร์รี่ไทย  ซึ่งสรรพคุณปกป้องหัวใจ และอื่นๆ ดีต่อสุขภาพเราก็นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับร่างกายของเรานะคะ

ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 520010
 เขียน:  
 ดอกไม้: 20  ความเห็น: 12  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2013 13:00:10 GMT+0700 (ICT)

บ้านเรามีเบอร์รี่มากทีเดียว แต่บ้านเราไม่ค่อยมีคนส่งเสริมและวิจัยนะครับ

สุภัทรา เจติโคตร
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2013 15:20:52 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณที่มาชี้ให้เห็นของดีๆของเมืองไทยเรา

ได้รับหนังสือกับเมล็ดอัญชัญดอกขาวแล้วค่ะวันนี้

ขอบคุณมากนะคะ  แล้วชมจันทร์งอกรึยังคะถ้าไม่งอกจะส่งไปให้ใหม่ค่ะกำลังจะแห้งอยู่สามสี่ผลค่ะ

IP: xxx.97.78.2
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2013 15:28:55 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่ดา

บันทึกนี้ครบถ้วนเรื่องเบอรี่มากๆ เลยค่ะ บางชนิดเช่น มะขามป้อม มะยม แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้

ขอบคุณค่ะ

ธวัชชัย
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2013 15:40:17 GMT+0700 (ICT)

บ้านผมปลูกไว้ตั้งหลายอย่างเลยครับ แต่ยังไม่ออกลูกสักต้นครับ

ป.
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2013 20:10:33 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคะ ชอบสีสันในบันทึกนี้จัง พี่ดาช่างรวบรวมเขียนไว้เป็นสารานุกรมได้เลย  

ที่บ้านมีต้นหม่อนคะ เคยเก็บผลมากวนแยมด้วย

blue_star
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2013 20:33:30 GMT+0700 (ICT)

ชอบกินมะเม่า หม่อน ลูกหว้า แล้วก็มะขามป้อมค่ะ 

อ้อ...ชอบกินเชอร์รี่ไทยด้วยค่ะ ปลูกไว้ที่บ้านด้วย ;-)

คุณมะเดื่อ
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2013 23:35:24 GMT+0700 (ICT)


ตะขบ...เดี๋ยวนี้ก็ยังหากินง่ายจ้ะ  ชอบ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

นงนาท สนธิสุวรรณ
เขียนเมื่อ Wed Feb 20 2013 03:29:34 GMT+0700 (ICT)

สรรพคุณมากมาย..ขอบคุณที่แบ่งปันกันค่ะ..

IP: xxx.207.121.157
เขียนเมื่อ Wed Feb 20 2013 10:47:59 GMT+0700 (ICT)

เชอรี่ขบ(ตะขบ)เนี่ย  ผมกินประจำเลยครับ  555

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Thu Feb 21 2013 14:17:07 GMT+0700 (ICT)

ดีจังค่ะที่นำเรื่องของเบอรรี่เมืองไทยมาให้ได้รู้กันกว้างขวางขึ้น เราจะได้ตระหนักถึงของดีที่มีอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะกับผู้คนที่เกิด อาศัยอยู่ในถิ่นไทย พี่เชื่อว่าพืชพรรณธรรมชาติที่เจริญงอกงามดีที่ใดย่อมมีประโยชน์เหมาะสมกับสรรพชีวิตที่อยู่ในถิ่นนั้นๆ เรามักพบข้อมูลผลไม้ เบอรรี่ฝรั่งซึ่งปลูกไม่ได้ในบ้านเรา ต้องนำเข้า มีค่าขนส่ง ราคาแพงและการขนส่งก็เพิ่มปัญหาการใช้พลังงานและโลกร้อนอีกด้วย

เพิ่งทราบนะเนี่ยว่าโทงเทงบ้านเราเป็นญาติกับเคปกูสเบอรี่ ซึ่งโครงการหลวงปลูกได้พี่ยังเคยซื้อมาทาน

ขอบคุณมากค่ะ

chanamol
IP: xxx.195.242.240
เขียนเมื่อ Sat Jul 27 2013 23:31:13 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากๆสำหรับข้อมูลคะ มีประโยชน์จริงๆคะ

พวงคราม
IP: xxx.163.142.124
เขียนเมื่อ Tue Aug 20 2013 23:24:02 GMT+0700 (ICT)

กำลังหา ข้อมูลเบอร์รี่ไทยอยู่พอดี  ขอบคุณคะ  

   ตอนนี้เป็นช่วงเบอร์รี่เทศ  ออกกันเต็มไปหมด   เพิ่งไปเก็บมาจะทำแยมทิ้งไว้  ก่อนกลับไปกินเชอรี่ขบ  และเบอรี่หม่อนบ้านเรา

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า