สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ประมวลสถานการณ์และเข้าถึงประเด็นร่วมของกันและกัน ผ่านการเดินตลาดชุมชนยามเช้า

                                         

                                         

การได้ร่วมทำงานและเรียนรู้ไปด้วยกันโดยการเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการเครือข่ายโรงพยาบาลสร้างสุข ที่ดำเนินการขึ้นโดยกลุ่มผู้ผ่านการอบรมเครือข่ายร่วมสร้างผู้นำการสร้างสุขภาวะแนวใหม่ ของ สสส ซึ่งประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้จัดการฝ่ายบุคคล บริษัทไลอ้อน ประเทศไทย กับทีมวิจัยและคอยให้การสนับสนุนทางวิชาการจากสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้ผมได้เรียนรู้และเห็นสภาวการณ์ต่างๆบนความเป็นจริงของสังคมไทยในหลายบริบทอย่างยากที่จะหาได้จากแหล่งอื่น นอกเหนือจากการได้ร่วมทำงานและร่วมสร้างศักยภาพในการบรรลุจุดหมายที่มีความสนใจร่วมกัน ของเครือข่ายผู้นำสร้างสุขภาวะแนวใหม่ กลุ่มเล็กๆที่ดีที่สุดกลุ่มหนึ่งในครั้งนี้

กลุ่มคนทำงานสุขภาพจาก ๓ อำเภอของ ๓ จังหวัดในพื้นที่ซึ่งมีความแตกต่างกันหลายด้านของประเทศ นำโดยแพทย์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการและเป็นผู้ที่ต้องการสะท้อนผลที่ได้จากการผ่านโครงการอบรม คศน : เครือข่ายร่วมพัฒนาศักยภาพผู้นำสร้างสุขภาวะแนวใหม่ ไปสู่การเป็นเครือข่ายของผู้ที่จะนำความริเริ่มกระบวนการต่างๆในการสร้างสุข ไปสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาวะของสังคม โดยเริ่มจากโรงพยาบาลและคนทำงานที่อยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งต้องให้การดูแลสุขภาพผู้คนในพื้นที่ความรับผิดชอบของตนเอง ในเงื่อนไขแวดล้อมแตกต่างกัน 

เครือข่ายที่ดำเนินโครงการด้วยกันนี้ มาจากพื้นที่ชุมชนแหล่งต่างๆของประเทศ ประกอบด้วย ๓ พื้นที่ชุมชนระดับอำเภอ ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายการวิจัยที่มีความน่าสนใจมากอย่างยิ่งสำหรับผม ดังจะขอกล่าวถึงแง่มุมที่น่าสนใจบางประการ กล่าวคือ...

 อำเภอหล่มเก่า  จังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ซึ่งมีความเป็นเมืองในชนบท เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนซึ่งมีพัฒนาการมาจากการสร้างเมืองบนที่ลุ่มหรือเมืองหล่ม เก่าแก่ดั้งเดิมร่วมยุคสมัยกับชุมชนก่อนการสร้างเมืองสุโขทัย มีเมืองศรีเทพและแอ่งสังคมวัฒนธรรมเมืองหล่มอายุกว่า ๒ พันปีหลายแห่ง ที่ยังยิ่งใหญ่และปรากฏเป็นหลักฐานให้ได้เห็นตราบจนทุกวันนี้ ถึงร่องรอยพัฒนาการทางภูมิปัญญา วิทยาการ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม การวางผังและระบบบริหารจัดการเมืองและเครือข่ายชุมชน ในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ การก่อตั้งและสร้างเมือง การสร้างสุขภาวะของชุมชนเกษตรกรรม ที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของโลกและของสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ 

 อำเภอท่าสองยาง  จังหวัดตาก พื้นที่ชนบทบนแนวรอยต่อชายแดนของประเทศระหว่างไทยกับพม่า มีความผสมผสานกับวิถีชีวิตบนวัฒนธรรมชนเผ่า เชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะของประเทศ เป็นแหล่งก่อตั้งชุมชน ซึ่งผู้นำชนเผ่าเมื่อในอดีตเกือบ ๓๐๐ ปีมาแล้ว เคยได้รับการสถาปนาเป็นผู้นำเมืองหน้าด่านในสมัยกรุงธนบุรี จึงมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การสร้างความเป็นปึกแผ่นของสังคมไทยที่เชื่อมโยงกับความหลากหลายทางสังคมของชนเผ่าก่อนยุครัตนโกสินทร์ สะท้อนให้เห็นความมีรากฐานของสังคมพหุวัฒนธรรม   เชื่อมโยงกับพัฒนาการต่างๆ ที่จะต้องพิจารณาให้เห็นถึงความเป็นองค์ประกอบของสุขภาวะของเมืองและวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด ว่ามีบริบทเฉพาะอยู่บนพื้นฐานดั้งเดิมอย่างไร   

 อำเภอปางมะผ้า  จังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่เมืองชนบทซึ่งมีระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรมชนเผ่า และสภาพแวดล้อมของชุมชนบนพื้นที่สูง แวดล้อมด้วยทิวเขา ป่าไม้ แหล่งต้นน้ำ และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ  อีกทั้งเป็นแหล่งค้นพบร่องรอยของการก่อตั้งชุมชนถ้ำและชุมชนวัฒนธรรมข้าวก่อนยุคประวัติศาสตร์ ซึ่งเก่าแก่มากที่สุดแหล่งหนึ่งของไทยและของโลก เป็นแหล่งหนึ่งที่มีหลักฐานให้ศึกษาได้เป็นอย่างดีต่อระบบวิธีคิดเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังการตาย ความเชื่อต่อการสืบทอดระหว่างรุ่นระหว่างภพของชีวิต จิตวิญญาณ และการสั่งสมปัจจัยทางวัตถุของมนุษย์ เพื่อความมั่นคงสมบูรณ์ของชีวิต อำนาจ ความสุข และการดำรงเผ่าพันธุ์ สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องผี วิญญาณบรรพชน พลังความเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ  แม่น้ำ ผืนดิน ป่าเขา ซึ่งเป็นเค้าลางให้เข้าใจมิติสังคมวัฒนธรรม ระบบความรู้ ความเชื่อ และภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่หล่อหลอมกล่อมเกลาวิถีชีวิต และความเป็นจริงในมิติสุขภาพ สุขภาวะ และคุณภาพชีวิต อีกหลายอย่าง ภายใต้ความผสมกลมกลืนไปกับกระแสความเปลฃี่ยนแปลงต่างๆจากโลกภายนอก 

จึงแทบจะกล่าวได้ว่า ชุมชนระดับอำเภอ ๓ อำเภอ อันเป็นพื้นที่เป้าหมายการดำเนินโครงการและเป็นพื้นที่การวิจัยของโครงการนี้ สะท้อนพัฒนาการความเป็นถิ่นฐานสังคมไทยอย่างใกล้ชิดหลายด้าน จึงเป็นพื้นที่หนึ่งซึ่งมีความน่าสนใจและเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับทำการศึกษาปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรม วิถีชุมชน ระบบนิเวศน์ และพัฒนาการความเป็นเมือง ที่จะมีความเชื่อมโยงกับมิติสุขภาพกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในบริบทของสังคมไทยและเอเชียอาคเนย์

ขณะเดียวกัน สมาชิกของทีมอีกท่านหนึ่งนั้น มาจากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทไลอ้อนประเทศไทย รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มการสร้างสุขในสถานประกอบการ พัฒนาสุขภาวะและระบบสวัสดิการซึ่งเน้นองค์ประกอบชีวิตด้านในของคนทำงานในบริษัทไลอ้อนประเทศไทย ทำให้พนักงานมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลต่อความสำเร็จทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจขององค์กร เป็นตัวอย่างความสำเร็จที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ระหว่างที่ทำงานในฐานะที่ปรึกษาให้กับโครงการ ผมจึงได้เรียนรู้หลายสิ่งจากคนหนุ่มคนสาวกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งที่มีพลังความสร้างสรรค์ในการริเริ่มโครงการนี้ขึ้นอย่างยิ่ง 

ด้วยความที่วิถีชีวิตและการงานของผมได้คลุกคลีอยู่กับงานทางด้าน Non-Biomedical Health มากกว่าด้านอื่นในการทำวิจัย สอน บริการวิชาการ  ดังนั้น นอกจากเป็นวิทยากรและให้ข้อชี้แนะต่างๆตามแต่ทีมต้องการในจังหวะต่างๆแล้ว ผมก็ได้เรียนรู้วิธีเชื่อมโยงเข้าหากันของความรู้และระบบวิธีคิดจากความต่างศาสตร์ที่มีบทบาทต่อการที่สังคมจะนำมาใช้ในโลกความเป็นจริง และมีความเชื่อมโยงกับการทำงานสุขภาพในแนวทางใหม่ๆของสังคมในปัจจุบัน 

ผมเหมือนทำหน้าที่เดินไปด้วยกันแล้วก็คอยช่วยทีมได้เรียนรู้ผสมผสานไปบนพื้นฐานประสบการณ์ของตนเอง ให้เห็นวิธีคิดวิธีมองมิติชุมชนและปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมบนมิติสุขภาพและการสร้างสุขภาวะแนวใหม่ที่จะสามารถเชื่อมโยงเข้าไปสร้างความรู้ความเข้าใจและอธิบายปราฏการณ์ทางสุขภาพออกจากประสบการณ์เฉพาะของตนเอง ที่ได้ทำงานและดำเนินชีวิตเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนเป้าหมายการวิจัยด้วย ให้มีพลังมากยิ่งๆขึ้นต่อการที่จะชี้นำปฏิบัติการการสร้างสุขภาวะแนวใหม่อย่างที่กลุ่มต้องการ ในบริบทของสังคมไทยและสะท้อนเชื่อมโยงกับสังคมโลก 

ช่วยให้แพทย์และกลุ่มคนที่มีความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์ในตนเองอยู่แล้ว ได้เข้าถึงมิติความบูรณาการและความเป็นองค์รวมบนเงื่อนไขของตนเอง ในอันที่จะรู้จักวิธีดูปัจจัยต่างๆทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ รวมทั้งศาสตร์ทางการศึกษา ศิลปะ  วัฒนธรรมชุมชน การสื่อสารและพัฒนาการเรียนรู้ การวิจัยถอดบทเรียนและปฏิบัติการเพื่อทำงานเชิงสังคม รู้จักวิธีเข้าสู่การมองปัจจัยความเป็นกลุ่มและชุมชน กระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรม ปัจจัยทางประชากรศึกษาชุมชน รู้จักและเห็นบทบาทของ Socio-Cultural Factor และ Non-Biomedical Health Factors อื่นๆ ที่จะวิเคราะห์และสังเกตเห็นได้บนปรากฏการณ์ต่างๆของงานที่ดำเนินการโดยเครือข่าย โดยเฉพาะการที่จะถอดบทเรียน สร้างความรู้ สื่อสารถ่ายทอดประสบการณ์ และบริหารจัดการสร้างความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงให้มีความเหมาะสมและทรงพลังที่สุด ด้วยเครื่องมือและวิธีการต่างๆโดยใช้การบรรลุเป้าหมายบนสิ่งที่ทำในองค์กรและชุมชนของตนเอง ตลอดจนบนวิถีการดำเนินชีวิตของคนทำงาน เป็นตัวตั้ง เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมปัจจัยมนุษย์ ความเป็นชุมชนและการรวมกลุ่มกันของปัจจเจก พลังจิตใจ พลังความรู้ พลังความบูรณาการและปฏิบัติการอย่างเป็นองค์รวม ให้มีบทบาทต่อการเข้าไปจัดการระบบและโครงสร้าง ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ ในสถานการณ์ที่สนใจ ให้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง บรรลุจุดหมายเพื่อสุขภาวะสังคมดังที่พึงประสงค์ของงานสุขภาพ พร้อมกับได้สร้างคน สร้างชุมชน สร้างสังคมสิ่งแวดล้อม สืบทอดวิถีชีวิตชุมชน สร้างสมภูมิปัญญาเฉพาะตน และมิติอื่นๆ อย่างบูรณาการ ได้เป็นอย่างดียิ่งๆขึ้น 

เห็นพลังในการมองปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีความเชื่อมโยงกับสุขภาพและสุขภาวะของสังคม ของทีมแพทย์ ทีมวิจัย เครือข่ายคนทำงานทางสุขภาพ เครือข่าย รพสต และเครือข่ายชุมชน ที่เข้ามาทำงานและทำให้เป็นการปฏิบัติการเรียนรู้โรงพยาบาลสร้างสุขไปด้วยกันโดยวิธีทำให้เป็นโครงการถอดบทเรียนและวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมในโครงการนี้แล้ว ทำให้ผมเองได้เห็นกรณีศึกษาและข้อสังเกตบางอย่างของการออกแบบและใส่ลูกเล่นต่างๆลงไปบนกระบวนการวิจัยว่า การใช้กระบวนการวิจัยและออกแบบให้เหมาะสมกลมกลืนไปกับการทำงานในสถานการณ์ต่างๆซึ่งเป็นสถานการณ์จริงของสังคมนั้น น่าจะมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งสำหรับวิธีสร้างคนทางด้านสุขภาพที่ได้เห็นระหว่างเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการนี้ก็คือ การทำให้เป็นกระบวนการเรียนรู้และการปฏิบัติการวิจัย น่าจะทำให้บรรยากาศและโหมดการทำงานคลายออกจากการจมอยู่กับกรอบการทำงานประจำ อย่างมีนัยสำคัญต่อการใช้พลังการคิดและการใช้พลังการเรียนรู้ ให้มีความลึกซึ้ง แยบคาย และลดความแยกส่วนได้มากกว่าการเข้าสู่ปัญหาและความจำเป็นต่างๆบนวิถีปฏิบัติงานประจำแต่โดยลำพัง

ดูๆแล้วก็เหมือนกับผมต้องคอยทำหน้าที่ทำให้ทุกหนทุกแห่งและทุกกิจกรรมเป็นมหาวิทยาลัยและห้องเรียนมิติสังคม มิติชุมชน มิติการศึกษา ศิลปะและการสื่อสารเรียนรู้ การพัฒนาคนและประชากรกลุ่มต่างๆ เพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนาแบบเลือกสรรการเปลี่ยนแปลง เมื่อทีมต้องการเรียนรู้ไปบนสถานการณ์จริงของการทำงาน พร้อมกับเป็นเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเรียนรู้และทำงานเชิงสังคมไปด้วยกัน

นอกจากนี้ เมื่อไปทำกระบวนการประเมินความต้องการอย่างมีส่วนร่วม (Participatory Needs Assessment) ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ผมเองก็ได้มีโอกาสพบปะและผูดคุยกับคุณหมออนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้บริหารของสำนักงานรับรองมาตรฐานโรงพยาบาล หรือ สรพ ก่อนหน้านี้ผมได้พบและเสวนากับคุณหมอหลายครั้งเหมือนกัน ทั้งที่สำนักงานของ สสส ในเวทีเสวนาของเครือข่ายการทำงานสุขภาพ และในเวทีวิชาการต่างๆ แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่เราจะได้ทำงานและพบปะกันในบรรยากาศอย่างที่ได้พบที่หล่มเก่า เพชรบูรณ์นี้ 

คุณหมออนุวัฒน์นั้นโดยหน้าที่การงานในปัจจุบันนี้แล้ว ท่านเป็นผู้บริหารของ สรพ แต่การไปร่วมกระบวนการเวทีถอดบทเรียน ได้พบกับทีมแพทย์ พยาบาล บุคลากร และเครือข่ายโรงพยาบาลสร้างสุข และได้พบปะกับผมในครั้งนี้นั้น ท่านไม่ได้ไปด้วยหมวกของผู้บริหารของ สรพ แต่คุณหมอรับเชิญจากทีมทำงานไปร่วมในนามของครูภาคปฏิบัติ เป็นพี่เลี้ยง หรือเป็น Mentor และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ให้กับทีมวิจัยผู้ทำโครงการเครือข่ายโรงพยาบาลสร้างสุขของ คศน ไปกินไปนอน คอยให้การแนะนำ ถ่ายทอดประสบการณ์ และปลูกฝังอุดมคติการทำงานต่างๆเพื่อร่วมสร้างเครือข่ายผู้นำสร้างสุขภาวะแนวใหม่ให้กับโครงการนี้

กระนั้นก็ตาม ในฐานะที่เป็นผู้ที่ต้องดูเชิงนโยบาย ตลอดจนการตัดสินใจ การกำกับติดตาม และพิจารณาให้การสนบัสนนุนต่างๆของโรงพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพด้วยการมีการประเมินและรับรองมาตรฐานเป็นเครื่องมือและเป็นกระบวนการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งในระดับมหภาคของประเทศและในระดับจุลภาคตามหน่วยงานในพื้นที่ต่างๆนั้น การได้มาร่วมเวทีครั้งนี้ของท่านและได้สัมผัสกับสภาพความเป็นจริงหลายอย่าง ตลอดจนได้เห็นความคิดและเหตุผลจากชีวิตจริงของผู้ที่ต้องแปรนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติ ผมก็เชื่อว่าท่านเองนั้นก็ไม่ได้มาเป็นผู้ให้อย่างเดียว แต่เป็นโอกาสที่จะได้ข้อมูล แนวคิด ความยืดหยุ่นต่อเงื่อนไขหลากหลาย และความละเอียดประณีตหลายอย่างกลับไปเป็นข้อมูลและรายละเอียดสำหรับการเป็นนักวิชาการพัฒนาและนักบริหารเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้อง ไปบริหารระบบและกลไกให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของประเทศ พร้อมกับสนองตอบและกลมกลืนกับความเป็นจริงของภาคปฏิบัติต่างๆของโรงพยาบาลและหน่วยบริการสุขภาพในความดูแล ให้บรรลุจุดหมายที่พึงประสงค์ คนทำงานมีความสุข และสังคมโดยรวมมีสุขภาวะที่ยั่งยืนยิ่งๆขึ้น

รวมทั้งเมื่อมองระดับการทำงานและวงจรชีวิตที่ท่านจะต้องพบปะกับชุมชนระดับนโยบายและกลุ่มผู้นำระดับสูงทั้งชาวไทยและต่างประเทศในวงการสุขภาพและอื่นๆแล้ว ก็เชื่อได้เลยว่าท่านจะเป็นสื่อบุคคลและสื่อสารเชิงนโยบายที่ทรงพลังที่สุดให้กับงานอย่างนี้อีกด้วย หากพูดโดยใช้หลักคิดเกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำของศาสตราจารย์นายแพทย์ ดร.กระแส ชนะวงษ์ แล้วละก็ ก็ต้องบอกว่าคุณหมอติ๊ก คุณหมอพนา ทีมวิจัย และเครือข่าย เป็นทีมผู้ตามและเป็นนักเรียนรู้ที่เฉลียวฉลาดมากในการบริหารผู้นำและออกแบบกระบวนการต่างๆให้ได้เรียนรู้ของจริงจากคนต้นเรื่องของประเทศเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองกำลังสนใจทำกัน ช่างถูกคน ถูกเรื่อง เหมาะสมกับกาลเทศะอย่างยิ่ง

เมื่อไปถึง คุณหมอติ๊ก แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปางมะผ้า รองนายแพทยสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน  และเป็นทีมดำเนินโครงการเครือข่ายวิจัยของโครงการนี้ ได้ต้อนรับคุณหมอนุวัฒน์ซึ่งไปถึงหล่มเก่ามืดค่ำแล้วกว่า ๓ ทุ่ม คุณหมอนุวัฒน์เดินออกมาจากห้องพักมา หลังจากผมได้แนะนำตนเองแล้ว เราก็ยืนประชุมและคุยกันสบายๆบนลานดินเป็นชั่วโมงโดยมีผม คุณหมอติ๊ก และคุณหมอนุวัฒน์ ๓ คน 

รุ่งเช้า คุณหมอติ๊กและทีมวิจัย ก็พาคุณหมอไปเดินตลาดของชุมชนซึ่งอยู่ข้างวัดสระเกศของอำเภอหล่มเก่า การเดินชมตลาด ทักทายผู้คน สลับกับซื้อของกินและคุยกันอย่างไม่เจาะจง แต่ผสมกลมกลืนไปกับหลายเรื่องราว ทำให้เห็นสิ่งต่างๆ ทั้งเป็นความประทับใจ และมีความหมายต่อการนำเข้าสู่การประชุมบนกระบวนการต่างๆที่ดำเนินการขึ้นเป็นอย่างดีอย่างยิ่ง บนการเดินชมตลาดและที่สุดก็นั่งซื้ออาหารติดมือไปนั่งกิน พร้อมกับพูดคุยกันกัน 

กระบวนการที่ดำเนินการขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอย่างนี้ กลายเป็นกระบวนการหลายอย่าง ทั้งการสรุปความคืบหน้าและประมวลสถานการณ์การทำงานเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ประเด็นที่คุณหมออนุวัฒน์จะบรรยาย เรียนรู้และรับทราบสภาพการทำงานในฐานะผู้บริหารและผู้ดูแลเชิงนโยบายภารกิจของ สรพ ของประเทศ รวมทั้งแสดงแนวคิดเพื่อให้การสนับสนุนต่างๆในอนาคต ต่อการดำเนินโครงการเครือข่ายโรงพยาบาลสร้างสุขในด้านที่จะมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนามาตรฐานโรงพยาบาล.

                                             

ตลาดสดและตลาดในวิถีชาวบ้านของเมืองในชนบทมีความสะอาด พื้นแห้ง ไม่แพ้ในเมืองที่ทันสมัย รวมทั้งในกรุงเทพฯ

                                             

คุณหมอติ๊ก แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปางมะผ้าและรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน หนึ่งในแกนหลักของทีมผู้ดำเนินโครงการ ขอทดลองชิมขนมถังแตกของแม่ค้ารถเข็นหน้าโรงเรียนสุภาพวิทยาคมข้างตลาดหล่มเก่า จากนั้น ก็พากันไปชิมกาแฟชงแบบโบราณ

                                             

คุณกานต์ จันทวงษ์ ทีมวิจัยจากสถาบันสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล และคุณนู เจ้าหน้าที่บริหารของโรงพยาบาลหล่มเก่าผู้ร่วมบริหารโครงการ ของชิมขนมครก

                                             

คุณหมอติ๊กกับคุณหมออนุวัฒน์ ยืนรอขนมถังแตกพร้อมกับขอสัมภาษณ์แม่ค้าไปด้วย แม่ค้าขนมถังแตกทำขนมขายแต่เช้า ๒ แห่งในหล่มเก่า ตอนเช้าถึงเที่ยงก็จะขายข้างตลาดหล่มเก่า ข้างโรงเรียนสุภาพวิทยาคม พอบ่าย ๓ โมงเย็นก็จะย้ายไปขายอีกที่หนึ่ง นอกจากขายเองแล้ว หากมีคนมารับซื้อไปขายต่ออีก ก็จะขายส่งให้ด้วยโดยคิดต้นทุนชิ้นละ ๔ บาท ทุกวันเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะเหลือรายได้อยู่ประมาณ ๗๐๐-๑,๐๐๐ บาท

                                             

                                                        คุณหมออนุวัฒน์ยืนคุยกับแม่ค้าและขอซื้อขนมฝักบัวฝีมือชาวบ้าน

                                             

แม่ค้ารถเข็นขนมหม้อแกงและตือคาโค ชาวบ้านเรียกขนมขาหมู ผมสงสัยอยู่เป็นนาน พอชิมแล้วจึงรู้ว่าเป็นมันทอดและฟักทองทอดที่ชอบกินและได้กินอยู่เสมอๆนั่นเอง

                                             

                                             

ตลาดชุมชนของเมืองในชนบทนั้น คนเฒ่าคนแก่และแม่บ้าน ได้เก็บผักเก็บหญ้ามาขาย ได้มีกิจกรรมชีวิต พบปะผู้คน ดูแลลูกหลาย และรักษาปฏิสัมพันธ์กับสังคมของชุมชนท้องถิ่น มีบทบาทต่อการร่วมสร้างสุขภาวะของชุมชนอย่างใกล้ชิด

                                             

                                             

                                             

หิ้วติดมือมานั่งกินเป็นอาหารมื้อเช้าด้วยกัน ซ้ายมือ ผู้ชายที่เห็นหน้า คือคุณหมอโอ๊ต รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าสองยาง จังหวัดแม่ฮ่องสอนและคณะ นอกจากร่วมเป็นเครือข่ายดำเนินโครงการแล้ว ก็พาคณะทำงานมาร่วมเวที ร่วมสังเกตการณ์ และร่วมเป็นทีมจัดกระบวนการ หาประสบการณ์ตรงให้กับตนเองไปในตัว จัดว่าเป็นเครือข่ายในพื้นที่ของคุณหมอติ๊กในฐานะเป็นทีมผู้บริหารของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วย

                                             

เมื่อเข้าสู่กระบวนการเวทีแล้ว ทุกอย่างจึงดำเนินการไปอย่างกลมกลืน คุณหมออนุวัฒน์ร่วมสนทนาพูดคุย บรรยายพิเศษ พร้อมกับร่วมแสดงความคาดหวัง แบ่งปันแนวคิดต่างๆร่วมกับผู้ร่วมเวที

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: เครือข่ายโรงพยาบาลสร้างสุข การถอดบทเรียนประเมินความต้องการอย่างมีส่วนร่วม ท่าสองยาง ปางมะผ้า หล่มเก่า Holistic-Integrated Process Design 
· หมายเลขบันทึก: 517355 · เขียน:  
· ดอกไม้:
6
 · ความเห็น:
12
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
แจ้งลบ
แจ้งลบ
Dr. Ple
เขียนเมื่อ Thu Jan 24 2013 15:22:22 GMT+0700 (ICT)

..... ดีใจด้วยจังเลย .... ท่านอาจารย์หมอ อนุวัฒน์ .... เดินทางไปร่วมกิจกรรมด้วย นะคะ .....  ลงชุมชนจริงๆๆ ..... เยี่ยมมาก ค่ะท่าน .... 


ขอบคุณภาพดีดี  บทความดีดีนี้ค่ะ 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Thu Jan 24 2013 16:55:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ Dr.Ple ครับ
ได้ความประทับใจดีมากทั้งงานและคนเลยละครับ
คุณหมออนุวัฒน์น่ารักมาก เป็นคนรุ่นใหม่ที่ลึกซึ้งทั้งวิธีคิด การบริหาร ทรรศนะทางวิชาการ และการมองสังคม 

CHANGNOI MOMMAM
เขียนเมื่อ Fri Jan 25 2013 15:17:38 GMT+0700 (ICT)

 

มนต์เสน่ห์ชาวตลาดเมืองหล่ม

โป้ง H กำลังสาม
IP: xxx.53.49.224
เขียนเมื่อ Fri Jan 25 2013 22:23:09 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาต แชร์บทความ หน้า FB โรงพยาบาลสร้างสุขนะครับ

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Fri Jan 25 2013 22:40:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณโม่งครับที่เอารูปมาแบ่งกันดูด้วย 

                                    

ชอบท่าทางของเจ้าหนูในรูปนี้ ตอนที่ยืนซื้อขนมถังแตกกับคุณหมออนุวัฒน์และคุณหมอติ๊ก ก็เห็นเจ้าหนูนี่ยืนรอซื้ออยู่ด้วยเหมือนกัน ระหว่างที่รอนั้นก็กินขนมอย่างอื่นไปด้วย พอได้ขนมถังแตกแล้วก็สงสัยหม่ำร้อนเลยเชียว ดูท่าทางจะแซ่บหลาย

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Fri Jan 25 2013 22:41:23 GMT+0700 (ICT)

ด้วยความยินดีเลยโป้ง

ทพญ.ธิรัมภา
เขียนเมื่อ Fri Jan 25 2013 23:48:49 GMT+0700 (ICT)

เดินตลาดอย่างได้เรื่อง (ราว)

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Sat Jan 26 2013 07:22:19 GMT+0700 (ICT)

สวัสดียามเช้าครับคุณหมอธิรัมภาครับ 

เป็นวิธีต้อนรับผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับโครงการและเครือข่ายของทีมที่ทำวิจัยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงและผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ทางวิชาการ ประสบการณ์ทางการบริหาร ตลอดจนเป็นวิธีทำงานที่คนทำได้เกิดเครือข่ายวิชาการและเกิดเครือข่ายความร่วมมือกันทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เรียกว่าให้ผลดีอย่างเป็นองค์รวม สมกับแนวคิดหลักของโครงการมากอย่างยิ่งทีเดียวครับ

Dr. Pop
เขียนเมื่อ Fri Feb 08 2013 16:04:02 GMT+0700 (ICT)

แวะมาชื่นชมกระบวนการเรียนรู้ชีวิตชุมชน โดยเฉพาะ "ขนมครกแห่งปัญญา" ขอให้อาจารย์และครอบครัวมีความสุขในเทศกาลแห่งความรักครับผม

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Fri Feb 08 2013 16:10:43 GMT+0700 (ICT)

ดูแล้วน่าชื่นชมมาก คิดถึงตอนทำเรื่องตลาดกับทีมนครสวรรค์และอุทัยฯเลยครับ

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Mon Feb 11 2013 21:17:55 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ ดร.ป๊อปครับ
ขอบพระคุณครับ ขอให้อาจารย์มีความสุขและความงอกงามในเทศกาลแห่งความรักและในเทศกาลมาฆะบูชานี้เช่นกันครับ ชอบอาจารย์ให้นิยาม'ขนมครกแห่งปัญญา'นะครับ มันทำให้ได้คิดว่าอาหารการกินก็เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ เจริญสติปัญญาไปด้วยกันบนการบริโภคได้  

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Mon Feb 11 2013 21:20:19 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่านอาจารย์ขจิตครับ เดินตลาดแบบนี้นี่มันทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตและลมหายใจของสังคมได้ดีมากเลยนะครับ อาจารย์สุขก่ยสบายใจดีนะครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์