"แปะตำปึง" พรรณไม้จากเมืองจีน คนไทยตั้งชื่อใหม่ว่า "จักรนารายณ์" มีประโยชน์ทั้งเป็นอาหาร ใบมีสรรพคุณทางยามากมาย อาทิ ฟอกเลือด แก้หอบ แก้เบาหวาน ความดัน ภูมิแพ้ แก้ปวดหลัง ปวดเส้น แก้พิษแมลงกัดต่อย รวมถึงรักษาโรคเริมและงูสวัด เป็นต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Gynura divaricata DC. สูง 1-3 ฟุต อายุราว 1 ปี ลำต้นขนาดเล็กกลมสีเขียวเป็นปล้องๆ เป็นพืชล้มลุก
ใบเป็นใบเดี่ยวออกเวียนสลับตามลำต้น ทรงรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม กว้าง 4-6 เซนติเมตร ยาว 6-10 เซนติเมตร ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย
ดอก ออกเป็นช่อสีเหลือง ประกอบด้วยดอกย่อยเล็กๆ อยู่รวมเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง คล้ายดอกดาวเรือง เวลาบานโคนดอกเป็นรูปถ้วยสีเขียว สรรพคุณ ของใบยา ได้แก่ จะฟอกเลือด ปรับระบบเลือดให้ดีขึ้น น้ำเหลืองจะดีขึ้น รักษาแผลภายใน - ภายนอก ชะล้างสารพิษภายในร่ายกายออกทาง (อุจจาระ ปัสสาวะ และทางตา) ทำให้กินข้าวใด้นอนหลับอาการปวดต่าง ๆ ก็จะหาย ระบบหายใจจะดีขึ้นไม่เหนื่อยหอบ ขับลมแน่นภายในช่องท้อง โรคที่ใบยาแปะตำปึง ได้รักษาหายมาแล้ว ได้แก่โรคเบาหวาน ความดันสูง-ต่ำ โรคหืดหอบ-ภูมิแพ้ โรคมะเร็งทุกชนิด ริดสีดวงทวารหนัก งูสวัด โรคเก๊า ขับนิ่ว แผลสะเก็ดเงิน แผดฝีหนองทั่วไป โรคหัวใจ โรคโลหิตจาง เนื้องอกต่าง ๆ ในไต ปวดเหงือก ปวดฟันแผลอักเสบ ปวดท้องประจำเดือน คอเรสเตอรอล ไขมันในเส้นเลือด ไทรอยท์ ปวดเส้น ปวดหลัง โรคกระเพาะ ดวงตาที่เป็นต้อ ดวงตาอับเสบ ขุ่นมัว โรคผิวหนังทั่วไป (สิว ฝ้า เป็นด่าง) <โรคเอดส์ถ้าทานใบยาก็จะมีผลให้สุขภาพดีขึ้น>
วิธีการรับประทาน ใบสด ควรรับประทานวันละ 1 ครั้ง ประมาณ 2,3 หรือ 5 ใบ เวลาที่ควรรับประทานใบยาที่ดีที่สุดคือ ตี 5-7 โมงเช้า เพราะลำไส้เริ่มทำงาน ท้องยังว่างอยู่จะได้ผลเร็ว ถ้าบางท่านที่ปวดเหงือก - ปวดฟัน ปากเป็นแผลลำคออักเสบ ควรรับประทานใบยาในเวลากลางคืน (แปรงฟันให้เรียบร้อย) ค่อยรับประทานใบยาเคี้ยวและอมทิ้งไว้สักระยะเวลาหนี่งแล้วค่อยกลืน ผลที่จะได้รับคือ ตื่นเช้าอาการปวดจะหายไป จะขับถ่ายโล่งสบาย จะมีขี้ตาออกมาเยอะหน่อย เพราะใบยาจะขับสารพิษออกทางตา ถ้าใครปวดท้องและเป็นโรคกระเพาะให้รับประทานใบยาเดี่ยวนั้น สักพักหนึ่งอาการปวดของโรคกระเพาะก็จะหายไป ยังช่วยขับลมแก๊สที่แน่นในท้องออกด้วย ยังสามารถนำใบยาแปะตำปึงใปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีก นอกเหนือจากรับประทานใบสดแล้ว ได้แก่
1.นำใบยามาทำเป็นอาหาร เช่น แกงจืด (15-20 ใบต่อ 1 ท่าน)
2.นำมาพอกตาสำหรับคนที่ดวงตาเป็นต้อ ดวงตาอักเสบ ตามัว นำใบยาประมาณ 7-8 ใบ มาขยี้ หรือใช้ครกตำก็ได้ บีบน้ำยาใส่ที่ดวงตา แบ่งใบยาเป็น 2 ส่วน พอกไว้ 20-30 นาที ค่อยล้างออก ผลที่ได้รับคือ ดวงตาจะสว่างขึ้น แผลต่าง ๆ จะหายไป รวมทั้งต้อด้วย ถ้าท่านใดเป็นมาก ควรทำไว้สักระยะหนึ่ง
3. ท่านที่เป็นริดสีดวงทวารหนัก ควรทานใบสด และควรนำใบยามาขยี้หรือตำให้ได้พอเหมาะยัดใส่ทวารหนัก จำทำให้แผลหายเร็ว ติ่งที่โผล่ยุบเลือดที่ออกก็จะหยุด
การเก็บรักษาให้ได้นาน ถ้ามีใบยาที่แก่และเหลือง นำมาล้างแล้วผึ่งให้แห้ง นำมาปั่นหรือตำก็ได้ บีบน้ำยาใส่ถ้วย นำไปนึ่งให้สุกปล่อยให้เย็นแล้วใส่ขวดเก็บไว้ในตู้เย็น เก็บไว้ใช้ได้นาน ถ้าเป็นงูสวัด และแผลต่าง ๆ ใช้น้ำยาทา หรือนำใบยาสดมาตำพอกก็ได้ ตากแห้งทำใบชาได้
จากข้อมูลเหล่านี้ครูนกคงต้องนำพืชชนิดนี้ไปแนะนำกับเด็กๆชุมนุมอนุรักษ์พืชสมุนไพรในท้องถิ่นภาคใต้ แม้จะไม่ใช่พรรณไม้บ้านเรา
อ้างอิงจาก
- เว็บไซด์คมชัดลึก
- เว็บไซด์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
|
|
โสภณ เปียสนิท
2012-10-26 20:38:57 +0700
|
เขาว่าดีมีประโยชน์
แต่ว่ายังไม่ได้ทดลองใช้งานอย่างเป็นทางการ
|
|
Bright Lily
2012-10-26 20:49:45 +0700
|
มีปลูกในกระถางไว้สวยงามที่บ้านค่ะ ดีจริงๆ ค่ะ แต่ดิฉันไม่ชอบทาน กลิ่นแปลกๆ ค่ะ
ขอบคุณ คุณTawandin ที่มาเติมเต็มจากประสบการณ์ตรง ครูนกยังไม่กล้าทานสดเพราะพื้นฐานเป็นคนเพิ่งมาหัดทานผักแปลกๆตอนอายุมากขึ้นนะค่ะ ต้องแทรกไปกับไข่เจียวไปก่อนค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์โสภณ ลองแล้วได้ผลอย่างไรมาเล่ากันบ้างนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณ Bright Lily ครูนกก็อยากเห็นดอกว่าจะสวย และคล้ายดาวเรืองหรือไม่ค่ะ
|
|
Jamlong NFE Kalasin
2012-10-28 05:49:37 +0700
|
สุดยอดครับ
GotoKnow เป็นบริการสังคมของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับการสนับสนุนโดย
GotoKnow ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภายใต้เงื่อนไขที่สมาชิกใช้บริการโดยไม่หวังผลทางการค้า
![]()
สวัสดีค่ะคุณครูนก
ลืม "แปะตำปึง" ผักสมุนไพรที่ปลูกง่ายแสนง่ายไปสนิทเลยค่ะ
ช่วงอยู่บนตึกหลายปี มีเค้าเป็นหลัก เป็นผักสวนครัวลอยฟ้าค่ะ
พลอยเป็นไม้ประดับระเบียงไปด้วย เพราะกิ่งก้านห้อยย้อยลงไปสวยงามมากค่ะ
ฝรั่งต่างชาติผ่านมายังขอขึ้นมาดูเลยค่ะ (แต่จำเป็นต้องแบกกระถางลง เพราะหนักระเบียงเกินไป)
มีการเล่าต่อๆกันมาว่า เด็ดใบแปะตำปึงเคี้ยวตอนเช้าๆ วันละเพียงเจ็ดใบ ติดต่อกันสิบห้าวัน
จะป้องกันและรักษาอาการป่วย ได้หลายโรคตามข้อมูลของครูนี้หละค่ะ
แต่มีข้อควรระวังนิดหนึ่งค่ะ ถ้าทานมากไป เลือดจะเหลวค่ะ
เชียร์ ๆๆ ต้องหามาปลูกที่ต่างจังหวัดแล้วค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ