สมาชิก
แลกเปลี่ยน

เก็บเล็กผสมน้อยกับนานาสาระ บทที่๑ โดยลูกสายลม

แม่เป็นผู้สร้าง ขณะเดียวกันก็เป็น....

เก็บเล็กผสมน้อยกับนานาสาระ  บทที่ ๑

เหตุเกิดที่วังหลัง  ท่าพระจันทร์

         ช่วงอาทิตย์ที่ผ่าน  ตัวกระผมได้ใช้เวลายามว่างส่วนหนึ่งไปเดินเล่นที่ท่าพระจันทร์  เพื่อเป็นการทำให้ได้ระลึกถึงตอนที่เป็นนิสิตของมหาจุฬาฯ และนิสิตของมหาวิทยาลัยศิลปากร  

          ผมใช้เวลาก่อนการเข้าเรียนในขณะนั้น  ไปกับการอ่านหนังสือของร้านนายอิน  และเป็นร้านโปรดของผมในเวลาต่อมา  ตอนเป็นนิสิตมหาจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยศิลปากรนั้น  ก่อนที่จะเริ่มเรียน  ผมจะใช้เวลาสัก ๒ – ๓ ชั่วโมงก่อนการเรียนทุกครั้ง  เพื่อมาแวะที่ร้านนี้  แต่ถ้ามีเรียนช่วงเช้า  พอพักเที่ยงกระผมถึงจะได้มีเวลาในการที่จะเข้ามาอ่านหนังสือ  แต่ถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ ก็จะเข้ามาช่วงเวลาเลิกเรียน 

          การเข้าไปอ่านหนังสือของผมที่ร้านนั้น  ผมก็จะไปดูที่หนังสือใหม่และขายดีก่อนอันดับแรก  ทำเป็นประจำทุกวัน  เพื่อที่จะได้รู้ว่า  วันนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงในชั้นหนังสือไหม  และเป็นการดูว่าหนังสือเล่มไหนน่าอ่านอีกด้วย  พอดูเสร็จผมก็จะขึ้นไปชั้นสอง  เพื่ออ่านหนังสือเล่มเดิมต่อจากวันที่แล้ว   และก็อ่านไปเรื่อย ๆ นะครับ พอไม่จบผมก็จะจดหน้าหนังสือไว้เอาไว้วันพรุ่งนี้มาอ่าน  แต่หนังสือที่อ่านไม่จบนั้น  ผมก็จะว่างที่ชั้นเหมือนเดิมครับ แต่เป็นข้างล่างนะครับ  คนที่ไปซื้อหนังสือมักจะดูที่สูงมากกว่า ขอข้างล่างหน่อยก็จะดูผ่าน ๆ นะครับ 

       สิ่งนี้เอง จึงทำให้ผมสามารถอ่านหนังสือได้จบทุกเล่มแบบว่าไม่มีคนมาซื้อนะครับ  ส่วนมากที่เข้าที่ร้านนายอินนะครับ  ผมก็อ่านได้ทุกเล่นนะครับ ไม่ได้เลือกว่าควรอ่านอะไรพิเศษ  แต่ผมก็มีวิธีจากอาจารย์ผู้สอนผมในการเลือกอ่านนะครับ  โดยเฉพาะศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.จำนงค์  ทองประเสริฐนะครับ  ท่านบอกว่าคนเรียนตักกี  หรือตรรกวิทยา จนเชี่ยวชาญแล้ว ยอมที่จะรู้ถึงเหตุผลต่าง ๆ เมื่อเราซื้อหนังสือมาอ่านก็ควรดูทีการปฏิบัติของเขาด้วย  ไม่ใช่ว่ามีคนบอกว่าเขาดี  เราก็พากันไปซื้อหนังสือของเขาแล้ว  การที่คนเราเขียนหนังสือดีได้รับการชมเชยต่าง ๆ แล้วนั้น  ไม่ได้หมายความว่าคนเขียนจะมีนิสัยดีไปด้วยกับการเขียนไม่  แต่คนส่วนมากมักคิดว่าเป็นอย่างนั้น 

     เราก็เป็นได้เพียงแค่กลุ่มคนที่มีหลักคิด และว่างหลักการต่าง ๆ ให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้เท่านั้น  ไม่สามรถที่จะชักนำสังคมได้ทั้งหมด  พอไปร้านหนังสือทุกครั้ง  ผมจึงไม่ค่อยได้ซื้อหนังสือออกมามากนะครับ  จะนั่งอ่านที่ชั้นสองของร้านนายอินทุกครั้งนะครับ  เป็นความรู้สึกที่ดีมากครับ  อ่านไม่จบก็จำหน้าไว้  พรุ่งนี้มาอ่านต่อ  ทำอย่างนี้มาก็ตั้งแต่ ปี ๔๕ – ๕๒ ก็หลายปีอยู่เหมือนกัน  ส่วนตัวถ้าจะซื้อหนังสือจริง ๆ ก็ดูที่ประวัติของผู้เขียนนะครับ  ว่าเป็นใคร  และงานเขียนของท่านเป็นอย่างไร  สร้างสรรค์สังคม และมีมุมมองที่ดีไหมแก่สังคม  ส่วนตัวผมจะมองว่าถ้าอ่านแล้วทำให้สังคมได้รับรู้ข้อเท็จจริง  มีประโยชน์ก็จะซื้อนะครับ  นิยายก็อ่านนะครับ แต่ก็จะแน่นอ่านที่ร้าน  ไม่ได้ซื้อมาเก็บไว้  และผมก็จะแน่นอ่านให้จบหรือมีขั้นต่ำในการหนังสืออยู่ที่ ๕๐ หน้าต่อครั้งนะครับ 

     พอเดินเล่นไปสักพักนะครับ  ก็ได้เจอเด็กน้อยอยู่คนหนึ่ง  ซึ่งกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับร้านขายของเล่นอยู่  เด็กคนน้อยไม่รู้มาจากไหน  สักพัก เด็กน้อยคนนี้ก็ยกมือขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปที่ร้านขายของเล่น  ร้านหนึ่ง ยานวังหลัง  เด็กน้อยคนนี้ชี้ไปพร้อมกับกระทีบเท้าไปมา  ผมก็ยืนดูอยู่  ไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมา  ผมคิดว่าคงจะเป็นญาติของเด็กคนนี้แน่ ๆ ผู้หญิงคนก็เดินมาถึงเด็กและก็ตีไปที่เด็กนั้น ๒ – ๓ ที  แล้วก็บอกกับเด็กว่าไม่เอาลูก และก้ตีไป ๒ – ๓ ที  พร้อมบอกว่าไปว่า  ไม่เอาลูก และก็อุ้มเด็กน้อยคนนี้ไป แต่ก่อนที่แม่จะอุ้มเด็กน้อยนี้ไป เด็กน้อยคนนี้ได้ร้องบอกขึ้นมาว่า “แม่ตีหนูทำไม” และแม่ก็อุ้มเด็กน้อยจากไป

     แม่กลับเด็กน้อยก็ได้จากไปแล้ว  แต่ตัวผมยังอยู่กับที่  พร้อมกับคิดว่า  เด็กน้อยนี้ได้ให้แสงสว่างบางอย่างกับแม่  แต่แม่ไม่ได้สนใจ และไม่ได้สนใจอีกด้วย  คงคิดว่าฉันเป็นแม่จะต้องฟังอะไรกับลูกฉัน

     เด็กน้อยคนนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดไปจากเด็กน้อยปรกติเลย  และดีกว่าเด็กคนอื่นเสียด้วยซ้ำ  ที่ไม่ได้ร้องไห้หรือเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองอยากได้  เพียงแค่เด็กทำตามสัญญาตญาณทั่วไปของเด็กเท่านั้น  ด้วยการชี้นิ้วและกระทีบเท้าไปมา

     แม่อาจไม่ได้ตระหนักรู้ในจุดนี้เท่าไร  คงคิดว่าลูกอยากได้สิ่งของนั้น  และหรือแม่อาจไม่มีเงินที่จะซื้อสิ่งของนั้นหรือที่บ้านอาจมีของนั้นอยู่แล้ว  จึงทำให้แม่รีบอุ้มเด็กน้อยนั้นไป

    การมีลูกผมคิดว่าคงง่ายสำหรับใครบาง  และยากสำหรับใครบางคน  แต่สิ่งที่ยากกว่า คือ การที่เราจะเลี้ยงดูให้เขาเป็นคนที่ไม่มีนิสัยที่ไม่ดีเหมือนกับเรา  บทสรุปในเรื่องนี้ไม่มีครับ  เป็นการนำสาระที่พอเจอมาบอกกล่าว  ทุกท่านเท่านั้นเป็นผู้จบประเด็นและสร้างประเด็นใหม่ ๆ ของสิ่งนี้

 

ขอบคุณที่สละเวลาในการอ่านครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ข้อคิด บทที่ ๑ เก็บเล็กผสมน้อยกับนานาสาระ 
· หมายเลขบันทึก: 504306 · เขียน:  
· ดอกไม้:
8
 · ความเห็น:
3
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
tuknarak
เขียนเมื่อ Wed Oct 03 2012 10:18:09 GMT+0700 (ICT)

ขอยอมรับว่าเป็นหนอน (หนังสือจริงๆ ค่ะ) ดิฉันก็ชอบไปนั่งอ่านที่ร้าน จะซื้อเฉพาะเล่มที่อยากได้จริงๆ แต่จุดประสงค์คือ เวลาอ่านที่บ้านแล้วง่วง ไปร้านแล้วไม่กล้าหลับ อายคน Happy Ba ค่ะ

ลูกสายลม
เขียนเมื่อ Thu Oct 04 2012 12:00:42 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ

คุณ ชยพร แอคะรัจน์

คุณธ.วั ช ชั ย

คุณอ.นุ วิมล212

และคุณ tuknarak กับ Comment บอกเราประสบการณืด้วยส่วนหนึ่ง  


การที่คนเราอ่านหนังสือแล้วหลับ  เพราะว่าเรามีสมาธิมากไปนะครับ กล่าวคือ ตั้งใจอ่านมากเกินไป  เลยทำให้รู้ง่วง  แต่ถ้าเราอ่านตั้งใจบ้าง มองดูคนรอบข้างบ้าง ถ้าอยู่บ้านก็อาจลุกไปดื่มน้ำ  เข้าห้องน้ำบาง ไม่จดจ่อมันมากไปก็ไม่หลับครับ

ขอบคุณทุกท่านครับ

ลูกสายลม
เขียนเมื่อ Tue Oct 09 2012 17:26:34 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคุณ จัตุเศรษฐธรรม

คุณkrugui

คุณtuknarak 

กับดอกไม้ด้วยนะครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์