การตรวจวัดค่า Switch Over Time ของระบบไฟฟ้าสนามบิน

 การวัดค่า switch over time หรือค่าระยะเวลาที่ไฟฟ้าหลักดับไป โดยสังเกตุว่าโคมไฟลดความสว่างลง 50%และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจ่ายให้ไฟติดสว่างขึ้น 50% ของความสว่างของหลอด 

วิธีการตรวจวัด ค่า Swich Over Time

ค่าระยะเวลาการกลับมาติดสว่างของระบบไฟฟ้าสนามบิน มีผลต่อการใช้งานของนักบิน ฉนั้นทางองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศจึงได้กำหนดค่าระยะเวลาที่ไฟฟ้าสนามบินดับไป ว่าให้ดับได้นานเท่าไร ไม่ควรเกินเท่าไร นั่นคือเหตุผลของการใช้งานของโคมไฟฟ้าสนามบิน ในการที่จะได้มองเห็นไฟทางวิ่ง  ในการร่อนลงสนามบิน ซึ่งการมองเห็นโคมไฟฟ้าสนามบินได้ชัดเจนในระยะสูงที่ต่างกันไป  เป็นตัวหลักที่จะก่อให้เกิดการปฏิบัติการบินที่แตกต่างกัน ภาษานักบินเรียกว่าความสูงในการตัดสินใจที่จะร่อนลงสนามบินต่อไป หรือ ปฏิเสธการร่อนลงในครั้งหนึ่งๆ  เมื่อบินถึงระดับความสูงตัดสินใจ(Decision High)นักบินก็จะมองทางวิ่ง ถ้าเห็นไฟทางวิ่งชัดเจนตามรูปแบบสี และ/หรือเห็นการทาสีทำเครื่องหมายชัดเจนได้ว่า ที่มองเห็นคือทางวิ่งแล้วนั้น ก็จะบอกหอบังคับการบินว่า มองเห็นทางวิ่ง(Runway Insight) นั่นหมายถึงนักบินเห็นทางวิ่งและกำลังจะนำเครื่องร่อนลงสู่ทางวิ่งนั้นๆ หอฯช่วยดูให้หน่อยว่ามีอะไรเกะกะขวางทางวิ่งไหม หอฯก็จะตรวจทางวิ่งด้วยสายตา ถ้าไม่มีสิ่งในกีดขวาง ก็จะแนะนำนักบินว่า Clear to Land คือไม่มีอะไรกีดขวางสำหรับการร่อนลงสู่ทางวิ่ง ซึ่งถ้าหากเกิดไฟฟ้าสนามบินดับไป จะต้องมีค่าๆหนึ่งบอกนักบินก่อนเนิ่นๆว่า ไฟฟ้าสนามบินที่นี่ จะกลับมาใช้งานได้ติดสว่าง(50%) ใช้เวลาเท่าไร ซึ่งถ้ารู้ล่วงหน้า นักบินจะได้ดูว่า เครื่องอยู่ต่ำเกินไปไหม สูงพอที่จะรอไฟกลับมาติดใหม่ ของไฟทันไหมได้ครับ 

ระบบไฟฟ้าสนามบินให้บริการเครื่ิองบินในเวลากลางคืน และเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี

ในเอกสาร AIP มีการประกาศค่าระยะเวลาดังกล่าว ไว้ว่า เครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรองของสนามบินนี้ จ่ายไฟให้หอบังคับการบิน และ ระบบไฟฟ้าสนามบินทั้งระบบ มีค่าการกลับมาติดใหม่หรือค่า Swich Over Time ได้ไม่เกิน 15 วินาที นั่นก้อหมายความว่า ผู้ควบคุมอากาศยานที่จะบินมาลง ณ สนามบินแห่งนี้ ทราบมาก่อนแล้วว่าหากกำลังร่อนลง เกิดไฟฟ้าสนามบินดับ ก็จะกลับมาติดสว่างได้ตามค่าระยะเวลาที่ประกาศ แบบนี้ทำให้ผู้ควบคุมอากาศยานทราบก่อนเนิ่นๆเลยที่เดียวว่าเขาบินสูงเท่าไหร อัตราการร่อนเท่าไร หากๆไฟฟ้าหลักดับแลัวจะกลับมาติดภายในกี่วินาที่  เพื่อจะได้ทราบว่าเราอยู่ต่ำมากไหม

 ผลการจับเวลา หาค่าระยะเวลาการกลับมาติดใหม่กรณีไฟฟ้าหลักดับ ของโคมไฟฟ้าสนามบิน (Switch Over Time)

....ถ้าอย่างนั้นค่าระยะเวลาก็ต้องทำการตรวจสอบให้บ่อยครั้ง ถี่ครั้งตามที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า สนามบินสามารถรักษาระดับของการบริการในจุดที่ได้ ตามค่าที่ประกาศไว้ได้ หรือถ้าทดสอบแล้วทำไม่ได้ตามค่าที่กำหนด เช่น ประกาศไว้ 12 วินาที่ แต่จากการทดสอบทำได้ 14 วินาที เมื่อนักบินร่อนลงสู่สนามบินเขาเข้าใจว่าอีก  12 วินาที่ไฟสนามบินจะกลับมาติดสว่าง แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปนาน 12 วินาทีก็ยังไม่ติด รอไปจนถึงวินาทีที่ 14 ไฟสนามบินจึงได้ติดขึ้นแบบนี้ทำให้ผู้ควบคุมอากาศยานไม่ได้ตระเตรียมตัวทัน เพราะอากาศยานขณะกำลังร่อนลง ย่อมเสียความสูงลงเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ทำให้ขั้นตอนการปฏิบัติการบิน ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ตามข้อมูลที่ได้รับแบบที่ทำให้โอกาสเกิดความผิดพลาดต่างๆสูงได้ครับ

ฉนั้นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะออกประกาศข้อมูลค่า Switch Over Time ใน AIP และการบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้าสนามบิน ให้ระดับของการให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดตามมาตรฐานสากลนั้น เป็นสิ่งที่ต้องเข้างวดในเรื่องนี้

การวัดค่าระยะเวลาให้เริ่มวัดตั้งแต่ การที่โคมไฟฟ้าสนามบิน ลดความสว่างลงครึ่งหนึ่งของความสว่างสูงสุด คือ ลดลง50% เรื่อยไปจนโคมไฟฟ้าสนามบินกลับมาติดใหม่ จนความสว่างเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง หรือ สว่าง 50% ของความสว่างเต็มที่นั่นเอง สาเหตุที่ต้องสังเกตุจากระดับความสว่างนั่นคืิอ ผู้ใช้งานหรือนักบิน จะมองเห็นโคมไฟเมื่อมีความสว่างสูงในระดับหนึ่ง คือประมาณ 50% นั่นเอง ไม่สามารมองเห็นโคมไฟที่เริ่มติดสว่างน้อยๆได้ นี่เองเป็นเหตุให้ว่าทำไมจึงต้องเริ่มนับเวลาจากจุดนี้ หยุดเวลาในจุดนี้ ก็คือจุดที่สายตามองเห็นแสงไฟได้จริงไงครับ

หลายท่านสงสัยว่าการสังเกตุด้วยสายตา สังเกตอย่างไรว่า ความสว่างลดลง 50% หรือว่าเราจะเริ่มจับเวลาSwitch Over Time ตอนไหน? วิธีการสังเกตก็คือเมื่อโคมไฟเริ่มลดความสว่างลงอย่าเพิ่งจับเวลาให้รอเวลานิดประมาณครึ่งวินาที หลอดไฟจะลดความสว่างลง และจะลดความสว่างจนใกล้ดับในเวลาประมาณ 1 วินาที (รับรู้ได้จากการสังเกตและทำบ่อยๆทำจริง) อีกกรณี จะสังเกตุอย่างไรว่าหลอดไฟ ติดสว่างเพิ่มขึ้น 50% วิธีการคือ เมื่อหลอดไฟเริ่มติดขึ้นมาอย่าเพิ่งหยุดเวลา รอนิดหน่อยให้หลอดค่อยสว่างขึ้นมาสักครึ่งวินาทีแล้วหยุดเวลา มิใช่หยุดเวลาตอนหลอดมีระดับความสว่างที่สูงสุดหรือ 100% แล้ว ซึ่งถ้าหยุดเวลาไม่ทัน หลอดไฟสว่างเติมที่แล้ว ก็ให้จดจำไว้ว่าเราอยุดจับเวลาช้าไป แล้วเปรียบเทียบตัวเลข ดูแนวโน้มว่า ค่าเวลาเราไปทางบวกไหม มากกว่าคนที่จับเวลาที่หยุดเวลาได้ทันไหม ถ้าแนวโน้มไปทาง + แสดงว่าค่าเวลาที่เพื่อนจับได้นั้นเชื่อถือได้

 

การเปรียบเทียบสังเกตุแนวโน้ม หรือ Treand ของค่าเวลาที่เพิ่มขึ้น เพราะเราหยุดการจับเวลาช้าไป หรือหยุดเวลาขณะที่หลอดไฟสว่างเต็มที่แล้ว เราเรียกว่า ความตรง (Validity) หรือความถูกต้อง ประเภท ความตรงในเกณฑ์สัมพันธ์ (Criterion-Related  Validity) ชนิด ความตรงตามทำนาย (Predictive  Validity) ที่มีแนวโน้มเป็นไปในทางเดียวกัน แบบนี้ข้อมูลจากการวัดค่าของเพื่อนที่วัดได้ตรง หยุดเวลาได้ทันนั้น เป็นการสนับสนุนให้เชื่อถือได้ Cross checked ย้อนกลับมาได้

การตรวจสอบความตรงทำได้หลายวิธี เช่น 

ความตรงตามเนื้อหา  (Content  Validity)  เป็นการมองโดยส่วนรวมว่าเครื่องมือหรือชุดของคำถามหรือแบบวัดนั้น  อบคลุมเนื้อหาที่จะวัดได้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่  เช่น   แบบประเมินคุณภาพของการพยาบาล ผู้วิจัยสร้างไว้จำนวน 30-40 ข้อ ย่อมต้องการการตรวจสอบว่า 30-40 ข้อนั้น เป็นตัวแทนของพฤติกรรมการพยาบาลทั้งหมดที่ต้องการประเมินแล้วหรือยัง การตรวจสอบต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาของเครื่องมือนั้น ๆ ในทางปฏิบัติต้องการผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ครั้งละ 3-5 ท่าน ภายหลังการตรวจสอบผู้สร้างเครื่องมือจะนำข้อแนะนำที่ได้รับมาแก้ไขปรับปรุงจนกว่าจะได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญความเห็นพ้องต้องกันของผู้เชี่ยวชาญ แสดงถึงการมีความตรงตามเนื้อหาของเครื่องมือนั้น คิดเป็นร้อยละ 80

1.2)  ความตรงตามเกณฑ์สัมพันธ์ (Criterion-Related  Validity)   เป็นการประเมินความตรงตามเกณฑ์ที่ได้มาตรฐานการตรวจสอบที่มุ่งหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าที่วัดได้จากเครื่องมือที่สร้าง กับค่าที่วัดได้จากเกณฑ์ ความสำคัญอยู่ที่เกณฑ์ที่ผู้วิจัยเลือกว่าถูกต้องตามหลักทฤษฎี ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปหรือไม่ เกณฑ์ที่เลือกใช้มี 2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ต้องการให้เครื่องมือนั้นวัดได้ตรงตามเกณฑ์ กล่าวคือ

ตัวอย่างการออกประกาศนักบิน

1.2.1)  ตรงตามสภาพ (Concurrent  Validity)  หมายถึง ลักษณะที่เครื่องมือวัดได้มีความตรงตามสภาพความเป็นจริงโดยทั่ว ๆ ไปในเวลานั้น

1.2.2)  ความตรงตามทำนาย (Predictive  Validity) หมายถึง ลักษณะที่เครื่องมือวัดได้มีความตรงตามความจริงที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง หรือในอนาคต ซึ่งสามารถทำนายได้

1.3)  ความตรงตามโครงสร้าง (Construct  Validity)   เป็นการมองความตรงของเครื่องมือวิจัยในแง่ที่จะบอกว่าสิ่งที่ได้มาจากการวัดนั้นมีความตรงตามแนวคิดเชิงทฤษฎีอย่างไร ซึ่งเป็นการยากที่จะตรวจสอบเนื่องจากแนวคิดเชิงทฤษฎีนี้มักอยู่ในรูปนามธรรม ความตรงตามโครงสร้างมีความสำคัญในแง่ของการเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีและสิ่งที่วัดได้จริงจากการปฏิบัติ เช่น ในเรื่องสติปัญญา  บุคลิกภาพ  ความถนัด ฯลฯ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มีโครงสร้างทางทฤษฎีอย่างไร เมื่อนำมาถ่ายทอดเป็นข้อความในเครื่องมือวิจัย องค์ประกอบและรายละเอียดต่าง ๆ ในเครื่องมือนั้นตรงตามทฤษฎีมากน้อยเพียงใด  ถ้าวัดได้ครบถ้วนถือว่ามีความถูกต้องตามโครงสร้างการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างอาจใช้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญหรือใช้  Known  group  technique  ขึ้นอยู่กับว่าวิธีใดจะเป็นไปได้

 

ผมพบเจอจากการสอบถามผู้ปฏิบัติงานหลายท่าน ยังเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ว่า การวัดค่าระยะเวลาดังกล่าว วัดตอนที่ไฟหลักดับจนถึงเมื่อสวิชท์ทำงานสับสวิชท์ไปให้ กระแสไฟจ่ายเข้าวงจร ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะว่าเมื่อกระแสไฟจากเครื่องจ่ายกระแสไฟ จ่ายไฟเข้าวงจรไฟฟ้าสนามบินนั้น ยังต้องใช้เวลามากกว่า 2-3 วินาที หลอดไฟฟ้าสนามบินทั้งหมดทุกโคม จึงจะสว่างจากความมืดขึ้นมาได้ 50% นั่นเอง ในกรณีนี้เมื่อสนามบินใดมีที่มีความยาวมาก มีจำนวนโคมไฟฟ้าสนามบินมากตาม เวลาต่างๆดังกล่าวก็จะมากตามไปด้วยครับ

อย่าลืมนะครับ ผู้ตรวจสอบต้องสังเกตุระดับความสว่างของโคมไฟ ตั้งแต่ดับ50% จนถึงกลับมาติดสว่าง 50% กันด้วยนะครุับ

ที่มาเรื่องความตรง(Validity): http://www.gotoknow.org/posts/13799 โดย 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 501370
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

Dr. Ple
เขียนเมื่อ Thu Sep 06 2012 11:03:14 GMT+0700 (ICT) | ขอบคุณเมื่อ Mon Mar 03 2014 19:57:13 GMT+0700 (ICT)

ระบบไฟฟ้าสนามบิน....ดีใจ... ลดความเสี่ยง (Reduce  Risk)

pornpimon ngoenkong
IP: xxx.67.35.202
เขียนเมื่อ Sun Jun 09 2013 11:57:06 GMT+0700 (ICT)

การปฎิบัติตามกฎระเบียบสากล ถือเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ^@^

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า