ภาวะผู้นำทางวิชาการ และอุดมการณ์ในการบริหารสถานศึกษา

 แนวทางการจัดทำรายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองวิทยฐานะผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ 

ภาวะผู้นำทางวิชาการ

 

ภาวะผู้นำ (Leadership) หมายถึง กระบวนการหรือพฤติกรรมการใช้อิทธิพลเพื่อควบคุม สั่งการ      เกลี้ยกล่อม จูงใจ ให้ผู้ตามหรือกลุ่ม ปฏิบัติตามเพื่อการบรรลุเป้าหมาย หรือความเป็นผู้นำ

ภาวะผู้นำ คือคุณสมบัติ เช่น สติปัญญา ความดีงาม ความรู้ ความสามารถของบุคคลที่ชักนำให้คนทั้งหลายมาประสานกัน และพากันไปสู่จุดมุ่งหมายที่ดีงาม คุณสมบัติของผู้นำมีหลายอย่าง หลายด้าน ผู้นำจะต้องมีความสามารถในการปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นให้ถูกต้องและได้ผลดี โดยมีองค์ประกอบ คือ ตัวผู้นำ ผู้ตาม จุดหมาย          หลักการและวิธีการ สิ่งที่จะทำ และสถานการณ์

ผู้นำจะต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติที่จะทำให้เป็นผู้พร้อมที่จะปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นได้อย่างถูกต้องบังเกิดผลดี ภาวะผู้นำ สามารถจำแนกออกได้ 2 ลักษณะ คือ ในลักษณะของการใช้อำนาจบังคับ กำกับควบคุมเพื่อให้ผู้ตามเกิดพฤติกรรมตามที่ตนต้องการ เพื่อการบรรลุเป้าหมาย ส่วนอีกลักษณะหนึ่งก็คือ การใช้สัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้นำกับผู้ตามสร้างความเป็นกันเองเพื่อกระตุ้น จูงใจ ให้ผู้ตามเต็มใจที่จะมีส่วนร่วม หรือมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ เพื่อการบรรลุเป้าหมายเช่นเดียวกัน

การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดแนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร 7 ภารกิจ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2550 : 228 - 232)

1. การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา

2. การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา

3. การวางแผนดำเนินการใช้หลักสูตร

4. การดำเนินการบริหารหลักสูตร ดำเนินการใช้หลักสูตรเป็นไปตามภารกิจที่ 2 และภารกิจที่ 3

5. การนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล

6. การสรุปผลการดำเนินงานของสถานศึกษา สถานศึกษาสรุปผลการดำเนินงานและเขียนรายงาน มีการสรุปผลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่ชัดเจน เป็นระบบ ชัดเจน

7. การปรับปรุงพัฒนากระบวนการบริหารจัดการหลักสูตร

ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการด้านหลักสูตร ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2555 : 33 - 34)

1. วางแผนปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร

2. ประเมินความเหมาะสม และคุณภาพของโครงการการพัฒนาหลักสูตร

3. อำนวยการให้เป็นไปตามนโยบาย และปรัชญาของการศึกษาและหลักสูตร

4. อำนวยการในการพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในหลักสูตร

5. ใช้ข้อมูลจากการวิจัยและส่งเสริมการวิจัยในโรงเรียน

6. ประสานงานกับบุคคลอื่น ในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน

7. ทำงานร่วมกับผู้นิเทศในการใช้หลักสูตร ให้สัมพันธ์กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ าย

8. เตรียมผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร

9. อำนวยความสะดวกในเรื่องเวลา และที่ปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร

10. ช่วยเหลือครูโดยใช้เทคนิคการแนะแนว และที่ปรึกษาเกี่ยวกับการใช้หลักสูตร

11. จัดองค์กร และอำนวยการโครงการที่เกี่ยวกับการจัดบริการทางการศึกษาที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ

12. แนะนำเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรให้ชุมชนเข้าใจ

13. ส่งเสริมการติดต่อ การประสานงานกับโรงเรียนเดียวกันในการพัฒนาหลักสูตร

ด้านหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ ผู้บริหารควรมีการแนะนำให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรและการใช้หลักสูตร ควรมีการจัดเตรียม/จัดหาเอกสารประกอบหลักสูตร  ส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ควรมีการกำหนดนโยบายและแผนงานวิชาการของโรงเรียนไว้ตลอดปีการศึกษา (เนตรทราย  บัลลังก์ปัทมา 2551 : ออนไลน์)

สรุปได้ว่าผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำในการบริหารจัดการหลักสูตร ทั้งการวางแผน การอำนวยการ อำนวยความสะดวก ประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ

 

กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมวดที่ 4 ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา  มาตรา 22 ได้กล่าวถึงแนวทางในการจัดการศึกษาไว้ว่า  “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้  และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด”   การจัดการเรียนรู้ของครูจึงต้องยึดหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนเป็นผู้แนะนำให้ความรู้ โดยสนับสนุนสื่อและแหล่งเรียนรู้

บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา ในฐานะเป็นผู้นำในการบริหารจัดการเรียนการสอนเน้นผู้เรียน         เป็นสำคัญ มีดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2555 : 35)

1. จะต้องเปิดโอกาสให้ครูรู้จักปัญหา ความต้องการและพฤติกรรมของนักเรียนที่สอนเป็นอย่างดี

2. จะต้องช่วยให้นักเรียนได้รับความเสมอภาคทุกคน

3. จะต้องเหมาะสมกับจุดมุ่งหมายของสถานศึกษา

4. จะต้องส่งเสริมให้นักเรียนดำรงชีวิตร่วมกับเพื่อนในหมู่คณะได้อย่างมีความอบอุ่นและมีความสุข

5. จะต้องเปิดโอกาสให้เกิดการฝึกฝนการอยู่ร่วมกันของนักเรียนในระบอบประชาธิปไตยอย่างมากที่สุด

6. จะต้องช่วยให้เกิดบูรณาการประสบการณ์ทั้งมวลของนักเรียน

7. จะต้องกระตุ้นให้ครู ได้ให้ความสนใจกับการพัฒนาการทุก ๆ ด้านของนักเรียน

8. จะต้องยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับความต้องการ และความสนใจของนักเรียน

9. จะต้องส่งเสริมสมรรถภาพในการสอนของครูให้ดียิ่งขึ้น

สรุปได้ว่าผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

การสร้างพลังเครือข่ายความร่วมมือเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ การดำเนินการความร่วมมือทางเครือข่ายที่แท้จริงนั้น ควรมีการดำเนินการดังนี้

 1. มีการสร้างความไว้วางใจกันและกันของสมาชิกภายในเครือข่าย ในการดำเนินการทางเครือข่ายสิ่งแรกที่ต้องมี คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน (Trust)

 2. มีการแลกเปลี่ยนโครงการและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารร่วมกัน หรือการจัดกิจกรรมประชุม/สัมมนาร่วมกัน ทำให้รู้จักซึ่งกันและกันมากขึ้น รู้ว่าสมาชิกแต่ละคนเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไร แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน สร้างความใกล้ชิดสนิทสนม ทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ควรมีการพบปะกันอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง ในแต่ละครั้งของการพบปะกันจะต้องมีสมาชิกใหม่ ๆ เข้ามาร่วมกิจกรรม/สัมมนาด้วยเสมอ  เพื่อเพิ่มสมาชิกในเครือข่าย

 3. การใช้ทรัพยากรร่วมกัน เป็นการทำงานร่วมกันโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งในด้านมีการจัดสรร/จัดหางบประมาณ อาจใช้วิธีการตั้งโครงการร่วมกัน แล้วนำไปจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานตนเอง เป็นการประสานการใช้งบประมาณอย่างชาญฉลาด เป็นใช้งบประมาณร่วมกัน รวมทั้งการใช้ทรัพยากรบุคคลทำงานร่วมกัน  เช่น ใช้ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเพื่อทำโครงการร่วมกัน  เป็นต้น

 4. มีวิธีการประสานการทำงาน เพื่อให้การดำเนินงานของระบบเครือข่ายเป็นไปด้วยดีมีประสิทธิภาพ เช่น ประสานการจัดกิจกรรมร่วมกัน การใช้ทรัพยากรร่วมกัน การแลกเปลี่ยนบุคลากรซึ่งกันและกัน และการแก้ไขปัญหาอุปสรรคร่วมกัน เป็นต้น

 

กระบวนการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา องค์การเรียนรู้ (Learning Organization) (ออนไลน์) เป็นแนวคิดในการพัฒนาองค์การโดยเน้นการพัฒนาการเรียนรู้สภาวะของการเป็นผู้นำในองค์การ (Leadership) และการเรียนรู้ร่วมกัน ของคนในองค์การ (Team Learning) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และทักษะร่วมกัน และพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องทันต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน มีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิผล โดยมีการเชื่อมโยงรูปแบบของการทำงานเป็นทีม (Team working) สร้างกระบวนการในการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเตรียมรับกับความเปลี่ยนแปลง เปิดโอกาสให้ทีมทำงานและมีการให้อำนาจในการตัดสินใจ (Empowerment) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการคิดริเริ่ม (Initiative) และการสร้างนวัตกรรม (Innovation) ซึ่งจะทำให้เกิดองค์การที่เข้มแข็ง พร้อมเผชิญกับสภาวะการแข่งขัน

หัวใจของการสร้าง Learning Organization อยู่ที่การสร้างวินัย 5 ประการในรูปของการนำไปปฏิบัติ  ของบุคคล ทีม และองค์การอย่างต่อเนื่อง วินัย 5 ประการ มีดังนี้

1. Personnal Mastery : มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และรอบรู้

2. MentalModel มีรูปแบบวิธีการคิดและมุมมองที่เปิดกว้าง

3. Shared Vission การสร้างวิสัยทัศน์องค์การ เป็นความมุ่งหวังขององค์การที่ทุกคนต้องร่วมกันปฏิบัติ

4. Team Learn การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม

5. System Thinking มีความคิดความเข้าใจเชิงระบบ

          สรุปได้ว่าองค์กรแห่งการเรียนรู้เน้นการพัฒนาการเรียนรู้สภาวะของการเป็นผู้นำในองค์การ และการเรียนรู้ร่วมกันของคนในองค์การ ส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และทักษะร่วมกัน  มีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิผล

 

          จากที่กล่าวมาจะเห็นไว้ว่า ผู้บริหารต้องเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำทางวิชา เป็นผู้นำในการบริหารจัดการหลักสูตรซึ่งถือเป็นหัวใจของการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นผู้นำในการการสร้างพลังเครือข่าย        ความร่วมมือเพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ และเป็นผู้นำในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา

 

อุดมการณ์ในการบริหารจัดการสถานศึกษาสู่การปฏิบัติ

 

3.1 ผู้นำด้านคุณธรรม จริยธรรมและการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี

          ผู้บริหารต้องมีคุณธรรมขั้นพื้นฐาน 8 ประการของกระทรวงศึกษาธิการ คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ เพื่อเป็นผู้นำในการพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานสู่ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ชุมชน การดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้บริหารต้องยึดมั่นใน พรหมวิหาร 4 เป็นหลักธรรมของผู้ใหญ่(ผู้บังคับบัญชา) ที่ควรถือปฏิบัติ 4 ประการ เมตตา (ความรักใคร่  ปราถนาจะให้ผู้อื่นมีความสุข) กรุณา (ความสงสาร  คิดช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์)       มุทิตา (ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีมีสุข) อุเบกขา (วางตนเป็นกลาง ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เมื่อผู้อื่นถึงวิบัติ มีทุกข์)

ผู้บริหารต้องมีธรรมะของผู้นำวิชาการ ครองใจคน สร้างมนุษยสัมพันธ์ด้วยสังคหวัตถุ 4 ทาน- การให้ ปิยวาจา- การมีวาจางาม อัตถจริยา - ทำประโยชน์ให้เพื่อนร่วมงาน   สมานัตตถา- ปฏิบัติตนคงเส้นคงวา

 

3.2 วินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา

จรรยาบรรณต่ออาชีพ ต้องมีความรักและศรัทธาต่อวิชาชีพครู ธำรงและปกป้องวิชาชีพ พัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพ สร้างองค์กรวิชาชีพให้แข็งแกร่งสมาชิกในวงวิชาชีพ ร่วมมือในกิจกรรมขององค์กรวิชาชีพ ตั้งใจถ่ายทอดวิชาการ รักและเข้าใจเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาและศิษย์ ส่งเสริมการเรียนรู้แก่ครูและนักเรียน ไม่แสวงหาประโยชน์จากผู้เรียน ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี  ให้เกียรติผู้ร่วมงานและผู้เรียน อบรมบ่มนิสัย ช่วยเหลือศิษย์ผู้เรียน

 

3.3 การมีจิตสำนึก ความมุ่งมั่น การสร้างศรัทธา และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ

          จากการศึกษาเอกสารและประสบการณ์นการสร้างจิตสำนึก ความมุ่งมั่น การสร้างศรัทธา และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ ผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการเป็นแบบอย่างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาและนักเรียน การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง เช่น การตรงต่อเวลา การไปถึงโรงเรียนแต่เช้า การแต่งกายสุภาพ การดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต รักและศรัทธาในวิชาชีพ

   

บรรณานุกรม

 

การสร้างเครือข่าย (Networking). สมัยใหม่. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http;//med.md.kku.ac.th/site_data/

          mykku_med/...//Networking.doc เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2555.

กัลยาณี  สูงสมบัติ. บทบาทผู้บริหาร ผู้นำสมัยใหม่. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://uhost.rmutp.ac.th/ 

kanlayanee.so/L4/4-1-3.htm เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555.

เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันในยุคโลกาภิวัฒน์. http://dtad.dti.or.th/index.php?option=

          com_content&view=article&id=126:network&catid=8:special-article&Itemid=10

          เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555.

นคร ตังคะพิภพ (2549) การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน.เพชรบุรี: โรงเรียนเบญจม

          เทพอุทิศ.

เนตรทราย  บัลลังก์ปัทมา. (2551). บริหารงานวิชาการ...ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/205609.  เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2555.

ประชุม  โพธิกุล. การวางแผนกลยุทธ์เชิงประยุกต์. สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา ).(ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก

          http://www.moe.go.th/wijai/strategic%20applies.htm  เมื่อวันที่14 กรกฎาคม 2555

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2532) องค์การสาธารณประโยชน์. นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัย

          ธรรมาธิราช.

เมธินี  จิตติชานนท์. การบริหารงานโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์(Results  Based  Management) (ออนไลน์) เข้าถึงได้

          จาก http://iad.dopa.go.th/subject/RBM.doc  เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). แนวการจัดการเรียนรู้สู่ประชาคม

          อาเซียน ระดับประถมศึกษา.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

          . (2555). ใบความรู้ รหัส UTQ-2301: การพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการ (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก

http://www.utqonline.com  (วันที่16 กรกฎาคม 2555)

สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย, กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). คู่มือการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนา

และการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

อรทัย  ศักดิ์สูง. การประเมินโครงการ. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://www.moe.go.th/wijai/project.htm    

          เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555.

องค์กรแห่งการเรียนรู้(Learning Organization).(ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://www.bloggang.com/

          mainblog.php?id=wbj&month=07-12-2007&group=29&gblog=11 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม

          2555.

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 496281
 เขียน:  
 ดอกไม้:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์