สมาชิก
แลกเปลี่ยน

บันทึกถึงดวงดาว 8

เป็นงานเขียนใน"วิทยาจารย์"(คุรุสภา)นิตยสารที่ไม่ไ้ด้วางจำหน่ายในท้องตลาด ขอนำมาเผยแพร่ครับ อาจจะเป็นประโยชน์ทางการศึกษาบ้างไม่มากก็น้อย-(ขอสละสิทธิ์ในการรับรางวัลใดๆ ครับเพราะเป็นงานที่พิมพ์เผยแพร่แล้ว--ปณิธิ)

บันทึกถึงดวงดาว  8

กระท่อมดาริกา

น้องดาวที่รัก

    บันทึกที่ผ่าน ๆ มา พี่เล่าถึงเรื่องการเขียนเสียเป็นส่วนใหญ่  แต่วันนี้พี่ขอเล่าเรื่องการอ่านบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่โตและอาการหนักพอสมควรสำหรับเมืองไทยของเราเมืองที่ใคร ๆ เขาร่ำลือกันว่าพลเมืองของชาติ “รักการอ่าน” น้อยเหลือเกิน รัฐบาลทั้งอดีตและปัจจุบัน พยายามจัดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนอ่านหนังสือกันมาก ๆ    ไม่รู้ว่าสุดท้ายผลจะเป็นอย่างไร เท่าที่พี่สังเกต (เป็นความเห็นส่วนตัวนะจ๊ะ)   สงสัยจะได้ไม่คุ้มกับที่รัฐบาลลงทุนเสียแล้วล่ะ    เช่น หนังสือดี ๆ ราคาค่อนข้างแพงถึงแพงมาก ๆ ห้องสมุดก็มีน้อย (แม้แต่รอบรั้วสถาบัน เช่น โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แทนที่จะมีร้านหนังสือตั้งเรียงราย    กลับกลายเป็นร้านเหล้า ร้านเบียร์และแหล่งบันเทิงเบ่งบานดังดอกเห็ด มอมเมาเยาวชนกลายเป็นสิงห์ขี้ยา สิงห์นักเที่ยวกันเกือบหมด)

       หันกลับมามองที่โรงเรียนแทบทุกแห่งระดมสรรพกำลังเพื่อ “ส่งเสริมการอ่าน”  เช่น  ก่อนเรียนคาบแรก อย่างน้อย 15 นาที นักเรียนทุกคนต้องอ่านหนังสือ    บางแห่งจัดกระเช้าหนังสือวางตามโต๊ะใต้อาคาร ใต้ร่มไม้ให้นักเรียนอ่านในยามว่าง  หลายแห่งให้นักเรียนทุกคนบันทึกการอ่านส่งครู ใครไม่ส่ง ครูก็ตามถามทวง กลายเป็นปัญหาหนักอกหนักใจทั้งครูทั้งนักเรียนไปซะอีก ดีไม่ดีลามไปถึงการตัดสินผลการเรียนไปโน่น   ยิ่งมองลึกลงไปในห้องเรียนในรายวิชาภาษาไทยก็จะมีวิธีการคล้าย ๆ กัน  เช่น ให้อ่านหนังสือนอกเวลา ให้หาบทความ ข่าว นิทาน แล้วมาอ่าน หน้าแถวตอนเช้า หรืออ่านในห้องให้เพื่อน ๆ ฟัง บางครั้งก็จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ประกวดการอ่าน พอเวลาผ่านไปไม่นานนัก กิจกรรมการอ่านก็ค่อย ๆ เลือนหายตามไปด้วย

            พี่คิด ๆ ดูแล้ว การส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านนั้นเป็นเรื่องดีที่ทำได้ยากยิ่งทีเดียวเชียว  แต่ใช่ว่ายากแล้วไม่ต้องทำเพราะการอ่านเป็นรากฐานที่สำคัญของชีวิต พี่นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าโลกนี้ขาดการอ่านแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง       

           พี่เห็นว่าการปลูกฝังให้นักเรียนรักการอ่านนั้นจำเป็นจะต้องมีอุบายให้ “สนใจ” เสียก่อน  เพราะในชีวิตประจำวันของนักเรียนโดยเฉพาะวัยรุ่นนั้นมีเรื่องที่เขาคิดว่า “น่าสนใจ” มากกว่าการอ่านวันละหลายสิบเรื่องพี่จึงลองทำกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่านโดยให้นักเรียนเป็นผู้สร้าง “แบบฝึกการอ่าน       ของตัวเอง” คือ “คิดเอง-เขียนเอง-อ่านเอง” พร้อมกันเสร็จสรรพ

   พี่สอนอย่างนี้นะน้องดาวถ้าชอบใจ ลองนำไปใช้ก็ได้นะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์

กิจกรรมที่ 1   คือ “หมอดูแม่น ๆ” พี่ทำดังนี้

  1. ทำฉลาก “วันจันทร์ ถึงวันอาทิตย์” ให้นักเรียนจับครบตามจำนวนคนในห้อง เช่น สมมุติ  ว่ามีนักเรียน 35 คน ก็ทำฉลากวันละ 5 แผ่น เป็นต้น

  2. นักเรียนแต่งคำทำนายประจำวันเกิดตามวันที่จับฉลากได้เป็นร้อยกรองง่าย ๆ เช่น กลอนสี่ กลอนหก กาพย์ยานี 11  มีเนื้อหาเกี่ยวกับโชคร้ายโชคดี ความรัก การงานและอื่น ๆ ความยาวประมาณ 3-5 บท เมื่อแต่งเสร็จแล้ว ส่งให้ครูตรวจ  จากนั้นให้นักเรียนปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำภาษาและเนื้อหาให้ถูกต้องเหมาะสมยิ่งขึ้น

  3. นักเรียนเขียนคำทำนาย “หมอดูแม่น ๆ” ลงในบัตร (กระดาษแข็ง) ขนาดเท่า ๆ กับไปรษณียบัตรพร้อมตกแต่งให้สวยงาม

  4. นำบัตรคำทำนายประจำวันของแต่ละวันมารวมกัน (อาจนำมาใส่กล่อง 7 กล่อง)   แล้วให้นักเรียนทุกคนเลือกคำทำนายตามวันเกิด  ออกมาอ่านให้เพื่อนฟัง(อาจนำไปอ่านในวันต่อ ๆ ไปหรือวางไว้ในบริเวณที่นักเรียนสามารถหยิบอ่านได้สะดวกในยามว่างก็ได้)  กิจกรรมนี้นอกจากสร้างความสนุกสนานแล้วนักเรียนยัง “สนใจและเต็มใจอ่าน” กันทุกคนอีกด้วย

ตัวอย่าง บัตรคำทำนายประจำวันเกิด


กิจกรรมที่ 2  นักเรียนทำสมุด “แบบฝึกการอ่านของฉัน”  คนละ 1 เล่ม ด้วยกระดาษเอ 4พับครึ่งจะได้กระดาษ 4 หน้า หน้าแรกเป็นปก อีก 3 หน้า  พี่ให้นักเรียนสร้างแบบฝึกการอ่านของฉัน 3 รูปแบบ ดังนี้

แบบที่ 1 แบบฝึกคำคล้องจอง โดยกำหนดให้นักเรียนแต่งคำคล้องจอง 7-10 บรรทัดบรรทัดละ 2 วรรค วรรคละ 3-6 พยางค์  ให้คำสุดท้ายของแต่ละบรรทัดสัมผัส (สระ) กันและไม่ให้คำสุดท้ายซ้ำกัน (กิจกรรมนี้พี่ฝึกเรื่องคำคล้องจองด้วยนะ เหมาะสำหรับเป็นพื้นฐานการแต่ง ร้อยกรองต่อไป)

ตัวอย่างงานของนักเรียน

แบบที่  2  แบบฝึก “ใช่-ไม่ใช่”   พี่ให้นักเรียนเขียนข้อความ   ความยาว 6-10 วรรค    วรรคละประมาณ 3-6 พยางค์ เหมือนเป็นคำถาม เมื่อออกมาอ่านให้เพื่อนฟังทีละวรรค     เพื่อนจะ ตอบว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” พร้อมกัน ถ้ากำหนดให้นักเรียนเขียนให้ได้คำตอบ “ใช่-ไม่ใช่” จำนวนเท่า ๆ กัน จะดีมาก ๆ (กิจกรรมนี้พี่ฝึกเรื่องการคิดหาเหตุผลด้วย)

ตัวอย่างผลงานนักเรียน


แบบที่ 3  แบบฝึก “พูดซ้ำคำ” คล้าย ๆ แบบฝึกที่ 2 แต่พี่เปลี่ยนให้นักเรียนในห้องพูดคำสุดท้ายที่เพื่อนออกมาอ่านพร้อม ๆ กัน (เหมือนตลกชอบเล่นกัน) โดยเรื่องที่นักเรียนแต่งเพื่อออกมาอ่านนั้นจะมีเนื้อหาต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ได้ เช่น เพื่อนอ่านว่า  “แฟนฉันไม่สวย”    นักเรียนทั้งห้องก็จะพูดว่า “สวย” “รวยก็ไม่รวย” (รวย) “ถึงรวยก็ไม่มาก” (มาก)     หรือเพื่อนอ่านว่า   “นักเรียน ม.1 ไม่ดี”  (ดี) “บุหรี่ก็ไม่สูบ”  (สูบ) “ยาเสพติดก็ไม่เสพ” (เสพ)   “ถึงเสพก็ไม่ขาย” (ขาย)  “ถึงขายตำรวจก็ไม่จับ” (จับ) “ถึงจับคุกก็ไม่ติด” (ติด) “ถึงติดก็ไม่นาน”  (นาน)  “ถึงนานก็ไม่ตาย” (ตาย)  “ถึงตายก็ไม่เน่า” (เน่า) ...อย่างนี้เป็นต้น  น้องดาวลองดูตัวอย่างผลงานนักเรียนของพี่นะจ๊ะ

 ตัวอย่างผลงานนักเรียน


ตัวอย่างสมุด แบบฝึกการอ่านของฉัน

     กิจกรรมทั้ง 3 แบบนี้ พี่ให้นักเรียนจับฉลากอ่านจนครบทุกคน 

      พี่คิดว่า กิจกรรมเหล่านี้ น่าจะช่วยให้นักเรียน “มีเจตคติที่ดีต่อการอ่าน” และจะเป็นบันไดขั้นแรก ๆ ที่จะนำนักเรียนไปสู่ “ประตูแห่งการรักการอ่าน”  ได้ในไม่ช้าและไม่ยากเย็นจนเกินไป  พี่เชื่อว่าหากนักเรียน “หลงใหล” ในการอ่านแล้วก็ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่โรงเรียน โดยเฉพาะครูต้องไปบังคับให้เขารักการอ่าน เพราะแน่นอนการบังคับนั้นอาจมีผลดีในบางเรื่องแต่สำหรับ  การบังคับให้รักการอ่านนั้น ชาตินี้คงเป็นไปได้ยากยิ่ง

             ที่พี่มั่นใจเช่นนี้ เพราะพี่นึกถึงใจในขณะที่กำลังจะจบบันทึกได้ว่า  “ไม่มีใครจะมาบังคับให้พี่หยุดความคิดถึงน้องดาวได้ หากมีใครบังคับ พี่ก็จะโกรธและอาจจะเกลียดเขาไปชั่วชีวิต”

            เพราะฉะนั้น  พี่จึงปรารถนาและขอเชิญให้น้องดาวลองนำเรื่องที่พี่เล่าไปใช้แล้วน้องก็จะรู้ว่า “ไม่มีใครบังคับพี่ได้จริง ๆ นอกจากน้องดาวคนเดียว”

 

                                                                           รักและคิดถึง

                                                                                  พี่ดิน

..............................................

(วิทยาจารย์ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ดาวดวงที่ 8 
· หมายเลขบันทึก: 491621 · เขียน:  
· ดอกไม้:
4
 · ความเห็น:
3
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ปณิธิ ภูศรีเทศ
เขียนเมื่อ Wed Jun 20 2012 22:13:19 GMT+0700 (ICT)
...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ Thu Jun 21 2012 22:54:36 GMT+0700 (ICT)

"ไม่มีใครจะมาบังคับให้พี่หยุดความคิดถึงน้องดาวได้ หากมีใครบังคับ พี่ก็จะโกรธและอาจจะเกลียดเขาไปชั่วชีวิต” - โรแมนติกสุดๆค่ะ.........

พูดถึงเรื่องการอ่านตอนนี้สื่อทางอินเตอร์เนทมีให้อ่านได้สะดวกแล้ว คงดีขึ้นกันนะคะ เด็กๆ นักเรียนสมัยนี้ :)

...ปริม ทัดบุปผา...
เขียนเมื่อ Thu Jun 21 2012 22:56:27 GMT+0700 (ICT)

"ไม่มีใครจะมาบังคับให้พี่หยุดความคิดถึงน้องดาวได้ หากมีใครบังคับ พี่ก็จะโกรธและอาจจะเกลียดเขาไปชั่วชีวิต” - โรแมนติกสุดๆค่ะ.........

พูดถึงเรื่องการอ่านตอนนี้สื่อทางอินเตอร์เนทมีให้อ่านได้สะดวกแล้ว คงดีขึ้นกันนะคะ เด็กๆ นักเรียนสมัยนี้ :)

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์