อยากให้โลกใบนี้...ไร้ควันบุหรี่

 ขอวิงวอนทุกท่าน ให้หันมาช่วยกันดูแลโลกใบนี้ ให้สดใสไร้ควันบุหรี เพื่อการมีสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ ด้วยเถิด  

 

           ใจชื้นได้ประเดี๋ยวประด๋าว ว่า สถิติการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชนไทยคงจะลดลงไปตามลำดับ เพราะสื่อโทรทัศน์เสนอข่าวในเวลาที่ผ่านมาไม่นาน ว่า เด็กวัยรุ่นในปัจจุบันสูบบุหรี่น้อยลง เพราะผลสำเร็จจากการรณรงค์ของหน่วยงานต่างๆ แต่แล้วใจก็กลับมาห่อเหี่ยวอีกครั้ง เมื่อผู้เขียนได้อ่านพบสถิติจากเอกสารประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนเสริมมิตร   ที่ได้ให้ข้อมูลจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ปปส. และ สสส. เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. 2555 ว่า ปัจจุบัน ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ปีละประมาณ 5 ล้านคน ประเทศไทย มีคนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่ปีละกว่า 42,000 ราย และต้องเข้ารับการรักษาโดยเฉพาะโรคมะเร็งไม่ต่ำกว่าปีละ 100,000 คน ล่าสุดในปี 2554 สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจพบคนไทยสูบบุหรี่ 10.9 ล้านคน เป็นชาย 10.3 ล้านคน หญิง 5.4 แสนคน โดยในกลุ่มอายุ 15-18 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.25 ในปี 2550 เป็นร้อยละ 7.62 ในปี 2554 และในกลุ่มอายุ 19-24 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน จากร้อยละ 21.27 เป็นร้อยละ 22.19 และประชาชนร้อยละ 39 คน สัมผัสควันบุหรี่ในตัวบ้าน  (http://www.sermmit-school.ac.th/news/25330.html)  

          อาจารย์หมอปัทมา ได้รำพึงในบันทึกของคุณนงนาท สนธิสุวรรณว่า “จนวันนี้ เป็นที่รู้แน่ว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระทั่งซองยังมีภาพน่ากลัว คนเกือบทั้งหมดมีความรู้ ว่าบุหรี่ก่อมะเร็งปอด อะไรหนอ ทำให้คนยังคงสูบอยู่" ผู้เขียนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพราะข้อมูลความแตกต่างระหว่างเพศระบุว่า ผู้ชายมักใช้สมองซีกซ้ายซึ่งเป็นซีกที่ใช้เหตุผล และผู้หญิงมักใช้สมองซีกขวาซึ่งเป็นซีกที่ใช้อารมณ์ แล้วผู้ชายจำนวน 10.3 ล้านคน (จากทั้งหมด 10.9 ล้านคนที่สูบบุหรี่) ไม่ได้ใช้สมองคิดหาเหตุผลที่จะไม่สูบบุหรี่กันบ้างหรอกหรือ ถึงได้พากันสูบบุหรี่ออกมากมายก่ายกองกันขนาดนั้น

 

            ผู้เขียนเองมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับบุหรี่หรือยาสูบมา ตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบัน ตอนที่อายุประมาณ 4 ขวบ ได้เดินไปเตะกระป๋องยาเส้นของพ่อซึ่งเป็นครูใหญ่เข้า จนยาเส้นหกกระจาย พ่อตวาดให้ผู้เขียนเก็บแต่ผู้เขียนไม่ยอมเก็บ (สงสัยว่าจะต่อต้านพ่อ เพราะเห็นพ่อลำเอียง ที่ป้อนข้าวเหนียวกับปิ้งตับให้กับพี่สาวที่อายุมากกว่าผู้เขียน 2 ปี แล้วปล่อยให้ผู้เขียนนั่งกลืนน้ำลายอยู่ใกล้ๆ ทำเป็นเข้าไปเลียบเคียงถามพี่ว่า กินข้าวกับอะไร พ่อกลับบอกให้พี่ตอบว่า กินกับ…ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ที่คนขับถ่ายออกมาหลังจากกินเข้าไปแล้ว) พ่อดุซ้ำว่าจะเก็บหรือไม่เก็บ ผู้เขียนก็ยังไม่เก็บอยู่ดี พ่อโมโหมาก จับผู้เขียนมัดรวบมือ รวบเท้า แล้วนำไปผูกห้อยโตงเตงบนขื่อ จนแม่ที่เป็นครูน้อยโรงเรียนเดียวกับพ่อซึ่งกำลังกวาดบ้านอยู่ เดินไปขู่พ่อว่า จะเอาลงหรือไม่เอาลง สักพักพอถึงยอมทำตาม…แสดงว่า คำกล่าวที่ว่าผู้หญิงเป็นผบ.ทบ.หรือผู้บังคับบัญชาที่บ้านนี่เป็นความจริง

           อีกไม่กี่เดือนต่อมา พ่อของผู้เขียนก็ป่วยและเสียชีวิตลงในเวลาเพียงสามเดือน แม่ต้องรื้อบ้านพาลูกกลับไปยังบ้านเกิดด้วยความโศกเศร้าและลำบากยากแค้นแสนเข็ญ เพราะหญิงหม้ายอายุ 32 ปีต้องเลี้ยงลูก 5 คนตามลำพัง วันหนึ่งขณะที่ผู้เขียนอายุประมาณ 8 ปี ได้แอบพาน้องชายคนเล็กที่อายุประมาณ 4 ขวบ ออกไปยังทุ่งนาหน้าแล้งที่เวิ้งว้างแทบไม่มีต้นไม้ให้หลบแดด ท่ามกลางแดดเปรี้ยงด้วยศีรษะที่เปล่าเปลือย เพื่อขุดกบกลับไปให้แม่ทำอาหาร…ใช้ไม้แยงรูสัมผัสหยุ่นๆ ที่ปลายไม้ทำให้ลิงโลดใจหลายครั้งว่าจะได้กบ อุตส่าห์ขุดรูลึกสุดแขน เป้าหมายที่พบกลับกลายเป็นงูบ้าง คางคกบ้าง ขุดหากบไปเรื่อยจากทุ่งนาใกล้บ้านไปจนใกล้ถึงถนนหลวงรวมระยะทาง 2 กิโลเมตร ในตะกร้ามีปูขาขาดแห้งกรังอยู่ตัวเดียว น้องชายบอกกระหายน้ำแต่ไม่มีน้ำให้ดื่ม สุดท้ายน้องเป็นลมแดด ผู้เขียนต้องอุ้มน้องข้ามถนนไปตะโกนขอความช่วยเหลือจากย่าที่พักอยู่ที่เถียงนาไม่ไกลนัก ย่ารินน้ำจากกระติกใส่ฝากระป๋องยาเส้นของย่าให้ดื่มทั้งน้อง/พี่ ผู้เขียนยังจำกลิ่นยาเส้นขณะดื่มน้ำได้เป็นอย่างดี           

           ตอนที่ผู้เขียนอายุประมาณ 10-11 ปี ได้หาบหัวหอมกับกระเทียมที่เป็นผลผลิตที่แม่ปลูก ตามแม่เพื่อไปแลกยาเส้นและปลาร้าจากหมู่บ้านห่างออกไป (พี่สาวไม่เคยทำเพราะอาย) แม่บอกกับชาวบ้านที่นำยาเส้นมาแลกหอมว่า ถ้าอยากได้ยาเส้นที่ฉุนเวลาแม่นำกลับมาแลกข้าวในหน้าเกี่ยวข้าวคราวต่อไปละก็ ครั้งนี้ต้องนำยาเส้นที่ฉุนมาแลกหอมนะ แม่กินหมาก แต่ย่าและยายของผู้เขียนสูบยาเส้นที่มวนด้วยใบตองกล้วยแห้ง คุณชลัญธรได้เขียนบันทึกไว้ว่า “สมัยที่ชลัญยังเล็กๆ อยู่จำได้ว่า ผู้ชายแทบทุกคนสูบบุหรี่ จนทำให้เข้าใจว่า อ๋อ เป็นผู้ชายต้องสูบบุหรี่  เวลาเข้าตลาดแต่ละครั้ง… สิ่งที่แม่ซื้อติดมือมาก็คือบุหรี่ ที่ขายเป็นกิโลๆ (ผู้เขียนว่าน่าจะเป็นยาเส้นมากกว่า)  และกระดาษมวนยาสูบ… ชลัญก็คิดในใจตลอดว่า อ๋อ ถ้าเราไปไหนมาไหน กลับมาต้องซื้อบุหรี่มาฝากพ่อ ...ผู้ชายพอโตขึ้นหน่อยก็จะถูกหัดให้สูบบุหรี่…” ซึ่งก็คงจะด้วยเหตุเดียวกันนี้กระมัง ที่ทำให้น้องชายทั้งสองของผู้เขียนสูบบุหรี่ พี่เขยสามีพี่คนโตก็สูบเช่นกัน ดีนะที่ผู้เขียนและพี่สาวทั้งสองไม่กินหมากตามแม่

           ในปี พ.ศ.  2514 ปีแรกที่เรียนปริญญาตรีวิชาเอกภาษาอังกฤษ ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหาสารคาม) เพื่อนจากอุดรชวนแกมบังคับให้ผู้เขียนร่วมแสดงบนเวทีในงานปีใหม่ โดยเธอแสดงเป็นยายนุ่งผ้าถุงใส่เสื้อคอกระเช้ากินหมาก ให้ผู้เขียนแสดงเป็นตา เขียนหนวดเคราบนใบหน้า ใส่ชุดม่อฮ่อมแบบชาวนามีผ้าขะม้าคาดพุง และสวมหมวกปีกกว้าง มือขวาหิ้วไหปลาร้า (ไปฝากลูกที่กทม.) มือซ้ายคีบยาสูบมวนโตและต้องสูบพ่นควันให้เห็นด้วย ความที่สูบไม่เป็นจึงสำลักควันบุหรี่เป็นที่ขบขันของผู้ชม เพื่อนแสดงได้สมจริงมาก แต่ผู้เขียนได้รับเสียงแซวว่า สูบบุหรี่ก็ไม่เป็น บางคนก็ตะโกนว่า ไม่เหมือนยายกับตาเลย เหมือนแม่กับลูกชายมากกว่า 

           ในปี พ.ศ. 2517 ผู้เขียนและผู้ร่วมชะตากรรม เกือบ 900 คน ได้ทำข้อสอบเพื่อรับการคัดเลือกเพียง 20 คน ให้เข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโทสาขาการแนะแนว ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ผู้บริหารขอให้เลือกสาขานี้เพื่อกลับไปทำหน้าที่ครูแนะแนว)   ข้อสอบฉบับภาษาไทยที่ทำกำหนดโจทย์ให้เขียนนิยามของคำศัพท์ 10 คำ ที่จะทำให้คนที่ไม่รู้จักสิ่งนั้นๆ อ่านแล้วจินตนาการออก เท่าที่ผู้เขียนจำได้มีคำว่า “คน ศาสนา ตุ๊กตา ประชาธิปไตย หลักสูตร หนังสือพิมพ์ และบุหรี่”

           และในปี พ.ศ. 2529 ผู้ขียนได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันแก้ไขการใช้สิ่งเสพติดในสถานศึกษา (ขณะนั้นผู้เขียนดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแนะแนว) ในห้องประชุมปรับอากาศขนาดเล็ก มีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอยู่คนเดียวคือผู้เขียน กรรมการที่เหลือ 6 ท่านเป็นผู้ชาย ซึ่งมีตำแหน่งตั้งแต่รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาลงมาจนถึงหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ในจำนวน 6 ท่าน มี 5 ท่านที่ติดบุหรี่ บางท่านสูบในขณะนั่งประชุม บางท่านออกไปสูบข้างนอกเป็นระยะๆ ผู้เขียนจำเป็นต้องนั่งรับ "วันบุหรี่” จากท่านที่สูบในห้อง (ซึ่งบางท่านเป็นอาจารย์ที่เคยสอนผู้ขียนที่สถาบันแห่งนั้น) พร้อมกับคิดในใจว่า "งานจะได้ผลไหมนี่ ในเมื่อกรรมการเกือบทุกท่านใช้สิ่งเสพติดเสียเอง" 

 

           จากข้อกำหนดที่ให้เขียนบันทึกเกี่ยวกับเทคนิควิธีการเลิกสูบบุหรี่อย่างได้ผล หรือความช่วยเหลือจากภาครัฐที่อยากได้ในการช่วยลดปริมาณการสูบบุหรี่ของประชาชนไทย" นั้น ผู้เขียนเองไม่มีประสบการณ์ตรงด้านการใช้เทคนิคเพื่อเลิกบุหรี่ แต่ได้ศึกษาจากประสบการณ์ของกัลยาณมิตรที่หาทางเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง 3 ท่าน ทำให้ได้ความรู้ว่า การที่จะเลิกบุหรี่ให้สำเร็จนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่สูบมานาน แต่ก็สามารเลิกได้ ถ้าไม่ยอมแพ้ไปก่อน จึงนำกรณีศึกษาที่น่าสนใจ มาฝากท่านที่ต้องการเลิกบุหรี่ เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปรับใช้ ดังนี้  

           กรณีศึกษาแรก คือ “คุณคนถางทาง” บันทึกเรื่อง “เลิกบุหรี่ _ยากไม่มาก” ตัดต่อสาระสำคัญได้ว่า “…ผมเริ่มหัดสูบบุหรี่เมื่ออายุได้ ๑๒ ปี ติดบุหรี่เมื่ออายุ ๑๕ ปี ตอนเข้าเรียนเตรียมทหารปี ๑ เมื่ออายุ ๑๗ ปี ผมสูบวันละซองเข้าไปแล้ว…เริ่มอยากเลิกบุหรี่ นั่งสูบบุหรี่คนเดียวบนดาดฟ้าเรือ….ในบัดดล..ผมตัดสินใจขว้างไฟแช็กลงทะเล....พร้อมปฏิญาณในใจว่า จากนี้ข้าจะเลิก ไม่สูบมันอีกแล้ว…หนึ่งวันต่อมาเรือเข้าเทียบฝั่ง พอได้คิวขึ้นบก สิ่งแรกที่ทำคือ ซมซานไปหาซื้อไฟแช็กเพื่อเอามาจุดบุหรี่สูบต่อไป อายุ ๒๐ ผมเรียนอยู่ปีสี่แล้ว เรียนภาษาอังกฤษกับแหม่มฝรั่งที่อายุเท่ากัน วันหนึ่งเธอดุผมว่า ทำไมสูบบุหรี่มากจัง ควรเลิกได้แล้ว ผมแต่งประโยคส่งให้เธอไปว่า  “Quitting smoking is easy, I’ve done it hundred times, already.” (ขออนุญาตแปล : การเลิกบุหรี่ง่ายนักนี่ ผมพยายามมาแล้วเป็นร้อยครั้ง) ...ผมเริ่มเกลียดตัวเองมากเหมือนคราที่สูบริมกราบเรือ  หลายครั้งซื้อบุหรี่มาหนึ่งคาร์ตอน (สิบซอง)   ก็เอามันมากระทืบจนแหลกลาญ เอาไปทิ้งถังขยะ แต่อีกสักหนึ่งชม. ก็ไปคุ้ยขยะค้นหาบางมวนที่ไม่แตกยับเยินเพื่อเอามาจุดสูบพอประทังอยาก ตอนหลังเอาน้ำราดมันให้เปียกชุ่มเลยดีกว่า ทำแบบนั้นไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็เลิกคบกับมันไม่ได้สักที...ชีวิตผมต่อสู้กับจิตสำนึกตนเองมายาวนานหลายปี  มาเลิกบุหรี่เอาได้เมื่ออายุ ๓๕ ปีบริบูรณ์ รวมเวลาแห่งการต่อสู้เพื่อปลดแอกตนเองได้ ๒๐  ปี รบกันมานานกับบุหรี่  สู้กี่ครั้งก็แพ้มันทุกคราไป    แต่จู่ๆ ก็ชนะได้เองโดยไม่ต้องรบ…เรื่องมีอยู่ว่า...วันหนึ่งของปีที่อายุครบ ๓๕  ขณะบำเพ็ญเพียรทำสมาธิด้วยตนเอง เพื่อหวังการหลุดพ้นแบบไม่มีครู …ทำไปทำมา ก็เกิดญาณปัญญาว่า อายุปูนนี้…พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองแล้ว    แล้วตัวเราอย่าว่าแต่ตรัสรู้เลย กะอีแค่บุหรี่ยังติดงอมแงม ทำไมมันน่าสมเพชเวทนาถึงเพียงนี้ เพียงคิดได้แค่นี้ จิตมันหล่นตุ้บ ว่าต้องเลิก แล้วก็เลิกมาได้จนบัดนี้ ๒๒ ปีแล้ว"

            กรณีศึกษาที่สอง จากบันทึกเรื่อง “ควันบุหรี่” ของ “คุณแว่นธรรมทอง" ความว่า “…ผู้เขียนเคยติดบุหรี่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ไม่ได้เครียดไม่ได้กลุ้มอะไร แต่เพราะต้องการแก้ง่วง เพราะปีนั้นเรียนต่อปริญญาโทที่มศว.ประสานมิตร ทำงานดึก ก็เลยสูบบุหรี่ จากนั้นก็ติดเลยครับ ได้กลิ่นบุหรี่หอมมากครับ ผมเลิกสูบเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ พอเลิกได้ ได้กลิ่นบุหรี่เหม็นมากจนทนไม่ได้ วิธีเลิกก็ไม่ได้พึ่งพาสิ่งใดๆ ทั้งนั้น อยากเลิกก็เลิกเลยครับ ขึ้นอยู่ที่ "ใจ" ผู้ที่เลิกไม่ได้เป็นพวกอ่อนแอ ใจไม่เด็ด มักโทษคนอื่น โทษเพื่อน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตนเอง  "ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว" ...ต้องบังคับใจตนเองให้ได้

             และกรณีศึกษาที่ 3 จากบันทึกเรื่อง “ต้องกล้าสัญญาดังๆ” ของ “คุณครูธนิตย์”  ตัดต่อใจความสำคัญมาได้ว่า "ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย คิดว่าบุหรี่จะทำให้เท่ขึ้น เป็นผู้ใหญ่หรือดูเป็นลูกผู้ชาย …หลังจบมหาวิทยาลัยมาเป็นครู ปริมาณบุหรี่ที่สูบค่อยทวีจำนวน...จากวันละครึ่งซองเป็นวันละซอง เป็นวันละซองครึ่ง จากยี่ห้อรสชาติอ่อนๆ เป็นยี่ห้อรสชาติเข้มขึ้น พร้อมเริ่มตั้งคำถามถามตัวเอง สูบแล้วก็รู้สึกเฉยๆ ไม่เมา ไม่เพลิน ไม่เหมือนได้สูบหลังจากอดมาแล้วหลายๆ ชั่วโมง แต่กลับต้องสูบบ่อยขึ้น มากขึ้น แล้วจะสูบไปทำไม? ...อารมณ์อยากเลิกบุหรี่คุกรุ่นเป็นระยะๆ อยู่ก่อนแล้ว ค่าบุหรี่ขึ้นไม่หยุด รัฐบาลบอกเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ครั้งหนึ่งญาติผู้ใหญ่ที่เลิกบุหรี่มาก่อนให้ข้อคิดน่าสนใจมากว่า เลิกบุหรี่สำเร็จ ทำอะไรก็จะประสบผล ในเมื่อชนะใจตัวเองได้ชีวิตนี้จะแพ้อะไรอีก ประกอบกับรู้สึกตัวว่ากำลังพ่ายแพ้ต้องตกเป็นทาสบุหรี่ทุกอย่าง ก่อนนั้นเคยเลิกมาบ้าง ด้วยการสัญญากับตัวเอง สงบสติอารมณ์ ไหว้พระในห้อง ถึงกับให้สัจจะหลวงพ่อพุทธชินราชในวิหารฯก็เคย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถรักษาสัญญาได้สักที…จนคืนวันหนึ่ง …ทุกคนในครอบครัวเข้านอน เหลือตัวเองเฝ้าหน้าจอทีวีมีบุหรี่สี่ห้ามวนเป็นเพื่อน รายการคืนนั้นพูดถึงภัยร้ายของบุหรี่…พลันนึกขึ้นมาได้ว่า พรุ่งนี้ ลูกชายจะมีอายุครบ 1 ขวบ ทำให้ตัดสินใจเดี๋ยวนั้น พ่อจะเลิกบุหรี่ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพื่อเป็นของกำนัลให้ลูก เช้าวันรุ่งขึ้นเล่าความตั้งใจให้ภรรยาฟัง เป็นครั้งแรกที่เธอรับรู้ ว่าผมจะเลิกบุหรี่ ดูอาการเธอคงดีใจไม่น้อย …หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้น ทั้งผม ภรรยา และลูกๆ ร่วมกันตักบาตรทำบุญ ...นั่นเป็นสัญญาอีกครั้งของตัวเอง ที่จะไม่ย้อนไปเป็นทาสของบุหรี่อีก เหตุการณ์นี้ล่วงเข้า 22 ปีแล้วครับ ปัจจัยที่เลิกบุหรี่ได้จริง หลังพยายามมาหลายครั้ง นอกจากใจตัวเอง อีกอย่างที่สำคัญมากก็คือ กำลังใจจากครอบครัว ตั้งใจจะทำหรือจะเลิกต้องประกาศให้ทุกคนรู้ เพื่อเป็นสัญญาประชาคม สายตาทุกคู่ที่จับจ้อง โดยเฉพาะจากลูกและภรรยา จะช่วยให้เราไม่สามารถบิดพริ้ว...เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนที่ใจคิดจะเลิกบุหรี่ครับ"

              สำหรับผู้ที่ต้องการตัวช่วยในการเลิกบุหรี่นั้น ดร. สมศรี นวรัตน์ ผู้มีประสบการณ์ตรงในการช่วยให้คนเลิกบุหรี่ ได้แนะนำหลัก 5 D ไว้ดังนี้ 1) Delay ===> อย่าสูบบุหรี่ทันทีที่อยากสูบ ให้ นับ 1-10 และ นับ 11-20 ไปเรื่อยๆ เป็นวิธี Delay ให้ตัวเองไม่นึกถึงการสูบบุหรี่ 2) Deep Breath === > การหายใจเข้า-ออกลึกๆ   และทำบ่อยๆ 5-10 ครั้ง คล้ายๆ กับทำสมาธิเพื่อเอาชนะใจตนเองและเอาใจช่วยตนเอง 3) Drink Water ===> การดื่มน้ำช้า ๆ หรือการจิบน้ำหรืออมน้ำแล้วปล่อยสลับกับการดื่มน้ำ ช่วยให้หายหิวบุหรี่ได้ 4) Do something else ===> การหาสิ่งอื่นแทนการสูบบุหรี่ เช่น เล่นกีฬา ปลูกตนไม้ และ 5) Destination ===> การคิดถึงผลดีของการเลิกสูบบุหรี่ เช่น โอกาสเป็นมะเร็งปอดน้อยมาก... โรคถุงลมโป่งพองโอกาสน้อยมาก มีเงินเหลือเก็บเยอะมาก..." ดังตัวอย่างที่ "คุณวอญ่าฯ" บันทึกไว้ว่า "...รวมเวลาที่เป็นนักสูบ...17 ปี เท่ากับ...ใช้เงินไปเพื่อทำให้ถุงลมโป่งพองถึง 155,125 บาท ปัจจุบันหยุดสูบบุหรี่มา  30  ปี...ประหยัดเงินไปถึง 492,750 บาท" 

 

            จากตัวอย่างที่กล่าวมา จะเห็นว่า คนที่สามารถเลิกบุหรี่ได้ทันทีที่ต้องการจะเลิก แบบ “คุณแว่นธรรมทอง" คงจะมีเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่คงจะต้องใช้เวลายาวนานดังเช่นกรณีของ “คุณคนถางทาง” และ “คุณครูธนิตย์” และอีกหลายๆ ท่านที่เลิกไม่สำเร็จที่ไม่ได้นำมาเป็นตัวอย่าง... ถ้าเช่นนั้น การหาทางป้องกันไม่ให้เด็กและเยาชนสูบบุหรี่ จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังสุภาษิตที่ว่า "ป้องกันดีกว่าแก้ไข (Prevention is better than cure.)" ส่วนจะทำได้อย่างไรนั้น ลองเข้าไปอ่านแนวปฏิบัติจากบันทึกเรื่อง “เลี้ยงลูกให้เกลียดบุหรี่_ ดีกว่ามั้ย” ของ "คุณครูรัชดาวัลย์ (อิงจันทร์) " ดูนะคะ ซึ่งท่านได้กล่าวถึงบทบาทร่วมกันของบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) ในการทำหน้าที่ดังกล่าว 

             สำหรับบทบาทของรัฐนั้น "คุณนงนาท สนธิสุวรรณ" ได้เขียนบันทึกท้าทายให้บ้านเมืองเลิกผลิตบุหรี่ แสดงความเห็นที่แข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเห็นในบันทึกใดๆ ก่อนหน้านี้ ดังความตอนหนึ่งว่า "อันความทุกข์ทั้งหลายในโลก ล้วนเกิดแต่เหตุบุหรี่ หนีไม่พ้นความจริงนี้ ตราบใดที่ยังมีการทำไร่ยาสูบ > มีโรงงานยาสูบ > มีผู้ผลิตบุหรี่ > มีร้านค้าบุหรี่ > มีผู้ติดบุหรี่...หากวงจรนี้ไม่ได้รับการขจัดที่ต้นเหตุ ย่อมป่วยการที่จะมาตั้งความหวังลมๆแล้งๆ ในการแก้ผลเลวร้ายของการสูบบุหรี่ เข้าทำนองคำโบราณท่านเปรียบไว้ ว่า ขี่ม้ารอบค่าย  ลูบหน้าปะจมูก ปากว่าตาขยิบ เกาไม่ถูกที่คัน และ ไม่ตัดไฟแต่ต้นลม โจทย์ง่ายๆ อย่างนี้ แก้ได้ไม่ยาก หากกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ..แห่งโลก..อย่างจริงใจและจริงจัง...เหมือนอย่างที่ทำไปมากแล้วในเรื่องของฝิ่นและยาเสพติดอื่นๆ.." ซึ่งผู้เขียนเองได้เข้าไปแสดงความเห็นในบันทึกดังกล่าว มีความตอนหนึ่งว่า "ขอยกสองมือสนับสนุนที่พี่ใหญ่เชิญชวนให้ทุกคนร่วมสนับสนุนแนวคิด "เชิงรุก"...ขอฟันธง...รัฐบาลกล้าเลิกผลิตบุหรี่ไหม??" น้องเคยถกประเด็นดังกล่าวกับผู้รู้ "รู้ก็รู้ว่า บุหรี่มีพิษภัยร้ายแรงทั้งต่อสุขภาพของคนสูบเองและต่อคนใกล้ชิด แล้วทำไมรัฐถึงยังให้มีการผลิตและการจำหน่ายบุหรี่อยู่อีก" ก็ได้รับคำตอบว่า ก็เพราะถึงแม้ประเทศเราจะไม่ผลิต คนก็ยังจะไปซื้อบุหรี่ที่ผลิตจากประเทศอื่นมาสูบ เพราะห้ามคนสูบไม่ได้ ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ การผลิตเองยังจะทำให้รัฐมีรายได้จากภาษี รัฐจึงเลือกที่จะผลิตเองในประเทศ" ก็ไม่รู้จะว่ายังไงนะคะ ถ้ามีหลักคิดแบบเอาเงินเป็นตัวตั้งเช่นนั้น ก็คงทำนองเดียวกับประเด็น "หวยใต้ดินหวยบนดิน" นั่นแหละค่ะ

          จากข้อมูลของ สสส.ที่ระบุว่า สถาบันพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา และศูนย์วิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ ได้พิสูจน์แล้วว่า ควันบุหรี่มือสองเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เมื่อคนไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ทำให้ได้สูดดมสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายเช่นเดียวกับคนสูบบุหรี่ แม้จะได้รับเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็เป็นอันตรายได้ และโดยเฉลี่ยแล้วเด็กๆ จะได้รับควันบุหรี่มือสองมากกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่ ดังนั้น วิธีเดียวที่จะปกป้องครอบครัวของคุณจากควันบุหรี่มือสองได้ คือ การเลิกสูบบุหรี่ และสสส.ยังได้กล่าวเชิญชวนไว้ว่า "มาร่วมกันทำให้สถานที่สาธารณะ ที่ทำงาน พาหนะเดินทางและบ้าน ปลอดจากควันบุหรี่ เพราะคนส่วนใหญ่ในสังคมไม่สูบบุหรี่ และมีสิทธิที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของควันบุหรี่มือสองจากคนสูบบุหรี่" (http://www.thaihealth.or.th/node/4303

           แปดปีที่แล้ว ผู้เขียนได้สูญเสียพี่เขย (สามีของพี่สาวคนโต ซึ่งพวกเราเคารพรักเหมือนพ่อ)  อันเป็นผลมาจากพิษภัยของบุหรี่ที่ท่านสูบเอง โดยมีอาการเจ็บป่วยที่กินเวลาเพียง 4-5 วัน หลังแพทย์ตรวจพบโรค  (แม้ท่านจะเลิกบุหรี่ไปนานแล้ว) และขณะนี้ น้องสะใภ้ ภรรยาของน้องชายคนเล็กของผู้เขียน (ที่เคยไปขุดกบด้วยกัน) ก็กำลังอยู่ในช่วงของการเข้ารับการรักษาพิษภัยที่อยู่ในระยะร้ายแรง (ทั้งที่เพิ่งตรวจพบ) อันเป็นผลจากการได้รับควันบุหรี่ที่สามีของเธอสูบ (แม้เขาจะเลิกสูบไปนานแล้วเช่นกัน) คนที่เจ็บปวดเพราะทำใจไม่ได้ที่ตนได้ทำร้ายคนที่ตนรักโดยไม่เจตนา ก็คือน้องชายของผู้เขียนเอง จึงขอนำเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดของผู้เขียน มาเป็นอุทาหรณ์เตือนสติของผู้มีครอบครัวทั้งหลายที่ยังสูบบุหรี่ ว่า ท่านจะรอให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อน หรือว่าจะรีบหาทางแก้ไขเพื่อไม่ให้พบกับคำว่า "สายเกินไป" หรือ "กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ไปแล้ว" และขอวิงวอนทุกท่าน ให้หันมาช่วยกันดูแลโลกใบนี้ ให้สดใสไร้ควันบุหรี่ เพื่อการมีสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ ด้วยเถิด 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: เลิกบุหรี่ 
 หมายเลขบันทึก: 490507
 เขียน:  
 ดอกไม้: 81  ความเห็น: 79  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

อิงจันทร์ ณ เรือนปั้นหยา
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 06:00:39 GMT+0700 (ICT)
  • อยากให้โลกนี้ไร้ควันบุหรีเช่นกันค่ะ
  • อาจารย์รวบรวมเอาความคิดของแต่ละบันทึก
  • มาสรุปรวบยอดไว้ในบันทึกเดียวนี้ สุดยอดจริง ๆ ค่ะอาจารย์
  • ขอบพระคุณค่ะ
ป.
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 06:22:56 GMT+0700 (ICT)

วันหนึ่งขณะที่ผู้เขียนอายุประมาณ 8 ปี ได้พาน้องชายคนสุดท้องที่อายุประมาณ 4 ขวบออกไปยังทุ่งนาหน้าแล้งที่เวิ้งว้างหาต้นไม้ให้หลบแดดก็ไม่มี ท่ามกลางแดดเปรี้ยงด้วยศีรษะที่เปล่าเปลือย เพื่อขุดกบกลับไปให้แม่ทำอาหาร ... อาจารย์เล่าเรื่องได้เห็นภาพดีจังค่ะ . เพิ่งทราบว่า "ยานัตถุ์" ก็มีส่วนผสมของเส้นยาสูบเหมือนกัน และตัวยาที่ทำให้โล่งจมูก รู้สึกปลอดโปร่ง ก็คือ Nicotine นี่เอง แต่ยานัตถุ์ ไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายเท่าบุหรี่ก้นกรอง (ซึ่งอันตรายกว่าเพราะมีควัน) คงเพราะราคาแพง และ ดูไม่เท่สำหรับคนปัจจุบันนี้

ชลัญธร
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 06:28:27 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ อาจารย์แม่ เห็นภาพครบรสอีกแล้ว

คนถางทาง
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 08:53:31 GMT+0700 (ICT)

เรื่องบุหรี่ไม่เท่าไหร่ ชอบที่ไปแยงกบน่ะครับ น่าสนุก (ทำบาปประสาเด็ก) และทำให้เด็กบ้านนอกฉลาดด้วยกิจกรรมอันหลากหลายที่ "ต้ิองคิด"

แว่นธรรมทอง
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 10:13:40 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณท่านอาจารย์ และอยากให้โลกใบนี้ ไร้ควันบุหรี่เช่นกันครับ

krugui
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 10:16:34 GMT+0700 (ICT)

ดีค่ะเยี่ยมค่ะขอยกนิ้วให้กับบันทึกนี้นะคะ

เป็นกำลังใจให้ผู้ที่เลิกบุหรี่หรือกำลังจะเลิกค่ะ....

นงนาท สนธิสุวรรณ
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 10:26:04 GMT+0700 (ICT)

* ขอบคุณค่ะ..เป็นประสบการณ์ตรงจากครอบครัวที่ซึ้งใจมากจริงๆ

* อ่านแล้วได้สาระดีๆครบทุกด้านจากกัลยาณมิตรส่วนใหญ่ในgotoknow ที่ ช่วยกันรณรงค์ "เลิกบุหรี่"..(ยกเว้นบางท่านที่เคยวิจารณ์แรงๆๆเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่กับมหันตภัยต่อชีวิตอย่างนี้ กลับออกอาการครึ่งๆกลางๆ..ไม่กล้าฟันธง..เพื่อผ่าทางตัน..)

* สถิติของผลกระทบจากการสูบบุหรี่ มีแต่เพิ่มสูงขึ้นตลอดมา..เพราะมาตรการฉาบฉวยทั้งหลาย ที่ไม่เพียงพอจะต้านกระแสผลิตจำหน่ายบุหรี่ได้..

 

krutoom
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 12:55:58 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ที่ให้ความรู้เรื่องบุหรี่ หนูได้เขียน " บุหรี่มือสองของคุณตา" แล้วนะคะที่นี่ค่ะ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/489972

04 อมรเทพ พาที
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 15:22:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ สิ่งที่อาจารย์ใด้นำมานั้นเป็นสิ่งดีมากเลยครับ อยากให้คนที่สูบบุหรี่นั้นใด้อ่านจังเลยเพราะเป็นสิ่งที่ดีมากๆๆเลยครับ

04 ยุพาภัทร ป้องภัย
เขียนเมื่อ Fri Jun 08 2012 17:30:24 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะท่านอาจารย์บทความดีมากเลยคะบุหรีไม่เคยให้คุณแก่ใครมีแต่ให้โทษ เมื่อ 3 ปีที่แล้วหนูก็ต้องศูยน์เสียคุณพ่อเพราะพิษของบุหรีเช่นกันคะ อยากให้ผู้ที่ยังไม่เลิกบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักนะคะ จะเป็นกำลังใจให้คะ ขอขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sat Jun 09 2012 06:40:25 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "คุณครูรัชดาวัลย์ (อิงจันทร์)Blank" มากนะคะ ที่กรุณาแวะมาอ่าน และให้กำลังใจ

  • ขอบคุณที่สนับสนุนแนวคิด "การทำให้โลกไร้ควันบุหรี่" และที่สำคัญยิ่ง ขอบคุณสำหรับการเขียนบันทึกดีๆ “เลี้ยงลูกให้เกลียดบุหรี่_ ดีกว่ามั้ย" ที่ชักชวนให้คนไทยใช้หลักการป้องกันการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชน ชี้แนะบทบาทของบ้าน วัด และโรงเรียน [บวร] (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/490019) แทนการคอยตามแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนไทยติดบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ยากยิ่งอย่างที่รู้ๆ กันให้อ.วิได้นำมาอ้างอิงในบันทึกนี้   
จันทวรรณ
เขียนเมื่อ Sat Jun 09 2012 08:44:51 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์ที่ช่วยสกัดความรู้ไว้ให้ค่ะ :)

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sat Jun 09 2012 13:06:54 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "อาจารย์หมอป.Blank" มากค่ะ ที่กรุณามาให้กำลังใจอ.วิ ในบันทึกวิงวอนให้ช่วยกันทำให้โลกนี้ไร้ควันบุหรี่
  • ภาพในอดีตทั้งหมดที่เคยนำมาเล่าและเล่ามาในบันทึกนี้ เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ไม่เคยเลือนลางค่ะ
  • พออาจารย์หมอพูดถึงยานัตถ์ นึกออกว่าแม่เคยใช้ หน้าตาคล้ายๆ ในภาพข้างล่าง เป็นสิ่งที่แม่ทำแล้วอ.วิไม่ชอบเลยค่ะ เคยถามแม่ว่าทำไมต้องนัตถ์ยา แต่จำคำตอบไม่ได้แล้วค่ะ
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sat Jun 09 2012 13:26:57 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "หนูชลัญธรBlank" มากนะคะ ที่แวะมาอ่านและให้กำลังใจ
  • และขอบคุณที่เป็นผู้มีส่วนช่วยให้บันทึกนี้มีสาระที่สมบูรณ์ขึ้น
  • ได้ไปอ่านและแสดงความเห็นในบันทึกใหม่ของหนู แต่จัดเก็บข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ 'net เกิดหลุดไปก่อน ดีว่ารู้เท่าทัน Copy ความเห็นไว้แล้ว จะเข้าไปแสดงความเห็นใหม่นะคะ
  • ข้อคิดข้างล่างมีความหมายดี แต่เขียนภาษาอังกฤษไม่ถูก ที่ไม่แก้ไข เพราะตั้งใจจะเอาไว้ทดสอบนักศึกษาค่ะ

                                                 Original_e15022012_03p_r  

 

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sat Jun 09 2012 15:47:55 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "คุณคนถางทางBlank" มากนะคะ ที่เขียนเล่าประสบการณ์การต่อสู้กับอำนาจครอบงำของบุหรี่เป็นเวลายาวนาน สุดท้ายก็ได้รับชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจ ที่นำมาเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ได้ว่า ถ้าไม่ยอมแพ้ไปก่อนสักวันท่านก็จะเลิกได้แน่นอน  "…ผมเริ่มหัดสูบบุหรี่เมื่ออายุได้ ๑๒ ปี ติดบุหรี่เมื่ออายุ ๑๕ ปี...ชีวิตผมต่อสู้กับจิตสำนึกตนเองมายาวนานหลายปี  มาเลิกบุหรี่เอาได้เมื่ออายุ ๓๕ ปีบริบูรณ์ รวมเวลาแห่งการต่อสู้เพื่อปลดแอกตนเองได้ ๒๐  ปี รบกันมานานกับบุหรี่ สู้กี่ครั้งก็แพ้มันทุกคราไป...วันหนึ่ง ของปีที่อายุครบ ๓๕  ขณะบำเพ็ญเพียรทำสมาธิด้วยตนเอง…ทำไปทำมาก็เกิดญาณปัญญาว่า อายุปูนนี้…พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองแล้ว แล้วตัวเราอย่าว่าแต่ตรัสรู้เลย กะอีแค่บุหรี่ยังติดงอมแงม ทำไมมันน่าสมเพชเวทนาถึงเพียงนี้ เพียงคิดได้แค่นี้ จิตมันหล่นตุ้บ ว่าต้องเลิก แล้วก็เลิกมาได้จนบัดนี้ ๒๒ ปีแล้ว"
  • นับได้ว่า "เจ้าชายสิทธัตถะ" ที่แปลว่า "He who has attained his goal." เป็นแรงบันดาลใจให้ท่านได้พบทางสว่างและสามารถหลุดพ้นจากอบายมุขมาได้  ทำให้มีโอกาสได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่อย่างรอบด้าน ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาตินะคะ
  • ภาพการพาน้องไปผจญภัยในท้องทุ่งอันแห้งผาก ในอดีต มีหน้าตาประมาณภาพข้างล่างนี้แหละค่ะ
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sat Jun 09 2012 16:25:13 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "คุณแว่นธรรมทองBlank" มากค่ะ ที่เล่าประสบการณ์การติดและการเลิกบุหรี่ให้ได้นำมาเป็นข้อคิดว่า การเลิกนั้นจิตใจสำคัญที่สุด ดังที่ท่านบอกว่า "...วิธีเลิกก็ไม่ได้พึ่งพาสิ่งใดๆ ทั้งนั้น อยากเลิกก็เลิกเลยครับ ขึ้นอยู่ที่ "ใจ" ผู้ที่เลิกไม่ได้เป็นพวกอ่อนแอ ใจไม่เด็ด มักโทษคนอื่น โทษเพื่อน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตนเอง  "ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว" ...ต้องบังคับใจตนเองให้ได้"
  • และขอบคุณที่ให้การสนับสนุน การทำให้โลกสดใสไร้ควันบุหรี่ด้วยนะคะ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Sat Jun 09 2012 16:50:58 GMT+0700 (ICT)
  • อาจารย์แม่ครับ
  • ตอนผมยังเด็กๆๆได้ยินคนสูงอายุเรียกว่า ยาเส้นเหมือนกัน
  • ใช้ใบยาสูบมาหั่นๆๆๆๆ
  • อาจารย์แม่บันทึกละเอียดมาก
  • สุดยอดเลยครับ
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sun Jun 10 2012 00:48:19 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "kruguiBlank" มากนะคะสำหรับปิยวาจา "ดีค่ะเยี่ยมค่ะขอยกนิ้วให้กับบันทึกนี้นะคะ"

  • และขอบคุณที่มาร่วมแสดงความชื่นชมผู้ที่เลิกบุหรี่ได้ และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่กำลังจะเลิก ค่ะ

             Ico_aw_ciga
ผศ. เดชา สว่างวงศ์
เขียนเมื่อ Sun Jun 10 2012 01:49:40 GMT+0700 (ICT)

เรียน ผศ.วิไล ผมโชตดีที่ไม่สูบบุหรี่...หลายวันมีปัญหากับแอร์การ์ด..วันพรุ่งนี้จะเขียนเรื่องไปอุบลครับ

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sun Jun 10 2012 08:40:44 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบพระคุณ "พี่ใหญ่Blank " มากค่ะ ที่ซาบซึ้งใจไปกับประสบการณ์ตรงจากครอบครัวของน้อง และบอกว่า "อ่านแล้วได้สาระดีๆ ครบทุกด้านจากกัลยาณมิตรส่วนใหญ่ในgotoknow..."  ที่ช่วยกันรณรงค์ "เลิกบุหรี่

  • ขอบพระคุณที่พี่ใหญ่ได้ช่วยเติมเต็มบันทึกนี้ให้ครบประเด็นที่ GTK กำหนดไว้ เพราะอ่านพบบันทึกของพี่ใหญ่เท่านั้น ที่ได้กล่าวถึงความต้องการที่จะให้ภาครัฐดำเนินการในเรื่องของการเลิกบุหรี่ของประชาชน (อาจมีบันทึกอื่นที่เขียนไว้ เพราะผู้เขียนไม่ได้อ่านทุกบันทึก)

  • น้องเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับความคิดของพี่ใหญ่ที่ว่า การดำเนินการของรัฐในการแก้ปํญหาการสูบบุหรี่ของประชาชน เข้าทำนอง "ปากว่าตาขยิบ" คือ ปากบอกว่าอยากให้ประชาชนเลิกสูบ แต่ตาขยิบให้มีการผลิต แล้วมันจะไปแก้ปัญหาได้อย่างไร และขอร่วมท้าทายรัฐว่า "กล้าเลิกผลิตบุหรี่ไหม"

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sun Jun 10 2012 10:33:39 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "หนู RindaBlank" มากนะคะที่แวะมา อ.วิได้ตามไปอ่านบันทึกเกี่ยวกับบุหรี่มือสองของคุณตาของหนูแล้วค่ะ แต่ Link ที่หนูให้มาเปิดไม่ได้นะคะ

  • ซาบซึ้งในความรักของคุณตาที่มีต่อคุณยาย แต่ก็เสียใจแทนคุณยายที่ทำร้ายคุณตาโดยไม่รู้ตัวค่ะ แต่ยังไงท่านก็คงจะไปปรับความเข้าใจกันบนสวรรค์แล้วนะคะ

  • บันทึกของหนูแสดงตัวอย่างของโทษของบุหรี่มือสอง ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sun Jun 10 2012 11:41:47 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณกัลยาณมิตรที่คุ้นเคยมากนะคะ ที่กรุณาแวะไปให้กำลังใจ
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Sun Jun 10 2012 11:56:16 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณกัลยาณมิตร ทั้งที่เคยคุ้น และเพิ่งรู้จักกัน ที่กรุณามาให้กำลังใจค่ะ
04 มลเทียน ทาตะชัย
เขียนเมื่อ Sun Jun 10 2012 17:51:10 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณบทความของอาจารย์น่ะค่ะ อยากให้โลกใบนี้ไร้ควันบุหรี่เช่นกันค่ะ หนูอ่านแล้วได้รับความรู้อย่างดีเลยค่ะ ถ้าโลกนี้ไม่มีควันบุหรี่ คงจะน่าอยู่มากขึ้น และหนูก็ไม่อยากเห็นใครต้องมาเสียชีวิตให้บุหรี่ รวมทั้งครอบครัวหนู ที่ตอนนี้คุณพ่อก็ยังติดบุหรี่อยู่ แต่หนูก็จะพยายามแนะนำท่าน ให้เลิกให้ได้ เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะค่ะ

04 อภิญญา ผาไชย
เขียนเมื่อ Mon Jun 11 2012 13:01:09 GMT+0700 (ICT)

หนูได้อ่านบทความที่อาจารย์เขียนหลายเรื่อง น่าสนใจทั้งนั้นสำหรับเรื่องนี้ประเด็นโดดใจหนูมากเพราะเพื่อนหนูหลายคนก็สูบบุหรี่เลยสนใจเพราะมีวิธีการเลิกสูบบุหรี่หนูจะได้ไปแนะนำเพื่อนๆได้บ้าง ขอให้ควันบุหรี่หายไปจากโลกนี้อย่างเช่นที่อาจาย์กล่าวค่ะ แต่ดีหน่อยที่สถิติยังลดลง หนูก็ได้แต่หวังว่าปีต่อๆไปคงจะลดและไม่มีผู่ดูดอีก ขอบคุณอาจารย์ที่เสนอเรื่องราวดีๆอิกเรื่อง

ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
เขียนเมื่อ Mon Jun 11 2012 15:25:15 GMT+0700 (ICT)
  • อ่านบันทึกนี้ของท่านอาจารย์ เหมือนกับได้อ่านจากหลายบันทึกไปพร้อมๆกัน.. 
  • นอกจากเคยชื่นชมในความละเอียดลออของท่านอาจารย์แล้ว บันทึกนี้ขอแสดงชื่นชมในความช่างสังเคราะห์ของท่านอาจารย์ด้วยครับ 
  • ขอบคุณความรู้ครับเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่นี้ครับ
ผศ. เดชา สว่างวงศ์
เขียนเมื่อ Mon Jun 11 2012 16:22:08 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีท่าน ผศ.วิไล ท่านอยากให้โลกใบนี้ไร้ควันบุหรี่....แต่ผมอยากให้ "โลกใบนี้ลดควันบุหรี่" ครับผม

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 05:05:28 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบใจ "04 อมรเทพ พาทีBlank" นะจ๊ะ ที่เข้ามาอ่าน ให้ดอกไม้ และแสดงความเห็น

  • "วิชาพฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน" ที่พวกเราเรียนกับครู กำหนดให้นักศึกษาพัฒนาตนด้านทักษะการอ่านและการเขียนซึ่งเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย นอกจากนั้น การได้อ่านและแสดงความคิดใน GotoKnow ยังเป็นการใช้ IT เพื่อการเรียนรู้ ซึ่งสามารถนำไปบันทึกในรายงานการพัฒนาตน ด้วย

  • ครูหวังว่าอมรเทพจะไม่สูบบุหรี่นะจ๊ะ

  • อมรเทพต้องลงประวัติย่อด้วยนะจ๊ะ และอยากให้แก้ไขภาพประจำตัว ตัดส่วนล่างของภาพออก ให้เห็นส่วนของศีรษะครบถ้วน

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 05:18:53 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีจ้ะ "04 ยุพาภัทร ป้องภัยBlank" ขอบใจนะจ๊ะ ที่เข้ามาอ่าน ให้ดอกไม้และแสดงความเห็น
  • ให้อ่านความเห็นข้างบนที่ครูคุยกับอมรเทพด้วยนะจ๊ะ
  • ข้อความ "สวัสดีคะท่านอาจารย์บทความดีมากเลยคะบุหรีไม่เคยให้คุณแก่ใครมีแต่ให้โทษ เมื่อ 3 ปีที่แล้วหนูก็ต้องศูยน์เสียคุณพ่อเพราะพิษของบุหรีเช่นกันคะ อยากให้ผู้ที่ยังไม่เลิกบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักนะคะ จะเป็นกำลังใจให้คะ ขอขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ" ในความเห็นของหนู พิมพ์ ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี 6 แห่ง ครูขออนุญาตนำไปให้คำแนะนำในชั้น เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ไปด้วย ส่วนหนูเองก็ให้เป็นการเรียนรู้แบบ "ผิดเป็นครู" จ้ะ
  • ครูเสียใจด้วยนะจ๊ะ ที่หนูสูญเสียคุณพ่อไป ไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของหนู แต่หนูยังโชคดีกว่าครูมากที่คุณพ่อจากไปตอนที่ครูอายุ 4 ปี และน้องคนเล็กเพิ่งลืมตาดูโลกได้ 20 วัน
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 05:33:15 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ " ดร.จันทวรรณ ปิยะวัฒน์Blank" มากค่ะ ที่กรุณามามอบดอกไม้ และมีปิยวาจา "ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์ที่ช่วยสกัดความรู้ไว้ให้ค่ะ"
  • ขอบคุณท่านมากๆ เช่นกันค่ะ ที่หาโครงการดีๆ มาฝากสมาชิกเสมอๆ
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 05:56:01 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "ลูกขจิตBlank" มากค่ะ ที่มาแวะเยี่ยมอาจารย์แม่ หลังจากที่ไม่ได้เห็นหน้ากันนานพอดู
  • ขอบคุณที่บอกว่า "อาจารย์แม่บันทึกละเอียดมาก สุดยอดเลยครับ"

  • อาจารย์แม่เป็นประเภท "ครูละเอียด" ไม่ใช่คนที่ละเอียดในการจับผิด แต่อาจจะเป็นเพราะต้องตรวจผลงานครูด้วย ก็เลยมีทักษะในการอ่านที่อ่านได้เร็ว เมื่ออ่านแบบใส่ใจในรายละเอียดด้วย จึงมักจะพบที่เขียน/พิมพ์ผิดโดยไม่ได้เจตนาจะหา อย่างที่อาจารย์แม่อาจจะเคยเล่าให้ฟังแล้วว่า ประมาณปี 2547 พี่สาวคนติดกันซึ่งเป็นอาจารย์ 3 สาขาภาษาไทย (ปัจจบันใช้คำว่า "ครูชำนาญการพิเศษ") นำผลงานการวาดภาพประกอบการเขียน 4-5 ประโยคของเด็กมาอวด ชิ้นแรกที่ได้ดู อาจารย์แม่เห็นเธอให้คะแนนเด็กเต็ม 10 อาจารย์แม่ดูไม่ถึง 10 วินาทีก็บอกเธอว่า เด็กเขียนผิดนะ คำนี้...พอเธอรับกลับไปดูก็พบว่าผิดจริง เธอค้อนอาจารย์แม่ แล้วบอกว่า "ยัยครูละเอียดเอ๊ย"

  • อาจารย์แม่อุปมาน (Induce) เอาว่า ลูกขจิตต้องไม่สูบบุหรี่แน่ จากบันทึกเลิกบุหรี่ของลูกขจิต ...ขอบคุณนะคะ ที่ไม่ทำร้ายตนเอง คนใกล้ชิด และโลก 
ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 06:12:40 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "ท่านผศ.เดชาBlank" มากนะคะ ที่ให้กำลังใจและแวะมาคุยสองครั้งสองครา
  • ยินดีด้วยที่ท่านไม่ติดบุหรี่ จะได้ไม่ทำร้ายตนเอง คนใกล้ชิด และโลก
  • ได้เข้าไปอ่านบันทึกเลิกบุหรี่ของท่านแล้ว เห็นว่าเมื่อวานจะลงบันทึกไปอุบลฯ ถ้าลงแล้ว คืนนี้จะติดตามอ่านนะคะ 08.00 น.วันนี้มีตารางสอนค่ะ เมื่อวานก็สอนทั้งเช้าและบ่าย 6 คาบค่ะ
  • ช่วงนี้ยุ่งมากค่ะ เพราะทั้งงานที่มหาวิทยาลัยและต้องออกไปดูแลฟาร์มแทนพ่อใหญ่สอด้วย เพราะพ่อใหญ่สอเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขกระกดูกคอทับเส้นประสาท ที่รพ.รามา กทม.ตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ที่ 8 มิ.ย. ไม่ได้ตามไปดูแลปล่อยให้ลูกๆ ที่กทม.ดูแทนค่ะ ยังไม่ทราบว่าจะได้กลับอุบลฯ เมื่อไหร่ 
04 พวงผกา สากุลา
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 11:23:47 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูว่าโทษของบุหรี่มีมากมายทั้งต่อผู้เสพและคนที่อยู่รอบข้าง หนูได้อ่านแล้วนึกถึงว่าการที่เราช่วยกันดูแลสอดส่องและคอยตักเตือนอาจช่วยให้เห็นผลในการเลิกบุหรี่มากขึ้นก็ได้ค่ะอาจารย์

04สุภาพร สมจิตร์
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 15:29:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์หนูเพิ่งได้เข้ามาอ่านบทความนี้เป็นบทความที่ดีและมีประโยชน์มากค่ะโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นจะได้รู้ถึงโทษทันของบุหรี่แต่ก่อนคุณพ่อของหนูท่านก็สูบบุหรี่ค่ะ ดิฉันขอให้ท่านเลิกสูบแต่ท่านบอกว่าถ้าจะให้เลิกเลยคงเป็นไปไม่ได้ท่านจึงลดปริมาณจำนวนบุุหรี่ลงจากนั้นไม่นานท่านก็เริ่มสุขภาพไม่ดีไอทุกวันค่ะเกือบหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นเป็นต้นมาคุณพ่อท่านก็ตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดจะเรีอกว่าหักดิบก็ได้ค่ะจากนั้นสุขภาพของคุณพ่อก็ดีขึ้น ไม่ไอจนตอนนี้สุขภาพท่านแข็งแรงมากๆค่ะหนูและน้องดีใจมากๆๆท่านบอกว่าการเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องอยากมันอยู่ที่ใจของเราการเลิกสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นผลดีต่อตนเองยังทำให้คนในครอบครัวมีความสุขด้วยค่ะ

04 พัณนิดา แก้ววิลัย
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 17:44:24 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์หลังจากที่หนูได้อ่านบทความนี้แล้วเป็นบทความที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าบุหรี่ให้โทษหลายอย่าง โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นก็สูบบุหรี่กันเยอะ แต่ก่อนพ่อก็สูบบุหรี่นะคะ แต่ปัจจุบันพ่อเลิกได้แร้ว เพราะหนูแพ้ควันบุหรี่อย่างมาก พ่อเลยตัดสินใจทำเพื่อหนูและอีกอย่าสุขภพท่านช่วงนั้นก็แย่มาก จนวันนี้ก็ดีขึ้นเยอะเลยหลังจากที่เลิกได้แล้ว หนูอยากให้โลกนี้ไร้ควันบุหรี่ เพราะจะได้ไม่ทำร้ายตัวเอง และคนรอบข้าง สำหรับวิชาพฤติกรรมมนุษย์สอนให้หนูรู้จักพัฒนาตนสมชื่อวิชาจริงๆๆๆค่ะ

04มณีนุช ดอนแก้ว
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 19:45:32 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ พอหนูได้อ่านบทความนี้หนูคิดถึงพ่อของหนูมากค่ะพ่อหนูท่านสูบบุหรี่มานานกว่า 40 ปี ย้อนไปเมื่อสองปีที่แล้วท่านเคยเลิกสูบหรี่ได้ตั้ง 1 ปี เหตุผลที่พ่อเลิกก็เพราะแม่ป่วยพ่อถึงเลิกสูบบุหรี่ค่ะหลังจากที่แม่หายป่วยได้ 4 เดือนพ่อก็กลับมาสูบอีกหนูก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพ่อถึงต้องกลับมาสูบมันอีกก็ไม่รู้ทั้งๆที่เลิกได้แล้ว วันนี้หนูจึงได้เข้าใจว่าการที่เราจะเลิกบุหรี่ได้นั้นเราต้องเอาชนะใจของเราให้ได้ แต่สำหรับพ่อของหนูท่านคงแพ้มันอีกตามเคยทั้งๆที่ท่านเคยเอาชนะมันมาก่อนแท้ๆ

02 ชฎารัตน์ ปุระมาปัด
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 19:47:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ หลังจากที่หนูได้อ่านบทความ "อยากให้โลกใบนี้...ไร้ควันบุหรี่" แล้วก็บอกได้ว่าเป็นบทความที่น่าสนใจมากและมีประโยชน์มากโดยเฉพาะคนที่คิดว่าจะเริ่มสูบบุหรี่และคิดว่าบุหรี่เป็นสิ่งที่เท่นี้ เป็นค่านิยมที่ผิดมาก เพราะการสูบบุหรี่นี้ถ้าติดแล้วนี้ส่วนใหญ่จะเลิกยากมาก ดังเช่นตัวอย่างของ คุณคนถางทางและคุณครูธนิตย์ ดังนั้นเราควรไม่ไปยุ่งกับมันจะดีเป็นที่สุด ส่วนคนที่สูบบุหรี่จนติดแล้วก็ขอให้คิดที่จะเลิกสูบบุหรี่และคนที่คิดว่าจะเลิกสูบบุหรี่ก็ขอเป็นกำลังให้เลิกสูบบุหรี่ให้ได้นะค่ะ ถึงจะยากและใช้เวลานานแค่ใหนก็ขอให้ทำให้ได้เพราะโทษจากบุหรี่นี้มีมากมาย เพื่อตัวคุณเองและคนรอบข้างนะค่ะ สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่า "เลิกบุหรี่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีของคุณและคนที่คุณรัก"

04 นรากร พิสิษพุฒิธาดา
เขียนเมื่อ Tue Jun 12 2012 23:30:27 GMT+0700 (ICT)

ดีหน่อยที่ผม ไม่สูบ แต่ขอเป็นอีกแรงครับ ที่่ต่อต้านคนสูบบุหรี่

อาร์ม
เขียนเมื่อ Wed Jun 13 2012 21:16:14 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีครับ ท่านอาจารย์
  • เหมือนสมัยก่อนนั้นยาเส้นหรือยาสูบมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตคนในสังคมไทยเลยนะครับ
  • แต่เดี่ยวนี้ไม่ใช่แค่เพียงวิถีแต่เ้ข้าัขั้นเสพติดเลยทีเดียว
  • ขอบพระคุณสำหรับบทความครับ
04เชฎฐ์ พลราชม
เขียนเมื่อ Thu Jun 14 2012 00:29:15 GMT+0700 (ICT)

เห็นแล้วน่าตกใจมากครับ บุหรี่ทำลายทั้งตนและผู้อื่น

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Thu Jun 14 2012 06:24:22 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณ "คุณครูธนิตย์Blank" มากๆ เลยค่ะ ที่นอกจากจะเขียนบันทึกเล่าประสบการณ์ในการหาทางเลิกบุหรี่ ที่มีคุณค่ายิ่งต่อผู้ต้องการจะเลิก ให้อ.วิได้นำมาเป็นกรณีศึกษาในบันทึกนี้แล้ว ยังมีปิยวาจาสร้างพลังใจให้กับอ.วิ ว่า "นอกจากเคยชื่นชมในความละเอียดลออของท่านอาจารย์แล้ว บันทึกนี้ขอแสดงความชื่นชมในความช่างสังเคราะห์ของท่านอาจารย์ด้วยครับ" 
  • คำว่า "สังเคราะห์" ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "Synthesize" ซึ่งมีความหมายดังภาพข้างล่าง

    (http://www.catawbaschools.net/schools/Oxford/staff/Rachel_Lamb/Web%20Page%20Library/Reading%20Resources.aspx)

03 สดใส สาธุพันธ์
เขียนเมื่อ Thu Jun 14 2012 17:31:27 GMT+0700 (ICT)

บุหรี่ คือ ฆาตกรเงียบที่ทำร้ายชีวิตเราโดยไม่รู้ตัว

 บุหรี่ มีสารต่างๆ หลายชนิด แต่สารสำคัญที่ทำให้เกิดการเสพติดคือ นิโคติน เป็นสารแอลคะลอยด์ที่ไม่มีสี นิโคติน 30 มิลลิกรัมสามารถทำให้คนตายได้ บุหรี่ธรรมดามวนหนึ่งจะมีนิโคตินอยู่ราว 15-20 มิลลิกรัม ก็คือจำนวนนิโคตินในบุหรี่ 2 มวน สามารถทำให้คนตายได้ในทันที แต่การที่สูบบุหรี่ติดต่อกันหลายมวนแล้วไม่ตาย ก็เพราะว่ามีนิโคตินในควันบุหรี่ เป็นส่วนน้อยที่เข้าสู่ร่างกายของผู้สูบ
    
สารเหล่านี้ทำให้เกิดโรค อาทิ มะเร็งปอด ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด ถุงลมโป่งพอง เส้นโลหิตแดงแข็งตัวและตีบ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง มะเร็งไต มะเร็งริมฝีปาก และมะเร็งหลอดลม

                                                                                                                 



                                                                                                                 อ้างอิง 

                                                                    http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/disease/cigarette.html

03 สดใส สาธุพันธ์
เขียนเมื่อ Thu Jun 14 2012 18:44:46 GMT+0700 (ICT)

    หนูจะขอเป็นอีกแรงที่จะทำให้โลกนี้ไร้ควันบุหรี่ค่ะ โดยเริ่มที่คนใกล้ชิดและคนรู้จักกันก่อนค่ะ หนูจะให้ความรู้เรื่องบุหรี่เพิ่มเติมแก่พวกเขา โทษของมัน และวิธีเลิกบุหรี่ด้วยค่ะ แต่ก่อนหนูไม่เคยสนใจเรื่องบุหรี่เลย เพราะใครๆก็สูบกันไม่เห็นแปลกเลย เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมานี่เอง หนูได้กลับบ้าน แล้วมองไปเห็นตรงคอของคุณพ่อมีผ้าก๊อตติดแผลติดอยู่ก็เลยถามคุณพ่อว่าคอไปโดนอะไรมา คุณแม่ตอบอย่างเสียงดังว่า  "สูบยาหลาย" (สูบยาหลาย เป็นภาษาอิสาน ภาษากลาง คือ สูบบุหรี่เยอะมาก) คุณพ่อของหนูไม่เคยสูบบุหรี่ให้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว เวลาที่คุณพ่อจะสูบบุหรี่ก็จะออกไปนอกบ้าน หนูก็เลยไม่รู้ว่าคุณพ่อสูบบุหรี่เยอะขนาดไหน วันที่เห็นแผลของคุณพ่อรู้สึกสงสารแก่มาก แต่แก่ก็ได้บอกกับหนูว่าเลิกสูบบุหรี่แล้ว เมื่อวันพ่อปี 2553 พี่สาวได้ให้ของขวัญกับคุณพ่อด้วยการพาคุณพ่อไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสินแพทย์ ที่พี่สาวทำงานอยู่ หนูจำไม่ได้ว่าผลตรวจออกมาเป็นยังไง แต่คุณพ่อบอกว่าคุณหมอไม่ให้สูบบุหรี่  และเริ่มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ตอนนั้นหนูก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย พอมาเห็นแก่วันนั้น หนูเกลียดบุหรี่ที่สุดเลย เพราะมันทำร้ายคุณพ่อทำให้คุณพ่อต้องเจ็บ และหนูจะใส่ใจดูแลสุขภาพของคุณพ่อให้ปลอดจากโรคร้ายต่างๆด้วยค่ะ

      ขอขอบคุณอาจารย์ที่เขียนบทความไว้เป็นความรู้และเหมือนมันบอกให้สะท้อนถึงครอบครัวของตัวเองด้วยค่ะ มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ

             บุหรี่ คือ ฆาตกรเงียบ ที่ทำร้ายชีวิตเราโดยไม่รู้ตัว


03 กิตติพร วงศ์คูณ
เขียนเมื่อ Thu Jun 14 2012 21:06:48 GMT+0700 (ICT)

อยากให้โลกใบนี้ไร้ควันบุหรี .ถ้าโลกนี้ไม่มีควันบุหรีก็คงดี
การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้อ พยาธิกำเนิด หรือการเกิดโรคหัวใจ หรือโรคระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่เชื่อว่า มาจากสารนิโคตินและก็าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่พิสูจน์ได้ในสัตว์ทดลองส่วนสารอื่น ๆ ในควันบุหรี่ที่เชื่อว่าเป็นสาเหตุร่วมคือสารแคดเมี่ยม ไนตริคออกไซด์ ไฮโดรเจนไซยาไนด์คาร์บอนไดซัลไฟด์ สารเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเส้นเลือดที่นำไปสู่การที่เกิดเส้นเลือดหัวใจตีบคือเกิดเส้นเลือดแข็ง ผนังเส้นเลือดหนา เกร็ดเลือดจับตัวเส้นเลือดหัวใจหดตัว หัวใจเต้นไม่ปกติ ผลคือ ทำให้เลือดเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หัวใจขาดออกซิเจน เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ นอกจากนี้หากเกิดกับเส้นเลือดที่ไปเสี้ยงสมองก็จะทำให้สมองขาดออกซิเจนเช่นกันเป็นผลให้สมองเสื่อมสภาพ นำไปสู่การเป็นอัมพฤต อัมพาต หากเกิดกับเส้นเลือดที่แขน ขา จะทำให้ปวดขามากเวลาเดินเพราะกล้ามเนื้อขาดออกซิเจน อาจนำไปสู่การเน่าของแขน ขา ถึงกับต้องตัดขาได้

นอกจากการสูบบุหรี่แล้ว สาเหตุอื่นของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบคือ โรคความดันเลือดสูง ไขมันเลือดสูง เบาหวาน โดยการสูบบุหรี่จะเป็นตัวเร่งให้ผู้ที่เป็นเหล่านี้เกิดการตีบตันของเส้นเลือดเร็วขึ้น

สารพิษอะไรในบุหรี่ที่มีผลต่อหัวใจ

ถ้าคุณอยากเลิกสูบบุหรี่ควรทำอย่างไร

  1. ตั้งใจ ตัดสินใจ แน่วแน่ ว่าต้องการเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง

  2. กำหนดวัน "ปลอดบุหรี่" ของตนเอง อาจเป็นวันสำคัญของศาสนา วันเกิดตนเองหรือบุตร ภรรยาไม่ควรเลือกช่วงเวลาที่งานเครียด

  3. ทิ้งบุหรี่และอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อมิให้สิ่งเหล่านี้มากระตุ้นความอยากบุหรี่อีก

  4. แจ้งแก่คนในครอบครัวที่ทำงาน นายจ้าง เพื่อนสนิท เพื่อร่วมงาน เพื่อให้เป็นกำลังใจ เป็นแรงสนับสนุนให้เลิกได้สำเร็จ

  5. ให้งดสุรา กาแฟ อาหารรสจัด ละเว้นการรับประทานอาหารให้อิ่มเกินไป ไม่ควรนั่งโต๊ะอาหารนาน ๆ เพราะหลังอาหารทุกมื้อจะเกิดความอยากบุหรี่อีก

  6. ในช่วงแรกที่อดบุหรี่จะรู้สึกหงุดหงิด ให้สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อลดความอยากหรืออาจอาบน้ำ

  7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรกทำเพื่อคลายเครียด เพราะส่วนใหญ่หลังเลิกบุหรี่น้ำหนักตัวจะขึ้นการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ลดอาหารหวาน จะเป็นการควบคุมน้ำหนักได้ทางหนึ่ง

03 หทัยกาญจน์ เกาะแก้ว
เขียนเมื่อ Thu Jun 14 2012 21:27:55 GMT+0700 (ICT)

วิธีเลิกบุหรี่ใน 5 วัน เทคนิคของการเลิกสูบบุหรี่ใน 5 วันนี้ อยู่ที่หลักการคือ "การเลิกโดยเด็ดขาดทันทีทันใด" ถ้าไม่ทำเช่นนี้การอดบุหรี่จะไม่ได้ผล เหตุผลก็คือ ทนทรมานได้สำเร็จใน 2-3 วัน ยังดีกว่าทรมานอย่างช้าๆ และช่วงเวลา 3 วันแรก เป็นช่วงที่ลำบากใจที่สุด หลังจากผ่านพ้นไปได้โอกาสเลิกบุหรี่จะเป็นไปได้สูงมาก แผนการเลิกบุหรี่ใน 5 วัน มีรายละเอียดดังนี้

  1. หลักการใช้น้ำภายนอก ขอให้ท่านอาบน้ำหรือแช่ในน้ำอุ่นให้ได้ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง หลังจากอาบน้ำอุ่นแล้ว ควรตามด้วยการราดน้ำเย็น เพื่อช่วยให้ร่างกายสดชื่น ไม่ทำให้เกิด ความรู้สึกอยากสูบบุหรี่

  2. การให้น้ำภายใน การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว จะช่วยให้ท่านรู้สึกสบาย น้ำจะช่วยกำจัดนิโคตินออกจากร่างกายได้ การดื่มน้ำควรเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า หลังอาหารทุกมื้อ ช่วงระหว่างมื้อ และก่อนนอน

  3. ความสม่ำเสมอในการปฏิบัติตน ขอให้ท่านดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม โดยกินอาหาร 3 มื้อเป็นเวลา นอนพักผ่อน เป็นเวลา ทำจิตใจให้สบาย ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินสาวเท้าเร็ววันละ 30 นาที ให้ท่านเอาใจใส่สุขภาพอย่างดีตลอด 5 วัน สุขปฏิบัติที่ดี จะช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมบูรณ์

  4. เมื่อกินอาหารอิ่มลุกขึ้นทันที นักสูบบุหรี่มักจะมีนิสัยเคยชินในการสูบบุหรี่ หลังกินอาหาร ดังนั้นเมื่อท่านกินเสร็จ จึงควรลุก หนีจากโต๊ะอาหารไปทันที หางานอดิเรกทำ เพื่อให้มีงานทำตลอดเวลาและเพลิดเพลินจนไม่ต้องนึกถึงบุหรี่

  5. ระวังเครื่องดื่มประเภทคาเฟอีนและโคล่า เครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นหรือระงับประสาท เช่น สุรา ชา กาแฟ โคล่า ท่านควรหลีกเลี่ยงเสีย เพราะจะทำให้เกิดความกระวนกระวายใจ เนื่องจากจะมีสารกระตุ้นให้อยากบุหรี่ ท่านจึงควรงดเครื่องดื่มเหล่านี้ ตลอด 5 วันที่อยู่ในแผนการเลิกบุหรี่ ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำ ผลไม้แทน

  6. ระวังเรื่องอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมันจัด อาหารหวานจัด อาหารเผ็ด เพื่อให้ร่างกายของท่านอยู่ใน สภาพดีที่สุด เพราะอาหารมีผลโดยตรงต่อสุขภาพจิต

  7. อาหารที่ท่านกินได้ อาหารที่ท่านควรกิน ควรเป็นอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ คือ กินครบทุกหมู่ กินผักผลไม้ อาหารมีกากเส้นใย ในจำนวนที่อิ่มพอดี ถ้ากระวนกระวายใจในเรื่องอาหาร อาจกินหมากฝรั่งหรือหมากหอม ยาอมที่ไม่มีรสหวาน เพื่อช่วยให้ปากไม่ว่าง ไม่เปรี้ยวปาก อยากสูบบุหรี่ต่อไป อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังในเรื่องการควบคุมน้ำหนักตัวด้วย เพราะพบว่าหลายคนที่พยายาม เลิกบุหรี่หันไปชดเชยด้วยการกินจนทำให้น้ำหนักเกิน 5-10 กิโลกรัม ภายใน 3-6 เดือน หากท่านจะเลิกสูบบุหรี่และรักษาสุขภาพให้ดี จึงควรควบคุมเรื่องของการตามใจปาก กินอย่าง ระมัดระวัง โดยพยามยามกินผักเป็นหลัก เช่น คะน้า แครอท ชะอม ผักบุ้ง ผักกาด ผลไม้เลือกชนิดแคลอรี่ต่ำ เช่น แตงโม แอปเปิ้ล มะละกอ สับปะรด พุทธา

  8. ไวตามินบำรุงประสาท กินไวตามินบีรวม ซึ่งเป็นไวตามินช่วยบำรุงประสาทที่ถูกกดเนื่องจากสารนิโคติน ท่านอาจกินไวตามินในรูปแคปซูลหรือเม็ด หรือจะกินส่าข้าวสาลี (Wheat Germ) 1-2 ช้อน โต๊ะหลังอาหารโดยอาจผสมกับนมสดก็ได้

  9. ไม่ใช่ตัวยาอื่นๆ ระหว่างการเลิกบุหรี่ใน 5 วันนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ยาอื่นๆ เพื่อไม่ให้มีการกระตุ้นหรือ กดประสาท ในช่วงที่ท่านกำลังพยายามรักษาระดับความมั่นคงของอารมณ์และจิตใจให้คงที่อยู่

  10. อาจพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ในระหว่างการเลิกบุหรี่นี้ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านต้องสร้างให้เกิดขึ้นมา ท่านอาจจะหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น โดยการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือจะสวดมนต์ภาวนาให้ท่านมีความสำเร็จ ก็ขอให้ท่านทำได้ทันที

ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้เด็ดขาดและถาวรถือว่าเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ สมควรได้รับการยกย่องในความสำเร็จ ขอให้ทุกท่านจงเป็นผู้ชนะ

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Fri Jun 15 2012 06:40:29 GMT+0700 (ICT)
  • นักศึกษา Section 02, และ 03 ชื่อที่ใช้ให้ขึ้นต้นด้วยหมายเลข Section ตามด้วยชื่อ สกุลจริง เพื่ออาจารย์จะได้ทราบว่าเรียนใน Section ใด เช่น 02 ชฎารัตน์ ประมาปัด และให้ลงที่อยู่ที่ระบุอำเภอ จังหวัด ในประวัติย่อนั้น ให้เขียนระบุสาขา-คณะที่เรียน และคติชีวิต ครูจะตรวจและเก็บข้อมูลเฉพาะคนที่แก้ไขข้อมูลทุกอย่างให้ถูกต้อง ในวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 24.00 น. ตามที่ได้แจ้งไว้แล้ว ทั้งนี้ให้แสดงหลักฐานในบันทึกข้างล่างที่ครูจะลงในวันศุกร์นะคะ
  • เรื่องนี้สำคัญที่สุด นักศึกษาที่แสดงความเห็นโดยไปคัดลอกข้อความที่ผู้อื่น หรือหน่วยงานเขียนไว้ (ซึ่งอาจารย์ยังไม่ได้กำหนดให้ทำ) จะต้องอ้างอิงบุคคล/หน่วยงาน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทฺธ์และถูกฟ้องร้องได้ เพราะฉะนั้น ในช่วงนี้ แค่ให้สมัครสมาชิก ลงประวัติ และแสดงตัวเพื่อให้อาจารย์เข้าไปติดตามได้เท่านั้น ถ้าจะแสดงความเห็นก็ให้เขียนด้วยตนเอง ยังไม่ต้องสืบค้นประกอบความเห็น

03 ภัทรา ป้องกัน
เขียนเมื่อ Fri Jun 15 2012 12:22:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์หนูได้อ่านบทความแล้วคิดถึงพ่อ เพราะพ่อหนูสูบบุหรี่เยอะมาก ตอนหนูอย่ ม.4เคยบอกให้พ่อเลิกสูบบุหรี่ ถ้าพ่อไม่เลิกหนูก็จะเลิกเรียน จากนั้นหนูก็ไม่เคยเห็นพ่อสูบบุหรี่อีกเลย จนกระทั่งย้ายมาเรียนที่ ม.ราชภัฏอุบล ได้เดือนหนึ่ง สิ้นเดือนก็กลับบ้าน เห็นพ่อสูบบุหรี่อีกล่ะ ไม่รู้จะทำยังไงดี ก็ได้แต่บอกพ่อว่า บุหรี่ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งค่ะ

02 วิโรจน์ นาคยอง
เขียนเมื่อ Fri Jun 15 2012 15:25:42 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ผมได้อ่านบทความแล้วอยากให้ทุกคนที่สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ให้ได้นะครับ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นกับการใช้ชีวิต ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนที่กำลังเลิกบุหรี่นะครับ

ไอดิน-กลิ่นไม้
เขียนเมื่อ Fri Jun 15 2012 16:00:09 GMT+0700 (ICT)
  • ชื่อที่ใช้ "03 ภัทรา ป้องกัน" ถูกแล้วนะคะ แต่ "วิโรจน์ นาคยอง Sect 02" ไม่ถูก ให้แก้ไข ดูตัวอย่างจากภัทรานะคะ
  • บันทึกใหม่อาจารย์ลงไม่ทันวันนี้ เพราะมีงานอื่นแทรก คาดว่าจะลงได้เช้าพรุ่งนี้ จึงขอเลื่อนเวลาเช็คงานจากวันศุกร์เป็นวันเสาร์ (เวลาเดิม) นะคะ
03 หัทยา พละพงศ์
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2012 00:53:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำสำหรับคนที่สนใจจะเลิกบุหรี่ วิธีออกกำลังก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เลิกบุหรี่ได้ เพราะการออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้รู้สึกเบื่อบุหรี่หรือสูบบุหรี่น้อยลง และสามารถเลิกขาดได้ สุดท้ายก็ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ตั้งใจจะเลิกบุหรี่ นะค่ะ

02 ธานินทร์ พรมขันธ์
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2012 11:42:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ ผมได้อ่านบทความนี้แล้วดีมากเลยครับ

03 ชนะศักดิ์ ฐานผดุง
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2012 19:57:30 GMT+0700 (ICT)

ผมเห็นหลายคนแก้ปัญหาความเครียดด้วยการสูบบุหรี่ เพราะบอกว่ามันรู้สึกดี รู้สึกสบาย แต่สำหรับผมคนที่อยู่รอบตัวของผู้ที่กำลังสูบบุหรี่กลับรู้สึกถึงความอึดอัด ความไม่สบายตัว ผมเองก็ไม่ทราบว่าเค้าเองจะรู้รึเปล่าว่าสิ่งที่เค้าทำอยู่นั้น มันกำลังทำร้ายทั้งคนรอบกาย และตัวของเค้าเอง

02จักรพงษ์ บุญเทียม
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2012 22:59:30 GMT+0700 (ICT)

ปิดโรงงานเลยครับ

03 ปิยนุช ศุภษร
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2012 23:19:54 GMT+0700 (ICT)

ชอบบทความที่หยิบยกการเลิกบุหรี่ของ คุณถางทาง คุณแว่นธรรมทอง คุณครูธนิตย์ มากค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่าการเลิกบุหรี่ได้เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆแล้วก็เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ทุกคนด้วยค่ะ

03 TRAN THI SOA
เขียนเมื่อ Sun Jun 17 2012 23:43:38 GMT+0700 (ICT)

Dear Teacher! thank you very much for your comment. your opinion is true i like and i think my country (vietnammese) everyone have good comment and opinion there my country will country clean and life safety. And i think and have a question is "why not close company tobacco production????????" if close it our and our earth and environment will nice fresh air. i hope to that day the soon. miss Tran Thi Soa

04 บัญชร ศรีวินัย
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 02:18:02 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี เมื่อผมได้อ่านบทความแล้วได้รู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่มากมายเลย บุหรี่ไม่เคยให้ประโยคกับใครเลยนะครับมีแต่โทษมากมายมหาศาล ดั่งนั่นผมขอเป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะเลิกสูบบุหรี่ให้สู้ๆเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองละคนรองข้างนะครับ

02 ชิษณุ โค้วสุวรรณ
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 12:14:13 GMT+0700 (ICT)

เป็นบทความี่ให้ความรู้ดีมากครับอาจารย์

03 _อดิเทพ
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 13:07:49 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี ผมได้อ่านบทความแล้วก็นึกถึงเพื่อนๆที่เขาสูบบุรี่ผมอยากให้พวกเขาได้รู้โทษของบุรี่นี้บ้า เผื่อเขาดปลี่ยนใจเลินบุหรี่ได้ ถึงเลิกไม่ก็ขอให้เขาลดน้อยลงก็ดี เพราะการสูบบุหรี่นั้นก็มีข้อดีข้อเสียแต่ข้อเสียของมันมากมายเหลือเกิน ถ้าคนใหนที่คิดจะเลิกผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

section 02 ยุทธชัย พลราช
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 14:30:07 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี ผมได้อ่านดูแล้ว นึกถึงบุคคลที่เขาสูบบุหรี่ ทั้งๆที่เขารู้ว่าโทษมันเป็นยังไงบุคคลเหล่านั้นก็ยังจะสูบ แต่หาวิธีลด ละ เลิก เถอะนะครับ จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองและคนรอบข้างครับ

03 หทัยกาญจน์ เกาะแก้ว
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 17:47:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดัค่ะอาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี คือ หนูได้อ่านดูแล้ว มีความรู้สึกว่า การที่เราจะสามารถเลิก หรือหลีกเลี่ยงบุหรี่นั้น จะต้องเริ่มจากตัวบุคคล ครอบครัว คนรอบข้าง ดังเช่น อยากให้โลกใบนี้...ไร้ครัวบุหรี่ มากที่สุดนะค่ะ

03 กิตติพร วงศ์คูณ
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 17:52:47 GMT+0700 (ICT)

03 ชื่อ กิตติพร วงศ์คูณ สวัสดีค่ะอาจารย์ ผศ. วิไล แพงศรี จากที่หูนได้อ่านข้อความอยากให้โลกนีไร้ควันบุหรี่รู้สึกว่าเป็นหัวข้อที่ดีมากๆๆสําหรับคนไม่สูบบุหรีมากๆๆเลยค่ะเพราะมันไม่ดีต่อตัวเองและส่งผลให้คนรอบข้างด้วยไม่ชอบๆมากเลยควันบุหรีเพราะครอบครัวของหูนไม่สูบบุหรีเลย และมีข้อแนะนําให้คนเลิกบุหรีต้องมีจิตใจเข้มแข็งแน่วแน่เพื่อที่จะทําให้ตัวเองพ้นจากโรคต่างๆที่ตามมากับบุหรีคนเราถ้าคิดที่จะเลิกหูนคิดว่าถ้าใครตอนนีที่คิดจะสูบบุหรีขอให้ให้คิดใหม่เพื่อโลกของเรานะค่ะเพื่อน

03 หัทยา พละพงศ์
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 18:02:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ขอแนะนำสำหรับคนที่สนใจจะเลิกบุหรี่ วิธีออกกำลังก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เลิกบุหรี่ได้ เพราะการออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้รู้สึกเบื่อบุหรี่หรือสูบบุหรี่น้อยลง และสามารถเลิกขาดได้ สุดท้ายก็ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ตั้งใจจะเลิกบุหรี่ นะค่ะ

03 วชิรญาณ์ กองตระกูลดี
เขียนเมื่อ Mon Jun 18 2012 18:34:36 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี จากที่หนูได้อ่านบทความแล้ว ทำให้นึกถึงเมื่อตอนเป็นเด็กค่ะ ในตอนนั้นตัวหนูมีโรคประจำตัวซึ่งจะได้กลิ่นของควันบุหรี่ไม่ได้ เมื่อไ้ด้กลิ่นของควันบุหรี่จะทำให้หายใจไม่ออก จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ จึงอยากให้ อยากให้โลกใบนี้ไร้ควันบุหรี่ หรือจำนวนผู้สูบลดน้อยลง เพราะควันบุหรีทำให้เสียสุขภาพค่ะ ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โทษของบุหรี่น่ากลัวมากค่ะ

03 อรดี ลีลาศ
เขียนเมื่อ Tue Jun 19 2012 12:58:47 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูขอบคุณอาจารย์มากนะค่ะที่นำเรื่องราวเกี่ยวกับบุหรี่มาให้อ่าน มีประโยชน์มากค่ะ

04รัตนาภรณ์ แหวนเงิน
เขียนเมื่อ Tue Jun 19 2012 23:01:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ สิ่งที่นำมาาให้อ่านเป็นประโยชน์มากค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้สำหรับผู้ที่อยากเลิกบุหรี่ แต่ทางที่ดีที่สุดอย่าเข้าไปยุ่งกับมันเลยค่ะ

04 จุไรวรรณ มุ่งหมาย
เขียนเมื่อ Wed Jun 20 2012 12:18:33 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ สำหรับสาระดีๆ"สำหรับคนที่เลิกบุหรี่ได้นั้นเป็นบุคคลที่น่าชื่นชม"

เพราะหนึ่งในคนที่สูบนั้นก็เป็นพ่อของหนูเอง หนูเคยอ้อนวอนขอท่านมาหลายครั้งแล้วให้ท่านเลิกสูบบุหรี่ ท่านก็บอกว่าต้องมีอะไรมาแลกสิถึงจะเลิก หนูเลยพูดไปว่าถ้าหนูสอบได้ที่ 1 พ่อเลิกบุหรี่ได้ไหมค่ะ พ่อบอกว่าได้ขอให้สอบได้ก่อนแล้วกัน เมื่อได้ยินคำยืนยันจากพ่อหนูก็ตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือจนถึงตอนหนูเรียนอยู่ ป. 4 หนูสอบได้ที่ 1 ของสายหนูดีใจมากๆๆรีบกลับบ้านไปบอกพ่อกับแม่ และไปทวงสัญญาจากพ่อที่ว่าจะเลิกบุหรี่ วันนั้นพ่อบอกว่าเลิกก็เลิกแต่ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงท่านก็หยิบยาเส้นขึ้นมาม้วนใส่กระดาษสูบอีกและเดินมาบอกหนูว่าพ่อเลิกไม่ได้จริงๆ แต่พ่อขอลดปริมาณการสูบจากเดิมได้ไหม หนูนั่งเงียบไม่ได้ตอบอะไร (แต่ในใจจริงแอบน้อยใจพ่ออย่างมาก) และพูดไปว่าหนูห่วงสุขภาพหรอกถึงขอให้เลิกถ้าพ่อไปรักตัวเองก็แล้วไป เมื่อพ่อได้ฟังเช่นนั้นท่านก็เดินจากไป จากวันนั้นถึงวันนี้พ่อก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ แต่ท่านไม่เคยสูบต่อหน้าหนูอีกเลย เวลาท่านจะสูบท่านก็ไปแอบๆสูบอยู่คนเดียว

แต่น้าของหนูท่านสามารถเลิกบุหรี่ได้ เพราะคำขอร้องจากลูกสาวคนเล็กและกำลังใจจากคนรอบข้าง น้าของหนูท่านเป็นคนติดบุหรี่มากๆคนหนึ่งแต่ท่านสามารถเลิกมันได้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง ลูกสาวของท่านชื่อ นางสาวมาริษา(น้องฝุ่น)เรียนอยู่โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี (นักกีฬามวยปล้ำ) ท่านก็ขอข้อแลกเปลี่ยนเหมือนกัน ลูกสาวก็บอกว่าถ้าไปแข่งกีฬาแล้วได้เหรียญเลิกได้ไหม น้าบอกว่า "ได้" เมื่อปี 53 ที่ผ่านมาน้องฝุ่นไปแข่งมวยปล้ำที่จังหวัดสุพรรณและได้เหรียญทองแดงกลับมาและยังได้เป็นนักกีฬาทีมชาติชุดเล็กอีก สร้างความพอใจและประทับใจให้ท่านเป็นอย่างมากท่านจึงยอมเลิกบุหรี่และเลิกเหล้าพร้อมๆกัน

***เหรียญของลูกช่วยพ่อเลิกบุหรี่ได้***

03 ปริศนา มาลาสาย
เขียนเมื่อ Wed Jun 20 2012 13:26:05 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ วิไล แพงศรี บทความของอาจารย์มีประโยชน์และให้สาระมากเลยค่ะ หนูก็ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังคิดจะเลิกสูบบุหรี่ นะค่ะ

03 วราภรณ์ จันชะนะ
เขียนเมื่อ Wed Jun 20 2012 16:16:22 GMT+0700 (ICT)

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2555 คือ จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ (Tobacco Industry Interference)

03 ศิโรรัตน์ แก้วมงคล
เขียนเมื่อ Wed Jun 20 2012 16:44:35 GMT+0700 (ICT)

ผลเสียที่เกิดจากการสูบบุหรี่

  สารไนโตรเจนออกไซด์ในควันบุหรี่เป็นตัวทำลายเนื้อ

เยื่อในปอดและถุงลมฉีกขาด และรวมตัวเป็นถุงลมขนาดใหญ่

ขึ้น นำไปสู่โรคถุงลมโป่งพอง ผลวิจัยร้อยละ 70 ของผู้ป่วยด้วย

โรคถุงลมโป่งพองระยะสุดท้ายจะเสียชีวิตใน 10 ปี

03 รัตนา ศรีหะจันทร์
เขียนเมื่อ Wed Jun 20 2012 22:59:48 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี จากที่หนูได้อ่านบทความนี้ข้อความนี้มีประโยชน์มากค่ะสามารถนำข้อความนี้เป็นคติเตือนใจ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หยุดยั้งเลิกบุหรี่เพื่อคนที่คุณรัก

02จักรพงษ์ บุญเทียม
เขียนเมื่อ Thu Jun 21 2012 14:45:57 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับได้ยินข่าวเกี่ยวกับบุหรี่แล้วน่ากลัวทั้งที่มันมีโทษต่อร่างกายแต่ทำไมบางคนชอบจังผมอยากให้คนที่สูบบุหรี่เลิกสูบจังโลกนี้จะได้สดใสไร้มลพิษครับ

section 02 ขวัญจิรา มั่นบุญมาก
เขียนเมื่อ Fri Jun 22 2012 12:55:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะอาจารย์ จากที่ได้อ่านบทความแล้วคิดไม่ถึงว่าโทษของบุหรีจะเยอะมากขนาดนี้ น่าสงสารคนที่เขาติดบุหรี นะคะอาจารย์

03 สาธิยา คูณราช
เขียนเมื่อ Fri Jun 22 2012 23:28:33 GMT+0700 (ICT)

อยาให้โลกนี้สดใสไร้ควันบุหรี่ค่ะ

03 ทศพร ท้าวอานนท์
เขียนเมื่อ Sun Jun 24 2012 21:32:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ ผศ.วิไล แพงศรี ผมได้อ่านบทความแล้วก็นึกถึงเพื่อนๆที่เขาสูบบุรี่ผมอยากให้พวกเขาได้รู้โทษของบุรี่นี้บ้า เผื่อเขาดปลี่ยนใจเลินบุหรี่ได้ ถึงเลิกไม่ก็ขอให้เขาลดน้อยลงก็ดี เพราะการสูบบุหรี่นั้นก็มีข้อดีข้อเสียแต่ข้อเสียของมันมากมายเหลือเกิน ถ้าคนใหนที่คิดจะเลิกผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

03 เสาวภา สุภาษร
เขียนเมื่อ Mon Jun 25 2012 09:40:21 GMT+0700 (ICT)

อยากให้โลกนี้ไร้ควันบุหรี่เหมือนกันค่ะเพราะบุหรี่อันตรายต่อตัวคนที่สูบและเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างด้วยค่ะ

04 ลัดดาวัลย์ วงศ์ล้อม
เขียนเมื่อ Mon Jun 25 2012 13:12:33 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ ที่แบ่งบันเนื้อหาดีๆ

04 ปนัดดา ศิลาเหลือง
เขียนเมื่อ Tue Jul 03 2012 09:00:21 GMT+0700 (ICT)

เป็นบทความที่ดีมากคะ อาจารย์ อ่านแล้วได้แง่คิด

03 ปดิวรัดา พรชัย
เขียนเมื่อ Wed Jul 04 2012 15:43:06 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะอาจารย์สำหรับบทความดีๆ ดิฉันคิดว่า....หากโลกนี้หรือแค่ในจังหวัดอุบลฯนี้ไร้ควันบุหรี่คงจะดีไม่น้อยเลยค่ะ

03 เถือง เงียน เวียด
เขียนเมื่อ Wed Sep 12 2012 12:18:22 GMT+0700 (ICT)

ใครก็รู้บุหรี่เป็นสิ่งไม่ดีต่อรางกายมนุษย์แต่ว่าอยากเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าคนสูดไม่มีความตัดสินใจ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์