ศาลปู่ขนมต้ม ที่หน้าโรงเรียนวัดจุฬามณี
ห่างจากทุ่งมะขามหย่อง ประมาณ ๖ กม.ตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ ขึ้นทางเหนือแล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๙ ไปทางอ.ป่าไมก ก็จะถึงทางแยก ทางซ้ายมือเข้าวัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชน"บ้านกุ่ม"ซึ่งที่มีมาแต่กรุงศรีอยุธยาเป็น ราชธานี
ตามประวัติที่เล่าต่อกันมามีว่า นายขนมต้ม เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๒๙๓ ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่บ้านกุ่ม มีพี่สาวคนหนี่งชื่อ เอื้อย นายขนมต้ม ต้องมาอยู่วัดปีกกาหรือวัดจุฬามณีตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบ เนื่องจากพ่อ แม่ และพี่สาวถูกพม่าฆ่าตายหมด เริ่มฝึกชกมวยมาตั้งแต่เป็นหนุ่ม พอเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พ.ศ.๒๓๑๐ ก็ถูกกวาดต้อนไปพม่า
ในพงศาวดารมีข้อความตอนหนึ่งว่า..."เมื่อพระเจ้ามังระโปรดให้ปฏิสังขรณ์และก่อเสริมพระเจดีย์ชเวดากองในเมืองย่างกุ้งเป็นการใหญ่นั้น ครั้นงานสำเร็จลงในปี พ.ศ.2317 พอถึงวันฤกษ์งามยามดี คือวันที่ 17 มีนาคม จึงโปรดให้ทำพิธียกฉัตรใหญ่ขึ้นไว้บนยอดเป็นปฐมฤกษ์ แล้วได้ทรงเปิดงานมหกรรมฉลองอย่างมโหฬาร ขุนนางพม่ากราบทูลว่า "นักมวยไทยมีฝีมือดียิ่งนัก" พระเจ้ามังระจึงตรัสสั่งให้เอาตัวนายขนมต้ม นักมวยดีมีฝีมือตั้งแต่ครั้งกรุงเก่ามาถวาย พระเจ้ามังระได้ให้จัดมวยพม่าเข้ามาเปรียบกับนายขนมต้ม โดยจัดให้ชกต่อหน้าพระที่นั่ง ปรากฏว่านายขนมต้มชกพม่าไม่ทันถึงยกก็แพ้ถึงเก้าคนสิบคนก็สู้ไม่ได้ พระเจ้ามังระทอดพระเนตรยกพระหัตถ์ตบพระอุระตรัสสรรเสริญนายขนมต้มว่า “คนไทยนี้มีพิษสงรอบตัว แม้มือเปล่ายังเอาชนะคนได้ถึงเก้าคนสิบคน นี่หากว่ามีเจ้านายดี มีความสามัคคีกัน ไม่ขัดขากันเอง และไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว และโคตรตระกูลแล้ว ไฉนเลยกรุงศรีอยุธยาจะเสียทีแก่ข้าศึก ดั่งที่เห็นอยู่ทุกวันนี้.."
อนุสาวรีย์นายขนมต้มที่สร้างใหม่อยู่ใกล้กับศาลเดิม
..ศาลปู่ขนมต้ม..หน้าโรงเรียนวัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
เคยไปบางบาล แต่ไม่เคยไปที่นี่เลยครับ แบบนี้ต้องหาโอกาสไป...ขอบคุณมากครับพี่
ขอบคุณ สำหรับบทความดีๆ นี้นะคะ
กราบนมัสการ ท่านมหาแล
ขอบพระคุณ คุณแสงแห่งความดี
ท่านอาจารย์ ขจิต
ท่านอาจารย์ Somsri
...ที่กรุณาให้ดอกไม้..ผ่านมาแถวอยุธยา
พอมีเวลาเชิญแวะไปเยี่ยมเยียนบ้านเกิดนายขนมต้มนะครับ..วัดจุฬามณีตั้งอยู่ตรงคุ้งน้ำพอดี..กำลังเชิญชวนทำบุญสร้างเขื่อนหน้าวัด...ก็ถือโอกาสนี้บอกบญทุกท่านเลยนะครับ...
มาคารวะพ่อขนมต้มครับ
ขอบพระคุณครับอาจารย์โสภณ
...คารวะพ่อขนมต้มแล้ว...ขอไหว้ครูเลยนะครับ..
ขอส่งท้ายบันทึกนี้ด้วย แชมป์โลกคนแรกของประเทศไทย....เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓.....
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ...
แม่มะขามมีจริงหรือไม่ครับ
ขอบคุณครับ คุณวัชรพงศ์ ที่แวะมาทักทาย....
แม่ช่อมะขาม สาวชาวป่าโมก อ่างทอง เขตติดต่อกับบางบาล อยุธยาครับ...
...ปัจจุบันมีศาลแม่ช่อมะขามอยู่ที่วัดป่าโมกวรวิหาร อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ครับ...
สรุปตามบันทึกนี้..นายขนมต้มอายุ10ขวบพ่อแม่ถูกฆ่าตายโดยพะม่าปี2303.ฝึกมวยที่วัด7ปี..ถูกจับไปพะม่าอายุ17ปี..เป็นเชลยอีก7ปีจึงได้ชกมวยชนะพะม่าหน้าพระที่นั่งอายุ24ปี..ได้รับการปล่อยตัวกลับมาอยุธยาพ.ศ.2317..
ข้อสังเกต..
1.เรื่องราวของนายขนมต้มไม่เคยปรากฏในไทยจนถึงยุค ร.5
2.ชื่อขนมต้มเป็นชื่อที่แปลมาจากภาษาพะม่าเป็นภาษาอังกฤษและน่าจะเป็นสมญานามที่พะม่าเรียกเชลยไทยผู้หนึ่ง(หากนำชื่อนี้ไปเปรียบเทียบกับชื่อที่เรียกผู้ชายไทยในยุคนั้นน่าจะดูแปลกอยู่)
3.คงจะเป็นการยากมากที่เด็กวัดกำพร้าพ่อแม่อยู่วัดตั้งแต่10ขวบจนอายุ17แล้วถูกจับไปเป็นเชลยทำงานหนักอดหยากอีก7ปี จะเก่งกล้าสามารถจนชนะทหารหรือนักมวยหรือครูมวยพะม่าที่มีฝีมือในการชกหน้าพระที่นั่งกษัตริย์พะม่า
4.เชลยที่ถูกจับไปพะม่าแล้วได้รับการปล่อยตัวกลับจะมาอยู่บ้านเดิมโดยไม่ถูกตรวจสอบยิ่งเป็นยุคพระเจ้าตากกรุงธนบุรี..คงยาก..อยุธยาช่วงนั้นเป็นเมืองร้าง..
5.แล้วนายขนมต้มเป็นใครกันแน่???..