สัปปายะสถาบันอุดมศึกษา


          เช้าวันที่ ๑๒ เม.ย. ๕๕ ผมไปถึงสถาบันอาศรมศิลป์ตั้งแต่ ๗ โมงเช้า    แล้วถือโอกาสเสพ สัปปายะจากธรรมชาติโดยรอบซึ่งเกิดจากฝีมือออกแบบภูมิสถาปัตย์ชั้นครู

          วิธีฝึกสติเข้าสัมผัสความงามของธรรมชาติที่ง่ายที่สุดสำหรับผมคือการถ่ายรูป    กล้องถ่ายรูปดิจิตัล ที่ราคาปานกลาง จึงเป็นครูฝึกสติ (และสมาธิ) ของผม    ช่วยให้ใจจดจ่อ และเพ่งจักษุสัมผัสไปยัง micro-world ที่อยู่รอบตัว    ช่วยให้เห็นความงามที่ตามปกติไม่เห็นมากมาย

          ความงามที่ได้จากสภาพการณ์แบบนี้ ต้องมีปัญญาเป็นตัวช่วย   ในภาษา cognitive psychology นี่คือ Long term memory  หรือเรียกให้ง่ายว่าความรู้เดิมหรือพื้นความรู้   ดังเช้านี้ผมเดินไปเห็นดอกไม้สีชมพูสองดอกตกอยู่ที่ทางเดิน   ผมรู้จักดอกทั้งสองว่าคือดอกจิกสวน   ทำให้ผมรู้ว่าต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ริมน้ำในความรกนั้นมีต้น จิกสวนอยู่ด้วย    โดยที่ก่อนหน้านั้นผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้สังเกตใบ   ทั้งๆ ที่ผมได้ถ่ายรูปยอดอ่อนสีชมพู อันงดงามไว้หลายภาพแล้ว    ผมโยงได้ทันทีว่ายอดอ่อนสีชมพูนั้นคือยอดจิกสวน  

          จากดอกจิกสวนสองดอก   ผมจึงเดินหาช่อจิกสวนและได้รูปหลายรูป จากที่มันซ่อนอยู่ในความรก ของต้นไม้   แล้วผมก็เดินสำรวจว่ามีต้นจิกสวนกี่ต้น   ทำให้ได้ภาพยอดอ่อนและช่อดอกจิกสวนอีกหลายภาพ

          เมื่อจิตเข้าสู่ภวังค์หรือสมาธิแห่งความงาม ผมก็เดินสำรวจหามุมถ่ายภาพให้ได้ความงดงามอีกมากมาย

          วันนี้สถาบันฯ จะมีพิธีรดน้ำกรรมการสภาฯ เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์    เจ้าหน้าที่มาจัดสถานที่ แต่เช้า ผมจึงได้รูปเบื้องหลังการตกแต่งสถานที่ และภาพสถานที่จากมุมและแสงเงาที่หลากหลาย    ภาพที่เอามา อวดในวันนี้หากไม่ได้จิตที่เข้าสู่สมาธิเพ่งความงามของธรรมชาติ ผ่านการถ่ายภาพอย่างเพ่งความงาม ภาพจะไม่งามอย่างนี้

          แต่เช้านี้อากาศร้อนอบอ้าว    ผมเดินสำรวจหามุมสัปปายะ คือมีลมโชยบ้างเป็นครั้งคราว    แล้วเอาเก้าอี้ ไปนั่งพิมพ์บล็อก   จนจบย่อหน้าที่แล้ว ก็มีคนเริ่มมาประชุม   จึงต้องละไปทักทายพูดคุยกับกรรมการสภาท่านอื่น และอาจารย์ของสถาบัน

          สัปปายะสถาบันอุดมศึกษาไม่ได้ถือความสบายเป็นเป้าหมายสุดท้าย    เป้าหมายสุดท้ายของสถาบัน อาศรมศิลป์ คือทำหน้าที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาทางเลือก สร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคม   ทั้งเปลี่ยนแปลง สถาบันอุดมศึกษา และเปลี่ยนแปลงสังคมในภาพใหญ่ โดยส่วนที่ลงมือทำเป็นส่วนเล็กๆ    สถาบันอาศรมศิลป์ จึงเป็นสถาบันเล็กๆ ที่ทำงานยิ่งใหญ่

          ตอนพิธีรดน้ำกรรมการสภาและอาจารย์ผู้ใหญ่ ผมจึงอวยพรแก่ทุกท่านที่เข้ามารดน้ำว่า ผมมีพร ๓ ประการ   คือ (๑) ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันอาศรมศิลป์ เพราะ (๒) สถาบันฯ ได้ทำคุณประโยชน์มีคุณค่าต่อสังคมมาก คือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่อุดมศึกษาและบ้านเมือง    ผลงานนี้เป็นของทุกคน จึงควรภูมิใจและมีปิติสุขจากผลงาน    สภาพการทำงานเช่นนี้นำไปสู่   (๓) เกิดการเรียนรู้มาก คนที่เข้าร่วม ขบวนการนี้จึงได้ความรู้ ได้ประสบการณ์มาก   ผมขออวยพรให้ผู้มารดน้ำแต่ละท่าน นำเอาความรู้นี้ไปใช้ต่อ ทั้งในงานและในชีวิตส่วนตัว    จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทั้งในเรื่องงาน และเรื่องชีวิตส่วนตัว    ผมขออวยพรให้ท่านได้รับอานิสงส์นี้   

          โดยย้ำว่า พรนี้ต้องเอาไปปฏิบัติเอง จึงจะได้รับผล   ไม่ใช่รอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้

 

วิจารณ์ พานิช

๑๒ เม.ย. ๕๕

 

ยอดอ่อนของต้นจิกสวน


 

 

 

อีกยอดหนึ่ง


 

 

ช่อดอกจิกสวน


 

 

สระบัว 


 

อีกวิวหนึ่งของสระบัว


 

ทิวไผ่


 

จำปีงามและหอมสดชื่น


 

ดอกไม้ที่ร่วงหล่น


 

สระบัว ถ่ายจากอาคาร


 

อาคารเรียน


 

อีกมุมหนึ่งของอาคาร เจ้าหน้าที่กำลังตกแต่งสถานที่

เพื่อทำพิธีรดน้ำผู้ใหญ่


 

ภาพอาคารที่เป็นสัปปยะสถาน


 

ระบียงกับพุ่มเพกา


 

สระบัว ถ่ายผ่านพุ่งเพกา


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 488091
 เขียน:  
 ดอกไม้:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า