เช้าวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2555

ผมกลับมาถึงบ้านประมาณตีหนึ่งกว่า ๆ...

 

การเดินทางไปประเทศลาว...ผ่านจังหวัดหนองคาย...ถึงประเทศลาว....นครหลวงเวียงจันทร์...วังเวียง...และหลวงพระบาง

การเดินทางขาเข้าไปด้วยรถโดยสาร...ขากลับด้วยเครื่องบินสองใบพัด

เพราะขาเข้าเหน็ดเหนื่อยและสะบักสะบอมด้วย “สี่พันโค้ง” กว่าจะถึงเมืองหลวงเดิม...หนองพระบาง

 

ผมได้ตามหาความฝันของผมในชีวิตอีกอย่างหนึ่งด้วย....ความฝันทำให้ผมมีชีวิตและเติบโตต่อไป

 

ต้องขอบคุณแม่-ภรรยา-ลูกชาย-และพี่น้องทุกคน...ที่ผมเดินทางไปคนเดียวและทิ้งภาระหลายอย่างให้ทุกคนจัดการ

 

แต่ทุกคนก็ส่งกำลังใจให้ผม...ผมรับรู้ผ่านหัวใจกัน เมื่อการเดินทางไปต่างประเทศทุกครั้ง

โทรศัพท์ผมแทบไม่ได้ใช้เพราะค่าบริการแพงมาก...

“เรายืนอยู่ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน...เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้า...เรารับรู้ว่าความคิดถึงมีเต็มเปี่ยมบนท้องฟ้า”

 

 

ผมได้บทเรียนที่มีค่าบทเรียนหนึ่ง คือ ความสำคัญในการเขียนบันทึก เพราะเป็นสิ่งผมเขียนมาด้วยความรัก และป้องกันความทรงจำที่ถูกลืม นอกเหนือจากการถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิตอลราคาถูก

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้ ถึงแม้ทักษะและพรสวรรค์ รวมถึงการขาดการฝึกฝน นั้นคือ การวาดรูปเส้นปากกา

 

ถ้าเป็นการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพมีความสำคัญสำหรับผม คือ ภาพแสดงการจัดวางของพื้นที่ เวลา และบุคคล และทำให้ความหวาดกลัวของบุคคลที่เกี่ยวข้องน้อยกว่าการถ่ายรูป

 

และการเดินทางก็เช่นกัน สิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาในการเดินทาง คือ ความสุขที่เกิดขึ้น...และความเหงาที่จืดจางลง

 

การวาดรูป...ผมวาดไม่สวยเลย แต่เมื่อผมลืมกล้อง...กล้องหมดแบตตารี่....ความอยากวาดรูป...หรือแม้แต่ผมไปสถานที่ที่เข้าห้ามนำสิ่งของทุกอย่างเข้าไป แม้กระทั่งสมุดบันทึก

 

เช่น หอคำ...หอเจ้าชีวิต....หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติลาวหลวงพระบาง

รูปเจ้าชีวิตคนสุดท้ายของลาว...เจ้าศรีสว่างวัฒนา และครอบครัว ที่สวยมากสำหรับผม...เรื่องราวชีวิตของท่านและครอบครัว...ทำให้ผมน้ำตาซึมไม่ได้

การวาดรูปเส้นปากกา....ทำให้ผมบันทึกภาพเหล่านั้นด้วยหัวใจและความทรงจำ

ขอบคุณสำหรับการอ่านถึงบันทึกนี้ของทุกคน..ผมจะพาทุกท่านไปหลวงพระบาทกับผมในตอนต่อ ๆ ไป

 

ขอบใจเจ้า....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทะเลงามยามคิดถึง

ชีวิตจะราบรื่นเมื่อมีอุปสรรค

อุปสรรคคือกำลัง

ความผิดหวังคือบทเรียน