สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

Palliative care และพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 12 /ธัญญาลักษณ์ ยืนยง

Palliative care

จากการประชุมวิชาการ เรื่อง "Palliative care และพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 12" รุ่นที่4 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 ณ.ห้องประชุมราชนครินทร์ อาคารราชนครินทรศรี สภาการพยาบาล

   การดูแลรักษาแบบประคับประคอง   (Palliative Care)

หมายถึงการดูแลทางการแพทย์ การพยาบาลทุกชนิดตามความต้องการของผู้ป่วยที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งการดูแลจะรวมได้ด้วยการดูแลทางด้านจิตใจ สังคมและจิตวิญญาณตามความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัวตลอดช่วงเวลาการป่วยไข้ของผู้ป่วยรวมถึงการดูแลครอบครัวผู้ป่วยหลังการตายของผู้ป่วยการดูแลรักษาแบบประคับประคองมักมุ่งเน้นที่ปีท้ายๆ หรือเดือนท้ายๆ ของชีวิต เมื่อความตายเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ว่าจะต้องเกิดขึ้นในอนาคตไม่ใช่เป็นเพียงแค่มีความเป็นไปได้เท่านั้น การดูแลจึงเป็นเพียงให้การเฝ้าระวังภาวะอารมณ์ที่สื่อออกมาทางกาย รวมถึงความทุกข์ทรมานทางด้านสังคมและจิตวิญญาณซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในขณะนั้น โดยเป็นเรื่องที่ควรจะและสามารถช่วยให้เกิดการบรรเทาได้

       เป้าหมายของการดูแลรักษาแบบประคับประคอง คือ การปรับตัวและบรรเทาความทุกข์ทรมานเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ป่วย มีการสนับสนุนเพื่อให้มีคุณภาพบริการที่ดี โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นโรคอะไร ลุกลามขนาดใด หรือความต้องการ ถึงการรักษารูปแบบอื่น การดูแลรักษาแบบประคับประคองสามารถให้บริการควบคู่ไปกับการบำบัดรักษาเพื่อยืดอายุผู้ป่วยหรือร่วมกับการรักษาหลักของโรคเดิมของผู้ป่วย

 นิยามของการดูแลรักษาแบบประคับประคองขององค์การอนามัยโลก(2002)

 การดูแลรักษาแบบประคับประคอง(WHO, 2002) คือการเข้าถึงเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยและครอบครัวในการเผชิญกับปัญหาด้านการเจ็บป่วยที่คุกคามชีวิต โดยการป้องกันและบรรเทา ความทุกข์ทรมาน ด้วยวิถีทางของการค้นหาและประเมินปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น และให้การบำบัดรักษาอาการปวดและปัญหาอื่นๆ อาทิ ปัญหาด้านร่างกาย จิตสังคม และจิตวิญญาณ

หลักการดูแลรักษาแบบประคับประคอง

-ให้การบรรเทาความปวดและอาการที่ก่อให้เกิดความทุกข์ชนิดอื่น

-คำนึงถึงการมีชีวิต และความตายให้เป็นไปตามกระบวนการปกติของธรรมชาติ

-ไม่ช่วยเร่งหรือเหนี่ยวรั้งการเสียชีวิต

-นำเอาการดูแลด้านจิตใจ และจิตวิญญาณเข้ามารวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ป่วย

 -จัดให้มีถึงระบบสำหรับช่วยเหลือค้ำจุนแก่ผู้ป่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขได้มากสุด

เท่าที่จะกระทำได้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

-จัดให้มีถึงระบบสำหรับการช่วยเหลือค้ำจุนแก่ครอบครัวผู้ป่วย ในการรับมือกับสิ่งต่างๆ ตลอดช่วง

เวลาป่วยไข้ของผู้ป่วยและช่วงเวลาที่โศกเศร้าจากการที่ผู้ป่วยเสียชีวิต

-ใช้ทีมงานในการเข้าค้นหาถึงความต้องการต่างๆ ของตัวผู้ป่วยและครอบครัว รวมถึงการช่วยให้

คำปรึกษาชี้แนะสำหรับช่วงเวลาโศกเศร้าหลังการเสียชีวิตของผู้ป่วย ถ้ามีข้อบ่งชี้

-เป็นมาตรการที่จะช่วยเสริมทางด้านคุณภาพชีวิต และยังมีผลทางบวกในอีกหลายๆ ด้าน ตลอดช่วง

เวลาของการป่วยไข้

 

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐


หมวดที่ ๑ สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ

มาตรา ๑๒
บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้

การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง


ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ มาตรา 12

• ผู้ป่วยที่อยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต สามารถแสดงความประสงค์ที่จะไม่รับบริการทางการแพทย์ เช่น การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เป็นไปเพื่อยืดความเจ็บป่วยทรมานโดยไม่จำเป็น หากแต่ผู้ป่วยยังคงได้รับการดูแลจากแพทย์ พยาบาลตามความเหมาะสมเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและอาการต่าง ๆ 

• บุคคลทั่วไปหรือผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะดี สามารถทำหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 ได้ด้วยตนเอง (กรุณาดูตัวอย่างแบบฟอร์มประกอบ)  แต่ควรปรึกษาหารือกับแพทย์ พยาบาลที่มีความเข้าใจเรื่องนี้  ในกรณีผู้ป่วยเด็กนั้น ควรให้พ่อ แม่ ผู้ปกครองหรือญาติที่ให้การดูแลมีส่วนร่วมในการปรึกษาหารือกับแพทย์

• ผู้ทำหนังสือแสดงเจตนาควรแจ้งให้คนในครอบครัว ญาติมิตร คนใกล้ชิดรับทราบเรื่องการทำหนังสือดังกล่าว

• แพทย์ พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย  เพราะทำด้วยเจตนาดี ตามความประสงค์ของผู้ป่วย และกฎหมายสุขภาพแห่งชาติให้ความคุ้มครองไว้

• แพทย์ พยาบาลควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคหรือสภาพของผู้ป่วยแก่ผู้ป่วยหรือญาติตามความเป็นจริง ไม่ควรปิดบังข้อมูลใดๆ  ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงช่วงเวลาและจังหวะที่เหมาะสม

• สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลควรจัดทำแบบฟอร์มหนังสือแสดงเจตนา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการทำหนังสือแสดงเจตนา

• แพทย์ พยาบาลควรอธิบายขั้นตอนการทำหนังสือแสดงเจตนาดังกล่าวให้ผู้ป่วยหรือญาติทราบ  

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: การดูแลรักษาแบบประคับประคอง 
· หมายเลขบันทึก: 480047
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ดอกไม้:
1
 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น