การจัดการเรียนรู้เรื่อง เพศศึกษา

 เพศศึกษา โรงเรียน การจัดการเรียนรู้ 

การจัดการเรียนรู้เรื่อง เพศศึกษาในสังคมไทยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะวัฒนธรรมในสังคมไทย มองว่าเรื่องเพศ เป็นเรื่องปกปิด ไม่ควรพูด แต่ปัญหาเรื่องเพศนำไปสู่ปัญหาทางสังคมมากมาย เช่น การแท้ง การท้องไม่พึงประสงค์ การฆ่าตัวตาย ทั้งๆที่เป็นปัญหาทุกปัญหามีทางแก้ไขได้ทั้งสิ้น แต่ ณ จุดเวลานั้น ใครจะคาดคิดว่า จะมีคนคิดสั้น แก้ปัญหาด้วยการแลกด้วยชีวิต ในโรงเรียนที่พึงของนักเรียนคือ ครู ดังนั้นครูวิชาชีพ โดยเฉพาะสาขาวิชาสุขศึกษา ควรต้องมีทักษะอย่างไร การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงเป็นเรื่องยาก นอกจากการจำลองเหตุการณ์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การเขียนสะท้อนคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้รู้ที่หลากหลายย่อมจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทักษะอย่างกว้างขวาง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 478760
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 22  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

ครูสุขศึกษาที่จะสอนเรื่องเพศศึกษาได้นั้น อันดับแรกเลยครูจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหานั้นๆอย่างถ่องแท้เพื่อป้องกันการให้ข้อมูลที่ผิดแก่นักเรียน เพราะนักเรียนจะนำความรู้ที่ผิิดไปใช้และจะส่งผลเสียต่อตัวนักเรียนเอง อันดับที่สอง ครูจะต้องติดอาวุธ(เพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆ) อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากทฤษฏีต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะเทคนิควิธีการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้มากที่สุดและสามารถจดจำตลอดจนนำความรู้นั้นไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อันดับสุดท้าย ครูสุขศึกษาสมัยใหม่นั้นจะต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับและเปิดกว้างถึงพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นสมัยนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การยอมรับนั้นก็ต้องว่างอยู่บนความเหมาะสม และให้คำแนะนำนักเรียนในทางที่ถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดนั้นครูจะต้องวางตัวให้นักเรียนเคารพไปพร้อมกับไว้วางใจและเป็นมิตรกับนักเรียน เพราะถ้าหากนักเรียนมีเรื่องที่อยากจะปรึกษา นักเรียนจะได้กล้าเข้ามาปรึกษา เพื่อหาทางแก้ไขที่ถูกต้องและปลอดภัยสำหรับตัวนักเรียนเอง

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Fri Feb 17 2012 16:18:26 GMT+0700 (ICT)

ข้อความที่ถูกบันทึกของลูกศิษย์

จากที่หนูได้เรียนวิชา 074409 ทำให้หนูเข้าใจเรื่องเพศมากขึ้น ทำให้หนูกล้าที่จะพูด ไม่อายเหมือนเมื่อก่อน ได้ทำหน้าที่ครูสอนหน้าห้องเรื่อง การล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งหนูได้แต่งเรื่องสั้น ฝ้ายกับแบงค์ เมื่อนำมาสอน ทำให้ผู้ร่วมกระบวนวิชาสนุกและมีส่วนร่วม ทำให้หนูมั่นใจในศักยภาพของตนเองมากขึ้น ทั้งนี้หนูขอขอบคุณอาจารย์นิ่มอนงค์มากนะค่ะ ที่เปิดกระบวนวิชานี้และให้คำแนะนำหนูมาโดยตลอดบางครั้งอาจารย์ก็ดุบ้าง แต่หนูก็ไม่เคยโกรธที่อาจารย์ดุ มันกลับทำให้หนูคิดอะไรได้หลายๆอย่าง สมัยหนูอยู่ปี1 เคยได้ยินรุ่นพี่บอกว่าอาจารย์นิ่มอนงค์ดุ พอหนูมาเรียนด้วยจริงๆ อาจารย์เป็นคนน่ารัก เป็นตัวของตัวเอง พูดตรง หนูชอบมากค่ะ

จาก: ทิพผกา สาธรรม <gallant_sincere@hotmail.com>

เปี่ยมศิริ
เขียนเมื่อ Fri Feb 17 2012 16:23:53 GMT+0700 (ICT)

ในปัจจุบัน การไม่ได้รับข้อมูลใจความที่สำคัญในเรื่องเพศที่สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หรือขาดการชี้ให้เห็นถึงแนวทางวิธีการมีสัมพันธภาพกับเพื่อนต่างเพศอย่างเหมาะสม สิ่งเหล่านี้จะทำให้วัยรุ่นไทยตกเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อีกทั้งปัญหาที่เกิดจากการขาดความรู้เบี้องต้นทางเพศศึกษาอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่น ๆ อาทิเช่น ปัญหาการทำแท้ง การหย่าร้าง การเป็นมารดานอกสมรส การมีบุตรในวัยเยาว์ รวมถึงการลาออกจากการศึกษา นับได้ว่าเป็นการบ่อนทำลายทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ดังนั้นจะเห็นได้ว่านับวันการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาจะยิ่งมีบทบาทและมีความสำคัญมากขึ้นในสังคมไทย

ในฐานะนักศึกษาวิชาชีพครู ซึ่งจะก้าวไปเป็นผู้ให้ความรู้กับเยาวชนไทยในอนาคต โดยเฉพาะสาขาวิชาสุขศึกษาด้วยแล้วการเรียนการสอนเรื่องเพศ จริงมีความสำคัญอย่างมาก การที่ครูสุขศึกษาจะให้ความรู้แก่เด็กนั้นข้าพเจ้าคิดว่าก่อนอื่นเลยตัวครูเองควรมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องเพศ มีการประพฤติตนอย่างเหมาะสม เช่น การวางตัวต่อเพศตรงข้าม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน เพื่อความน่าเชื่อถือในการสอน นอกจากนั้นครูสุขศึกษาควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ของนักเรียน เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมและใช้เป็นแนวทางในการให้ความรู้ให้เด็กสามารถปรับตัวและยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการประพฤติตนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญการถ่ายทอดความรู้ที่มีเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา วิธีการให้ความรู้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะเห็นได้ว่าคนส่วนมากจะมองเรื่องเพศเป็นเรื่องที่น่าอาย จึงม่ค่อยมีใครออกมาแสดงความสนใจอย่างจิงจัง การแนะนำและให้ความรู้ ครูจึงต้องมีวิธีการที่หลากหลายที่สามารถทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกสนานและคิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ สามารถปรึกษาหรือพูดคุยกับครูได้

ซึ่งจากการเรียนการสอนวิชา การสอนเพศศึกษา ทำให้ได้ทราบถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ ที่หลากหลายทำให้การสอนเรื่องเพศศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่น่าอาย อีกทั้งยังได้รับความรู้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศให้กับเด็กนักเรียนในอนาคตอีกด้วย

เปี่ยมศิริ
เขียนเมื่อ Fri Feb 17 2012 16:27:27 GMT+0700 (ICT)

            ในปัจจุบัน การไม่ได้รับข้อมูลใจความที่สำคัญในเรื่องเพศที่สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน หรือขาดการชี้ให้เห็นถึงแนวทางวิธีการมีสัมพันธภาพกับเพื่อนต่างเพศอย่างเหมาะสม สิ่งเหล่านี้จะทำให้วัยรุ่นไทยตกเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อีกทั้งปัญหาที่เกิดจากการขาดความรู้เบี้องต้นทางเพศศึกษาอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่น ๆ อาทิเช่น ปัญหาการทำแท้ง การหย่าร้าง การเป็นมารดานอกสมรส การมีบุตรในวัยเยาว์ รวมถึงการลาออกจากการศึกษา นับได้ว่าเป็นการบ่อนทำลายทรัพยากรที่สำคัญของชาติ

          ดังนั้นจะเห็นได้ว่านับวันการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาจะยิ่งมีบทบาทและมีความสำคัญมากขึ้นในสังคมไทย ในฐานะนักศึกษาวิชาชีพครู ซึ่งจะก้าวไปเป็นผู้ให้ความรู้กับเยาวชนไทยในอนาคต โดยเฉพาะสาขาวิชาสุขศึกษาด้วยแล้วการเรียนการสอนเรื่องเพศ จริงมีความสำคัญอย่างมาก การที่ครูสุขศึกษาจะให้ความรู้แก่เด็กนั้นข้าพเจ้าคิดว่าก่อนอื่นเลยตัวครูเองควรมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องเพศ มีการประพฤติตนอย่างเหมาะสม เช่น การวางตัวต่อเพศตรงข้าม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน เพื่อความน่าเชื่อถือในการสอน นอกจากนั้นครูสุขศึกษาควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ของนักเรียน เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมและใช้เป็นแนวทางในการให้ความรู้ให้เด็กสามารถปรับตัวและยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการประพฤติตนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญการถ่ายทอดความรู้ที่มีเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา วิธีการให้ความรู้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะเห็นได้ว่าคนส่วนมากจะมองเรื่องเพศเป็นเรื่องที่น่าอาย จึงไม่ค่อยมีใครออกมาแสดงความสนใจอย่างจิงจัง การแนะนำและให้ความรู้ ครูจึงต้องมีวิธีการที่หลากหลายที่สามารถทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกสนานและคิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ สามารถปรึกษาหรือพูดคุยกับครูได้

         ซึ่งจากการเรียนการสอนวิชา การสอนเพศศึกษา ทำให้ได้ทราบถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ ที่หลากหลายทำให้การสอนเรื่องเพศศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่น่าอาย อีกทั้งยังได้รับความรู้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศให้กับเด็กนักเรียนในอนาคตอีกด้วย

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Fri Feb 17 2012 16:45:32 GMT+0700 (ICT)

แนะนำweb DD

เรียน สมาชิก www.teenpath.net www.teenpath.net ขอเชิญอ่านข่าวและบทความจาก www.teenpath.net ๑.ข่าว วัยรุ่นไทยเกินครึ่ง ใช้ถุงยางอนามัย เพราะกลัวท้อง โดย โครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ๒.เรื่องเพศ (สนุกๆ) ในภาษาไทย ตอน ถึงขั้นไพร่ในจังหวัดปฐพี ก็ไม่มีผู้ใดไหว้เมียน้อย โดย ครูหนวด www.teenpath.net เว็บไซต์ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษากับทุกเพศทุกวัย ท่านสามารถนำข้อความในเว็บไซต์ไปตีพิมพ์เผยแพร่ซ้ำได้ โดยอ้างแหล่งข้อมูลจาก www.teenpath.net หรือติดต่อเจ้าหน้าที่โครงการฯ พรรณอุมา อีเมล์ phanuma@path.org หากต้องการบอกเลิกการรับเมล์แจ้งกิจกรรม กรุณาส่งอีเมล์ไปที่ webmaster@teenpath.net ข้อเสนอแนะจากทุกท่านล้วนเป็นประโยชน์ในการพัฒนาของเรา

มาศธัญกาญจน์
เขียนเมื่อ Fri Feb 17 2012 20:06:49 GMT+0700 (ICT)

จากการที่ได้เรียนกระบวนวิชา 074409 เพศศึกษา ทำให้ข้าพเจ้าได้รับรู้สิ่งต่างๆ มากมายที่เป็นความรู้รอบตัวและยังสามารถนำไปประยุกต์ใ้ช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน นอกไปจากนี้ยังได้ทดลองสอนในเรื่องของเพศศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นการสอนครั้งแรกในชีวิตของข้าพเจ้า จึงทำให้มีความตื่นเต้น ไม่มั่นใจ และยังไม่ค่อยกล้าแสดงออกเท่าที่ควร พอเมื่อได้เรียนจบในกระบวนวิชานี้แล้ว ทำให้ข้าพเจ้ามีความกล้าแสดงออก กล้าพูดหน้าชั้นเรียน และมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น และยังได้มีการแลกเเปลี่ยนความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเพศศึกษาในชั้นเรียนอีกด้วย จึงทำให้ข้าพเจ้าเห็นความสำคัญในเรื่องเพศและกล้าที่จะตัดสินใจในเรื่องเพศมากขึ้น

ปณิธิดา
เขียนเมื่อ Sat Feb 18 2012 13:32:03 GMT+0700 (ICT)

จากการที่ได้เรียนกระบวนวิชา 074409 เพศศึกษา ซึ่งการเป็นครูสุขศึกษานั่นถึงว่า มีบทบาทมาให้การให้คำแนะนำ การสอน และให้คำปรึกษาแก่นักเรียน ซึ่งการที่ครูสุขศึกษาจะมีแต่ความรู้เรื่องเพศอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ คงต้องมีวิธีการอธิบายที่ทำให้เด็กเข้าใจ และต้องอธิบายให้อย่างถูกต้อง ซึ่งในการเรียนวิธีนี้ทำให้ดิฉันมีแนวคิดให้การนำสิ่งต่างๆที่ได้เรียนไปสอน เมื่อตนเองต้องไปเป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนในชั้นปีที่ 5 ได้อย่างไม่เขินอายหรือการอธิบายให้นักเรียนได้รับความรู้ที่ถูกต้อง.......

Merita157
เขียนเมื่อ Mon Feb 20 2012 01:12:03 GMT+0700 (ICT)

หลังจากที่ได้เรียนวิชา 074409 เพศศึกษา ดิฉันคิดว่าในการสอนเพศศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการให้การศึกษาทั่วไปแก่เด็ก เพราะวิชาเพศศึกษาได้ให้ประโยชน์ต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกายและทัศนคติต่อเพศ เป็นต้น

อาจารย์สอนให้รู้ว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ คนสมัยก่อนจะไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้กันเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าอาย ส่งผลให้เมื่อเด็กเกิดมีปัญหาอะไรก็ไม่กล้าปรึกษาผู้ใหญ่เพราะอาย ไม่กล้าที่จะพูด จึงอาจตัดสินใจผิดเพราะขาดความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีในเรื่องเพศ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายตามมา อย่างเช่น ปัจจุบันการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกมีอายุเฉลี่ยน้อยลง ปัญหาการท้องที่ไม่พึงประสงค์ ปัญหาการทำเท้งของเด็กนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากการขาดความรู้ในเรื่องเพศศึกษา ทำให้มีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม และเกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย

ในฐานะนักศึกษาชิชาชีพครู และต้องไปประกอบวิชาชีพครูสุขศึกษาในอนาคต ดิฉันคิดว่า ควรสอนวิชาเพศศึกษาตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เพราะเป็นการเตรียมตัวก่อนย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น นักเรียนจะได้มีความรู้และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของ ร่างกาย อารมณ์ และสังคม ตลอดจนการวางตัวที่ดีต่อเพศตรงข้าม นอกจากนี้ดิฉันจะสอนเด็กนักเรียนในช่วงวัยรุ่นถึงปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรว่าจะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ และการป้องกันโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ เพราะบ้างครั้งเราอาจห้ามไม่ให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่เราสามารถบอกให้เด็กได้รู้วิธีการป้องกันได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่น โรคติดต่อ ตั้งครรภ์ หากรู้จักวิธีป้องกัน

อยากจะบอก อาจารย์นิ่มอนงค์ ว่าชอบวิธีการเรียนการสอนของอาจารย์มากคะ เพราะว่าทำให้เราได้คิดเอง ได้เตรียมการสอนและได้เรียนรู้เทคนิควิธีการสอนเพศศึกษาที่หลากหลาย โดยเฉพาะที่อาจารย์ให้ไปหาคำถามเรื่องเพศมาแล้วอาจารย์ก็มาตอบ ทำให้บางเรื่องที่เราไม่รู้ เรื่องที่เราสงสัย เราก็เข้าใจมากขึ้น และสามารถนำไปตอบคำถามนักเรียนได้ หากเราไปฝึกสอนหรือไปสอนจริงในอนาคต

ศรีสุดา
เขียนเมื่อ Fri Feb 24 2012 13:15:55 GMT+0700 (ICT)

จากการที่ข้าพเจ้าได้เรียนกระบวนวิชาเพศศึกษานี้ ทำให้ข้าพเจ้ากล้าที่จะคุยเรื่องเพศกับคนอื่นมากขึ้น ไม่อายเหมือนเมื่อก่อน และได้แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่นในห้องเรียน ทำให้ได้ความรู้เพื่อนำปรับใช้กับยตนเอง และจากการที่ได้ทดลองสอนในห้องเรียนทำให้ข้าพเจ้ามีความมั่นใจมากขึ้น กล้าที่จะคุยกับนักเรียนในชั้นเรียน เพราะการสอนวิชาสุขศึกษา (เพศศึกษา) เป็นเรื่องที่ครูต้องสอนในเนื้อหาที่ถูกต้อง ถ้าครูผู้สอนยังมีความเขินอายที่จะพูดก็จะทำให้ลูกศิษย์ได้รับข้อมูลที่ผิดและจะเกิดความเข้าใจผิดในเรื่องเพศมากขึ้น ซึ่งจากการได้ทดลองสอนในชั้นเรียนในครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่าจะพูดอย่างไร จะควบคุมชั้นเรียนได้อย่างไร เพื่อนำไปใช้ในชั้นเรียนจริง ๆ ที่ข้าพเจ้าต้องไปเจอตนฝึกสอน หรือประกอบอาชีพจริงในอนาคต

Watcharapong
เขียนเมื่อ Fri Feb 24 2012 22:42:19 GMT+0700 (ICT)

การเรียนการสอนวิชาเพศศึกษาและเพศภาวะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนมองว่า ครูสุขศึกษาต้องเก่งและเชี่ยวชาญด้านนี้ ตอนแรกๆไม่กล้าที่จะพูดคุยเรื่องเพศแต่เมื่อเรียน สอน ทำกิจกรรมต่างๆแล้ว ทำให้รู้สึกว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องปกติ ทุกคนต้องเรียนรู้ ทุกคนต้องศึกษาซึ่งกันและกัน โดยกระบวนการเรียนการสอนอาจารย์ให้ทำการสอนด้วยตนเอง คนละเรื่อง ทำให้ได้ฝึกประสบการณ์การสอนเพศศึกษา ซึ่งการสอนด้วยนักศึกษากันเองทำให้ทุกคนเปิดเผยมากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ดีและได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้อาจารย์ยังเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนที่ไม่มีใครสอน ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมอย่างเต็มเนื้อหา สามารถนำประสบการณ์ไปปรับใช้ในการฝึกสอนต่อไป ขอบคุณอาจารย์ที่ถ่ายทอดความรู้ผ่านกระบวนการเรียนด้วยตนเอง และความรู้จากประสบการณ์ของอาจารย์ในการทำงาน ประสบการณ์จริงของอาจารย์ ทำให้เห็นภาพชัดเจนและกระจ่างแจ้งขึ้น ขอบคุณครับ

วัชรพงศ์ หอมนาน

500210175

chitisak
เขียนเมื่อ Mon Feb 27 2012 00:30:59 GMT+0700 (ICT)

ข้าพเจ้าเชื่อว่าครูสุขศึกษาทุกคนต้องได้ตอบคำถามที่ว่า" เป็นครูสุขศึกษาเพราะชอบเรื่องเพศศึกษาหรือใช่หรือไม่ " ซึ่งแน่นอนว่าคำถามนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเรื่องเพศศึกษาในความคิดหรือค่านิยมของคนทั่วไปมองว่าครูสุขศึกษาสามารถพูดถึงเรื่องเพศโดยได้รับการยอมรับจากสังคมไทยว่าไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือมีพฤติกรรมที่หมกมุ่นในเรื่องเพศ แต่หากบุคคลได้ที่ไม่ได้เป็นครูสุขศึกษาหรือบุคคลากรทางด้านสาธารณสุข เมื่อพูดถึงเรื่องเพศจะถูกมองว่าไม่เหมาะสมและเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ดังนั้นการสอนเรื่องเพศศึกษาในโรงเรียนหรือในหน่วยงาน ชุมชน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนให้คนกล้าที่จะพูดถึงปัญหาทางเพศให้มากขึ้น มีการวางตัวต่อเพศตรงข้างอย่างเหมาะสม เพราะการมีการจัดการในเรื่องเพศที่เหมาะสม จะทำให้ไม่เกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่น ปัญหาตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์นักเรียน วัยรุ่น ปัญหาการทำแท้ง ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสสัมพันธ์ ดังนั้นการให้ความรู้ในเรื่องเพศศึกษาจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสาระการเรียนรู้อื่นๆ

อานุภาพ
เขียนเมื่อ Mon Feb 27 2012 14:05:43 GMT+0700 (ICT)

ในความคิดของผม ผมมองว่าเรื่องเพศนั้นเป็นเรื่องที่ สำคัญต่อรัยรุ่นมาก และ การให้ความรู้ในเรื่องเพศศึกษาต่อนักเรียน

ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำและส่งเสริม เพราะ ปัญหาเรื่องเพศ ในปัจจุบัน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาของสังคมอยู่ในขณะนี้ อันดับแรกที่เห็นอยู่บ่อยๆ ก็คือ การทำแท้ง ซึ่งปัญหานี้เราจะเห็นได้ถามข่าว อยู่เป็นประจำ นั้นหมายความว่า นักเรียน หรือวัยรุ่นของประเทศไทย ยังขาดความตระหนักถึงผลเสียของการมีเพศสำพันธ์ก่อนวัยอันควร และ ยังขาดความรู้ในเรื่องของเพศษศึกษา และ สิ่งเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของ "ครูสุขศึกษา" ที่จะให้ความรู้ในเรื่องเพศศึกษาแก่เยาวชนเหล่านี้ เพื่อให้ได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของปัญหาในเรื่องเพศ

จากการที่ได้เรียนเรื่องเพศศึกษา เพราะฉนั้น ในความคิดของผม คือ การที่ได้รับความรู้จากการเรียนใน วิชานี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก ในอนาคตของคนที่จะไปเป็นครูสุขศึกษา คนที่จะให้ความรู้ในเรื่องเพศศึกษาของ เยาวชนเพื่อที่จะลดปัญหา ต่างๆในเรื่องเพศ ให้ลดน้อยลงจากสังคม

นายอานุภาพ พุทธปวน 520210164

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Tue Feb 28 2012 10:41:53 GMT+0700 (ICT)

การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของชายไทย

ความสัมพันธ์ระหว่างเพศมีความสำคัญมีคือ เพื่อตอบสนองความต้องการทางจิตวิทยา ด้านชีวภาพและด้านสังคม ด้านจิตวิทยาการมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศจะช่วยให้เกิดความพึงพอใจเพราะได้ชดเชยในสิ่งที่ตนขาด ทางด้านชีวภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างเพศจะเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ เพื่อการดำรงรักษาเผ่าพันธ์ของตนเองและด้านความต้องการทางด้านสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งที่ถูกกำหนดโดยสังคม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นมนุษย์จึงต้องปฏิบัติตามบรรทัดฐานที่สังคมกำหนดไว้ จึงจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ภาวะเงื่อนไขที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างเพศได้แก่ อิทธิพลจากต่อมไร้ท่อในร่างกาย อิทธิพลทางสังคมเป็นภาระที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดรูปแบบการตอบสนองทางเพศ โดยสังคมทั่วไปมุ่งหวังที่จะให้เพศหญิงอยู่ในกรอบแห่งวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัดกว่าเพศชาย ตลอดจนสื่อมวลชน ภาพยนตร์ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ฯลฯ นับว่ามีส่วนเร้าให้วัยรุ่นได้เรียนรู้ การปรับปรุงบทบาทของเขา โดยพยายามที่จะพิจารณาตัวเองให้เป็นหนึ่งเกี่ยวกับผู้ที่เขานิยมยกย่องเช่น นักร้อง นักแสดง เป็นต้น อายุของการมีวุฒิภาวะทางเพศ วุฒิภาวะทางเพศจะเป็นตัวเร่งให้วัยรุ่นเกิดความสนใจเพศตรงข้าม เด็กที่ย่างเข้าสู่วุฒิภาวะทางเพศเร็วกว่าย่อมมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศก่อนผู้ที่ย่างเข้าสู่วุฒิภาวะทางเพศช้า โอกาสการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ “โอกาส”เป็นภาวะที่สำคัญอย่างหนึ่ง เด็กที่มีเพื่อนต่างเพศมากอย่างเพียงพอและเหมาะสม ย่อมมีโอกาสดีกว่ามีเพื่อนต่างเพศไม่กี่คน หรือเด็กที่ได้รับการสนับสนุนและได้รับการเสนอที่ดีจากพ่อแม่ผู้ปกครองย่อมมีโอกาสในการเรียนรู้ที่จะปรับตัวและแก้ปัญหาต่างๆได้ดีกว่า(ประสาท อิศรปรีดา, 2523)

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Wed Feb 29 2012 22:57:21 GMT+0700 (ICT)

ระดับความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้าม แบ่งได้เป็น 5 ขั้นคือขั้นที่ 1 การนัดพบที่ยังไม่มีจิตใจผูกพันรักใคร่เป็นพิเศษ เป็นขั้นเริ่มต้นที่รู้จักกัน ขั้นที่ 2 การนัดพบที่เริ่มมีจิตผูกพันสนใจ แต่ยังไม่ถึงกับรัก ขั้นที่ 3 การนัดพบที่เริ่มต้นจะรัก ขั้นที่ 4 การนัดพบตามลำพังสองต่อสอง และได้มีความรักเกิดขึ้น และขั้นที่ 5 ขั้นสุดท้ายมีความรักความผูกพันที่ยอมรับซึ่งกันและกัน (Muuss, 1990:236)

ความรักเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมนุษย์ได้แสดงความรู้สึกในความสัมพันธ์ต่อทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ความรักเป็นความผูกพันทางใจอย่างหนึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ ซึ่งสุชาติ โสมประยูร กล่าวถึงอานุภาพของความรักว่าย่อมนำมาซึ่งความอบอุ่นใจ ความสำเร็จและความสุขใจในชีวิตของคนเราได้(สุชาติ โสมประยูรและสุวรรณี โสมประยูร, 2531 )พฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นจากขั้นตอนที่จัดลำดับไว้น้อยที่สุดไปยังมากที่สุดของการสนิทสนมดังนี้คือ ไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวกัน มีการจูบหน้าผาก จับมือ หอมแก้ม มีการโอบกอดและการจูบเล็กๆแต่บ่อยครั้ง มีการกอดรัด มีการกอดรัดหนักแน่น มีการสำเร็จความใคร่ให้กันและกันและมีการร่วมเพศในที่สุด

จากผลการศึกษาพบว่า ใน 3 ขั้นตอนแรกวัยรุ่นชายยอมรับและคาดว่าจะเกิดพฤติกรรมการกอด การจูบและอื่นๆในแต่ละขั้นตอนมากกว่าวัยรุ่นหญิงและวัยรุ่นชายมีความคาดหวังว่าจะมีโอกาสร่วมเพศในไม่ช้า หลังจากได้มีโอกาสไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสอง ความสัมพันธ์ทางเพศ ผู้ชายมีข้อแตกต่างจากผู้หญิงในเรื่องนี้คือ ผู้ชายอาจข้ามขั้นที่ 2 ไปได้คือ มีมิตรภาพและนำสู่ไปความสัมพันธ์ทางเพศโดยไม่มีความรักได้

แต่ส่วนผู้หญิงนั้นจะเป็นไปตามลำดับขั้นคือ การที่จะมีเพศสัมพันธ์ต้องมีความรัก ในเรื่องนี้มีการกล่าวอยู่เนืองๆว่า ผู้หญิงคิดว่าผู้ชายจูบตนเพราะความรัก แต่แท้จริงแล้วผู้ชายอาจทำไปเพื่อความต้องการความพอใจ ถูกใจเท่านั้น ไม่ได้มีความรัก ความสัมพันธ์ทางเพศของวัยรุ่นระยะนี้จะมีความหมายแตกต่างกันไป หญิงมักใฝ่หาความรักที่มั่นคงจริงจัง ฝ่ายชายมักต้องการหาประสบการณ์

เมื่อหญิงและชายมีแนวคิดที่แตกต่างกันในสองมาตรฐานเช่นนี้ ส่วนหนึ่งจึงเป็นการชักจูงไปยังการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงขายบริการทางเพศ ซึ่งปัจจุบันเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์อย่างมาก

นางสาว จุไรรัตน์ สวนต๊ะ
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2012 01:34:41 GMT+0700 (ICT)

เมื่อมีคำถามว่าเป็นครูสอนวิชาอะไร และเมื่อเราตอบไปว่าวิชาสุขศึกษา ทุกคนจะถามต่อมาว่า ได้สอนเรื่องเพศศึกษาใช่ไหม

แสดงว่าเมื่อพูดถึงครูสุขศึกษา ทุกคนจะเชื่อมเกี่ยวไปถึงการสอนเรื่องเพศศึกษาเสมอ แสดงว่าทุกคนให้ความสำคัญเรื่องเพศ

ซึ่งเมื่อเรียนกระบวนวิชา 074409 นี้แล้ว ทำให้เราสามารถพูดคุยเรื่องเพศได้ เหมือนเรื่องปกติทั่วไป สามารถทำให้เราสามารถตอบเกี่ยวกับเรื่องเพศได้โดยไม่เขินอาย กล้าตอบเมื่อมีคนถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราไปเป็นครูสอนนักเรียน เราต้องสามารถตอบคำถามนักเรียนได้เมื่อนักเรียนสงสัย และการเรียนกระบวนวิชานี้ยังได้ให้่ทดลองสอนเรื่องเพศศึกษา ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมกระบวนวิชา และจากอาจารย์ โดยที่อาจารย์ได้เพิ่มเติมเนื้อหา และเรื่องราวต่างๆ ซึ่งทำให้เราได้มุมมองที่กว้างขึ้น และสามารถนึกภาพตามที่อาจารย์อธิบายได้

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์นิ่มอนงค์ ที่ได้เปิดกระบวนวิชาและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในลักษณะนี้ ทำให้ดิฉันได้รับประสบการณ์ในการทดลองสอน และได้ความรู้ในหลายๆด้าน ทำให้มีความพร้อมที่จะไปฝึกสอนในปีการศึกษาต่อไป อีกทั้งยังสามารถนำไปปรับใช้สำหรับการเป็นครูได้ในอนาคต

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Fri Mar 02 2012 18:15:40 GMT+0700 (ICT)

ดังกล่าวข้างต้นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้ามมักนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเป็นจุดเริ่มต้นของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งต่อๆไป ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าอายุแต่งงานของคนไทยทั้งชายและหญิงสูงขึ้น การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุยังน้อย ทำให้เวลาแห่งความเป็นอิสระในการมีเพศสัมพันธ์ยาวนานออกไป จึงมีโอกาสเปลี่ยนคู่นอนในการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานมากขึ้น ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุยังน้อย ทำให้เวลาแห่งความเป็นอิสระในการมีเพศสัมพันธ์ยาวนานออกไป โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกกับบุคคลที่มิใช่คู่สมรสหรือคาดว่าจะเป็นคู่สมรสจึงมีโอกาสเปลี่ยนคู่นอนก่อนแต่งงานมากขึ้น ในสังคมไทยเป็นที่ยอมรับว่าผู้ชายเป็นผู้นำทางเพศและมีรายงานการศึกษาที่ยืนยันว่าผู้ชายไทยมีประสบการณ์ทางเพศมากกว่าเพศหญิงในกลุ่มอายุเดียวกัน แม้ว่าจะมีรายงานการศึกษามากมายให้ความสนใจในเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาแบบ Cross Sectional Study จากการทบทวนรายงานการศึกษาเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของชายไทยได้ข้อค้นพบที่ใกล้เคียงกันทั้งที่มีความแตกต่างเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย กลุ่มเป้าหมายและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์รวมทั้งพื้นที่การศึกษา ซึ่งจากการศึกษาต่างๆ ดังกล่าว ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบเพื่อดูแนวโน้มการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอย่างต่อเนื่องได้ชัดเจนนัก

แต่จากการทบทวนวรรณกรรมพบมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ ของ Thongthai & Guest, 1995ได้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ทางประชากรคือ การศึกษาตามรุ่นปี(Cohort Study) วิเคราะห์ข้อมูลตามรุ่นปีที่เกิด ทำให้เห็นรูปแบบแนวโน้มของการมีสัมพันธ์ครั้งแรกของชายไทยได้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ตามรุ่นปีที่เกิดยังไม่สามารถเชื่อมโยงพฤติกรรมกับสถานการณ์ที่เป็นจริงทางสังคมได้ ผลจากการพัฒนาประเทศโดยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับแรก (พ.ศ. 2513-2515) จนถึงแผนพัฒนาฉบับที่เจ็ด (พ.ศ. 2535-2539) ในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ และโครงสร้างทางสังคมอย่างรวดเร็ว เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมทำให้เกิดการย้ายถิ่นจากชนบทสู่เมือง รวมทั้งอารยธรรมตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในสังคมไทย รูปแบบการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ชายหญิงมีอิสระเสรีในการติดต่อคบหากันมากขึ้น การมีสถานบริการทางเพศและสถานเริงรมย์รูปแบบใหม่ๆที่ส่งเสริมความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง โดยเฉพาะสื่อมวลชนแขนงต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์หรือสิ่งตีพิมพ์ต่างๆที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวข้องกับเรื่องรักใคร่ การมีคู่รัก การแสดงซึ่งความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างชายหญิงและการได้เห็นแบบอย่างตามกระแสอารมณ์และสังคมเหล่านี้ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นและผลักดันให้มีเพศสัมพันธ์ได้

Phumin155
เขียนเมื่อ Sun Mar 04 2012 22:11:18 GMT+0700 (ICT)

จากที่ได้เรียนวิชาเพศศึกษา ทำให้ผมมีความรู้ และได้ข้อคิดต่างๆมากมายจากอาจารย์ และสามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนได้ในอนาคต โดยควรสอนให้นักเรียนรู้ว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายในการเรียนวิชาเพศศึกษา สอนนักเรียนตั้งแต่การเปลี่ยนเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น การปรับตัวต่อเพศตรงข้าม รวมถึงการวางตัวให้เหมาะสม สอนเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ รวมถึงบอกถึงปัญหาต่างๆในการมีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควร

ขอขอบคุณอาจารย์ที่ให้ผมได้ลองสอนวิชาเพศศึกษาหน้าห้องเรียน ทำให้ผมมีประสบการณ์ในการสอน และได้รับคำติชมจากเพื่อนๆ ทำให้ผมสามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคตต่อไป

Phumin155
เขียนเมื่อ Sun Mar 04 2012 22:12:51 GMT+0700 (ICT)

จากที่ได้เรียนวิชาเพศศึกษา ทำให้ผมมีความรู้ และได้ข้อคิดต่างๆมากมายจากอาจารย์ และสามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนได้ในอนาคต โดยควรสอนให้นักเรียนรู้ว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่เรื่องน่าอายในการเรียนวิชาเพศศึกษา สอนนักเรียนตั้งแต่การเปลี่ยนเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น การปรับตัวต่อเพศตรงข้าม รวมถึงการวางตัวให้เหมาะสม สอนเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ รวมถึงบอกถึงปัญหาต่างๆในการมีเพศสัมพันธุ์ก่อนวัยอันควร

ขอขอบคุณอาจารย์ที่ให้ผมได้ลองสอนวิชาเพศศึกษาหน้าห้องเรียน ทำให้ผมมีประสบการณ์ในการสอน และได้รับคำติชมจากเพื่อนๆ ทำให้ผมสามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคตต่อไป

นายภูมินทร์ เกิดศรี 5202010155

aoffy
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2012 01:15:23 GMT+0700 (ICT)

จากการเรียนเพศศึกษา 074409 ต้องขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.นิ่มอนงค์ งามประภาสม ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา รวมถึงการเป็นครูที่ดีในการสอนวิชาเพศศึกษาในโรงเรียน ทำให้ดิฉันรู้ว่าการที่จะเพศศึกษา ทำให้ดิฉันรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นครูสุขศึกษาที่ดีได้นั้นจะต้องเริ่มต้นจากครูผู้สอนไม่ควรอายเวลาสอนเรื่องเพศ พยายามพูดด้วยท่าทีสงบ เป็นกลาง เตรียมคำพูดล่วงหน้า และฝึกฝนให้คล่องด้วยตนเอง ไม่แสดงความรู้สึกด้านลบ เมื่อเด็กแสดงความสนใจเรื่องเพศ ควรเปิดใจกว้าง คิดเสมอว่าถ้าเขาอยากรู้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา การให้เขารู้อย่างถูกต้องไม่มีผลเสีย ดีกว่าให้เขารู้จากแหล่งอื่นซึ่งมีโอกาสเรียนรู้แบบผิดๆได้ ผู้สอนควรมีความรู้ทางเพศอย่างถูกต้อง ควรสนใจ หาความรู้หรือสอบถามจากผู้รู้ หนังสือ หรือสื่อที่มีคุณภาพดี การหาความรู้เรื่องนี้ทำให้พ่อแม่มีทัศนคติที่เป็นกลางกับเรื่องเพศ และรู้จักสื่อที่เหมาะสม ควรเลือกสื่อที่ง่าย ให้ความรู้ถูกต้อง เหมาะกับวัย ไม่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ พ่อแม่สามารถหาความรู้จากหนังสือ วีดิโอ ซีดี ฯลฯ ควรอ่านให้เข้าใจก่อน ถ้าจะนำไปสอน ควรวางแผนในใจว่าจะสอนอย่างไร ใช้คำพูดแบบใดจึงจะเหมาะสม คิดล่วงหน้าไว้ก่อนว่าเด็กอาจสงสัยเรื่องใด เพื่อเตรียมตอบคำถามง่ายๆของเด็กอยากรู้ บางครั้งอาจแนะนำให้เด็กเอาหนังสือไปอ่านก่อนล่วงหน้า แล้วค่อยมาพูดคุยกันตอนหลัง ให้เด็กเตรียมคำถามที่สงสัยมาคุยกัน คำถามใดที่ตอบไม่ได้ ให้บอกตรงๆว่าไม่รู้ แต่จะไปถามใครที่รู้มาบอกภายหลัง หรือให้เด็กลองค้นหาคำตอบด้วยตัวเองไปก่อนจากสื่อที่มีอยู่ และที่สำคัญครูผู้สอนควรให้ความรู้อย่างถูกต้อง ไม่ควรบ่ายเบี่ยง หลอกเด็ก หรือพูดให้เด็กเข้าใจผิด ถ้ารู้ว่าเขาเข้าใจผิดควรรีบแก้ไขทันที

นางสาว ธันชนก แสงศรี

รหัสนักศึกษา 510210169

สาขาวิชาสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ

aoffy
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2012 01:21:17 GMT+0700 (ICT)

จากการเรียนเพศศึกษา 074409 ต้องขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.นิ่มอนงค์ งามประภาสม ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษา รวมถึงการเป็นครูที่ดีในการสอนวิชาเพศศึกษาในโรงเรียน ทำให้ดิฉันรู้ว่าการที่จะสอนเพศศึกษาและการเป็นครูสุขศึกษาที่ดีได้นั้นจะต้องเริ่มต้นจากครูผู้สอนไม่ควรอายเวลาสอนเรื่องเพศ พยายามพูดด้วยท่าทีสงบ เป็นกลาง เตรียมคำพูดล่วงหน้า และฝึกฝนให้คล่องด้วยตนเอง ไม่แสดงความรู้สึกด้านลบ เมื่อเด็กแสดงความสนใจเรื่องเพศ ควรเปิดใจกว้าง คิดเสมอว่าถ้าเขาอยากรู้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา การให้เขารู้อย่างถูกต้องไม่มีผลเสีย ดีกว่าให้เขารู้จากแหล่งอื่นซึ่งมีโอกาสเรียนรู้แบบผิดๆได้ ผู้สอนควรมีความรู้ทางเพศอย่างถูกต้อง ควรสนใจ หาความรู้หรือสอบถามจากผู้รู้ หนังสือ หรือสื่อที่มีคุณภาพดี การหาความรู้เรื่องนี้ทำให้พ่อแม่มีทัศนคติที่เป็นกลางกับเรื่องเพศ และรู้จักสื่อที่เหมาะสม ควรเลือกสื่อที่ง่าย ให้ความรู้ถูกต้อง เหมาะกับวัย ไม่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ พ่อแม่สามารถหาความรู้จากหนังสือ วีดิโอ ซีดี ฯลฯ ควรอ่านให้เข้าใจก่อน ถ้าจะนำไปสอน ควรวางแผนในใจว่าจะสอนอย่างไร ใช้คำพูดแบบใดจึงจะเหมาะสม คิดล่วงหน้าไว้ก่อนว่าเด็กอาจสงสัยเรื่องใด เพื่อเตรียมตอบคำถามง่ายๆของเด็กอยากรู้ บางครั้งอาจแนะนำให้เด็กเอาหนังสือไปอ่านก่อนล่วงหน้า แล้วค่อยมาพูดคุยกันตอนหลัง ให้เด็กเตรียมคำถามที่สงสัยมาคุยกัน คำถามใดที่ตอบไม่ได้ ให้บอกตรงๆว่าไม่รู้ แต่จะไปถามใครที่รู้มาบอกภายหลัง หรือให้เด็กลองค้นหาคำตอบด้วยตัวเองไปก่อนจากสื่อที่มีอยู่ และที่สำคัญครูผู้สอนควรให้ความรู้อย่างถูกต้อง ไม่ควรบ่ายเบี่ยง หลอกเด็ก หรือพูดให้เด็กเข้าใจผิด ถ้ารู้ว่าเขาเข้าใจผิดควรรีบแก้ไขทันที

นางสาว ธันชนก แสงศรี

รหัสนักศึกษา 510210169

สาขาวิชาสุขศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Mon Mar 05 2012 16:39:34 GMT+0700 (ICT)

หมดเขตส่งงานวันที่ 7 มีค55

บาคาร่าออนไลน์
IP: xxx.207.105.157
เขียนเมื่อ Wed Apr 17 2013 15:11:46 GMT+0700 (ICT)
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์