สมาชิก
แลกเปลี่ยน

บันทึก ปัญหาการเขียนเชิงวิชาการจากการตรวจ Take home test ในรายวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย

 ปัญหาที่พบและ แนวทางแก้ไข 

บันทึกชิ้นนี้ เขียนขึ้นเพื่อสรุปบทเรียนปัญหาการเขียนตอบแบบทดสอบรายวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย ของนิสิตภาคพิเศษในรายวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย โดยทำการสรุปปัญหาที่พบออกเป็น 9  ปัญหา และจะนำเสนอคำแนะนำในการเขียนตอบปัญหากฎหมายไปพร้อมๆ กับการนำเสนอปัญหาทั้งหมด

จากการอ่านงานเขียนของนิสิตทั้ง 61 คน ครูพบปัญหาดังนี้

1.ไม่มีการเกริ่นนำIntro หรือ เขียนเกริ่นนำไม่เป็น ครูขอเสนอข้อแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับการเขียนตอบโจทย์บรรยายทางกฎหมาย ดังนี้

  การเกริ่นนำ การเกริ่นนำหรือการเขียน Introduction มีวัตถุประสงค์ สองส่วน คือ บอกว่าในบทความ(คำตอบ) จะพูดเรื่องอะไร และมีเค้าโครงการนำเสนออย่างไร ในบางครั้งนิสิตหลายคนเขียนเกริ่นนำมาแต่กว้างเกิน และไม่เกี่ยวกับประเด็นที่จะนำเสนอ ทำให้เสียเวลาและพื้นที่ในการเขียนไป

2.ขาดสรุป บทสรุป แบบส่วนที่จำเป็นว่า สรุปรวมแล้วมีข้อค้นพบอะไรบ้าง

3. การนำเสนอตัวอย่าง การนำเสนอตัวอย่างในความเห็ฯของผม เห็นว่าในงานเขียนทางวิชาการนั้นการยกตัวอย่างมีวัตถุประสงค์สองส่วน คือ เพื่ออธิบายหลักการ หรือบางสิ่งในบทความให้ชัดเจนขึ้น และ สอง เพื่อสนับสนุนข้อกล่างวอ้างในบทความ  ดังนั้นการยกตัวอย่างจึงไม่ควรยกพร่ำเพื่อ แต่ ต้องเป็นการยยกตัวอย่างโดยมีวัตถุประสงค์ มิฉะนั้นจะเสียเวลาในการเขียนไปโดยเปล่าประโยชน์

4.ภาษา  นิสิตควรใช้ภาษาที่สั้นกระชับและชัดเจน โดยยึดหลักว่าการเขียนแต่ละประโยคต้องเขียนให้ผู้อ่านทราบว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ไม่ควรใช้ประโยคปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ

5. คำบางคำเป็นคำศัพท์เฉพาะ ความจำให้ได้เช่น ปรมาตมัน  อาตมัน  จักรวรรดิวัตร  ทศพิธราชธรรม   และพบว่าหลายครั้งนิสสิตมีปัญหาเรื่องการใช้ตัวสะกด และตัวการรันต์  เช่น ศาสนา มิใช่เขียนว่า สาดสนา คัมภีร์มิใช่ คัมภีย์  ธรรมสาตรมิใช่ ธรรมสาคร

6.ความเข้าใจหลักกฎหมายที่คราดเคลื่อน เช่น คัมภีร์มานวธรรมสาตร เป็นกฎหมายโบราณของอินเดียจัดอยู่ในประเภท งานเขียนที่เรียกว่าธรรมสาตร ( ธรรมสาตรอินเดียมีหลายฉบับ แต่ฉบับที่พูดถึงในรายวิชานี้ คือ มานวธรรมสาตร) ที่จริงคัมภีร์สำคัญของอินเดียนอกจากมีธรรมสาตรแล้ว ยังมีธรรมสูตรอีก  ซึ่งหนังสือสองประเภทนี้ต่างกันที่ช่วงเวลาในการแต่งโดยธรรมสาตรจะใหม่กว่าธรรมสูตร

7. อัคคัญญสูตร เป็นพระสูตรหนึ่งใน พระสุตันตปิฎก  (พระสุตันตปิฎก คือ พุธพจน์ พระสูตร หรือกล่าวง่ายๆ ว่าเป็นคำบรรยายหรืออธิบายธรรมต่างๆ ที่พระพุทธเจ้าตรัสให้เหมาะกับบุคคลและโอกาส) อัคคัญญสูตรมิใช่ส่วนหนึ่งของจักรวาลวิทยา แต่เนื้อหาของอัคคัญญสูตรเกี่ยวข้องกับจักรวาลวิทยา คือ เนื้อหาบางส่้วนของอัคัญญสูตรเกี่ยวกับการกำเนิดโลกและผู้ปกครอง ซึ่งการจะเข้าใจเนื้อหาส่วนนี้ได้นั้นจำเป็นจะต้องมีองค์ความรู้หรือเข้าใจจักรวาลวิทยาแบบพุทธก่อน

8. สวนไตรภูมิพระร่วง หรือ เตภูมิกถานั้น เป็นวรรณกรรมไทยมีหลายฉบับ ฉบับที่รู้จักกันมากที่สุดคือฉบับพญาลิไท ซึ่งกล่าวถึงเรื่องจักรวาลวิทยาไว้ละเอียดกว่าในพระไตรปิฎก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับอัคคัญญสูตร จึงอาจกล่าวได้ว่าไตรภูมิ พระร่วงเป็ฯปกรณ์ หรือคำอธิบายพระไตรปิฎก 

9. คัมภีร์พระธรรมศาสตร์ เป็นคัมภีร์เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง และกฎหมายในแบบพุทธที่รับอืทธิพลมาจากคัมภีร์มานวธรรมสาตรของอินเดีย แต่ได้มีการดัดแปลงอย่างมากให้เข้าหับสังคมวัฒนธรรมแบบพุทธ ฉะนั้น ไม่ควรใช้คำเรียกสับสนระหว่าง มานวธรรมศาสตร์ และคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: ประวัติศาสตร์กฎหมาย การเขียนเชิงวิชาการ 
· หมายเลขบันทึก: 474558 · เขียน:  
· ดอกไม้:
1
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์