สรุปประเด็นสำคัญจากวิทยากร
คุณเรวดี ประเสริฐเจริญสุข มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
1.โจทย์สำคัญคือเงินทุนจะถูกใช้อย่างไรเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศ ไม่ควรมองว่าเป็นกองทุนเพื่อสงเคราะห์ แต่เป็นการยกระดับสถานภาพผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ มากกว่าจะเป็นการให้เพื่อส่งเสริมสวัสดิการ
2.เป้าหมายของกองทุนเพื่อพัฒนาสตรี ควรเป็นไปเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบต่อสตรี และบุคคลที่มีเพศภาวะต่างๆที่ยังคงถูกเลือกปฏิบัติอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิญญาสากลต่างๆที่รัฐบาลลงนามรับรองไว้
3.ไม่เห็นด้วยกับร่างระเบียบการจัดการกองทุนที่เสนอโดย พม. เพราะยังเป็นการออกแบบที่ไม่ก้าวหน้า ไม่สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเจตนารมณ์ของกองทุนนี้ที่อยากให้ช่วยสร้างความเป็นธรรมในสังคม
4.คณะกรรมการที่ดูแลกองทุนไม่ควรมีหน้าที่เพียงช่วยจัดสรรเงิน แต่ต้องเน้นการพัฒนายุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านสตรีเพื่อมุ่งตรงไปแก้ไขรากเหง้าเชิงโครงสร้างที่ส่งผลให้การเลือกปฏิบัติต่อสตรียังดำเนินอยู่
5.ต้องออกแบบให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาสตรีเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ควรให้ภาครัฐผูกขาดการบริหารจัดการกองทุน แต่ภาครัฐควรมีบทบาทเป็นผู้หนุนเสริม
6.สิ่งที่น่าพิจารณาคือการมีส่วนร่วมของกลุ่ม/เครือข่ายระดับชุมชน ซึ่งควรออกแบบสนับสนุนการมีส่วนร่วมนี้ไว้ในแนวทางบริหารจัดการกองทุนและควรพิจารณาระยะเวลาที่สนับสนุนงานพัฒนาสตรีเพื่อให้นำสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เช่น ไม่ควรกำหนดกรอบเวลาโครงการที่สั้นเกินไปจนกลายเป็นการสนับสนุนรายกิจกรรมและไม่นำไปสู่การพัฒนาเนื้องานจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี
7.ร่าง พรบ. ส่งเสริมความเสมอภาคฯ ที่ภาคประชาชนขับเคลื่อนอยู่ถือเป็นฐานที่ดีในการบูรณาการร่วมกับกองทุนสตรี ควรหาวิธีออกแบบให้เดินไปร่วมกันได้ ให้กองทุนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงาน
คุณอรุณี ศรีโต สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา
1.การคาดหวังให้ภาครัฐมีบทบาทหนุนเสริมศักยภาพภาคประชาชนอาจจะเป็นเรื่องท้าทายมากไป เพราะในอดีตที่ผ่านมา ผู้นำสตรีระดับรากหญ้าไม่เคยได้รับการหนุนเสริมศักยภาพจากภาครัฐแต่ได้จากภาคประชาสังคมมากกว่า การบริหารจัดการกองทุนจึงควรลงน้ำหนักไปที่ภาคประชาสังคมให้มาก
2.มองว่ากองทุนสตรีควรทำหน้าที่หนุนเสริมศักยภาพผู้นำสตรีระดับรากหญ้าขึ้นมา รวมถึงกลุ่มผู้หญิงต่างๆซึ่งมีหลากหลายมากและส่งเสริมโอกาสในการแสดงบทบาท เพื่อให้ผู้นำ/กลุ่มเหล่านี้สามารถส่งเสียง/มีบทบาทแทนกลุ่มตัวเองในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆของสังคม
3.กลไกการบริหารจัดการกองทุนสตรีไม่ควรกระจุกอยู่ในภาครัฐระดับนโยบาย แต่ควรกระจายตัวลงไปให้ถึงระดับท้องถิ่น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการ/ปัญหาของผู้หญิงในระดับฐานราก ซึ่งเป็นผู้หญิงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ท้องถิ่นก็ต้องมีวิธีการบริหารจัดการแนวใหม่ ให้สอดคล้องกับภารกิจในการเสริมศักยภาพสตรี ไม่ใช่เน้นแต่พัฒนาอาชีพ ฝึกอาชีพแล้วก็ไปเผชิญปัญหาชนกันในตลาดต่อ
4.ควรจะเป็นกองทุนระยะยาว มีพระราชบัญญัติดูแลโดยตรง
คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
1.ถ้ามองภาพการพัฒนาสตรีที่เราทำมานานกว่า ๓๐ ปี จะเกิดคำถามว่าแล้วทำไมในวันนี้ผู้หญิงยังประสบปัญหาต่างๆ ทำไมสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ตัวเองมองว่าเป็นเพราะรากเหง้าของปัญหาคือความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศยังไม่ได้รับการแก้ไข กองทุนเพื่อพัฒนาสตรีต้องเข้าไปทำงานในจุดนี้เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาในระยะยาว มากกว่าไปเน้นเรื่องการสงเคราะห์/อาชีพ
2.กองทุนกำหนดวงเงินไว้ถึง ๑๐๐ ล้านบาท จากรัฐบาลลงไปสู่ชุมชน มีแนวโน้มว่าจะเกิดการรั่วไหล ต้องออกแบบระบบการใช้จ่ายและระบบตรวจสอบที่รัดกุมมากๆ และออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่สมดุล
3.ในระยะยาวควรคิดถึงความยั่งยืนของกองทุน ต้องวางว่าจะนำเงินทุนจากแหล่งใดมาใช้อย่างต่อเนื่อง เพราะการสนับสนุนสถานภาพผู้หญิงไม่สามารถทำได้สำเร็จในเวลาอันสั้น
GotoKnow เป็นบริการสังคมของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับการสนับสนุนโดย
GotoKnow ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภายใต้เงื่อนไขที่สมาชิกใช้บริการโดยไม่หวังผลทางการค้า
![]()