{{ kv.owner.fullname | truncate:15 }}
สมาชิก
แลกเปลี่ยน

เสียงจากภาคประชาชนต่อกองทุนพัฒนาสตรี (2) ประเด็นสำคัญจากวิทยากร

เป้าหมายของกองทุนเพื่อพัฒนาสตรี ควรเป็นไปเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบต่อสตรี และบุคคลที่มีเพศภาวะต่างๆ ที่ยังคงถูกเลือกปฏิบัติอยู่

สรุปประเด็นสำคัญจากวิทยากร

คุณเรวดี ประเสริฐเจริญสุข มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

1.โจทย์สำคัญคือเงินทุนจะถูกใช้อย่างไรเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศ ไม่ควรมองว่าเป็นกองทุนเพื่อสงเคราะห์ แต่เป็นการยกระดับสถานภาพผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ มากกว่าจะเป็นการให้เพื่อส่งเสริมสวัสดิการ

2.เป้าหมายของกองทุนเพื่อพัฒนาสตรี ควรเป็นไปเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบต่อสตรี และบุคคลที่มีเพศภาวะต่างๆที่ยังคงถูกเลือกปฏิบัติอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิญญาสากลต่างๆที่รัฐบาลลงนามรับรองไว้

3.ไม่เห็นด้วยกับร่างระเบียบการจัดการกองทุนที่เสนอโดย พม. เพราะยังเป็นการออกแบบที่ไม่ก้าวหน้า ไม่สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเจตนารมณ์ของกองทุนนี้ที่อยากให้ช่วยสร้างความเป็นธรรมในสังคม

4.คณะกรรมการที่ดูแลกองทุนไม่ควรมีหน้าที่เพียงช่วยจัดสรรเงิน แต่ต้องเน้นการพัฒนายุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านสตรีเพื่อมุ่งตรงไปแก้ไขรากเหง้าเชิงโครงสร้างที่ส่งผลให้การเลือกปฏิบัติต่อสตรียังดำเนินอยู่

5.ต้องออกแบบให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาสตรีเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ควรให้ภาครัฐผูกขาดการบริหารจัดการกองทุน แต่ภาครัฐควรมีบทบาทเป็นผู้หนุนเสริม

6.สิ่งที่น่าพิจารณาคือการมีส่วนร่วมของกลุ่ม/เครือข่ายระดับชุมชน ซึ่งควรออกแบบสนับสนุนการมีส่วนร่วมนี้ไว้ในแนวทางบริหารจัดการกองทุนและควรพิจารณาระยะเวลาที่สนับสนุนงานพัฒนาสตรีเพื่อให้นำสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เช่น ไม่ควรกำหนดกรอบเวลาโครงการที่สั้นเกินไปจนกลายเป็นการสนับสนุนรายกิจกรรมและไม่นำไปสู่การพัฒนาเนื้องานจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี

7.ร่าง พรบ. ส่งเสริมความเสมอภาคฯ ที่ภาคประชาชนขับเคลื่อนอยู่ถือเป็นฐานที่ดีในการบูรณาการร่วมกับกองทุนสตรี ควรหาวิธีออกแบบให้เดินไปร่วมกันได้ ให้กองทุนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงาน

 

คุณอรุณี ศรีโต สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา

1.การคาดหวังให้ภาครัฐมีบทบาทหนุนเสริมศักยภาพภาคประชาชนอาจจะเป็นเรื่องท้าทายมากไป เพราะในอดีตที่ผ่านมา ผู้นำสตรีระดับรากหญ้าไม่เคยได้รับการหนุนเสริมศักยภาพจากภาครัฐแต่ได้จากภาคประชาสังคมมากกว่า การบริหารจัดการกองทุนจึงควรลงน้ำหนักไปที่ภาคประชาสังคมให้มาก

2.มองว่ากองทุนสตรีควรทำหน้าที่หนุนเสริมศักยภาพผู้นำสตรีระดับรากหญ้าขึ้นมา รวมถึงกลุ่มผู้หญิงต่างๆซึ่งมีหลากหลายมากและส่งเสริมโอกาสในการแสดงบทบาท เพื่อให้ผู้นำ/กลุ่มเหล่านี้สามารถส่งเสียง/มีบทบาทแทนกลุ่มตัวเองในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆของสังคม

3.กลไกการบริหารจัดการกองทุนสตรีไม่ควรกระจุกอยู่ในภาครัฐระดับนโยบาย แต่ควรกระจายตัวลงไปให้ถึงระดับท้องถิ่น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการ/ปัญหาของผู้หญิงในระดับฐานราก ซึ่งเป็นผู้หญิงส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ท้องถิ่นก็ต้องมีวิธีการบริหารจัดการแนวใหม่ ให้สอดคล้องกับภารกิจในการเสริมศักยภาพสตรี ไม่ใช่เน้นแต่พัฒนาอาชีพ ฝึกอาชีพแล้วก็ไปเผชิญปัญหาชนกันในตลาดต่อ

4.ควรจะเป็นกองทุนระยะยาว มีพระราชบัญญัติดูแลโดยตรง 

 

คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

1.ถ้ามองภาพการพัฒนาสตรีที่เราทำมานานกว่า ๓๐ ปี จะเกิดคำถามว่าแล้วทำไมในวันนี้ผู้หญิงยังประสบปัญหาต่างๆ ทำไมสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ตัวเองมองว่าเป็นเพราะรากเหง้าของปัญหาคือความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศยังไม่ได้รับการแก้ไข กองทุนเพื่อพัฒนาสตรีต้องเข้าไปทำงานในจุดนี้เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาในระยะยาว มากกว่าไปเน้นเรื่องการสงเคราะห์/อาชีพ

2.กองทุนกำหนดวงเงินไว้ถึง ๑๐๐ ล้านบาท จากรัฐบาลลงไปสู่ชุมชน มีแนวโน้มว่าจะเกิดการรั่วไหล ต้องออกแบบระบบการใช้จ่ายและระบบตรวจสอบที่รัดกุมมากๆ และออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่สมดุล

3.ในระยะยาวควรคิดถึงความยั่งยืนของกองทุน ต้องวางว่าจะนำเงินทุนจากแหล่งใดมาใช้อย่างต่อเนื่อง เพราะการสนับสนุนสถานภาพผู้หญิงไม่สามารถทำได้สำเร็จในเวลาอันสั้น

· คำสำคัญ (keywords): กองทุนสตรี
· เลขที่บันทึก: 470235
· อ่าน: แสดง · ดอกไม้: 0 · ความเห็น: 0 · สร้าง: 2011-12-04 08:12:33 +0700
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น