หากฉันตาบอดกับความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นกับฉันในขณะนั้น

 หากฉันตาบอดกับความรู้สึก 

ในชั่วโมงเรียนวิชาการศึกษาแบบเรียนรวม

กิจกรรม หากฉันตาบอดแล้วเธอเป็นใบ้แถมยังหูหนวก

            อาจารย์ได้ให้นิสิตจับคู่กัน โดยคนหนึ่งให้สมมติเป็นคนตาบอดแต่ไม่เป็นใบ้และเพื่อนอีกคนให้สมมติเป็นคนใบ้แถมยังหูหนวก ทั้งสองคนนี้ให้เป็นคู่บัดดี้กันคอยช่วยเหลือกันเวลาจะไปไหนมาไหนหรือจะทำอะไร ต่อจากนั้นอาจารย์ก็สาธิตเวลาการเดินและลักษณะการจับแขน คือคนที่ตาไม่บอดจะเป็นคนนำทาง คนตาบอดจะจับแขนของเพื่อนตรงต้นแขน ลักษณะการยืนคนที่ตาไม่บอดจะอยู่ข้างคนที่ตาบอดยืนเฉียง 45 องศา เตรียมพร้อมที่จะเดิน

          เมื่อได้ดูการสาธิตจากอาจารย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มใช้ผ้าปิดตาเพื่อนที่สมมติเป็นคนตาบอด และพาเพื่อนเดินรอบตึกคณะศึกษาศาสตร์ โดยอาจารย์จะปล่อยออกไปทีละคู่ๆ โดยมีกติกาอยู่ว่าห้ามพูดเด็ดขาด  สำหรับคู่ของผู้เขียนก็ได้ทำการตกลงกันก่อนว่าเราจะใช้สัญลักษณ์อะไรกันดีที่จะสามารถเข้าใจการสื่อความหมายซึ่งกันและกัน และแล้วก็ได้ข้อตกลงกันคือ

  • หากจะบอกให้เพื่อนที่ตาบอดนั้นก้าวหรือยกขา เมื่อข้างหน้าเป็นบันได จะตบมือเพื่อนที่ตาบอดหนึ่งครั้ง
  • หากจะบอกให้เพื่อนที่ตาบอดหยุด จะตบมือเพื่อนย้ำๆ ให้รู้ว่าหยุดนะ
  • หากจะเลี้ยวซ้ายก็จะใช้มือตบไหล่ข้างซ้ายของเพื่อนที่ตาบอด
  • หากจะเลี้ยวขวาก็จะใช้มือตบไหล่ข้างขวาของเพื่อนที่ตาบอด

             เมื่อตกลงกันเสร็จแล้วก็เริ่มออกเดินทาง ในตอนแรกผู้เขียนได้สมมติเป็นคนใบ้ ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนนั้นก็ได้พาเพื่อนเดินผ่านบันได แต่เดินเร็วไปหน่อยทำให้เพื่อนต้องสะดุดเล็กน้อย พอจะเลี้ยวก็ตบไหล่เพื่อนผิดข้างบ้างเกิดความสับสนขึ้นมา ทำให้การเดินของทั้งคู่ชนกันบ้าง เหมือนคนเมาเดินบ้าง อยากพูดบอกเพื่อนก็บอกไม่ได้ พอเดินไปได้ประมาณครึ่งทาง อาจารย์ก็ให้สลับกันเป็นคนตาบอดและคนนำทาง ทีนี้ผู้เขียนได้สมมติเป็นคนตาบอดและเพื่อนก็ได้ใช้ข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ในการบอกทาง แต่ถึงแม้ว่าเพื่อนจะใช้สัญลักษณ์ในการบอกทางถูกในความรู้สึกตอนนั้น ก็ยังรู้สึกกลัว เหมือนกับว่าทางข้างหน้านั้นจะมีหลุม มีบันได หรือสิ่งกีดขวางต่างๆ กลัวว่าจะเดินไปชนเข้าเสียอยู่ตลอดเวลา เมื่อถึงทางเลี้ยวก็ไม่ค่อยมั่นใจที่จะเลี้ยวสักเท่าไหร่ กลัวว่าหากก้าวขาไป แล้วเลี้ยวไม่ถูกตรงช่วงที่เลี้ยวนั้นจะตกร่องไหม จะชนกันไหม ยิ่งช่วงที่จะเข้าประตูยิ่งกลัวที่จะไปชนกลับประตู แต่ที่แน่ๆคือได้เดินชนเพื่อนคู่อื่นไปแล้ว...  เพราะไม่รู้ว่าจะเดินช้าหรือเดินเร็วดีจนเดินไปถึงห้องเรียนในที่สุด เมื่อได้เปิดผ้าปิดตาออกรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที

          ความรู้สึกหลังจากที่ได้ทำกิจกรรมคนตาบอดและคนเป็นใบ้

  • ความรู้สึกขณะที่เป็นใบ้และหูหนวก  ความรู้สึกในขณะนั้นคือตัวเองสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า และอยากบอกให้เพื่อนได้รู้ อยากบอกเพื่อนว่าเลี้ยวนะ หยุดนะ ยกเท้าขึ้นนะข้างหน้าเป็นบันไดก็บอกไม้ได้ เพราะตัวเองเป็นใบ้  เห็นอะไรสวยๆอยากชี้ให้เพื่อนดูก็ทำไม่ได้ถึงชี้ไปเพื่อนก็ไม่เห็นแล้วจะมีค่าอะไร ความรู้สึกในตอนนั้นรู้สึกว่าอึดอัดมากๆ  มองเห็นแต่ไม่สามารถสื่อออกมาเป็นเสียงพูดให้เพื่อนรับรู้ได้
  • ความรู้สึกขณะที่เป็นคนตาบอด   ความรู้สึกในขณะนั้นคือตัวเองสามรถพูดได้แต่ถึงจะพูดออกไปเพื่อนก็ไม่ได้ยินคำพูดของเรา  อยากจะถามเพื่อนว่าทางข้างหน้านี้เป็นอย่างไร เป็นบันได เป็นหลุม เป็นร่องไหม มีอะไรขวางทางไหม แล้วเธอจะพาเราไปไหน จะถึงหรือยัง ล้วนแต่มีคำถามขึ้นมามากมายแต่ไม่สามารถถามแล้วได้คำตอบจากเพื่อนเลย  นอกจากอยากจะถามแล้วยังเกิดความรู้สึกกลัวอยู่ตลอดเวลา กลัวว่าทางข้างหน้าจะมีอะไรไหม จะมีใครมาทำอะไรเราไหม มีความรู้สึกอยากจะลืมตาอยากมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ว่าเป็นอย่างไร สวยงามแค่ไหน หรือว่าเลวร้ายอย่างไร

       หากตอนนี้ฉันเป็นอย่างนั้นจริงๆล่ะ????

แล้วฉันจะอยู่อย่างไร????

แล้วจะมีใครมาคอยนำทางให้ฉันไหม????

หากไม่มีล่ะ????

             เมื่อได้ทำกิจกรรมนี้แล้วทำให้ผู้เขียนพอจะเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ตาบอดและผู้ที่เป็นใบ้และหูหนวกบ้างว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาครบ 32 ประการ

               เมื่อได้ทำกิจกรรมนี้และได้ฟังธรรมะเดลิเวอรี่  ชุดที่7 "สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย"  แล้ว ทำให้ได้ข้อคิดหลายๆอย่าง

  • คนตาบอดยังมีกำลังใจสู้ชีวิตต่อไป  แล้วเราล่ะจะท้อแท้ไปทำไม
  • และสมาคมคนตาบอดยังฝากบอกบุคคลที่มีความท้อแท้กับชีวิต หรือบุคคลที่จะคิดสั้นว่า "ต้องสู้ชีวิต อย่าคิดโง่ๆ"เพราะชีวิตไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้  และตัวผู้เขียนเองก็เคยท้อแท้บ้างเมื่อได้ฟังธรรมะ ชุดนี้แล้วทำให้รู้สึกมีกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไป และยังรู้สึกว่าตัวเองโชคดี

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 469229
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

Ploenpit Panako
เขียนเมื่อ Thu Nov 24 2011 13:36:41 GMT+0700 (ICT)

อึดอัดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยากพูด อยากเห็น อยากได้ยิน ที่สำคัญกลัวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กล้วยไข่
เขียนเมื่อ Thu Nov 24 2011 15:31:55 GMT+0700 (ICT)

อ่านแล้วทำให้มีกำลังมากค่ะ

ฤทธิไกร มหาสารคาม
เขียนเมื่อ Wed Nov 30 2011 19:37:31 GMT+0700 (ICT)

อธิบายครับ ต้องอธิบายความรู้สึกให้มากกว่านี้ เขียนบ่อย ความรู้สึกจะละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ

อรวรรณ กุมารสิทธิ์
เขียนเมื่อ Fri Dec 02 2011 14:31:50 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณนะแป้ง แล้วแป้งเดินชนใครบ้างไหม
  • ขอบคุณ คุณอำพรค่ะ อ่านแล้วทำให้มีกำลังใจมากใช่ไหมคะ
  • ขอขอบคุณอาจารย์ฤทธิไกรมากค่ะ และหนูจะฝึกเขียนบ่อยๆและอธิบายให้มากค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า