สมาชิก
แลกเปลี่ยน

การให้ออกซิเจน

การให้ออกซิเจน

 

ความหมาย  การให้ออกซิเจน  หมายถึงการให้ออกซิเจนกับผู้ที่ร่างกายมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น หรืออกซิเจนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายในจำนวนและวิธีที่เหมาะสม

วัตถุประสงค์

          เพื่อช่วยทุเลาภาวะ  Hypoxia  หรือภาวะ  Hypoxemia  ซึ่งเกิดจาก

          1.  ภาวะหายใจไม่พอ    (Hypoventilation)  เช่น  ในผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืด  (Asthma)  ถุงลมโป่งพอง  (emphysema)

 ผู้ปฏิบัติ

          พยาบาลวิชาชีพ / พยาบาลเทคนิค

 เครื่องมือ / อุปกรณ์

          1.  ตัวควบคุมจำนวนลิตรของออกซิเจนลักษณะเป็นหลอดแก้วใส  ภายในมีหุ่นลอย

          2.  ขวดทำความชื้อ  (humidifier)  ปลอดเชื้อโรค

          3.  สายยางหรือสายพลาสติก  Nasal cannular,  mask with  reservoir bag, T – piece  ยางชนิดลูกฟูก  (Corrugated  tube) ,  Box

          4.  น้ำกลั่น  (Sterile  water)

          5.  น้ำแข็ง

          6.  พลาสเตอร์

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

 การให้ออกซิเจนทางสายยางคู่เข้าจมูก  (Nasal  cannula)

  1. เตรียมเครื่องใช้ให้พร้อม
  2. อธิบายให้ผู้ป่วยทราบถึงวัตถุประสงค์  และวิธีทำพร้อมกับให้ผู้ป่วยได้เห็นสายยางที่จะให้
  3. ใส่สาย  Nasal  cannula  เข้าทางจมูก  ให้ปลายโค้งชี้ไปส่วนหลังของจมูก
  4. เปิด  Flow  meter  ให้ได้ออกซิเจนตามจำนวนที่แพทย์สั่ง ซึ่งมักจะให้  4 – 6  ลิตรต่อนาที  ยกเว้นในรายที่เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง  ซึ่งแพทย์จะสั่งให้ออกซิเจนจำนวน  2 – 3 ลิตร
  5. รัดสาย  Cannula  ให้พอดี  ใช้สายรัดไว้รอบศีรษะ  ซึ่งผ่านใบหูทั้งสองข้างไปด้านหลังให้เรียบร้อย  หรือคล้องหูแล้วมารัดไว้ใต้คาง  ระวังอย่าให้สายรัดแน่นเกินไป 
    1. เมื่อเลิกใช้  นำอุปกรณ์ไปทำความสะอาดตามมาตรฐาน  IC

ข้อควรระวัง / ข้อเสนอแนะ

  1. การให้ออกซิเจนมากเกินกว่าที่กำหนด  ผู้ป่วยอาจกลืนอากาศเข้าไปทำให้ท้องอืด  หรือเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อจมูก  และลำคอได้
  2. ถ้าใส่สาย Cannula  ผิดทาง  หรือ  ปลายชี้ขึ้นไปทางรูเปิดของ  Frontal  air  sinus  เมื่อได้รับออกซิเจน  อัตราไหลมาก ๆ  จะเกิดการระคายเคืองต่อโพรงอากาศนี้
  3. เปลี่ยนสายยางที่ใช้ทุก  24  ชั่วโมง  ส่วนน้ำกลั่นในขวดทำความชื้น ควรเปลี่ยนทุก  8  ชั่วโมง  เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

 

การให้ออกซิเจน  Mask  ที่มี  Reservoir  bag

ขั้นตอนการปฎิบัติงาน

  1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
  2. ต่อ  Mask  face  เข้ากับสายต่อออกซิเจน  จากขวดทำความชื้น
  3. เปิด  Flow meter  ให้อยู่ในระดับ  10 – 15  ลิตรก่อน เพื่อเติมออกซิเจนในถุงให้เต็ม  พร้อมทั้งเป็นการทดสอบว่าถุงไม่รั่ว
  4. ลดระดับ  Flow  meter  ให้อยู่ในระดับ  6 – 10  ลิตรต่อนาที จะได้ความเข็มข้นของออกซิเจน  35 – 60 % 
  5. ครอบ Mask  คลุมปากและจมูกให้แนบสนิท อย่าให้ออกซิเจนรั่ว ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับออกซิเจนตามต้องการ
    1. รัดสายรอบศีรษะให้แน่นพอดี  และอย่าให้สายบิดงอ
    2. ดูให้  Reservoir Bag  โป่งอยู่เสมอ
    3. เมื่อให้เสร็จขั้นตอนแล้ว ควรอยู่กับผู้ป่วยสักระยะ  เพื่อให้ผู้ป่วยคลายความวิตกกังวล พร้อมทั้งสังเกตอาการเปลี่ยนแปลง
      1. ถ้าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ควรเอา  Mask  ออกบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อเช็ดและทำความสะอาด

10.  ดูแล  Mask  ให้สะอาดอยู่เสมอ  ถ้ามีเสมหะหรือน้ำขังใน  Reservoir  bag  ต้องเปลี่ยนใหม่

11.  ควรดูการทำงานของอุปกรณ์ที่ให้ออกซิเจน  พร้อมทิ้งเติมน้ำในขวดทำความชื้นให้อยู่ในระดับที่ต้องการและดูแลเปลี่ยนน้ำกลั่นในขวดนี้ทุก  8 ชั่วโมง

ข้อควรระวัง / ข้อเสนอแนะ

  1. ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณใกล้เคียง  และต้องติดป้าย  “ห้ามสูบบุหรี่”  พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ป่วยและญาติ และผู้มาเยี่ยมทราบ
    1. อย่าเปิดหรือจุดเปลวไฟใกล้ตัวผู้ป่วยที่กำลังให้ออกซิเจน
    2. กรณีใช้ออกซิเจนจากระบบ  Pipeline  ที่มีรูสำหรับเสียบ  Flow  meter  เมื่อไม่ได้ใช้ควรปิดรูไว้เสมอ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้า ถ้ามีฝุ่นให้เช็ดออกด้วยผ้า
    3. เวลาเสียบ  Flow  meter  จะต้องให้เหลี่ยมตรงกับกับรูเสียบ  จึงจะดันเข้าได้ง่าย ห้ามปิดไปมาโดยเด็ดขาด
      1. ห้ามนำสิ่งต่าง ๆ  ไปแขวนที่  Flow  meter  จะทำให้น้ำหนักถ่วงทำให้บริเวณ  Out  line  รั่ว
      2. ถ้าต่อ  Flow  meter  แล้วออกซิเจนบริเวณ  Out  line  รั่ว  ให้แจ้งเปลี่ยน ห้ามใช้ดินน้ำมันอุด

การให้  O2  Box

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  1. เตรียมเครื่องใช้ให้พร้อม  และยกไปที่เตียงผู้ป่วย
  2. ใส่น้ำแข็งลงในช่องน้ำแข็ง และต่อสายน้ำทิ้งลงในภาชนะรองน้ำ
  3. ใส่น้ำกลั่นในขวดทำความชื้น  ให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ที่ขวด  ต่อขวดกับมาตรควบคุมจำนวนลิตรของออกซิเจน
  4. ต่อสายยางหรือท่อต่อ O2 ชนิดลูกฟูกเข้ากับกล่องพลาสติก  กดตัวปรับที่ขวด  Humidifier  เป็นชนิดละออกฝอย  แล้วนำกล่องไปครอบที่ศีรษะเด็ก
    1. เป็นออกซิเจนให้อยู่ในระดับ  5 – 8 ลิตร/นาที ถ้าในทารกแรกเกิด  3 – 5  ลิตร/ นาที

ข้อควรระวัง / ข้อเสนอแนะ

  1. ต้องมีออกซิเจนผ่านตลอดเวลา
  2. ขนาดของกลิ่งต้องเหมาะสมกับศีรษะเด็ก
  3. อย่าให้ออกซิเจนพ่นไปบริเวณตาของเด็กโดยตรง
  4. ควรตรวจสอบระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด  และเติมน้ำแข็งในช่องใส่น้ำแข็งให้มีอยู่เสมอ
  5. ต้องให้ศีรษะเด็กอยู่ในกล่องตลอดเวลาที่ให้ออกซิเจน
  6. หมั่นดูแลอาการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ  ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด
  7. ดูแลให้เครื่องมือให้  O2  ทำงานตลอดเวลา
  8. 1.      ผู้ป่วยได้ออกซิเจนตามแผนการรักษาของแพทย์

การให้ออกซิเจนโดยใช้ T – PIECE  ทางหลอดลม

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  1. เตรียมเครื่องใช้ให้พร้อมไปยังเตียงผู้ป่วย
  2. ต่อสาย T – Piece  เข้ากับขวดทำความชื้น  กดปุ่มปรับเครื่องทำเป็นละอองฝอย
  3. ก่อนให้ออกซิเจน  ต้องดูดเสมหะในท่อหลอดลมให้ผู้ป่วยก่อน  ตาม Sterile  Technique  โดยปฏิบัติตามวิธีดูดเสมหะ
  4. เปิด  Flow  meter  ให้ออกซิเจนออกตามจำนวนที่แพทย์สั่ง
  5. ต่อ  T – Piece  เข้ากับท่อหลอดลมของผู้ป่วยให้แน่น  อย่าให้ ออกซิเจนรั่วออกได้
  6. จัดสายต่อให้อยู่ในท่าไม่ดึงรั้ง  ซึ่งจะทำให้ระคายเคืองและไม่สุขสบาย

ข้อควรระวัง / ข้อเสนอแนะ 

  1. ดูแลเปลี่ยนน้ำกลั่นในขวดทำความชื้อทุก  8  ชั่วโมง  และดูแลอย่าให้น้ำแห้ง
  2. เปลี่ยนสาย  T – Piece  วันละครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: นักศึกษา พยาบาล ออกซิเจน หลักการและเทคนิคการพยาบาล oxygen 
· หมายเลขบันทึก: 464029 · เขียน:  
· ความเห็น:
1
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ Fri Dec 23 2011 14:16:18 GMT+0700 (ICT)

แวะมาให้กำลังใจครับ
ถ้ามีโอกาสรวบรมเย็บเป็นเล่มเล็กๆ แจกจ่ายบุคลากรในสายงานของตัวเองได้อ่านก็น่าจะดีนะครับ

...

สู้ๆ...

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์