มุทิตาจิต

 แต่สิ่งที่มากมายกว่านั้น คือแม่ต้อยได้สัมผัสของความเติบใหญ่ของจิตใจและความมุ่งมั่นของน้องๆทุกคน ในการทำงานที่แสดงถึงความเป็นทีม แสดงถึง ความรัก และแสดงถึงความผูกพันที่เรามีต่อกัน 

วันมุทิตาจิต ๒๔ กันยายน ๒๕๕๔

ความปลาบปลื้ม  ความอิ่มใจ และความประทับใจ ในงานแสดงมุทิตาจิต สำหรับแม่ต้อย ในวันที่๒๔ กันยายน ๒๕๕๔  ที่ผ่านมา ยังกรุ่นและอาบอิ่มในหัวใจตลอดมา

ไม่ใช่เป็นความประทับใจ เพราะว่าน้องๆได้แสดงความรู้สึกที่ดีดี สำหรับแม่ต้อยเพียงประการเดียว

แต่สิ่งที่มากมายกว่านั้น คือแม่ต้อยได้สัมผัสของความเติบใหญ่ของจิตใจและความมุ่งมั่นของน้องๆทุกคน ในการทำงานที่แสดงถึงความเป็นทีม แสดงถึง ความรัก และแสดงถึงความผูกพันที่เรามีต่อกัน

 

แม่ต้อยแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้เมื่อย่างเท้าออกมาจากลิฟถึงชั้นที่๕   ภาพของช่างฟ้อนสาวแสนสวยที่ยืนรอรับแม่ต้อย และฟ้อนนำขบวนเพื่อรับแม่ต้อยและท่านปรุง เข้าสู่ห้องประชุม นับว่าเป็นการให้เกียรติอย่างสูงสุดของวัฒนธรรมล้านนา ที่แสดงออกถึง การให้เกียรติ การให้ความเคารพ และการแสดงความยินดี  ข้าวตอกดอกไม้ที่โปรยปรายแทบเท้า  ตลอดเส้นทางเดิน มีความหมายที่ชัดเจนถึงการแสดงคารวะต่อผู้ที่เป็นแขกเป็นอย่างยิ่ง

 

สำหรับชาวเหนือแล้ว การแห่นำขบวนเช่นนี้ มักจะใช้สำหรับแขกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งมากๆ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่จัดขึ้นแสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด แทบไม่เชื่อว่าจะเป็นฝีมือการคิด และออกแบบจากน้องๆ ที่ทำกันเองตลอดหามรุ่งหามค่ำ

แม่ต้อยสัมผัสได้ถึง “ จิตวิญญาณ “ ที่อยู่ในทุกๆกิจกรรม ที่เกิดจากใจที่ปรารถนาดี เกิดจากความศรัทธา และเกิดจากความสามารถที่ซ่อนเร้นในตัวน้องๆทุกคน

 

แม่ต้อยต้องขอขอบคุณ ชาวเหนือตัวน้อยๆ ที่น่ารัก ที่ช่วยกอบกู้ ไม่ให้แม่ต้อย ต้องหลั่งน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มใจออกมา จนเสียงาน  แม่ต้อยสัมผัสได้อีกเช่นกันว่าเขายอมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับแม่ต้อยในครั้งนี้

 

สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานในวันนี้  แทบไม่น่าเชื่อว่า แม่ต้อยจะได้พบปะกัลยาณมิตรที่รักและผูกพันกันในวันนี้ เพราะว่าเป็นวันหยุด ที่เขาควรจะได้พักผ่อน หลายๆคนมาจากแดนไกล และทุกสารทิศ

การแสดงทุกๆชุด ให้ความรู้สึกที่ประทับใจและแปลกใจ ที่ประทับใจคงไม่ต้องพูดถึง เพราะว่า มีความสวยงาม มีความหมายอันแสดงถึงความเป็นสิริมงคลแทบทั้งสิ้น

 

 

แต่ที่แปลกใจคือ การแสดงเหล่านี้มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่น่าจะหามาได้โดยง่าย คนจัดจะต้องรู้จักวิถีและวัฒนธรรมล้านนาอย่างเชี่ยวชาญ และจัดเลือกชุดการแสดงได้เหมาะสม

สำหรับการสู่ขวัญหรือที่ทางล้านนาเรียกว่า “ เฮียกขวัญ” หรือ” เรียกขวัญ” ก็เช่นเดียวกัน เป็นวัฒนธรรมอันเก่าแก่ และแม่ต้อยคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอดยามอยู่ในวัยเยาว์ ไม่คาดฝันว่าน้องๆจะเลือกมาเป็นส่วนหนึ่งในวันนี้เรียกได้ว่า เป็นล้านนาที่ครบเครื่องมากๆ เพราะนี่คือมิติ” จิตวิญญาณ “ ของชาวเหนือโดยแท้

มีความเชื่อว่า ในร่างกายเราจะประกอบไปด้วย ธาตุทั้ง๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟและในตัวคนยัง มีขวัญ จำนวน ๓๒ ขวัญ อยู่ในที่ต่างๆ ในร่างกายของเราเพื่อพิทักษ์ปกป้อง เป็นมิติทางจิตใจ

ปกติแล้ว เขาจะทำพิธี เรียกขวัญ สำหรับคนเจ็บป่วย เพราะเมื่อคนเจ็บป่วย จะมีอาการ” ขวัญเสีย”  หากคนมีขวัญที่ดี ร่างกาย ที่เจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้นตามไปด้วย เป็น body& mind

 

หรือบางครั้ง ใช้ในการเรียกขวัญเพื่อให้คนๆนั้นมีความ เป็นสิริมงคล มีโชคดี  มีอายุยืนยาว  มีสุขภาพแข็งแรง ดังเช่นที่แม่จำปีบอกว่าให้แม่ต้อยมีอายุยืนยาว “ หนึ่งร้อยซาว” ปี เลยที่เดียว

เมื่อตอนแม่ต้อยเป็นเด็กๆ หากเดินทางไปไหนไกลๆกลับมา ก็จะต้องถูกผู้ใหญ่ทำพิธีเรียกขวัญทุกครั้ง เพราะเชื่อว่า” ขวัญ” อาจจะตกหาย หรือ” ขวัญหาย” ไปในที่ต่างๆ

แม่ต้อยจึง surprise จริงๆที่มีพิธีกรรมนี้อีกครั้งในวันนี้  ขอบคุณจริงๆ งดงามและประทับใจมากๆคะ

แม่ต้อยอยากจะเล่า เรื่อง การแต่งกายของสาวเหนืออีกสักหน่อยนะคะ เพื่อเป็นความรู้เพิ่มเติม  ผู้หญิงเหนือ ใน อดึตจะต้องนุ่งผ้าซิ่นให้เป็นทุกคน ทุกคน และคาดเข็มขัดไว้ที่เอว  ดังนั้นสาวเหนือจะต้องพยายามไม่ให้อ้วนมากเพราะว่าจะต้องขยายเข็มขัดออกทุกปี และผ้าซิ่นนั้นต้องทอเอง เหมือนกับละครเรื่อง “ รอยไหม” นั่นแหละ แม่ต้อยเคยหัดเหมือนกัน แต่ยากมาก

 

 

 

สำหรับผ้าสไบ หรือ” ผ้าสะหว้ายแล่ง “ ที่แม่ต้อย และแม่จำปา สวมใส่นั้น เป็นสิ่งที่คู่กับการสวมซิ่นและเสื้อแขนกระบอก หากเรียบร้อย ในงานพิธีก็จะห่มแบบที่แม่ต้อยใส่ในวันนั้น หรือ อาจจะคล้องคอให้ยาวลงมาก็ได้ หากไม่เป็นพิธีมากนัก

ในยามเย็น ผ้าสไบ นี้จะใช้เป็นผ้าคลุมไหล่เพื่อกันหนาวได้คะ

ช่างฟ้อนที่นำมาแสดง เขาจะเกล้ามวยและเสียบผมด้วยดอกไม้ทุกคน  การเสียบดอกไม้ที่มวยผม แม่ต้อยเคยถามแม่อุ้ยเจ้า “ ว่าทำไมเราต้องใส่ดอกไม้บนหัวด้วยละเจ้า?”

ในวัยเด็ก เรามักจะอยากรู้ อยากเห็นเสมอ   แม่ต้อยก็เช่นเดียวกัน ภาพที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำเกี่ยวกับการเกล้ามวยของชาวเหนือ ยังแจ่มชัด

แม่อุ้ยเจ้า ( ยาย) ของแม่ต้อยในตอนนั้นอายุมากกว่าแปดสิบปีแล้ว ส่วนแม่ต้อยกำลังอายุแรกรุ่น นั่งบนชานเรือนแบบโบราณมองดูแม่อุ้ยที่กำลังสางผมที่ยาวแผ่ถึงกลางหลังอย่างสนใจ คิดในใจว่าทำไมผมอุ้ยช่างยาวมากมายจริงๆ

แม่อุ้ยเจ้า   โน้มตัวลงสางผมที่ยาวแผ่ถึงกลางหลังด้วยหวีไม้ และชะโลมด้วยน้ำมันมะพร้าว เมื่อสางผมเรียบร้อยแล้ว จึงขมวดมวยผมไว้กลางศรีษะ และเสียบดอกไม้กลิ่นหอม เป็นอันเสร็จพิธี

 

 และอธิบายให้แม่ต้อยฟังด้วยความเมตตาว่า

 การเสียบดอกไม้ เช่น ดอกสะบันงา ดอกมะลิ ดอกเล็บมือนาง ดอกเอื้องประเภทต่างๆนั้น มีเหตุผลคือ  เพื่อเป็นการใช้ดอกไม้ที่เสียบบนหัวเป็นพุทธบูชาเมื่อเราไปกราบพระ หรือไปทำบุญ  เมื่อเรากราบที่พื้น ดอกไม้ที่เสียบบนยอดผมก็จะเป็นเครื่องบูชาด้วยเกล้า ( คนสมัยก่อน มีแต่ บ้านและวัด )

และอีกประการหนึ่งคือเป็นการบูชาขวัญที่อยู่บนกระหม่อมของเราเอง

แม่ต้อยคิดว่าหากอายุแปดสิบเมื่อไหร่จะเกล้าผมแบบนั้นดูบ้าง น่าจะดี..

และแม่ต้อยอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงคำ “ ค่าวซอ” ที่ส่งมาจากมหาวิทยาลัย เชียงใหม่และนำมาประกอบเสียง สัมผัสที่คล้องจอง ความหมายของค่าวซอ  และภาพ ดนตรีที่นำมาตัดแต่ง ช่างมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง  แม่ต้อยเดาว่าน้องสงวนคงไม่เคย ได้ยิน” ค่าวซอ” มากนัก แต่สามารถเลือกจังหวะดนตรีได้อย่างลงตัวที่สุด

 

หนังสือเล่มเดียวในโลก  ดั่ง.. ดวงสมร..พิมพ์ครั้งแรก และครั้งเดียว( น่าเสียดาย) อ่านแล้วอยากลุกจากเตียงมาทำงานอีกชั่วนิรันดรจริงๆ  ขอขอบคุณคณะผู้จัดทำมากๆคะ ที่ทำให้แม่ต้อยอดที่จะคล้อยตามว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

อาจารย์สงคราม ทรัพย์เจริญ และผู้ใหญ่หลายๆท่านที่มาในวันนี้ มาจากทั้งใกล้และไกล จนแม่ต้อยรู้สึกเกรงใจ และนึกในใจว่าน้องๆใช้ความสามารถในด้านใด จึงทำให้ทุกๆท่านกรุณามาแม้ว่าจะเป็นวันหยุดอันมีค่า  นี่นับว่าเป็นความสามารถที่พิเศษเป็นอย่างยิ่ง  ต้องขอคารวะจริงๆ

 

ทุกๆย่างก้าว ทุกๆกิจกรรม ทุกๆ สิ่งทุกอย่างที่จัดขึ้นเป็นองค์ประกอบของงานในวันนั้น  แม่ต้อยรับทราบได้ถึง ความตั้งใจ ผสมผสานด้วยความรัก ความทุ่มเท และพลังของการทำงานที่ไม่ยอมแพ้

 

ที่เรียกว่าไม่ยอมแพ้ เพราะว่าทำในทรัพยากรที่มีอยู่ แต่แสวงหาความร่วมมือ  ทำเท่าที่มีกำลังอยู่ แต่อาศัยทีมงาน  ทำทั้งๆที่เหนื่อยจากงานปกติ และไม่มีเวลา แต่อาศัยการทำงานนอกเวลาจนดึกดื่นค่อนคืน  และทำทั้งๆที่อาจจะไม่มีงบประมาณมากนัก แต่ใช้การระดมทรัพยากรจากทุกๆส่วน  และที่สำคัญคือ เมื่อทุกส่วนมารวมกัน มันงามราวกับภาพเนรมิต

ทำให้แม่ต้อยนึกถึงคำพูดบางตอนที่อาจารย์ สงครามได้คุยกับแม่ต้อยในเวลานั้นว่า 

“ คุณ ดวงสมรเกษียณแล้ว จะได้เป็นรองผอ. อยู่ไหม ?  

“ ไม่ได้เป็นคะ “  แม่ต้อยตอบสั้นและชัดเจน 

“ อืมม.. หากเราไม่เป็นสรพ. ( องค์การมหาชน) ก็ยังคงทำงานต่อไปได้นะ. 

แม่ต้อย “.. เงียบ” ( เพราะไม่ทราบว่าจะพุดอะไรดี )

“ผมเอาหนังสือมาฝากเล่มหนึ่ง ให้เปิดอ่านนะครับ” ท่านอาจารย์ คงไม่รู้ว่าจะต่อเรื่องอย่างไร เลยเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา

หนังสือเล่มนั้น ชื่อ I and mine ของท่านพุทธทาสภิกขุ นั่นเอง มีทั้งภาคภาษาไทย และภาคภาษาอังกฤษ

ส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้  แม่ต้อยว่า มันได้เกิดขึ้นแล้วในบ้านของเราแห่งนี้ และแม่ต้อยว่าชัดเจนมากๆ ลองอ่านดูนะคะ 

Friends . Try best

To leave you and I

Just keep only “ wisdom and Mercy “

High responsibility for one,s duty is enough.

 สหายเอ๋ย  จงถอนซึ่ง”ตัวกู” 

และถอนทั้ง” ตัวสู” อย่างเต็มที่ 

มีกันแต่”ปัญญา” แล”ปราณี “

หน้าที่ใคร ทำให้ดี เท่านี้ เอย

หากจะมีคนมาถามแม่ต้อยว่า สิ่งที่ประทับใจที่สุดในชีวิตของแม่ต้อยคืออะไร

สิ่งหนึ่งที่แม่ต้อยประทับในที่สุดคือ สิ่งที่น้องๆทุกๆคนได้ร่วมแรง  ร่วมใจ มอบให้แม่ต้อยในวันที่๒๔ กันยายน ๒๕๕๔ นี้

เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ ตื้นตันใจ และจะอยู่ในความทรงจำของแม่ต้อยตลอดไป

และหายเหนื่อยแล้ว  จากการร่วมก่ออิฐก้อนแรก จนมาถึงปัจจุบัน

ขอขอบคุณในมุทิตาจิตอีกครั้งคะ  สำหรับน้องๆทุกคน และแม่ต้อยจะขอเป็นกำลังใจพวกเราตลอดไป

และขอขอบคุณ น้องเอก จตุพร วิสิษฏ์์โชติอังกูร ที่ทำให้งานนี้มีคุณค่า มีความหมาย อย่างยิ่งยวด

ขอบคุณพี่ๆน้องๆ จากทุกรพ.ที่มาร่วมแสดงมุทิตาจิตในครั้งนี้อย่างคาดไม่ถึง

และขอขอบคุณน้องๆทุกคนที่เป็น คนสำคัญที่ทำให้งานนี้มีความสมบูรณ์อย่างที่สุด

และขอขอบคุณเป็นที่สุดสำหรับ “ หัวหน้า ของแม่ต้อย อาจารย์ อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล  ที่ได้มอบสิ่งที่ดีดี ให้แม่ต้อยเสมอมา อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

จากใจ

แม่ต้อย                          

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: มุทิตาจิต 
 หมายเลขบันทึก: 463974
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
เขียนเมื่อ Thu Oct 06 2011 18:26:28 GMT+0700 (ICT)

คิดถึงแม่ต้อยค่ะ อยากเห็นบรรยากาศของงาน น่าจะอบอุ่น ประทับใจ

ขอให้แม่ต้อยมีความสุขตลอดไปนะคะ

แก้ว..

แม่ต้อย
เขียนเมื่อ Thu Oct 06 2011 18:36:16 GMT+0700 (ICT)

Ico48

สวัสดีคะ น้องแก้ว

คิดถึงมากคะ  เช่นกันคะ

งานประทับใจมากคะ  แม่ต้อยยังเอารุปขึ้นได้ไม่หมดคะ อิอิ

 

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เขียนเมื่อ Thu Oct 06 2011 19:50:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับแม่ต้อย...มาร่วมแสดงมุฑิตาจิตร จากแดนไกล

อ่านเห็นบรรยากาศที่ละเมียดละไม ใส่ใจในความรู้ของคนจัดการ

แม่ต้อย
เขียนเมื่อ Fri Oct 07 2011 09:28:38 GMT+0700 (ICT)

Ico48

สวัสดีคะ

อ่านแล้ว อยากไปแอ่วเหนือไหมคะ?

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์