สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ข้อสอบปลายภาคภาษาไทย ๑ (๒๕๕๔)

 นักเรียนไม่ผ่านคะแนนสอน ทำมาส่งครู พร้อมอธิบายข้อที่ผิด 

โรงเรียนสตรีทุ่งสง

การสอบวัดผลปลายภาค              ภาคเรียนที่ ๑                            ปีการศึกษา  ๒๕๕๔ 

วิชาภาษาไทย ๑ รหัส  ท ๓๑๑๐๑    เวลา  ๕๐  นาที

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำชี้แจง         ๑.  ข้อสอบทั้งหมดมี ๒  ตอน 

                     ๒.    ตอนที่ ๑  มี ๗๖ ข้อ ให้เลือกตอบข้อที่ถูกที่สุด โดยตอบในกระดาษคำตอบ

                             ตอนที่  ๒ ข้อ ๗๗ - ๘๐  ให้เขียนตอบในกระดาษคำตอบที่แนบมา

สาระการเรียนรู้ข้อที่ ๓

                ๑.  ข้อใดไม่เป็นคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง

                                ๑. โคลงสี่สุภาพ                                                  ๒.  กาพย์ยานี

                                ๓.  อินทรวิเชียรฉันท์                                        ๔.  บทละคร

                ๒.  ข้อความใดที่คำหนึ่งคำมี ๒ พยางค์  ประกอบอยู่

                                ๑.  ไม่ยอมจากไปไหนให้ไกลเพื่อน              ๒.  จะแวะเยือนมิร้างจนจางหาย

                                ๓.  แม้ต้องตายดับดิ้นจนสิ้นกาย                     ๔.  จิตมิวายคิดถึงเกลอเสมอมา

                ๓.   ข้อใดมีสัมผัสพยัญชนะน้อยที่สุด

                                ๑.  แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์                        ๒.  มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด

                                ๓.  ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด                      ๔.ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน  

                ๔.          ข้อใดมีคำ “โทโทษ”

                                                ๑.  เมียหนึ่งยกยอเยีย                         อย่างแหม้

                                                ๒.  ควรที่ง้างจึ่งง้าง                            อย่าไง้เมรู

                                                ๓.  บุญบ่ทำไว้ใน                                ชาติกี้

                                                ๔.  น้ำจิตอย่าให้ข้อง                          ขัดน้ำใจใคร

                ๕.                                          ดอกบัวหนาม ณ ก้าน                        คนฉิน

                             สระก็มีมลทินก็มีมลทิน                                     ไป่พร้อง

                                                น้ำล้างสิ่งของกิน                                                 พึงเกลียด  ตินา

                                                คลองอาบอากูลซ้อง                                            สิ่งร้ายเป็นดี

                                จากคำประพันธ์ข้างต้นถ่ายทอดข้อคิดใด

                                ๑.  ความสวยมักจะให้โทษกับเรา                    ๒. คนมักมองไม่ออกว่าสิ่งไหนดีไม่ดี                           ๓. อย่ามองข้อบกพร่องเล็กน้อยต่อสิ่งที่มีค่า  ๔.  สิ่งนั้นจะดีหรือไม่อยู่ที่เราตัดสิน

     สาระการเรียนรู้ข้อที่ ๔ 

จากข้อที่ ๖ ถึงข้อที่  ๑๐ ในแต่ละข้อข้อใดความหมายต่างจากข้ออื่น

๖.            ๑.  จำศิล               ๒.  จำใจ               ๓.  จำยอม            ๔.  จำเป็น

 ๗.          ๑.  กำปั้น              ๒.  กำมือ               ๓.  กำหมัด           ๔.  กำหนด

 ๘.           ๑.  สายใจ             ๒.  สายสมร          ๓.  สายใย             ๔.  สายสวาท

  ๙.           ๑.  สาวแก่            ๒.  สาวไส้             ๓.  สาวสวย         ๔.  สาวเจ้า

 ๑๐.           ๑.  หลักทรัพย์     ๒.  หลักประกัน    ๓.  หลักฐาน        ๔.  หลักเกณฑ์

                   จากข้อที่ ๑๑  ถึงข้อที่  ๑๕ ข้อใดเมื่อแปลความแล้วความหมายไม่เหมือนกัน

  ๑๑.                            ๑.  เพ็ญ  รัชนี                     ๒.โสม ศศิธร      

                                   ๓.  เดือน ดารา                    ๔.  รัตติกร แข

   ๑๒.                           ๑.  วิมาน ทิวา                      ๒.  อัมพร โพยม               

                                     ๓.  นภากาศ นภา               ๔.  ทิฆัมพร คัดนางค์

     ๑๓.                           ๑.  สุริยา ทิพากร                 ๒.  ประภาคาร รวี

                                       ๓.  ตะวัน ทินกร                 ๔.  ภานุมาศ  อังศุมาลี

       ๑๔.                          ๑.  กัญญา  นงเยาว์             ๒.  วนิดา  นารี

                                        ๓.  นงคราญ กานดา          ๔.  วิไล  ลาวัณย์

       ๑๕.                            ๑.  วารี  ชล                          ๒.  คีรี  สิงขร

                                         ๓.  อุทก  ชลาลัย                 ๔.  สมุทร  ชโลทร

  ๑๖.         ข้อใดมีความหมายตรง

                                     ๑.  สมชายกินอิฐกินปูน                    ๒.  สมหวังเป็นเสือผู้หญิง

                                     ๓.  สมเจือชอบกินขนมจีน               ๔.  สมฤทัยเป็นดาวของโรงเรียน

๑๗.         “สวย” ในข้อใดเป็นคำกริยา

                       ๑.  ชนกกานต์สวยมาก                      ๒.  ความสวยเป็นคุณสมบัติของผู้หญิง              

                       ๓.  สวยเป็นผู้หญิงที่มีคุณธรรม         ๔.  งานนี้ไปได้สวย

 ๑๘.        คำในข้อใดมีความหมายใกล้เคียงกัน

                             ๑.  ห่วง  หา                                         ๒.  ขึ้ง  เคียด

                             ๓.  เกรง  เข็ด                                      ๔.  หวาด  พลาด

๑๙.        “หัว”ในข้อใดที่หมายถึงมีสติปัญญาดี

                                ๑.  หัวหมอ                                         ๒.  หัวสูง

                                ๓.  หัวรั้น                                           ๔.  หัวแหลม

๒๐.        “เสียงดนตรีปี่พาทย์ครวญจิตหวนให้             หยาดน้ำตาตกในเกินไขขาน

                โอ้แม่จ๋าลาลับไปกับกาล                                    กระแสชนดั่งสายธารน้อมวันทา”

                คำประพันธ์ข้างต้นสื่อความในเรื่องใด

                   ๑.  ลูกรักแม่มาก                                                 ๒.  ผู้ตายมีบารมี

                    ๓.  ลูกเศร้าโศกแต่ภูมิใจในตัวแม่                   ๓.  แม่เป็นผู้มีเกียรติ

๒๑.         ข้อใดเป็นการกระทำที่เกินตัว เกินฐานะของตนเอง

                                ๑.  หวีผมพอเกล้า กินเหล้าพอเมา                  ๒.  มัดเหลือแบก แสกเหลือตัว

                                ๓.  นกน้อยทำรังแต่พอตัว                                ๔.  ซื้อจากมุงทุ่ง

๒๒.        สำนวนว่า “อย่าถือท้ายเรือรั่ว” สอนเรื่องใด

                                ๑.  อย่าเอาเรือผุไปใช้                                         ๒.  อย่าเข้าข้างคนผิด

                                ๓.  อย่าไว้ใจคน                                                  ๔.  อย่าไปตามหลังคนไม่ดี

๒๓.        ข้อใดไม่ใช่ค่านิยมที่ให้เรามีสัมมาคารวะผู้ใหญ่

                                ๑.  อย่าเล่นเชี่ยน                                                 ๒.  อย่าข้ามหัวฤๅษี

                                ๓.  อย่าทำเฒ้า                                                     ๔.  ใหญ่เพร้า เฒ่าลอกอ

๒๔.         “ไก่ตัวหนึ่ง เที่ยวเขี่ยอาหารกิน ไปพบพลอยมีราคาเข้าเม็ดหนึ่ง ไก่จึงพูดกับพลอยว่า ถ้าเจ้าของมาพบท่านไม่ใช่เราพบ เขาคงเอาท่านไปฝังไว้ในที่ท่านเคยอยู่แต่ก่อน แต่เรามาพบท่านไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราได้ข้าวโพดสักเม็ดหนึ่ง ยังดีกว่าได้พลอยหมดทั้งโลก”

          นิทานเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร

                                ๑.  คนไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีค่า                    ๒.  สิ่งมีค่าอยู่ที่ผู้รู้จักใช้

                                ๓.  สิ่งที่ให้ประโยชน์กับเราสิ่งนั้นจะมีค่า    ๔.  ทุกสิ่งใช่ว่าจะมีค่าต่อเรา

๒๕.        “คนจน คนไม่มีเงินทอง เมื่อเกิดเรื่องทุกข์ใจเดือดร้อน ก็ไม่มีใครสนใจดูแล ผิดกับคนรวย มีแต่คนคอยดูแลเป็นธุระช่วยเหลือให้ตลอดเวลา ไม่ต้องร้องขอเขาก็พากันมาช่วย เหมือนที่ว่าช่วยคนรวยได้หน้า ช่วยขี้ข้า (คนจน) ได้บุญ เรื่องบุญเป็นเรื่องได้ดีในชาติหน้ายังอยู่ไกลนัก เรื่องได้หน้าอยู่ใกล้ตัว โดยมากคนจึงชอบได้หน้า ได้เป็นข่าว”

ข้อความข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด

                            ๑.  เราควรทำบุญเอาไว้                                      ๒.  คนชอบได้หน้ามากกว่าได้บุญ

                           ๓.  ควรช่วยเหลือคนทุกข์ยาก                          ๔.  ชาติหน้ามีจริง

 

สาระการเรียนรู้ข้อที่ ๕

 ๒๖.     ข้อไดไม่ใช่จดหมายกิจธุระ

                     ๑.  จดหมายลาครู                                                ๒.  จดหมายทวงหนี้จากบริษัท

                      ๓.  จดหมายบอกขายสินค้า                              ๔.  จดหมายจากโรงเรียนถึงผู้ปกครอง

๒๗.      จดหมายกิจธุระที่ส่งถึงสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่ให้ทราบทั่วกันเป็นจดหมายตามข้อใด

                       ๑.  จดหมายธุรกิจ                                               ๒.  จดหมายราชการ

                       ๓.  จดหมายเปิดผนึก                                         ๔.  จดหมายส่วนตัว

๒๘.          ตราครุฑสำหรับจดหมายราชการ  มีความสูงเท่าไร

                         ๑.  ๒  ซ.ม.                                                          ๒.  ๒.๕  ซ.ม.

                         ๓.  ๓  ซ.ม.                                                         ๔.  ๓.๕  ซ.ม.

๒๙.       ข้อใดไม่ใช่ขั้นความเร็วของจดหมาย

                        ๑.  ปกติ                                                                 ๒.  ด่วน

                        ๓.  ด่วนมาก                                                        ๔.  ด่วนที่สุด

๓๐.       ข้อใดเขียนถูกต้อง

                ๑.  วันจันทร์ที่  ๑๓  กันยายน  พ.ศ. ๒๕๕๔                      ๒.  ๑๓  กันยายน  ๒๕๕๔

                ๓.  วันที่ ๑๓  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๕๔                               ๔.  ๒๐  ก.ย. ๕๔

๓๑.        รหัสพยัญชนะใดที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าของเรื่อง

                                ๑.  ที่  กษ.                                                            ๒.  ที่  ศธ.

                               ๓.  ที่  กศ.                                                            ๔.  ที่  ศก.

๓๒.       ควรใช้คำขึ้นต้นถึงพระสงฆ์ว่าอย่างไร

                    ๑.  เรียน  เจ้าเจ้าอาวาส                                      ๒.  เจริญพร  ........

                   ๓.  นมัสการ  ........                                           ๔.  กราบเรียน  ..............

๓๓.       ข้อใดเป็นภาคเหตุ

                      ๑.  ด้วยโรงเรียนสตรีทุ่งสงได้กำหนดการประชุมผู้ปกครองนักเรียน............

                      ๒.  จึงขอเชิญผู้ปกครองนักเรียนเข้าร่วมประชุม..................

                      ๓.  จึงเรียนมาเพื่อทราบและ........................

                     ๔.  กำหนดการการประชุมผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสตรีทุ่งสง

๓๔.        ถ้าต้องการขอสนับสนุนเงินทุนการศึกษาให้กับนักเรียนควรเขียนภาคสรุปตามข้อใด

                                ๑.  ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนเงินทุนการศึกษา.......

                               ๒.  จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการ

                                ๓.  จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์และสนับสนุนเงินทุนการศึกษา....

                                ๔.  จึงเรียนมาเพื่อบอกบุญ

๓๕.        คำลงท้ายในจดหมายราชการทั่วควรใช้ตามข้อใด

                                ๑.  ขอแสดงความนับถือมาด้วยความเคารพ                ๒.  ขอแสดงความนับถือ

                                ๓.  ขอแสดงความนับถืออย่างสูง                                  ๔.  ขอเจริญพร

สาระการเรียนรู้ข้อที่ ๖

๓๖. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการฟัง

๑. สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร                           ๒. รู้ว่าผู้พูดต้องการอะไร

๓. สร้างสมกำลังต่อต้านอำนาจรัฐ                  ๔. สร้างความสามัคคีในสังคม

๓๗.  ข้อใดถือเป็นหลักการฟังและดู

                                ๑. จับผิดกิริยาอาการของผู้พูด                          ๒. ตั้งจุดมุ่งหมายในการฟัง

                                ๓. รับฟังเฉพาะข้อเท็จจริง                               ๔. ฟังเฉพาะบุคคลที่น่าเชื่อถือ

                ๓๘.  นักเรียนควรปฏิบัติตนอย่างไรขณะที่ฟังและดู

                                ๑. แสดงอาการให้ผู้พูดเมื่อไม่สบอารมณ์      ๒. ถามทันทีเมื่อสงสัย

                                ๓. ยิ้มพยักหน้าเมื่อพอใจ                                  ๔. ถ้ามีโทรศัพท์เข้ามารับและพูดเบาๆ

                ๓๙.  หลักการปฏิบัติสุดท้ายเมื่อจบสิ้นการฟัง

                                ๑. แยกประเด็นเรื่องที่ฟัง                                  ๒. จดบันทึก

                                ๓. ตัดสินใจว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน                     ๔. พิจารณากลวิธีการนำเสนอ

                ๔๐.  โอกาสในการฟังมีสามประเภทยกเว้ข้อใด

                                ๑. การสนทนาระหว่างบุคคล                           ๒. เข้ารับฟังเป็นหมู่คณะ

                                ๓. ฟังจาสื่ออิเลคทรอนิกส์                                ๔. ฟังเสียงนกร้อง

๔๑.          ข้อใดไม่ใช่จุดประสงค์ของการฟังและการดูเพื่อการสื่อสาร

                          ๑.  พูดกับคุณพ่อตอนทานข้าวเย็น                  ๒. เล่าอาการป่วยให้หมอฟัง

                         ๓.  แม่บอกช่วยซื้อปลาทูมา ๒ เข่ง                ๔.  ฟังสองผัวเมียข้างบ้านทะเลาะกัน

๔๒.       ข้อใดไม่เป็นการฟังเพื่อความเพลิดเพลิน

                                ๑.  ฟังกลุ่มคนเสื้อสี...ชุมนุมประท้วง           ๒.  ฟังเพลงดอกผักบุ้ง

                                ๓.  นั่งชุมหนังตะลุง                                         ๔.  ครูสมเกียรติเล่านิทานให้ฟัง

๔๓.       ข้อใดเป็นการฟังและดูเพื่อจรรโลงใจ

                                ๑.  ฟังพระแสดงธรรมในงานศพ                   ๒.  ฟังครูสอนในชั้นเรียน

                                ๓.  นั่งชมละครโทรทัศน์                                  ๔.  พูดกับเพื่อนทางโทรศัพท์

๔๔.       เหตุการณ์ใดเป็นการฟังในกลุ่มขนาดเล็ก

                ๑.  ชมรายการตลกจากโทรทัศน์                ๒.  ฟังการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนฯ

                ๓.  สนทนากับครอบครัวตอนทานข้าว        ๔.  ครูสอนในชั้นเรียน  

๔๕.       ข้อใดเป็นการฟังอย่างเป็นทางการ

                ๑.  ฟังข่าวประจำวัน                                          ๒.  ฟังการประชุมสัมมนา

                ๓.  ชมละครเวทีของนักเรียนชั้น ม.๕              ๔.  ฟังประกาศคณะปฏิวัติ

สาระการเรียนรู้ข้อที่ ๗

๔๖.                        ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการสื่อสาร

๑. รับรู้ข้อมูลข่าวสาร                                         ๒. สร้างความเชื่อถึอ

๓.ปลุกระดมต่อต้านทางราชการ                     ๔. ผ่อนคลายความตึงเครียด

     ๔๗.             ข้อใดเป็นองค์ประกอบของการสื่อสาร

                                ๑. พ่อค้า สินค้า ราคา ลูกค้า                              ๒.ผู้ส่งสาร สื่อ สาร ผู้รับสาร

                                ๓. ครู วิชา ข้อสอบ นักเรียน                            ๔. นักข่าว โทรทัศน์ ผู้ชม

 ๔๘.                เรื่องใดเป็นการสื่อสารเพื่อช่วยจรรโลงใจ

                                ๑. ดูละครโทรทัศน์                                             ๒. ฟังพระแสดงธรรม

                                ๓. ซื้อสินค้าที่ลงโฆษณาโทรทัศน์                  ๔. ชมรายการมวยไทย

  ๔๙.             ข้อใดเป็นอวัจนภาษา

                                ๑. พูดคุยกับแฟน                ทางโทรศัพท์                     ๒. อ่านหนังสือพิมพ์

                                ๓. เห็นแต่งชุดดำไปงานศพ                          ๔. เขียนกลอนสุภาพ

๕๐.  ข้อใดไม่ใช่ปัญหาของการใช้ภาษาในการสื่อสาร

                                ๑. พูดเข้าใจยาก เลือนลาง                                 ๒. ใช้คำผิดระดับบุคคล

                                ๓. ใช้สำนวนไม่ตรงเนื้อหา                             ๔. ให้ผู้ฟังซักถามเวลา ๑๒.๐๐น.

๕๑.  สำนวนใดต่างพวกออกไป

                                ๑. กลิ้งครกขึ้นภูเขา                                            ๒. น้ำท่วมทุ่งฝักบุ้งโหรงเหรง

                                ๓. ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด                     ๔. สีซอให้ควายฟัง

                จากข้อ ๗ ถึง ข้อ ๑๐ ให้นักเรียนเลือกข้อความที่สื่อสารได้ชัดเจนถูกต้อง

๕๒.                     ๑. ห้ามนักเรียนเข้ามาเล่น    

     

๔๗.     

  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: การสอบแก้ตัว 
· หมายเลขบันทึก: 461832 · เขียน:  
· อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์