ถาม-ตอบ เรื่อง IS

 สำหรับนักวิจัยมือใหม่ 

 ถึงนิสิตที่รักทุกคน
เชิญถามปัญหาได้นะครับ หรือหากมีใครทราบคำตอบก็สามารถตอบได้เช่นกัน ถือเป็นการแบ่งปันความรู้ครับ ครูมีผลงานทางวิชาการที่ได้เคยทำและรวบรวมไว้ โปรดคลิกดูได้ที่… (โดยเฉพาะข้อ 21 “นักวิจัยมือใหม่”)
http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/academic.htm
 

ข้อความ 2

ชื่อเรื่องการศึกษาพฤติกรรมและความคิดเห็นที่มีต่อการบริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชน์ ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร

ปรับปรุงดังนี้
1. ตัดคำ การศึกษาออก
2. ย้ายคำ ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครมาต่อท้ายคำ “...ความคิดเห็นดังนี้

พฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครที่มีต่อการบริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชน์

ข้อความ 5

เรื่อง การบริโภคเบเกอรี่ (ควรใส่เลขหน้าด้วย จะได้ระบุถูกว่าได้แนะนำหน้าใด)

1. ชื่อเรื่อง พฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
ที่มีต่อการบริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์

ควรปรับปรุงเป็นพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้บริโภคเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์
ในเขตกรุงเทพมหานคร

2. การอ้างอิงในเนื้อหา รูปแบบคือ (ชื่อ, ปี. หน้า ...)

ข้อความที่ต้องอ้างอิง(ในวงเล็บ)
... นมสด, ชูการ์ บัน, อิน & เอาท์, ซินซีโอ, แร็พอิท, ดรีม เบเกอรี่, ดี-เบสท์, ดังกิ้นโดนัท และซินนาบัน (ข้อมูลจากการสำรวจของสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย)

3. ความเป็นเหตุเป็นผล (หน้าที่สอง)
ภายใต้การแข่งขันอย่างสูงของธุรกิจเบเกอรี่ ประเภทแฟรนไชส์ในปัจจุบันนั้น ผู้บริโภคต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัว ทำให้ความถี่ในการเข้ามาใช้บริการของผู้บริโภคลดลง ...
ความคิดเห็น
ภายใต้การแข่งขัน…” มีผลทำให้ ผู้บริโภคต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัวใช่หรือไม่?

4. ความมุ่งหมายของการวิจัย (หน้าที่สาม)
ตัดข้อ 4 (ทราบจากข้อ 2. แล้ว) แล้วเลื่อนข้อ 5 เป็นข้อ
 

ข้อความ 6

โปรดศึกษาการกำหนดขนาดตัวอย่างได้ที่นี่ครับ
http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/poll.htm
 

ข้อความ 7

ขอให้ทุกกลุ่มดำเนินการเขียนข้อเสนอโครงการตามข้อต่อไปนี้ (ครูติดประชุม 10-11 สิงหาคม จะกลับมาอ่านให้วันหลัง)

ข้อเสนอโครงการ
1. ชื่อเรื่อง (The Title)
2. ชื่อผู้ทำวิจัย (The Title)
3. ประเภทของงานวิจัย (Type of Research)
4. ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย (Background & Rationale)
5. ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Review of Related Literatures)
6. คำถามของการวิจัย (Research Question)
7. วัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objective)
8. สมมติฐาน (Hypothesis)
9. กรอบแนวความคิดในการวิจัย (Conceptual framework)
10. การให้คำนิยามเชิงปฏิบัติที่จะใช้ในการวิจัย (Operational Definition)
11. ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)
12. การรวบรวมข้อมูล (Data Collection)
13. ผลหรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย (Expected Benefits & Application)
14. แผนการดำเนินการ

ข้อความ 8

ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาครูยุ่งมากๆ วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2549) จึงเริ่มดูงานของนิสิตได้ ให้นิสิตอ่านของทุกคน ถ้ามีปัญหาใกล้เคียงกันก็นำมาปรับของตนเองได้นะครับ เริ่มต้นด้วยของวรางคณาดังนี้
1. เรื่องเกี่ยวกับกรมสวัสดิการทหารบก
1.1 ย่อหน้าบรรทัดที่ 2 คำว่าปัจจุบันไม่สอดรับกับประโยคก่อนนั้น
1.2 สามสี่หน้าแรกไม่มีการอ้างอิงเลย หากเป็นข้อความที่เรียบเรียงเองจากเอกสารอื่นๆก็อ้างอิงครั้งเดียวได้ แต่ถ้าแต่ละย่อหน้านำมาจากเอกสารที่แตกต่างกันก็ควรอ้างอิงทุกย่อหน้าด้วยครับ
1.3 ตัวเลขใช้ให้เหมือนกันตลอด ให้เลือกใช้แบบใดแบบหนึ่งระหว่าง “1 2 ...” หรือ๑ ๒ …”
1.4 ขอบเขตการวิจัย ให้ระบุช่วงเวลาที่ทำการสำรวจด้วย
1.5 สมมุติฐานในข้อ 2. ให้แบ่งเป็นข้อ 2. และ 3. โดยข้อ 2. เปลี่ยนคำ มีอิทธิพลต่อเป็น มีความสัมพันธ์ทางบวกกับและข้อ 3. ก็คือข้อ 2. เดิม

2. เรื่องเกี่ยวกับ NGV
2.1 หน้าแรก คำว่า ไม่เกินร้อยละ 50% ของ...แก้เป็นไม่เกินร้อยละ 50 ของ...หรือ ไม่เกิน 50% ของ...อย่างใดอย่างหนึ่ง
2.2 หน้าแรก ตัวเลข “1000” เขียนเป็น “1,000”
2.3 ขอบเขตของการศึกษาควรระบุวิธีการวิจัย ตัวแปรที่ศึกษาและระบุช่วงเวลาที่ทำการสำรวจด้วย
2.4 สมมุติฐานทั้งสามข้อเปลี่ยนคำ ขึ้นเป็น มีความสัมพันธ์กับและข้อ 2. ตัดคำรวมเฉลี่ยออก
2.5 หน้า 3 ข้อความ เนื่องจากไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน ปัจจุบันจำนวนรถยนต์…” น่าจะเขียนดังนี้ เนื่องจากไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน เพราะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในปัจจุบัน จำนวนรถยนต์...
2.5 คำว่าสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)” แก้เป็น สุ่มตัวอย่างเชิงเดียว (Simple Random Sampling)”
2.6 คำว่า เลือกตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling)” แก้เป็น สุ่มตัวอย่างจาก
เพราะการเลือกตัวอย่างแบบโควตาจะไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร จึงไม่สามารถนำไปทดสอบสมมุติฐานได้

3. เรื่องเกี่ยวกับอพาร์เมนต์
3.1 คำ อพาร์เมนต์ควรเป็น อพาร์ทเมนต์หรือไม่
3.2 คำว่า “...มีผู้นิยมมากขึ้นกว่าเดิม...ควรอ้างอิงตัวเลขว่าเดิมเท่าไรและใหม่เท่าไร หากหาตัวเลขไม่ได้ก็ควรใช้อื่นๆ
3.3 คำว่า “...เป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่ใช้...คล้ายข้อ 3.2 หากหาตัวเลขไม่ได้ก็ควรใช้คำอื่นๆ เช่น “...เป็นทางเลือกที่คนส่วนหนึ่งใช้...เป็นต้น
งานวิชาการข้อความจะต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ
3.4 หน้าสุดท้ายมีคำผิดคือ วิเคราะและในวัตถุประสงค์ ให้เขียนหมายเลขข้อด้วย คือ 3.1, 3.2, 3.3
3.4 วัตถุประสงค์ข้อสุดท้าย (3.2) ควรเป็นเรื่องของประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
3.5 ขอบเขตของการวิจัย ควรระบุตัวแปรที่ศึกษาและช่วงเวลาที่ทำการสำรวจด้วย
3.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ให้ตัดข้อแรกออก และในข้อสามสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับสิ่งแวดล้อม เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเลย

4. เรื่องเกี่ยวกับเบเกอรี่
4.1 ชื่อเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภคและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์แสดงว่าประชากรคือ ประเทศไทยหรือในโลก หากจำกัดขอบเขตในกทม. ก็ควรเขียนดังนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ในเขตกรุงเทพมหานคร
4.2 ... นมสด, ชูการ์ บัน, อิน & เอาท์, ซินซีโอ, แร็พอิท, ดรีม เบเกอรี่, ดี-เบสท์, ดังกิ้นโดนัท และซินนาบัน (ข้อมูลจากการสำรวจของสมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย)
ให้อ้างอิงดังนี้
... นมสด, ชูการ์ บัน, อิน & เอาท์, ซินซีโอ, แร็พอิท, ดรีม เบเกอรี่, ดี-เบสท์, ดังกิ้นโดนัท และซินนาบัน (สมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีไทย, ปีที่สำรวจ. หน้า …)
4.3 ดูการใช้คำในข้อ 2.5 เรื่องเกี่ยวกับ NGV
ใช้ Simple Random Sampling ไม่ใช่ Sample Random Sampling
4.4 ตัดคำสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling)” เหตุผลแบบเดียวกับ ข้อ 2.6 เรื่องเกี่ยวกับ NGV
4.5 โปรดศึกษากรอบแนวคิดในการศึกษาค้นคว้าใหม่ ทำไมไม่มีสมมุติฐานเกี่ยวกับปัจจัยทางการตลาด

5. เรื่องเกี่ยวกับป้ายจราจรอัจฉริยะ
5.1 ความเป็นมา
ข้อความเริ่มจากในกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ และมีปัญหาจราจรที่ติดขัดน่าจะเปลี่ยนเป็นเนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ จึงมีปัญหาจราจรที่ติดขัด
คำว่าตั้งแต่อดีตควรระบุช่วงเวลาด้วย หากระบุไม่ได้ควรเลี่ยงไปใช้คำอื่น
5.2 ในภาษาไทย ให้วิธีเว้นคำแทนการใช้ “,”
5.3 วัตถุประสงค์น่าจะมีการศึกษาความรู้ความเข้าใจที่ผู้ขับขี่มีต่อป้ายอัจฉริยะด้วย
5.4 ควรมีกรอบความคิดในการวิจัย / นิยามศัพท์ / สมมุติฐานด้วย
5.5 การเลือกตัวอย่างจะใช้วิธีต่อไปนี้ไม่ได้ คือการเลือกตัวอย่างที่ไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Non-Probability sampling) โดยวิธีการเลือกตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling)” เหตุผลดูข้อ 2.6 เรื่องเกี่ยวกับ NGV
5.5 การแปลความจากมาตรวัด 1-2-3-4-5 ควรใช้เกณฑ์ตัดสินดังนี้
ระดับ 1.00 - 1.49 หมายถึง สำคัญน้อยที่สุด
ระดับ 1.50 – 2.49 หมายถึง สำคัญน้อย
ระดับ 2.50 – 3.49 หมายถึง สำคัญปานกลาง
ระดับ 3.50 – 4.49 หมายถึง สำคัญมาก
ระดับ 4.50 – 5.00 หมายถึง สำคัญมากที่สุด
5.6 การเขียน รายงานเบื้องต้น รายงานความก้าวหน้า รายงานฉบับสมบูรณ์มีไว้สำหรับการรายงานถึงผู้ให้ทุน เมื่อนิสิตเป็นผู้ออกทุนเองก็ไม่ต้องรายงาน 
 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: วิจัย สถิติ 
 หมายเลขบันทึก: 45880
 เขียน:  
 ความเห็น: 65  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Wed Aug 23 2006 11:02:24 GMT+0700 (ICT)
  • แวะมาทักทายครับ
  • เห็นว่ามีประโยชน์แก่บุคลที่สนใจมาก
  • รออ่านอีกครับผม
ณฐวรรณ
IP: xxx.8.70.89
เขียนเมื่อ Thu Aug 24 2006 11:57:32 GMT+0700 (ICT)
ส่ง file ที่เป็นตัวอย่างในการทำ IS ให้กับอาจารย์และเพื่อนบางคนแล้วคะ ถ้าใครยังไม่ได้รับให้บอก e-mail มาแล้วจะส่งให้จ้า
รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Sat Aug 26 2006 12:51:46 GMT+0700 (ICT)

การเขียน 2 บทแรก

             ชื่อเรื่อง (The Title) ชื่อผู้ทำวิจัย (The Title) และส่วนประกอบอื่นๆ เขียนที่ปกหน้า ตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด  

บทที่ 1 บทนำ

 

            ให้เขียนตามลำดับข้อดังนี้
1. ความสำคัญและที่มาของปัญหาการวิจัย (Background & Rationale)
2. คำถามของการวิจัย (ถ้ามี) / วัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objective)
3. สมมติฐาน (Hypothesis)

4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย (Expected Benefits & Application)

5. กรอบแนวความคิดในการวิจัย (Conceptual framework)

6. ข้อตกลงในการวิจัย (ถ้ามี) / ข้อจำกัดในการวิจัย (ถ้ามี)

7. ขอบเขตการวิจัย

            7.1 ประเภทของการวิจัย

            7.2 ขอบเขตของประชากร 

            7.3 กลุ่มตัวอย่าง

            7.4 ขอบเขตของเนื้อหา

            7.5 ขอบเขตของตัวแปร

            7.6 การนิยามศัพท์เชิงปฏิบัติ
            7.7 ระยะเวลาที่เก็บข้อมูล

  

บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Review of Related Literatures)

  o      วรรณกรรมต้องเกี่ยวข้องกับปัญหาที่จะศึกษา และมีความทันสมัย (ไม่ควรศึกษาผลงานที่เก่าเกิน 5 ปี) 

o      เขียนให้คลุมกรอบความคิดในการวิจัย  

o      ตัวแปรที่ใช้ในการตั้งสมมติฐานในบทที่ 1 ต้องมีทฤษฎีหรือผลงานวิจัยรองรับในบทนี้  

o      แบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย เรียงลำดับ จัดเป็นหมวดหมู่ และมีการสรุปประเด็นให้เชื่อมโยงกับตัวแปรที่ศึกษา 

o      การอ้างอิงต้องเขียนให้ถูกรูปแบบของมหาวิทยาลัย

สุทธิรัตน์
IP: xxx.157.7.88
เขียนเมื่อ Mon Aug 28 2006 15:48:12 GMT+0700 (ICT)
สอบ บทที่ 1-3 วันที่ 7-8 ตุลาคม ครับ
รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Fri Sep 01 2006 10:30:44 GMT+0700 (ICT)

ครูหายไปหลายวันเนื่องจากต้องใช้เวลาเตรียมตัวไปเสนอผลงานวิจัย ดูผลงานการนำเสนอของครูได้ที่http://gotoknow.org/blog/IS2549/47492  
พร้อมกันนี้ครูมีงานค้างที่ส่งมาคือ
 

http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/proposal.pdf 
เป็นตัวอย่างการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย โดยเขียนให้เรียงลำดับข้อตามที่ครูเคยแนะนำมา แต่เอกสารอ้างอิงในหน้า 8 ที่ส่งมานี้ให้ใช้ตามรูปแบบของ มน. นะครับ
  

 

http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/frame.pdf    เป็นรูปแบบการเขียนกรอบแนวคิดในการวิจัย โปรดสังเกตว่าก่อนเขียนกรอบจะต้องมีคำบรรยายที่มาของกรอบแนวคิดในการวิจัยก่อน แล้วจึงทำกรอบภาพตามมา 

 

http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/tool.pdf        เป็นตัวอย่างการเขียนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในบทที่ 3

IP: xxx.86.128.230
เขียนเมื่อ Fri Sep 01 2006 13:56:46 GMT+0700 (ICT)

คำแนะนำข้อเสนอเค้าโครงการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจเบเกอรี่

หน้าแรก ธุรกิจเบเกอรี่ เป็นธุรกิจอาหารประเภทหนึ่งที่ผู้บริโภคหันมารับประทานกันมากขึ้น ทำให้อัตราการขยายตัวของธุรกิจเบเกอรี่สูงมากขึ้น และเบเกอรี่กลายเป็นอาหารที่ผู้บริโภคนิยม...

รู้ได้อย่างไรว่า “อัตราการขยายตัวของธุรกิจเบเกอรี่สูงมากขึ้น” ควรหาหลักฐานมาอ้างอิงประกอบ หากหาไม่ได้ ก็ควรเขียนว่า “อัตราการขยายตัวของธุรกิจเบเกอรี่น่าจะสูงมากขึ้นตามไปด้วย”

...ธุรกิจเบเกอรี่แบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ เบเกอรี่ระดับล่าง เบเกอรี่ระดับกลาง และ เบเกอรี่ระดับบน...

ใช้หลักเกณฑ์อะไรแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ควรหาหลักฐานมาอ้างอิงประกอบ

...สามารถแบ่งเป็นประเภทธุรกิจได้ 11 ประเภท

... 11 ประเภทมีอะไรบ้าง

หน้าสอง ...อาหารเป็นส่วนใหญ่ (กรุงเทพธุรกิจ,2548.5) สืบเนื่องมาจาก...

2548.5 คืออะไร

หน้าสาม 3. เพื่อเปรียบเทียบความสำคัญของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภท...

3. เพื่อเปรียบเทียบระดับความสำคัญของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภท

... 5. สมมติฐาน

ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ที่ต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน

สถิติกับสมมุติฐานต้องไปด้วยกัน ที่เขียนมาข้างต้นนี้ใช้ได้กับสถิติ MANOVA แต่ถ้าใช้สถิติ ANOVA จะต้องเขียนสมมุติฐาน 20 ตัวคือ 1. บุคคลที่มีเพศต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน 2. บุคคลที่มีเพศต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านราคาแตกต่างกัน ..... 20. บุคคลที่มีรายได้ต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน
       ครูแนะนำให้ใช้ MANOVA

 

หน้าสี่ …โดยยอมให้มีค่าความคลาดเคลื่อนได้ 5% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และกำหนดความมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05…

ตัดส่วนที่ขีดเส้นใต้ออก

หน้าห้า ในแต่ละเขตจะใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) โดยใช้แบบสอบถามกับ...

การสุ่มแบบบังเอิญจะได้ตัวอย่างที่ไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร จึงไม่สามารถนำไปทดสอบสมมุติฐานได้ อาจเปลี่ยนเป็น “แบบมีระบบ (Systematic Sampling)” เช่น สัมภาษณ์หนึ่งคนเว้นหนึ่งคน เป็นต้น

6.6 นิยามศัพท์ 1. ปัจจัยที่มีอิทธิพล หมายถึง …

1. ควรนิยาม ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ หมายถึง …

หน้าแปด 1. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

จะแนะนำวันหลังครับ

รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Fri Sep 15 2006 16:56:26 GMT+0700 (ICT)
  • ลำดับหัวข้อในการเขียนบทที่ 3
1.       การกำหนดประชากรและเลือกกลุ่มตัวอย่าง     2.       เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย     3.       การสร้างเครื่องมือ     4.       การเก็บรวบรวมข้อมูล     5.       การจัดทำและการวิเคราะห์ข้อมูล     6.       สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล      
  • นิสิตที่ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือวิจัยจะต้องหา IOC และทำ Tryout ก่อน โดยหา IOC เพื่อให้แบบสอบถามมีความตรงเชิงเนื้อหา (วัดค่าได้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย) และทำ Tryout เพื่อพัฒนาความน่าเชื่อถือของแบบวัดให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (มีค่าแอลฟาไม่ต่ำกว่า 0.70) ศึกษาได้จากบทความ ที่นี่ (มีตัวอย่างอยู่ตอนท้ายๆ)
   
รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Sun Sep 17 2006 17:32:21 GMT+0700 (ICT)

แนวทางการนำเสนอเค้าโครงการวิจัยในวันที่ 8 ตุลาคม 2549

 

บทที่ 1 ต้องทำให้สมบูรณ์

 

บทที่ 2 อาจไม่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ต้องระบุหัวข้อที่จะเขียนว่ามีอะไรบ้าง โดยหัวข้อจะต้องครอบคลุม   วัตถุประสงค์ สมมุติฐาน และกรอบความคิดในการวิจัย

 

บทที่ 3 อาจไม่สมบูรณ์ก็ได้ แต่ต้องระบุประชากร ตัวอย่าง เครื่องมือวิจัยและสถิติที่จะใช้ในการวิเคราะห์และทดสอบสมมุติฐาน ประเด็นที่สำคัญที่จะต้องระบุคือ

 

1.       เครื่องมือวิจัยจะต้องครอบคลุมกรอบความคิดและวัตถุประสงค์ของการวิจัยให้ครบถ้วน ระบุให้ชัดเจนว่าตัวแปรอิสระคืออะไร ตัวแปรตามคืออะไร และวัดได้อย่างไร

 

2.       สถิติทดสอบ (Chi-square, Correlation, Regression, t, ANOVA, ANCOVA, MANOVA, MANCOVA) จะต้องสอดรับกับสมมุติฐาน (สถิติกับระดับข้อมูล/ตัวแปรต้องไปด้วยกัน)

 

3.       ถ้าขาดความชัดเจนในข้อ 1. และ 2. กรรมการอาจไม่ให้ผ่าน ซึ่งนิสิตจะต้องเริ่มต้นหาเรื่องทำใหม่

 4.       นิสิตจะต้องส่งเอกสาร แนวทางการนำเสนอเค้าโครงการวิจัยดังกล่าวที่คุณแก้วในวันที่ 18 24 กันยายน 2549  
NGV ครับ
IP: xxx.144.144.164
เขียนเมื่อ Wed Sep 20 2006 22:28:00 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์วัฒนาที่เคารพ

 

ผมเรียนปรึกษาอาจารย์เรื่อง การวางแผนการสุ่มตัวอย่าง ในกรณีไม่มีกรอบตัวอย่าง ไม่ทราบจำนวน ไม่มีรายชื่อ และในทางปฏิบัติของงานวิจัยแล้ว สามารถนำ การสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น มาใช้ประกอบการวางแผนการสุ่มตัวอย่างได้หรือไม่

 

แต่จากหนังสือเกียวกับ ระเบียบวิธีวิจัย ในหลายเล่ม บอกว่าใช้ได้ และงานวิจัยดีเด่นปี 2549 ของ ม.นเรศวร       ก็ใช้การกำหนดตัวอย่างแบบโควต้า By อายุประชากร

 ผมเลยสับสนว่า การวางแผนการสุ่มตัวอย่าง ในทางปฏิบัติของงานวิจัยแล้ว สามารถนำการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น  มาใช้ประกอบการวางแผนการสุ่มตัวอย่างได้หรือไม่ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ 
รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Thu Sep 21 2006 10:26:13 GMT+0700 (ICT)

                การสุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น สามารถทำได้ แต่ไม่ควรนำไปใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน เพราะกลุ่มตัวอย่างที่ได้จะไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร จึงไม่ควรอ้างอิงถึงประชากร ทั้งนี้เพราะการทดสอบสมมุติฐานมาจากทฤษฎีการสุ่มตัวอย่าง (Sampling theory) ซึ่งกำหนดว่าตัวอย่างที่นำมาทดสอบต้องเป็นตัวอย่างสุ่ม (Random sample)

ดู http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/poll.htm 

 

                การกำหนดตัวอย่างแบบโควตา หากขั้นตอนต่อไปสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็นก็นำตัวอย่างมาทดสอบได้ โดยประชากรที่อ้างอิงควรมีสัดส่วนสอดคล้องกับโควตาจึงจะอ้างอิงได้อย่างสมเหตุผล

                 ในกรณีไม่มีกรอบตัวอย่าง ไม่ทราบจำนวน ไม่มีรายชื่อ ควรใช้การสุ่มแบบมีระบบ เช่น สุ่มหนึ่งบ้านเว้นสองบ้าน (หรือมากกว่านี้) เป็นต้น จนคลุมขอบเขตของประชากร (ประมาณสัดส่วนให้เหมาะสมเพื่อให้คลุมขอบเขตและได้จำนวนตามขนาดตัวอย่าง)
NGV ครับ
IP: xxx.144.144.164
เขียนเมื่อ Thu Sep 21 2006 20:30:27 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณที่อาจารย์ให้ความกระจ่างครับ

แล้วผมจะส่งไฟล์ บทที่ 1-3 + แบบสอบถาม  ให้ตรวจ

สอบอีกที่ครับ

รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Fri Sep 22 2006 13:09:38 GMT+0700 (ICT)
นิสิตถามในอีเมล์ แต่ครูนำมาตอบที่นี่ เพื่อให้คนอื่นทราบด้วยครับ ถาม การสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบจะทำการสุ่มได้อย่างไรค่ะเพราะว่าถ้าสุ่มแบบคนเว้นคนมันจะทำไม่ได้ค่ะตอบ ถ้าอย่างนั้นก็เว้นสองคนครับ ถาม ในการทำ MANOVA ทำได้อย่างไรค่ะ ไปหาข้อมูลมาอ่านแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจเลยค่ะ

ตอบ ครูเคยตอบให้กับกลุ่มอื่นก่อนหน้านี้แล้ว จะยกตัวอย่างให้ดูอีกครั้งครับ

 

ตัวอย่างสมมุติฐานแบบ MANOVA (ตัวแปรอิสระ 5 ตัว และตัวแปรตาม 4 ตัว ตั้งเพียง 1 ครั้ง)
                ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ที่แตกต่างกันมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาดแตกต่างกัน

 

ตัวอย่างสมมุติฐานแบบ ANOVA (ตัวแปรอิสระ 5 ตัว และตัวแปรตาม 4 ตัว ต้องตั้ง 20 ครั้ง)
1. บุคคลที่มีเพศแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
2. บุคคลที่มี
อายุแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
3. บุคคลที่มี
ระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
4. บุคคลที่มีอาชีพ แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
5. บุคคลที่มีรายได้ แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านผลิตภัณฑ์ แตกต่างกัน
6. บุคคลที่มีเพศแตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านราคา แตกต่างกัน

……………………………………
20. บุคคลที่มีรายได้แตกต่างกัน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ ด้านการส่งเสริมการตลาด แตกต่างกัน


ก่อนเลือกสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน ให้ตรวจสอบความเหมาะสมที่นี่

เบเกอรี่
IP: xxx.157.7.87
เขียนเมื่อ Fri Sep 22 2006 15:22:47 GMT+0700 (ICT)

 

ขอบคุณครับ

NGV ครับ
IP: xxx.144.144.164
เขียนเมื่อ Fri Sep 22 2006 20:03:21 GMT+0700 (ICT)
 เรียนอาจารย์วัฒนาที่เคารพ เรื่องการใช้การแปลความแบบ Interval เนื่องจากการวัดความพอใจจะวัดออกเป็นแต่ละด้านครับเช่นด้านผลิตภัณฑ์ จะประกอบไปด้วย 6 ข้อย่อย คือ

รอบเดินเบาของเครื่องยนต์เดินนิ่ง          12345

มีอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ดี                    12345ง่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์               12345คุณภาพของเชื้อเพลิง                                12345

ระยะทางที่วิ่งได้ต่อเชื้อเพลิง 1 ถัง            12345

      

 ลักษณะคะแนนที่ได้จะเป็น

 จากผู้ตอบ 400 ชุด  ค่าเฉลี่ยของแต่ละคำถาม   ค่าเฉลี่ยด้านผลิตภัณฑ์

                               3.32                           3.15

4                                3.20                  พอใจปานกลาง

3                                3.0

4                                2.98

3                                3.24

 ผมจะใช้การแปลความลักษณะรวมคำถามข้อย่อยมาเป็นแต่ละด้าน แล้วจึงแปลความแต่ละด้านครับ ซึ่งน่าจะตรงกับแบบ Interval ในเอกสารของอาจารย์ครับ ขอบคุณอาจารย์อย่างสูงครับ
ครูเลข
IP: xxx.120.37.154
เขียนเมื่อ Fri Sep 22 2006 22:24:25 GMT+0700 (ICT)
ok ครับ
NGV ครับ
IP: xxx.144.144.164
เขียนเมื่อ Sat Sep 23 2006 13:28:51 GMT+0700 (ICT)

 เรียนอาจารย์วัฒนาที่เคารพ

ผมเรียนสอบถามเรื่องการแบ่งช่วงของคำตอบในแบบสอบถามครับ

12.ความถี่ในการเติมก๊าซธรรมชาติ (NGV)

q  1) 1-3 ครั้ง / สัปดาห์                               

q  2) 4 - 6 ครั้ง / สัปดาห์ (พวกขับไปทำงานระยะทางใกล้ๆ)

q  3) 1 ครั้ง / วัน                                         

q  4) 2 ครั้ง / วัน    

q  5) 3 ครั้ง / วัน                                         

q  6) มากกว่า 3 ครั้ง / วัน ( พวกขับแท็กซี่ทั้งวัน )

 ไม่อยากให้คำตอบเกิน 6 ข้อ ครับ 

ข้อ 1-2 จะยุบรวมเป็น  

q  1)  น้อยกว่า 1 ครั้ง / วัน  หรือ    

q 1)  น้อยกว่า 7 ครั้ง / สัปดาห์      

หรือ  สามารถใช้แบบเดิมได้ไหมครับ

รบกวนขอความคิดเห็นอาจารย์ครับ 

                           

รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Sun Sep 24 2006 10:52:24 GMT+0700 (ICT)
คำแนะนำ หนึ่ง เพื่อไม่ให้ผู้ตอบสับสน ควรใช้หน่วยเดียวกัน เช่น ใช้ต่อวันทั้งหมด หรือ ใช้ต่อสัปดาห์ทั้งหมด สอง ควรเรียงจากค่าน้อยไปค่ามาก สาม ไม่น่าจะใช้เลขตัวเดียว เช่น 1 ครั้งต่อวัน หรือ 2 ครั้งต่อวัน เพราะหากบางคนใช้ทั้ง 1 และ 2  ก็ลำบากที่จะตอบ จึงควรใช้แบบช่วง และควรเป็นช่วงเท่าๆกันด้วย เช่น ใช้หน่วยและช่วงต่อสัปดาห์ดังนี้ 1) ไม่เกิน 2 ครั้ง / สัปดาห์ 2) 3 - 4 ครั้ง / สัปดาห์  3) 5 - 6 ครั้ง / สัปดาห์ 4) 7 - 8 ครั้ง / สัปดาห์ 5) มากกว่า 8 ครั้ง / สัปดาห์ จากการทดลองใช้ (Tryout) หากคำตอบมีการกระจายมากก็ให้ปรับช่วงทั้งหมดให้แคบลง แต่ถ้าหากคำตอบกระจุกที่ช่วงใดช่วงหนึ่งมากเกินไปก็ให้ปรับช่วงให้กว้างขึ้น
รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Sun Sep 24 2006 10:55:08 GMT+0700 (ICT)
ความรู้สถิติสำหรับเตรียมสอบ ทำไมต้องใช้ MANOVA ในการทดสอบ ค่าเฉลี่ย  *    ถ้าประชากร มี 1 กลุ่ม เราใช้สถิติ t-test (เมื่อไม่ทราบความแปรปรวนของประชากร)*  ถ้าประชากร มี 2 กลุ่ม (ตัวแปรอิสระ 1 ตัว แต่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เช่น ตัวแปรเพศ ซึ่งแบ่งเป็นชายและหญิง) และ ตัวแปรตามมี 1 ตัว เราก็ใช้สถิติ t-test*  ถ้าประชากร มีมากกว่า 2 กลุ่ม (ตัวแปรอิสระ 1 ตัว แต่แบ่งออกเป็นมากกว่า 2 กลุ่มเช่น ตัวแปรอาชีพ ซึ่งแบ่งออกเป็นมากกว่าสองกลุ่ม) และ ตัวแปรตามมี 1 ตัว ไม่ควรใช้สถิติ t-test หลายๆครั้ง เพราะความคลาดเคลื่อนแบบที่หนึ่ง (Alpha) จะมีค่ามากว่าปกติ (มีผลทำให้ผลการทดสอบมีนัยสำคัญ ทั้งๆที่ไม่ควรจะเป็นแบบนั้น) แต่ควรใช้สถิติ One-way ANOVA (One-way Analysis Of VAriance)   *   ถ้า ตัวแปรอิสระมี 1 ตัว (แต่แบ่งออกเป็นมากกว่า 2 กลุ่ม) และ ตัวแปรตามมี 1 ตัว เราใช้สถิติ One-way ANOVA*  ถ้า ตัวแปรอิสระมีมากกว่า 1 ตัว และ ตัวแปรตามมี 1 ตัว เราใช้สถิติ ANOVA (หรือ Multi-way ANOVA เช่น Two-way ANOVA , Three-way ANOVA เป็นต้น)*  ถ้า ตัวแปรอิสระมีมากกว่า 1 ตัว และ ตัวแปรตามมีมากกว่า 1 ตัว ไม่ควรใช้สถิติ One-way ANOVA หลายๆครั้ง แต่ควรใช้สถิติ MANOVA (หรือ Multivariate ANOVA โดย Multivariate หมายถึง ตัวแปรตามมีมากกว่า 1 ตัว) และถ้ามีตัวแปรร่วม (หรือตัวแปรแทรกกลาง ตัวแปรแทรกซ้อน หรืออาจใช้ชื่ออื่นๆ) สถิติที่เหมาะสมคือ MANCOVA (Multivariate ANCOVA)   ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ตัวแปรอิสระเป็นตัวแปรเชิงคุณภาพ (qualitative) ถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ สถิติที่เหมาะสมคือ Regression แต่ถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงคุณภาพ (qualitative) ทั้งคู่ สถิติที่เหมาะสมคือ Chi-square และถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ แต่ไม่แบ่งออกเป็นตัวแปรอิสระและตัวแปรตามแล้ว สถิติที่เหมาะสมคือ Correlation
กลุ่มเบเกอรี่
IP: xxx.28.23.198
เขียนเมื่อ Sun Sep 24 2006 12:07:20 GMT+0700 (ICT)
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ความกระจ่างค่ะ / ครับ
รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Sun Sep 24 2006 19:32:15 GMT+0700 (ICT)

ขอแก้ประโยคสุดท้ายก่อนหน้าต่างนี้

จาก 
และถ้าทั้งตัวแปรอิสระและตัวแปรตามเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ แต่ไม่แบ่งออกเป็นตัวแปรอิสระและตัวแปรตามแล้ว สถิติที่เหมาะสมคือ Correlation

เป็น
และถ้าเป็นตัวแปรเชิงปริมาณ (quantitative) ทั้งคู่ แต่ไม่แบ่งออกเป็นตัวแปรอิสระและตัวแปรตามแล้ว สถิติที่เหมาะสมคือ Correlation

รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Mon Sep 25 2006 12:22:01 GMT+0700 (ICT)
เรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเบเกอรี่ฯเรื่อง ความพึงพอใจของผู้ขับขี่ยานพาหนะต่อป้ายจราจรอัจฉริยะในกรุงเทพมหานครให้ดูที่นี่
รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Mon Sep 25 2006 14:56:37 GMT+0700 (ICT)
เรื่อง อพาร์ทเมนท์  ไม่ได้อ่านรายละเอียด แต่ได้ดูส่วนสำคัญๆ มีคำแนะนำในขั้นต้น (สีเขียว) ดังนี้   3. สมมติฐาน (Hypothesis)                 1.   พฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกันมีผลต่อการตัดสินใจเลือกเช่าอพาร์ทเมนท์แตกต่างกัน                2.  ผู้บริโภคที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน สถานภาพสมรส แตกต่างกัน มีปัจจัยการตัดสินใจเลือกเช่าอพาร์ตเมนท์แตกต่างกันควรเขียนที่มาของการตังสมมติฐานนี้ด้วย (หาหลักฐานยืนยันความเชื่อที่ตังสมมติฐานอย่างนี้ หากหาหลักฐานไม่ได้ก็ควรบอกเหตุผลส่วนตัวว่าทำไมจึงตั้งสมมติฐานหรือมีความเชื่ออย่างนั้น) 4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย (Expected Benefits & Application)1.   เพื่อทำให้ทราบถึงปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเช่าอพาร์ทเมนท์ของผู้บริโภคในเขตมีนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานครข้อนี้ควรตัดทิ้ง เพราะการศึกษาเรื่องใดก็จะทราบเรื่องนั้นอยู่แล้ว สิ่งที่ควรเขียนคือ หลังจากทราบปัจจัยนั้นแล้วจะมีประโยชน์อะไรต่อไป ถ้าเพียงแต่ทราบแต่หาประโยชน์ไม่ได้ก็ไม่ควรเขียน 5. กรอบแนวความคิดในการวิจัย (Conceptual framework)ควรเขียนที่มาของกรอบแนวความคิดในการวิจัยด้วย ดู http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/frame.pdf   ภาพที่ 2.1, ตารางที่ 2.2   ควรระบุแหล่งอ้างอิงด้วย

3.4 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้อย่างน้อยต้องมีจำนวน 384 ราย ผู้ศึกษาจึงกำหนดกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ แจกแบบสอบถาม จำนวน 450 รายได้รับกลับคืนและมีความสมบูรณ์ จำนวน 400 ราย ในการคัดเลือกตัวอย่าง  ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลในกลุ่มตัวอย่างผู้เช่าพักในอพาร์ทเมนท์ในเขตมีนบุรี
  1. ควรแจกแบบสอบถามจำนวน 384 ราย ได้คืนมาเท่าไรก็ใช้เท่านั้น แต่ต้องพยายามติดตามให้ได้มากที่สุด ดูอัตราการตอบกลับ ที่นี่
  2. ไม่ควรสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เพราะตัวอย่างที่ได้จะไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ในการอ้างอิงถึงประชากรได้ (อย่าลืมว่าการทดสอบสมมุติฐานก็เพื่ออ้างอิงถึงประชากร) ควรสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ

 

3.6 วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

….แยกแบบสอบถามที่ไม่สมบูรณ์ออก แบบสอบถามที่ไม่ตอบบางข้อก็ยังใช้ได้ ….ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS/PC …..โปรแกรม SPSS/PC เขาเลิกใช้กันนานแล้ว ปัจจุบันใช้ SPSS/FW หรือเขียน SPSS ก็ได้ สถิติอ้างอิงตัวแปรตามมีหลายตัว (7 ตัว) ควรเลือกใช้สถิติ MANOVA (ในกรณีนี้ไม่ต้องเขียนสูตร t-test, F-test) การวิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยแบบรายคู่ โดยวิธี  LSDทำไมต้องใช้ LSD บอกเหตุผลมาด้วย ถ้าบอกไม่ได้ควรเลือกใช้สถิติ Scheffe’ เหตุผลคือ สถิติ Scheffe’ มีลักษณะอนุรักษ์นิยม กล่าวคือ หากค่าเฉลี่ยแตกต่างเพียงเล็กน้อยจะถือว่าค่าเฉลี่ยไม่แตกต่างกัน ในกรณีเดียวกันนี้ถ้าใช้ LSD อาจจะแตกต่างก็ได้ เพราะในกรณีจำนวนกลุ่มมีมาก การใช้ LSD จะมีความคลาดเคลื่อนประเภทที่หนึ่งมากไปด้วย แบบสอบถามที่เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) หากคำนวณตัวเลขจากค่าที่ได้จากแบบสอบถามโดยตรง ไม่ควรใช้ช่วงต่อไปนี้                4.21 - 5.00            สำคัญมากที่สุด                3.41 - 4.20            สำคัญมาก                2.61 - 3.40            สำคัญปานกลาง                1.81 - 2.60            สำคัญน้อย                1.00 - 1.80            สำคัญน้อยที่สุด                โปรดดู http://gotoknow.org/blog/IS2549/50236 
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Wed Sep 27 2006 17:56:32 GMT+0700 (ICT)
  • มาแสดงความยินดีว่าท่านอาจารย์มีแพลนเน็ตแล้วครับผม
  • ขอบคุณมากครับ
ครูเลข
IP: xxx.120.39.220
เขียนเมื่อ Mon Oct 02 2006 18:14:13 GMT+0700 (ICT)
อาจารย์ Present ใน Power Point ต้องนำเสนออะไรบ้างค่ะ การนำเสนอเค้าโครงการวิจัย ให้นำเสนอ 15 นาที สั้นๆ กระชับ แต่ได้ใจความ ครบประเด็นหลักๆ ตามลำดับต่อไปนี้*      คณะผู้วิจัย*      ชื่อเรื่อง*      ความสำคัญของปัญหาการวิจัย *      วัตถุประสงค์ของปัญหาการวิจัย*      สมมติฐาน *      ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย *      กรอบแนวความคิดในการวิจัย *      ขอบเขตการวิจัย o       ประเภทของการวิจัยo       ขอบเขตของประชากร  o       ขนาดตัวอย่างo       ขอบเขตของเนื้อหาo      ขอบเขตของตัวแปร ให้ระบุว่าตัวแปรอิสระคืออะไร ตัวแปรตามคืออะไร และวัดได้อย่างไร*   เครื่องมือวิจัย  แบ่งออกเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง*   สถิติทดสอบสมมติฐาน 
ครูเลข
IP: xxx.86.128.33
เขียนเมื่อ Sat Oct 07 2006 17:19:45 GMT+0700 (ICT)

แหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษาเพิ่มเติม

  • ความแตกต่างระหว่างเกณฑ์ Ordinal และเกณฑ์ Interval ดูหลักเกณฑ์การเลือกใช้ในหัวข้อ “ที่มาของหลักเกณฑ์การตัดสิน 5 ระดับ” ในแหล่ง http://gotoknow.org/blog/IS2549/50236
  • ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยการทำ IOC และตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวิจัยโดยการทำ Tryout ให้ดูตอนท้ายในแหล่ง http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/Questionnaire.pdf
  • การเขียนกรอบความคิดในบทที่ 1 ให้เกริ่นนำที่มาของเนื้อหา/ตัวแปรก่อน แล้วจึงเขียนแผนผังกรอบความคิด ดังตัวอย่างในแหล่ง http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/frame.pdf และอธิบายความหมายของเนื้อหา/ตัวแปรโดยละเอียดในบทที่ 2
  • สมมุติฐานประกอบด้วยตัวแปร (ตัวแปรอิสระ/ตัวแปรตาม) และการเขียนสมมุติฐานจะต้องบรรยายความเป็นมาของตัวแปรก่อน มีเหตุผล/ทฤษฏี/หลักฐาน/หรือความเชื่อ (หรือประสบการณ์ของผู้วิจัย) ใดรองรับสมมุติฐานที่ตั้ง เช่น การใช้ตัวแปร “เพศ” เป็นตัวแปรอิสระ ดูตัวอย่างหัวข้อ 4.1 ในแหล่งต่อไปนี้คือ http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/frame.pdf

 

NGV ครับ
IP: xxx.209.32.189
เขียนเมื่อ Mon Oct 09 2006 16:13:37 GMT+0700 (ICT)

เรียน อาจารย์วัฒนาที่เคารพ

เรื่องทำหนังสือ ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ แบบสอบถาม

ไม่ทราบว่า จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญกี่คนครับ

หรือให้อาจารย์ที่ปรึกษา+ผู้เชี่ยวชาญ 1 คนก็พอ

เนื่องจากผมทำคนเดียวเลยต้องรีบทำแบบสอบถามให้เสร็จเร็วๆ เพื่อที่จะนำเวลาที่เหลือไปแจกแบบสอบถามครับ (ผมได้ส่งไฟล์แบบสอบถามที่แก้ไขใหม่ล่าสุดให้อาจารย์แล้วครับ)

ครูเลข
IP: xxx.120.37.192
เขียนเมื่อ Mon Oct 09 2006 17:25:46 GMT+0700 (ICT)

ไม่ต่ำกว่าสามคนครับ

ครูเลข
IP: xxx.120.37.192
เขียนเมื่อ Mon Oct 09 2006 23:24:31 GMT+0700 (ICT)
ได้ครับ
ครูเลข
IP: xxx.86.128.33
เขียนเมื่อ Wed Oct 11 2006 16:51:55 GMT+0700 (ICT)
จับประเด็นสำคัญวันสอบปกป้องเค้าโครงวิจัย 8 ตุลาคม 2549 ·        ตัวแปรอิสระของสมมุติฐานนิสิตส่วนใหญ่มักใช้ปัจจัยหรือตัวแปรส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ เพศ ระดับการศึกษา รายได้ สถานภาพ อาชีพ เป็นตัวแปรอิสระที่จะส่งผลต่อตัวแปรตาม แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามีเหตุผลใดที่ทำให้เชื่ออย่างนั้นหรือไม่มีหลักฐานอ้างอิงนั่นเอง (หลักฐานอ้างอิง เช่น ทฤษฏี ผลงานวิจัย บทความ หรือจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยส่วนบุคคล เป็นต้น)คำแนะนำ ตัวแปรทุกตัวที่นำมาใช้ในการตั้งสมมุติฐานจะต้องมีหลักฐานรองรับและสามารถอธิบายได้อย่างสมเหตุผลว่าทำไมจึงมีความเชื่อว่าตัวแปรอิสระ X ส่งผลต่อตัวแปรตาม Y หากหาหลักฐานไม่ได้ ก็ไม่ควรนำมาตั้งเป็นสมมุติฐาน และตัวแปรตัวนั้นควรตัดออกจากแบบสอบถามด้วยผลของการตั้งสมมุติฐานที่ไม่มีหลักฐานรองรับปีที่แล้วมีงานวิจัยบางเรื่องแม้นิสิตจะทำเสร็จเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์แล้ว แต่สอบไม่ผ่านเนื่องจากมีสาเหตุคือ หนึ่ง นิสิตไม่สามารถอธิบายความสมเหตุผลของการตั้งสมมุติฐานดังกล่าวข้างต้นได้ สอง นิสิตไม่สามารถอธิบายความหมายของสถิติได้ (คงจ้างคนอื่นทำให้ จึงไม่ซาบซึ้งในผลงานที่ทำ จึงไม่สามารถอธิบายความหมายของสถิติได้) ดังนั้น นิสิตใช้สถิติตัวใดจะต้องศึกษาความหมายของสถิติตัวนั้นให้เข้าใจด้วย และ นิสิตจะต้องทำเองจึงจะซาบซึ้งงานที่ค้นพบ ·        เกณฑ์การตัดสินใจ 5 ระดับของ Likert scaleเกณฑ์ ordinal: 1.00-1.49 = น้อยที่สุด, 1.50-2.49 = น้อย, 2.50-3.49 = ปานกลาง, 3.50-4.49 = มาก, …เกณฑ์ interval: 1.00-1.79 = น้อยที่สุด, 1.80-2.59 = น้อย, 2.60-3.39 = ปานกลาง, 3.40-4.19 = มาก, …นิสิตอธิบายความแตกต่างระหว่างเกณฑ์ทั้งสองไม่ได้ ครูได้อธิบายในแหล่งต่อไปนี้แล้วคือhttp://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/criteria5.pdf แต่นิสิตบางคนอธิบายตามนั้นไม่ได้ ครูขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมดังนี้ สมมุติว่านำเทอร์โมมิเตอร์สองอันไปไว้ในห้องสองห้องที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันห้องละอัน โดยห้องแรกเข็มมิเตอร์ชี้ที่ 30 องศา ห้องที่สองเข็มชี้ที่ 20 องศา ในกรณีนี้ไม่ว่าใครจะไปวัดอุณหภูมิก็ตามจะสามารถบอกได้ตรงกันว่าอุณหภูมิสองห้องนั้นต่างกัน 10 องศา ดังนั้นระดับการวัด คือ interval ซึ่งระบุความแตกต่างกันได้แน่นอน แต่ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์และให้นิสิตสองคนเข้าไปในห้องสองห้องดังกล่าว นิสิตสามารถบอกได้ตรงกันว่ามีห้องหนึ่งเย็นกว่าอีกห้องหนึ่ง  แต่อาจบอกไม่ได้ว่าเย็นกว่ากันเท่าไร ดังนั้น ระดับการวัด คือ ordinal ซึ่งไม่สามารถระบุความแตกต่างได้แน่นอน ตามหลักการทางสถิติ ข้อมูลอยู่ในระดับ ordinal ค่ากลางที่เหมาะสมคือ median โดยแบ่งครึ่งระหว่างสองค่าใดๆ เช่น ระหว่างสองระดับแรกคือ (1+2)/2 = 1.50 และข้อมูลระดับ interval ค่ากลางที่เหมาะสมคือ mean โดยแบ่งเป็นระดับละเท่าๆกัน คือ (5-1)/5 = 0..8” ·        ขั้นตอนต่อไป                 ให้นิสิตทำความเข้าใจกรอบความคิด (ที่ได้ปรับปรุงให้เหมาะสมแล้ว) พร้อมด้วยตัวแปรที่ปรากฏในสมมุติฐาน เพื่อพัฒนาแบบสอบถาม และสิ่งสำคัญที่จะต้องทำต่อไปคือ หนึ่ง การทำ IOC สอง หา Reliability                การทำ IOC โดยให้ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 3 คนตรวจสอบความตรงของแบบวัดนั้น และดำเนินการดังนี้คือ เขียนชื่อเรื่องวิจัย วัตถุประสงค์ของการวิจัย นิยามศัพท์หรือตัวแปรที่ปรากฏในสมมุติฐานและระบุให้ชัดเจนว่าตัวแปรแต่ละตัวนำมาจากคำถามข้อใด พร้อมด้วยวิธีการให้คะแนนแบบสอบถามรายข้อที่ต้องแสดงความคิดเห็น (คำถามวัดข้อเท็จจริง เช่น เพศ อายุ ฯลฯ ไม่ต้องให้คะแนน) ดังตัวอย่าง
                ข้อมูลที่เสนอขอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เรื่องวิจัย คือ …………..วัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ ..............นิยามศัพท์หรือตัวแปรที่ปรากฏในสมมุติฐาน (สมมุติในสมมุติฐานว่ามีตัวแปรสามตัวคือทักษะความสามารถ / ความรู้ความเข้าใจ / อุปนิสัย) เช่น       ทักษะความสามารถ หมายถึง..... ตรงกับคำถามข้อต่อไปนี้คือ .....       ความรู้ความเข้าใจ หมายถึง..... ตรงกับคำถามข้อต่อไปนี้คือ .....       อุปนิสัยหมายถึง..... ตรงกับคำถามข้อต่อไปนี้คือ .....เป็นต้นวิธีการให้คะแนนข้อคำถามรายข้อที่ต้องแสดงความคิดเห็น        ให้คะแนน +1 ถ้า แน่ใจ ว่าข้อคำถามวัดได้ ตรงตามวัตถุประสงค์
        ให้คะแนน 0 ถ้า ไม่แน่ใจ ว่าข้อคำถามวัดได้ ตรงตามวัตถุประสงค์
        ให้คะแนน -1 ถ้า แน่ใจ ว่าข้อคำถามวัดได้ ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ดูวิธีการคำนวณ IOC ใน http://tulip.bu.ac.th/~wathna.s/Questionnaire.pdf
       
ณัฐนันท์
IP: xxx.146.104.41
เขียนเมื่อ Tue Oct 17 2006 09:11:23 GMT+0700 (ICT)

เรียน รศ.วัฒนา

ตามที่ดิฉันได้เรียนขอให้อาจารย์วัฒนา เป็นผู้เชี่ยวชาญ ตรวจแบบสอบถามให้

อาจารย์ที่ปรึกษา (ดร.อภิชัย) เห็นชอบ แล้วค่ะ

 และดิฉันได้ส่งคำร้องไปยังมหาวิทยาลัยให้แต่งตั้งอาจารย์วัฒนา อาจารย์สิปปภาส อาจารย์จักรกฤษณ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วค่ะ พร้อมกับนำส่งแบบสอบถามให้อาจารย์ทั้งสองท่านแล้ว

 จึงเรียนมาเพื่อสอบถามอาจารย์ วัฒนาว่าจะส่งแบบสอบถามให้อาจารย์ ได้ที่ไหนคะ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือเปล่าคะ

ขอขอบพระคุณมากค่ะ

ณัฐนันท์

 

ครูเลข
IP: xxx.120.34.98
เขียนเมื่อ Tue Oct 17 2006 10:23:56 GMT+0700 (ICT)
ช่วงนี้ปิดภาค เปิด 24 ตค. 49 ครับ
ณัฐนันท์
IP: xxx.44.210.31
เขียนเมื่อ Tue Oct 17 2006 11:46:14 GMT+0700 (ICT)

งั้นต้องไปหาอาจารย์ที่ บ้านมีนบุรี หรือป่าวคะ หรือว่าส่งเมล์ได้คะ ที่บ้านอาจารย์น้ำท่วมป่าวคะ

 ขอบคุณมากค่ะ

ณัฐนันท์

ศศิประภา
IP: xxx.28.23.198
เขียนเมื่อ Sun Oct 29 2006 09:35:34 GMT+0700 (ICT)

เรียนอาจารย์วัฒนา

ดิฉันอยากขอให้อาจารย์วัฒนา เป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจแก้ไขแบบสอบถามให้ โดยที่อาจารย์ที่ปรึกษา (ดร.อภิชัย) เห็นชอบแล้วค่ะ

หัวข้อ IS คือ กลยุทธ์การตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรในสถานที่ออกกำลังกายในเขตกรุงเทพมหานคร

 และดิฉันได้ยื่นคำร้องไปยังมหาวิทยาลัยให้แต่งตั้งอาจารย์วัฒนา อาจารย์จักรกฤษณ์ และอาจารย์วิมาลา เป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วค่ะ

 ขอขอบพระคุณมากค่ะ

ณัฐนันท์
IP: xxx.28.23.198
เขียนเมื่อ Mon Oct 30 2006 11:18:12 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์คะ  ไม่ทราบว่าแบบสอบถามที่ส่งไปให้อาจารย์ ทางเมล์ เป็นอย่างไรบ้างคะ คือหนูกะวสุนธราจะไปพบอาจารย์ที่ ม.กรุงเทพ แต่วันนี้ โทรไป อาจารย์ ไม่เข้า ไม่ทราบว่าวันไหน จะสะดวกให้ไปพบที่ ม.กรุงเทพ ดีคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

 

ครูเลข
IP: xxx.86.128.33
เขียนเมื่อ Tue Oct 31 2006 09:23:52 GMT+0700 (ICT)

ตอบ ศศิประภา ได้ครับ

ตอบ ณัฐนันท์ วันนี้ (31 ตค. 49) พบกันที่ประชุมกลุ่มครับ จะชี้แจง 4 เรื่องคือ 1.แนวการเขียนกรอบความคิด 2. หลักการเขียนสมมุติฐาน 3. การทำ IOC 4. การหา Reliability

 

อ้อ! อยากให้เขียนมาที่นี้เฉพาะเรื่องที่คำตอบอาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นด้วย แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวให้ส่งไปทางอีเมล์ครับ

ครูเลข
IP: xxx.120.34.206
เขียนเมื่อ Mon Dec 25 2006 21:48:32 GMT+0700 (ICT)
  • อ.วัฒนา
    เก๋ขอรบกวนถามอาจารย์เกี่ยวกับสูตรการคำนวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งอาจารย์แนะนำให้ใช้สูตรนี้
    n  =   N/1+Ne2 เก๋ทราบว่า "e" คือ ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้เกิด แต่ในภาษาอังกฤษเก๋ไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าอะไรค่ะ ใช่ desired level of precision หรือเปล่าค่ะ ส่วน คือ sample size และ N คือ population size ใช่ไหมค่ะ
    ขอบคุณค่ะ
    อ.มัลลิกา
     
  • ตอบ
    โปรดเขียน
    n = N / (1+Ne^2) ครับ เมื่อ e^2 คือ e ยกกำลังสอง, e คือ error ไม่น่าจะเป็น desired level of precision ส่วน n, N เข้าใจถูกต้องแล้วครับ โดย e ยิ่งมากจะทำให้ n ยี่งน้อย และ e ยิ่งน้อยก็จะทำให้ n ยี่งมาก e จะหมายถึง desired level of precision หรือไม่ โปรดพิจารณาดูครับ
อรัญญา
IP: xxx.163.236.206
เขียนเมื่อ Wed Dec 27 2006 16:36:03 GMT+0700 (ICT)
อาจารย์คะหนูรบกวนถามเกี่ยวกับวิธีการเก็บตัวอย่าง โดยหนูเก็บตัวอย่างจากงานลดภาษีนาทีสุดท้ายด้วย RMF & LTF  โดยกลุ่มตัวอย่างที่เก็บเป็นผู้ที่เคยลงทุนในกองทุนฯ ไม่ทราบว่าการเก็บข้อมูลแบบนี้เรียกว่า Convenient Sampling หรือเปล่าคะ หากไม่ใช่ไม่ทราบว่าเป็นแบบไหนคะ   ขอบคุณค่ะ
ครูเลข
IP: xxx.86.128.33
เขียนเมื่อ Thu Dec 28 2006 09:05:32 GMT+0700 (ICT)
  • โปรดบอกลักษณะของประชากรให้ละเอียดขึ้น เช่น การอยู่ของประชากรเป็นเช่นไร อยู่ที่ไหน อย่างไร การเข้าถึงยากหรือไม่
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Thu Dec 28 2006 09:10:58 GMT+0700 (ICT)
  • แวะมาทักทายอาจารย์ครับผม
  • ขอบคุณมากครับ
วสุนธรา
IP: xxx.28.23.198
เขียนเมื่อ Sun Feb 11 2007 17:28:44 GMT+0700 (ICT)

เรียน อ.วัฒนา

 

กลุ่ม IS เรื่อง อาหารเสริม  ( ม.นเรศวร) นะคะ

 

ตามที่ตั้งใจจะเก็บแบบสอบถามจำนวน 385 ชุด และอาจารย์เคยแนะนำว่าถ้าไม่ครบก็ไม่เป็นไร

จึงขอเรียนถามว่าตอนนี้เก็บได้ 323 ชุดแล้ว ไม่ทราบว่าต้องหาเพิ่มอีกไหมคะ

 

ขอบพระคุณมากค่ะ

ครูเลข
IP: xxx.120.37.9
เขียนเมื่อ Sun Feb 11 2007 22:55:38 GMT+0700 (ICT)
หากพอมีเวลาและสามารถเก็บได้มากกว่านี้ก็ควรทำ แต่ถ้าบางเรื่องซึ่งข้อมูลแต่ละรายการหาได้ด้วยความยากลำบาก ขนาดนี้ก็พอวิเคราะห์ได้ เรืองอาหารเสริมหาไม่น่าจะลำบากมิใช่หรือครับ
ณัฐนันท์
IP: xxx.44.210.36
เขียนเมื่อ Tue Feb 13 2007 12:28:33 GMT+0700 (ICT)

กลุ่มอาหารเสริม   ค่ะอาจารย์ เดี๋ยวเก็บเพิ่มค่ะ

ขอบคุณค่ะ

 

 

วสุนธรา
IP: xxx.28.23.198
เขียนเมื่อ Sun Mar 04 2007 12:47:46 GMT+0700 (ICT)

อาจาร คะ 

 กลุ่มอาหารเสริม

 เนื่องจาก ทดสอบ oneway anova แล้ว ปรากฎว่า ข้อที่  sig แต่ มาดูใน sheffe ไม่มีความแตกต่าง คือ ไม่ sig ค่ะ

 ลองเปลี่ยนไปใช้ LSD แล้ว sig ค่ะ

ต้องการคำแนะนำ กับอาจารย์มากค่ะ

รศ. วัฒนา สุนทรธัย
เขียนเมื่อ Sat Mar 10 2007 20:46:22 GMT+0700 (ICT)
  • ตอบ วสุนธรา ขอโทษครับ ครูพึ่งเห็นคำถามสักครู่นี้เอง ขอตอบดังนี้ครับ สถิติ LSD มี error ประเภทที่หนึ่งสูงกว่าความเป็นปกติ จึงมีลักษณะ sensitive กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยแตกต่างกันนิดเดียวก็ตัดสินว่าแตกต่างกันแล้ว ส่วนสถิติ scheffe มีการปรับ error ประเภทที่หนึ่งไม่ให้สูงกว่าความเป็นปกติ จึงมีลักษณะ conservative กล่าวคือ ค่าเฉลี่ยต้องแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนจึงจะตัดสินว่าแตกต่างกัน จึงเป็นที่นิยมใช้มากกว่าครับ
  • คำแนะนำการเขียนบทที่ 5 สรุป  (Result)  วิจารณ์  (Discussion) และ ข้อเสนอแนะ  (Recommendation) •   การสรุปต้องครอบคลุมวัตถุประสงค์ของงานวิจัยทุกข้อ •   รายงานผลการวิจัยก่อน จากนั้นจึงวิจารณ์ หรือเขียนไปด้วยกัน ตามลำดับของงานวิจัย •   การวิจารณ์ เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยไปเปรียบเทียบกับข้อมูลที่มีอยู่เดิม จึงต้องอ่านผลงานวิจัยของผู้อื่น เพื่อวิเคราะห์ข้อเหมือน ข้อแตกต่าง และหาเหตุผลในการวิจารณ์ •  หากไม่มีผลงานวิจัยวิจัยชนิดเดียวกัน อาจใช้ข้อมูลงานวิจัยที่ใกล้เคียง •  ควรใช้ทฤษฎี แนวคิดที่ยอมรับแล้วเป็นตัวเปรียบเทียบ อย่าใช้ความรู้สึกของตนเองในการวิจารณ์ •  การวิจารณ์ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและมีเหตุผล  ข้อเสนอแนะ  (Recommendation)ข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องเกิดประโยชน์ ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยต่อไป -ระบุรายละเอียดที่ค้นพบใหม่ หรือแตกต่างจากความรู้เดิมที่มีอยู่ -ระบุข้อบกพร่องที่พบ ข้อควรระวัง และข้อที่ควรแก้ไขเพื่อให้ผู้ประสงค์จะศึกษาต่อไปได้พึงระวังหรือตั้งข้อสังเกต -ระบุปัญหาต่อเนื่องที่พบว่าควรมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ความรู้ที่สร้างประโยชน์ยิ่งขึ้น -  ไม่ควรเสนอแนะนอกเรื่องหรือนอกขอบเขตที่ทำการวิจัย
ปุณยวีร์ ศรีรัตน์
IP: xxx.8.184.25
เขียนเมื่อ Sat Mar 10 2007 22:20:34 GMT+0700 (ICT)

ขอถามอาจารย์ครับ ว่า อะไร คือ เกณฑ์การตัดสิน (การแปลค่าเฉลี่ย) ในการทดสอบ Multi-way ANOVA เรื่อง สถานภาพและเพศกับความแตกต่างของค่าเฉลี่ยรายได้ของนิสิต (ตามแบบสอบถาม)

ณัฐนันท์
IP: xxx.149.16.33
เขียนเมื่อ Wed Mar 28 2007 15:57:31 GMT+0700 (ICT)

ขออนุญาต ตอบแทนวสุนธรา เพราะอยู่กลุ่มอาหารเสริมเหมือนกันค่ะ

 ขอขอบพระคุณอาจารย์วัฒนามากค่ะ ที่กรุณาให้คำอธิบายเกี่ยวกับ LSD / Scheffe

รวมทั้งกรุณาให้คำแนะนำในการทำบทที่ 4-5 สรุปผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ ค่ะ

 

aom_am
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ Fri May 18 2007 16:37:12 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์น่ารักมากๆเลยคะ  มีเวลามาตอบข้อถาม และให้ความรู้มากมาย  ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากนะคะ ที่นำความรู้ดีๆ มาเผยแพร่คะ

Aom_am
IP: xxx.137.48.4
เขียนเมื่อ Fri May 18 2007 16:41:56 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์คะ รบกวนถามเกณฑ์การสรุปค่าเฉลี่ย เมื่อข้อถามแบ่งเป็นระดับความคิดเห็น 3 ระดับ อะคะ (มาก,ปานกลาง,น้อย)  ขอบคุณนะคะ

ครูเลข
IP: xxx.120.34.9
เขียนเมื่อ Fri May 18 2007 21:56:21 GMT+0700 (ICT)
นายกิจจา สิงห์ยศ
IP: xxx.154.97.218
เขียนเมื่อ Sun Feb 10 2008 15:29:45 GMT+0700 (ICT)
กราบเรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ.... .....ผมไม่ใช่นักศึกษาของอาจารย์...แต่มีเรื่องเดือดร้อนเกี่นวกับงานวิจัยที่ผมกำลังทำอยู่...ท่านอาจารย์ช่วยผมได้ไหมครับ...ซักครั้ง..น๊ะครับ...
จรัลภัทร์ ตามประวัติ
IP: xxx.25.26.18
เขียนเมื่อ Thu Sep 25 2008 21:55:13 GMT+0700 (ICT)

เรียน อาจารย์วัฒนา

พอดีตอนนี้กระผมทำงานเกี่ยวกับสี ต้องการจะทำงานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อสีทาบ้านของผู้บริโภค อยากได้แนวทางจากอาจารย์ในการ ตั่งสมมติฐาน และการกำหนดกรอบแนวความคิด อย่างไร ผมได้ตั่งหัวข้องานวิจัยว่า การศึกษาพฤติกรรมการเลือกซื้อสีของผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ในเขตกรุงเทพมหานคร

ขอแสดงความนับถือ

ครูเลข
IP: xxx.86.128.35
เขียนเมื่อ Fri Sep 26 2008 11:22:18 GMT+0700 (ICT)

ให้ส่งวัตถุประสงค์ไปด้วยครับ

IP: xxx.25.241.47
เขียนเมื่อ Sat Jan 24 2009 21:19:36 GMT+0700 (ICT)

ถ้าอยากทราบว่าจะทราบได้อย่างไรว่าการเปรียบเทียบเชิงซ้อนวิธีใดดีที่สุด โดยศึกษาจากโปรแกรม SPSS

ภาสิริ
IP: xxx.49.84.168
เขียนเมื่อ Mon Mar 22 2010 21:49:47 GMT+0700 (ICT)

อ้างจาก ความคิดเห็นที่ 43 (ทดสอบ oneway anova แล้ว นำข้อที่ sig มาทำ sheffe แต่ไม่มี * ที่จะบอกความแตกต่าง )

อย่างนี้จะอธิบายผลที่ได้จากการทดสอบว่าอย่างไรค่ะ ให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย

ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันไม่ได้เป็นนักศึกษาของอาจารย์ แต่ได้เข้ามาอ่านแล้วรู้สึกเข้าใจข้อนี้ขึ้นมากๆ เลยอยากขอคำแนะนำเพิ่มเติม

รบกวนอาจารย์กรุณาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

IP: xxx.86.135.86
เขียนเมื่อ Thu Mar 25 2010 13:19:29 GMT+0700 (ICT)

อธิบายว่า โดยรวมแล้ว ค่าเฉลี่ยมีแนวโน้มที่จะมีความแตกต่าง แต่เมื่อตรวจสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยสถิติ Scheffe แล้ว พบว่า ความแตกต่างดังกล่าวยังมีไม่มากพอ หรืออาจจะแตกต่างโดยบังเอิญ ไม่ใช่ความแตกต่างที่แท้จริง

สุวรรณ
IP: xxx.24.211.138
เขียนเมื่อ Sun Apr 11 2010 19:44:30 GMT+0700 (ICT)

เรียน อ.วัฒนา

งานวิจัยผม ใช้ one way และ LSD ทดสอบ ปรากฏว่า one way ไม่ sig แต่ดู LSD กลับพบว่า sig ทำไมครับ

แล้วจะวิเคราะห์ผลอย่างไร

ขอบคุณครับ

นพมาศ
IP: xxx.31.59.229
เขียนเมื่อ Fri Jun 04 2010 12:13:52 GMT+0700 (ICT)

สมมติฐาน one way ควรใช้ Scheffe หรือ LSD คะ แล้วต้องใช้ Scheffe ในกรณีไหนและ LSD ใช้ในกรณีไหนคะ

ขอบคุณค่ะ

IP: xxx.86.135.86
เขียนเมื่อ Fri Jun 04 2010 12:57:07 GMT+0700 (ICT)

ใช้ได้เป็นส่วนใหญ่ ยกเว้น LSD ครับ (LSD ควรใช้เมื่อมีจำนวนกลุ่มไม่เกินสามกลุ่ม)

IP: xxx.246.146.155
เขียนเมื่อ Mon Aug 30 2010 11:37:17 GMT+0700 (ICT)

เรียน อาจารย์วัฒนา

ดิฉันอยากได้ตัวอย่างงานวิจัยธุรกิจ อพาร์ตเมนท์ค่ะ ตอนนี้เรียน ป.โท อยู่ที่ ม.รามคำแหง วิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดตรังค่ะ ปัจจุบันรับราชการ แล้วเรียนเสาร์-อาทิตย์ค่ะ อนาคตอยากทำธุรกิจอพาร์ตเมนท์ จึงอยากทำวิจัยเรื่องนี้ค่ะ รบกวนอาจารย์ช่วยหาตัวอย่างงานวิจัยใหด้วยนะคะ อาจารย์ท่านให้เวลาแค่ 2 เดือนค่ะ ยังไงรบกวนอาจารย์รีบหน่วยนะคะ

ตุ๊กตา

IP: xxx.86.135.86
เขียนเมื่อ Mon Aug 30 2010 14:56:35 GMT+0700 (ICT)

มีที่ห้องสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตกรุงเทพ (ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต) ครับ

กาญจนา
IP: xxx.172.48.16
เขียนเมื่อ Thu Nov 18 2010 13:37:26 GMT+0700 (ICT)

เรียน อ.วัฒนา ที่เคารพค่ะ

หนูเรียน "สาขาสถิติ" ตอนนี้กำลังทำปัญหาพิเศษ หัวข้อเรื่อง "พฤติกรรมการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต (MSN) ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัย....."

แต่ อ. ที่พิจารณาหัวข้อ บอกว่า เรื่องนี้น่าจะให้นักสังคมศาสตร์ ทำจะเหมาะสมกว่า

หนูก็เลย "งง" ว่าหัวข้อที่เหมาะสมกับนักสถิติ ควรเป็นแบบไหนหรือค่ะ อ.

ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูง

กาญจนา

IP: xxx.86.135.86
เขียนเมื่อ Mon Nov 22 2010 09:07:36 GMT+0700 (ICT)

ชื่อดังกล่าวเป็นการวิจัยเชิงประยุกต์...ต้องดูข้อกำหนดของสถาบันว่าสามารถทำวิจัยเชิงประยุกต์ได้ไหม...ผมคิดว่าการวิจัยที่เป็นส่วนหนึ่งของสาขาสถิติน่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกีบสาขาสถิติกระมัง เช่น การตรวจสอบทฤษฏี หรือการวิจัยพื้นฐานทางสาขาสถิติ...ลองปรับชื่อให้มีส่วนเกี่ยวข้องสาขาสถิติ เช่น การสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต (MSN) กับ ...(เกี่ยวกับสถิติ) เป็นต้น ...มีความคืบหน้าอย่างไรเล่าสู่กันฟังบ้างก้อดีครับ....ขอบคุณครับ

ริพรรณ เสียงล้ำ
IP: xxx.8.151.204
เขียนเมื่อ Sun Dec 12 2010 00:11:36 GMT+0700 (ICT)

เรียน รศ.ดร.วัฒนา สุนทรธัย

ริพรรณ เสียงล้ำ นิสิตปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์วิทยบริการกรุงเทพมหานคร ตอนนี้หนูกำลังเก็บข้อมูลค่ะ หนูขอกราบขอบพระคุณที่ได้ช่วยตรวจสอบทั้งเนื้อหาและแบบสอบถามค่ะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ริพรรณ เสียงล้ำ

IP: xxx.86.135.86
เขียนเมื่อ Mon Dec 13 2010 09:17:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ นิสิต

ผมคือ รศ.วัฒนา สุนทรธัย ไม่ได้เป็นด็อกเตอร์ด็อกแต้อะไรดอกครับ

ขอบคุณครับ

ครู

นิสา
IP: xxx.205.49.144
เขียนเมื่อ Wed Nov 09 2011 17:58:19 GMT+0700 (ICT)

1สงสัยค่ะว่าการคำนวน

ความพึงพอใจเลขคี่ทำไม

ต้องใช้สูตร 25(ค่า

เฉลี่ย-1)%

2การใช้เสกล 5 อันดับ

และ 4 อันดับอันไหนดีกว่า

กันค่ะ แล้วสเกล 4 อันดับ

ต้องมาใช้สูตรข้างต้นคำ

นวนไหมค่ะ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า