ทำนากำไรสุทธิไร่ละ 2 แสน

 ดังนั้น 1 ไร่ได้หอย 800 โล ถ้าโลละ 50 บาท ก็เป็นเงิน 40,000 บาท (ขายหอยได้มากกว่าขายข้าวเสียอีก) 

ผมยิ่งคิดก็ยิ่งติดใจในหอยขม เพื่อเป็นปัจจัยเสริมในนาข้าวชีวภาพ เพราะหอยขมนั้นมีรายงานว่าเลี้ยงง่ายมากๆ ไม่ต้องให้อาหารอะไรนอกจากวัตถุดิบที่จะสร้างตะไคร่น้ำ เช่น ทางมะพร้าว แค่นี้ก็พอแล้ว มีรายงานในเน็ตว่า ปล่อยหอยขม 2 กก. ภายในหกเดือนได้หอยขม 100 กก. ถ้ากก.ละ 50 บาทก็เป็นเงิน 5000 บาทแล้ว โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

 

หอยขมกินตะไคร่น้ำ และเศษพืชเน่าๆ เท่านั้นเอง (ไม่กินต้นข้าวเหมือนหอยเชอรี่หรือหอยโข่ง)  แต่ผลพลอยได้ในนาข้าวคือ อึของมัน ผมเชื่อว่ามันย่อยสลายตะไคร่ ผักเน่าๆ ออกมาเป็นปุ๋ยพืชแน่นอน อาจมี N P K และธาตุอื่นๆ เพียบ ถ้าลองวิจัยกันดู

 

ผมเสนอว่า ตอนเกี่ยวข้าว ให้เก็บฟางข้าวไว้ เป็นลอมฟาง พอดำนาเสร็จ ก็ปล่อยน้ำเข้านา  แล้วเอาฟางไปลอยน้ำไว้ระหว่างแถวต้นข้าว จากนั้นเอาท่อนไม้ไผ่ไปทับไว้ให้จมปริ่มน้ำ จากนั้นเอาหอยขมที่อภิบาลไว้ปล่อยลงไป

 

ฟางข้าวจมน้ำปริ่มๆ จะเกิดการเน่า เกิดตะไคร่ เป็นอาหารให้หอยขมเป็นอย่างดี อึของหอยก็กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวได้เป็นอย่างดี ได้ทั้งปุ๋ยและหอย สมมติว่า ๑ ตร.เมตรได้หอยครึ่งกิโล  (น่าเป็นไปได้มาก) ดังนั้น 1 ไร่ได้หอย 800 โล ถ้าโลละ 50 บาท ก็เป็นเงิน 40,000 บาท (ขายหอยได้มากกว่าขายข้าวเสียอีก) ..ส่วนข้าวได้ปุ๋ยจากอึหอย ก็โตวันโตคืน อาจได้ไร่ละ 1000 กก. ก็ได้อีก 10,000 บาท

 

ต้องวิจัยกันให้หนักว่าหอยขมชอบกินอะไรมากที่สุด อาจเป็นสาหร่ายชนิดต่างๆก็เป็นได้ ก็ยิ่งดีไปใหญ่ เพราะสามารถเลี้ยงปลากินสาหร่ายควบกันไปได้ เช่น ปลาจีน ปลากระดี่ ปลาสลิด ปลานิล   ก็ได้ทั้งปลา หอย ข้าว

 

ส่วนแมลง เพลี้ย กำจัดโดยเขียดจิ๋ว เล็ก กลาง ตามลำดับ โดยเขียดเล็ก กลาง ยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้อีกด้วย

 

และอย่าลืมว่าถ้าขุดคูน้ำริมนาข้าว ทำการชลประทาน ในตัวเอง จะปลูกถั่วเขียวต้นฤดูได้อีก  คือ ต้นพค. ถึงกลางกค.  พอปลาย กค. ปลูกข้าว ดีเสียอีก ปลายกค. วัชพืชมักไม่ขึ้นแล้ว

 

ปลูกข้าว 6 เดือน  เดือนสุดท้ายทดน้ำออกลงคูริมนาเพื่อเลี้ยงปลาต่อ และกักน้ำไว้รดน้ำผัก แม้ทดน้ำออก แต่ดินในนายังแฉะชื้นมาก  ใต้ร่มเงาข้าวให้ปลูกพืชที่ชอบดินแฉะแดดต่ำ เช่น วอเตอร์เครสท์ ราคาขายส่งโลละ 120 บาท  1 ตร.เมตรได้ผัก  ครึ่ง กก.  เพราะปลูกระหว่างแถวกอข้าว ไม่ได้ปลูกเต็มพรืด  ( ดังนั้น 1 ไร่ ได้ 800 กก.  ทำเงินได้  96,000 บาท)  

 

พอเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็ปลูกพืช 3 เดือนได้อีกชุด  ผักหน้าหนาว เช่น  ปวยเล้ง ราคาดี  โดยเดือนแรกไม่ต้องรดน้ำ เพราะดินยังชื้นอยู่ สองเดือนต่อมาใช้น้ำที่ทดไว้ในคูริมนา ซึ่งเป็นน้ำที่มีอึหอยปลาทิ้งไว้ ก็เป็นปุ๋ยอย่างดี ผักก็ไม่ต้องการปุ๋ยใด แถมกบเขียดที่หลงเหลืออยู่ก็ช่วยขจัดแมลงต่อไป ขายผักพวกนี้ได้ไร่ละ 50,000 บาท สบายๆ  เพราะผักงามดี ไม่มีแมลง

 

สรุปคือ ขายข้าวได้ 10,000 บาท  ผักวอเตอร์เครสท์ได้ 96,000 บาท ผักหลังฤดูได้ 50,000 บาท หอยขม 40,000 บาท  ปลา  400 โล โลละ 50 ได้อีก 20,000 บาท เขียดขนาดเล็กกลางอีก 50 โล โลละ 100 = 5000  ถั่วก่อนฤดู ได้ 5000 บาท รวมได้ 226,000 บาทต่อไร่   ส่วนค่าใช้จ่ายประมาณ 6000 บาท คือค่าแรงและค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าพันธุ์ปลา หอย   กำไรสุทธิ 220,000 บาทต่อไร่ต่อปี

 

แบบนี้เลิกปลูกข้าวไปเลยดีไหม ?

 

ตอบ..ไม่ดี เพราะข้าวช่วยต่อวงจรชีวภาพ ดูดสารพิษจากอึปลา หอย มาเป็นอาหาร ไม่เช่นนั้นน้ำจะเน่า หอย ปลาจะตาย ก็ไม่เกิดความยั่งยืน แบบครบวงจร แถมยังจะไม่มีฟาวข้าวมาหมักเป็นอาหารให้หอยอีกด้วย ดังนั้น แม้ข้าวจะให้รายได้น้อย แต่กลับเป็นคอขวดที่จำเป็น

 

แต่อาจมีพืชที่ดีกว่าข้าว เช่น ธูปฤาษี หรือ กก ที่ดูดสารพิษจากอึปลาและหอยได้ดีกว่าข้าวเสียอีก และยังให้ชีวมวลกลับมาเป็นอาหารหอยได้ดีกว่าข้าวเสียอีก  แล้วสาหร่ายก็ช่วยตรึง N P K ให้พืชได้อีก ...เป็นวงจรชีวิตที่เกื้อกูลกันอย่างบูรณาการ

 

เรื่องนี้สนุก วิจัยกันได้ไม่รู้จบ วิจัยให้ดีๆ อาจเป็นไปได้ว่า เราควรปลูกข้าวแต่พอกินในประเทศ (ไม่ต้องคิดส่งออก) ที่เหลือทำนาธูปฤาษีและกก เพื่อหวังผลประมงน้ำจืด และการปลูกผัก เสียมากกว่า

 

ริมคันนาและคูนาชลประทาน ปลูกไผ่ ให้ใบใผ่หล่นลงไปในคูน้ำ สร้างไรน้ำให้ปลากินได้อีก แถมได้ไม้ไผ่ หน่อไม้ ..ก็ยิ่งไปกันใหญ่  กอไผ่บังแดดทำให้ร่มเย็น ปลาก็ชอบเสียอีก

 

...คนถางทาง  (๒๗ สค. ๒๕๕๔)

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 456487
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

ยายธี
เขียนเมื่อ Sun Aug 28 2011 19:41:47 GMT+0700 (ICT)

..ทดลองเองบ้างหรือยังเนียะ...อ้ะะๆๆๆ..

คนถางทาง
เขียนเมื่อ Mon Aug 29 2011 20:39:42 GMT+0700 (ICT)

ผมเรียนไว้แต่แรกแล้วนะครับคุณยายธี ว่าผมเป็นนักคิด เอามาเสนอไว้เพื่อให้คนอื่นที่เห็นว่าดี แล้วมีศักยภาพในการทำ ลองเอาไปทำดูน่ะครับ เพราะคติผมคือ "การคิดที่ดี คือการทำที่ยากที่สุด" อิอิ คนเราเกิดมามีพรสวรรค์ต่างกัน บางคนคิดเก่ง บางคนทำเก่ง บางคนเก่งทั้งสองอย่าง แต่เราทุกคนมีเวลาจำกัด ก็แบ่งงานกันทำครับ ไอน์ไสตน์เป็นนักทฤษฎี ก็คือนักคิดนั่นเอง ท่านไม่เคย "ทำ"อะไรเลยนะครับ

ยายธี
เขียนเมื่อ Wed Aug 31 2011 13:28:12 GMT+0700 (ICT)

..สวัสดีค่ะ..คนถางทาง...(เห็นด้วย..ทุกประโยค...เจ้าค่ะ...โดยเฉพาะ..ไอน์ไสตน์.."เมียแกเป็นคนทำแทน"..อ้ะๆๆ)...และตัวอย่างที่มีใกล้ตัวที่สุด..."ความคิดดี..คือปลูกป่า"...ยายธี..ไม่เคยคิด(ดีตรงนี้เพราะไม่มีศักยภาพตน)..และไม่อยากทำ...(ตามความคิดคนอื่น...และไม่ทำเพราะไม่เคยทำ)...และแล้ว...วันหนึ่ง..ยายธี..กลายเป็นเจ้า..(ของ)..ป่า..ไปโดยปริยาย..."ต้นไม้เติบโตเยอะแยะไปหมด...ไม่เคยปลูกเอง..ซักกะต้นนึง"...๕๕๕๕........ความดี..ยกให้กับ "ป่า"..ที่มีโอกาศ สร้างตัวเอง..อ้ะะะๆๆ...(ยายธีแอบคิด อิอิ...)

ชาวนา
IP: xxx.53.251.115
เขียนเมื่อ Fri Feb 10 2012 15:31:58 GMT+0700 (ICT)

ความฝันของชาวนา

อ๋อง สดใส
IP: xxx.51.237.70
เขียนเมื่อ Fri Feb 15 2013 23:44:05 GMT+0700 (ICT)

ผมชอบครับ  จะลองทำดู  แต่หอยขม เก็บเกี่ยวยังไง


อ๋อง สดใส
IP: xxx.51.237.70
เขียนเมื่อ Fri Feb 15 2013 23:49:00 GMT+0700 (ICT)

http://www.rakbankerd.com/view.php?id=2877&s=2  วอเตอร์แครส ปลูกยากไปครับ

แนะนำตัวอื่นมีอีกมั้ยครับ  ผมคิดเหมือนกันว่าประเทศไทยใช้ผืนดินไม่เต็มประสิทธิภาพ


ครูชาตรี
IP: xxx.78.152.240
เขียนเมื่อ Sat Dec 07 2013 07:12:19 GMT+0700 (ICT)

สุดยอดครับ ความคิดที่ส่งเสริมการทำเกษตร แบบครบวงจร ความคิดดีก็สามารถมีรายได้อย่างงดงาม ผมมีที่นา 3.5 ไร่ เดี๋ยวจะลองทำดูครับ ขอบคุณมากสำหรับความคิดที่เป็นประโยชน์และสุดเจ๋งครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์