ยามาดะ นางามาซะ

 แต่ความเป็นเลือดนักสู้ซามูไร ยามาดะผู้นี้ได้เป็นผู้นำทัพจากนคร ไปตีเมืองปัตตานี จนตัวเองต้องถูกคมดาบจากการศึก และมาเสียชีวิต ด้วยการถูกวางยาพิษในบาดแผล ณ เมืองนคร 

ถ้าใครได้ดูหนังตำนานพระนเรศวร ภาค 2 คงคุ้นชื่อ ออกญาเสนาภิมุข ทำหน้าที่เป็นขุนศึกในการร่วมรบกับพระนเรศ หลังจากนั้นประมาณปีหนึ่ง ได้มีหนังเรื่อง ซามูไรอโยธยา ออกฉาย ซึ่งเล่าเรื่องออกญาเสนาภิมุข (ยามาดะ นางามาซะ) เป็นทหารญี่ปุ่น แต่เดิมเป็นคนหามเกี้ยวให้เจ้าเมือง เมืองหนึ่งของญี่ปุ่น เดินมาเป็นทหารอาสา ในกองทัพอโยธยา จนได้ดิบได้ดี ได้รับตำแหน่ง ออกญาเสนาภิมุข ในหนังเรื่อง ซามูไรอโยธยา ได้สร้างแรงจูงใจ ให้เกิดการรักแผ่นดิน ใครยังไม่ได้ดู ควรหาโอกาสดูเสียให้ได้ นะขอรับ ตอนจบของหนัง บอกถึงการมาเสียชีวิตของยามาดะ นางามาซะ ณ เมืองนครศรีธรรมราช     

 

แต่ดูชาวนคร น้อยคนนักที่จะรู้จักยามาดะ นางามาซะ เมื่อประมาณปี 2553 (ถ้าจำไม่ผิด) ทาง ททท. เทศบาลเมืองนคร และสถานทูตญี่ปุ่น ได้จัดกิจกรรมรำลึกถึงยามาดะผู้นี้ชึ้น มีการตกแต่งอนุสรณ์สถานยามาดะ มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ จารึกชื่อผู้มาเยี่ยมรอบอนุสรณ์ ผมรู้สึกเศร้า ที่คนนครไม่เคยสนใจประวัติศาสตร์เหล่านี้ อนุสรณ์สถานก็อยู่ลึกลับ ใกล้ๆ กับสถานที่ฝังกลบขยะของเทศบาล เห็นแล้วอนาจใจยิ่ง

 

แม้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ได้สะท้อนออกมาว่าชาวนคร ไม่ค่อยชอบยามาดะ นางามาซะ สักเท่าไหร ดูได้จากบทกลอนกล่อมเด็กนอน

“  ไก่อูกเหอ ไก่อูกหางลุ่น ข้าหลวงญี่ปุ่น ทำวุ่นจับเด็ก จับเอาแต่สาวสาว บ่าวบ่าวไปทำมหาดเล็ก ญี่ปุ่นจับเด็ก วุ่นทั้งเมืองนครเอย ” 

แต่ความเป็นเลือดนักสู้ซามูไร ยามาดะผู้นี้ได้เป็นผู้นำทัพจากนคร ไปตีเมืองปัตตานี จนตัวเองต้องถูกคมดาบจากการศึก และมาเสียชีวิต ด้วยการถูกวางยาพิษในบาดแผล ณ เมืองนคร

 

มีการสันนิฐานกันว่า อัฐิของยามาดะ น่าจะถูกบรรจุไว้ในสถานที่ใดที่หนึ่ง ในวัดพระธาตุวรมหาวิหาร ผมลงทุนเดินค้นหา ตามวิหารทักเกษตร และเจดีย์รายรอบ ในพระบรมธาตุ ก็ไม่เจอชื่อยามาดะ นางามาซะ และเสียดายอย่างยิ่งที่ชื่อตามเจดีย์ราย รอบพระธาตุ หลุดหายไปเป็นจำนวนมาก คงมีแต่ชื่อผู้เสียชีวิต ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ (ยุคเจ้าเมืองนคร (หนู)) ลงมาถึงปัจจุบัน     

 

แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าอัฐิของยามาดะ นางามาซะ จะถูกฝังไว้ที่สุสานที่สวนสมเด็จ (สุสานยามาดะ) เพราะลักษณะหินที่นำมาสร้าง น่าจะเป็นของใหม่ ไม่น่าจะเก่าแก่ไปถึง สมัยพระเจ้าปราสาททอง อีกทั้งทำเลบริเวณนั้น เป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วงถึง ไม่เหมาะจะสร้างสุสาน ถ้ามีการสร้างสุสานเพื่อบรรจุอัฐิจริงๆ น่าจะสร้างในเมืองนคร หรือทำเลอื่น ประเด็นนี้ต้องเจาะลึกลงไป ถึงขนบธรรมเนียมการจัดการศพของชาวญี่ปุ่นในสมันนั้น ซึ่งผมยังไม่ได้ค้นหารายละเอียด (ไม่แน่ใจว่าฝัง หรือเผา)      

 

ผมได้บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ไว้เป็นบทเพลง ซึ่งมีเนื้อเพลง        

 

เสียงขลุ่ยหวีดหวิว ต้องลมในคืนหนาวเหน็บ

เก็บความเหงาใจฝังลงลึกในจิตใจ

จำต้องจาจร หนีสงครามแผ่นดินเกิดกาย

จากแดนอาทิตย์อุทัย จากเมืองซึรุกะ

...ฮา ฮา........     

สายเลือดทหารฝังในวิญญาณร่างกาย

ปกป้องความตายด้วยเพลงดาบซามูไร

อาสารับใช้ผืนแผ่นดิน อโยธยา

นามนี้ลือชา ออกญาเสนาภิมุก

...ยามาดะ นางามาซะ ยามาดะ นางามาซะ...  

 

ท่อนกลาง....

ด้วยกายใจนี้ ด้วยกำลังที่มี ช่วยรักษาบ้านเมือง

ให้แผ่นดินผืนนี้ สงบร่มเย็น เหมือนดังร่มไทร

ด้วยใจวาดหวัง ดามขวานทอง รวมเป็นหนึ่งเดียว

แผ่นดินอโยธยา.....         

 

เหล่าพลอาสาเคลื่อนทัพสู่แดนใต้

นำทัพมาไกล พลาดโดนคมดาบศัตรู

จนชีพวางวาย ดับสูญสิ้นคนกล้า

ฝังร่างอำลา บนสุสสาน ณ เมืองนคร

....ยามาดะ นางามาซะ

ข้าขอฝากกาย ปกป้องผืนดิน จนชีพวางวาย ตอบแทนบุญคุณ อโยธยา แดนนี้มีคุณ           

 

บันทึกเมื่อ 26 พค.54  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 443452
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

♥อุ้มบุญ♥
เขียนเมื่อ Sat Jun 11 2011 12:04:00 GMT+0700 (ICT)
  • เขียนอีกนะคะพี่  จะตามมาอ่าน....ได้ความรู้เพิ่มดีจัง
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า