สมาชิก
แลกเปลี่ยน

นวัตกรรมการจัดการศึกษา

เรจจิโอ เอมิเลีย

 

นวัตกรรมการจัดการศึกษาที่จะช่วยยกระดับสัมฤทธิผลทางการเรียนของผู้เรียนได้

               การจัดการศึกษาแบบเรจจิโอ เอมิเลีย (Reggio  Emilia Approach)

ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง ในการดำ เนินการจัดการศึกษาปฐมวัย โดยได้กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการจัดสิ่งแวดล้อมและการจัดประสบการณ์ในโรงเรียนไว้ดังนี้คือ
1. การจัดกิจกรรมในแต่ละวันต้องคำนึงถึงความสมดุลยระหว่างกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ การดำ เนินการและความต่อเนื่องของกิจกรรมให้ลื่นไหลและเป็นไปอย่างราบเรียบตามธรรมชาติ ไม่เร่งรีบ และความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการจัดกิจกรรม
2. การจัดกิจกรรมต้องสนองต่อความต้องการตามพัฒนาการของเด็ก ลักษณะกิจกรรมต้องเอื้อให้เด็กได้เรียนรู้จากการสำรวจและทดลอง สัมผัสกับสื่อวัสดุอุปกรณ์นานาชนิดโดยไม่คาดหวังให้เด็กทำ งานเป็นชิ้นเป็นอันเป็นสิ่งสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แต่เน้นให้เด็กมีประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติที่นำ ไปสู่การเรียนรู้ที่ถาวร
3. การจัดสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศเพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างเต็มไปด้วยความสุขและเรียนรู้จากการกระทำ
4. จัดสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีความยืดหยุ่นเพื่อให้เด็กเกิดความมั่นคงและรับรู้ถึงการปกป้องที่ได้รับ
5. การติดต่อประสานกันอย่างใกล้ชิดระหว่างครูและผู้ปกครองเพื่อช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ตลอดจนการช่วยให้เด็กคลายความวิตกกังวลที่เกิดจากการต้องห่างไกลจากผู้ปกครองชั่วคราว
6. การให้เด็กเห็นคุณค่าในตนเอง โดยครูต้องมีความคาดหวังเชิงบวกต่อเด็กการให้แรงเสริม และการยอมรับเด็กตามศักยภาพของเด็ก
7. จัดสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมที่เอื้อให้เด็กประสบความสำเร็จเมื่อเด็กพยายามทำ และส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาทักษะในการช่วยเหลือตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพิงผู้อื่น
8. ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทัศนคติของการดูแล เอาใจใส่และห่วงใยผู้อื่น การรับรู้ถึงความต้องการที่จำเป็น ความตื่นเต้นสนุกสนามและความสงสัยใคร่รู้ในโลกที่อยู่รอบตัวเด็ก
9. ส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกฝนการควบคุมตนเองและการมีวินัยในตนเอง ฝึกฝนทักษะทางสังคมในการมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นและผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเด็ก โดยจัดกิจกรรมที่มีการฝึกให้เด็กแบ่งงานกันทำ ฝึกการรอคอย การผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน การเคารพสิทธิและสิ่งของของผู้อื่น ตลอดจนการมีบทบาทที่เหมาะสมในการเป็นสมาชิกของกลุ่ม
 10. ส่งเสริมเด็กให้เกิดการเรียนรู้การยอมรับกันอย่างมีเหตุผล เรียนรู้การปฏิบัติตัวที่มีการยืดหยุ่นในบางสถานการณ์ เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและส่วนรวม ตลอดจนการปฏิบัติสุขนิสัยเพื่อภาวะสุขภาพอนามัยที่ดีของตนเองและผู้อื่น
 การจัดกิจกรรมในแต่ละวัน โรงเรียนที่ปฏิบัติตามแนวคิดเรจจิโอ เอมีเลีย คำนึงถึงการส่งเสริมพัฒนาการทุก ๆ ด้าน โดยจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ดังนี้
1) การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา
2) การส่งเสริมพัฒนาการของกล้ามเนื้อ
3) การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
4) กิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการของประสาทสัมผัส
5) กิจกรรมดนตรีและเคลื่อนไหว
6) กิจกรรมการเล่นละคร
7) การส่งเสริมพัฒนาการทางสังคม
8) การส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์
 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แบบเรจจิโอ เอมิเลีย มีลักษณะดังนี้
1)      สิ่งแวดล้อมสำคัญที่สุด
2)      ใช้ศิลปะเป็นภาษาสัญลักษณ์
3)      เรียนรู้ผ่านโครงงาน
4)      ใช้ผลงานของเด็กเป็นเครื่องมือประเมินและเป็นบทเรียนใหม่
 บทบาทของครู  แบบเรจจิโอ เอมิเลีย
1)      บทบาทในฐานะผู้เรียน คือการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็กๆ
2)      บทบาทในฐานะครู/นักวิจัย/แหล่งความรู้/ผู้แนะนำแนวทาง
ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน-บ้าน
เด็กๆ ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดชุมชนแห่งการค้นคว้าหาคำตอบ เพราะการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยเน้นย้ำทักษะการค้นคว้า และช่วยในการที่เด็กพยายามจะสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับโลกรอบๆ ตัวเล็ก การจัดการศึกษาแบบเรจจิโอ เอมิเลีย ไม่เพียงแต่จะเน้นเด็ก (child-centered) เท่านั้นแต่ยังเน้นครอบครัวอีกด้วย
  จะเห็นได้ว่า การจัดการศึกษาตามแนวเรจจิโอ เอมิเลีย สามารถทำให้เด็กมีคุณลักษณะดังนี้
1)      มีความสามารถ (competent)
2)      รู้จักพลิกแพลง (resourceful)
3)      มีความอยากรู้อยากเห็น (curious)
4)      มีจินตนาการ (imaginative)
5)      มีความสามารถในการประดิษฐ์ (inventive)
6)      มีความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารกับผู้อื่น (a desire to interact and communicate with others)
 เพื่อให้การนำแนวคิดการจัดการศึกษาตามแนวเรจจิโอ เอมิเลีย มาใช้ในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผู้นำสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ดังนี้
ขั้นที่1. การคลายความเชื่อเดิม (Unfreeze) เป็นการทำให้บุคคลมีความพร้อมหรือมีแรงจูงใจมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ โดย
1.1    การให้/ได้รับข้อมูลที่ค้านกับความเชื่อเดิม
1.2    การกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกกังวลใจ ต่อความอยู่รอด หรือรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำให้ตนเองอยู่รอด
1.3    การสร้างความรู้สึกปลอดภัยหรือการเอาชนะความกังวลใจที่จะต้องเรียนรู้ เช่นการทำงานเป็นทีม การจัดระบบโค๊ชหรือพี่เลี้ยง
ขั้นที่ 2. การเปลี่ยนความเชื่อ (Change) เป็นกลไกนำข้อมูลใหม่เข้าสู่ตัวบุคคล  เพื่อเปลี่ยนความเชื่อ กระบวนการคิด ความรู้สึก ค่านิยมของบุคคล หรือการปรับโครงสร้างทางปัญญาโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งได้แก่
                2.1 การให้นิยามใหม่
                2.2 การขยายความหมาย
                2.3 การใช้มาตรฐานการตัดสิน/ประเมินแบบใหม่
ขั้นที่ 3. การทำให้ความเปลี่ยนแปลงยั่งยืน (Refreezing) หมายถึงการลงมือบูรณาการค่านิยมใหม่ ความเชื่อใหม่ เข้ากับค่านิยมและความเชื่อขององค์กร ชุมชน ขนบธรรมเนียมหรือวัฒนธรรมที่เป็นอยู่ขององค์กร เพื่อ
                3.1 ทำให้สมดุลพลังที่เปลี่ยนจนสำเร็จแล้วอยู่นิ่ง คงที่
                3.2 การดำรงรักษาบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้ความเชื่อใหม่ดำเนินไปได้อย่างดี
                3.3 การระวังไม่นำตัวเองเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ
การนำนวัตกรรมการจัดการศึกษาแนวเรจจิโอ เอมิเลีย ซึ่งเป็นการศึกษาทางเลือกมาใช้ แทนการจัดการศึกษาในระบบ เกิดจากความต้องการของสังคมที่ต้องการทักษะ ความรู้ และคุณภาพของผู้เรียนที่มีความพร้อมในการแข่งขันของสังคมโลก  อาจมีการต่อต้านจากบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้น ดังนั้นการตัดสินใจนำนวัตกรรมการจัดการศึกษาใดๆ มาใช้ควรพิจารณา ต้นทุนของการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ค่าใช้จ่าย ความพึงพอใจ และควรพิจารณาความขึ้นต่อกันขององค์ประกอบของระบบ ได้แก่ความเชื่อ ความคิด ความชำนาญ เทคโนโลยี กลยุทธ์การดำเนินการ และการปฏิบัติงานจริง
ในการนำนวัตกรรมการจัดการศึกษาแนวเรจจิโอ เอมิเลีย มาใช้ในระบบการศึกษาหรือสถานศึกษา จึงควรมีการวางแผนที่รอบคอบในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (systemic change)
กระบวนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบมีขั้นตอนดังนี้
  1. การกำหนดเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง
1.1    สร้างวิสัยทัศน์
1.2    ตรวจสอบ/รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
1.3    เปรียบเทียบวิสัยทัศน์กับสถานการณ์ปัจจุบัน
  1. การดำเนินการเปลี่ยนแปลง
2.1 วางแผน (Plan)
2.2 ปฏิบัติ (Do)
2.3 ตรวจสอบ (Check)
2.4 ปรับปรุงแก้ไข (Act)
                การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบเพื่อนำนวัตกรรมการจัดการศึกษามาใช้ในโรงเรียน จะมีประสิทธิภาพเมื่อทีม หรือบุคลากรในโรงเรียนมีความเข้มแข็ง และสามารถนำความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของบุคลากรในโรงเรียนมาใช้ได้ทั้งในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และผู้ปฏิบัติการเปลี่ยนแปลง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: การจัดการศึกษาแนวเรจจิโอ 
· หมายเลขบันทึก: 440184 · เขียน:  
· ดอกไม้:
2
 · ความเห็น:
1
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Thu Aug 30 2012 11:11:58 GMT+0700 (ICT)
  • มาจาก classstart นะครับ
  • ตอนที่อาจารย์กดการบ้าน
  • ได้กดซ่อนข้อมูลไว้หรือเปล่าครับ
  • ข้อมูลเลยไม่แสดง
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์