การถอดบทเรียน : ๒.สร้างสรรค์การแสดงออกและเล่าเสียใหม่ด้วยประเด็นการได้เรียนรู้จากมุมของเรา

 "..ต้องสะท้อนความหมายหรือให้การเรียนรู้สิ่งใหม่เกิดขึ้น ทั้งในแง่การเพิ่มความกว้างขวาง หลากหลาย รอบด้าน การทำให้เห็นความลึกซึ้งเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะการได้ทรรศนะพื้นฐาน ความคิด ความเห็น ความเข้าใจ ตลอดจนพลังความบันดาลใจใหม่ๆ ที่จะนำไปเป็นโลกทัศน์และชีวทัศน์สำหรับใช้ดำเนินชีวิตในสถานการณ์ที่หลากหลายออกไป.." 

เราคงจะเคยได้ยินเรื่องสามก๊กเหมือนกันแต่ดำเนินเรื่องราวในมิติอันหลากหลายไม่เหมือนกัน เช่น สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลังหนในฐานะวรรณกรรมสงครามและอุดมคติทางสังคม ขณะเดียวกันก็ได้ยิน สามก๊กฉบับผู้บริหาร ของอาจารย์บูรชัย ศิริมหาสาคร ของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา สามก๊กฉบับโขนล้อการเมืองของธรรมศาสตร์ ของมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมชและลูกศิษย์นักศึกษาธรรมศาสตร์ สามก๊กฉบับผู้บริหารและนักธุรกิจ ของศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน คุณพ่อของ เจ.เจตรินทร์ สามก๊กฉบับคนกันเองของเอื้อ อัญชลี นักเขียนของมติชน และอีกหลายมิติ

ในเรื่องราวอื่นๆก็มีวิธีนำเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วกลับมาพิจารณา เรียนรู้ และให้สติปัญญาอันกว้างขวางจากการค้นพบใหม่ๆ เช่น ภาษาไทยในเพลงลูกทุ่งไทย ซึ่งเขียนเรื่องเพลงและดนตรีโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติอาจารย์ด้านภาษา กวี และนักการศึกษาแนวทางเลือก การแพทย์และกายวิภาคศาสตร์ในงานศิลปะของไมเคิล แอลเจลโล ซึ่งเรียนรู้ผลงานทางศิลปะและเล่าใหม่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ โดยแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่สามารถมองได้จากจุดยืนของคนข้ามศาสตร์และศิลป์ รหัสลับดาวินซี ซึ่งเรียนรู้ผลงานศิลปะของเลียวโอนาโด ดาวินซีและเล่าเสียใหม่ด้วยโลกทรรศน์ของนักเขียนที่ไม่ได้เป็นจิตรกร เหล่านี้เป็นต้น

ความเป็นสามก๊ก ตลอดจนเรื่องราวในลีลาต่างๆเหล่านี้ล้วนงอกเงยออกจากเรื่องเดียวกัน ทว่า กลับมุ่งให้ประสบการณ์ในการเข้าถึงเรื่องราวที่ไม่เหมือนกันได้อีกอย่างหลากหลาย อีกทั้งต่างก็ให้สติปัญญา ให้ความบันดาลใจ และนำเสนอความน่าสนใจได้ไม่น้อยไปกว่ากันเลยอีกด้วย ทั้งนี้ก็เนื่องจากมีการผุดประเด็นความน่าสนใจ ให้ปัญญาและให้การเรียนรู้ในแง่มุมที่ผู้ซึ่งนำมาเล่าและเขียนเรียบเรียงขึ้นใหม่ มุ่งนำผู้อ่านให้เข้าไปมีประสบการณ์ที่สร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ให้หลากหลายรอบด้านที่ไม่เคยมีมาก่อน หรืออาจจะมีอยู่แล้ว ทว่า ไม่มีใครสามารถมองเห็น

'การถอดบทเรียน' ก็มีลักษณะเดียวกัน ทั้งในลักษณะการถอดบทเรียนตนเอง การถอดบทเรียนจากการระดมความคิด และการถอดบทเรียนของผู้อื่น โดยอาจกล่าวให้เห็นภาพสั้นๆได้ว่า ก็คือการนำเอาประสบการณ์และเรื่องราวที่มีอยู่เป็นหน่วยประสบการณ์ชุดหนึ่งมาเล่าเสียใหม่ด้วยประเด็นการได้เรียนรู้จากมุมของผู้สนใจให้เป็นหน่วยประสบการณ์อีกชุดหนึ่งที่ต่างออกไป

อย่างไรก็ตามการสร้างความรู้และเรื่องราวเพื่อการเล่าถ่ายทอดและนำเสนอเป็นบทเรียนชุดหนึ่งจากเรื่องราวต่างๆนั้น ไม่ควรทำให้เป็นเพียงการสร้างข้อสรุปผลการวิเคราะห์สิ่งต่างๆที่ให้ข้อเท็จจริงและข้อมูลที่มีอยู่บอกเล่าตัวมันเอง ไม่ใช่เพียงการเป็นบทสรุปและอภิปรายเหมือนในงานวิจัยหรือการวิจัยประเมินผล และไม่ควรเป็นเพียงการพรรณาแจกแจงรายละเอียดเหมือนการส่งผ่านข้อมูล ความรู้ และสารสนเทศแบบรายงานสถานการณ์หรือการสื่อสารถ่ายทอดเชิงพรรณาสิ่งต่างๆ เท่านั้น ทว่า ต้องสะท้อนความหมายหรือให้การเรียนรู้สิ่งใหม่เกิดขึ้น ทั้งในแง่การเพิ่มความกว้างขวาง หลากหลาย รอบด้าน การทำให้เห็นความลึกซึ้งเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะการได้ทรรศนะพื้นฐาน ความคิด ความเห็น ความเข้าใจ ตลอดจนพลังความบันดาลใจใหม่ๆ ที่จะนำไปเป็นโลกทัศน์และชีวทัศน์สำหรับใช้ดำเนินชีวิตในสถานการณ์ที่หลากหลายออกไป

แนวสังเคราะห์ผุดประเด็นขึ้นโดยไม่ต้องกรอบประเด็นไว้ก่อน

  • รวบรวมประเด็นความน่าสนใจ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เริ่มจากประเด็นที่โดนใจเรา
  • พิจารณาประเด็นย่อย สำรวจมิติความเชื่อมโยง คุณค่า ความหมาย แล้วตั้งประเด็นขึ้นใหม่ที่สะท้อนเรื่องราวโดยรวมได้
  • เล่าประเด็นหลักที่ผุดขึ้นใหม่ โดยคลี่คลายไปบนประเด็นย่อยๆ ให้ครบถ้วน

ตัวอย่างเช่น
รวบรวมประเด็นย่อย : ชนิดของเมล็ดผัก วิธีเตรียมดิน การส่งแจกจ่ายแก่หมู่มิตร การดูแล กิจวัตรประจำวัน การทำเป็นอาหาร
ตั้งเรื่องและประเด็นที่ให้การเรียนรู้มิติใหม่ : มิตรภาพและเพื่อนจากการให้, ชีวิตและจิตวิญญาณที่งอกจากเมล็ดผัก
เล่าเรื่องใหม่ : มิตรภาพและเพื่อนจากการให้ หรือ ชีวิตและจิตวิญญาณที่งอกจากเมบ็ดผัก ซึ่งบทเรียนและการเล่าใหม่ที่จะให้ประสบการณ์แก่ผู้อื่นในชุดนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการปลูกผักกินได้เรื่องเดิมอีกแล้ว

แนววิเคราะห์แบบมีประเด็นตั้งไว้ก่อนล่วงหน้า

  • ใช้ความรู้ ประสบการณ์ ทฤษฎี และองค์ความรู้ เป็นหลักเกณฑ์สำรวจดูสิ่งที่สะท้อนคุณค่าและความหมาย หรือสอดคล้องกับประเด็นความสนใจที่ต้องการศึกษาและถอดบทเรียนที่ตั้งไว้ แล้วรวบรวมบันทึกเป็นรายการ จัดกลุ่ม จัดหมวดหมู่ และจำแนกมิติ
  • พิจารณาความหมายในประเด็นย่อยและหมวดหมู่ของข้อมูลย่อยๆว่ามีบทบาทเฉพาะตนอยู่อย่างไร ขณะเดียวกันก็พิจารณาดูว่ามีความเชื่อมโยงและมีปฏิสัมพันธ์กับหัวข้อย่อยอื่นๆอยู่อย่างไร ลักษณะไหน จากนั้นก็สร้างระบบคิด เค้าโครงหรือพล๊อตเรื่อง แล้วเล่าถ่ายทอดใหม่ด้วยตัวเราเอง
  • สรุปและสะท้อนสาระสำคัญจากทรรศนะผู้เล่าหรือทรรศนะจากความรู้เชิงทฤษฎีในสาขาที่ผู้เล่าอยากนำมาแบ่งปันและถ่ายทอดให้สังคมได้มีโอกาสพัฒนาการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง

ตัวอย่างเช่น
ตั้งประเด็นเพื่อถอดบทเรียน : ศิลปะและความงามจากการปลูกผัก
เรียนรู้และใคร่ครวญ : พิจารณาความเชื่อมโยงกับองค์ประกอบการสร้างสรรค์ทางศิลปะ คุณค่า และความหมายทางศิลปะ ตลอดจนการมีนัยทางความงามที่สะท้อนอยู่ในเมล็ดผัก สีสันและความสมดุลทางความงามของธรรมชาติในลักษณะดิน ความรื่นรมย์ใจและพลังชีวิตจากการให้และการรับ การได้แรงบันดาลใจทุกวันจากการดูแลผัก การเข้าถึงความสมดุลผ่านรสชาติอาหารจากผัก
เล่าเรื่องใหม่ ศิลปะและความงามของชีวิต โดยคลี่คลายไล่เรียงไปตามแง่มุมย่อยๆ ที่สะท้อนอยู่ในมิติต่างๆของการปลูกผักที่รวบรวมไว้ ซึ่งก็จะกลายเป็นได้บทเรียนที่ขยายเรื่องราว ขยายโลกทัศน์และชีวทัศน์ จากเรื่องการปลูกผัก ให้มีความกว้างขวาง รอบรู้ ได้ความงอกงามและความรื่นรทย์จากชีวิต ทำกิจกรรมและการงานต่างๆอย่างได้คุณค่าและความหมายมากยิ่งๆขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความกังวลและติดการมีรูปแบบ ก็อาจจะทำให้เราไม่มีความอิสระต่อการใช้ความคิดสร้างสรรค์และไม่เป็นตัวของตัวเอง ความคิดและการเขียนไม่ลื่นไหล ดังนั้น วิธีที่ดีที่ทำได้ง่ายก็คือใช้การอ่านด้วยหัวใจจนเห็นภาพบางแง่ที่รู้สึกร่วมประสบการณ์ได้ แล้วค่อยเล่าออกมาอย่างเป็นตัวของตัวเองให้เหมือนกับการได้ไปทำมาหากินหรือได้ไปเที่ยวท่องนอกบ้านแล้วกลับมาเล่าความเป็นมาเป็นไปของชีวิตตลอดจนสิ่งที่ผ่านพบให้แก่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และคนที่เรารัก ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ พลังแห่งการเล่าเชิงสะท้อนความหมายออกจากชีวิตจิตใจในลักษณะดังกล่าว ก็จะทำให้ผู้อ่านและผู้ชมได้ขยายประสบการณ์เชิงสัมผัสต่อโลกกว้างผ่านสายตาที่มุ่งให้สิ่งดีมาแบ่งปันกันของผู้เล่า

การเล่าด้วยความต้องการที่จะร่วมแบ่งปันและถ่ายทอดความมีประสบการณ์ของตนเองต่อสิ่งนั้น อีกทั้งเล่าให้สะท้อนความเป็นตัวของตัวเองและด้วยความจริงใจของตนเองเท่าที่เราทำได้นั้น นับว่าเป็นการขยายสายตาทางสติปัญญาให้กับผู้อื่น เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ความซับซ้อนหลากหลายของสรรพสิ่ง และเป็นกัลยาณมิตรที่ถ่ายทอดประสบการณ์ต่อสิ่งที่ไม่รู้ให้ได้รู้แก่ผู้อื่น ดังนั้น จึงอาจไม่ต้องกังวลกับรูปแบบนักเพราะการทำได้ในลักษณะนี้นั้นจัดว่าเป็นการถอดบทเรียนที่ดีอยู่ในตนเอง.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 434781
 เขียน:  
 ดอกไม้: 10  ความเห็น: 15  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

♥อุ้มบุญ♥
เขียนเมื่อ Sun Apr 10 2011 00:59:20 GMT+0700 (ICT)
  • ติดตามเรียนรู้การถอดบทเรียนต่อ
  • อิ่มเอมใจทุกครั้งเมื่อแวะมาเติมอาหารสมอง....จากท่าน
  • งดงามและ.....อิ่มใจ เสมอ
วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Sun Apr 10 2011 01:07:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณอุ้มบุญครับ
ถือว่าเป็นแรงเชียร์และให้กำลังใจกันในทางอ้อมนะครับ

ประถม
เขียนเมื่อ Sun Apr 10 2011 12:05:18 GMT+0700 (ICT)

มาติดตามเรียนรู้ด้วยคนครับ
นับว่าเป็นกิจกรรมที่เกิดประโยชน์กับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้ต่อไป
ขอบคุณมากครับ 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Sun Apr 10 2011 12:30:15 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่านอาจารย์ประถมครับ
ดูเหมือนอาจารย์หายหน้าหายตาไปเป็นปีเลยหรือเปล่าครับ
โครงการเรียนรู้ชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้กับนักศึกษาอย่างบูรณาการของอาจารย์
หรืออย่างไรนี่แหละ ก็น่านำมาถอดบทเรียนเหมือนกันครับ ทั้งคงจะเป็นการเรียนรู้
ความเป็นนวัตกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้ และให้บทเรียนดีๆมากมายเลยนะครับ

มาตายี
เขียนเมื่อ Sun Apr 10 2011 16:16:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์

         วันนี้ได้อาหารสมองกลับไปเพียบเลยค่ะ...ขอบคุณบันทึกดีๆนะคะ...

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Sun Apr 10 2011 17:13:45 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณดอกไม้และกำลังใจจากคุณอุ้มบุญ คุณเอกจตุพร
ดร.มาตายี และอาจารย์ศิลา เป็นอย่างยิ่งด้วยครับ

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Sun Apr 10 2011 17:15:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ดร.มาตายีครับ
สงกรานต์นี้คงมีงานให้เดินสายเต็มมือเลยนะครับ
มีความสุขเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทยมากๆนะครับ

krutoiting
เขียนเมื่อ Mon Apr 11 2011 11:14:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับฝึกหัดไปในตัว                                                              หายไปเพราะหันไปเฝ้าดูการเจริญเติบโตของถั่วพู กับถั่งฝักยาวค่ะ

ขอบคุณความรู้ที่มอบให้ค่ะ

เอามะม่วงที่ไร่มาฝากค่ะ

 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Mon Apr 11 2011 11:25:44 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณครูต้อยติ่งครับ
ปีนี้มะม่วงทุกอย่างดกมากเลยนะครับ
มะม่วงทวายก็ดก เมื่อก่อนนี้หากมะม่วงดก แสดงว่าอากาศสะอาด
สายลม น้ำค้างและหมอกก็สะอาด ดอกมะม่วงไม่ขึ้นรา ติดลูกดี
และข้าวก็จะดีด้วยครับ

นงนาท สนธิสุวรรณ
เขียนเมื่อ Mon Apr 11 2011 15:53:35 GMT+0700 (ICT)

*ขอบคุณมากค่ะ...เป็นคำแนะนำที่น่าสนใจควรค่าแก่การนำไปประยุกต์ใช้ในการถอดบทเรียนอย่างยิ่ง..

*พี่ใหญ่มีหนังสือ "ลมปราณแห่งแผ่นดิน" มาฝากค่ะ (ขออภัยหากเคยเห็นแล้ว) ในชุดมหาวิทยาลัย ไทบ้าน ของ นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว นักเขียนรางวัลบทความดีเด่นของกองทุน ม.ร.ว. อายุมงคล โสณกุล พ.ศ. ๒๕๕๑..

            

*สะดุดตาที่ชื่อเรื่อง พลิกเนื้อหาข้างใน ๑๗ บท รวมเรื่องเล่าแทรกแนวคิดเชิงสังคมของวัฒนธรรมประเพณีไทย ผ่านประสบการณ์ของชีวิตจริงที่คัดสรรจากภูมิหลังของความเป็นปัจจุบันที่น่าสนใจ..ซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลที่ดีสำหรับถอดบทเรียน ตามแนวทางที่อาจารย์ได้แนะนำไว้ข้างบนเช่นกันค่ะ..

                 

                 

                  

*มีคำนิยมที่น่าประทับใจจากการอ้างถึงถ้อยคำอันเป็นอมตะของ เสฐัยรโกเศศ

      " ถ้าอยากไม่ให้ลืม เมื่อตายไปแล้ว ก็จงเขียนสิ่งมีค่าน่าอ่าน ..หรือทำสิ่งมีค่าน่าเขียน"

ณัฐรดา
เขียนเมื่อ Mon Apr 11 2011 19:06:56 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

มารับความรู้เรื่องการถอดบทเรียนเพิ่มเติมค่ะ

ตอนที่ทำ ตั้งเป้าหมายไว้ในใจก่อนแล้วค่ะ ว่าจะโยงเข้าหาพุทธศาสนา

เสียดายจังค่ะ หากมีความรู้เรื่องการถอดบทเรียนตามที่อาจารย์นำมาเขียนเล่าไว้ก่อนหน้านี้ คิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ดีกว่านี้ค่ะ

 

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Tue Apr 12 2011 01:13:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับพี่ใหญ่ครับ

  • นิพัทธ์พร เพ็งแก้วนี่สืบทอดแนววิชาการพ่อ คือ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว
    ไว้ได้มากเลยทีเดียวนะครับ
  • "ถ้าอยากไม่ให้ลืม เมื่อตายไปแล้ว ก็จงเขียนสิ่งมีค่าน่าอ่าน ..หรือทำสิ่งมีค่าน่าเขียน" วาทะของท่านเสฐียรโกเศศนี่ ใช้เป็นหลักของการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติได้เป็นอย่างดีอีกด้วยเช่นกันครับ คือ เรียนรู้สร้างความเป็นจริงด้วยการปฏิบัติและให้เกิดบทเรียนที่ดีในประสบการณ์ชีวิต
  • ขอบพระคุณพี่ใหญ่ที่นำมาแบ่งปันกันครับ
วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Tue Apr 12 2011 01:22:49 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณณัฐรดาครับ
ดูบรรยากาศสนุกและคึกคักดีเหมือนกันนะครับ
แต่เป็นการริเริ่มแรกๆ เพราะฉะนั้นต้องเล่นกันแบบ ทำเพื่อให้มีบทเรียน
และประสบการณ์ตรงเอาไว้แลกเปลี่ยนแบ่งปันกัน
ก็เป็นวิธีสร้างกิจกรรมและความเคลื่อนไหวด้วยกันที่ดีมากเลยนะครับ

สุสินี
IP: xxx.11.38.81
เขียนเมื่อ Sun Apr 24 2011 17:00:00 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีย้อนหลังวันปีใหม่ไทยค่ะพี่วิรัตน์ พี่สบายดีนะคะ รีย์ขอร่วมวงเรียนรู้กับพี่ด้วยคน รักและระลึกถึงพี่เสมอค่ะ

วิรัตน์ คำศรีจันทร์
เขียนเมื่อ Tue Apr 26 2011 15:41:57 GMT+0700 (ICT)

ไปอย่างไรมาอย่างไรล่ะเนี่ยเจ้ารีย์
อยู่ในกรุงเทพฯ หรือลงทำงานสนาม หรือกำลังอยู่ต่างประเทศ ?
ทั้งสองตายายสบายดีหรอกรึ เจ้าเตยจบมหา'ลัยไปแล้วมั๊งเนี่ย
พี่กับพวกเราสบายดี มีแต่พี่อ้วนกับพี่ปรีชา
ลุยทำศูนย์เบิกฟ้าธรรมาศรมแล้วก็ทำงานหนักกว่าเดิมเพราะไกลจากพวกเราที่จะไปช่วย
แกบอกว่ายิ่งสุขภาพไม่ดีก็ยิ่งต้องรีบทำ เลยก็ไม่รู้จะว่ายังไง

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า