เทคนิคการดูพระสมเด็จอย่างง่ายๆ (จริงๆ)

 ถ้าทำตามนี้ โอกาสพลาดจะน้อยลงตามลำดับ จนน่าจะเหลือน้อยกว่า ๕%  

ตั้งแต่ผมได้สรุปประเด็นสำคัญของการแยกพระสมเด็จวัดต่างๆออกจากพระโรงงาน ผมก็ได้มีโอกาส “หยิบ” พระสมเด็จได้รวดเร็วและมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ บางวันโชคดี "หยิบ"ได้ถึง ๕ องค์  ทำให้ผมกล้าทดสอบสายตา โดยการไปบุกรังใหญ่ที่พันทิพย์งามวงษ์วาน กรุงเทพฯ ที่ได้มาหลายองค์เหมือนกัน

โดยอาศัยเทคนิคง่ายๆ ๘ ขั้นตอน ดังนี้

๑.    สังเกตพระที่มีผิวแห้ง หรือเป็นขุยยุ่ย เมื่อมองไกลๆ วรรณะเหลืองปนน้ำตาล (ของน้ำมันตังอิ๊ว)

  • โดยการกวาดสายตาดูตามแผงพระทั่วไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งพิมพ์ทรง ทั้งสี ขนาด รูปร่าง ความหนา-บางโดยรวม 
  • ที่จะสามารถสังเกตพระสมเด็จแท้ๆ แยกออกจากพระโรงงานได้โดยง่าย
  • แต่ก็จะมีพระโรงงานทำสี แช่สารเคมี พลาสติกอัด โปะหรือพอกสารเคมีสารพัดชนิดเพื่อเลียนแบบน้ำมันตังอิ๊วปะปนมาบ้างพอสมควร
  • การฝึกสายตาบ่อยๆ จะสามารถแยกสีของพระสมเด็จออกจากสีพระโรงงานทอดน้ำมันได้มากขึ้นเรื่อยๆ
  • อย่างน้อยที่สุดจะแยกพระโรงงานออกได้ไม่น้อยกว่า ๙๐% ของพระที่มีในตลาด

๒.   สังเกตพระที่มีเนื้อปูดสีขาวมัน หลากอายุ ถึงขาวปนเหลืองอ่อน ตามผิวองค์พระ และตามซุ้ม และตามพื้นองค์พระ

  • ที่มีลักษณะเป็นเนื้อหินอ่อน หรือเนื้อเกินจากผิวเดิม ปูด หรือพอกหนา
  • คล้ายการเคลือบกระเบื้อง
  • แต่ผิวจะดูเป็นลูกคลื่นแบบฉ่ำๆ หลากอายุ
  • มวลสารที่ปูดจะดูมีอายุน้อย แบ่งเป็นวงอายุ เป็นชั้นๆ
  • มีสีขาวถึงขาวปนเหลืองอ่อนที่ปลายยอด และเข้มขึ้นเมื่อลงหาฐาน

๓.   และ สังเกตพระที่ผิวมีสีนวลแบบผงแป้งฉาบบางๆ ไม่มีร่องรอยการโปะ

  • ที่อาจเป็นผิวคล้ายของเดิม
  • หรือเป็นหลุมโพรงปลายเข็ม ของรูน้ำตา ปากกว้างมน กระจัดกระจายทั่วไป
  • ผิวในหลุมทั้งหมด จะมีลักษณะเหมือนผงแป้งโรย
  • ถึงขั้นนี้จะแยกพระโรงงานออกไปได้ไม่น้อยกว่า ๙๙%
  • ทำให้โอกาสพลาดน้อยลง เหลือเพียงไม่เกิน ๑๐%

๔.   ขอส่องดูเนื้อพระ

  • เมื่อมองไกลจะต้องดูแห้ง หนึกนุ่ม
  • เมื่อมองใกล้จะต้องดูฉ่ำ ชุ่มเป็นจุดๆ แบบวงฟองเต้าหู้
  • มีมวลสารหลากชนิดตามหลักในตำราพื้นฐานทั่วไป
  • จะต้องมีจุดฉ่ำให้เห็นชัดเจน จำนวนยิ่งมากยิ่งดี ที่ถือว่าเป็นพระแท้ดูง่าย
  • เมื่อมองผ่านเลนส์ จุดฉ่ำทุกจุดต้องเป็นวงแบบไล่ระดับความแห้ง (Moisture gradient)
  • มองหาจุดฉ่ำทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
  • มองหารูน้ำตา ที่มีทางไหลของคราบน้ำตา (แบบรูแย้ หรือรูจิ้งหรีด ที่มีทางไหลจากปากรู มีคราบฟองเต้าหู้เป็นวงๆละเอียด) และเนื้อปูดเป็นวงแบบหัวสิว หรือหัวหนอง ที่หัวใส ฐานด้านๆ

 

  • ดูการยุบยุ่ยของมาลสารที่อ่อนตัวในหลุุมตามผิวขององค์พระ
  • ถ้ามีครบอย่างที่ว่า ก็น่าจะวางใจได้กว่าครึ่ง

๕.   ดูพิมพ์พระว่า

  • ดูความคมชัดของพิมพ์
  • มีความงามของศิลปะแบบฝีมือช่างสิบหมู่
  • ไม่แอ่น ไม่บิด ไม่งอ

๖.    และ/หรือ ดูการแตกของผิวขอบองค์พระแบบ “ริ้วเล็กๆ” ขอบมน ไม่มีความคม

  • จากการมีคราบน้ำมันตังอิ๊ว ฟองเต้าหู้ หรือเนื้อปูดมางอกโปะอยู่โดยธรรมชาติ
  • ทั้งหน้าและหลังเป็นเนื้อแบบเดียวกัน
  • ด้านข้างอาจมีรอยแยกให้เห็น แต่มักมีฟองเต้าหู้คลุม ดูเป็นลูกคลื่น

๗.   ดูตำหนิที่สำคัญของแต่ละพิมพ์

  • ที่ในเบื้องต้นนี้ ยังไม่ค่อยจำเป็นนัก
  • เพราะเมื่อดูเนื้อผ่านได้แล้ว โอกาสพลาดสูงสุดไม่เกิน ๕๐%
  • ฝึกดูไปเรื่อยๆ ประกอบทั้งศิลปะ พิมพ์ และตำหนิที่อาจมี จึงน่าเหลือโอกาสพลาดจะน้อยลงตามลำดับ จนน่าจะเหลือน้อยกว่า ๕๐%
  • เมื่อดูครบดังที่กล่าวมา และทบทวนจนแน่ใจแล้ว จึงเริ่มถามและต่อรองราคา

๘.   อย่ากังวลกับการพลาดไป “ตีเก๊พระสมเด็จแท้ๆ”

  • อย่าเสียเวลา “ลุ้น” โอกาสหน้ายังมีอีกมาก
  • แต่จงกังวลกับการ “พลาดไปหยิบพระโรงงาน” ที่พลาดแล้ว “ถอยยาก”

ถ้าปฏิบัติเช่นนี้โอกาสพลาดน้อยมาก

ที่สำคัญ

  • อย่าไปสนใจคำพูดใดๆของ “เซียนวิชามาร”
  • ทั้งโดยคำพูดและโดยตำรา ที่เขาทำมาเพื่อการทำมาหากินของเขา
  • อย่างมากก็เพียงนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา อย่านำมาเป็นความรู้เป็นอันขาด
  • เพราะวัตถุประสงค์ของเขานั้น เขาสนใจเชิงผลประโยชน์ของเขา มากกว่าที่จะพยายามหรือตั้งใจให้คนอื่นจะมีความรู้เท่าเขา
  • จึงอย่าเชื่อนิทานใดๆ ไม่ว่าคนเล่านิทานคนนั้นจะเป็นใคร 
  • ทุกอย่างที่อยากรู้ ให้อ่านและดูจากเนื้อพระเพียงอย่างเดียว

ตามหลัก ปัตจัตตัง เวทิ ตัพโพ วิญญู หิติ

ท่านจะได้ใช้ความรู้นี้

อย่างมั่นใจ ไม่กังวลและไม่ลังเล

ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 433887
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

พัฒนา พงษ์สนิท
IP: xxx.26.97.206
เขียนเมื่อ Tue Apr 19 2011 08:14:58 GMT+0700 (ICT)

เยี่ยมจริงๆๆๆครับท่านอาจารย์ผมพึ่งพบหลักสำคัญในการดูพระสมเด็จที่แปลกใหม่อีกวิธีหนึ่งที่นอกเหนือจากดูตำหนิพิมพ์และเนื้อมวลสารจากตำราอื่นท่านอาจารย์ช่างละเอียดและรอบรู้จริงๆครับ

นิรันดร์ สิงห์สีดา
IP: xxx.175.106.110
เขียนเมื่อ Tue Jun 04 2013 21:13:50 GMT+0700 (ICT)

กราบเรียนอาจารย์แสวงที่เคารพ ข้อความข้างต้นเกี่ยวกับเซียนวิชามาร เป็นจริงแน่แท้ผมเคยส่งพระสมเด้จเกศไชโยเข้าประกวด เซียนที่ส่องคัดพระบอกพระผมยังไม่ถึงยุค ทั้งๆที่องค์เดียวกันนี้เคยได้รางวัลที่ 1 อีกสนามและมีใบประกาศพระแท้ แต่ไม่ได้เอาไปด้วยทำให้ผมเข้าถึงแก่นแท้ของเซียนวิชามาร เซียนการตลาดเลย เจ้าค่ะหลวงปู่.

สัญญา
IP: xxx.4.50.59
เขียนเมื่อ Fri Jun 28 2013 22:40:50 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณอาจารย์มากเลยครับ

อำนาจ ขันเงิน
เขียนเมื่อ Mon Mar 10 2014 21:33:55 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากครับ

รุ่ง วรรณปวง
IP: xxx.230.109.123
เขียนเมื่อ Fri Apr 18 2014 19:57:38 GMT+0700 (ICT)

ขอบคูญครับข้อมูลดีๆๆครับ

วิชิต ชาดี
IP: xxx.109.43.98
เขียนเมื่อ Sun Jun 08 2014 10:11:09 GMT+0700 (ICT)

สูตรและหลักการต่างที่ท่านอาจารย์ดร.ท่านนำมาให้เราท่านทั้งหลายได้ศึกษานี้ผมว่าสมบูรณ์แบบแล้วเพราะท่านสอนให้รู้ตามหลักวิทยาศาสตร์

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ Sun Jun 08 2014 10:51:43 GMT+0700 (ICT)

ครับ อิอิอิ

ชัยวัฒน์
IP: xxx.246.159.248
เขียนเมื่อ Wed Jun 11 2014 10:14:23 GMT+0700 (ICT)

เป็นบทความที่ทรงคุณค่าสำหรับผู้ศรัทธาเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี เป็นอย่างยิ่งครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า