สมาชิก
แลกเปลี่ยน

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ปัญหาและอุปสรรค์โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

รัฐบาลกำหนดเป้าหมายโครงการ"เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ เป็นการตอบแทนการทำงานหนักมาตลอดชีวิตให้แก่ผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ

ปี 2552 เพื่อนชวนให้ไปไปลงทะเบียนผู้สูงอายุที่ประสงค์จะขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  แต่ผมไม่สนใจเพราะยังมีรายได้ประจำอยู่ แต่งงที่เพื่อนที่มีรายได้มากกว่าผมไปลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพ เพื่อนผมแจ้งว่าเป็นสิทธิของเขา ถึงแม้นจะแค่ 500 บาทต่อเดือน ก็ตาม

ปี 2553 ผมแวะไปทำธุรกิจที่เขต จึงสอบถามเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ที่เขต หลักสี่ ทราบว่าจะต้องมาลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอรับสิทธิ์ แต่ขณะนี้ยังไม่รับลงทะเบียน และไม่ทราบว่าจะเปิดลงทะเบียนเมื่อใด

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ผมไปยื่นแบบฟอร์มเสียภาษีที่สรรพกรเขตหลักสี่ และได้เข้าไปสอบถามเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และได้ทราบจากเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่กำลังจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า ว่าผมจะต้องมาลงทะเบียนในเดือน พฤศจิกายน 2554 เพื่อขอใช้สิทธิ์ในปีงบประมาณ 2556

ผมเริ่มหงุดหงิด และเริ่มไม่พอใจในการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ต่อคำถามของผม เจ้าหน้าที่ (หลายคน) ได้พยายามชี้แจงให้ทราบว่าเขาเป็นอาสาสมัคร จึงไม่สามารถตอบคำถามได้ ผมจึงขอพบหัวหน้าที่สามารถตอบคำถามของผมได้ และได้รับการพาไปพบ คุณฉวีวรรณ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ เขตหลักสี่

ระหว่างขึ้นลิฟท์ไปพบคุณฉวีวรรณ เจ้าหน้าที่ๆนำผมไปพบคุณฉวีวรรณาพยายามสอบถามว่าผมต้องการทราบอะไร เพื่อเธอจะได้ไปค้นเอกสารมาให้ผม แต่ผมใช้อารมย์กับเธอและไม่อยากจะพูดด้วย แต่เธอก็ใช้ความอดทนอย่างสูง

เมื่อผมพบคุณฉวีวรรณ ผมพูดเสียงดังและใช้อารมย์กับคุณฉวีวรรร แต่คุณฉวีวรรณก็ใจเย็นและพยายามอดทนกับผม ได้เชิญผมไปนั่งและพยายามอธิบายถึงขั้นตอนต่างๆที่ผมไม่เคยทราบมาก่อน ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ๆนำผมมาพบคุณฉวีวรรณก็ได้ค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ผมอ่าน จึงทราบว่าเจ้าหน้าที่ทุกท่านทำงานตามหน้าที่และทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม มีความอดทนสูง ทำให้ผมละอายใจ ที่ตัวเองมีอายุมากกว่าเจ้าหน้าที่ทุกคน ควรจะเป็นตัวอย่างที่ดี แต่กลับปล่อยให้อารมย์ความรู้สึกที่ไม่เห็นด้วยกับขบวนการของการจัดการโครงการที่เป็นปัญหาให้กับผู้สูงอายุหลายๆท่านที่เสียโอกาสได้รับสิทธิ์ที่ควรจะได้ ขบวนการในการจัดการทำให้ผู้สูงอายุที่มีความต้องการเงินจริงๆจำนวนมากขาดโอกาสและไม่ได้รับความสะดวกที่ควรจะได้รับ รัฐไม่ได้ทำงานเชิงรุก แต่กลับทำงานเชิงรับ ผมคิดว่าทางรัฐต้องทบทวน ขบวนการจัดการเพื่อลดอุปสรรค์และเพิ่มประสิทธิภาพให้มากกว่านี้

ผมได้ขอโทษคุณฉวีวรรณ และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ผมพูดเสียงดังและแสดงอารมย์ที่ไม่เหมาะสม ขอบคุณที่ใช้ความอดทนกับผมและได้พยายามอธิบายและแสดงเอกสารอ้างอิงในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ก่อนที่ผมจะลากลับ

หลังจากที่ผมได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาทบทวน จึงทราบว่าโครงการนี้เป็นโครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ที่มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ หรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ เป็นหนึ่งในโครงการรักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชนภายใต้การรับผิดชอบของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุ๋ษย์ และผ่านกลไกคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ(กผส) ว่าด้วยเกณฑ์การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ     พ.ศ.2552 โดยมีนายกฯเป็นประธาน

คุณฉวีวรรณ ได้นำเอกสารบันทึกข้อความจากสำนักพัฒนาสังคม (สำนักงานการสงเคราะห์และสวัสดิภาพสังคม) ถึงปลัดกรุงเทพมหานคร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2553 ลงนามโดย นางอารุณี รัศมีทัต ผู้อำนวยการพัฒนาสังคม มีสาระสำคัญดังนี้

1.ต้นเรื่อง สำนักการคลังได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กท 1308/1199 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 เรื่องขออนุมัติแนวทางปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โปรดอนุมัติแนวทางปฏิบัติและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของ 50 สำนักเขตตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 เป็นต้นไป

2.ข้อเท็จจริง สำนักพัฒนาสังคม ได้ดำเนินการประสานสำนักงานเขต 50 เขต ในการรับจดทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2554 ให้แล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2553 และขยายระยะเวลาในการรับจดทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2554 จนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ กท 1505/043 ลงวันที่ 6 มกราคม 2553 เรื่อง การปฎิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และตามหนังสือที่ กท 1505/519 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 เรื่องการขยายระยะเวลาในการรับจดทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2554

3.ข้อพิจารณาและเสนอแนะ สำนักพัฒนาสังคมพิจารณาแล้วเพื่อให้การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของ 50 สำนักงานเขตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คล่องตัว สะดวกรวดเร็ว บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประสิทธิผลสูงสุด จึงได้จัดทำหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่ิใช้รับจดทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 เป็นต้นไป และเห็นควรนำเรียนผู้ว่าการกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ปฎิทินขั้นตอนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลในการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประจำปีงบประมาณ 2555

1.จัดทำประกาศและประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุทราบสิทธิ์ของตนเอง ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553

2.กำหนดวันรับจดทะเบียนผู้มีสิทธิ์ได้รับเบี้ยประกันยังชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2553

3.ตรวจสอบรายชื่อ/คุณสมบัติผู้สูงอายุเพื่อการยืนยันผู้มีสิทธฺ์ ตั้งแต่วันที่ 1-30 ธันวาคม 2553

4.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ภายในวันที่ 7 มกราคม 2554

5.เริ่มจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นไป และจะได้รับทุกเดือนรายละ 500 บาท ต่อเดือน

จากปฏิทินที่กล่าวไว้เบื้องต้น แสดงว่าผู้สูงอายุที่ต้องการรับสิทธิของตนในปีงบประมาณ 2555 ต้องไปลงทะเบียนในเดือน พฤศจิกายน ปี 2553 จึงจะมีสิทธิ์ได้รับเงินเดือนละ 500 บาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554

อยากถามว่ามีผู้สูงอายุจำนวนเท่าใดที่ไม่มีโอกาสได้รับสิทธินี้ เพราะไม่ได้ไปจดทะเบียนเนื่องจากไม่ทราบ หรือช่วงเปิดให้ลงทะเบียนยังไม่อยากรับสิทธฺ์เพราะพอมีรายได้ หลังจากนั้นไม่มีรายได้และต้องการเงินมาเลี้ยงชีพ จึงต้องรอไปลงทะเบียนเมื่อเปิดลงทะเบียนในงวดต่อไป  ซึ่งจะต้องรอไป 2 ปี ก่อนจะได้รับเงิน ระหว่างที่รอจะทำอย่างไร

ขอให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ หรือผู้เกี่ยวข้อง โปรดพิจารณาแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องอาศัยเงินค่าเบี้ยยังชีพได้รับสิทธิโดยทั่วถึง ผมพิจารณาเอกสารและคำอธิบายจากคุณฉวีวรรณาแล้ว ผมยังไม่เห็นด้วยและคิดว่าเป็นแนวทางการปฏิบัติที่คิดแบบง่ายๆยึดความสะดวกของผู้เกี่ยวข้องในการให้บริการเป็นหลักไม่ได้ยึดในผลประโยชน์ของผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นต้องได้รับเงินเบี้ยยังชีพเป็นหลัก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: สิทธิของประชาชน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท หลักประกันเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 
· หมายเลขบันทึก: 425949 · เขียน:  
· ดอกไม้:
3
 · ความเห็น:
17
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Sun Feb 13 2011 22:49:57 GMT+0700 (ICT)

ขอให้ช่วยเผยแพร่เพื่อช่วยกันส่งต่อข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ของผู้สูงอายุที่ต้องการเงินจากเบี้ยยังชีพจริงๆ

IP: xxx.120.39.217
เขียนเมื่อ Mon Feb 28 2011 16:02:08 GMT+0700 (ICT)

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุที่ลำบากจริง ๆ ไม่ได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ตามระเบียบขั้นตอนดังที่กล่าวมา มารู้ทีหลังก็หมดเวลาปิดรับลงทะเบียนแล้ว เลยต้องไปรับงบประมาณปีถัดไปเสียดาย และเสียใจจริง ๆ

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Mon Feb 28 2011 19:05:55 GMT+0700 (ICT)

ผมไม่เห็นด้วยกับขั้นตอนและแนวทาง ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ไม่ได้เห็นความลำบากของคนสูงอายุ ความจริงทางรัฐมีทะเบียนราษฏร์อยู่แล้วรู้ว่าแต่ละบ้านมีใครที่ถึงกำหนดที่จะได้ค่าเบี้ยสูงอายุ ทางรัฐควรจะทำหนังสือออกไปเช่นเดียวกับส่งไปแต่ละบ้านให้ตรวจสอบผู้มีสิทธิไปออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง และให้ผู้ที่ต้องการสิทธิรับเบี้ยยังชีพตอบกลับมาว่าต้องการเท่านั้นก็ไม่ยุ่งยาก มีวิธีดำเนินการหลายวิธี ที่ดีกว่าทำแบบไม่รับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ผมได้ฟังข้ออ้างของคุณฉวีวรรณ และเจ้าหน้าที่ๆนำเอกสารคำสั่งจากเบื้องสูงมาให้อ่าน ผมอ่านเอกสารและฟังข้อโต้แย้งของคุณฉวีวรรณและเจ้าหน้าที่แล้วผมยังขอยืนยันว่าฟังไม่ขึ้น เป็นการออกคำสั่งที่เอาแต่ได้ และเอาความสะดวกของข้าราชการเป็นที่ตั้งไม่ได้มองเห็นความสะดวกของประชาชนผู้สูงอายุ  ไม่คิดถึงการปฏิบัติจริง เงินแค่เดือนละห้าร้อยบาทต่อเดือน น้อยอยู่แล้วยังทำเหมือนกับให้เงินขอทานใช้ ขอฝากแจ้งไปถึงผู้เกี่ยวข้อง โปรดพิจารณาแก้ไข ความจริงหลังจากนั้นผมได้พบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่พบกับท่านในเรื่องอื่นและไม่มีโอกาสได้เรียนท่าน แต่ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้เล็กไปที่จะต้องรอให้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้สั่ง คณะกรรมการพิจารณาระเบียบการน่าจะดำเนินการได้

nui
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 14:36:41 GMT+0700 (ICT)

ความไม่ชัดเจนของการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติต้องยกความรับผิดชอบให้กระทรวงที่เป็นต้นเรื่องเต็มๆ นะคะ และเรามีปัญหานี้อยู่เรื่อยๆ จนประชาชนที่ควรได้รับความช่วยเหลือ (ซึ่งส่วนใหญ่มักจนและการศึกษาน้อย) น่าสงสารมาก และความไม่ชัดเจนมักทำให้เกิดรูรั่วค่ะ

มีงานหนึ่งของกระทรวง พม. ที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเกี่ยวข้อง คือนโยบายเบี้ยผู้พิการค่ะ ตอนออกนโยบายมาใหม่ๆ คนไข้มาที่โรงพยาบาลเพื่อขอให้เราออกหนังสือรับรองความพิการให้ โดยที่เราไม่เคยรับรู้หลักเกณฑ์มาก่อนว่า "ความพิการ" แบบไหนจึงได้รับเบี้ยผู้พิการค่ะ  เราพยายามหา หนังสือต้นเรื่อง เพื่อหาวิธีปฏิบัติ แต่ก็ไม่พบ  สุดท้ายเราต้องประชุมกันภายในและออกแนวปฏิบัติกันเอง

การทำงานแบบสุกเอาเผากินยังมีอีกเยอะค่ะในระบบราชการ

ดิฉันสนับสนุนเบี้ยผู้สูงอายุค่ะ  แต่ควรมีวิธีที่ง่ายๆ ให้ผู้สูงอายุได้รับเงิน ซึ่ง "วิธีง่ายๆ" ต้องมาจาก "การใช้สมองคิด" ค่ะ

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 21:53:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณเสาวลักษณ์

เห็นด้วยครับ ผู้กำหนดนโยบายไม่ค่อยได้คิดถึงขบวนการปฎิบัติ มีโครงการดีๆหลายโครงการที่ไม่บรรลุผลสำเร็จเพราะขบวนการปฎิบัติของผู้เกี่ยวข้องที่ขาดความเข้าใจที่ชัดเจน หรือขาดเครื่องมือในการนำไปปฎิบัติ แต่ถ้าผู้เกี่ยวข้องมีจิตสำนึกและมีความเอาใจใส่คำนึงถึงผู้รับมากขึ้น ปัญหาที่กล่าวจะหมดไป

เจ้าหน้าที่ผู้น้อย
IP: xxx.172.124.156
เขียนเมื่อ Tue May 24 2011 10:26:24 GMT+0700 (ICT)

เราควรมีวิธีการรับลงทะเบียนให้มากขึ้นหรือให้กรมส่งเสริมรับลงทะเบียนทางอินเทอร์เนตโดยให้เจ้าหน้าที่ในเทศบาล/อบต. ลงทะเบียนได้ตลอด ตั้งแต่ พฤศจิกายน ถึงกันยายน ของทุกปี เพื่อไม่ให้เสียสิทธิผู้สูงอายุ/ผู้พิการ และข้อมูลโปรแกรมให้เชื่อมโยงกับทะเบียนราษฎร์ด้วย (ผมคิดว่าทำระบบเตรียมงานให้พร้อมก่อนทำโครงการออกมารองรับนโยบายหาเสียงทางการเมืองซึ่งผู้ปฏิบัติ

เป็นข้าราชการตัวน้อย )

1.ผู้สูงอายุทุกคนไม่ใช่ว่าจะได้รับเบี้ยทุกคนและต้องมาแจ้งสิทธิก่อน

- บ้างคนประกอบอาชีพรำรวยไม่ประสงค์จะรับ

- บางคนก็คิดว่าเป็นสิทธิที่พึงจะได้

- บางคนไม่รู้เรื่องทำมาหากินเช้าถึงค่ำไม่รู้เรื่องกว่าจะรู้ก็ลงทะเบียนไม่ทันเสียแล้ว

- บางคนเป็นข้าราชการบำนาญ ก็มาขอรับ (ซึ่งผิดระเบียบ)

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Tue May 24 2011 18:25:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณผู้ใช้นามว่าเจ้าหน้าที่ผู้น้อย ผมเห็นด้วยกับความเห็นของท่านครับ และขอบคุณที่ได้แจ้งข้อมูลให้ทราบ กลุ่มบุคคลที่ท่านกล่าวมาผมไม่เป็นห่วง ผมเป็นห่วงเฉพาะผู้ที่ไม่มีรายได้ ผมคิดว่าควรจะหาวิธีการที่จะนำเบี้ยยังชีพส่งให้ถึงมือผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้โดยไม่ต้องมีการลงทะเบียน เพราะทางราชการควรจะมีทะเบียนที่ถูกต้องและ Up Date ให้ความสะดวกกับผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้สำหรับผู้ที่มีรายได้อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นบำนาญ หรือมีรายได้จากทางอื่น ก็ควรสละสิทธิ์ และนำเงินที่มีผู้สละสิทธิ์นำไปจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

คนตัวเล็กๆ
IP: xxx.90.95.64
เขียนเมื่อ Wed Jul 06 2011 10:21:29 GMT+0700 (ICT)

อ่านข้อมูลนี้แล้ว โดนใจมากเลยค่ะ ดิฉันต้องการทำเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้กับคุณพ่อ

ค้นหาข้อมูลแล้ว งงเล็กน้อยว่าต้องรอวันที่เปิดรับด้วย แล้วเป็นวันไหนช่วงไหนก็ไม่ทราบได้เลย

นึกอยู่ในใจเลยว่า ทีตอนเวลาเลือกตั้ง ทางสำนักงานเขตยังสามารถจัดส่งเอกสารรายชื่อคนในทะเบียนบ้าน

มาที่บ้านได้เลย แล้วทำไมจะแจ้งวันเปิดให้ลงทะเบียนการขอรับเบี้ยยังชีพ "ไม่ได้" งง ค่ะ

แล้วก็ต้องนั่งตาม เป็นกังวลกลัวจะพลาดวัน กลัวจะเผลอเรอลืมวันอีก

ปล. ขอบคุณบทความที่เขียน และเล่าให้ฟังนะคะ นั่ง search ข้อมูลมามากมาย ก็ไม่ใช่ซักที

จนได้อ่านตรงนี้ เข้าใจขึ้นกว่าเดิมมากเลยค่ะ ..... ขอบคุณนะคะ

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Wed Jul 06 2011 11:56:30 GMT+0700 (ICT)

ด้วยความยินดีครับ ผมคิดว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะนำเรื่องต่างๆไปพิจารณาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้สูงอายุให้ได้รับสิทธิของเขาโดยทั่วถึงและไม่ต้องยุ่งยากเหมื่อนเช่นปัจจุบัน

ผู้ปฏิบัติงาน
IP: xxx.89.248.175
เขียนเมื่อ Wed Aug 17 2011 14:28:02 GMT+0700 (ICT)

การลงทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพ บางคนไม่สนใจที่จะมาลงทะเบียนแต่เมื่อถึงเวลาก็จะมาทวงสิทธิของตนเอง ระยะเวลาในการจ่ายเงินแต่ละเดือนบางครั้งยังไม่ถึงกำหนดก็โทรมาทวงถามหาว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใส่ใจทำงานทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาและส่วนกลางยังไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ท้องถิ่นเลย

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Wed Aug 17 2011 16:26:25 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลของผู้ปฎิบัติงานครับ ผมเข้าใจและเห็นใจผู้ปฎิบัติงาน ที่บางครั้งปฎิบัติงานตามหน้าที่และยึดกฎระเบียบที่มาจากเบื้องบน ทำให้ประชาชนที่เขาคิดว่าเขาควรได้รับสิทธิ เมื่อไม่ได้ตามที่เขาคิดก็เกิดอารมณ์และถ้าผู้ปฎิบัติงานขาดจิตสำนึกในหน้าที่ก็จะแสดงกริยาท่าทางหรือคำพูดที่ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมเลยทำให้เกิดปัญหาตามมา ก็อยากจะฝากท่านผู้ปฎิบัติงานคิดด้านบวกและให้ความเห็นใจกับผู้ที่มาเรียกร้องสิทธฺด้วยครับว่า ถ้าเขาไม่เดือดร้อน หรือไม่จำเป็นเขาคงไม่มาทวงสิทธิ ไม่ใช่เขาไม่สน แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อน หรือเมื่อก่อนเขาไม่จำเป็นต้องเรียกร้องสิทธินั้น แต่ขณะนี้เขาต้องการเพราะเขาขาดรายได้จากทางอื่น ท่านต้องยอมรับว่าข่าวสารที่ท่านทราบและที่ท่านรู้ มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่รู้ ส่วนปัญหาในระบบของทางราชการ เช่นที่ทางส่วนกลางยังไม่จัดสรรงบประมาณมาให้ท้องถิ่น นั้น ทางประชาชนทั่วไปไม่ทราบ เกิดจากระบบภายใน ดังนั้นเมื่อผู้ปฎิบัติงานเจอปัญหานี้ ท่านควรจะต้องเห็นใจ คนที่เดินทางมารับเงินแค่ 500 บาท และไม่ได้ โดยท่านแสดงท่าทางเป็นเรื่อธรรมดา ก็เงินยังไม่มาฉันทำอะไรไม่ได้ ประชาชนก็คิดว่าท่านไม่ใส่ใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องมาจากภายในของผู้ปฎิบัติ ถ้าท่านเป็นผู้มีจิตใจสูง เอาใจเขาใส่ใจเรา ท่านจะเห็นใจผู้มาติดต่อ การแสดงท่าทางและคำพูดก็จะนุ่มนวลและช่วยทำให้ผู้มาติดต่อเกิดความอบอุ่นถึงแม้นจะยังไม่ได้เงินแต่เจ้าหน้าที่ก็ให้ความเมตตา เป็นมิตร ปัญหาก็ไม่เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้มีวิธีแก้โดยการที่ทางหน่วยงานต้องคัดเลือกคนที่มีจิตใจดี โอบอ้อมอารีย์ มีจิตวิทยาในการพูด และควรได้รับการอบรมในเรื่องการแก้ไขปัญหาร้องเรียน เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ประชาชนที่มาติดต่อราชการก็จะได้รับการบริการที่ประทับใจ

ฐิติภัค
IP: xxx.11.181.37
เขียนเมื่อ Tue Aug 23 2011 14:59:54 GMT+0700 (ICT)

เนื่องจากมีผู้ไม่เข้าใจในเวลาและขั้นตอนในการยื่นขอรับสิทธิ์ คุณพ่อของดิฉันก็เหมือนกันพอครบอายุ 61 ก็ไปถามที่เขต

เขตบอกว่ายังไม่เปิด ไม่รู้จะเปิดเมื่อไรต้องคอยมาถามดู ผ่านไปอีกปีไปถามอีกก็บอกว่าต้องรอเวลาเปิดเหมือนเดิมแต่คราวนี้

ได้ความว่าประมาณเดือนพย. ปีนี้ก็ตั้งใจไปแต่กว่าจะได้ก็อีก 2ปีงบประมาณ ซึ่งป่านั้นก็ปาเข้าไปอายุ 65 ปีแล้ว

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Tue Aug 23 2011 18:56:51 GMT+0700 (ICT)

ครับเจอแบบเดียวกับผมตามที่กล่าวไว้ในเบื้องต้น เป็นเหตุให้ผมเขียน blog นี้ขึ้นมา ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไรนอกจากฝากท่านผู้เกี่ยวข้องโปรดอ่าน blog นี้ และหวังว่าที่นทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะเกิดจิตสำนึกเพื่อนำปัญหากลับไปปรับปรุ่งและพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพจนทำให้ผู้มีสิทธฺิสามารถได้รัยสิทธิโดยไม่ต้องยุ่งยากหรือรอนานตามที่เป็นอยู่ ข้อสำคัญคือต้องสื่อสารหรือทำหนังสือส่งถึงมือผู้มีสิทธฺ เหมือนกับตอนแจ้งรายชื่อตอนก่อนเลือกตั้ง

หวังว่านักการเมืองหรือท่าน รมต ที่เกี่ยวข้องจะให้ความสนใจศึกษาข้อมูลเหล่านี้ อย่าปล่อยไก่พูดออกไปว่าผู้สูงอายุที่มีสิทธิทุกคนได้รับเงินเรียบร้อยโดยไม่มีปัญหาใดๆ เพราะเป็นการแสดงว่าท่านไม่รู้เรื่องเลย ถูกผู้ใต้บังคับบัญชาหลอก หรือท่านหลอกประชาชน ระวังจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ

สุดา
IP: xxx.168.206.134
เขียนเมื่อ Sat Oct 01 2011 22:48:36 GMT+0700 (ICT)

ขอทบทวนความเข้าใจของตัวเองนะคะ

ถ้าดิฉันจะอายุครบ 60 ปีในเดือนมีนาคม 2555 ดิฉันจะต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ย 500 บาทนี้ ต่อสำนักงานเขต ในระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2554 และจะได้เริ่มรับเบี้ยนี้ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2555 ถูกต้องไหมคะ

ขอบคุณมากค่ะสำหรับบทความของท่าน ทำให้ได้รับความรู้เรื่องนี้ เพราะเพื่อนส่วนใหญ่เป็นข้าราชการบำนาญ ไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ เกรงว่าถ้าไปถามที่สนงเขตเอง อาจจะมีอารมณ์เดือดขึ้นมา ไม่เข้าใจว่าราชการทำเรื่องที่ไม่ยากให้มันมากเรื่องยุ่งยากได้อย่างไร โดยเฉพาะการจ่ายเงิน

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Mon Oct 03 2011 11:29:37 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ คุณสุดา

ผมเข้าใจว่าข้าราชการบำนาญไม่มีสิทธฺิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพราะถือว่าได้รับสิทธฺ์อื่นอยู่แล้ว เบี้ยยีงชีพผู้สูงอายุให้เฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับสิทธิอื่นๆ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าสอบถามกับเจ้าหน้าที่เขตโดยตรงดีกว่าครับ โทรศัทพ์ไปก็ได้ ครับ อย่ามองทุกอย่างในด้านลบครับ ผมเชื่อว่ามีข้าราชการดีๆอีกมากที่มีจิตใจดีและพยายามให้ความช่วยเหลือผู้อื่น และทำหน้าที่อย่างดีเข้าใจหน้าที่ของตัวและให้ความช่วยเหลือประชาชน

ที่คุณสุดา เข้าใจและสอบถามมานั้น ถูกต้องตามข้อมูลที่ผมได้มาจากเจ้าหน้าที่เขตหลักสี่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยเจ้าหน้าที่อ้างถึงนโยบาย สำหรับการรับเบี้ยงผู้สูงอายุในปีงบประมาณ 2554 ต้องยื่นขอรับสิทธิภายในเดือน พฤศจิกายน 2553 ตามรายละเอียดที่ผมเขียนไว้ในตอนต้น อย่างไรก็ตามผมไม่แน่ใจว่า จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ เพราะผมยังไม่ได้ติดตามและสอบถาม จึงขอเสนอให้รีบติดต่อไปที่เขตดีกว่าครับ จะได้ไม่พลาดโอกาส ถ้าการไปติดต่อที่เขตอาจทำให้เกิดอารมย์เดือด เราก็ตั้งสติและพยายามอดกลั้น ถือเป็นการฝึกตัวเอง ผมคิดว่ามีแต่ได้ครับ ถ้าเราไปติดต่อและได้รับการตอบรับที่ดีและพอใจ ก็ถือว่าเราได้รับผลคุ้มค่ากับเวลา และยังได้พบคนดีๆในกลุ่มคนที่เราคิดด้านลบกับเขา แต่ถ้าเกิดผลด้านลบตามที่เราคิดไว้ และเราสามารถควบคุมตัวเราเองได้ ก็เป็นการเลื่อนขั้นจิตของเราให้สูงขึ้น

And Pra
เขียนเมื่อ Thu Sep 27 2012 22:45:47 GMT+0700 (ICT)

โดนเต็มๆกับตัวเอง. อายุครบ 60 เมื่อเดือน ธค. 54 ไปเขตเลยเดือน มค 55 ถูกแจ้งให้ทราบว่าต้องมาลงทะเบียน เดือน พย. เพราะฉนีั้น ก็ต้องมาใหม่้เดือน พย 55 จะได้รับ ก็ ตค 56! คำถามเดียวกันเลยว่าทำไมรัฐมีทะเบียนราฏ ว่าใคร 60 ปีไหน ทำไมต้องลงทะเบีบนล่วงหน้า. ก็ได้คำตอบเหมือนท่านทั้งหลายว่าเป็นกฏหมาย. ประชาชนต้องรู้กฏหมาย 555 ไม่รู้เขียนทำไมว่าต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ถ้าเป็นต่างแดนเขาก็จะมีจดหมายมาบอกที่บ้านว่าคุณกำลังจะอายุ 60 นะ คุณมีสิทธิอะไรบ้าง บ้านเมืองเราคงยังห่างไกล ต่อว่าเขตบางเขน ก็มองหน้าเรากันทั้งห้อง เหมือนเราเป็นคนประหลาด มันก็น่านนะสิ ทำไมไม่รู้ว่าราชการเมืองไทยเป็นอย่างไร

ชาญโชติ
เขียนเมื่อ Thu Sep 27 2012 23:20:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณเอ็นดู ครับต้องอดทนและช่วยกันครับ ข้าราชการไทยหลายๆท่านต้องเปลี่ยนวิธีคิด ต้องเข้าใจว่าท่านทำหน้าที่อะไร ควรทำหน้าที่ท่านให้ดีที่สุด เลิกทำเช้าชามเย็นชาม ไม่ดูถูกประชาชน ทำประชาชนเหมือนไม่ใช่คน ทำงานเชิงลุก ไม่ใช่คอยแต่ตั้งรับ ทำงานแบบสบายๆและผลักภาระไปให้กับประชาชน ท่านมีหน้าที่ให้บริการและรับใช้ประชาชน ไม่ใช่นายของประชาชน แต่ผมก็ไม่อยากโทษข้าราชการผู้น้อยที่ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายหรือปฎิบัติตามนโยบายของผู้บริหาร ผู้บริหารควรหันมาเอาใจใส่และพัฒนาการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับการดูแลและเอาใจใส่อย่างดี ไม่สร้างภาระให้กับประชาชนเพื่อทำให้ข้าราชการทำงานแบบสบายๆ ตัวอย่างดีๆของหน่วยราชการที่ปรับวิธีการเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ได้แก่กรมกงศุล หน่วยงานที่ออกหนังสือเดินทางให้กับประชาชน

สำหรับข้าราชการดีๆที่ทำหน้าที่อย่างดีรับใช้ประชาชนด้วยความเต็มใจให้ความช่วยเหลืออย่างดีโดยไม่คิดถึงความเหน็ดเหนื่อย ก็ต้องขอขอบพระคุณไว้ ณ.ที่นี้ และเชื่อว่าบุญกุศลที่ท่านทำด้วยความบริสุทธิ์ ทำให้ท่านเป็นคนดีมีความสุขไม่มีวันตกทุกข์ได้ยาก มีความเจริญรุ่งเรื่องตลอดไป ขอชื่นชมและให้กำลังใช้ข้าราชการเช่นนี้ ผมเชื่อว่ามีเป็นจำนวนมากครับ ถ้าเราพบเห็นก็ต้องช่วยกันยกย่องและประกาศให้รู้โดยทั่วกัน มาช่วยกันยกย่องคนดีครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์