ละครคุณธรรม เรื่อง "เรื่องมีอยู่ว่า..."

 ละครคุณธรรม เรื่อง "เรื่องมีอยู่ว่า..." สื่อเชื่อมต่อคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ 

 

           หนึ่งในส่วนประกอบของการเรียนการสอนคุณธรรมจริยธรรมนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษานี้ เกิดขึ้นจากการระดมความคิดแบบเร่งด่วนของนักเรียนและครูผู้สอน อาจจะมีความบกพร่องบ้าง แต่คงจะมีสักนิดของแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อท่านผู้บังเอิญได้มาอ่านพบ

(ร่าง)

บทละคร เรื่องมีอยู่ว่า.........

ผู้เขียนเรื่อง : ไชยญาณ บุญยศ

เริ่มต้น

            ผู้แทนนักแสดง (ชัชฎาภา/พีน) ยกมือไหว้กล่าวทักทายคณะกรรมการและผู้ชม

พีน : เรียนท่านคณะกรรมการ ท่านผู้ชมทุกท่าน และสวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน พวกเรานักเรียนโรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาส ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ให้เป็นผู้แทนนำเสนอละครคุณธรรมเรื่อง เรื่องมีอยู่ว่า...

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป  ขอเชิญท่านรับชมได้แล้วค่ะ

ฉากที่หนึ่ง

พ่อแม่ออกจากม่านแล้วนั่งอยู่หน้าเวทีเตรียมจะออกจากบ้านไปทำงาน 

พ่อให้แม่ไปเรียกลูก  แม่เรียกหาลูกบอกให้เตรียมตัวไปโรงเรียน 

ลูกขานรับแล้วออกจากม่านมาที่พ่อและแม่ โดยหิ้วถุงยังชีพพระราชทานออกมาด้วย

พ่อ : ลูกเตรียมตัวไปโรงเรียนได้แล้วนะ เดี๋ยวจะสายนะลูก

แม่ : อ้าว! แล้วหิ้วอะไรมาด้วยล่ะลูก

ลูก : ก็ถุงยังชีพพระราชทานที่พ่อได้มาตอนน้ำท่วมอย่างไรล่ะจ๊ะ

พ่อ : อ้อ! ใช่แล้ว  ในหลวงท่านพระราชทานมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ลูก : ในหลวงท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณกับพวกเรามากเลยนะจ๊ะ

แม่ : ท่านทรงรักและห่วงใยประชาชน พวกเราต้องรักและเทิดทูนในหลวงให้มากๆ

พ่อ : ใช่แล้ว เราเป็นคนไทยต้องรู้จักรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จำไว้ให้ขึ้นใจนะลูก

ลูก : จ้ะพ่อ

แม่ : แล้วตอนนี้ลูกเป็นนักเรียน ลูกก็ต้องมีหน้าที่เรียนหนังสือให้ดี

        ใฝ่รู้ใฝ่เรียนสม่ำเสมอ  อย่าเกียจคร้านการเรียน  โตขึ้นจะได้ไม่ลำบาก

พ่อ : เกิดมาเป็นคน

แม่ : หนังสือเป็นต้น

พ่อ : วิชาหนาเจ้า

แม่ : ถ้าแม้นไม่รู้

พ่อ : อดสูอายเขา

แม่ : เพื่อนฝูงเยาะเย้า

พ่อ : ว่าเง่าว่าโง่

แม่ : ลางคนเกิดมา

พ่อ : ไม่รู้วิชา

แม่ : เคอะอยู่จนโต

พ่อ : ไปเป็นข้าเขา

แม่ : เพราะเง่าเพราะโง่

พ่อ : บ้างเป็นคนโซ

แม่ : เที่ยวขอก็มี

พ่อ : ถ้ารู้วิชา

แม่ : ประเสริฐนักหนา

พ่อ : ชูหน้าราศี

แม่ : จะไปแห่งใด

พ่อ : มีคนปรานี

แม่ : ยากไร้ไม่มี

พ่อ แม่ : สวัสดีมงคล

พ่อ : จำไว้นะลูกนะ

ลูก : พ่อแม่ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ คุณครูท่านสอนหนูอยู่เสมอให้รู้จักใฝ่รู้ใฝ่เรียน

แม่ : คุณครูสอนว่าอย่างไรล่ะลูก ไหนลองเล่าให้พ่อแม่ฟังซิ

ลูก : เรื่องมีอยู่ว่า......

(เปิดเพลง)

เพลง หนังสือเพื่อนเรา

คำร้อง ไชยญาณ  บุญยศ                      ทำนอง เพลงน้ำค้างเดือนหก : สุรพล  สมบัติเจริญ

         หนังสือเป็นสื่อความรู้               

เมื่อเราได้ดูจะได้รู้กระบวนวิชา                                             

มีสารพัดที่เรานั้นปรารถนา                    

เมื่อเราพากเพียรพกพาเป็นสุขอุราสำราญ 

         หนังสือเป็นเพื่อนอย่างดี                     

พกไปทุกที่เปรียบดังมีเพื่อนคุยทุกวัน                         

โลกความรู้เฟื่องฟูขึ้นอย่างสร้างสรรค์ 

ทุกคนทำได้เหมือนกันหยิบอ่านง่ายดายเสียจริง

         อ่านประจำได้ความรู้              

อย่าคิดมัวเฉยนิ่งอยู่ใฝ่รู้เถิดชายหญิง                      

อ่านเรื่อยไปอย่าได้ละทิ้ง                         

เรียนรู้ได้เองอ้างอิงทุกสิ่งสมปอง

         หนังสือช่วยสร้างปัญญา                       

ทุกคนรู้ค่าปรารถนามีไว้ครอง                                 

อยู่วัยใดผู้ดีหรือไพร่ไม่หมอง                     

ขอเพียงอ่านคิดไตร่ตรองรับรองอนาคตไกล

           นักแสดงท่าทางประกอบเพลง “หนังสือเพื่อนเรา” ออกจากม่านเพื่อแสดง เมื่อแสดงจบก็เดินแถวเข้าม่านหลังเวที

ลูก : เรื่องก็เป็นอย่างนี้ล่ะจ้ะ

พ่อ : ใช่แล้ว คุณครูท่านสอนถูกต้อง ลูกต้องรู้จักใฝ่รู้ใฝ่เรียนตามที่คุณครูท่านสอนนะ

         เออ! พ่อต้องไปทำงานก่อนล่ะ

แม่ : แม่ก็เหมือนกันต้องรีบไปขายของ ก่อนจะไปโรงเรียนลูกช่วยดูแลปิดบ้านปิดช่อง

        ให้ดีด้วยนะลูก

ลูก : จ้ะแม่

 

ฉากที่สอง

แม่ ซึ่งเป็นแม่ค้าขายขนมหาบขนมออกจากม่าน  ร้องขายขนม

แม่ค้า :  ขนมจ้าขนม เชิญมาซื้อขนมกันนะจ๊ะ

              เอ! ไปขายตรงไหนก่อนดีนะ  อ้อ! ไปขายทางโน้นดีกว่า นักเรียนมากันแล้ว

นักเรียนออกจากม่านเพื่อเดินทางไปโรงเรียนเป็นกลุ่มๆ แม่ค้าจึงหาบขนมไปขายบริเวณที่นักเรียนเดินทาง  เด็กคนหนึ่ง (กนกพร) เดินสวนทางกับแม่ค้าขายขนม   สักพักหนึ่งเพื่อน (นิศารัตน์) ก็ตะโกนร้องเรียกให้กลับไปซื้อขนมกิน

นิศารัตน์ :  อาย  อาย  กลับมานี่ก่อน

กนกพร   : มีอะไรหรอ

นิศารัตน์ : กลับมานี่ก่อน มาซื้อขนมกันก่อน

กนกพร   : เราต้องรีบไปโรงเรียนนะ

นิศารัตน์ :  เหอะน่า ซื้อแป๊บเดียวเอง

กนกพร   : ก็ได้

กนกพรขานรับแล้วเดินย้อนไปที่เพื่อน ซึ่งกำลังแย่งซื้อขนมกับนักเรียนคนอื่นๆ อย่างผู้ที่ขาดระเบียบวินัย

เด็กหญิงวันวิสาออกจากม่านตรงรี่จะไปซื้อขนม  ลูก (ลูกแม่ค้าขายขนมชื่อพีน) ร้องห้ามไว้

พีน       : วัน จะไปไหน

วันวิสา   : เราจะไปซื้อขนม

พีน       : อย่าไปเลย เมื่อเช้าเธอก็ทานข้าวมาแล้วไม่ใช่หรือ

วันวิสา  : ใช่ แต่เราอยากกินขนมนี่

พีน       : เธอจำที่คุณครูสอนไม่ได้หรือ เราต้องรู้จักพอเพียงในเมื่อทานข้าวอิ่มมาแล้วก็

               ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อขนมอีก เก็บออมเงินเอาไว้ใช้คราวจำเป็นดีกว่า 

               อีกอย่างหนึ่งถ้าเราไปมัวซื้อขนม เราจะไปโรงเรียนสายนะ เธอดูพวกนั้นสิ

               แย่งกันซื้อขนม ช่างไม่มีวินัยเอาเสียเลย ฉันว่าเราไปโรงเรียนกันดีกว่า

               ถ้าเราไปสายเราก็จะกลายเป็นคนขาดวินัยไปด้วยเหมือนกัน

กนกพรได้ขนมแล้วก็รีบไปโรงเรียนจนลืมเงินทอน  แม่ค้าร้องเรียกแล้วคืนเงินทอนให้  กนกพรยกมือไหว้ขอบคุณแม่ค้า พีนจึงบอกวันวิสาว่าแม่ค้า คือ แม่ของตน  แล้วบอกอีกว่าแม่เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์ และสอนให้พีนเป็นคนซื่อสัตย์เสมอ

            พีนชวนวันวิสาให้รีบไปโรงเรียน ขณะที่ทั้งสองคนจะเดินข้ามถนน พ่อของพีน ขี่รถจักรยานออกจากม่าน แล้วหยุดทักทาย

พีน              : สวัสดีจ้ะพ่อ อ้าว! ทำไมพ่อถึงขี่จักรยานมาล่ะจ๊ะ

พ่อ              : อ๋อ! พ่อเห็นว่าวันนี้ไปทำงานไม่ไกล พ่อเลยเอามอเตอร์ไซด์ไปเก็บ

                      แล้วขี่จักรยานมาน่ะลูก มันประหยัดดี

พีน              : วันจ๊ะ นี่พ่อของเราเอง

วันวิสา          : สวัสดีค่ะ

พ่อ              : อืม! สวัสดีจ้ะหนู  แหม! น่ารักนะ ไหว้ก็สวย สมเป็นเด็กไทย

                     น้อยนักที่พ่อจะเห็นเด็กๆ อย่างพวกเรารักษาวัฒนธรรมการไหว้ของไทย

                     ได้ดีอย่างนี้

วันวิสา         : ขอบคุณค่ะ

พีน              : พ่อจ๋า หนูต้องรีบไปโรงเรียนกันแล้วล่ะจ้ะ เดี๋ยวจะสาย

พ่อ              : ไปเถอะลูก พ่อก็จะไปทำงานเหมือนกัน

พีน วันวิสา : สวัสดีจ้ะ

            ทุกคนแยกย้ายกันไป  แม่ค้าและนักเรียนก็แยกย้ายกันเข้าโรง

 

ฉากที่สาม

ภารโรงเคาะระฆังบอกเวลาพักกลางวัน  นักเรียนสองคนเดินออกมาแล้วนั่งอ่านหนังสือ  นักเรียนคนหนึ่งกวาดสนาม  นักเรียนอีกสามคนออกมาเล่นรีรีข้าวสาร  คุณครูเวรเดินตรวจบริเวณโรงเรียนทักทายนักเรียนสามคนที่เล่นรีรีข้าวสาร

นักเรียน    : อุ๊ย! คุณครูมา  สวัสดีค่ะคุณครู

ครู           : สวัสดีจ้ะนักเรียน ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ

นักเรียน    : เล่นรีรีข้าวสารค่ะ

ครู          : อืม! ดีนะเล่นการละเล่นแบบไทยๆ น่าชื่นชมจริงๆ ที่พวกเธอรู้จักรักของไทย

                ถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย ครูก็เชื่อว่าต่อไปจะเป็นพื้นฐานให้พวกเธอทำในสิ่งที่

                ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือการสืบทอดสิ่งดีๆของไทยที่บรรพบุรุษของไทยได้สั่งสมไว้

                เพื่อลูกหลาน  ขอให้พวกเธอตั้งใจทำดีต่อไปนะจ๊ะ เล่นให้สนุกเถอะ

นักเรียน   : ค่ะคุณครู

            นักเรียนยกมือไหว้คุณครู แล้วเล่นต่อไป  คุณครูเดินมาทักทายนักเรียนคนที่กวาดสนาม 

นักเรียน   : สวัสดีครับคุณครู

ครู          : สวัสดีจ้ะนักเรียน ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ

นักเรียน   : เก็บกวาดขยะอยู่ครับเ

ครู          : เธอเป็นเวรหรือจ๊ะ

นักเรียน   : เปล่าครับ ผมมาช่วยเพื่อนกวาดทุกวันล่ะครับเ

ครู          : แหม! ดีมากเลยจ้ะ น่าชื่นชมจริงๆ ที่เธอมีจิตสาธารณะ ทำงานเพื่อส่วนรวม

                โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน  ขอให้เธอตั้งใจทำดีต่อไปนะจ๊ะ  ตามสบายเถอะจ้ะ

            นักเรียนยกมือไหว้คุณครู แล้วกวาดสนามต่อไป  คุณครูเดินมาทักทายนักเรียนคนที่อ่านหนังสือ

นักเรียน   : สวัสดีค่ะคุณครู

ครู          : สวัสดีจ้ะนักเรียน ทำอะไรกันอยู่หรือจ๊ะ

นักเรียน   : อ่านหนังสืออยู่ค่ะ พวกเราเตรียมศึกษาข้อมูลเพื่อทำรายงานกันค่ะเ

ครู          : พวกเธอไม่เบื่อกันหรือจ๊ะ

นักเรียน   : ไม่ค่ะ พวกเราทำแบบนี้ทุกวันจนเคยชินแล้วล่ะค่ะเ

ครู          : แหม! ดีมากเลยจ้ะ น่าชื่นชมจริงๆ ที่เธอมีความมุ่งมั่นในการเรียนการทำงาน

                อย่างนี้  ต่อไปต้องเรียนเก่งแน่ๆ  ขอให้เธอตั้งใจทำดีต่อไปนะจ๊ะ

นักเรียน   : ค่ะคุณครู ขอบคุณค่ะ

            นักเรียนยกมือไหว้คุณครู แล้วอ่านหนังสือต่อไป  พีนและวันวิสาวิ่งหน้าตาตื่นมาหาครู

พีน         : คุณครูขา มีนักเรียนทะเลาะกันค่ะ

วันวิสา     : คนหนึ่งร้องไห้ด้วยค่ะคุณครู

ครู          : ไหนพาครูไปดูซิ

            ทุกคนพากันเข้าโรง 

 

ฉากที่สี่

ภารโรงเคาะระฆังบอกเวลาพักกลางวัน  นักเรียนสองคนเดินออกมาแล้วนั่งอ่านนักเรียนชายสามคนทะเลาะกันอยู่ ส่งเสียงดัง จนพีนและวันวิสาพาคุณครูมาถึง

พีน และวันวิสา              : นี่ค่ะคุณครูขา ทะเลาะกันยังไม่เลิกเลยค่ะ

ครูหันมาทางนักเรียนที่ร้องไห้

ครู                              : ไหน เรื่องเป็นอย่างไร เล่าให้ครูฟังซิ

นักเรียนที่ร้องไห้            : ผมขอเล่นด้วย พวกเขาไม่ยอมให้เล่นครับ

นักเรียนชายคนที่หนึ่ง     : ผมเล่นกันอยู่ดีๆ เขาก็มาแย่งของเล่นผมครับ

นักเรียนชายคนที่สอง     : ของเล่นของพวกผมยิ่งแพงๆอยู่ ผมไม่ให้เล่นด้วยเพราะบ้าน

                                  เขาจนไม่มีปัญญาซื้อเล่น เดี๋ยวเกิดพังไปเขาก็ไม่มีใช้คืน

                                  พวกผมก็ไม่มีเล่นน่ะสิครับ

นักเรียนที่ร้องไห้           : ผมไม่เล่นให้พังหรอกครับ ขอเล่นนิดเดียวเองก็ไม่ให้เล่น 

                                  แถมยังผลักผมกระเด็นเลยครับ

นักเรียนชายคนที่หนึ่ง     : ก็ไม่ให้เล่นยังหน้าด้านมาเล่นด้วยอีก

ครู                             : เอาละ! ครูพอจะเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้วละ 

                                   ครูเใช่ไหมว่าการอยู่ด้วยกันเราต้องปฏิบัติต่อกันอย่างไร 

                                   ต้องรู้จักช่วยเหลือกัน  ต้องรู้จักแบ่งปันกัน ที่สำคัญต้องรู้รัก

                                   สามัคคีกันไว้ จำไม่ได้หรือ

พีน                            : หนูจำได้ค่ะ คุณครูเคยสอนไว้

ครู                             : ครูสอนว่าอย่างไร ไหนลองเล่าทบทวนให้เพื่อนฟังซิ

พีน                            : คืออย่างนี้ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า.........

(เปิดเพลง)

เพลง พ่อกับลูก

คำร้อง ไชยญาณ  บุญยศ          ทำนอง เพลงนัดพบหน้าอำเภอ : พุ่มพวง ดวงจันทร์

         พ่อม่ายมีลูกชายสามเป็นสุขทุกยามแม้เมียไม่มี                        

บังเอิญต้องไปทำงานไม่ได้อยู่บ้านหลายวันจากนี้                                    

จึงประชุมลูกชายเร็วรี่เพื่อสั่งความลูกชายคนดี                                          

จัดแบ่งหน้าที่สามัคคีทำงาน                                                

แต่ละคนเมื่อพ่อพ้นบ้านก็เกี่ยงกันไม่ยอมทำงาน                               

เฝ้าแต่เกียจคร้านทุกวันไม่สามัคคี

         พ่อม่ายกลับมาหม่นหมองสามคนพี่น้องเถียงกันอย่างนี้                     

ตรึกตรองหาวิธีการเพื่อจะประสานสัมพันธ์ไมตรี                                         

จึงนำแขนงไผ่ที่มีให้หักจนครบคนน้องพี่                                                

พ่อม่ายบ่งชี้สามัคคีดีอย่างไร                                                          

แล้วเอ่ยความย้ำสอนลูกชายให้ต่างมีสามัคคีกันไว้                                      

พี่น้องร่วมใจจะผ่านเภทภัยทุกครา

            นักแสดงท่าทางประกอบเพลง “พ่อกับลูก” ออกจากม่านเพื่อแสดง เมื่อแสดงจบก็เดินแถวเข้าม่านหลังเวที

พีน                      : เรื่องก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ

วันวิสา                  : ใช่ค่ะคุณครู

ครู                       : พวกเธอเห็นไหม ถ้าเราอยู่ด้วยกันแล้วรู้จักรักสามัคคีกัน

                            จะเกิดผลดีอย่างไร  และถ้าเราอยู่ด้วยกันแล้วไม่รู้จักรักสามัคคีกัน

                            จะเกิดผลเสียอย่างไร ครูอยากเห็นพวกเธอทุกคนรักสามัคคีกัน  

                            ไม่แบ่งแยกหรือรังเกียจซึ่งกันและกัน  

                            ครูขอให้พวกเธอจงจำไว้ว่า…

                                   “เธอมาจากที่ใดไม่ต้องคิด

                        เธอเป็นศิษย์ของครูอยู่เสมอ

                        การทำดีเกิดผลดีที่ตัวเธอ

                        อย่ามัวเพ้อถดถอยด้วยน้อยใจ”

                             ครูหวังว่าพวกเธอคงไม่ทะเลาะกันด้วยเรื่องแค่นี้อีก ดีกันซะ

                             แล้วทุกคนจะมีความสุข

นักเรียนทั้งหมด : ครับ/ค่ะ คุณครู

            ภารโรงเคาะระฆังบอกเวลาเข้าเรียนตอนบ่าย ครูและนักเรียนที่ทะเลาะกันเข้าโรง พีนและวันวิสายืนอยู่ที่เดิมเพื่อกล่าวส่งท้าย

พีน       : ท่านผู้ชมคะ ละครเรื่องมีอยู่ว่า......ที่ชมผ่านมานี้มีจุดประสงค์เพื่อต้องการ

             ให้ทราบว่าเมื่อเราอยู่วัยเรียน เราต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีคุณลักษณะ

             อันพึงประสงค์ ๘ ประการ ดังต่อไปนี้ค่ะ

วันวิสา               : หนึ่ง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

พีน                   : สอง ซื่อสัตย์ สุจริต

วันวิสา              : สาม มีวินัย

พีน                  : สี่ ใฝ่เรียนรู้

วันวิสา              : ห้า อยู่อย่างพอเพียง

พีน                  : หก มุ่งมั่นในการทำงาน

วันวิสา              : เจ็ด รักความเป็นไทย

พีน                  : และแปด มีจิตสาธารณะค่ะ

            นักแสดงทั้งหมดขึ้นบนเวทีเข้าแถวหน้ากระดาน ๒ แถว แถวละ ๑๐ คน        โดยมีพีนและวันวิสาเป็นหลักตรงกลางแถวหน้า

 พีน                  : สำหรับวันนี้พวกเราต้องขอลาไปก่อนนะคะ

วันวิสา               : ถ้ามีสิ่งผิดพลาดประการใดพวกเราต้องขออภัยด้วยค่ะ

นักแสดงทั้งหมด   : สวัสดีครับ/ค่ะ

                                               (จบละครเพียงเท่านี้)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 421846
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 16  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

ชญานี
IP: xxx.122.17.170
เขียนเมื่อ Sun Jan 23 2011 11:22:02 GMT+0700 (ICT)

เอามาลงเรย555

นันทศิริ
IP: xxx.87.3.20
เขียนเมื่อ Sun Jan 23 2011 17:29:38 GMT+0700 (ICT)

Lยี่€มLs€ครู

สุภาวดี
IP: xxx.143.180.66
เขียนเมื่อ Mon Jan 31 2011 14:07:42 GMT+0700 (ICT)

พึ่งรู้ว่าครูทำเว็บด้วยนะค่ะ

ชุติมา
IP: xxx.143.180.66
เขียนเมื่อ Mon Jan 31 2011 14:10:32 GMT+0700 (ICT)

สนุกมากเลยค่ะครู  อิอิ  

้้้้้้้้้้้

สุภาวดี
IP: xxx.143.180.66
เขียนเมื่อ Mon Jan 31 2011 14:10:35 GMT+0700 (ICT)

หนูมีความพยายามจะเข้ามาดูเลยนะค่ะ  เว็บครูมีคนรู้จักหรือยัง?

สุภาวดี
IP: xxx.143.180.66
เขียนเมื่อ Mon Jan 31 2011 14:12:12 GMT+0700 (ICT)

เราก็เป็นส่วนหนึ่งเหมือนกัน

 

ชุติมา
IP: xxx.143.180.66
เขียนเมื่อ Mon Jan 31 2011 14:12:23 GMT+0700 (ICT)

ครูไชยญาณ เอาลงด้วย

ธนพร
IP: xxx.25.118.8
เขียนเมื่อ Fri Jul 01 2011 18:49:27 GMT+0700 (ICT)

ครูเก่งจัง

พงศ์ศิริ
IP: xxx.168.39.153
เขียนเมื่อ Fri Jul 08 2011 20:47:45 GMT+0700 (ICT)

ครู ครับ มี วาน ไหน อีก อยาก เล่น แล้ว อะ ไม่ อด ทน ไม่ ไหว แล้ว อะ ครับ

๕๕๕๕

ศริธร
IP: xxx.46.47.77
เขียนเมื่อ Tue Oct 25 2011 18:43:21 GMT+0700 (ICT)

สนุกมากเลยค่ะครู

เจน
IP: xxx.180.40.97
เขียนเมื่อ Mon Nov 21 2011 14:20:01 GMT+0700 (ICT)

สนุกมากกกก

คะ

ณัฐพงศ์ สมศรี
IP: xxx.121.108.135
เขียนเมื่อ Wed Jan 18 2012 17:53:50 GMT+0700 (ICT)

ครูทำ เว็บแบบนี้ เอาขึ้นFacebook เรยดีกว่ารับรอง ต้องมีคนมาคอมเม้นท์ Like แน่ๆ คณูเชื่อหนูสิ !!

นงนาท สนธิสุวรรณ
เขียนเมื่อ Wed Jan 18 2012 18:01:33 GMT+0700 (ICT)

Large_0005d8 

เด็กเอ๋ยเด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ

คือทายาทแห่งความหวังในวันหน้า

จงหมั่นเพียรฝึกฝนเรียนวิชา

ทั้งจรรยาศีลธรรมน้อมนำตน

 

นงนาท สนธิสุวรรณ

๑๔ มกราคม ๒๕๕๕

ภาพจาก สายบริหารงานสื่อสารองค์กร SCB

นาย ไชยญาณ บุญยศ
เขียนเมื่อ Sun Jan 22 2012 23:53:11 GMT+0700 (ICT)

ขอร่วมให้กำลังใจเด็กๆ ด้วยคนนะครับ...พี่ใหญ่

คิดทำการสิ่งใดใหญ่หรือเล็ก

แม้เป็นเด็กย่อมมีสิทธิ์จะคิดฝัน

ทั้งเดี่ยวคู่หรือหมู่เหล่าเฝ้าฝ่าฟัน

ของกำนัลคือภูมิใจจำไว้เอย.

ไชยญาณ บุญยศ : ผู้ประพันธ์

นาย ไชยญาณ บุญยศ
เขียนเมื่อ Sun Jan 22 2012 23:56:41 GMT+0700 (ICT)

ณัฐพงศ์ สมศรี แนะนำมาน่าสนใจ ครูจัดให้เรียบร้อยแล้วนะ...ขอบอก

บิ๊กๆๆๆ
IP: xxx.52.83.184
เขียนเมื่อ Mon Mar 03 2014 18:10:45 GMT+0700 (ICT)

เรื่องย่อ มันเป็นยังไงครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์