สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

นัดนี้เพื่อน้อง

นัดนี้เพื่อน้อง ทุนเพื่อการศึกษาและทุนปัญญาในอนาคต

กิจกรรมนัดนี้เพื่อน้อง : กิจกรรมดี ๆ ที่สานต่ออนาคตของเด็กพิจิตร

ศุภัชณัฏฐ์  หลักเมือง

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม                จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

-------------------------------

          ผมมีเรื่องเล่าที่เป็นความประทับใจจากการได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิจิตร ตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยเดินทางจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ ๐๖.๐๐ น ของวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๓     

๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ คณะของเราเดินทางตามเส้นทางจากประจวบคีรีขันธ์ถึงกรุงเทพมหานคร แล้วใช้เส้นทางสายสระบุรี-หล่มสัก คณะร่วมเดินทางในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยน้อง ๆ จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน ๔ คน คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด และประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนอีก ๘ คน คณะของเราไปถึงเป็นวันที่อากาศหนาวอุณหภูมิ ประมาณ ๑๘ องศาเซลเซียสครับ เป็นการสัมผัสอากาศหนาววันแรกของคณะของเราและของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วย เพราะว่าก่อนหน้านั้นอากาศร้อนทุกวันตลอดทางมีฝนตกหนักตลอดเส้นทาง คณะของเราเดินทางเข้าที่พักที่เขาค้อที่ภูแก้วรีสอร์ท ก็เวลาประมาณ ๑๙.๒๐ น. รับประทานอาหารประมาณ ๑๙.๔๕ น. ท่ามกลางลมเย็น ๆ ที่พัดมาเป็นระยะ ๆ และอุณหภูมิที่ ๑๘ องศาเซลเซียส รับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยก็ร้องเพลงคาราโอเกะกันจนถึงเวลา ๒๑.๔๕ น. เข้าที่พักเพื่อพักผ่อนออมแรงไว้วันรุ่งขึ้น เรียกว่าวันนี้เดินทางแบบมาราทอนเลยทีเดียวกลางคืนอากาศเย็นแต่ก็นอนสบาย เช้า ๐๖.๐๐ น. ตื่นมารับอากาศเย็นของวันใหม่

   

          ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ รับประทานอาหารเช้า ท่ามกลางอากาศเย็นวันนี้ ๑๖ องศาเซลเซียส อุณหภูมิลดลงกว่าเมื่อวาน ๒ องศาเซลเซียส ดื่มกาแฟตอนเช้าของวันนี้รู้สึกสดชื่น แจ่มใสเป็นพิเศษกับอากาศเย็น และความสวยงามของดอกไม่นานาชนิดของรีสอร์ท สมกับคำที่หลายคนเขากล่าวว่า “นอนเขาค้อ ๑ คืน อายุยืนไป ๑๐ ปี” เลยครับ จากนั้นคณะของเราก็เดินทางต่อเพื่อไปศึกษาดูงานแห่งแรกที่ อบต.สักหลง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ แวะรับประทายก๋วยเตี๋ยวไก่ก๋วยเตี๋ยวปลา กันที่เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น ถึง อบต.สักหลง ก็ประมาณ ๑๓.๔๕ น. คณะของเราได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจาก รองนายก อบต.สักหลง, ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน อบต. สักหลง ซึ่งมีตำแหน่งอีกตำแหน่งหนึ่งเป็นสารวัตรกำนันพร้อมด้วยคณะให้การต้อนรับด้วยกาแฟร้อน ๆ และขนม ๑ ชิ้น เป็นการแก้หนาวได้ดีพอสมควร แม้ว่าเวลานั้น เกือบ ๑๕.๐๐ น. แล้วก็ตาม แต่อากาศก็ยังหนาวอยู่                                                  

          จุดเด่นของกองทุนสวัสดิการชุมชน อบต.สักหลง ก็คือมีระบบการจัดทำเอกสารโดยเฉพาะด้านการรับ และการจ่ายเงินเป็นระบบดีมากลงรายการทุกครั้งที่มีการรับและการจ่ายเงิน สำหรับการจ่ายเงินเป็นสวัสดิการแก่สมาชิก เช่น การสงเคราะห์แก่ผู้ถึงแก่กรรมจะกระจายอำนาจให้กรรมการในพื้นที่ดำเนินการเป็นผู้มอบเงินสวัสดิการให้แก่สมาชิกเอง เป็นการแบ่งงานกันทำและดูแลสมาชิก   นอกจากนั้น ยังมีเอกสารที่สรุปผลการดำเนินงาน การประชุม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการไปศึกษาดูงานต่าง ๆ รวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ  

 

          เกือบ ๑๕.๐๐ น. คณะของเราก็เดินทางมาถึงโรงแรมโฆษิตฮิลล์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ได้จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องระบบบริหารจัดการ แนวทางการพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จุดเด่น ปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งการนำเสนอโครงการเด่นของจังหวัดเพชรบูรณ์ให้คณะเราได้รับทราบ นั่นคือ โครงการสานสายใยรัก ที่นำเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงพร้อมด้วยบิดา มารดามาเข้าค่ายเปิดใจต่อกันสำหรับเรื่อง ต่าง ๆ ที่ไม่เข้าใจกัน และบอกรักกัน เพราะว่าบางครอบครัวไม่เคยบอกรักกันเลย อาจเป็นเพราะความเขินอายหรือไม่ก็คิดไปเองว่า  การกระทำต่าง ๆ ที่ทำอยู่ทุกวันเป็นการบอกรักคนในครอบครัวของเราแล้ว โครงการนี้มีโครงการที่จะดำเนินการให้ครบทุกอำเภอ โดยได้รับการอนุมัติงบประมาณให้ดำเนินงานโครงการต่อเนื่องจากคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะของเรามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจนถึงเวลา ๑๖.๕๐ น. จึงล่ำลากัน จากนั้นคณะของเราก็เดินทางไปจังหวัดพิจิตร ถึงพิจิตร ก็เวลาประมาณ ๑๙.๒๐ น. รับประทานอาหารประมาณ ๑๙.๔๕ น. ท่ามกลางลมเย็น ๆ ที่พัดมาเป็นระยะ ๆ และอุณหภูมิที่ ๑๘ องศาเซลเซียส เข้าที่พักโรงแรมพิจิตรพลาซ่า เรียกว่าวันนี้เดินทางแบบมาราทอนเลยทีเดียว

          ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๓ คณะของเราตื่นกันแต่เช้าประมาณ ๐๖.๐๐ น. และรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมจนถึงเวลาประมาณ ๐๖.๔๕ น. เดินทางไปที่ตลาดนัดบนถนนดอกไม้ระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตร ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางจังหวัดพิจิตร และจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร  เพื่อศึกษาดูงาน “กิจกรรรมนัดนี้เพื่อน้อง” ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจากนายสุทิน ทองแจ่ม  รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต ๑ (รอง ผอ.สพป.พิจิตร เขต ๑) และคณะผู้บริหารโรงเรียนที่มาจัดกิจกรรมตลาดนัดนี้เพื่อน้องอย่างดียิ่ง คณะของเราได้รับฟังการบรรยาย และได้ซักถามถึงปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาในอนาคตของกิจกรรมนี้จากนายสุทิน ทองแจ่ม รอง ผอ.สพป.พิจิตร เขต ๑ และคณะผู้บริหารโรงเรียน ได้รับทราบแนวทางการบริหารจัดการ และการดำเนินกิจกรรมของ “กิจกรรรมนัดนี้เพื่อน้อง” อย่างดียิ่ง กิจกรรมนี้เป็นการฝึกกระบวนการหลาย ๆ กระบวนการ เป็นกิจกรรรมที่นักเรียนนำผลิตภัณฑ์ของตนเอง ผู้ปกครอง ชุมชน ครู และโรงเรียนมาจำน่ายแก่ประชาชนทั่วไป ทุกวันเสาร์  ระหว่างเวลา ๐๗.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. วัตถุประสงค์ ของกิจกรรมนี้ ก็เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการฝึกเรื่องการบริหารจัดการในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์  นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน  นักเรียนห่างไกลจากยาเสพติด  ครอบครัวเข้มแข็ง เป็นทุนทางปัญญาในอนาคตแก่นักเรียน  และเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่ยากจนให้มีเงินทุนสำหรับการศึกษาต่อ

         แนวทางการบริหารจัดการ และการดำเนินกิจกรรม “กิจกรรรมนัดนี้     เพื่อน้อง” ทางโรงเรียนจะมีคณะกรรมการคัดเลือกนักเรียนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมโดยกลุ่มนักเรียนที่จะได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเป็นลำดับแรก คือ เป็นเด็กกำพร้า  ครอบครัวมีฐานะยากจน  อาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่สูงวัย  โดยในทุกวันเสาร์ก็จะมีนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ๓ - ๕ คน  นำผลิตภัณฑ์  ของตนเอง ผู้ปกครอง ชุมชน ครู และโรงเรียนมาจำน่ายแก่ประชาชนทั่วไป  ตามที่สังเกตพบว่าผลิตภัณฑ์ที่นำมามีหลากหลายมากทั้งประเภทอาหาร-ขนม  เครื่องดื่ม  ของชำร่วย  ของใช้ในบ้านและในครัว ต้นไม้ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ใบ ไม้ผล ที่ถูกใจประชาชนที่มาซื้อหาผลิตภัณฑ์  ต่าง ๆ ดังกล่าว ในราคาที่บอกว่าถูกมาก ๆ ผมได้ต้นไม้มาหลายต้นเหมือนกัน เพราะเป็นคนรักต้นไม้ เช่น สัตตบรรณน้ำ (ตีนเป็ดน้ำ ที่ให้ดอกหอม)  มะรุม  มะผมผา (ไม้ประดับ)  โอ๊คและเมเปิ้ลที่เป็นไม้เมืองหนาวที่ผมเพิ่งเคยพบจากการนำมาจำหน่ายเป็นครั้งแรกที่นี่ จึงไม่ลืมจะถือ ติดไม้ติดมือนำกลับมาบ้านที่ประจวบคีรีขันธ์ คณะของเราเดินชมตลาดกันจนเพลิน จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ ๑๐๐ เมตร ไปที่ศาลากลางหลังเก่าของจังหวัดพิจิตร ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ มีการจัดเป็นหมวดหมู่ทั้งประวัติบุคลสำคัญของจังหวัดพิจิตร กลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดพิจิตร ซึ่งก็มีอยู่หลายกลุ่มด้วยกันทั้งลาว พวน  และไทยทรงดำ เป็นต้น  เกือบ ๑๒.๐๐ น. คณะของเราจึงลากลับ และได้ไปเยี่ยมชม บึงสีไฟ บึงน้ำจืดแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทย ในอดีตเคยมีพื้นที่มากถึง ๑๒,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันตื้นเขินขึ้นทำให้พื้นที่ของบึงสีไฟ ลดลงเหลือเพียงประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ มีรูปร่างคล้ายกะทะใบใหญ่ แต่ค่อนข้างรีไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑  กรมประมงได้จัดตั้งสถานีประมงน้ำจืด เพื่อเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด และ จังหวัดพิจิตร ได้จัดสร้างศาลาใหญ่ขึ้นริมบึง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจภายในบริเวณบึงสีไฟ ยังมีสถานที่น่าสนใจอีก เช่น สวนสมเด็จพระ   ศรีนครินทร์ พิจิตร นับเป็นสวนสมเด็จฯ แห่งแรกของประเทศไทย สร้างโดย จังหวัดพิจิตรร่วมกับกรมการศึกษานอกโรงเรียน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ มีเนื้อที่ ๑๗๐ ไร่ ลักษณะเป็นสวน ริมบึง สีไฟมีสะพานทอดลงน้ำสู่ศาลาใหญ่     ริมบึงจัดแต่งเป็นสวนหย่อม มีทั้งต้นไม้ใหญ่ และไม้ดอก รวมทั้งทางเดินรอบ ๆ บึงด้วย

          จากนั้นก็เดินทางกลับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามเส้นทางสายเอเชียจากพิจิตรผ่านนครสวรรค์ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยสวัสดิภาพ เป็นอันว่าจบการศึกษาดูงานตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด ในปี ๒๕๕๓ ซึ่งคณะของเราจะได้มีการสรุปบทเรียน และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการ การบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไป.  

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: การบริหารจัดการ การศึกษาดูงาน องค์ความรู้ กศน.เพื่อนเรียนรู้ กลยุทธ์การพัฒนา 
· หมายเลขบันทึก: 417183
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ความเห็น:
2
 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
มนัสดา
เขียนเมื่อ Mon Jan 03 2011 07:53:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์

ศุภัชณัฏฐ์ หลักเมือง
เขียนเมื่อ Tue Jan 04 2011 12:58:28 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับคุณยาย ขอให้คุณยายและครอบครัวประสบแต่ความสุข สมหวังดังปรารถนาทุกประการ  ตลอดปี ๒๕๕๔ ครับ.

 

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น