สมาชิก
แลกเปลี่ยน

อ่านพระอภัยมณีฉบับร้อยแก้ว

 นิทานคำกลอนเรื่อง”พระอภัยมณี”ของสุนทรภู่ เป็นวรรณคดีชิ้นเอกของไทย  

                      พระอภัยมณี เป็นราชโอรสของท้าวสุทัศน์ ผู้ครองกรุงรัตนา พระราชมารดาพระนามว่า พระนางประทุมเกสร พระองค์มีพระอนุชาองค์หนึ่ง ชื่อ ศรีสุวรรณ เมื่อพระอภัยมณีมีพระชนมายุได้ 15 ปี ศรีสุวรรณมีพระชนมายุ 13 ปี เพื่อให้พระราชโอรสทั้งสองครองบ้านเมืองสืบไป จึงได้ให้ออกไปแสวงหาความรู้สำหรับกษัตริย์ พี่น้องทั้งสองจึงออกเดินทาง และไปพบพราหมณ์ที่ตำลบบ้านจันตคาม ศรีสุวรรณเรียนตีกระบอง ส่วนพระอภัยมณีเรียนเป่าปี่ เมื่อเรียนจบแล้วก็กลับมายังพระนคร กราบทูลพระราชบิดาทรงทราบ ศรีสุวรรณบอกว่าตนสำเร็จวิชากระบอง สามารถควงกระบองป้องกันศาสตราวุธที่พุ่งเข้ามาในทุกทิศทุกทางได้ ส่วนพระอภัยมณีบอกว่าตนสำเร็จวิชาเป่าปี่ จะเป่าเรียกคนทำให้คนหลับ และแม้จะเป่าให้คนตายทั้งกองทัพก็ได้ แต่ท้าวสุทัศน์เห็นว่าวิชาเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ ไม่คู่ควรแก่กษัตริย์ ตรัสบริภาษเอาต่อหน้ามุขอำมาตย์ และขับไล่ออกจากเมือง

                       พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณ จึงออกเดินทางจากเมืองมุ่งสู่ป่าอย่างนักผจญภัย บังเอิญเมื่อไปถึงริมทะเลแห่งหนึ่ง ก็ได้พบกับพราหมณ์หนุ่มสามคนเข้า คนแรกชื่อ โมรา มีความรู้ทางเอาฟางมีผูกเป็นสำเภายนต์ได้ คนที่สองชื่อ สานน มีความรู้ทางเรียกลมเรียกฝนได้ คนที่สามชื่อ วิเชียร สามารถยิงธนูแม่นลั่นได้ทีละ 7 ดอก จึงผูกไมตรีเป็นเพื่อนกันทั้ง 5 คน พราหมณ์ทั้งสามขอให้พระอภัยมณีเป่าปีวิเศษให้ฟัง เพื่อทดสอบดูว่ามีคุณวิเศษเพียงใด พระองค์ก็เป่าให้ฟัง ความไพเราะของปี่ทำให้พราหมร์ทั้งสาม และศรีสุวรรณถึงกับหลับไป

                         ขณะที่พระอภัยมณีเป่าปี่ให้พราหมณ์และศรีสุวรรณฟังอยู่นั้น เสียงปี่ได้ยินไปถึงนางผีเสื้อยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งออกหากินอยู่ในบริเวณนั้น จึงย่องเข้ามาฟัง เห็นรูปร่างพระอภัยมณีงดงามนัก ก็เกิดความพอใจ จึงใช้กำลังโดดจับพระอภัยมณีดำน้ำลงไปสู่ถ้ำใต้มหาสมุทร อันเป็นที่อยู่ของตนทันที ความตกใจทำให้พระอภัยมณีสลบไปไม่รู้สึกตัว ส่วนผีเสื้อยักษ์นั้น เพราะเกิดปฎิพัทธ์พระอภัยมณียิ่งนัก อยากได้เป็นสามี แต่กลัวพระอภัยมณีจะตกใจกลัวที่เห็นตนเป็นยักษ์ จึงได้แปลงร่างเป็นสาวงาม แล้วเข้าไปโลมเล้าจนพระอภัยมณีตื่นขึ้นมา พระอภัยมณีรู้ว่าเป็นยักษ์จำแลงมาก็ทรงไม่ยินยอมด้วย หากนางยักษ์ใช้มายายียวนต่างๆ และเพราะเห็นว่าไม่มีทางหลบหนีได้ จึงได้ยอมเป็นสามีนางผีเสื้อยักษ์ ทำให้นางดีใจยิ่งนัก และเฝ้าทะนุถนอมพระอภัยมณีเป็นอย่างดี

                        ฝ่ายศรีสุวรรณกับพราหมณ์ทั้งสาม ตื่นขึ้นมาไม่พบพระอภัยมณีก็ตกใจ พบร่องรอยว่าผีเสื้อยักษ์ลักพาไปแล้วเป็นแน่ จึงได้แต่โศรกเศร้าเสียใจ พราหมณ์สานน จับยามสามตาดู ก็ทราบว่าพระอภัยยังไม่ตาย แต่อยู่ในความอุปถัมภ์ของหญิงคนหนึ่ง ทั้งหมดจึงผูกเรือสำเภา แล้วลงล่องค้นหาพระอภัยมณีจนมาถึงเมืองรมจักร จึงได้เผาสำเภา เพราะไม่ยากให้ใครรู้ว่าพวกตนมาได้อย่างไร แล้วจึงเข้าเมืองไปสอบถามเรื่องพระอภัยมณี

                       เมืองรมจักรนั้น เจ้าเมืองชื่อทศวงศ์ มีพระราชธิดาองค์หนึ่ง อายุ 15 ปี สวยงามมาก ท้าวอุเทนและแขกชวา ได้เคยแต่งทูตมาสู่ขอ และขู่บังคับว่าถ้าไม่ยกนางเกษราให้จะยกทัพมารบ ท้าวทศวงศ์นั้นไม่พอพระทัยจะยกให้ จึงเตรียมป้องกันเมืองอย่างเต็มที่

                       ศรีสุวรรณ และพราหมณ์ทั้งสาม เข้าไปเที่ยวในเมือง ได้ไปพบกับ นางกะจง ซึ่งเป็นคนครัวของนางเกษราเข้า ฝ่ายนางกะจงเห็นศรีสุวรรณก็เกิดรักใคร่ ทำเลียบเคียงและก่อเรื่องฉาวโฉ่ขึ้น โดยอ้างว่าศรีสุวรรณเป็นผัวตน ทำให้พระพี่เลี้ยงสี่คนของนางเกษรา ชื่อประภาวดี อุบล จงกลนี และศรีสุดา ทราบเรื่อง ซึ่งก็ตกอยู่ในอารมณ์พิศวาทในพราหมณ์ทั้งสี่ด้วยเช่นกัน และเห็นว่าพราหมณ์หนุ่มน้อยที่สุดคือ ศรีสุวรรณนั้น คู่ควรกับนางเกษรา จึงออกอุบายชวนทั้งสี่พราหมณ์ไปฝากตายายไว้ในสวน โดยหาว่ามีความผิดตามกฎมณเฑียรบาล มารักสาวชาววัง ตากับยายจึงใช้ทั้งสี่ทำสวนเยี่ยงคนใช้

                      พระพี่เลี้ยงทั้งสี่ ได้นำเรื่องพราหมณ์หนุ่มทั้งสี่ ไปทูลนางเกษรา แต่นางแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ในคืนนั้นนางเกษรานอนหลับ ฝันว่าพญานาคเข้ามารัดองค์ รุ่งเช้าจึงเล่าให้พี่เลี้ยงฟัง นางทั้งสี่ ทำนายว่าจะมีคู่ครองเป็นแน่แท้แล้ว บ่ายวันนั้นพี่เลี้ยงทั้งสี่ออกไปในสวน เห็นพราหมณ์ทั้งสี่ถูกใช้ทำงานหนักก็สงสาร ได้พบปะเจรจากันต่างติดเนื้อต้องใจกันอยู่ และบอกว่าวันหลังชวนนางเกษรามาเที่ยวในสวนด้วย ตอนกลับนางทั้งสี่ได้ห้ามตายายไม่ให้ใช้พราหมณ์ทั้งสี่ทำงานหนักอีกต่อไป   วันต่อมาพระพี่เลี้ยงเหล่านั้นก็ได้ชักจูงนางเกษรามาพยศรีสุวรรณ ทำให้คนทั้งสองเกิดรักใคร่กัน จนถึงกับศรีสุวรรณเขียนเพลงยาวไปถึงนางเกษรา และนางเกษราได้ให้ผ้ากรองทองไป และมีการติดต่อกันเสมอ

 

ฝ่ายท้าวอุเทนที่ให้ทูตไปทูลขอนางเกษรา และถูกท้าวทศวงศ์ปฎิเสธ ก็มีความขัดเคืองพระทัยนัก จึงได้จัดกองทัพใหญ่ยกมาล้อมเมืองรมจักรไว้ และขู่ว่าถ้าไม่ส่งนางเกษรามาให้แต่โดยดีแล้ว จะเข้าโจมตีเมืองให้แตกยับเยิน นางเกษราได้ให้นางศรีสุดาพี่เลี้ยงไปแจ้งข่างแก่ศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามทราบ ศรีสุวรรณจึงนำพวกตน 3 คน ตีฝ่าทหารข้าศึกที่ล้อมอยู่นั้นเข้าไปได้ พร้อมตัดหัวข้าศึกได้คนละหัว ขออาสาทำส่งครามป้องกันเมือง ท้าวสุทัศน์มีความยินดียิ่งนัก เพราะได้เห็นความสามารถของคนทั้งสี่ ที่ตีฝ่าข้าศึกเข้ามาแล้ว

                ศรีสุวรรณยังกราบทูลท้าวทศวงศ์ต่อไปอีกว่า มูลเหตุที่เกิดสงครามครั้งนี้อยู่ที่นางเกษรา ดังนั้นควรสะเดาเคราะห์ของนางเสียด้วย ซึ่งครั้งนี้เป็นอุบายของศรีสุวรรณที่จะเกี้ยวพาราสีนางเกษรา และถือโอกาสนัดแนะให้นางออกไปดูการทำสงครามป้องกันเมือง

                 รุ่งขึ้นท้าวทศวงศ์ ได้จัดกำลังพลให้คนทั้งสี่ นำไปศุ้กับทัพของท้าวอุเทน และตีโต้เอาจนข้าศึกแตกพ่ายไปในที่สุด ในการปูนบำเน็จให้แก่ทหารทั้งปวงนั้น พราหมณ์สามคนบอกว่าไม่ต้องการอะไร นอกจากขอฝากศรีสุวรรณ ซึ่งเป็นน้องให้อยู่รับราชการด้วย ส่วนพวกตนจัออกเดินทางท่องเที่ยวต่อไป แต่ท้าวทศวงศ์เกลี้ยกล่อมให้อยู่รับราชการด้วย เพราะทราบดีว่าศรีสุวรรณนั้นรักพระธิดาอยู่

                 วันต่อมาศรีสุวรรณแกล้งเขียนหนังสือไปให้นางเกษรา บอกลาออกเดินทางท่องเที่ยวต่อไป นางเกษราทราบก็ตกอกตกใจเป็นลมสลบไป หมอหลวงจึงช่วยกันแก้ไขก็ไม่ฟื้น จึงต้องไปตามศรีสุวรรณกับพราหมณ์ทั้งสามมาแก้ไข ทำน้ำมนต์รดนางจึงฟื้นขึ้นมา แต่ก็ยังมีอาการป่วยอยู่ และต้องการให้ศรีสุวรรณเป็นหมอรักษาใกล้ชิดด้วย ท้าวทศวงศ์จึงได้ทำการอภิเษกสมรสให้ศรีสุวรรณกับนางเกษรา เพราะเห็นว่าทั้งสองรักกันมาก ส่วนพราหมณ์ทั้งสาม ก็ได้นางประภาวดี นางอุบล นางจงกลนี เป็ยภรรยา ส่วนพี่เลี้ยงอีกคนคือ นางศรีสุดานั้น ได้เป็นนางสนมของศรีสุวรรณ

                  พระอภัยมณี อยู่กับนางผีเสื้อสมุทรในถ้ำ 8 ปี มีราชโอรสองค์หนึ่งชื่อ สินสมุทร ซึ่งมีพลังเข้มแข็งมาก วันหนึ่งสินมสมุทรได้ผลักหินปิดปากทางเข้าถ้ำ ออกไปเที่ยวในมหาสมุทร จับเงือกเฒ่าตัวหนึ่งได้ และนำมาให้พระอภัยมณีดู พระอภัยมณีจึงทราบว่าสินสมุทรมีกำลังมาก จนเปิดหินหน้าถ้ำได้ ถ้านางผีเสื้อสมุทรรู้เข้าอาจจะฆ่าสินสมุทรเสียก็ได้ เพราะเกรงว่าพระองค์จะหนี จึงได้เล่าเรื่องราวให้สินสมุทรฟังทั้งหมด และตกลงกันว่าจะหลบหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ ตาเงือกเฒ่าบอกว่า ถ้าปล่อยแกไปจะอาสานำไปส่งที่เกาะแก้วพิสดาร ซึ่งเป็นที่อยู่จองฤๅษีผู้วิเศษผู้หนึ่ง ห่างออกไปราง 100 โยชน์ กินเวลาเดินทางในท้องสมุทร 7 วัน แต่นางผีเสื้อสมุทรจะเดินทางถึงในเวลา 3-4 วันเท่านั้น เพื่อให้ตนกับเมียและลูกสาว นำพระอภัยมณีไปล่วงหน้า ก่อนที่นางผีเสื้อสมุทรจะรู้เข้า พระอภัยมณีกับสินสมุทรก็ตกลงตามความคิดนั้น

                   เมื่อได้เวลาที่นางผีเสื้อสมุทรจะกลับ พระอภัยมณีก็ให้สินสมุทรปิดปากถ้ำไว้ตามเดิม คืนนั้นนางผีเสื้อสมุทรฝันร้าย ตื่นมาก็เล่าให้พระอภัยมณีฟัง พระอภัยมณีจึงออกอุบายว่า นางมีเคราะห์ร้าย ควรไปจำศีลภาวนาที่เชิงเขาเสียสัก 3 วัน นางผีเสื้อสมุทรเชื่อคำ จึงออกไปจำศีลภาวนาอยู่ที่เชิงเขา โดยไม่กินอาหารเลยตลอด 3 วัน พระอภัยมณีกับสินสมุทร จึงฉวยโอกาสนั้นหนีออกจากถ้ำ เพื่อไปยังเกาะแก้วพิสดาร โดยเงือกเฒ่าแบกพระอภัยมณีไป ส่วนสินสมุทรนั้นว่ายน้ำเก่ง บางครั้งก็จับปลาวาฬขี่เล่นไปบ้าง ต่างรุดหน้าไปตามทางโดยเร่งรีบ

                     พอครบ 3 วัน นางผีเสื้อสมุทรก็กลับมายังถ้ำ ก็ทราบว่าพระอภัยมณีกับสินสมุทรหนีไปเสียแล้ว ก็มีความโกรธแค้น เรียกภูตผีในทะเลมาถามจนทราบว่า หนีไปทางไหน จึงนิมิตรร่างเป็นยักษ์ออกท่งทะเลตามไปโดยเร็ว เพียง 3 วันก็ตามทัน พระอภัยมณีให้สินสมุทรออกไปห้ามมารดาว่าอย่าให้ติดตามเลย แต่นางผีเสื้อสมุทรไม่ฟัง สินสมุทรจึงหลอกล่อให้มารดาหลงตามตนไปทางอื่นเสีย เพื่อให้เงือกนำพระอภัยมณีเดินทางต่อไป เมื่อได้ทีก็หลบมารดาออกเดินทางไปตามทิสทางที่บิดาไป ทำให้นางผีเสื้อสมุทรหลงติดตามไปนาน เมื่อทราบว่าตนถูกหลอก ก็อ่านเวท ทำให้สายตาแลเห็นไกลว่า พระอภัยมณีไปทางไหน ก็ออกตามไม่ลดละ

                       เงือกเฒ่าผัวเมียเห็นว่าตนไม่มีกำลังพอที่จะนำพระอภัยมณีหนีต่อไปได้ ก็ให้ลูกสาวเป็นผู้นำหนีล่วงหน้า ตนทั้งสองอยู่ข้างหลัง เมื่อนางผีเสื้อสมุทรตามมาทัน ก็ออกอุบายหลอกล่อนำนางผีเสื้อสมุทรไปเสียทางอื่น จนลูกสาวเงือกนำพระอภัยมณีไปถึงเกาะแก้วพิสดารโดยปลอดภัย แต่เงือกเฒ่าทั้งสองถูกนางผีเสื้อสมุทรจับกินเสียฐานหลอกลวงถ่วงเวลา

                      พระฤๅษีที่อยู่บนเกาะแก้วพิสดาร ได้ต้อนรับพระอภัยมณีกับสินสมุทร และเงือกสาวเป็นอย่างดี และได้เสกคาถาป้องกันมอให้นางผีเสื้อสมุทรเข้าใกล้เกาะได้ จึงต้องงุ่นง่านอาละวาดคอยทีอยู่บริเวณนั้น

 

พระอภัยมณี กับสินสมุทรได้บวชเป็นฤๅษีอยู่บนเกาะ ส่วนนางเงือกได้ออกปากฝากพระฤๅษีให้อาศัยอยู่ที่คุ้งน้ำเชิงเขาริมเกาะ และได้เป็นพระมเหสีพระอภัยมณีในเวลาต่อมา ส่วนสินสมุทรได้เล่าเรียนวิชากัยพระอาจารย์ จนมีความรู้ความสามารถเป็นอย่างยิ่ง

 

                จะกล่าวถึงเมืองผลึก เป็นเมืองที่มีพระเจ้าสิลราช เป็นเจ้าเมือง และมีนางมณฑาเป็นมเหสี มีนางสุวรรณมาลีเป็นพระราชธิดา และงดงามมาก เป็นคู่หมั้นของอุศเรนโอรสเมืองลังกา อยู่ที่เกาะลังกา คืนหนึ่งนางฝันว่าได้แก้วจากเกาะกลางทะเล แต่พอตื่นขึ้นก็หายไป จึงเสียใจยิ่งนัก เมื่อพระบิดาทราบข่าวว่าพระธิดาเศร้าเสียใจเพราะเหตุใด ก็ได้นำเรือหลายลำนำนางออกไปท่องเที่ยวทะเลให้เพลิดเพลิน แต่ได้บังเกิดพายุใหญ่ในตอนกลางคืน พัดเอาเรือพระที่นั่งออกจากกองเรือ ลอยอยู่กลางทะเลลึกถึง 7 วัน จนไม่รู้จะกลับเมืองได้อย่างไร จึงได้บวงสรวงเทพยดาอารักษ์เพื่อขอทราบทิศทาง เทพยดาจึงได้บอกว่า ทะเลแถบนี้เรียกว่า นาควาริน เป็นที่อยู่ของพวกนาค มีอันตรายมาก ให้รีบเดินทางไปทางทิศอีสาน จะพบผู้วิเศษช่วยเหลือได้ ท้าวสิลราช จึงออกเรือไปตามทิศทางนั้น จนถึงเกาะแก้วพิสดาร ที่พระอภัยมณีกับสินสุมทรบวชอยู่

                ส่วนทางเมืองผลึก เมื่อทราบข่าวท้าวสิลราชและนางสุวรรณมาลี ถูกคลื่นพัดเรือหายไปในท้องมหาสมุทรใหญ่ นางมณฑาก็จักกองเรือออกติดตาม ทางฝ่ายอุศเรนคู่หมั้น เมื่อทราบข่าวคนรักหาย ก็จัดกองเรือออกติดตามด้วยเช่นกัน

                ท้าวสิลราชเมื่อถึงเกาะแก้วพิสดาร ก็นำพระธิดาและบริวารเข้าไปพบพระฤๅษี จึงได้พบกับพระอภัยมณีและสินสมุทร ซักถามทุกข์สุข แลัทราบเรื่องราวต่างๆแล้ว ท้าวสิลราชต้องการให้พระอภัยมณีเป่าปี่วิเศษให้ฟังว่าจะไพเราะเพียงใด แต่พระอภัยมณีให้สินสมุทรเป็นผู้เป่า ต่างก็หลับไหลกันหมดเพราะความไพเราะ แม้พระฤๅษีก็ยังเคลิ้มหลับไปด้วย เมื่อรู้สึกตัวจึงตีระฆังปลุกให้ทุกคนตื่น ต่างยกย่องชมเชยความสามรถในเชิงปี่ไปตามกัน

                  เมื่อถามทิศทางจะเดินทางกลับจากพระฤๅษีแล้ว ท้าวสิลราชก็เตรียมเรือกลับ พระฤๅษีได้เอื้อเฟื้องเสบียงอาหาร เพราะต้องเดินทางหลายวัน พระอภัยมณีนั้นหลงรักนางสุวรรณมาลี จนอ้อนวอนให้พระฤๅษีช่วยเอ่ยปากฝากตนกับสินสมุทรเดินทางกลับไปด้วย ซึ่งความในใจนั้นพระฤๅษีก็รู้ทัน จึงออกปากฝากพวกเรือแตกอื่นๆ ที่มาอาศัยอยู่ก่อนให้ออกเดินทางในคราวนี้ด้วย

                    ก่อนออกจากเกาะแก้วพิสดาร พระอภัยมณีได้ไปบอกลานางเงือกถึงความจำเป็นที่ต้องจากกัน และให้แหวนไว้วงหนึ่ง เพราะขณะนั้นนางตั้งครรภ์อยู่ จะได้มอบให้เป็นของขวัญแก่ลูกที่จะถือกำเนิดมา

                    ขณะเดินทางมาในเรือ พระอภัยมณีได้มีความรักในตัวนางสุวรรณมาลีมากยิ่งขึ้น ส่วนนางสุวรรณมาลีก็เช่นกัน ส่วนสินสมุทรนั้นทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อติดต่อระหว่างคนทั้งสอง และเมื่อทั้งสองมีใจตรงกัน พระอภัยมณีจึงได้มอบแหวนเพชรเจ็ดกระรัตให้นางวงหนึ่ง และนางสุวรรณมาลีก็ได้มอบสังวาลย์ ให้พระอภัยมณีเป็ยสักขีพยานแห่งความรักด้วยเช่นกัน

                    เรือของท้าวสิลราช เดินทางมาได้ 15 วัน นางผีเสื้อสมุทรทราบเรื่อง และออกไล่ตามมาทันในเวลากลางคืน พร้อมด้วยภูตพรายบริวาร และทำให้เกิดพายุใหญ่ นางผีเสื้อสมุทรกระโดดเกาะท้ายเรือรั้งไว้จนถูกคลื่นซัดแตก สินสมุทรแบกนางสุวรรณมาลีหนีไปได้ ส่วนพระอภัยมณีนางผีเสื้อสมุทรไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวเวทมนต์คาถา รุ่งเช้าพระอภัยมณีกับพวกราว 100 คน มาถึงเกาะแห่งหนึ่ง แล้วหนีขึ้นไปอยู่บนยอดเขา นางผีเสื้อสมุทรตามมาขู่ให้กลับไปอยู่กลับตน เมื่อพระอภัยมณีไม่ยอม ก็แปลงกายใหญ่โต อ่านมนต์ทำให้ฝนตกท่วมยอดเขา เพื่อให้พระอภัยมณี ตกลงมา ทำให้พระอภัยมณีหมดหนทางที่จะชี้งแจง จึงได้ลาเพศจากฤๅษี เป่าปี่ฆ่านางผีเสื้อสมุทรเสีย เมื่อนางผีเสื้อสมุทรถึงแก่กรรม แล้วจึงลงมาเห็นศพกลายเป็นหิน มีน้ำไหลออกทางปาก ก็คิดจะเผาศพนางอุทิศกุศล แต่ปรากฎนิมิตรเป็นคนแก่แจ้งให้ทราบว่าเผานางไม่ได้ ขืนเผานางจะฟื้นขึ้นมาอีก และยังบอกอีกว่าน้ำที่ไหลออกมาจากปากนางผีเสื้อสมุทรนั้นมีคุณวิเศษนัก ใครได้ดื่มเข้าไปจะมีพลัง พระอภัยมณีกับพวกจึงดื่นน้ำนั้น แล้วพากันขึ้นไปบนยอดเขา เอาผ้าทำธงปักไว้เป็นสำคัญ ให้เรือที่ผ่านมาทราบว่ามีคนเรือแตกติดอยู่

                   สินสมุทรแบกนางสุวรรณมาลีว่ายน้ำไปได้ 7 วัน 7 คืน ก็พยเกาะแห่งหนึ่ง จึงขึ้นไปอาศัย ต่อมาเรื่อกองโจร สุหรั่ง จำนวน 500 ลำ ซึ่งแล่นผ่านมา ขาดน้ำจืด ได้แวะมายังเกาะนั้น สินสุมรกับนางสุวรรณมาลีจึงของอาศัยกลับไปเมืองผลึกด้วย

                   ขณะที่มาในเรือ หัวหน้าโจรพยายามออกอุบายเพื่อจะเอานางสุวรรณมาลีมาเป็นเมียให้ได้ แต่ถูกสินสมุทรฆ่าตาย พวกลูกเรือเห็นนายตนเองสู้กำลังอันมหาศาลของสินสมุทรไม่ได้ ก็ยอมจำนน นางสุวรรณมาลีจึงตั้ง อังกุหล่า เป็นนายเรือใหญ่ แล้วออกเรือเพื่อเดินทางกลับเมืองผลึกต่อไป แต่หนทางไกลมาก แล่นเรือมาได้เกือบเดือน ก็ถึงเมืองรมจักร เสบียงอาหารหมดพอดี จึงได้ปล้นเสบียงอาการจากเมืองหน้าด่านเอาไปลงเรือ ความทราบถึงศรีสุววณ ซึ่งขณะนั้นมีธิดาองค์หนึ่งชื่อ นางอรุณรัศมี อายุได้ 8 ปี ศรีสุวรรณได้สั่งให้เตรียมพร้อมไปรบกับกองโจรเรือสลัด และที่สุดก็รู้จักกันว่าเป็นอาเป็นหลานกัน ก็คิดติดตามพระอภัยมณีกัน

 

ฝ่ายพระอภัยมณี ค้างอยู่บนเกาะ 5 เดือน กองเรือของอุศเรนก็ไปพบเข้า แวะไปหาจนทราบเรื่องว่านาวสุวรรณมาลีเรือแตก ก็โศรกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง พระอภัยมณีเมื่อรู้ว่าอุศเรนเป็นคู่หมั้นนางสุวรรณมาลีก็รู้สึกเสียดาย แต่ยังคงมั่นใจว่านางจะต้องรักพระองค์แน่ เพราะนางได้ให้สังวาลย์ไว้

                เมื่อรับพระอภัยมณีและคนทั้งหมดลงเรือแล้ว อุศเรนก็ออกเรือติดตามนางสุวรรณมาลีต่อไป จนได้พบกับกองเรือของศรีสุวรรณกับสินสมุทร ที่มีนางสุวรรณมาลี และอรุณรัศมี ร่วมเดินทางมาด้วย สินสมุทรเมื่อรู้ว่าเป็นเรือของอุศเรนคู่หนั้มของนางสุวรรณมาลี ก็มีความโกรธแค้นมาก เตรียมกำลังทหารจะรบ พระอภัยมณีจึงคอดผ่อนผันการรบไว้ด้วยการเป่าปี่ห้ามปรามไว้ก่อน เพื่อเรียกให้สินสมุทรมาหา และทำให้กองทัพของอุศเรนหลับทั้งกองทัพ สินสมุทรเมื่อได้ยินเสียงปี่ก็เล็ดลอดว่ายน้ำมา พระอภัยมณีได้แนะนำให้คนทั้งสองทราบว่าใครเป็นใคร อุศเรนก็เจรจาขอคู่หนั้มของตนไป แต่สินสมุทรไม่ยอม เพราะทราบแน่ว่านางสุวรรณมาลีไม่ได้รักอุศเรน ทัพของอุศเรนกับสินสมุทรจึงรบกัน ค่าที่นางสุวรรณมาลีรู้ตำรับพิชัยสงครามเป็นอย่างดี จึงปลอมตัวเป็นชายช่วยเหลือสินสมุทรรบกับอุศเรนอย่างเต็มที่ ในที่สุดอุศเรนก็ถูกสินสมุทรจับได้และจะฆ่าเสีย แต่นางสุวรรณมาลีห้ามไว้ เพราะเป็นผู้มีคุณต่อพระอภัยมณี และได้คืนเรือรบกับสิ่งของต่างๆให้อุศเรนไป

                 ส่วนนางสุวรรณมาลีนั้นก็รีบกลับเมืองผลึก เพราะเกรงว่าอุศเรนจะยกทัพมารบ สินสมุทร ศรีสุวรรณ พระอภัยมณี อรุณรัศมี จึงอาสาไปช่วยรบป้องกันเมือง ในระหว่างที่เดินทางกลับเมืองผลึก อุศเรนคิดแก้แค้นด้วยการนกกองเรือไปโจมตีอีก แต่ถูกปืนของสินสมุทรยิงเอาพระชงฆ์หัก จึงต้องยกทัพกลับเมืองลังกา

                   กองเรือของนางสุวรรณมาลีได้ถึงเมืองผลึก และแจ้งข่าวให้นางมณฑา ทราบว่าพระบิดาเสียชีวิตแล้ว นางรอดมาได้เพราะการช่วยเหลือของสินสมุทร ราชโอรสของพระอภัยมณี นางมณฑาจึงไปต้อนรับพระอภัยมณีถึงในเรือ เนื่องจากทราบดีว่านางสุวรรณมาลีกับพระอภัยมณีรักใคร่กันอยู่   จากนั้นก็เชิญพระอภัยมณีครองเมืองผลึกสืบต่อไป นางสุวรรณมาลีแกล้งหน่วงเหนี่ยวพระอภัยมณี ในการที่จะเศกสมรส จึงออกบวชเป็นชีเสีย รวมทั้งอรุณรัศมีและสินสมุทรด้วย พระอภัยมณีได้เตรียมฝึกกำลังทหาร ไว้ต่อสู้กับกองทัพอุศเรนอย่างเต็มที่ และในการนี้ มีหญิงคนหนึ่งรูปชั่วตัวดำ ชื่อว่านางวาลี แต่มีความรู้ดีมาก ได้มาขอเป็นพระสนมพระอภัยมณีด้วย ซึ่งพระองค์ก็รับไว้ เพราะต้องการคนดีมีวิชาปรึกษาราชการ และเพราะอุบายของนางวาลีนี่เอง ที่ช่วยให้พระอภัยมณีเศกสมรสกับนางสุวรรณมาลีได้สำเร็จ หลังจากเสร็จพิธีแล้ว ศรีสุวรรณก็ลาพระอภัยมณีกลับกรุงรัตนา เพื่อเยี่ยมบิดากับพระมารดา และสินสมุทร กับอรุณรัศมี ได้ติดตามไปด้วย

                  ฝ่ายนางเงือก ซึ่งอยู่กับพระฤๅษีที่เกาะแก้วพิศดาร ได้คลอดลูกเป็นชาย พระฤๅษีได้ตั้งชื่อให้ว่า สุดสาคร และเลี้ยงดูจนให้เล่าเรียนวิชาอาคมแก่กล้า วันหนึ่งสุดสาครออกไปเที่ยวเล่นในทะเล พบม้านิลมังกรตัวหนึ่ง พยายามจับแต่ก็จับไม่ได้ จึงมาเล่าให้พระฤๅษีฟัง พระฤๅษีได้ให้ไม้เท้าวิเศษไปปรามม้ามังกรได้ พระฤๅษีเห็นว่าเป็นโอกาสที่สุดสาคร จะออกติดตามพระอภัยมณีได้แล้ว จึงได้เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง สุดสาครได้กราบลามารดา กับพระฤๅษี แล้วขี่ม้ามังกรออกติดตามพระอภัยมณี ในระหว่างทางได้ผจญกับพวกผีดิบ จนพระฤๅษีต้องมาช่วย และไปพบกัยชีเปลือยที่เกสะพมนเข้า ชีเปลือยรู้ว่าไม้วิเศษบังคับม้ามังกรไว้ จึงหลอกสุดสาครว่า จะบอกวิชาดีที่ปากเหว แล้วก็ผลักสุดสาครตกลงไป ตนเองก็เอาไม้เท้าบังคับม้านิลมังกร ขี่ข้ามทะเลไปเมืองการะเวก ซึ่งมีกษัตริย์ชื่อ พระสุริโยทัย พระมเหสีชือ นางจันทาวดี และมีพระธิดาน้อยองค์หนึ่งชือ เสาวคนธ์ ชีเปลือยอ้างว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ จะมาปราบโรคห่าให้ จึงได้รับการต้อนรับจากชาวเมือง และพระราชาเป็นอย่างดี แต่พอชีเปลือยลงจากหลังม้านิลมังกร มันก็โดดแล่นหนีไปหาสุดสาครเสีย ทำเอาชีเปลือยตกใจเป็นลมหมดสติจนหมอต้องแก้ไขให้ฟื้นขึ้นมา

                    สุดสาคร ถูกชีเปลือยผลักตกเหวนั้น สลบอยู่สามคืนก็รู้สึกตัว แต่ไม่สามารถปีนขึ้นมาได้ เมื่อได้ยินเสียม้าร้องอยู่ที่ปากเหว ก็ร้องตะโกนบอกม้าให้ไปบอกพระฤๅษีมาช่วย ด้วยการรำลึกถึงนั่นเอง พระฤๅษีจึงได้มาช่วยสุดสาครขึ้นจากเหว แล้วสั่งสอนว่าอย่าไว้ใจใครมากนัก และให้ไปติดตามเอาไม้วิเศษคืนมาจากชีเปลือย สุดสาครจึงขี่ม้านิลมังกรออกเดินทางไปเมืองการะเวก พบชีเปลือยในวัง และเอาไม้เท้าคืนมาได้ ชีเปลือยเห็นจะเสียทีก็รีบหนีไป แต่ถูกจับได้เสียก่อน ท้าวพระสุริโยทัยสั่งให้ประหารเสีย แต่สุดสาครขอเอาไว้ เพื่อไม่ให้มีเวรกรรมต่อกัน ท้าวสุริโยทัย เมื่อทราบว่าสุดสาคร เป็นลูกของกษัตริย์ก็มีความรักใคร่ ขอเป็นราชโอรส ให้อยู่เป็นเพื่อนเล่นกับพระธิดาเสาวคนธ์ มีความสุขอยู่ในเมืองการะเวกสืบไป

 

ส่วนอุศเรนเมื่อกลับไปกรุงลังกา ก็ทูลให้พระบิดาทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และจัดกองทัพเรือยกมาตีเมืองผลึก พระอภัยมณี นางสุวรรณมาลี และนางวาลี ได้วางกำลังทัพบกทัพเรือป้องกันเมือง และโจมตีทัพเมืองลังกาแตกยับไป และยังถูกเกาทัณฑ์ของนางบาดเจ็บสาหัสไปด้วย ส่วนอุศเรนนั้นก็เสียกลถูกจับตัวได้ พระอภัยมณีนึกถึงบุญคุณที่เคยช่วยแต่ก่อน ก็ไม่มีความโกรธแค้น ออหปากให้ปล่อยอุศเรนไป แต่นางวาลีว่า ถ้าปล่อยอุศเรนไปแล้วเบื้องหน้าจะเกิดศึกใหญ่อีก จึงแกล้งใช้วาจาพูดเยาะเย้ยอุศเรนจนโกรธและอกแตกตาย และด้วยความอาฆาต ปีศาจอุศเรนได้เข้าสิงนางวาลีจนคลุ้มคลั่งถึงแก่ความตายไปด้วย

                พระอภัยมณีได้ส่งศพอุศเรนกลับไปยังกรุงลังกา เจ้าเมืองนั้นประชวรหนักอยู่แล้ว ครั้นเมื่อเห็นศพโอรส ก็ยิ่งมีความเศร้าโศรกเป็นอย่างมาก จนถึงแก่กรรมไปอีกคน นางละเวงลูกสาวเจ้าเมืองลังกาจึงได้ขึ้นปกครองเมือง โดยมีบาทหลวงเป็นที่ปรึกษา และคิดอ่านทำสงครามกับเมืองผลึกแก้แค้นแทนบิดาและพี่ชายผู้ล่วงลับ

                  โดยบาทหลวงได้แนะนำนางละเวงว่า เมืองลังกานั้นมีตราราหูเป็นของวิเศษคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่ต้องการของเจ้าเมืองต่างๆมาก ประกอบกับนางเป็นคนมีรูปงาม จึงควรออกอุบายเขียนรูปและส่งหนังสือไปยังเมืองต่างๆ ให้ยกทัพมาช่วยทำสงครามกับพระอภัยมณีเจ้าเมืองผลึก ถ้าใครชนะก็จะมอบราชสมบัติกรุงลังกาให้ กองทัพต่างเมืองแรกที่ยกมาช่วยทำสงครามคือ เมืองละมาน โดยหวังที่จะได้นางละเวงเป็นชายาและได้ราชสมบัติเมืองลังกาด้วย แต่ก็พ่ายแพ้แก่เมืองผลึกและถูกจับตัวได้ เอาไปปล่อยไว้ที่แหลมเงาะและถึงแก่กรรมที่นั่น

                    พระอภัยมณีได้รูปนางละเวงจากเจ้าเมืองละมานมา ก็เกิดคลั่งไคล้หลงใหลยิ่งหนัก เพราะรูปนั้นได้ทำเสน่ห์และมีผีสิงอยู่ แม้จะฉีกก็ไม่ขาด นางสุวรรณมาลีได้พยายามโขยมไปทำลายหลายครั้งหลายคราก็ไม่สำเร็จ เอาไปเผาไฟก็เกิดมีผีมาหลอกหลอน พระอภัยทราบเรื่องก็ไปแย่งคืนมา นางสุวรรณมาลีต้องให้มารดาไปอ้อนวอนขอรูปนั้น ได้มาแล้วก็เอาไปทิ้งน้ำเสีย แต่ปีศาจก็ยังคงปรากฎร่างให้พระอภัยมณีเห็นอีก ทางเมืองผลึกเห็นว่าพระอภัยถูกเสน่ห์เช่นนั้น ก็ปรึกษาแจ้งข่าวให้ศรีสุวรรณมาช่วยอยู่ป้องกันเมือง

                     ฝ่ายสุดสาครที่อยู่เมืองการะเวกนั้น นางจันทราวดีมเหสีของท้าวสุริโยทัย มีราชโอรสองค์หนึ่งชื่อ หัสไชย พี่น้องทั้งสามคนนี้รักใคร่กันมาก สุดสาครคิดถึงพระอภัยมณีก็ขึ้นไปทูลลาออกติดตามต่อไป เสาวคนธ์ หัสไชย ก็อาสาติดตามไปด้วย ทั้งสามจึงจัดกองเรือแล่นออกสู่ทะเลลึก ถึงเกาะกาวินซึ่งมีผีเสื้อยักษ์อาศัยอยู่ สุดสาครจึงได้ฆ่าหัวหน้าตายและได้แก้วตาผีเสื้อ ซึ่งเป็นของวิเศษมาด้วยอีกอย่างหนึ่ง เมื่อแล่นเรือมาถึงเมืองผลึก ก็ทราบว่าบิดาอยู่ที่นั่น ก็เข้าเฝ้า พอดีมีข้าศึกยกมาตีเมืองผลึกอยู่ นางสุวรรณมาลีจึงให้สุดสาครคุมกำลังไปอยู่ปากอ่าว คอยป้องกันข้าศึกไว้

                     ฝ่ายกองทัพเมืองต่างๆที่อาสานางละเวงทำศึกกับเมืองผลึกครั้งนี้มีอยู่ 9 ทัพด้วยกัน คือ วิลยา ชะวา ฉวี ละเม็ด มลิกัน สัมปันหา กะวิน จีนตั๋ง และอังคุลา จึงเป็นศึกใหย่หลวงนัก สุดสาครได้ช่วยรบอย่างเต็มความสามารถ และในขณะที่ทำสงครามอยู่นั้น ศรีสุววณกับสินสุมทร และพราหมณ์ทั้งสาม ก็ได้ยกทัพมาเข้าช่วยป้องกันเมืองอีก สุดสาครได้ใช้ไม้เท้าวิเศษปราบผีที่สิงอยู่ในรูปนางละเวงนั้นตายหมด พระอภัยมะณีจึงฟื้นจากอาการหลงใหล และทราบว่ามีข้าศึกประชิดเมืองอยู่รอบด้าน จึงได้จัดกำลังออกตั้งรับ และจัดให้แม่ทัพออกมาต่อสู้กัน จนแม่ทัพข้าศึกทั้ง 9 นั้นแตกพ่ายไป

                       หลังจากได้รับชัยชนะแก่ข้าศึกแล้ว สุดสาคร เสาวคนธ์ หัสไชย ก็ลากลับกรุงการะเวก พระอภัยมณีคิดตีเมืองลังกาเป็นการตอบแทน โดยมีศรีสุวรรณ และสินสมุทรเป็นกองหน้า พระอภัยมณีเป็นทัพหลวง และพราหมณ์สานนเป็นกองหนุน ยกทัพไป 15 วันก็ถึงเมืองลังกา นางละเวงได้ให้เจ้าเมืองระเด่นเซนระด่ำ กับเจ้าเมืองมะหุด ยกทัพออกไปต่อสู้ และตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทั้ง 2 ทัพ

                       แต่ในการรบครั้งนี้สินสมุทรได้ถูกยิงด้วยปืนใหญ่ตกน้ำ ลงไปอยู่ที่สะดือทะเล และฟื้นขึ้นมาได้ เล็ดลอดเข้าเมืองลังกา เห็นนางละเวงมีรูปงามมากก็จะฆ่าเสีย เพราะเป็นต้นเหตุให้เกิดสงครามใหญ่อยู่เสมอ แต่นึกว่าเป็นหญิงจะฆ่าเสียก็กระไรอยู่จึงคิดจับเป็น สินสมุทรวิ่งขึ้นไปบนป้อมหมายจะจับนางละเวงให้ได้ นางละเวงเห็นเข้าเช่นนั้น ก็ฟาดด้วยตราพระราหู ทำเอาสินสมุทรสลบไป ชาวลังกาจึงเข้ารุมจับตัวไว้ สินสมุทรฟื้นขึ้นมาเห็นมีไฟล้อมรอบนางละเวงด้วยอำนาจของตราพระราหู เลยกระโดออกนอกกำแพงเมืองจับเจ้าเมืองมะหุด และ ระเด่นเซนระด่ำได้ และนำไปขังไว้ในเรือ เล่าเรืองตราพระราหู ให้พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณฟัง พระอภัยมณีจึงยกกำลังขึ้นบก และเอาไฟเผาเมืองเสียหายมาก

 


เรื่องพระอภัยมณียังไม่จบ โปรดติดตามอ่านต่อไปนะครับ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: วรรณคดีไทย กลอนสุภาพ สุนทรภู่ พระอภัยมณี เรื่องย่อ นิทานคำกลอน นิทานของสุนทรภู่ ฉบับร้อยแก้ว ต้นรัตนโกสินทร์ 
· หมายเลขบันทึก: 416503 · เขียน:  
· อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์