สมาชิก
แลกเปลี่ยน

5. การสอนงาน (Coaching) กับระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) ความเหมือนที่แตกต่าง

 5. การสอนงาน (Coaching) กับระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System) ความเหมือนที่แตกต่าง 

      

 

 

 

"การสอนงาน (Coaching) กับระบบพี่เลี้ยง (Mentoring System)

ความเหมือนที่แตกต่าง"

 

           ในช่วงปีที่ผ่านมา  ระบบราชการไทยมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารทรัพยากรบุคคลแนวใหม่ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กรให้เป็นผู้ที่มีความรู้รอบด้านมิใช่เพียงรู้ลึกในงานด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว

           ความรอบรู้รอบด้านที่ว่านี้  คือ  การส่งเสริมให้มีการหมุนเวียนงาน (Job Rotation) ซึ่งข้อดีก็คือ  เปิดโอกาสให้คนในองค์กรได้เรียนรู้หาประสบการณ์จากงานใหม่ ๆ เปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่เป็นการกระตุ้นให้ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่  อีกทั้งยังเป็นการเตรียมผู้นำในอนาคตที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับงานด้านต่าง ๆ ในองค์กร  ซึ่งจะช่วยให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  ตลอดจนพัฒนาไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)  อย่างไรก็ดี  การหมุนเวียนงานอาจทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่างานจะต้องเกิดการสะดุด ขาดความต่อเนื่อง  เนื่องจากการทำงานต้องใช้เวลาในการสั่งสมความชำนาญและโอกาสในการเรียนรู้งานใหม่ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมการทำงานของแต่ละหน่วยงานซึ่งยากจะคาดเดาได้ว่าการถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็นในงานจะมีมากน้อยเพียงใด

              การสอนงานหรือระบบพี่เลี้ยง  จึงเป็นวิธีที่ช่วยปูพื้นฐานให้พนักงานใหม่หรือผู้ที่เปลี่ยนไปทำงานในตำแหน่งใหม่ หลายคนอาจจะสับสนว่าการสอนกับระบบพี่เลี้ยงเหมือนกันเพราะใช้ทักษะเดียวกัน  ได้แก่  ทักษะในการติดต่อสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น  แต่แม้ว่าจะทั้งสองกระบวนการจะใช้ทักษะเดียวกัน  แต่ก็มีความแตกต่างกัน  ซึ่งการเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์และวัตถุประสงค์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุตามเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

              ผู้เขียนได้อ่านบทความเกี่ยวกับการสอนงานและระบบพี่เลี้ยงขององค์การด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลหลายแห่งด้วยกัน  ซึ่งบทความต่าง ๆ ได้กล่าวถึงลักษณะที่แตกต่างกันไว้  โดยสรุปว่า  การสอนงาน (Coaching)  เป็นการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคคลเพื่อให้มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น  หรืออีกนัยหนึ่งการสอนงานมุ่งเน้นให้เกิดผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพสูงและการทำงานได้ดีขึ้น ในการสอนงาน  หัวหน้างานหรือผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานมากกว่าจะให้คำแนะนำวิธีปฏิบัติงานแก่ลูกน้องหรือพนักงานใหม่  โดยเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาไม่นานและมักจะมีลักษณะเป็นการพูดคุยหารือกันเป็นครั้งคราว เพื่อปรับปรุงการทำงานในด้านใดด้านหนึ่งแบบมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจง  ดังนั้น  การสอนงานจะเป็นกระบวนการที่หัวหน้างานใช้ในการพัฒนาศักยภาพของลูกน้องให้มีความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมในการทำงานให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  โดยเน้นผลการปฏิบัติงานหรือเนื้อหาของงานเป็นสำคัญ  โดยใช้การสื่อสารทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ  เช่น  การสอบถามถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงานและปรึกษาหารือเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและรับรู้ถึงเป้าหมายและยุทธศาสตร์ขององค์กร

             การสร้างวัฒนธรรมการสอนงานให้เกิดขึ้นในองค์กรจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย  หัวหน้างานก็ได้ประโยชน์จากการสอนงานตรงที่ลูกน้องทำงานได้ถูกต้อง  ทันเวลา  รับรู้ถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงานและความคาดหวังของลูกน้อง  สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานและชมเชยให้กำลังใจการทำงานที่มีประสิทธิภาพของลูกน้อง  ส่วนลูกน้องก็จะได้รับรู้และเข้าใจเป้าหมายการทำงานขององค์การและความคาดหวังของหัวหน้า รู้จุดแข็งและจุดอ่อนในการทำงานของตนเองมีกำลังใจในการทำงาน เมื่อทั้งหัวหน้าและลูกน้องได้รับประโยชน์จากการสอนงาน  ผลการปฏิบัติงานขององค์กรก็จะบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ดียิ่งขึ้น  นอกจากนี้การสื่อสารสองทางที่เกิดขึ้นในการกระบวนการสอนงานยังช่วยเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                ส่วนระบบพี่เลี้ยง (mentoring system)  เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้แบบตัวต่อตัว  แบบระยะยาวจากเพื่อนร่วมงานที่มีความรู้ประสบการณ์และความเข้าใจงานมากกว่า  ไปยังพนักงานใหม่หรือเพื่อนร่วมงานที่มีความรู้และประสบการณ์น้อยกว่า  ระบบพี่เลี้ยงอาจจะถือเป็นการฝึกงานรูปแบบหนึ่ง  เนื่องจากเป็นกระบวนการพัฒนาเชิงสนับสนุนและให้กำลังใจในระบบพี่เลี้ยง  อาจจะมีการนำประเด็นที่เป็นเรื่องส่วนตัว  มาปรึกษาหารือกันได้ด้วย  พี่เลี้ยงกับน้องเลี้ยงก็จะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากกว่า  โดยพี่เลี้ยงไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้างาน  แต่อาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่มีตำแหน่งสูงกว่าและประสบการณ์มากกว่า  ซึ่งอยู่ในหน่วยงานเดียวกันหรือต่างหน่วยงานกันก็ได้  โดยทั่วไประบบพี่เลี้ยงจะใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะทั้งสองฝ่ายจะต้องสร้างความคุ้นเคย  ความสัมพันธ์และความเข้าใจซึ่งกันและกัน  นอกจากนี้พี่เลี้ยงยังเป็นที่ปรึกษาให้แก่ผู้อยู่ในความดูแลเมื่อมีปัญหาหรือเกิดความสับสนและที่สำคัญพี่เลี้ยงจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในเรื่องพฤติกรรม  จริยธรรมและการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรด้วย  ดังนั้น  กิจกรรมต่าง ๆ ของระบบพี่เลี้ยงนั้นมีเป้าหมายทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคล

                การสร้างระบบพี่เลี้ยงในที่ทำงานจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย  ไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่หรือพนักงานที่อยู่ในองค์กร พี่เลี้ยงและองค์กร  โดยน้องเลี้ยง (Mentee หรือ Protégé) ก็จะได้ปรับปรุงการทำงาน ได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Path) โดยได้รับ Feedback  แบบรายบุคคล  สามารถกำหนดเป้าหมายทางอาชีพที่เป็นไปได้จริงและบรรลุเป้าหมายนั้น  ได้รับการฝึกภาวะความเป็นผู้นำ  เป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายและบทบาททั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน  เข้าใจวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กรมากขึ้น  ได้ฝึกงานกับต้นแบบอย่างใกล้ชิด  มีโอกาสได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายและได้รับการสนับสนุนให้ก้าวหน้าได้มากขึ้น  สำหรับพี่เลี้ยง (Mentor)  จะได้รับรู้มุมมองใหม่ ๆ พัฒนาภาวะผู้นำหรือการเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีและทักษะการสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น ขยายเครือข่ายความร่วมมือให้กว้างขวางขึ้น  เป็นต้นแบบที่ได้รับการยอมรับและชื่นชมจากทรัพยากรบุคคลในองค์กรในแง่ขององค์กร  การมีระบบพี่เลี้ยงเป็นกระบวนการสร้างกลุ่มคนที่มีศักยภาพในการทำงานสูงและรักษาคนเก่งคนดีไว้ในองค์กร  โดยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้กล้าแสดงความคิดเห็น  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  พร้อมรับความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น  นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร

                แม้ว่าการสอนงานกับระบบพี่เลี้ยงจะแตกต่างกัน  แต่ก็เป็นกระบวนการที่ช่วยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรบุคคลในองค์กรให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพและส่งเสริมให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง  ดังนั้น  การใช้ระบบทั้งสองควบคู่กันไปในบริบทที่เหมาะสมจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในสภาวะปัจจุบันนี้...

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

http:/www.ipma-hr.org/content.cfm?pageid=324

http:/www.cipd.co.uk

 

ที่มา  :  วรรณวรางค์  ทัพเสนีย์  หนังสือกระแสคน  กระแสโลก 

สำนักงาน ก.พ. หน้า 45 - 49 กันยายน  2553

(เปิดโลกความรู้  พัฒนาทุนมนุษย์)

เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์  ฉบับประจำวันที่  20 - 26 มีนาคม 2552

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: การจัดการความรู้ การบริหารงานบุคคล การพัฒนาบุคลากร การสอนงาน (coaching) กับระบบพี่เลี้ยง (mentoring system) ความเหมือนที่แตกต่าง 
· หมายเลขบันทึก: 416234 · เขียน:  
· ดอกไม้:
1
 · ความเห็น:
8
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
รุ่งนภา
IP: xxx.130.200.236
เขียนเมื่อ Sun May 15 2011 21:16:19 GMT+0700 (ICT)

เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ ขอบคุณค่ะ บทความมีประโยชน์มากค่ะ

ตอนนี้ที่ มหาวิทยาลัย ได้นำระบบพี่เลี้ยงมาใช้เหมือนกัน

และกำลังไปได้ดีมากค่ะ เพราะผู้ืำทำหน้าที่พี่เลี้ยงมีใจ

ในการถ่ายทอดความรู้และเป็นที่ปรึกษาให้รุ่นน้อง ๆ

ปัจจัยที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก มหาวิทยาลัยได้

มีการจัดอบรมหลักสูตร "ก้าวสู่การเป็นพี่เลี้ยงมืออาชีพ"

โดยเชิญ อ.อุไรวรรณ อยู่ชา ผู้เชี่ยวชาญระบบพี่เลี้ยง

ตัวจริงเสียงจริง จาก SCG มา ถ่ายทอดประสบการณ์ง

และใช้จิตวิทยา โน้มน้าวให้พี่เลี้ยงภูมิใจกับการเป็นพี่เลี้ยง

และปฏิบัติหน้าที่ด้วยใจค่ะ อ.อุไรวรรณ สุดยอดมากค่ะ

สมกับเป็นมือหนึ่งเรื่องพี่เลี้ยงจริง ๆ ค่ะ

บุษยมาศ
เขียนเมื่อ Fri May 20 2011 08:48:39 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ...คุณรุ่งนภา...

  • ค่ะ ความจริงระบบพี่เลี้ยง การสอนงาน ในสมัยก่อนก็มีค่ะ เรียกว่า การที่น้องใหม่ของที่ทำงานจะเก่งได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพี่ ๆ ซึ่งทำงานและมีประสบการณ์มาก่อนเป็นผู้ที่บอกและสอนเรา สอนไม่ใช่แบบครูสอนลูกศิษย์แต่เป็นการสอนระหว่างพี่ - น้อง เพื่อให้บรรยากาศในการทำงานเป็นไปด้วยความเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันค่ะ...
  • ต่อไปพวกน้อง ๆ ที่ได้รับการสอนงานก็จะไปเป็นพี่เลี้ยงที่ดีและเป็นมืออาชีพในอนาคตไงค่ะ เป็นการสานต่อในระบบพี่เลี้ยงค่ะ...
  • ยินดีด้วยค่ะสำหรับการที่จะก้าวสู่การเป็นพี่เลี้ยงมืออาชีพ...
มลฤดี
IP: xxx.89.229.211
เขียนเมื่อ Sat May 21 2011 17:59:47 GMT+0700 (ICT)

อ.บุษยมาศ คะ เห็นด้วยมากสำหรับการสร้างระบบพี่เลี้ยงค่ะ ตอนนี้ มหาวิทยาลัวยมหิดล จริงจัง

เรื่องระบบพี่เลี้ยงค่ะ เพราะเห็นประโยชน์มาก เนื่องจาก 2 ปีต่อเนื่องที่ มหิดล ได้เชิญ

อ.อุไรวรรณ อยู่ชา ซึ่งถือว่าเป็นมือหนึ่งด้านพี่เลี้ยงภาคเอกชน มาถ่ายทอดประสบการณ์

ในการเป็นพี่เลี้ยง น้องเลี้ยง รวมทั้งการจัดทำและ Implement ระบบพี่เลี้ัยง ซึ่งอาจารย์

ใช้จิตวิทยาจูงใจให้พี่เลี้ยงเห็นคุณค่าและความสำคัญของการเป็นพี่เลี้ยง ทำให้ผู้ได้ัรับ

การมอบหมายใ้ห้เป็นพี่เลี้ยงภูมิใจและเต็มใจทำหน้าที่พี่เลี้ยงค่ะ ตอนนี้พี่เลี้ยงคอยดูแล

ส่งเสริมสนับสนุนให้คำปรึกษาแนะนำและสอนงานน้องกัน ทำให้ไ้ด้ทั้งงานที่ดีและ

บรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นเพิ่มขึ้นเยอะมาก และพี่เลี้ยงรุ่นใหม่ ๆ อยากเข้าอบรม

หลักสูตรพี่เลี้ยงกันมาก เพราะทั้งได้ประโยชน์และสนุกค่ะ

บุษยมาศ
เขียนเมื่อ Sun May 22 2011 12:56:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ...คุณมลฤดี...

  • ยินดีด้วยค่ะ...เพราะระบบพี่เลี้ยง น้องเลี้ยงในสมัยก่อนไม่ได้เรียกเป็นรูปธรรมให้เห็นมากนัก แต่จะทำกันด้วยใจกันมากกว่า การที่ไม่เป็นรูปธรรม เลยทำให้ไม่เห็นภาพที่ชัดเจนมากนัก...แต่ต่อมาในปัจจุบันภาครัฐได้ให้ความสนใจในเรื่องของระบบพี่เลี้ยงมากขึ้น ทำให้เราเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
  • การมีระบบพี่เลี้ยงทำให้มองเห็นว่าเป็นผลดีในอนาคตค่ะ ถ้าทุกส่วนราชการได้นำระบบนี้มาปรับใช้ในการทำงาน บอกได้เลยค่ะ ว่าทำให้ผลสัมฤทธิ์ของงานมีคุณภาพมากขึ้นแถมได้ใจทั้งพี่เลี้ยง - น้องเลี้ยง เรียกว่า ระบบพี่น้อง เสมือนคนในครอบครัวเดียวกันมากกว่าค่ะ...
  • สำหรับใน มรภ.พิบูลสงคราม ก็เริ่มนำมาใช้กันบ้างแล้วค่ะ ค่อย ๆ เริ่มค่ะ ต่อไปก็คงดีขึ้นค่ะ
  • ขอบคุณมากค่ะที่ร่วมมาแลกเปลี่ยนกันค่ะ...
IP: xxx.89.138.7
เขียนเมื่อ Sun Jun 19 2011 16:55:08 GMT+0700 (ICT)

การพัฒนาให้รุ่นพี่ที่เป็นคนเก่ง คนดี ขององค์กรเป็นพี่เลี้ยงให้พนักงานรุ่นใหม่ สำคัญมากค่ะ

หนูได้เข้าทำงาน ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตื่นเต้นค่ะ แต่พอเข้าไปก็มี พี่เลี้ยง ที่ใจดีมาก

คอยดูแลให้คำแนะนำทั้งเรื่องการปรับตัวตามวัฒนธรรม ธปท.และ สอนงานค่ะ หนูก็เลย

มีความสุขกับการทำงานแล้วเพราะพี่เลี้ยงค่ะ ซึ่ง พี่บอกว่า ธปท.ให้ความสำคัญกับเรื่อง

พี่เลี้ยง และได้เชิญ อ.อุไรวรรณ อยู่ชา ต้นตำรับพี่เลี้ยงมาบรรยาย ให้พี่เลี้ยงรู้บทบาท

หน้าที่ ฝึกทักษะการปฏิบัติหน้าที่ค่ะ

บุษยมาศ
เขียนเมื่อ Tue Jun 21 2011 08:42:08 GMT+0700 (ICT)

ตอบ คุณ...[IP: 183.89.138.7] ...

  • ค่ะ ระบบพี่เลี้ยงมีความสำคัญมากต่อทุกองค์กรค่ะ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ...
  • สำหรับผู้ที่เป็นน้อง ๆ ในอนาคตก็ต้องขึ้นมาเป็นพี่เลี้ยงแทนรุ่นพี่ที่จะต้องเกษียณไปด้วยค่ะ...
  • ขอบคุณค่ะที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันค่ะ...
นงลักษณ์
IP: xxx.89.69.229
เขียนเมื่อ Fri May 24 2013 22:53:56 GMT+0700 (ICT)

ระบบการสอนงาน  และระบบพี่เลี้ยง  สามารถนำไปใช้กับการสอนครูในการทำงานได้หรือไม่คะ

ท่านมีหนังสือเกี่ยวเรื่องที่ 2  หรือไม่ ช่วยแนะนำด้วย  ขอบคุณสำหรับข้อความดี ๆ

ขอดอกบัวแสดงความคิดเห็น
IP: xxx.51.8.3
เขียนเมื่อ Wed Jul 31 2013 06:31:28 GMT+0700 (ICT)

การสอนแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ แต่ไม่หมดทุกเรื่อง เพราะเหมาะสำหรับเด็กที่มีความพร้อมและต้องการเรียนรู้จริงๆ แต่ไม่เหมาะสำหรับโรงเรียนขยายโอกาส เพราะเด็กไม่อยากเรียนและไม่มีความพร้อมซึ่งมีสาเหตุมาจาก ปัญหาความยากจนฐานะทางบ้าน ครอบครัวแตกแยก ยาเสพติด พ่อแม่แยกทาง พ่อแม่เสียชีวิต พ่อแม่ไปทำงานต่างถิ่น ต่อให้เทวดาเหาะลงมาสอนเด็กก็ไม่เรียนครับ ขอขอบคุณครับ อย่าบอกว่าครูต้องช่วยต้องแก้นะครับมันเป็นปัญหาของสังคมที่ผู้ใหญ่ทั้งองค์รวมต้องช่วยแก้ และครูไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะไปแก้ได้ทุกเรื่อง แค่ปัญหายาเสพติดก็สุ่มเสี่ยงกับการตายของครูได้นะครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์