บทความ เด็กขายตัว

 แน่นอนปัจจัยที่ทำให้เด็กขายตัว อาจจะมีหลายปัจจัย ได้แก่ ปัญหาความตกต่ำทางด้านเศรษฐกิจ เงินไม่พอใช้ ปัญหาวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป คือ นำวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้มากขึ้น ปัญหาการบริโภคนิยมหรือนิยมวัตถุ ฯลฯ แต่ปัญหาเหล่านี้ เด็กและเยาวชน ไม่ควรแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงเกียรติยศศักดิ์ของตน โดยการนำร่างกายมาขาย ซึ่งถ้าทำกันมากๆ แนวคิดนี้ก็จะเป็นอันตรายต่อสังคมไทยในอนาคต  

เด็กขายตัว
ห่วงค่านิยม “ เด็กขายตัว”

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์(ดร.โทนี่)

www.drsuthichai.com

                ในยุคปัจจุบันเราต้องยอมรับกันว่า สังคมไทยเราเข้าสู่ยุคทุนนิยม หรือ ยุคแห่งการบริโภคนิยมมากขึ้น ทำให้ผู้คนในสังคมไม่ว่าวัยต่างๆ ต่างก็ต้องหาเงินมาเพื่อบริโภคกันมากขึ้น สินค้าบางอย่างไม่มีความจำเป็นเพราะเป็นสินค้าที่ฟุ้งเฟ้อ ก็ยังซื้อบริโภคกัน มาอวดกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เมื่อมีความต้องการบริโภคสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยมากขึ้น ไม่ว่าเป็นสินค้าแบรนด์เนม สินค้าราคาแพง โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ฯลฯ จึงทำให้เงินที่ผู้ปกครองให้เพื่อมาใช้จ่ายจึงไม่พอ จึงต้องมาขายบริการทางเพศ เพื่อให้ได้เงินมาซื้อสิ่งเหล่านี้ จึงมีข่าวเกี่ยวกับ “ เด็กและเยาวชน ขายตัวกันมากขึ้น ”  

            เช่น - เด็กขายตัว ผ่านเน็ต “มาร์ค” เร่งแก้ ( ที่มา..ASTVผู้จัดการออนไลน์) - สลดเด็กไทยคลั่งสวิงกิ้ง-ขายตัวซื้อมือถือ ( ที่มาจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด) - รวบ 3 นักศึกษาโฆษณาขายตัว ผ่าน HI5 (ที่มาจาก..สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น) - ขายตัวกระหึ่มเว็บโสเภณีออนไลน์(ที่มาจาก..หนังสือพิมพ์เดลินิวส์) จากข่าวดังกล่าวข้างต้นทำให้รู้ได้ว่า ในสังคมไทยเราปัจจุบันมีการขายตัวกันมากขึ้นทุกขณะ ไม่ว่าจะ เป็นเด็กนักเรียน นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ยันไปกระทั่งสาวที่ทำงานในออฟฟิศ และการเกิดปัญหาหนึ่ง ก็มักจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ติดตามมา ที่สถาบันราชภัฏสวนดุสิต มีการสัมมนาเรื่อง " นักเรียน/นักศึกษา ขายตัว : สัมมนาปัญหาเชิงลึก/วิเคราะห์ " จัดโดยนักศึกษาปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา สถาบันราชภัฏสวนดุสิต เพื่อระดมความคิดเห็นในการแก้ปัญหา การขายตัวของนักเรียน นักศึกษา โดยเชิญผู้ขายบริการ ผู้ใช้บริการ และผู้จัดบริการ (แม่เล้า) ร่วมสัมมนา มีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้ น้องหน่อย (นามสมมุติ) นักศึกษาที่ขาย บริการทางเพศ "

              --สาเหตุที่มาทำอาชีพนี้เพราะต้องการนำเงินไปใช้ในการศึกษา เกี่ยวกับอุปกรณ์ ต้องส่งเสีย ครอบครัว เนื่องจากพ่อเสียชีวิต ไม่มีอาชีพอื่นที่ได้ผลตอบแทนสูง ผิดหวังเรื่องแฟน ต้องการมีวัตถุนิยมตาม เพื่อนและสังคม อยากมีโทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้าสวยๆ อยากมีเงินใช้จ่ายตลอด และอยากมีเงินเที่ยวสถานเริงรมย์ ส่วนแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหานั้น อยากให้ส่งเสริมอาชีพ ที่มีรายได้กระจายทั่วถึง ให้การศึกษา ที่เข้าใจ การดำเนินชีวิต มีความภาคภูมิใจในชีวิต

                จัดหางานให้เมื่อเรียนจบ และรัฐควรจัดหางานให้ ระหว่างเรียน เพื่อ เป็นรายได้เสริม ที่เข้ามาสู่อาชีพนี้เพราะได้รับการติดต่อจากเพื่อน ตอนที่เพื่อนชวนก็คิดอยู่นาน แต่เพื่อนบอก ว่า ทำแล้วจะได้เงินง่าย อย่างไรก็ตาม ไม่คิดที่จะทำอาชีพนี้ตลอดไป อนาคตคิดจะหยุด และหางานดีๆ ทำ แม้จะได้เงินน้อยกว่า— " น้องฟิว (นามสมมุติ) นักศึกษา "--สาเหตุเข้าสู่อาชีพเสริมเพราะ ความต้องการ ทาง เศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าลงทะเบียน ค่าที่พัก และค่าเครื่องสำอาง รวมถึงได้รับการชักจูง จาก เพื่อน ในกลุ่มที่ทำอาชีพเสริมอยู่ มีเงินใช้จ่ายคล่องตัวมากขึ้น ที่สำคัญคือผู้ที่ทำอาชีพ เสริมคิดว่า พวกเขา ได้เดินมาถูกต้องแล้ว เพราะชีวิตเป็นของเขาเอง ฉะนั้นจะทำอะไรกับชีวิตของเขาก็ได้ ที่เลือกอาชีพนี้ เพราะ มีรายได้สูง ที่ผ่านมาไม่ได้ติดต่อทางบ้านเลย จึงต้องหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายเอง มีค่าใช้จ่ายประมาณ 400 บาทต่อวัน ถ้าไปทำอาชีพอื่นรายได้จะน้อย แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการ หารายได้จากการขายบริการทางเพศเลย

               ส่วนแนวทางป้องกันนั้น เห็นว่าต้องสร้างจิตสำนึกในการ ยอมรับ สภาพความจริง พ่อแม่ ครูอาจารย์ต้องสอดส่องใกล้ชิด สร้างความอบอุ่นในครอบครัว หาอาชีพเสริมที่สุจริต และสถานศึกษาจัดหางานพิเศษให้-- แน่นอนปัจจัยที่ทำให้เด็กขายตัว อาจจะมีหลายปัจจัย ได้แก่ ปัญหาความตกต่ำทางด้านเศรษฐกิจ เงินไม่พอใช้ ปัญหาวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป คือ นำวัฒนธรรมตะวันตกมาใช้มากขึ้น ปัญหาการบริโภคนิยมหรือนิยมวัตถุ ฯลฯ แต่ปัญหาเหล่านี้ เด็กและเยาวชน ไม่ควรแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงเกียรติยศศักดิ์ของตน โดยการนำร่างกายมาขาย ซึ่งถ้าทำกันมากๆ แนวคิดนี้ก็จะเป็นอันตรายต่อสังคมไทยในอนาคต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: สังคม 
 หมายเลขบันทึก: 413717
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

พะเยา52
IP: xxx.206.163.43
เขียนเมื่อ Thu Dec 16 2010 09:12:31 GMT+0700 (ICT)

แนวทางการแก้ไขที่ได้จากการสัมมนาทุกยุคทุกสมัยและทุกรัฐบาลเหมือนกันหมด

แต่ไม่เคยแก้ปัญหาโสเภณีได้ ปัจจุบันขยายวงไปถึงนักเรียนนักศึกษา ถ้าได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอเหล่านั้น

จะเห็นได้ว่า "มีความจำเป็น"ที่ฟังได้เป็นเหตุเป็นผล" สมัยก่อนนี้โสเภณีส่วนมากไม่ได้สมัครใจแต่ถูกหลอกลวง หญิงที่มีการศึกษาน้อยไม่สามารถทำงานให้มีรายได้พอเพียงต่อการยังชีพ จึงต้องทำฯ จนสามารถส่งเสียลูกเรียนจนจบ เป็นหมอและวิศวกรก็ยังมีปรากฎ

การแก้ไขเพื่อให้ปัญหานี้มีน้อยลง คือ

1. รัฐจัดให้เด็กได้รับการศึกษาถึงปริญญาตรีเป็นอย่างน้อยโดยให้ศึกษาเฉพาะสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการเท่านั้น (ห้ามเลือกเอง) การจัดการนี้ จะด้วยวิธีการให้กู้เรียน หรือเรียนฟรีก็ได้ ==> แม้นว่าภาครัฐกำลังทำอยู่แต่ไม่สมบูรณ์ตามเป้าหมาย

2. เด็กที่จบตาม (1) ต้องได้รับการจัดสรรตำแหน่งงานให้ทั้งภาคเอกชนและในหน่วยงานของรัฐ ตามสัดส่วนที่เหมาะสมตามเกรดที่จบโดยไม่ต้องคัดเลือก

 

 

 

ดร.สุทธิชัย
เขียนเมื่อ Sat Dec 18 2010 10:05:04 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ สำหรับความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า