สมาชิก
แลกเปลี่ยน

เล่าเรื่อง : ที่มาของคำว่า "ลูกทรพี"

จากเรื่องรามเกียรติ์

   สมัยเด็กๆ ผมจะไม่ชอบอ่านเรื่องที่เป็นบทกลอน เพราะรู้สึกว่ามันอ่านเข้าใจยาก แต่ต่อมาก็มีการเรียบเรียงเรื่องเหล่านี้เป็นร้อยแก้ว ผมจึงได้เริ่มอ่านเรื่อง "รามเกียรติ์" (ชอบไปดูแต่จิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว)

   มีเรื่องอยู่ตอนหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจความหมายของคำว่า "ลูกทรพี" ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร วันนี้เลยของมาเล่าเรื่อง (แทนที่จะเป็นเรื่องเล่า) เกร็ดที่มาของคำว่า "ลูกทรพี" (ถือว่าเป็นการสอนภาษาไทยก็ได้ครับ)

 

 ศึกทรพี-ทรพา 

   เรื่องเดิมมีอยู่ว่า มียักษ์ตนหนึ่งชื่อว่า "นนทกาล" มีหน้าที่เฝ้ากำแพงประตูชั้นในรับใช้พระอิศวร

  วันหนึ่งเกิดไปตกหลุมรักนางอัปสร ชื่อว่า "มาลี" แต่ทว่าเธอไม่ยอมเล่นด้วย แถมยังไปฟ้องพระอิศวร

   พระอิศวรจึงสาปให้นนทกาลไปเกิดเป็นกระบือเผือก ชื่อ "ทรพา" และจะพ้นคำสาปกลับมาทำหน้าที่เดิม เมื่อมีลูกชายชื่อ "ทรพี ซึ่งจะเกิดมาเพื่อฆ่าพ่อตัวเอง

   นนทกาลไปเกิดเป็นกระบือชื่อ "ทรพา" ตามคำสาปของพระอิศวร เมื่อโตขึ้นก็ได้เป็นจ่าฝูง คอยควบคุมกระบือสาวๆ

   เมื่อมีลูกตัวผู้ ทรพาซึ่งจำคำสาปได้ ก็จะขวิดลูกตัวผู้ให้ตายทุกตัว

   และแล้ว ทรพา ก็ได้พบรักกับนางสาวกระบือชื่อว่า "นีลา" จนนีลาตั้งท้องใกล้จะตกลูก นางกลัวว่าถ้าลูกเกิดมาเป็นตัวผู้ก็จะถูกพ่อฆ่าตายอีก

   นางจึงหนีไปอยู่ในถ้ำสุรกานต์ และตกลูกมา 1 ตัว เป็นเพศผู้ มีชื่อว่า "ทรพี" (ใครตั้งชื่อให้ก็ลืมไปเสียแล้ว) แล้วนางก็อธิษฐานฝากเทพารักษ์ในถ้ำ ให้ช่วยเลี้ยงดูให้ด้วย (เทพารักษ์ก็แสนดี ช่วยดูแลรักษาโดยสิงสถิตยที่เขาทั้งสองข้างและขาทั้งสี่) เนื่องจากกลัวว่าถ้าทรพาทราบจะจับฆ่าเสีย เพราะว่าลูกตัวผู้ก่อนหน้านี้ทุกตัวถูกทรพาฆ่าตายหมด

   เมื่อทรพีเติบใหญ่ก็ออกเดินทางตามหารอยเท้าพ่อ เมื่อพบก็จะคอยวัด(ขนาด)รอยเท้าอยู่เสมอ จนวันหนึ่งพบรอยเท้ามีขนาดใหญ่เท่ากันแล้ว จึงได้ตามหาทรพา และได้เกิดการต่อสู้กันขึ้น 

   ทรพากระบือแก่หรือจะสู้แรงกระบือหนุ่มทรพีได้ ทรพีจึงขวิตทรพาตาย สมตังคำสาปของพระอิศวร

 

 ภาพของทรพี
จาก http://www.himmapan.com/images/
img_sm_torapee.jpg

 ภาพของทรพา(ซ้าย)ทรพี(ขวา) กำลังสู้กัน
ภาพจาก http://www.himmapan.com/thai/
himmapan_cattle_torapee.html

   นี่คือที่มาของคำว่า "ลูกทรพี" ครับ หมายถึง ลูกที่ฆ่าพ่อ (แม่) ซึ่งจัดเป็นครุกรรมหรือกรรมหนัก ต้องตกนรกชั้นอเวจีมหานรก ในชาติที่ต่อจากชาตินี้แน่นอน (สำนวนไทย ลูกทรพี หมายถึงลูกที่ไม่รู้คุณบิดา-มารดาด้วย).....เรื่องก็จบเพียงเท่านี้นะครับ.....

******************************

....continued

    เมื่อทรพีฆ่าทรพาตายแล้ว ก็ได้ควบคุมฝูงกระบือต่อไป และทำให้ทรพีมีความเหิมเกริมเป็นอย่างมาก เที่ยวท้าเจ้าป่าเจ้าเขา และเทวดาทั้งหลายสู้รบ เหล่าเทวดาจึงบอกให้ไปท้าพระอิศวรที่เขาไกรลาส

    พระอิศวรทรงพระพิโรธ ตรัสบริภาษแล้วบอกให้ไปท้ารบกับพญาพาลีผู้ครองนครขีดขิน และสาปว่าให้ทรพีตายด้วยน้ำมือของพญาวานร (เมื่อตายแล้วให้ไปเกิดเป็นมังกรกัณฐ์ โอรสพญาขรผู้เป็นน้องของทศกัณฐ์ และให้ตายด้วยศรของพระราม)

    ทรพีบุกเข้าถึงหน้าพระลานท้าพาลีรบ พาลีสู้รบกับทรพีตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ จึงคิดว่าหากรบกันในที่โล่งคงยากที่จะเอาชนะได้ จึงออกอุบายให้ไปสู้รบกันที่ถ้ำสุรกานต์ ถ้าใครแพ้จะได้ไม่อายแก่เทวดา

     พาลีกลับเข้าเมืองสั่งเสียสุครีพน้องชายว่า “ถ้าภายใน 7 วัน พี่ยังไม่ออกมาจากถ้ำให้เจ้ารีบตามเข้าไปดู  หากเห็นเลือดใสๆ ไหลออกมาแสดงว่าเป็นเลือดของพี่ ให้เจ้าปิดปากถ้ำขังเจ้าทรพีทันที แต่ถ้าเลือดเป็นสีข้น แสดงว่าทรพีถูกพี่ฆ่าตายเรียบร้อยแล้ว

    พาลีสู้กับทรพีอยู่ 7 วันก็ยังไม่ปรากฏผลแพ้ชนะ คิดว่าควายตัวนี้น่าจะมีเทวดาคอยช่วย จึงออกอุบายถามทรพีว่า “เอ็งมีเทวดาคอยคุ้มครองอยู่หรืออย่างไร ถึงได้มีอิทธิฤทธิ์มากมายนัก

   ทรพีตะโกนกลับอย่างลำพองว่า “เปล่าหรอก กูเก่งเอง

   พาลีตวาดว่า “อ้ายเนรคุณ พวกเหล่าเทวดาท่านได้ยินแล้วใช่ไหมว่าทรพีมันไม่ได้สำนึกในบุญคุณของท่านเลย ขอพวกท่านได้โปรดอย่าคุ้มครองมันอีกต่อไปเลย

   เหล่าเทพารักษ์ที่สิงอยู่ที่เขาและขาทั้งสี่ จึงพากันเลิกคุ้มครองทรพี

   เมื่อทรพีปราศจากผู้คุ้มครอง ก็ถูกพาลีฆ่าตายอย่างง่ายดาย เหล่าเทวดาบนสวรรค์พากันดีใจ ประทานให้ฝนตกลงมาเพื่ออวยพรให้พาลี เมื่อน้ำฝนปะปนไปกับเลือดสีแดงข้นของทรพี ก็ทำให้สีจางลงจนกลายเป็นเลือดใสไหลออกมาที่ปากถ้ำ

   ฝ่ายสุครีพเมื่อครบ 7 วันแล้ว ก็ไปดูลำธารหน้าปากถ้ำ เห็นเลือดใสก็โศกเศร้าเสียใจ คิดว่าพาลีพลาดท่าเสียทีทรพีเสียแล้ว จึงรีบปิดปากถ้ำอย่างหนาแน่นแล้วมุ่งหน้ากลับนครขีดขิน

   ฝ่ายพาลีเมื่อฆ่าทรพีเสร็จจึงเดินออกมายังปากถ้ำ ก็พบว่าถ้ำปิดแน่นหนาจึงคิดไปว่าสุครีพน้องชายทรยศ    จึงรีบทลายปากถ้ำแล้วไล่ตามสุครีพไปจนทัน ดุด่าสุครีพน้องชายว่าเป็นคนทรยศ พร้อมกับบริภาษขับไล่สุครีพออกจากเมืองไป

   สุครีพเสียใจมากที่พี่ชายไม่ยอมรับฟังคำอธิบายของตน และก็นึกน้อยใจ ที่พี่ชายไม่นึกถึงความหลัง ในคราวที่พาลีขโมยนางดาราไปเป็นเมีย ตนก็ยังมิเคยปริปากต่อว่า

   สุครีพออกจากเมืองขีดขิน ระหว่างทาง สุครีพได้พบกับหนุมาน (ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลาน) จึงมีการปรับทุกข์กัน หนุมานได้ชวนให้สุครีพอยู่ด้วยกันเพื่อรอพบนารายณ์อวตาร.....จบบริบูรณ์

********************

หมายเหตุ บันทึกนี้ใช้เทคนิค ทำใน word ใช้ตัวอักษรขนาด 12 font tahoma แล้ว copy ไป Paste บน Note pad, save แล้วจึง นำมาใส่ในบันทึกของเรา แค่นี้ก็จะทำได้เหมือนเขียนสดๆ ใน GotoKnow เลยครับ ส่วนภาพด้านล่างนี้คือ Link ของคุณออต (3)

 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: รามเกียรติ์ ลูกทรพี ที่มา ทรพา สุครีพ พญาพาลี 
· หมายเลขบันทึก: 40976 · เขียน:  
· ความเห็น:
13
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Wed Jul 26 2006 22:44:46 GMT+0700 (ICT)
  • อยากเห็นรูปทรพีครับ
  • แวะมาทักทาย
ออต ญาณพิสิษฐ์
เขียนเมื่อ Thu Jul 27 2006 11:01:54 GMT+0700 (ICT)

ที่อีสานมีเรื่องทรพีด้วยนะครับ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องรามเกียรติ์

ในกลุ่มชาติพันธ์ไตลาว มีเรื่องทรพีผ่านวรรณกรรมเรื่อง พระรามชาดก และ พระลักพระลาม สองสำนวนมีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างกัน

ส่วนจิตรกรรมฝาผนังหรือฮูบแต้มอีสาน ปรากฎในผนังสิมด้านนอก ฝั่งทิศใต้ของวัดสระบัวแก้ว อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น

 

ออต ญาณพิสิษฐ์
เขียนเมื่อ Thu Jul 27 2006 14:32:29 GMT+0700 (ICT)
ค้นมาให้แล้วนะครับ ภาพเขียนวัดสระบัวแก้ว http://gotoknow.org/file/somroay/A031-1.jpg
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Thu Jul 27 2006 14:47:26 GMT+0700 (ICT)
ใบบุญ
เขียนเมื่อ Thu Jul 27 2006 19:26:23 GMT+0700 (ICT)

สนุกมาก ยอดเลยท่าน

Beeman และ คุณออต

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Fri Jul 28 2006 00:19:48 GMT+0700 (ICT)
  • เข้าไปดูที่ถามbeeman หน่อยครับ
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Fri Jul 28 2006 05:56:23 GMT+0700 (ICT)
  • เข้าไปอ่านและตอบแล้วครับ
june
IP: xxx.26.46.217
เขียนเมื่อ Mon May 26 2008 16:20:53 GMT+0700 (ICT)

สาหนุกดีคะ

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Mon May 26 2008 21:39:00 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ คุณจูนที่มาทิ้งรอยไว้ครับ...(จากมูลนิธิข้าวขวัญ)

มุกก
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Tue Aug 12 2008 17:27:18 GMT+0700 (ICT)

มีข้อคิดมั่งมั้ยเอ่ย??

beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ Wed Aug 13 2008 10:22:59 GMT+0700 (ICT)
  • ข้อคิดมีอยู่ในเรื่องแล้วครับ
  • อยู่ที่เราจะหยิบตรงไหนไปใช้เป็นข้อคิด
  • เราต้องเห็นเองครับ..ถ้าคนอื่นบอกก็แค่รับรู้
จีน่า
IP: xxx.31.112.243
เขียนเมื่อ Sun Jan 16 2011 21:17:57 GMT+0700 (ICT)

ดีมากเลยคะกำลังสนใจเรื่องนี้อยู่พอดีขอบคุณคะที่ทำให้รู้กระจ่างยิ่งขึ้

หนุ่ย
IP: xxx.5.90.18
เขียนเมื่อ Sun Nov 03 2013 13:25:32 GMT+0700 (ICT)

555555555

 

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์