สมาชิก
แลกเปลี่ยน

การคิดอย่างมีวิจารณญาณ

การคิดอย่างมีวิจารณญาณ

 การคิดอย่างมีวิจารณญาณ  (Critical  Thinking )  หมายถึง  กระบวนการคิดที่ใช้เหตุใช้ผลพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ  โดยการศึกษาข้อมูล  หลักฐาน  แยกแยะข้อมูลว่าข้อมูลใดคือ ข้อเท็จจริง  ข้อมูลใดคือความคิดเห็น  ตลอดจนพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูล  แล้วตั้งสมมติฐานเพื่อหาสาเหตุของปัญหา   และสามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหานั้น ๆ ได้

                กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ   จะนำไปสู่การคิดตัดสินใจอย่างรอบคอบ  เพื่อให้เห็นว่าเรื่องใดควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อ  สิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ  เพราะเหตุใด

                ผู้ที่มีความคิดอย่างมีวิจารณญาณจะเป็นคนใจกว้าง  ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมี              เหตุผล  ไม่ยึดความคิดเห็นของตนเองเป็นหลัก  ก่อนตัดสินใจอย่างใดต้องมีข้อมูลหลักฐานเพียงพอ  และสามารถเปลี่ยนความคิดเห็นของตนเองได้   หากเห็นว่าความคิดเห็นของผู้อื่นดีกว่า  มีเหตุผลมากกว่า  นอกจากนี้ผู้ที่มีความคิดอย่างมีวิจารณญาณจะต้องเป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้นในการแสวงหา               ข้อมูล  และความรู้อยู่เสมอ    ตลอดจนเป็นผู้ที่มีเหตุผล (สุคนธ์  สินธพานนท์  และคณะ, 2551  :  72)        ไม่ใช้อคติหรืออารมณ์ของตนเองเป็นสำคัญ  นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ไวต่อความรู้สึกของผู้อื่น  เข้าใจผู้อื่น  ทำให้รับรู้สถานการณ์ความคิด ความรู้สึกของผู้อื่นได้ดี (ประพันธ์ศิริ   สุเสารัจ,  2551  :  94)

                กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณมีแนวคิดหลายทฤษฎี  และขั้นตอนหลายรูปแบบ  ในที่นี้จะนำแนวคิดทฤษฎีหลายทฤษฎีมาสรุปเป็นขั้นตอนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  6  ขั้นตอนดังนี้  (มลิวัลย์  สมศักดิ์,  2540  :  34 – 36 )   ได้แก่

                1. การนิยามปัญหา  หมายถึงการกำหนดประเด็นปัญหา  โดยพิจารณาจากข้อมูล  ข้อโต้แย้งเพื่อกำหนดปัญหา   ซึ่งการนิยามปัญหาเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดอย่างมีวิจารณญาณ   เพราะกระตุ้นให้คนเริ่มตระหนักถึงปัญหา  ข้อโต้แย้งเพื่อหาคำตอบที่สมเหตุสมผล

                2. การรวบรวมข้อมูล   เกี่ยวกับประเด็นปัญหาข้อโต้แย้งที่คลุมเครือ  รวมทั้งการดึงข้อมูลหรือความรู้จากประสบการณ์เดิมมาใช้   เมื่อพบกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหา   การรวบรวมข้อมูลถือว่ามีความจำเป็นต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

                3. การจัดระบบข้อมูล   หมายถึงการพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูล   ความเพียงพอของข้อมูล   และสามารถแยกแยะข้อมูลได้ว่าข้อมูลใดเป็นความคิดเห็น   ข้อมูลใดเป็นข้อเท็จจริง  รวมทั้งจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล   เพื่อเป็นแนวทางในการตั้งสมมติฐาน

                4. การตั้งสมมติฐาน   หมายถึงการนำข้อมูลที่จัดระบบแล้วมาเชื่อมโยงหาความสัมพันธ์   เพื่อกำหนดแนวทางการสรุปที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด  หรือตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล

                5. การสรุปอ้างอิงโดยใช้หลักตรรกศาสตร์   หมายถึงการพิจารณาทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดจากข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่   เพื่อนำไปสู่การสรุปที่สมเหตุสมผล

                6. การประเมินสรุปอ้างอิง   หมายถึงการประเมินความสมเหตุสมผลของการสรุปอ้างอิง  รวมทั้งพิจารณาว่าข้อสรุปนั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่   ผลจะเป็นอย่างไรหากข้อสรุปนั้นมีการเปลี่ยนแปลง  หรือได้รับข้อมูลเพิ่มเติม   ซึ่งจะนำไปสู่การรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่อีกครั้งหนึ่ง   หรือตั้งสมมติฐานและการสรุปอ้างอิงใหม่

                การฝึกคิดอย่างมีวิจารณญาณอยู่เสมอ  จะทำให้ผู้เรียนรู้จักใช้เหตุผลพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ  ย่อมทำให้เป็นคนใจกว้าง  ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากตนได้   นอกจากนี้ยังรู้จักการหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยการค้นหาความรู้  ทำให้เป็นคนมีความรู้อย่างกว้างขวาง    ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้นักเรียนสามารถนำกระบวนการคิดอย่างมีวิจาณญาณไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

โดย สายพิน  แก้วงามประเสริฐ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 
· หมายเลขบันทึก: 407028 · เขียน:  
· ความเห็น:
2
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
วัฒนา คุณประดิษฐ์
เขียนเมื่อ Mon Nov 08 2010 06:25:32 GMT+0700 (ICT)

สวัสดียามเช้าครับ

มาชื่นชมการติดแบบมีวิจารณญาณครับ

krutoom
เขียนเมื่อ Mon Nov 08 2010 12:59:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะมาเยี่ยมชม ชื่นใจที่ได้ข่าวกิจกรรมของโรงเรียนค่ะ ทำให้คิดถึงอาจารย์ที่สอนจัง อิอิ จบมานานจนเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใช้ของของลูกแร่ะ บันทึกน่าสนใจค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์