แสวงบุญที่โขงเจียม

 แต่ที่บอกว่ายินดีตายก็เพราะว่าบุญที่ทำไว้ดีแล้วนั่นเอง บ่งบอกถึงความมั่นใจในการกระทำของตนชึ่งน้อยคนนักที่จะมี เพราะไม่มั่นใจความดีของตัวเองระดับรับประกันคุณภาพได้ สรุปพุทธภาษิตด้วยบทว่า "ธัมโม สุจิณโณ สุขะมาวะหาติ, ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้ตน"  

                   วิวแม่น้ำสองสีมองจากบนวัด

แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ได้มีโอกาสกลับไปเที่ยวที่อุบลราชธานีบ้านเกิดเมืองนอน (บ้านฝังใส้แฮ่ แผ่ใส้บือ) หลวงพี่เก่งอยากกลับไปพบแม่พระอรหันต์ของท่านที่เมืองอุบลฯทั้งที่พื้นเพของท่านเป็นคนภาคใต้ชุมพร ไม่รู้เป็นเพราะกรรมนำแต่งหรืออย่างไรก็ไม่รู้ก็เลยมาบรรจบครบรอบกันที่โขงเจียมตะวันออกสุดของประเทศไทย เหมือนหมดไต่ขอบกระด้งเลย ถ้าไม่บอกว่าเป็นเพราะกรรมนำแต่งก็ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรให้เหมาะสม นึกอะไรไม่ออกก็เอากรรมมาบังไว้ก่อนละกัน นึกๆก็ให้เห็นเป็นเหตุอัศจรรย์เป็นไปได้ครับอยู่กันคนละฝั่งของประเทศยังมีโอกาสรู้จักกันเป็นเพื่อนสนิทมิตรสหาย

 

                         ชักภาพกันที่วัดของหลวงปู่คำคนิง

แต่ที่น่าแปลกก็คือท่านนัดพบกันกับโยมแม่ที่โขงเจียมตอนตะวันรอนๆที่ผาแต้ม เรื่องของเรื่องก็คือพอดีแม่ของท่านเป็นคนใจบุญสุนทรทาน ติดตามคณะกระฐินจะมาทอดเอาบุญที่อำเภอโขงเจียม หลวงลุงของท่านบวชเป็นพระอยู่ที่นั่น ก็เลยเกิดเป็นสายสัมพันธ์ สายน้ำแห่งศัทธานำไหลออกมาซึ่งผลแห่งบุญมิขาดสาย ไหลเป็นทางไปจนถึงชุมพรและที่ใกล้เคียงนำหมู่เหล่าญาติพี่น้องมาทำกรรม(ทอดกฐิน)ร่วมกันอีกในชาตินี้ แปลกไหมละที่คณะศัทธาอุตส่าห์ดั้นด้นมาทำบุญจนถึงโขมเจียม ทั้งๆที่จะทำอยู่ที่บ้านก็ได้เพราะเชื่อแน่นอนว่าแถวๆชุมพรบ้านท่านก็คงมีวัดมีพระให้ได้ทำบุญอยู่เหมือนกัน

ทำบุญที่ไหนก็ไม่แปลกดอกขอรับ ถ้าทำแล้วสบายใจก็ทำเถอะผมว่านะ ความเป็นญาติพี่น้องกันก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราต้องไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ตัดขาดกันไม่ได้เหมือนเส้นเลือดที่ไปล่อเลี้ยงหัวใจ ยิ่งญาติพี่น้องที่สนิทสนมกลมเกลียวอย่างสม่ำเสมอยิ่งทำให้อุ่นใจเมื่อเวลาได้อยู่ใกล้ เหตุนี้กระมั้งจึงทำให้โยมแม่ของหลวงพี่ได้มีโอกาสมาทำบุญทอดกฐินที่โขงเจียม อันนี้เป็นเหตุใกล้ส่วนเหตุไกลนั้นคงเป็นเพราะว่าอยากทำบุญร่วมกับญาติพี่น้องผู้เป็นที่รักเพื่อหวังอยากมีญาติพี่น้อง มิตร บริวารที่ดีๆอย่างนี้อีกในชาติต่อไปถ้าได้เกิด

แน่นอนว่าการไปครั้งนี้พวกเราชาวบ้านระหารย่อมไม่ยอม ไม่ยอมเด็ดขาดถ้าไม่ได้มีส่วนร่วม จึงรวบรวมปัจจัยเท่าที่มีสมทบร่วมด้วยกับคณะของโยมแม่ของหลวงพี่ แถมให้อีกด้วยการให้ธรรมะเป็นทานเล็กน้อย เล็กน้อย ท่านอาจารย์มหาสมพงษ์ หิริธัมโม ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่คณะของเราก็ได้โปรดโปรยธรรมะให้แก่ญาติโยมที่มาในงานนี้ทุกท่านได้ปลื้มกัน ในค่ำคืนแห่งพระจันทร์อันแสนสวย งามเด่นกลางป่าที่เงียบสงบ  มียุงลูกหลานของพราหมชูชกมาขอส่วนบุญอีกโสตหนึ่งด้วย พวกเราเลยกลายเป็นลูกหลานของพระเวสสันดรไปโดยปริยาย

ก็ขออย่าให้พวกเราชาวคณะเหนือใต้ทุกท่านอย่าเป็นไข้มาลาเรียไปจุติเสียก่อนที่บุญส่งผลในชาตินี้ก็แล้วกัน ยังไงก็แล้วแต่ถ้าหากว่าจะจุติจริงก็คงไม่เสียดายเพราะว่าความดีได้ทำไว้แล้ว (ยินดีตาย) ผลบุญที่ทำไว้ถ้าหากไม่ส่งผลในชาตินี้ก็คงไม่หนีไปไหนเหมือนเงาติดตามตัวไปฉะนั้นและแน่นอน ก็บุญและบาปเท่านั้นที่ติดตามเรามาทุกภพชาติมิใช่หรือ "ตัญจัสสะ อะนุคัง โหติ ฉายาวะ อะนุปายินี, บุญและบาปนั้น ย่อมติดตามเขาไป เหมือนเงาตามตัวเขาไป ฉันนั้น"

ตัญหิ ตัสสะ สะกัง โหติ ตัญจะ อาทายะ คัจฉะติ, บุญและบาปนั้นแล ย่อมเป็นของเขาผู้นั้นโดยแท้ เขาย่อมได้รับบุญปละบาปนั้นแน่นอน, นี้เป็นพุทธภาษิตที่มาในพระสูตร

แต่ที่บอกว่ายินดีตายก็เพราะว่าบุญที่ทำไว้ดีแล้วนั่นเอง บ่งบอกถึงความมั่นใจในการกระทำของตนชึ่งน้อยคนนักที่จะมี เพราะไม่มั่นใจความดีของตัวเองระดับรับประกันคุณภาพได้ สรุปพุทธภาษิตด้วยบทว่า "ธัมโม สุจิณโณ สุขะมาวะหาติ, ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้ตน"

ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความอิ่มใจอันปราศจากโทษจงบังเกิดมีแก่คณะชาวใต้เหนือทุกๆภาคคณะก็แล้วกัน เอวัง เอวังฯ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): โขงเจียม อิ่มบุญ แม่พระ 
 หมายเลขบันทึก: 404865
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ปัญญาวโร
เขียนเมื่อ Wed Oct 27 2010 20:02:25 GMT+0700 (ICT)

เอาไฟล์ภาพมาลงให้ดูเพิ่มเติมตอนเขียนนำมาลงไม่ได้ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ภาพนี้ที่วัดของหลวงปู่คำคนิงแต่ไม่ใช่วัดที่ไปทำบุญ วัดที่ไปทำบุญอยู่อีกวัดหนึ่งเลยผาแต้มไปประมาณหนึ่งกิโลเมตร

ตอนแรกคณะเราไม่ได้ตั้งใจจะไปทำบุญร่วมนะครับ จุดประสงค์คือไปเป็นเพื่อนหลวงพี่เก่งที่นัดพบกับโยมแม่ที่มาทอดกฐิน แต่ทำไงได้มากับพระบังเอิญได้มาพบบุญก็เลยต้องขวนขวายกันหน่อย อีกอย่างหนึ่งในฐานะที่ผมเป็นพระคนอุบลฯก็เลยจำเป็นต้องเป็นคนนำทาง คณะของเราวางแผนว่าเมื่อได้พบโยมแม่หลวงพี่แล้วก็จะกลับไปนอนคืนที่บ้านข้าน้อย ถือโอกาสเยี่ยมโยมพ่อ-แม่ของผมด้วย

ผมก็เลยโอเค เพราะแม่กำลังป่วยพึ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อสองวันเอง

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า